Beranda / โรแมนติก / บ่วงรักผีเสื้อ / บทที่ 9 คู่หมั้นของผม - 50%

Share

บทที่ 9 คู่หมั้นของผม - 50%

last update Tanggal publikasi: 2024-12-29 16:30:13

“ผมขอให้คำสัตย์กับพี่ว่าตลอดระยะเวลาที่น้องอายยังเป็นนักศึกษา ผมไม่มีวันทำเรื่องไม่เหมาะไม่ควรกับน้องอายเป็นอันขาด พี่เชื่อใจผมได้ และผมก็ขอยืนยันด้วยว่าตลอดเวลาที่ผมอยู่ในฐานะคู่หมั้นของน้องอาย จะไม่มีข่าวเสียหายเรื่องผู้หญิงมาให้ระแคะระคายหูพี่แน่นอน ผมขอรับปากพี่ไว้ตรงนี้เลย”

ภีมพลกล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สิ่งที่เขาพูดออกไปนั้นเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

“ขอบคุณมากครับคุณภีม”

อาทิตย์คลี่ยิ้มพลางลุกขึ้นแล้วยื่นมือออกไปข้างหน้า ภีมพลจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือออกไปบีบกระชับแน่นหนักเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของตนเอง

พิธีหมั้นเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่มีพิธีรีตองมากนัก แขกที่เชิญมามีแค่เพื่อนสนิท โดยทางฝั่งภีมพลมีพชรควงคู่มากับช่อมาลี และอีกคนคือเธียรทัต เพื่อนสนิทที่อยู่กลุ่มเดียวกัน ทางฝั่งรวิชามีแค่พรรณรายกับอารดา เพื่อนร่วมโรงเรียนมาร่วมงานด้วยเท่านั้นเพราะรวิชากำชับไม่ให้บอกใคร

ทางด้านผู้ใหญ่มีแค่บิดามารดาของทั้งสองฝ่าย นอกเหนือจากนั้นก็มีลูกน้องของภีมพลอีกสี่คนที่มาร่วมงานซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของเขา คอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในงาน

ผู้ทำหน้าที่เป็นตากล้องคือเป็นต่อ ลูกน้องมือขวาคนสนิทของภีมพล จากที่ตอนแรกตั้งใจเอาไว้ว่าจะจ้างตากล้องมืออาชีพมา แต่ทางฝั่งหญิงสาวไม่อยากให้เอิกเกริกมากนัก หน้าที่นั้นจึงตกแก่ลูกน้องของภีมพลแทน

หลังจากสวมแหวนแล้ว ภาวิณี มารดาของภีมพลเรียกให้รวิชาเข้าไปหา ตนไปอยู่เชียงรายมาหลายปีตั้งแต่ภีมพลกลับจากเมืองนอก ทำให้ไม่ได้พบปะเจอะเจอกับครอบครัวอินทรวิจักษ์อีกเลย ได้แต่โทรศัพท์พูดคุยกันบ้างในโอกาสสำคัญเช่นวันขึ้นปีใหม่เท่านั้น ครั้งสุดท้ายที่เห็นเด็กสาวคือตอนที่รวิชายังเป็นเด็กประถม ครั้นพอได้กลับมาเจอกัน ความผูกพันแต่เก่าก่อนจึงไม่ได้จางหายไปไหน

ตอนแรกคิดไว้ว่าจะมาถึงตั้งแต่เมื่อวานซืน แต่ติดขัดที่ปัญหาสุขภาพเพราะวิทยา บิดาของภีมพลรู้สึกตัวรุม ๆ เหมือนจะเป็นไข้ สุดท้ายจึงต้องเดินทางมาถึงเมื่อคืนตอนสามทุ่ม ทำให้ไม่ได้แวะมารับประทานอาหารกับบ้านนี้ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก

“หนูอายโตเป็นสาวสวยจนป้าจำแทบไม่ได้เลยลูก ไหนมานั่งใกล้ป้าหน่อยสิ ขอป้าดูหน้าชัด ๆ หน่อย”

ภาวิณีมองคู่หมั้นของบุตรชายด้วยความชื่นชม เมื่อครั้งที่รวิชายังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ นั้น ตนจำได้ดีว่าเอ็นดูสาวน้อยตรงหน้ามากแค่ไหน และเคยคุยกับสามีด้วยว่าอยากรับรวิชาเป็นบุตรบุญธรรม เพราะอยากมีบุตรสาวเหลือเกิน ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าวันนี้จะได้รวิชามาเป็นบุตรสาวสมตามความตั้งใจจริง ๆ

