LOGINทานตะวันไม่ได้ท้วงต่อเพราะกลัวจะทำให้อาหนุ่มหงุดหงิดไปอีกจึงเงียบไป ภูมิลอบมองดวงหน้าเรียวแล้วแอบยิ้มนิดๆ แต่เมื่อเหลือบมองกระจกอีกทีเห็นดวงตาเต็มไปด้วยคำถามจากเด็กสาวมองอยู่ก็กลอกตามองถนนก่อนเอื้อมมือไปเปิดดีวีดีให้เด็กสาวดูทำลายความเงียบ
“ดูหนังดีกว่านะ... อาว่า” ชายหนุ่มแก้เก้อ
“ค่ะ”
“ดูอะไรดี”
“แล้วแต่อาภูมิเลยค่ะ” ทานตะวันพยักเพยิดให้อาหนุ่ม
ภูมิจึงกดเปิดแผ่นหนังที่ค้างอยู่ในเครื่องเล่นโดยไม่ได้ดูว่าเป็นเรื่องอะไร กระทั่งเสียงดังขึ้นพร้อมหน้าจอปรากฏภาพดาราฮอลลีวู๊ดหนุ่มใหญ่กำลังเล่นฉากรักถึงพริกถึงขิงกับเด็กสาวผมเปียยาวรุ่นราวคราวลูก แถมเสียงใส่อารมณ์ในฉากรักทำให้ทั้งคนเปิดและคนฟังต่างหน้าม้านไปตามๆ กัน
“เอ่อ...” ภูมิแทบสำลัก อ้ำอึ้งไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายเมื่อดูสีหน้ากระอักกระอ่วนของทานตะวัน
ชายหนุ่มถึงกับสบถในใจ ก็ระหว่างรอเธอเขาเปิดหนังดูแก้เบื่อ เผอิญว่าเป็นแผ่นเก่าเก็บที่มีคนให้แล้วไอ้ตัวแสบนั่นก็เลือกแผ่นนี้ให้บอกว่าเขาต้องชอบ
โธ่เว้ย!
ไอ้เวรนั่น!
“อา อาว่า...”
“อาภูมิดูหนังแนวนี้ด้วยเหรอคะ”
“อืม มีคนให้มาน่ะ อาว่าเรื่องนี้หนังดีนะ”
“เอ่อ... ถึงดีแต่ก็ไม่น่าดูค่ะ เดี๋ยวนี้หนังดีเค้าต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอคะ”
“ก็มันเรียลดีคนดูชอบไง ยิ่งหนังผรั่งเศสนะเล่นฉากเลิฟซีนกันจริงจังเลย”
เด็กสาวทำหน้าแหยพูดเสียงเบาหวิว “ดูเพื่อความบันเทิงก็พอมั้งไม่เห็นต้องเปลืองตัวเลย พระนางก็อายุห่างกันยังกะพ่อกับลูกเลย”
“ก็ปกติที่ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดนะ บางทีก็ดุด้วย”
“ดุยังไงคะ”
“ก็ เอ่อ ดุแบบ เป็นคนดุ”
ภูมิถึงกับอ้ำอึ้งรู้ว่าคำตอบของตัวเองแสนโง่ แถมยังเผลอพูดกำกวมสองแง่สองง่ามกับทานตะวันเข้าให้
ทานตะวันจ้องจอภาพด้วยความสนใจ จริงอย่างที่เขาบอก พระเอกในเรื่องรุ่นราวคราวพ่อแต่ร่างกายกำยำไร้ส่วนเกินเปิดเปลือยท่อนบนส่วนท่อนล่างมีเพียงบ็อกเซอร์สีขาวตัวเดียวกำลังไล่ฟัดเด็กสาวผมเปียยาวสีทองหุ่นอ้อนแอ้น ทำให้ทานตะวันเกิดจินตนาการจนหน้าแดงก่ำเมินออกไปนอกหน้าต่างแทบไม่ทัน
“ทำไมไม่ดูล่ะ”
“หนังไม่น่าดูค่ะ”
