LOGIN“อาภูมิอย่ามาพาลกะตะวันนะคะ ตะวันกับเพชรเป็นเพื่อนกันไม่เหมือนอาภูมิกับอาสร้อยสักหน่อย”
“ทานตะวัน!” ภูมิเริ่มหัวเสียเช่นกัน
“ตะวันจะบอกอีกครั้งว่าตะวันกับเพชรเป็นแค่เพื่อนกันค่ะอาภูมิ”
“ได้ยินแล้ว” ภูมิเสียงอ่อนลงก่อนจะบ่นเบาๆ “อาไม่ได้หูตึงที่ถามเพราะเป็นห่วง จะมาหงุดหงิดใส่อาทำไม”
ฮึ...
ภูมิทำอย่างกับหึงหวงเธอ...
หึงหวง!
เป็นไปไม่ได้หรอก เธอไม่ได้สำคัญสำหรับเขาขนาดนั้น
แล้วถ้าเธอสำคัญล่ะ!
แต่แค่คิดทานตะวันก็อดยิ้มอย่างลืมตัวไม่ได้ ภูมิเหลือบเห็นสีหน้าหลานสาวก็เบรครถเสียงดังเอี๊ยดจนทานตะวันถึงกับตื่นจากภวังค์
“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ได้ ติดอกติดใจของกำนัลจากมันมากรึไง เอาไว้อาจะปลูกดอกไม้เพิ่มอีกสักสิบไร่ให้เราดมจนจมูกตันไปเลย”
“โธ่! ทำไมอาภูมิคิดแบบนั้นละคะ”
“อาเปล่าคิด”
“นี่แหละค่ะคิดแล้ว”
ภูมิอึ้ง ยิ่งโตทานตะวันยิ่งต่อปากต่อคำเก่งเป็นที่สุด เขาเหลือบมองหญิงสาวครู่หนึ่งก็ต้องละสายตาทำทีมองทางตรงหน้าเพราะทานตะวันจ้องเอาๆ
“ไปได้แล้วเดี๋ยวไม่ทัน”
“ไม่ทันอะไรคะ”
แต่ทานตะวันไม่ได้คำตอบ เธอไม่ชอบใจเลยที่ภูมิชอบมีท่าทีห่างเหินทั้งที่นานๆ จะเจอกันที เขาคงไม่รู้ว่าเธอแอบรอวันที่จะได้กลับบ้าน ได้พบเขา ได้อยู่ใกล้ชิดเขาคอยส่งข้าวส่งน้ำที่บ้านกับออฟฟิศกลางไร่เพราะอยากเห็นหน้าแม้แค่ในฐานะหลานสาวก็ยังดี ทานตะวันไม่รู้ว่าตัวเองคิดกับภูมิเกินคำว่าผู้มีพระคุณตั้งแต่ตอนไหน รู้อีกครั้งเธอก็มีเขาอยู่เต็มท่วมท้นใจ
“อาภูมิคะ”
“ช่างเถอะน่า อย่าถามมากอาขี้เกียจตอบ”
“ก็ได้ค่ะ ถ้าอาภูมิยุ่งมากก็ส่งตะวันที่ท่ารถก็ได้ค่ะ”
“ส่งให้เรากลับกับหมอนั่นนะเหรอ นี่เราตั้งใจตีรวนอาใช่มั้ย”
“โธ่! อาภูมิคะ”
ทานตะวันถึงกับคอตกพิงเบาะหน้ามุ่ยเพราะกลัวคุณอาแสนดีจะน้อยใจ เธอจึงได้แต่แก้ตัวเสียงอ่อย
“ตะวันคิดว่าอาภูมิยุ่งเห็นบอกว่ากลัวไม่ทัน”
“อาบอกรึยังว่าอายุ่งจนพาเราไปด้วยไม่ได้” หนุ่มใหญ่เสียงห้วนจัด “หยุดพูดได้แล้ว!”