น้ำเสียงทอดอ่อนและสายตาเอื้อเอ็นดูของหญิงสูงวัยทำให้รวิชาคลายจากอาการเกร็งลงไปมาก หญิงสาวคลานเข่าเข้าไปหาช้า ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่เบื้องหน้าบิดามารดาของภีมพล เธอคลี่ยิ้มกว้างอย่างประจบเพราะจำคุณลุงคุณป้าแสนใจดีคู่นี้ได้ แต่เพราะระยะเวลาที่ห่างกันนานเกินไปจึงทำให้รู้สึกประหม่าขัดเขินไปบ้าง

มือเรียวของหญิงสูงวัยเข้ากอบกุมใบหน้าเรียวเล็กของรวิชาไว้อย่างเบามือ แล้วเอียงซ้ายเอียงขวา แววตาอบอุ่นกวาดมองส่วนประกอบบนดวงหน้านั้นอย่างพึงพอใจ

“ปากนิดจมูกหน่อย จิ้มลิ้มพริ้มเพราน่ารักจริง ๆ มิน่าละ พี่ภีมถึงได้เร่งรัดวันหมั้นนักหนาทั้งที่ป้าก็บอกอยู่ว่าให้รออีกสักสองเดือนก็ไม่ยอม ใจร้อนอยากจะหมั้นไว ๆ...” ภาวิณียังพูดไม่จบประโยค ภีมพลก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“คุณแม่ครับ ไว้หน้าลูกชายตัวเองบ้างสิครับคุณแม่”

คนพูดใบหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความขัดเขิน ก่อนหน้านี้เขาบอกกับอาทิตย์ไว้ว่าบิดามารดาจะไปทัวร์ยุโรปยาว จึงอยากจัดการงานหมั้นให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว บิดาของเขาอยากให้จัดงานหมั้นภายหลังจากที่กลับมาจากทริปแล้วต่างหาก

ส่วนพชรกับเธียรทัตนั้น ถึงกับกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนเมื่อถูกแฉความลับออกมา แล้วไหนจะหน้าแดง ๆ นั่นอีก อาการอย่างนี้ใช่ว่าจะได้พบเห็นกันได้ง่าย ๆ

ทางด้านรวิชาก็ไม่ต่างกัน เธอรู้สึกแปร่งหูแปลก ๆ กับคำเรียกขานของมารดาของคู่หมั้นหนุ่มที่ใช้แทนตัวเขาว่า “พี่” จนเธอแอบเรียกคำนั้นอยู่ในใจ ทว่าให้อย่างไรก็ไม่ชิน

ภายในบริเวณบ้านมีการจัดโต๊ะไว้เพียงแค่สามชุด เนื่องจากบิดามารดาของรวิชาไม่ต้องการให้เป็นข่าวใหญ่โตเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าการหมั้นเกิดขึ้นจากอะไร อีกทั้งไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้า ภีมพลกับรวิชาจะพัฒนาความสัมพันธ์กันเป็นอย่างอื่นหรือไม่นอกเหนือไปจากอากับหลาน พี่กับน้อง หรือว่าเป็นไปในแบบคนรัก ฉะนั้นเรื่องการหมั้นจึงอยากให้คนรู้น้อยที่สุดเพื่อเป็นการดีกับทั้งสองฝ่าย

บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเข้าไปนั่งคุยกันในห้องรับแขก รวิชาถูกพรรณรายกับอารดาลากไปนั่งคุยกันในมุมหนึ่งของบ้าน ขณะที่ภีมพลนั้นนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับพชร ช่อมาลีและเธียรทัต ภีมพลเรียกเป็นต่อกับลูกน้องอีกคนเข้ามาหาเพื่อสั่งงานบางอย่าง

“ชุม นายเอารูปพิธีหมั้นจากเป็นต่อไปให้นักข่าวคนที่มาหาผมวันก่อน บอกเขาด้วยว่าไม่ต้องลงเนื้อข่าวอะไรมากเพราะผมไม่ชอบ เขียนแค่ว่าพิธีหมั้นระหว่างผมกับน้องอายก็พอ” พูดจบเขาก็พยักหน้าให้รีบไปดำเนินการตามที่สั่ง