“แต่เรื่องนี้ดังมากเลยนะ”
เด็กสาวหันกลับมามองจอแวบหนึ่งก่อนเมินอีกรอบ “ตะวันไม่ชอบหนังแนวนี้ ดูไม่สมกันจิ้นไม่ออก พระนางอายุห่างกันเหมือนพ่อกับลูกยิ่งกว่าอาภูมิกับตะวันอีก”
“ก็แบบนี้แหละ หนุ่มใหญ่ประสบการณ์โชกโชน สาวๆ ชอบ” ภูมิพูดไปหัวเราะขบขัน
เขาโยนหินถามทางเด็กสาวและพอรู้ว่าที่ทานตะวันทำเป็นไม่สนใจนั้นที่แท้ไม่จริงเลย เธอแอบลอบมองเป็นระยะก่อนจะพูดเสียงเบาหวิวมือกำหน้าตักแน่น
“ไม่รู้ค่ะ ว่าแต่นี่เรื่องอะไรคะ หนังเก๊าเก่า”
“โลลิต้า... เคยได้ยินไหม”
“โล ลิ ต้า” ทานตะวันทวนคำพลันถึงกับหน้าแดงก่ำถึงบางอ้อทันที ทำไมเธอจะไม่เคยได้ยินหนังโลลิระดับตำนานขนาดนี้ แต่เธอไม่คิดว่าภูมิจะชอบ เธอแปลกใจแต่ไม่กล้าพูดอะไร
“เคยได้ยินสินะ หึหึ เรื่องนี้ดังจะตายแล้วอีกอย่างนี่เป็นความสัมพันธ์พื้นฐานของชายหญิงนะ” อาหนุ่มยกยิ้มแล้วพูดหน้าตาเฉย “ถ้าตะวันแต่งงานก็ต้องเป็นแบบนี้หนีไม่พ้นหรอก”
“ตะวันไม่อยากแต่งงานค่ะ” เด็กสาวตอบเสียงเบาหวิว
“ทำไมล่ะ!”
“ก็ไม่อยากแต่งต้องมีเหตุผลด้วยเหรอคะ”
“ต้องมีเหตุผลสิ”
“หรือว่าอาภูมิอยากให้ตะวันแต่งงานอีกคนคะ” เธอย้อน
ภูมิมุ่นคิ้วกับคำว่าอีกคนจนอดถามไม่ได้ “ใครกันอยากให้ตะวันแต่งงาน”
“คุณย่าอยากให้ตะวันเป็นฝั่งเป็นฝาไวๆ จะได้มีเหลนให้อุ้มไวๆ ค่ะ แต่ตะวันยังไม่อยาก”
“ทำไมล่ะ”
“ก็ตะวันยังเด็ก”
“อายุเท่านี้ก็ไม่เด็กแล้ว” ภูมิเผลอตัวเสียงดังใส่แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “อาหมายถึงคนจะสมบูรณ์เต็มที่ก็ต้องผ่านการแต่งงานมีครอบครัวมีสามีและมีลูก”
“แต่ตะวันจะอยู่กับคุณย่า ดูแลอาภูมิด้วย จะเอาเวลาที่ไหนไปมีใครได้ไง” เธอเปลี่ยนเรื่อง
“ถึงแต่งงานไปก็ยังดูแลอาได้ อาจะให้ตะวันดูแลเช้ากลางวันเย็นกลางคืนยันดึกดื่นถึงเช้าไปเลย”
เธอสะดุดกับคำพูดอาหนุ่มถึงกับสำลักน้ำผลไม้กล่องที่กำลังดื่มจึงพูดทั้งน้ำเสียงตื่นๆ “แบบนั้นต้องคนเป็นภรรยาแล้วค่ะ หรืออาภูมิจะให้ตะวันเป็นภรรยาล่ะคะ”
คราวนี้เป็นภูมิเองที่งันไป
“แล้วคนจะเป็นภรรยาทำแบบในหนังกับอาได้ไหมล่ะ” ภูมิโยนหินถามทางหน้าตาเฉย
ทานตะวันถึงกับหน้าแดงก่ำ มองอาหนุ่มสลับกับฉากจูบลึกซึ้งในหนังด้วยความกระอักกระอ่วน
เธอไม่ควรถามเลย...