“ค่ะ”
เด็กสาวนั่งตัวลีบด้วยรู้สึกถึงรังสีอำมหิตจากดวงตาอาหนุ่ม แต่เพียงครู่เดียวเธอก็พรูลมหายใจโล่งอกเมื่อเขาพูดดีๆ ด้วย แต่กลับทำให้เธองุนงงอีกครั้ง
“ฝนตกขนาดนี้อาไม่อยากขับรถไกลเลย คืนนี้เราอาจต้องค้างกลางทาง”
“ทำไมคะ ค่อยๆ ขับก็ได้ นี่ยังเพิ่งบ่ายแก่ๆ เองยังไงเราก็กลับทันนี่คะ แล้วตะวันก็กลัวคุณย่าจะว่า...”
“ไม่ว่าหรอก อาไม่อยากขับรถดึกๆ ฝนตกด้วย แล้วนี่เลิกซักได้รึยัง อาไม่ใช่นักโทษของเรานะ”
เด็กสาวย่นจมูกเพราะหางเสียงอาหนุ่มบ่งบอกความรำคาญ อันที่จริงเธอกลับพร้อมพัชระก็ได้ ไม่รู้ภูมิจะมารับทำไม ถ้ามาแล้วจะพูดนั่นนี่เหมือนรำคาญกันแบบนี้
ทานตะวันได้แต่คิดไม่ตก มองออกไปนอกถนน อีกไกลนักเธอคงอึดอัดพอดูเพราะบ้านไร่ภูมิพัฒน์อยู่บนเนินเขาสูงไกลจากเมืองออกไปเกือบร้อยกิโลเมตร ตลอดมาเธอจึงต้องอยู่โรงเรียนประจำและหอพักนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพแต่ต้องเลือกหอพักที่แยกส่วนชายหญิงชัดเจน
หนึ่งเพราะคุณย่าภาคินีมารดาของภูมิไม่ต้องการให้เธออยู่บ้านด้วยสาเหตุใดเธอไม่เคยถาม และสองเพราะผู้ชายตรงหน้านี้ที่มีศักดิ์เป็นอาแต่หาได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือด
ทานตะวันรู้ตัวดีว่าเธอเป็นเพียงกาฝาก เป็นแค่เด็กที่ภูมิเก็บมาเลี้ยงและให้การศึกษาเท่านั้น เธอไม่อาจฝันไกลแม้ในฝันจะมีเขาอยู่ทุกลมหายใจก็ตาม ทานตะวันรู้ดีว่าเธอแอบรักภูมิ ใครจะว่าแก่แดดก็ยอมก็เธอรักของเธอ เขาคือคนที่เธอรักมาตลอด
รักมานานแล้ว...
“เป็นอะไรเงียบอีกแล้ว” ชายหนุ่มเหลือบตามอง “อยากพูดอะไรก็พูดมา”
“ไม่อยากพูดอะไรแล้วค่ะ”
“หืมมมม ทำไม” อาหนุ่มทำเสียงสูง
“ก็พูดอะไรไปอาภูมิก็โกรธตะวันนี่คะ”
“อาเปล่าสักหน่อย”
“หน่อยที่ไหนกัน โกรธเยอะเลยตะหาก” ทานตะวันบ่นอุบ เมินหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
ภูมิเหลือบมองร่างบอบบางข้างๆ ก็รู้ว่าเธอไม่พอใจถึงกับเบือนหน้าหนีก็ยีผมนิ่มของทานตะวันเบาๆ
“เป็นไร”
“เปล่าค่ะ”
“อีกแล้วนะ ทีกับอาพูดแค่ ค่ะ ค่ะ เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ ตามใจอาภูมิค่ะ งี้ ทีกับหมอนั่นระริกระรี้เชียวนะหรือว่าอยู่กับอามันอึดอัดมากนัก” ภูมิเค้นเสียงดุใส่
“เปล่าอึดอัดค่ะ แต่...”
“พอๆ ไม่พูดก็เงียบไปซะ”
อยู่ดีๆ ก็มาหงุดหงิดใส่...
ทานตะวันหน้าเสียที่ถูกอาหนุ่มตีรวน น้ำตาพานร่วงนั่งก้มหน้าเงียบกริบ
“โตป่านนี้ก็ยังไม่เลิกขี้แยอีก”
อีกฝ่ายเสียงอ่อนลง ทานตะวันได้แต่ส่ายหน้าเพราะกลั้นสะอื้นเอาไว้ เธอมองออกนอกหน้าต่างไม่ให้ภูมิเห็น
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ขับรถไปเงียบๆ ด้วยรู้ดีว่าทำให้เด็กสาวน้ำตาตกเพราะคำพูดของตัวเองอีกตามเคย
“อาขอโทษนะ”
“คะ!” เด็กสาวเหลียวมาอย่างไม่เชื่อหูเมื่อได้ยิน “ขอโทษตะวันทำไมคะ”
“ก็... ที่อาหงุดหงิดใส่”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตะวันชินแล้ว”
หืมมมมม...