มุมหนึ่งของบ้านที่มีสามสาวนั่งคุยกันอยู่ พรรณรายแอบมองไปยังโต๊ะของภีมพลที่ถูกจัดไว้ตรงสวนนอกบ้านเป็นระยะ แล้วหันมากระซิบกระซาบกับเพื่อนสาวทั้งสองคน

“คู่หมั้นแกหล่อเหมือนกันนะยายอาย เท่ดีด้วย พี่ทิวของฉันยังเทียบไม่ติดเลยอิจฉาชะมัด จริงไหมอุ้ย” พรรณรายหันไปหาอารดาเพื่อขอแรงสนับสนุน ซึ่งอีกฝ่ายก็รับลูกทันที

“ใช่ ตอนแรกฉันนึกว่าจะแก่กว่านี้เสียอีก เห็นแกบอกว่าอายุตั้งสามสิบกว่าแล้วไม่ใช่หรือ แต่นี่เขาก็ยังดูดีอยู่เลยนะ เพื่อนเขาก็ด้วย แล้วทำไมพวกน้า ๆ ที่เป็นญาติฉันก็สามสิบกว่าเหมือนกัน แต่ทำไมดูแก่ได้ขนาดนั้นก็ไม่รู้”

อารดาขมวดคิ้วพลางเอียงคออย่างใช้ความคิด แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ดี ๆ พรรณรายก็พูดขึ้นเสียงดัง

“แก! ผู้หญิงสวย ๆ คนนั้นหน้าเหมือนนักร้องนำวงบัตเตอร์ฟลายเลย”

รวิชากับอารดามองตามที่เพื่อนชี้ ก่อนจะหันมาขมวดคิ้วแล้วถามเกือบจะพร้อมกัน

“บัตเตอร์ฟลายไหน วงอะไรทำไมไม่เคยได้ยิน” รวิชาทำหน้าเหลอหลา

พรรณรายมองเพื่อนสาวทั้งสองคนพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เจ้าตัวทำท่ากอดอกราวกับผู้ใหญ่กำลังคุยกับเด็ก

“เฮ้อ! เด็กน้อยเอ๊ย วงบัตเตอร์ฟลายน่ะเขาโด่งดังในหมู่คนท่องราตรีย่ะ ใครไม่รู้จักเนี่ยนะเชยระเบิด แต่ก็นะ...ฉันลืมไปว่าแกสองคนเป็นเด็กเรียน เป็นธรรมดาแหละที่จะไม่รู้จัก” พูดพลางทำท่ายักไหล่จนคนมองอดหมั่นไส้ไม่ได้ หากยังไม่ทันที่จะได้คุยกันต่อ รวิชาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนกำลังเดินอยู่ด้านนอก และหยุดพูดบางอย่างกับมาลัย แม่บ้านของที่นี่

“พิงค์! นั่นพี่วิชร เขาจะมาทำไม เฮ้ย! นั่นมัน...” และยิ่งตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อมองเห็นสิ่งของในมือเขานอกเหนือไปจากช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่เจ้าตัวถือมา

“นั่นมันกระเป๋าสะพายของฉัน!”

รวิชารู้ถึงเจตนาของอีกฝ่ายทันที การที่กลวิชรนำกระเป๋าสะพายของเธอที่ลืมไว้กับเขาตอนถูกมอมยามาคืนในวันหมั้น ก็หมายความว่ากลวิชรต้องการมาป่วนหรือหักหน้าเธอกับครอบครัวโดยเฉพาะ

รวิชาเดินออกมาได้สามสี่ก้าวก็ต้องชะงักเมื่อภีมพลเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ากลวิชรก่อน เธอเห็นเขายิ้มพรายเต็มวงหน้าระหว่างที่ยื่นมือออกไปรับช่อดอกไม้และกระเป๋าถือมาจากกลวิชร

“ขอบใจนะที่อุตส่าห์เอาดอกไม้มาให้น้องอาย รวมทั้งกระเป๋านี่ด้วย”

