Se connecterกระแสธารอารมณ์ดิบโหมกระหน่ำลบเลือนทุกความเหนี่ยวรั้งจนหมดสิ้น สัมผัสจากปลายนิ้วชี้และหัวแม่มือหนาสากของเฮียตึ๋งเลื่อนเข้ามาบดคลึง คีบเค้นลงบนยอดปทุมถันสีหวานสล้างเนื้อละมุน—จุดสงวนซ่อนเร้นที่ไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อนในชีวิต ทว่าแทนที่หยาดน้ำค้างดวงนี้จะสั่นสะท้านด้วยความเนียมอายหรือเคอะเขินตามสัญชาตญาณของสาวแรกรุ่น ฤทธิ์น้ำเปลี่ยนนิสัยกลับพลิกคว่ำจิตสำนึกจนกลับตาลปัตร ความเย็นเยียบของความกลัวถูกเผาทำลายด้วยเพลิงราคะ
เด็กสาวกลับรู้สึกพึงพอใจลึกลงไปในอณูเนื้อ โหยหาและอยากให้ฝ่ามือกระด้างนั้นบีบบี้ขยำเค้นมันให้หนำใจ ความรัญจวนอันบ้าคลั่งแล่นริ้วเข้าสู่แกนกลางลำตัวจนเธอไม่อาจกักเก็บความรู้สึกไว้ได้อีกต่อไป บังคับให้ต้องเปล่งเสียงครางระงมออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน
“อูยยย... ซี้ดดด... อือออ... เสียวจัง... ซี้ดดด...”
น้ำเสียงแหบพร่ากระเส่าสั่นสะอื้นเล็ดลอดผ่านริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอค้าง ดวงตาคู่สวยปรือปรอยหยาดเยิ้มจนแทบปิดสนิท
นัยน์ตาเลื่อนลอยไร้จุดโฟกัสฟ้องถึงมวลอารมณ์ตัณหาที่พุ่งพล่านทะยานขึ้นสู่จุดเดือดอยู่ภายใน อากาศรอบกายคล้ายจะร้อนระอุขึ้นจนหายใจติดขัด เสียงเบสภายนอกดังก้องเป็นจังหวะรับกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับจะทะลุออกนอกอก
“น่ารักจังเลยสาวน้อยของเฮีย...”
เฮียตึ๋งกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นระคนพึงใจอยู่ชิดใบหู ก่อนจะกดฝังริมฝีปากลงจูบหนัก ๆ แล้วขบเม้มเบา ๆ ที่ติ่งหูระเรื่อสีจัด
ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดซอกคอจนขนอ่อนลุกเกรียว พร้อม ๆ กับที่ฝ่ามือหยาบใหญ่ขยับรุกคืบต่ำลงไป ลูบไล้เค้นคลึงตรงเนินเนื้อจุดกึ่งกลางหว่างขาอันโหนกนูนนุ่มหยุ่น ฝ่ามือหนากดเบียดขยี้ผ่านเนื้อผ้าของกางเกงยูนิฟอร์มขาสั้นที่กั้นขวางอยู่เป็นปราการชิ้นสุดท้าย
ทว่า... ร่างกายที่ขาดการควบคุมของน้ำค้างกลับไม่ได้ผลักไส เธอบิดเร้าสะโพกกลมกลึง แอ่นโคกเนินความเป็นสาวขึ้นบดเบียดรับสัมผัสรุกรานจากอุ้งมือหนาของเขาอย่างเต็มเนื้อเต็มใจ สลับกับเสียงหัวเราะต่อกระซิกคิกคักด้วยความพึงใจในรสกามารมณ์ที่เพิ่งเคยพานพบ
“อูยยย... เฮียขา... ซี้ดดด... อูยยย...”
เสียงครางออดอ้อนหวานเชื่อมระคนระทดระทวยของเด็กสาว บีบเค้นโสตประสาทของคนเจนโลกจนเฮียตึ๋งครางซี้ดในลำคอ
ความใสซื่อที่ยอมสยบต่อสัญชาตญาณดิบมันช่างเย้ายวนจนชายหนุ่มใหญ่แทบจะอดใจไม่ไหว นัยน์ตาเรียวเล็กแดงก่ำด้วยความกระหายอยาก
“ชอบไหมจ๊ะ... ที่เฮียลูบแบบนี้...” เขากระซิบถามเสียงสั่นพร่าขณะเร่งจังหวะฝ่ามือขยี้ลงบนเนินเนื้อหนักหน่วงขึ้น
“ชอบค่ะ... ชอบจังเลย... อูยยย... ซี้ดดด...”