ภูมิชักสีหน้าก่อนริมฝีปากจะยกขึ้นเล็กน้อย “พูดแบบนี้เอาเป็นว่าเดี๋ยวอาจะพาเราไปงานคืนนี้กับอาด้วยจะได้เปิดหูเปิดตาดีไหม”
“แต่ตะวันไม่ได้เตรียมชุดมา”
เธอก้มมองชุดนักศึกษาของตัวเองแล้วเงยหน้าสบตาอาหนุ่มด้วยสีหน้าแหยๆ ภูมิหัวเราะในลำคอทิ้งหางตามองเด็กสาวครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ไม่ต้องห่วง อาจะพาไปซื้อชุดใหม่”
“อาภูมิใจดีจังจะซื้อชุดใหม่ให้ตะวันด้วยเหรอคะ”
“อืม”
ภูมิยิ้มออกเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสของทานตะวัน คืนนี้แหละเขาจะได้พาเธอไปเปิดตัวว่าเป็นว่าที่นายหญิงคนใหม่ของไร่ภูมิวัฒน์เสียที
“งั้นก็จัดการตามที่แกเห็นสมควร แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าแกจัดการเรื่องนี้ไม่ได้อย่าหวังว่าแม่จะยกตะวันให้”ไม่ให้ก็ได้มาแล้วด้วยความเต็มใจของทานตะวันด้วยซ้ำหึ...“ว่าไง”“ผมรู้น่า” ภูมิจำใจรับปากอย่างหงุดหงิด“อีกอย่างที่แม่อยากขอร้องแก”“อะไรอีกครับ”คราวนี้น้ำเสียงภูมิติดรำคาญเล็กน้อย ภาคินีค้อนขวับลูกชายแล้วบอกน้ำเสียงจริงจัง“แม่ขอร้องว่าระหว่างที่ยังไม่ได้จัดงานตบแต่งเป็นเรื่องเป็นราว แกอย่าได้ทำแบบเมื่อคืนนี้อีก แล้วก็อย่าเที่ยวแสดงความเป็นเจ้าของตะวันจนออกนอกหน้าให้ใครรู้”“ได้ไงครับ” ภูมิแย้งทันที“แม่สงสารหลาน ลำพังเป็นกำพร้าก็น่าสงสารพออยู่แล้ว แกอย่าซ้ำเติมตะวันด้วยคำพูดติฉินนินทาของคนอื่นอีกเลย”“แต่ผม....”“แกรักตะวันจริงรึเปล่าล่ะ ถ้ารักก็เชื่อแม่สักครั้ง”ภูมิได้แค่คิดตามจริงสิ...เขาเอาแต่ใจ คิดเอาแต่ได้ ลืมนึกถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีของทานตะวันที่เขารักยิ่งดวงใจจริงๆเฮ้อ! ไอ้ภูมิ คนเลว!ภูมิหน้าสลด แต่เมื่อเงยหน้าเจอแววตาคมกริบของมารดา เขาก็ต้องรับปากรับคำ มารดาของเขาเพิ่งหายป่วย คงไม่ดีนักถ้ายังเป็นแบบนี้“ก็ได้ครับแม่ ผมจะพยายาม”“ก็แค่นั้นแหละชอบทำตัวงี่เง่าไม่เข้าเรื่อง
จวงถึงกับลนลานมองนายทั้งสองสลับไปมาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีก็รีบลงไปทันที เพียงคล้อยหลังแม่บ้านเก่าแก่ ภาคินีก็สะบัดตัวออกจากการพยุงของลูกชายเดินตรงไปยังห้องพระ ภูมิถึงกับถอนหายใจก่อนจะเดินตามไปคุกเข่าต่อหน้าพระประธานเคียงข้างมารดาที่นั่งมองภาพบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเขา ครู่ใหญ่ภาคินีจึงเอ่ยเสียงเรียบราวสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่“สารภาพต่อหน้าพระเดี๋ยวนี้”“สารภาพอะไรครับแม่” ชายหนุ่มถามกลับเสียงอ่อยเมื่อมองสบตามารดาเห็นแววขึ้งโกรธคงอยู่“ก็สารภาพต่อหน้ารูปพ่อแกกับพระท่านว่าที่ทำแบบนั้นกับตะวันว่าแกจริงจังหรือเห็นเด็กเป็นของเล่น”“โธ่! แม่ครับ!” ภูมิอุทาน