“ตะวันว่าเราเปลี่ยนดูเรื่องอื่นดีกว่านะคะอาภูมิ”
แต่ภูมิก็ได้แต่ตอบในใจ นึกเคืองตัวเองที่โยนหินถามทางจนไก่เกือบตื่น พอเห็นเธอเอื้อมมือจะกดปุ่มเปิดเอาแผ่นออก เขาจึงโพล่งขึ้น
“จริงๆ อาว่าเรื่องนี้ก็ดีนะ ทำให้ตะวันรู้ว่าความรักของชายหญิงไม่จำเป็นต้องเป็นรักแบบเด็กๆ หรือหนุ่มสาววัยเดียวกันเสมอไป จะผู้ชายอ่อนกว่าหรือผู้หญิงแก่กว่า มากหรือน้อยเอาอะไรมาวัดไม่ได้หรอก แค่คนสองคนมีความรักต่อกันมันก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้น”
“แต่มันไม่เหมาะเพราะสถานะของผู้ชายนี่แหละค่ะ อาภูมิก็เห็นว่าตัวพระเอกเขาไม่ใช่คนตัวเปล่า ถ้าแบบอาภูมิที่ยังโสดก็ว่าไปอย่าง เป็นตะวันจะรีบตะครุบ เอ๊ย!...”
“งั้นก็จัดการตามที่แกเห็นสมควร แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าแกจัดการเรื่องนี้ไม่ได้อย่าหวังว่าแม่จะยกตะวันให้”ไม่ให้ก็ได้มาแล้วด้วยความเต็มใจของทานตะวันด้วยซ้ำหึ...“ว่าไง”“ผมรู้น่า” ภูมิจำใจรับปากอย่างหงุดหงิด“อีกอย่างที่แม่อยากขอร้องแก”“อะไรอีกครับ”คราวนี้น้ำเสียงภูมิติดรำคาญเล็กน้อย ภาคินีค้อนขวับลูกชายแล้วบอกน้ำเสียงจริงจัง“แม่ขอร้องว่าระหว่างที่ยังไม่ได้จัดงานตบแต่งเป็นเรื่องเป็นราว แกอย่าได้ทำแบบเมื่อคืนนี้อีก แล้วก็อย่าเที่ยวแสดงความเป็นเจ้าของตะวันจนออกนอกหน้าให้ใครรู้”“ได้ไงครับ” ภูมิแย้งทันที“แม่สงสารหลาน ลำพังเป็นกำพร้าก็น่าสงสารพออยู่แล้ว แกอย่าซ้ำเติมตะวันด้วยคำพูดติฉินนินทาของคนอื่นอีกเลย”“แต่ผม....”“แกรักตะวันจริงรึเปล่าล่ะ ถ้ารักก็เชื่อแม่สักครั้ง”ภูมิได้แค่คิดตามจริงสิ...เขาเอาแต่ใจ คิดเอาแต่ได้ ลืมนึกถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีของทานตะวันที่เขารักยิ่งดวงใจจริงๆเฮ้อ! ไอ้ภูมิ คนเลว!ภูมิหน้าสลด แต่เมื่อเงยหน้าเจอแววตาคมกริบของมารดา เขาก็ต้องรับปากรับคำ มารดาของเขาเพิ่งหายป่วย คงไม่ดีนักถ้ายังเป็นแบบนี้“ก็ได้ครับแม่ ผมจะพยายาม”“ก็แค่นั้นแหละชอบทำตัวงี่เง่าไม่เข้าเรื่อง
จวงถึงกับลนลานมองนายทั้งสองสลับไปมาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีก็รีบลงไปทันที เพียงคล้อยหลังแม่บ้านเก่าแก่ ภาคินีก็สะบัดตัวออกจากการพยุงของลูกชายเดินตรงไปยังห้องพระ ภูมิถึงกับถอนหายใจก่อนจะเดินตามไปคุกเข่าต่อหน้าพระประธานเคียงข้างมารดาที่นั่งมองภาพบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเขา ครู่ใหญ่ภาคินีจึงเอ่ยเสียงเรียบราวสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่“สารภาพต่อหน้าพระเดี๋ยวนี้”“สารภาพอะไรครับแม่” ชายหนุ่มถามกลับเสียงอ่อยเมื่อมองสบตามารดาเห็นแววขึ้งโกรธคงอยู่“ก็สารภาพต่อหน้ารูปพ่อแกกับพระท่านว่าที่ทำแบบนั้นกับตะวันว่าแกจริงจังหรือเห็นเด็กเป็นของเล่น”“โธ่! แม่ครับ!” ภูมิอุทาน คิ้วขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิดกับคำพูดมารดา “ผมรักตะวันแม่ก็รู้”“รู้ที่ไหน แกไม่เคยบอกสักคำ”“ก็ผม” พ่อเลี้ยงหนุ่มอึกอักพูดไม่ออก “ผมรู้ว่าแม่รู้ อย่ามาบีบผมให้พูดเลย”“ฉันไม่ได้บีบแต่แกเองที่อมพะนำอ้ำอึ้งไม่ชัดเจน”“ก็ผมจะชัดเจนได้ไงในเมื่อตอนนั้นตะวันยังเด็กอยู่”“แต่ตอนนี้ตะวันเป็นผู้ใหญ่แล้ว แกต้องชัดเจน” “ผมก็กำลังชัดเจนอยู่ในแบบของผม” ภูมิแก้ตัวทั้งที่จริงแล้วก็รู้ว่าสิ่งที่ทำเหมือนไม่ให้เกียรติทานตะวัน ซึ่งมารดาของเขาก็ไม่ชอ
“ตะวันรู้ ตะวันขอโทษค่ะคุณย่า ฮืออ” ทานตะวันละล่ำละลักกอดเท้าแนบหน้ากับเท้าผู้มีพระคุณแน่ภาคินีถอนหายใจหนักหน่วง น้ำตาปริ่มตาสงสารเด็กน้อยน่ารักที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกไม่วาย แต่นางต้องสั่งสอนให้ทานตะวันรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้องถึงแม้คนสองคนรักกันจะไม่ผิด แต่ผิดที่ใจเร็วด่วนได้โดยไม่ทำให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม“หยุดพูดคำว่าขอโทษแล้วตอบย่าว่าทำไมไม่ฟังคำย่าสอน ทำไมไม่รักนวลสงวนตัว” นางถามเสียงเครียดพลางทุบแผ่นหลังบอบบางสั่งสอนหลายครั้ง ถึงไม่แรงแต่มันอาจทำให้คนถูกทุบและตัวต้นเหตุรู้สึกเจ็บได้“แม่ครับ! หยุดตีตะวันสักที” ภูมิยื้อข้อมือมารดาที่เงี้อค้างจ้องตาเขียวปัดมาที่เขา“ปล่อย”“ไม่ครับ” “แม่จะสั่งสอนหลาน” นางว่าพลางเงื้อมือจะทุบต่อ แต่ถูกรั้งไว้อีก “หรือว่าแกอยากโดนแทน”ทานตะวันเห็นสองแม่ลูกยื้อยุดก็โผเข้าคั่นกลาง พยายามปลดมือภูมิออก “ปล่อยมือคุณย่าค่ะอาภูมิ ตะวันผิดไปแล้ว ตีตะวันแต่อย่าโกรธอาภูมิเลยนะคะคุณย่า”“อยากโดนตีใช่ไหม ทานตะวัน!” ภาคินีเอ่ยเสียงเบาลงด้วยความอ่อนใจ“ค่ะคุณย่า”“ได้!”ทานตะวันสะอึกสะอื้นคุกเข่าคลานเข้ากอดขาอย่างจำนนให้ผู้เป็นย่าทุบตี ภาคินี
“มีที่ไหนล่ะครับ ผมนอนคนเดียว”“สภาพแบบนี้เนี่ยนะ”ภูมิที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกำลังรูดซิปกางเกงยีนส์ขึ้นถึงกับชะงักก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ พบทั้งเสื้อผ้าเกลื่อนพื้น ที่นอนยับยู่ยี่ ผ้าห่มม้วนขยุกขยุยไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งกลางที่นอนนั่นชิบหายละ!