น้ำค้างละล่ำละลักตอบเสียงกระเส่าพร่าเลือน สมองอันขาวโพลนสะบัดทิ้งศักดิ์ศรีชิ้นสุดท้ายไปในอากาศ สะโพกมนขยับเด้งแอ่นโคกเนินเนื้อสาวเข้าสู้ สวนรับแรงบีบขยำหนักหน่วงจากมือหยาบใหญ่ของแมงมุมตัวโตอย่างเต็มอกเต็มใจ ปล่อยตัวปล่อยใจให้ดิ่งจมลงสู่หุบเหวแห่งตัณหาที่ไม่มีวันหวนกลับไปเป็นหยาดน้ำค้างคนเดิมอีกแล้วในค่ำคืนนี้
พี่ติ๊กที่เฝ้าคอยจับจังหวะเกมอยู่ตลอดเวลา ลอบมองปฏิกิริยาของเหยื่อสาวและผู้ซื้ออย่างเงียบ ๆ ทันทีที่เห็นว่าอารมณ์ดิบของเฮียตึ๋งเริ่มเตลิดเปิดเปิงจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ หล่อนก็ค่อย ๆ ผละตัวออกจากวงแขนล่ำสันของชายหนุ่มใหญ่อีกคนที่ตนกำลังกอดรัดออดอ้อนอยู่
ท่อนขาเรียวขยับก้าวเข้าใกล้โซฟาหนังหลุยส์ที่ทั่งคู่กำลังเริงราคะกันอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะโน้มกายลงต่ำจนกลิ่นน้ำหอมวานิลลาฉุนจัดโชยไปแตะจมูกของเฮียตึ๋ง หล่อนเอ่ยกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่ามีน้ำหนักเด็ดขาดในที
“ยังไงก็เห็นแก่หน้าติ๊กบ้างนะคะพี่...”
กระแสคำพูดแผ่วเบานั้นเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่สาดเข้าใส่กองไฟที่กำลังคุโชน มันส่งผลให้ฝ่ามือหยาบใหญ่ที่กำลังบดขยำคีบเค้นอยู่บนยอดอกอวบหยุ่น และอีกมือที่กำลังขยี้เน้นย้ำอยู่บนเนินเนื้อสล้างกลางหว่างขาของน้ำค้าง ชะงักกึกหยุดลงทันควัน
เฮียตึ๋งถอนหายใจฟึดฟัด ผละมือออกอย่างเสียดายและไม่เต็มใจนัก ก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นประคองร่างนุ่มนิ่มที่แทบจะเหลวเป๋วไร้กระดูกบนอกของเขาให้ชันตัวลุกขึ้นนั่งตรง ๆ
“เราเข้าไปคุยกันในห้องข้างในดีกว่านะคะน้องน้ำหวาน...”
ชายหนุ่มใหญ่ปรับเปลี่ยนน้ำเสียงให้กลับมานุ่มนวลชวนฝัน พลางออกแรงดึงรั้งข้อมือเล็กเพื่อให้น้ำค้างลุกขึ้นยืน ซึ่งร่างกายที่อ่อนระทวยและเบาหวิวด้วยฤทธิ์ยาอีก็โอนอ่อนผ่อนตามแรงดึงนั้นอย่างง่ายดายราวกับหุ่นเชิด
เฮียตึ๋งกระชับฝ่ามือร้อนเหนียวเหนอะเกาะกุมมือเรียวงามของเด็กสาวเอาไว้แน่น ก่อนจะออกเดินจูงนำพาเธอตรงไปยังประตูห้องนอนส่วนตัวที่ตั้งหลบมุมอยู่ถัดไปจากห้องโถงใหญ่เพียงไม่กี่ก้าว
น้ำค้างก้าวเท้าสับบนพื้นห้องที่เริ่มหมุนเคว้ง เดินตามแผ่นหลังหนาทึบของชายคราวพ่อไปอย่างว่าง่ายดั่งคนไร้สติ
สัมผัสเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องโถงปะทะเข้ากับผิวเนื้อสาวที่เสื้อยืดถูกเลิกสูงจนสั่นสะท้าน ในจังหวะที่บานประตูกำลังจะเปิดออก เด็กสาวเอี้ยวใบหน้าแดงซ่านหันกลับมามองด้านหลัง นัยน์ตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือระคนเลื่อนลอยทอดมองตรงไปยังพี่ติ๊กเป็นครั้งสุดท้าย
ภาพของรุ่นพี่สาวที่ยืนกอดอกมองตามหลังมาด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ความปรานี เริ่มเบลอและบิดเบี้ยวไปตามมวลอากาศสลัวราง ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกจูงข้ามธรณีประตูมรณะ และบานประตูหนาทึบหลังนั้นก็ปิดงับลงตามหลัง พร้อมเสียงลงกลอนดัง คลิก ที่ตัดขาดตัวเธอออกจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ
บานประตูสักทองที่ปิดสนิทลงพร้อมเสียงกลอนสับล็อกกึก นำพากลิ่นอายความอึกทึกและเสียงดนตรีบีตหนักภายนอกให้จางหาย เหลือเพียงเสียงก้อนเนื้อในอกของคนสองคนที่เต้นสลับจังหวะคลอเคลียไปกับความเงียบสงัด แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟหัวเตียงสาดสะท้อนผ้าม่านกำมะหยี่ผืนหนา ขับเน้นให้เตียงกว้างหลังใหญ่ดูนุ่มเย้ายวนชวนฝัน
เฮียตึ๋งไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลย ชายหนุ่มใหญ่เอี้ยวตัวกลับมารวบร่างบางของน้ำค้างเข้าสู่อ้อมกอดอุ่นหนาทันที ท่อนแขนล่ำสันโอบรัดรอบเอวคอดกิ่ว รั้งสรีระอ้อนแอ้นให้บดเบียดแนบชิดกับแผงอกกว้างจนไร้ช่องว่าง ไออุ่นจากผิวกายเนื้อนุ่มและกลิ่นหอมละมุนของเด็กสาวที่ลอยเตะจมูก ปลุกเร้าความหื่นกระหายใต้สำนึกของเขาให้ปะทุเดือดขีดสุด ฝ่ามือสากขยับลูบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียดผ่านเนื้อผ้าอย่างเชื่องช้า แผ่วเบา สลับกับการก้มลงกระซิบคำหวานพร่าชิดใบหูระเรื่อ
“น้องน้ำหวานของเฮีย... รู้ไหมว่าหนูสวยเหลือเกิน สวยจนใจเฮียจะขาดอยู่แล้วสิครับ...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลชวนฝันราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษ รินรดลงบนสมองอันขาวโพลนและหมุนคว้างของน้ำค้าง
ฤทธิ์ของสารเคมีที่แล่นพล่านทำให้เธอไร้ซึ่งแรงต้านทาน สติสัมปชัญญะเลือนรางหลงเหลือเพียงความเคลิบเคลิ้มไปกับน้ำคำโอ้โลมอันแสนหวาน เด็กสาวเผยอริมฝีปากอวบอิ่มน้อย ๆ แหงนเงยใบหน้าฉ่ำปรือขึ้นรับสัมผัสอย่างคนหลงทางในม่านหมอก
“เด็กดี... คืนนี้อยู่กับเฮียนะ เฮียจะดูแลหนูอย่างดีที่สุด จะทำให้หนูมีความสุขแบบที่ไม่เคยมีเลย...”
คำมั่นสัญญาจอมปลอมที่พุ่งตรงเข้าบำบัดปมในใจ บดบังภาพความจริงอันโหดร้ายจนมิดสิ้น
เฮียตึ๋งเชยคางมนขึ้นช้า ๆ ก่อนจะกดริมฝีปากหนาหยาบลงประทับจูบแผ่วเบาที่เรียวปากสวย สัมผัสอุ่นชื้นในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วง ลึกล้ำ บดเบียดเรียวปากนุ่มอย่างเรียกร้อง ละเลียดชิมความหวานละมุนระคนรสขมปร่าของน้ำเมาที่ยังหลงเหลืออยู่
ปลายนิ้วหนาเชยคางรั้งให้เธอเผยอปากออกรับเรียวลิ้นร้อนระอุที่แทรกซึมคืบคลานเข้าสู่ภายใน บดขยี้ช่วงชิงลมหายใจของเด็กสาวอย่างย่ามใจ
“อื้อออ... เฮียขา... อือออ...”
เสียงครางเครือสั่นสะท้อนในลำคอระคนซาบซ่านชวนฝัน
น้ำค้างหลับตาพริ้ม สองมือเรียวเล็กที่เคยสั่นเทาขยับขึ้นเกาะเกี่ยวบ่ากว้างของชายคราวพ่อไว้แน่นเพื่อพยุงร่างที่อ่อนเปลี้ยไร้กระดูกไม่ให้ร่วงหล่นลงบนพื้น ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระชั้นประสานกันจนอากาศรอบกายดูรุ่มร้อนระอุระทวย
สัมผัสกอดจูบอันเร่าร้อนและลึกซึ้งข้างเตียงกว้าง ยิ่งทวีความรุนแรงตามมวลอารมณ์ตัณหาที่จุดระเบิดจนเดือดพล่าน ร่างกายของเด็กสาวบิดเร้าตอบสนองรสจูบอันจัดจ้านอย่างลืมตัว
“ถอดออกดีกว่านะจ๊ะ... มันเกะกะ...”