เขายิ้มให้หนุ่มรุ่นน้องแต่สายตาไม่ได้ยิ้มตาม ส่วนคนที่ถูกมองนั้นแม้จะนึกหวั่นเกรงกับสายตาของเจ้าพ่อซุสเพียงใด ทว่าศักดิ์ศรีที่ค้ำคอและความอยากเอาชนะจึงทำให้เผลอพูดในสิ่งที่ไม่ทันได้ยั้งคิด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 100%

    “อ้าว! วันนี้คุณอายไม่เข้าบริษัทหรือ” เมื่อเช้าก็ออกมาด้วยกันแท้ ๆ แต่แม่เจ้าประคุณแอบหนีไปเที่ยวไหนกันล่ะนี่ ชายหนุ่มคิดอย่างเข่นเขี้ยวในใจเมื่อเจอ “เซอร์ไพรส์” สุดพิเศษจากศรีภรรยาภีมพลยิ้มกริ่มอย่างหมายมาด เห็นทีต้องรีบกลับไปรับขวัญก่อนเวลาเสียแล้ว ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถออกมา เหลือบไปเห็นแฟ้มงานสองแฟ้มที่ยังคงแผ่หราอยู่เต็มโต๊ะ แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังดูค้างเอาไว้ เขากวาดตามองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใจจริงเขามีตัวเลือกเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อตัดสินใจได้เขาก็คว้าแฟ้มขวามือเดินออกจากห้องทันที จากนั้นจึงไปยื่นให้กับเลขาฯ ส่วนตัว“ผมเลือกของบริษัทนี้ ให้ฝ่ายจัดซื้อทำเรื่องได้เลย อ้อ วันนี้ผมไม่เข้าแล้วนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ผละออกไป และต้องหยุดชะงักเมื่อเลขาฯ รีบวิ่งมาถามถึงงานบางอย่างที่เขาให้เตรียมไว้สำหรับช่วงบ่ายนี้“คุณภีมคะ แล้วเรื่องที่ให้เตรียมเอาไว้บ่ายนี้ล่ะคะ”“ยังคอนเฟิร์มอยู่ แต่ว่าคุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ”ภีมพลหันมายิ้มพรายเต็มวงหน้าเมื่อคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 70%

    อดคิดไปถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้วไม่ได้ ท่านทั้งสองช่างมีความอดทนและมุมานะอย่างล้นเหลือที่สู้ฝ่าฟันจนกระทั่งบริษัทเป็นรูปเป็นร่างได้ขนาดนี้ นึกมาถึงตอนนี้แล้วก็โกรธตัวเองที่ตอนนั้นเอาแต่น้อยใจ คิดว่าท่านทำแต่งานจนไม่สนใจใยดีกับเธอผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว‘รวิชา แปลว่าลูกพระอาทิตย์ เพราะฉะนั้นหนูต้องเข้มแข็ง อดทนให้สมกับที่เป็นลูกสาวของพ่อ ชีวิตของหนูจะต้องรุ่งโรจน์สดใสเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า’ถ้อยคำจากบิดายังคงดังก้องอยู่ในหัวทุกครั้งที่นึกถึงเวลาเมื่อรู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่มีแม่นมชราและสามีที่คอยเป็นกำลังใจให้ ป่านนี้ชีวิตเธอจะหักเหไปทางไหนแล้วบ้างก็สุดรู้“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับจุมพิตเบา ๆ ที่ข้างแก้ม จากนั้นคนตัวโตก็ทรุดตัวลงนั่งซ้อนหลังไว้พร้อมกับดึงบ่าของเธอให้เอนซบลงมาบนตัวเขา“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ตื่นเช้าจังเลยนะคะ” หญิงสาวทักทายกลับไปก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของสามี“จำเป็นต้องตื่นเช้าน่ะ จู่