คิ้วขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิดกับคำพูดมารดา “ผมรักตะวันแม่ก็รู้”“รู้ที่ไหน แกไม่เคยบอกสักคำ”“ก็ผม” พ่อเลี้ยงหนุ่มอึกอักพูดไม่ออก “ผมรู้ว่าแม่รู้ อย่ามาบีบผมให้พูดเลย”“ฉันไม่ได้บีบแต่แกเองที่อมพะนำอ้ำอึ้งไม่ชัดเจน”“ก็ผมจะชัดเจนได้ไงในเมื่อตอนนั้นตะวันยังเด็กอยู่”“แต่ตอนนี้ตะวันเป็นผู้ใหญ่แล้ว แกต้องชัดเจน” “ผมก็กำลังชัดเจนอยู่ในแบบของผม” ภูมิแก้ตัวทั้งที่จริงแล้วก็รู้ว่าสิ่งที่ทำเหมือนไม่ให้เกียรติทานตะวัน ซึ่งมารดาของเขาก็ไม่ชอ
“ตะวันรู้ ตะวันขอโทษค่ะคุณย่า ฮืออ” ทานตะวันละล่ำละลักกอดเท้าแนบหน้ากับเท้าผู้มีพระคุณแน่ภาคินีถอนหายใจหนักหน่วง น้ำตาปริ่มตาสงสารเด็กน้อยน่ารักที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกไม่วาย แต่นางต้องสั่งสอนให้ทานตะวันรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้องถึงแม้คนสองคนรักกันจะไม่ผิด แต่ผิดที่ใจเร็วด่วนได้โดยไม่ทำให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม“หยุดพูดคำว่าขอโทษแล้วตอบย่าว่าทำไมไม่ฟังคำย่าสอน ทำไมไม่รักนวลสงวนตัว” นางถามเสียงเครียดพลางทุบแผ่นหลังบอบบางสั่งสอนหลายครั้ง ถึงไม่แรงแต่มันอาจทำให้คนถูกทุบและตัวต้นเหตุรู้สึกเจ็บได้“แม่ครับ! หยุดตีตะวันสักที” ภูมิยื้อข้อมือมารดาที่เงี้อค้างจ้องตาเขียวปัดมาที่เขา“ปล่อย”“ไม่ครับ” “แม่จะสั่งสอนหลาน” นางว่าพลางเงื้อมือจะทุบต่อ แต่ถูกรั้งไว้อีก “หรือว่าแกอยากโดนแทน”ทานตะวันเห็นสองแม่ลูกยื้อยุดก็โผเข้าคั่นกลาง พยายามปลดมือภูมิออก “ปล่อยมือคุณย่าค่ะอาภูมิ ตะวันผิดไปแล้ว ตีตะวันแต่อย่าโกรธอาภูมิเลยนะคะคุณย่า”“อยากโดนตีใช่ไหม ทานตะวัน!” ภาคินีเอ่ยเสียงเบาลงด้วยความอ่อนใจ“ค่ะคุณย่า”“ได้!”ทานตะวันสะอึกสะอื้นคุกเข่าคลานเข้ากอดขาอย่างจำนนให้ผู้เป็นย่าทุบตี ภาคินี
“มีที่ไหนล่ะครับ ผมนอนคนเดียว”“สภาพแบบนี้เนี่ยนะ”ภูมิที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกำลังรูดซิปกางเกงยีนส์ขึ้นถึงกับชะงักก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ พบทั้งเสื้อผ้าเกลื่อนพื้น ที่นอนยับยู่ยี่ ผ้าห่มม้วนขยุกขยุยไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งกลางที่นอนนั่นชิบหายละ!