เสียงพร่าสั่นสะท้านที่เต็มไปด้วยแรงตัณหากระซิบกระซาบชิดรูหู น้ำค้างได้แต่ทอดสายตาปรือปรอย นัยน์ตาเชื่อมฉ่ำลอยล่องอยู่กลางม่านหมอกแห่งความมึนเมา ใบหน้าสวยงดงามขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอขาวผ่อง เธอจ้องมองตอบนัยน์ตาเรียวเล็กคู่นั้นกลับไปโดยไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ
สมองอันขาวโพลนสั่งการให้ปล่อยกายปล่อยใจ ปล่อยให้ฝ่ามือหยาบใหญ่และร้อนจัดสอดเข้าใต้ชายเสื้อยืดสีขาว รั้งเนื้อผ้าดึงข้ามศีรษะโยนทิ้งลงพื้นอย่างง่ายดาย ก่อนที่ปลายนิ้วสากหนาจะเลื่อนต่ำลงมาขยับปลดเปลื้องกระดุมและตะขอกางเกงขาสั้นยูนิฟอร์มของเธอออก
ร่างกายของ 'น้ำหวานคนใหม่' ให้ความร่วมมืออย่างดี ขยับยกสะโพกมนผ่อนปรนตามแรงดึงรั้งจนกางเกงหลุดลอยไปอีกชิ้น
แสงไฟสีนวลตาจากหัวเตียงสาดส่องกระทบเรือนร่างอ้อนแอ้นสล้างที่บัดนี้เกือบเปลือยเปล่า ผิวเนื้อเนียนละเอียดขาวอมชมพูผุดผาดสะท้อนเงาละมุน
สายตาคร้ามโลกของชายหนุ่มใหญ่วัยกลางคนจับจ้องแน่นนิ่ง แววตาของเขาเบิกกว้างฉายประกายหื่นกระหายโลดแล่นออกมาเต็มพิกัด ลำคอหนาขยับกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก
ทันทีที่ความต้องการพุ่งทะลุขีดสุด เฮียตึ๋งก็ละมือมาจัดการกับอาภรณ์บนร่างกายตนเองด้วยความรีบร้อน ทึ้งเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแลกซ์สลัดทิ้งอย่างไม่ใยดี จนกระทั่งร่างท้วมหนานั้นไม่หลงเหลือสิ่งใดติดกาย แม้แต่ปราการชิ้นสุดท้าย
“มาสิจ๊ะ... เดี๋ยวเฮียจะสอนให้หนูน้ำค้างรู้จักความเสียวซ่านแบบสุด ๆ เอง...”
คำกระซิบพร่าเลื่อนหลุดลอดออกมาพร้อมกลิ่นอายบุหรี่ต่างประเทศข้นคลัก ชายหนุ่มใหญ่รุดขยับกายเข้าประชิด รั้งร่างงามของเด็กสาวแล้วดันให้เธอนอนหงายลงบนฟูกหนานุ่มของเตียงกว้าง แผ่นหลังบางสัมผัสความอ่อนละมุนของผ้าปูที่นอน ทว่าเขากลับช้อนร่างของเธอให้เลื่อนไถลลงมาจนกระทั่งสะโพกกลมกลึงพาดหมิ่นเหม่เกยอยู่บริเวณขอบเตียงอย่างจงใจ
สองขาเรียวถูกแยกออกช้า ๆ ก่อนที่นิ้วหนาจะเกี่ยวเข้ากับขอบชั้นในตัวบางเฉียบที่บัดนี้เปียกชื้นเยิ้มชุ่มไปด้วยหยาดน้ำหวานแห่งความรัญจวน ดึงรั้งและรูดมันผ่านเรียวขาเนียนลากไปกองไว้ที่ปลายข้อเท้าอย่างหมดสิ้นพันธนาการ
“อื้อหือ!... โคตรเด็ด...หี โคตรสวยเลยอีนี่...”