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 35%

    หลังจากถวายสังฆทานจนกระทั่งกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อย ภีมพล รวิชา และนมพิมก็พากันเดินออกมาเทน้ำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้ากุฏิ ชายหนุ่มสวดบทกรวดน้ำพึมพำโดยไม่ออกเสียง ในขณะที่หญิงสาวและนมพิมอธิษฐานเพื่อส่งผลบุญให้แก่ผู้ล่วงลับอยู่ในใจวันนี้เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของบิดามารดาของรวิชา นมพิมเปรยเอาไว้หลายวันก่อนหน้าแล้วว่าอยากมาทำบุญให้ท่านทั้งสอง ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยเพราะคิดไว้เหมือนกันว่าจะมาทำบุญวันนี้ จึงชวนสามีหนุ่มให้มาด้วยกัน และเขาก็ไม่ขัดข้อง เพราะตั้งแต่ผ่านพ้นพิธีแต่งงานมาได้สองเดือน ภีมพลก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพุทธศาสนาอีกเลยจากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางกลับบ้าน พอมาถึง ชายหนุ่มปล่อยให้รวิชาได้อยู่กับแม่นมตามลำพังเพราะคิดว่าทั้งสองคนคงมีเรื่องอยากพูดคุยกัน เขาเองก็เห็นใจคนแก่อย่างนมพิม เพราะตั้งแต่รวิชาเรียนจบมาก็เอาแต่ทำงาน แถมหลังจากนั้นสองเดือนก็เข้าพิธีแต่งงานกับเขา ทำให้บางคืนรวิชาไม่ได้กลับไปนอนบ้านตัวเอง ถึงแม้เขากับรวิชาจะแก้ปัญหาด้วยการสลับบ้านนอนเป็นวันเว้นวันแล้วก็ตาม แต่หัวอกคนแก่ก็คงหงอยเหงาเป็นธรรมดา

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 100%

    “ตอบแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย อย่างนี้ต้องให้รางวัล”ชายหนุ่มจับล็อกปลายคางมนของหญิงสาวไว้ แล้วก้มลงตบรางวัลให้คนปากหวานช่างจำนรรจาจนเขากระชุ่มกระชวยทุกทีที่ได้ฟังนาทีนี้ภีมพลเหมือนจะคลั่งเสียให้ได้ สาวน้อยช่างหวานจับจิตจับใจสมกับที่รอคอยมานานแสนนาน ถ้าไม่ติดว่าเธอยังใหม่กับความสัมพันธ์แบบนี้แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าทั้งเขาและเธอยังคงนัวเนียกันอยู่บนเตียงเป็นแน่“อื้ม...อาภีมขา นี่มันริมถนนนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”แค่หญิงสาวพูดเบา ๆ แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วน้ำเสียงสั่นพร่านิด ๆ นั้นช่างฟังดูเซ็กซี่ยั่วยวนดีเหลือเกิน เขานึกถึงตอนเธอครวญครางอยู่ใต้ร่างของเขา ทั้งภาพทั้งเสียงยังคงติดตาตรึงใจเสียจนอะไร ๆ มันพรักพร้อมขึ้นมาอีกแล้ว“เราเข้าหมู่บ้านมาแล้ว ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาหรอก รถอาก็มืด ใครจะมองเข้ามาเห็นล่ะคะ”เอาอีกแล้ว ลงท้ายด้วยคะ ขาแบบนี้แปลว่าเริ่มไม่ปลอดภัยแล้วเป็นแน่ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร แต่ชายหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน“แวะบ้านอาก่อนนะคะ”แค่เห็นแววตาระยิบระยับแพรวพราวของเข

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 70%

    “ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้อยู่กับอาทั้งคืนได้ไหม ตามใจอาหน่อยได้ไหมคะ”เขาถามพร้อมกับประพรมจุมพิตไปทั่วหน้าอย่างหลงใหล ก่อนจะเอ่ยประโยคสำคัญที่ทำให้คนฟังหัวใจพองฟูคับอก“อาก็รักน้องอาย ไม่ใช่แค่คืนนี้ที่อาอยากให้น้องอายอยู่ด้วยแต่เป็นทุก ๆ คืน และตื่นมาตอนเช้าก็เห็นหน้าน้องอายเป็นคนแรกในทุก ๆ เช้า”ชายหนุ่มหยุดพูด แล้วก้มลงจุมพิตที่หน้าผากอีกครั้งหนึ่งแล้วไต่ระเรื่อยมาจนถึงใบหู ใจอยากจะโจนจ้วงเข้าหาร่างเย้ายวนนี้ให้สมกับที่รอคอยมานานแสนนาน แต่ก็อยากให้หญิงสาวได้สัมผัสกับความสวยงามจากประสบการณ์ในรักครั้งแรกมากกว่า เขาจึงต้องอ่อนโยนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แม้ว่าความต้องการจะอัดแน่นจนแทบระเบิดแล้วก็ตาม“แต่งงานกับอานะคะ”ไหน ๆ เธอก็เรียนจบแล้ว มีงานมีการทำถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หนำซ้ำยังจดทะเบียนสมรสเป็นคนคนเดียวกันในทางกฎหมายแล้วด้วย เขาจึงคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรออีกต่อไป เพราะเขากับเธอก็แทบจะเป็นของกันและกันอยู่แล้ว จะเหลือก็แต่การอยู่ร่วมบ้านเดียวกันในฐานะของสามีภรรยาเท่านั้นรวิชาคลี่ยิ้มกว้างพล