ชายหนุ่มรู้ว่าที่ถูกไล่ต้อนแบบนี้เพราะมารดากำลังจับพิรุธเขาอยู่ ใจพลันคิดถึงทานตะวัน หวังว่าเธอจะออกไปจากห้องทันก่อนมารดาจะเข้ามา แต่เมื่อเหลือบมองไปทางผ้าม่านประตูระเบียงที่ไหวพะเยิบพะยาบตามแรงลมก็รู้แล้วว่ามีอะไรที่ด้านนอกนั่น“ว่าไง” นางถามย้ำพลางหรี่ตามองจับผิด “ตอบมา ตอบให้ดีๆ ด้วยล่ะ ฉันรอฟัง”ภูมิรู้เลยว่ามารดากำลังฉุนใจขาด ดูจากสรรพนามที่เรียกแทนตัวเองก็รู้“โธ่ แม่ก็รู้ว่าผมนอนดิ้น”“แค่นี้”“ครับ”ภาคินีส่ายหน้าระอาเพราะรู้อยู่แก่ใจ นางเคยถามลูกชายเรื่องความรู้สึกที่มีต่อทานตะวัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่ชัดเจน นางร้อนใจไม่อยากให้ทานตะวันตกลงปลงใจกับใครไวนัก อย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้ ถึงยังไงเรือล่มในหนองก็ย่อมดีกว่า นางหมายตาทานตะวันไว้ให้แต่ใครจะรู้ใจลูกชายที่เริ่มแก่ หัวดื้อ แถมยังปากหนักนี่สิ!“แกจะทำอะไรก็ให้มันชัด
ให้รู้ซะบ้างว่าทานตะวันเป็นของเขา ใครหน้าไหนอย่าสะเออะเหอะ!ร่างสูงล่ำคล้ำแดดไม่สวมเสื้อผ้ากลับมาทิ้งตัวลงนอนข้างร่างนุ่มโอบกอดเธอไว้ ทานตะวันส่งเสียงงึมงำในลำคอแล้ววาดมือโอบเอวของเขาเช่นกัน เพียงเท่านั้นไฟราคะก็ลุกโชนอีกรอบ ร่างบางถูกรุกรานจากรสสัมผัสและดำกฤษณาต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปอีกตามเคยภูมิพินิจดวงหน้าชื้นเหงื่อของหลานสาวที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาทางพฤตินัยของตนด้วยแววตารักใคร่ เรียวนิ้วไล้พวงแก้มนวลจนอีกฝ่ายรู้ตัวขยับกาย“กี่โมงแล้วคะอาภูมิ”อาหนุ่มยกยิ้มจ้องนาฬิกาข้างฝาผนังแล้วตอบ “เกือบเก้าโมงแล้วจ้ะ หิวรึยัง อาจะได้ทำอะไรให้กิน”“ห๊า! เก้าโมง!”ทานตะวันทะลึ่งพรวดลุกนั่ง สีหน้าเหยเก “ทำไมไม่ปลุกคะ ตะวันต้องรีบไปหาคุณย่า”“เดี๋ยวค่อยไปสายหน่อยก็ได้”“อาภูมิไม่ห่วงคุณย่าเหรอคะ ”“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่อาว่า...”“คุณย่าเป็นแม่อาภูมินะ!” เด็กสาวเสียงขุ่นก่อนลุกพรวดพราดแต่โดนดึงแขนไว้จึงหันกลับมาทำหน้าตูมเสียงเข้ม “ตะวันจะไปหาคุณย่าค่ะ”“อย่าเพิ่งเลยน่า”“เอ๊ะ! อาภูมิทำไมดื้อ”เธอไม่ฟังที่ถูกยื้อ แต่ภูมิโอบเอวไว้ไม่ให้ลุก ทำให้ทานตะวันถึงกับหน้าบึ้งดึงมือออกแล้วผลุบหายเข้าไปใน