เฮียตึ๋งพึมพำอุทานออกมาเสียงแผ่วเบาด้วยความอัศจรรย์ใจ นัยน์ตาเรียวเล็กจ้องมองความผุดผาดงดงามประดุจดอกไม้แรกแย้มของสาวแรกรุ่นที่ปรากฏแก่สายตาอย่างไร้สิ่งกีดขวาง
ฝ่ามือหยาบใหญ่สั่นเทาด้วยความตื่นเต้น ค่อย ๆ ยื่นออกไปข้างหน้า ลากปลายนิ้วสากขยับลูบไล้ลงบนเนินเนื้อนุ่มหยุ่นกลางกายสาวอย่างสั่นระริก สัมผัสร้อนจัดบดเบียดเข้ากับความฉ่ำเยิ้ม ปลุกเร้าให้เสียงดนตรีตึบ ๆ ในใจของเด็กสาวกระหึ่มหนักจนแปรเปลี่ยนเป็นความซาบซ่านดิ่งลึกที่ยากจะถอนตัว
ความสลัวรางของไฟกึ่งส้มกึ่งแดงฉาบลงบนร่างท้วมใหญ่ของเฮียตึ๋งที่ขยับตัวคุกเข่าลงบนพื้นคอนกรีตข้างเตียงอย่างมั่นคง สายตาคร้ามโลกจ้องมองเรียวขาสล้างขาวเนียนราวกับงาช้างสลักของเด็กสาวที่บัดนี้พาดหมิ่นอยู่ขอบฟูก
มือหนาจับข้อเท้าบางแล้วแยกสรีระอ้อนแอ้นออกจากกันกว้าง แสงไฟนวลหัวเตียงสาดกระทบความผุดผาดอูมเป่งสะดุดสายตา กลีบเนื้อแรกรุ่นสีสดหยาดเยิ้มไปด้วยน้ำหวานใสสะอาดที่หลั่งรินออกมาฉ่ำโชกจนขังเต็มร่องความสาว
“อูยยย... เฮียขา... ไม่เอา... ไม่ดู... น้ำอาย...”
น้ำเสียงหวานสั่นเครือระคนกระเส่าร้องห้ามแผ่วเบา สองมือเรียวเล็กขยับขึ้นมาปิดใบหน้าแดงซ่านด้วยความหลงเหลือของความขัดเขิน
ทว่ากิริยาท่าทางบิดเร้าและน้ำเสียงกระเส่าพร่านั้น กลับแปรเปลี่ยนเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่เร่งเร้าสัญชาตญาณดิบของชายเจนโลกให้พุ่งทะยานจนแทบคลั่ง ฝ่ามือหยาบใหญ่ทั้งสองข้างขยับเข้าประชิด บรรจงเอื้อมไปแตะลงบนผิวเนื้อนุ่มอุ่นจัด ก่อนจะออกแรงแหวกกลีบเนื้อนุ่มสล้างตรงหน้าออกจากกันช้า ๆ
ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างจับจ้องความสดใหม่และงดงามไร้รอยราคีที่ไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อนอย่างตื่นเต้นกระหายขีดสุด
ลมหายใจอุ่นหนากระทบผิวเนื้ออ่อนจนน้ำค้างสะดุ้งตัวสั่นระริก ก่อนที่เฮียตึ๋งจะก้มใบหน้าคร้ามโลกเข้าหาจุดกึ่งกลางสรีระ ตวัดปลายลิ้นหยาบและร้อนจัดลงบนร่องเนื้อที่เปียกชุ่มเยิ้มนั้นทันที
“อุ้ย!... อื้อออ... เฮียขา...”
สัมผัสเปียกชื้นและร้อนระอุที่ลากผ่านจุดสงวนทำให้น้ำค้างสะดุ้งเฮือก สองมือทิ้งจากใบหน้ามาขยับตะปบขยุ้มผ้าปูที่นอนหนานุ่มจนยับย่น
ปลายลิ้นที่เชี่ยวชาญโลกีย์ของเฮียตึ๋งเริ่มทำหน้าที่อย่างช่ำชอง เขาตวัดเลียลากไล้จากส่วนล่างขึ้นสู่ส่วนบน บดเบียดเน้นย้ำความเปียกชื้นลงบนกลีบเนื้ออวบอูมทั้งสองข้างอย่างตะกรุมตะกราม เสียงสูดชิมความหวานสลับเสียงเฉอะแฉะดังแผ่วพาลอดออกมาท่ามกลางความเงียบ ปลุกเร้าให้มวลอารมณ์ของเด็กสาวที่มึนเมาด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งเตลิดเปิดเปิง สมองสั่งการให้ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรสสัมผัสที่แปลกใหม่
จังหวะลิ้นเริ่มทวีความเร็วและหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ ชายหนุ่มใหญ่รัวลิ้นสลับกับการดูดดึงเนื้อนุ่มจนเกิดเสียงซวบซาบ
ลิ้นร้อนบดขยี้เข้าหาปุ่มกระสันสีหวานกึ่งกลางกายสาวจนมันเริ่มแข็งชันชี้เด่ สั่นระริกรับปลายลิ้นที่กดเน้นย้ำซ้ำ ๆ อย่างจงใจ ความเสียวซ่านแล่นปราดดั่งกระแสไฟฟ้าระเบิดพุ่งเข้าสู่แกนกลางลำตัวของน้ำค้าง รุนแรงและจัดจ้านในแบบที่เด็กสาวไม่เคยพานพบหรือรับรู้มาก่อนเลยในชีวิต
“ฮะ... เฮีย... อูยยย... ซี้ดดด... เสียว... น้ำเสียว...”