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 35%

    ภีมพลยืนยิ้ม มองภรรยาทางนิตินัยที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนานกับเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ข้างล่างด้วยแววตาทอดอ่อน เมื่อวานสอบวันสุดท้าย วันนี้รวิชาจึงขออนุญาตเขาพาเพื่อน ๆ มาสนุกกันที่คลับอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการฉลองจบการศึกษา อีกทั้งฉลองที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสปานั้นทะลุเป้าเกินกว่าที่คาดหมายไว้พอสมควรสาวน้อยของเขาเรียนจบแล้ว...ปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งคู่หมั้น สองปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งสามีตามกฎหมาย รวมแล้วร่วมสี่ปีเต็มกับการเฝ้าดูแลเด็กสาวคนหนึ่งให้เติบโตเป็นหญิงสาวแสนสวย และมากความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเมื่อก่อนเขาเอาแต่นั่งนับวันเวลาว่าเมื่อไรเธอจะเรียนจบ เพราะอยากตีตราจองเธอเอาไว้ด้วยร่างกาย ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวตามประสาผู้ชายทั่วไปที่คิดอยากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรัก ทว่าพอวันเวลาผ่านไป ความคิดของเขาก็ค่อยปรับเปลี่ยนไปทีละนิดตามความผูกพันที่เพิ่มขึ้นระหว่างเขากับเธอเซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่เขาต้องการจากเธอเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงในรัก และการรับรู้ถึงการเป็นส่วนหนึ่งขอ

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 23 จำเป็นต้องเติบโต - 100%

    หลายเดือนผ่านไปเสียงถอนหายใจจากร่างเล็กที่กำลังเอนตัวนอนไปกับที่นั่งในศาลาไม้สักทำให้ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาเงียบ ๆ ต้องชะงักเท้าแล้วหันมองตามเสียงนั้น ภีมพลเดินไปหา คนที่นอนหลับตาจึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า และไม่รู้ถึงการมาของเขา ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงกับเสา มุมปากยกยิ้มอย่างเอ็

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 22 สะกดใจ - 35%

    “ทำไมอุ้ยถึงคิดว่าจะมีเรื่องไม่ดีล่ะ เมื่อก่อนเนยก็เคยเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันไม่ใช่หรือ” เตชินทร์ออกปากถามอย่างสนใจใคร่รู้ อารดาหันมองเขาอย่างชั่งใจว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังดีหรือไม่ แต่สุดท้ายหญิงสาวก็ตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้เขาฟังอย่างหมดเปลือก ไม่เว้นแม้กระทั่ง

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 21 หญิงร้ายชายเลว - 100%

    “เดินไปที่รถคันสีดำนั่น แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างใน เร็วเข้า!”สุนิตาพูดกำกับอยู่ทางด้านหลังด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย รวิชาตวัดตามองตามที่สุนิตาบอก จึงเห็นมีรถญี่ปุ่นสีดำติดฟิล์มดำทั้งคันจอดอยู่ริมทางเท้าไม่ห่างไปเท่าไรนัก และตอนนี้รถคันนั้นก็กำลังสตาร์ตเครื่องอยู่ นั่นก็แปลว

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 21 หญิงร้ายชายเลว - 70%

    “ไอ้วิชร เมื่อไรแกจะเป็นผู้เป็นคนกับเขาเสียที อีกเทอมเดียวก็จะจบอยู่แล้ว แกจะทำตัวให้มันดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือยังไง พ่อมีแกคนเดียวนะ แต่แกกลับไม่เป็นโล้เป็นพาย แล้วพ่อจะฝากผีฝากไข้อะไรกับแกได้ เฮ้อ...”“คุณพ่อครับ จะบ่นให้มันได้อะไรขึ้นมา ถ้าเรียกผมมาเพื่อจะบ่นแค่นี้ ผมจะได

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status