“พักนึงแล้ว อานอนไม่หลับเลยออกมาคิดอะไรเพลินๆ ริมระเบียง”“คิดอะไรอยู่เหรอคะ มีตะวันอยู่ในความคิดอาภูมิรึเปล่า” เธอถามหยอกเย้าแต่นึกได้ก็รีบบอก “ตะวันขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ”“ละลาบละล้วงอะไรกัน”“ก็ที่ถาม”“ตะวันสงสัยว่าอาคิดเรื่องตะวันรึเปล่าน่ะเหรอ”“ค่ะ ตะวันไม่อยากให้อาภูมิรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ ตะวันอยากให้อาภูมิรู้ว่าตะวันเต็มใจ”ภูมินั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าเด็กสาวที่ยังผมเผ้ารุงรังเพราะบทรักเมื่อคืน มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะโน้มตัวจูบริมฝีปากบวมเจ่อเบาๆ“อารักตะวัน”“รู้แล้วค่ะ อาภูมิบอกหลายรอบแล้ว”“อาอยากพูดให้ฟังทุกวัน”“ตะวันก็จะรอฟังทุกวัน” เธอตอบยิ้มๆ“ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้อารักทุกวันด้วย”“หา!”ทานตะวันอ้าปากค้างเข้าใจความหมายแฝงในนั้น ภูมิยิ้มกริ่มจูบริมฝีปากอิ่มรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“ตกใจขนาดนั้นเชียว หรือว่าที่อาทำตะวันไม่มีความสุข”“ปะ... เปล่าค่ะ ตะวันมีความสุข... แต่ทุกวันมันเจ็บ”“ทำหลายๆ วัน ไม่นานก็หายเจ็บค่ะ” อาหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ในขณะที่เด็กสาวถึงกับหน้าแดงซ่าน“อาภูมิทะลึ่ง|“แน่ะ ว่าอาอีกแล้ว เอาเถอะอาไม่แกล้งแล้ว
หนุ่มใหญ่กร่นด่าตัวเองในใจแล้วถึงกับสะดุ้งเมื่อสลิลลาเปิดผ้าม่านเยี่ยมหน้าเข้ามาดู“เป็นยังไงบ้างเลือกได้สักชุดรึยัง”ชายหนุ่มพยักหน้านิ่งๆ แล้วโบกมือให้ “เกือบแล้วๆ”“งั้นก็ช่วยไม่ได้ ดูเองไปก่อนนะ เดี๋ยวลิลไปดูให้ลูกค้าอีกกลุ่มที่ห้องลองฝั่งโน้น ท่าทางจะกระเป๋าหนักน่าดูต้องดูแลมากหน่อย”“ตามสบายเ
ทานตะวันยืนเก้ออยู่ในห้องทำงานของสลิลลากับภูมิสองต่อสองถึงกับเก้อไป ห้องมิดชิดแอร์เย็นฉ่ำมีห้องลองเสื้อขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่ชิดผนังด้านใน มิดชิดเกินไปจนทานตะวันรู้สึกใจคอไม่ดีแปลกๆ“เข้าไปลองไป” ภูมิออกคำสั่งทานตะวันรับชุดราตรีสีแดงสดมาถือไว้ ภูมิพยักหน้าแล้วดันหลังให้เธอเข้าไปในห้องลอง ส่วนเขานั
“หา! อาภูมิว่าไงนะคะ?”“ก็โตแล้ว จบแล้ว จะได้ทำงานแล้ว มีสามีได้แล้วไง”“ตะวันยังไม่มีแฟนจะให้รีบมีสามีแล้วเหรอคะอาภูมิ”ทานตะวันพูดไปก็หน้าเห่อร้อน เธอสะดุดใจรอบสองที่วันนี้อาหนุ่มดูประหลาด ทั้งดวงตาระยิบระยับและคำพูดชวนคิดนั่น เธอไม่ได้คิดไปเองว่าครั้งนี้ภูมิถามแปลกๆ แต่เธอก็ไม่ได้ถามเอาความด้วยเ
ทานตะวันรีบตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน อยากทึ้งหัวสมองไม่รักดีเป็นบ้า!ภูมิหันขวับมาที่ทานตะวัน เห็นสีหน้าของเธอนั้นจะว่าแดงก็แดงก่ำเหมือนคนจิบไวน์ ทำให้เขาอดคิดไมได้ว่าหรือที่เธอพูดนั้นเพราะคิดจริงหรือแค่...“ตะวันแค่ยกตัวอย่างค่ะอาภูมิ อย่าคิดมากว่าตะวันแก่แดดเลยนะคะ” เธอรีบบอกหลังจากเงยหน้าสบตาอาหน