เสียงครางระงมแหลมสูงหลุดลอดจากเรียวปากสวยอย่างลืมตัว ร่างกายสั่นเทิ้มระทวยควบคุมตัวเองไม่ได้ สะโพกกลมกลึงที่พาดอยู่ขอบเตียงเริ่มขยับไหว บิดส่ายและกระตุกตอดรับปลายลิ้นที่กำลังฟอนเฟ้นอย่างรัญจวน แผ่นหลังบางแอ่นหยัดขึ้นจากที่นอน ลมหายใจหอบกระชั้นถี่จนอกกระเพื่อม แสงไฟและเพดานห้องหมุนคว้างหลอมรวมกลายเป็นสีขาวโพลนในสมอง
เฮียตึ๋งยิ่งได้ใจ เร่งจังหวะระดมรัวปลายลิ้นเข้าใส่จุดกระสันที่สั่นระริกอย่างดุดัน บดขยี้หนักหน่วงสลับกับการดูดกลืนน้ำรักที่ไหลบ่าออกมาไม่ขาดสาย
สัมผัสกระแทกกระทั้นของลิ้นหยาบที่ชอนไชลึกซึ้งทำเอาสติสตังของเด็กสาวพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ความซาบซ่านพุ่งทะยานขยายตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดจนเนื้อตัวของเธอชาวาบและรุ่มร้อนเหมือนไฟสุม สะโพกมนกระตุกเกร็งถี่ ๆ ยัดเยียดโคกเนื้อเข้าหาใบหน้าของชายคราวพ่ออย่างโหยหาและทรมานในรสกาม
“เฮียขา!... อ๊ะ... อ๊า... ไม่ไหวแล้ว... น้ำไม่ไหวแล้ว... อูยยย... ใจ... ใจจะขาดแล้วเฮีย... พอแล้ว... อ๊าาา!...”
น้ำค้างหวีดร้องครางลั่น ละล่ำละลักบอกเสียงกระท่อนกระแท่นปนสะอื้นไห้ด้วยความเสียวซ่านจนล้นทะลัก สองขาเรียวเกร็งแข็งขยับจิกปลายเท้าลงบนที่นอน ร่างกายสั่นกระตุกรุนแรงเป็นระลอกยามเมื่อสมองขาวโพลนระเบิดออกกว้าง ดิ่งจมลงสู่ห้วงแห่งความสุขสมอันทรมานที่ดึงรั้งเธอให้หลุดลอยไปในโลกแห่งตัณหาอย่างไร้ทางกลับ
บานประตูไม้หนาหนักถูกจ๋าค่อย ๆ ผลักออกอย่างเบามือ ไอเย็นชืดพร้อมกลิ่นยาฆ่าเชื้อเข้มข้นลอยปะทะหน้า ฟางก้าวเท้าตามเข้าไปข้างในอย่างสั่นเกร็ง นัยน์ตาสองข้างเบิกกว้างสอดส่ายมองผ่านความสลัว ร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงเหล็กกลางห้องทำให้ฟางถึงกับหยุดชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกักอยู่กลางอกหญิงสาวเจ้าของเรือนร่างคุ้นเคยในชุดผ้าปานสีฟ้าตัวใหญ่โคร่ง นั่งกอดเข่าชิดอกซุกหน้าลงกับท่อนขา ผมยาวที่เคยเงางามบัดนี้ยุ่งเหยิงพันกันเป็นก้อน ผิวพรรณผอมแห้งซูบซีดจนเห็นโหนกแก้มตอบชัดเจน ข้อมือเล็กกิ่วทั้งสองข้างมีร่องรอยรอยผื่นแดงหนาจากการถูกพันธนาการไว้กับสายรัดกุม“น้ำ...”เสียงเรียกของฟางแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ร่างบางบนเตียงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ บัดนี้กลับเลื่อนลอย ไร้แววความทรงจำใด ๆ น้ำค้างเอียงมองฟางด้วยสีหน้าฉงนฉายชัด ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มซื่อใส ไร้เดียงสาประดุจเด็กน้อยสิบขวบ รอยยิ้มที่แลกมาด้วยความแตกสลายทั้งชีวิต“พี่ตะวันเหรอ?... พี่ตะวันพาน้ำไปจับแมงปอแล้วเหรอ?” น้ำค้างเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าขอบตาแดงช้ำกลับเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลริน
“คุณน้ำครับ เสี่ยให้มารับตัวคุณน้ำครับ!”เสียงห้าวต่ำของชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดนักศึกษาที่แลดูไม่ค่อยจะกลมกลืนกับเครื่องแบบสักเท่าไหร่เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางสุภาพ ส่งผลให้น้ำค้างซึ่งกำลังจะก้าวเท้าเดินออกจากประตูอาคารเรียนต้องชะงักหยุดลงทันควัน“อ้าว... ทำไมล่ะคะ? มีอะไรเหรอพี่เจิด?” น้ำค้างเอ่ยถาม คิ้วสวยขมวดเข้าหากันน้อย ๆ ดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองหน้าชายหนุ่มร่างกำยำสองคนตรงหน้าด้วยความฉงนงงงวย“พวกผมสองคนไม่ทราบครับ เสี่ยบอกเพียงแค่ว่าให้มารับคุณน้ำที่มหาวิทยาลัยทันทีตอนเลิกเรียน” เจิดตอบด้วยท่าทีนอบน้อมอย่างมืออาชีพ ก่อนจะเบือนหน้าไปหาเพื่อนอีกคนที่ยืนหน้าตาเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์อยู่ข้างกาย“แล้วรถของน้ำล่ะคะ?” หญิงสาวถามต่ออย่างไม่เข้าใจในสถานการณ์“เดี๋ยวผมให้ไอ้สันขับกลับไปเก็บให้ครับ” เจิดบอกกับเธอพร้อมกับพยักพยักพเยิดไปทางคนข้าง ๆน้ำค้างไร้ทางเลือก คำสั่งของเสี่ยใหญ่คือสิ่งที่เธอต้องปฏิบัติตามอย่างไม่มีเงื่อนไข มือเรียวเล็กยื่นกุญแจรถยนต์ส่วนตัวส่งให้กับสัน ก่อนจะพยักหน้ารับคำเจิดเพื่อออกเดินทางไปแต่โดยดีโดยปราศจากการโต้แย้งรถตู้สีดำขลับคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของคณะอย่า
‘ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!’เสียงเนื้อกระทบเนื้อเร่งจังหวะซอยยิบดังระเบิดขึ้นท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืน น้ำค้างเด้งสะโพกผายงอนยกสูงขึ้นบดรับการกระแทกกระทั้นอันดุดันจากเสี่ยใหญ่อย่างเร่งเร้า โคกเนินอวบอูมขึ้นสีแดงระเรื่อจากการปะทะปักรุกหนักหน่วง หยาดน้ำเยิ้มฉ่ำชโลมทั่วร่องรักคับแน่นที่ตอดขมิบระรัวถี่ สอดรับกับลำแท่งเนื้อยาวเหยียดปูดโปนซึ่งกระแทกเข้าออกจนสุดโคน“โอววว... จะแตกแล้ว... จะแตกแล้ว อ๊ากกกกส...”เสียงโอ้กยาวของเสี่ยดังขึ้นพร้อมกับอาการเกร็งกระตุก สะโพกแกร่งอัดบดเน้นลงบนโคกเนินอวบอูมของร่างงามด้านล่าง ชายผู้ทรงอิทธิพลกระหน่ำเอวเข้าใส่สองสามครั้งสุดท้ายเพื่อเค้นตัณหา ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำรักอุ่นร้อนพุ่งอัดฉีดเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของช่องทางสาว“โอววว เสียวสุด ๆ... อาาาา...”เขาพ่นลมหายใจยาวออกจากปาก ก่อนที่ร่างหนาฟุบลงทับอกอวบอิ่มของหญิงสาวอย่างหมดเรี่ยวแรง ลมหายใจอุ่นเป่ารดซอกคอขาวเนียน จมูกโด่งกดซุกไซ้ตามอารมณ์เสน่หาที่ยังคงตกค้างน้ำค้างนอนลืมตาโพลงจ้องมองเพดานห้องคอนโดมิเนียมหรู นัยน์ตากลมโตฉายแววโล่งอกเมื่อภารกิจบนเตียงอันดุเดือดในคืนนี้ผ่านพ้นไปเสียที มือเรียวเล็กของเธ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...บรรยากาศภายในห้องคอนโดมิเนียมหรูย่านจตุจักรตึงเครียดหนักอึ้งจนน้ำค้างรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกซ้ายที่เต้นระรัวถี่เกร็ง เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมรอบกรอบใบหน้าสวยเนียนอย่างไม่อาจยับยั้ง แม้ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศจะเปิดแรงจนหนาวสั่น แต่ก็ไม่อาจดับความร้อนระอุของบรรยากาศอันคุกคามในยามนี้ได้เลยสักนิดแววตาสั่นระริกของหญิงสาวจ้องมองรูปถ่ายขนาด A4 ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะกระจกทรงกลมตรงหน้าแน่นิ่ง ภาพชายหนุ่มอันเป็นรักเดียวของเธออย่างตะวันกับตัวเธอเองที่กำลังสวมกอดกันในห้องสมุดวันนั้น ถูกบันทึกไว้ทุกองศาอย่างชัดเจน ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น น้ำค้างก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอกด้วยความรู้สึกไร้ทางสู้ต่อเหตุการณ์ตรงหน้า“เสี่ยอยากรู้... ว่าไอ้นี่มันเป็นใคร!”น้ำเสียงเข้มคุกคามดังทรงพลังลอยมาจากปากของชายร่างใหญ่ที่ยืนเชิดหน้าอยู่ตรงข้ามเก้าอี้ที่เธอนั่ง เขาหรี่ตาแคบมองจ้องมาอย่างคาดคั้นและกดดันร่างบางนั่งตัวสั่นสะท้าน ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้ทันที“จะรับสารภาพออกมาเอง หรือจะให้ไปลากตัวมันมาถาม!”เสียงตะคอกคุกคามนั้นดังสนั่นจนน้ำค้างถึง