ชายหนุ่มรู้ว่าที่ถูกไล่ต้อนแบบนี้เพราะมารดากำลังจับพิรุธเขาอยู่ ใจพลันคิดถึงทานตะวัน หวังว่าเธอจะออกไปจากห้องทันก่อนมารดาจะเข้ามา แต่เมื่อเหลือบมองไปทางผ้าม่านประตูระเบียงที่ไหวพะเยิบพะยาบตามแรงลมก็รู้แล้วว่ามีอะไรที่ด้านนอกนั่น“ว่าไง” นางถามย้ำพลางหรี่ตามองจับผิด “ตอบมา ตอบให้ดีๆ ด้วยล่ะ ฉันรอฟัง”ภูมิรู้เลยว่ามารดากำลังฉุนใจขาด ดูจากสรรพนามที่เรียกแทนตัวเองก็รู้“โธ่ แม่ก็รู้ว่าผมนอนดิ้น”“แค่นี้”“ครับ”ภาคินีส่ายหน้าระอาเพราะรู้อยู่แก่ใจ นางเคยถามลูกชายเรื่องความรู้สึกที่มีต่อทานตะวัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่ชัดเจน นางร้อนใจไม่อยากให้ทานตะวันตกลงปลงใจกับใครไวนัก อย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้ ถึงยังไงเรือล่มในหนองก็ย่อมดีกว่า นางหมายตาทานตะวันไว้ให้แต่ใครจะรู้ใจลูกชายที่เริ่มแก่ หัวดื้อ แถมยังปากหนักนี่สิ!“แกจะทำอะไรก็ให้มันชัด
ให้รู้ซะบ้างว่าทานตะวันเป็นของเขา ใครหน้าไหนอย่าสะเออะเหอะ!ร่างสูงล่ำคล้ำแดดไม่สวมเสื้อผ้ากลับมาทิ้งตัวลงนอนข้างร่างนุ่มโอบกอดเธอไว้ ทานตะวันส่งเสียงงึมงำในลำคอแล้ววาดมือโอบเอวของเขาเช่นกัน เพียงเท่านั้นไฟราคะก็ลุกโชนอีกรอบ ร่างบางถูกรุกรานจากรสสัมผัสและดำกฤษณาต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปอีกตามเคยภูมิพินิจดวงหน้าชื้นเหงื่อของหลานสาวที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาทางพฤตินัยของตนด้วยแววตารักใคร่ เรียวนิ้วไล้พวงแก้มนวลจนอีกฝ่ายรู้ตัวขยับกาย“กี่โมงแล้วคะอาภูมิ”อาหนุ่มยกยิ้มจ้องนาฬิกาข้างฝาผนังแล้วตอบ “เกือบเก้าโมงแล้วจ้ะ หิวรึยัง อาจะได้ทำอะไรให้กิน”“ห๊า! เก้าโมง!”ทานตะวันทะลึ่งพรวดลุกนั่ง สีหน้าเหยเก “ทำไมไม่ปลุกคะ ตะวันต้องรีบไปหาคุณย่า”“เดี๋ยวค่อยไปสายหน่อยก็ได้”“อาภูมิไม่ห่วงคุณย่าเหรอคะ ”“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่อาว่า...”“คุณย่าเป็นแม่อาภูมินะ!” เด็กสาวเสียงขุ่นก่อนลุกพรวดพราดแต่โดนดึงแขนไว้จึงหันกลับมาทำหน้าตูมเสียงเข้ม “ตะวันจะไปหาคุณย่าค่ะ”“อย่าเพิ่งเลยน่า”“เอ๊ะ! อาภูมิทำไมดื้อ”เธอไม่ฟังที่ถูกยื้อ แต่ภูมิโอบเอวไว้ไม่ให้ลุก ทำให้ทานตะวันถึงกับหน้าบึ้งดึงมือออกแล้วผลุบหายเข้าไปใน
“พักนึงแล้ว อานอนไม่หลับเลยออกมาคิดอะไรเพลินๆ ริมระเบียง”“คิดอะไรอยู่เหรอคะ มีตะวันอยู่ในความคิดอาภูมิรึเปล่า” เธอถามหยอกเย้าแต่นึกได้ก็รีบบอก “ตะวันขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ”“ละลาบละล้วงอะไรกัน”“ก็ที่ถาม”“ตะวันสงสัยว่าอาคิดเรื่องตะวันรึเปล่าน่ะเหรอ”“ค่ะ ตะวันไม่อยากให้อาภูมิรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ ตะวันอยากให้อาภูมิรู้ว่าตะวันเต็มใจ”ภูมินั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าเด็กสาวที่ยังผมเผ้ารุงรังเพราะบทรักเมื่อคืน มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะโน้มตัวจูบริมฝีปากบวมเจ่อเบาๆ“อารักตะวัน”“รู้แล้วค่ะ อาภูมิบอกหลายรอบแล้ว”“อาอยากพูดให้ฟังทุกวัน”“ตะวันก็จะรอฟังทุกวัน” เธอตอบยิ้มๆ“ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้อารักทุกวันด้วย”“หา!”ทานตะวันอ้าปากค้างเข้าใจความหมายแฝงในนั้น ภูมิยิ้มกริ่มจูบริมฝีปากอิ่มรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“ตกใจขนาดนั้นเชียว หรือว่าที่อาทำตะวันไม่มีความสุข”“ปะ... เปล่าค่ะ ตะวันมีความสุข... แต่ทุกวันมันเจ็บ”“ทำหลายๆ วัน ไม่นานก็หายเจ็บค่ะ” อาหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ในขณะที่เด็กสาวถึงกับหน้าแดงซ่าน“อาภูมิทะลึ่ง|“แน่ะ ว่าอาอีกแล้ว เอาเถอะอาไม่แกล้งแล้ว
ในเมื่อเขาบอกว่ารักเธอและเธอก็รักเขาอยู่เต็มหัวใจ อีกทั้งบุญคุณล้นพ้นที่เขาเก็บเธอมาชุบเลี้ยงให้ความรักให้การศึกษา เธออยากตอบแทนเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี เธอผิดหรือไม่ที่ตามใจเขาอย่างนี้ ภูมิขับรถเข้าโรงจอดข้างตัวบ้านก่อนจะรีบลงจากรถวิ่งอ้อมมาเปิดประตู ค้อมตัวลงมายิ้มให้ดวงตาเปล่งประกายสุกใสทานต
“อาภูมิอย่าประชดแบบนี้สิคะ มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ!”“อารุ้แค่ว่าตะวันรังเกียจความรู้สึกของอา”“ตะวันไม่ได้รังเกียจ!”เธอหรือจะกล้าคิดอย่างนั้น...เด็กสาวน้ำตาหยดทันที ไวเท่าความคิดเท้าที่เจ็บเมื่อครู่กลับไร้ซึ่งความเจ็บปวด มันก้าวนำเธอไปทางฝั่งที่อาหนุ่มกำลังเปิดประตูรถโดยไม่นำพาว่าภูมิจะคิดยังไง“
เธอร้องเสียงหลงเหลียวหาคนช่วยแต่ถนนยามดึกเปลี่ยวจนน่าใจหาย ไม่มีรถแม้สักคันติดไฟแดงหรือผ่านไปมา ภูมินึกโมโหจนต้องตวาด“หยุดเดี๋ยวนี้! ร้องยังกะวัวถูกเชือดไปได้ อาไม่ได้จะพาไปฆ่าสักหน่อย”“อาภูมิไมได้ฆ่าให้ตายแต่อาภูมิจะฆ่าตะวันทั้งเป็นรู้ตัวรึเปล่าคะ” เธออุทธรณ์น้ำตาท่วมแก้ม“อาฆ่าตะวันทั้งเป็นตรงไ
เธอตัดสินใจผลักอาหนุ่มเต็มแรงจนร่างหนาเซชนกระจกฝั่งคนขับ ศอกชายหนุ่มสัมผัสโดนปุ่มกระจกเต็มแรง หน้าต่างฝั่งคนขับเลื่อนลงโดยอัตโนมัติ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “คุณ... คุณ”“อย่ายุ่งน่า ใครวะ!” ภูมิสบถหันขวับไปมองถึงกับเบิกตาค้าง “เฮ้ย! ตำรวจ!”“ก็ตำรวจสิครับ” นายตำรวจหนุ่มถอนหายใจเฮ