เสียงฮัมเบา ๆ ของเครื่องปรับอากาศภายในห้องสมุดศูนย์สารสนเทศขนาดใหญ่ดังสะท้อนแว่วมาเป็นระยะ สลับกับเสียงพลิกหน้ากระดาษหนังสืออย่างเบามือ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ตู้หนังสือสูงใหญ่ถูกจัดวางเรียงรายอย่างมีระเบียบทอดตัวเป็นแนวยาว ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่นั่งกระจายกันตามโต๊ะอ่านหนังสือ ต่างคนต่างจดจ่ออยู่กับตำราตรงหน้าโดยไม่มีใครสนใจใครทว่าตรงมุมหนึ่งของห้อง ตะวันกลับนั่งชะเง้อมองไปยังประตูทางเข้ากระจกบานใหญ่ด้วยความกระสับกระส่าย ตรงหน้าของเขามีหนังสือเล่มหนาวางกางทิ้งไว้ หากแต่สายตาและจิตใจกลับไม่ได้จดจ่อกับตัวอักษรบนหน้ากระดาษเลยสักนิด ความร้อนรนใจและความหวังพุ่งสูงขึ้นทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไปกระทั่งสายตาที่เฝ้ามองประตูทางเข้าประสานเข้ากับร่างของหญิงสาวสองคนที่ก้าวผ่านเข้ามา ทั้งคู่หยุดชะงักและเหลียวสายตามองไปรอบห้องสแกนหาใครบางคน ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่สวยของคนหน้าจะสาดมาหยุดลงที่เขา...ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกชะงักค้างไปชั่วขณะ ทันทีที่สายตาของน้ำค้างประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเหล็กของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยของเธอพลันกระตุกวูบ ความรัก ความโหยหา และความรู
“เมื่อกี้พี่พูดว่า... พี่รู้แล้วว่าน้องพลับเป็นลูกพี่งั้นเหรอ?”ฟางเบิกตากว้าง หันขวับมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มตรง ๆ ความตื่นตระหนกเปลี่ยนเป็นความคับแค้นใจอย่างรุนแรง เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งวิ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกมากมายท่วมท้นไหลพุ่งเข้ามาในหัวจนต้องกัดฟันแน่นข่มความอัดอั้น น้ำตาแห่งความรันทดระคนโกรธเคืองรื้นขึ้นมาในดวงตากลมโต จนมองเห็นใบหน้าของวิศวกรหนุ่มตรงหน้าพร่าเลือนไปหมด“ทำไม! ทำไมพี่ถึงเพิ่งมารู้เอาป่านนี้!”ฟางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่พร่าไปด้วยหยาดน้ำตา ก่อนที่หยดน้ำตาเม็ดโตจะไหลอาบลงบนสองแก้มเนียนอย่างไม่อาจยับยั้ง“พี่เป็นผัวประสาอะไร... ที่ปล่อยให้เมียตัวเองต้องลำบากเจียนตาย โดยที่ไม่คิดจะมาเหลียวแลมันเลยสักนิด!”ฟางระเบิดเสียงออกมาด้วยความแค้นเคืองแทนเพื่อนรัก ก่อนจะรีบลดระดับเสียงลงอย่างพยายามควบคุมสติ เมื่อเห็นพนักงานเคาน์เตอร์ด้านหลังหอพักเริ่มหันมามองคนทั้งคู่ด้วยความสงสัย“ไอ้น้ำมันทุกข์เหมือนตกอยู่ในขุมนรก! มันต้องดิ้นรนอุ้มท้องหาเงินรักษาแม่ หาเลี้ยงลูกคนเดียวลำพัง พี่รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามันต้องเจอกับอะไรมาบ้าง!” ฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนจ







