Masuk“นั่น! มันต้องอย่างนั้นสิ!”
เสียงทุ้มห้าวของเฮียตึ๋งที่นั่งจ้องตาเขม็งอยู่ข้างกายระเบิดหัวเราะร่วนพลางตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ ฝ่ามือหนาที่กระทบเนื้อกางเกงสแลกซ์ดังสะใจเมื่อเห็นน้ำค้างกระแทกแก้วเจียระไนที่มีเพียงก้อนน้ำแข็งเปล่ากลิ้งกระทบกันครูดคราดลงบนโต๊ะกระจกเตี้ยเบื้องหน้า เด็กสาวเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่กลมโตที่เริ่มหยาดเยิ้มทอดมองสบตาชายหนุ่มใหญ่ แววตาของเธอส่องประกายวาวโรจน์สลัดความกลัวทิ้งไปจนสิ้น คล้ายจะประกาศกร้าวผ่านสายตาสั้น ๆ นั้นว่า เป็นไงล่ะ... แค่นี้ฉันก็ทำได้!
“โถ่... อย่างนี้เฮียก็เสียหายยับเยินเลยสิครับ”
เฮียตึ๋งแสร้งทำเป็นโอดครวญพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงเรียกเสียงฮาจากเพื่อนฝูง ก่อนที่มือหนาจะล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกระเป๋าเงินหนังแท้ใบหนาเตะตาออกมา เขาเปิดมันออกเชื่องช้า นิ้วหนากรีดแผ่นธนบัตรสลับไปมาอย่างจงใจ ก่อนจะหยิบแบงก์ห้าร้อยสีม่วงเอี่ยมอีกใบวางแหมะทับลงบนตำแหน่งเดิมบนโต๊ะกระจก
คราวนี้เฮียตึ๋งจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กสาว แววตาคร้ามโลกฉายรังสีท้าทายอย่างปิดไม่มิด
“คราวนี้... สองแก้วติด แล้วหยิบเงินก้อนนี้ไปได้เลย!” เขาประกาศก้องน้ำเสียงฉะฉาน ทว่าสายตาแอบเบนไปพยักพะเยิดส่งสัญญาณให้คนอื่น ๆ ในห้องราวกับลากทุกคนมาเป็นพยานร่วมในเกมล่าเหยื่อ
“เอาเลยน้ำ! เอาเลย!”
เสียงกรีดกรายร้องเชียร์ของสาว ๆ ในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยระเบิดขึ้นอีกระลอก ทว่าคราวนี้มวลความกดดันแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นระทึกใจ หญิงสาวเหล่านั้นทยอยลุกจากโซฟาของตัวเอง คืบคลานเข้ามานั่งล้อมรอบตัวน้ำค้างจนกลิ่นน้ำหอมต่างกลิ่นบดเบียดอบอวลจนอากาศอับชื้น สัมผัสจากท่อนแขนและเนื้อหนังของพริตตี้สาวรุ่นพี่ที่เข้ามาประชิด ทำให้น้ำค้างรู้สึกราวกับตัวเองกำลังสวมมงกุฎกลายเป็นศูนย์กลางและคนสำคัญของวิมานแห่งนี้ไปโดยปริยาย
“เอาเลยน้ำหวาน! เอาให้เฮียแกหมดตัวไปเลย!” สาว ๆ ส่งเสียงเชียร์เซ็งแซ่กระตุ้นโสตประสาทอย่างสนุกสนาน
ในเวลานี้ มวลความร้อนจากแอลกอฮอล์แก้วแรกเริ่มแล่นริ้วขึ้นสู่ใบหน้าจนหน้าน้ำค้างร้อนผ่าวฉ่า แสบร้อนตั้งแต่ช่วงลำคอดิ่งลงไปในช่องท้อง ทว่าฤทธิ์เดชของมันกลับทำให้สมองของเธอมึนเบา ความหวาดกลัวและเส้นแบ่งศักดิ์ศรีที่เคยขีดไว้เริ่มเลือนรางจางหาย เธอกลับรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด...
เสียงเชียร์ที่คุ้นหูของเพื่อนร่วมวงยิ่งปลุกเร้าให้ความประหม่าเปลี่ยนเป็นความสนุกสนาน เด็กสาวคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างร่าเริง นึกสนุกในเกมที่เธอคิดว่ากำลังเป็นผู้คุม
เรียวนิ้วเล็กเอื้อมออกไปข้างหน้าอย่างใจกล้า คว้าหมับเข้าที่คอแก้วเหล้าซึ่งเฮียตึ๋งลงทุนจรดมือชงคั้นดีกรีด้วยตัวเองจนสีอำพันเข้มจัด น้ำค้างตวัดสายตาสบตาเฮียตึ๋งอย่างท้าทายไร้ซึ่งความเกรงกลัว ก่อนจะยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปากอวบอิ่ม ตะแคงกรอกน้ำเปลี่ยนนิสัยไหลผ่านลำคออย่างรวดเร็วปานพายุพัด
ปัง!
แก้วแรกที่เหลือเพียงน้ำแข็งเปล่ากระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังสนิท ไม่ปล่อยให้เว้นจังหวะหายใจ น้ำค้างคว้าแก้วใบที่สองที่ตั้งคู่กันขึ้นมากระดกฮวบตามไปติด ๆ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องเชียร์กระหึ่มและเสียงตบมือพึงใจของคนทั้งห้องที่ดังสะเทือนโถงสลัว แอลกอฮอล์เข้มข้นบาดลึกซึมซาบเข้าสู่ทุกอณูความรู้สึกจนหัวใจเต้นระเบิดระรัว
ทันทีที่แก้วที่สองกระแทกลงโต๊ะ มือเรียวขยับตะปบหมับลงบนธนบัตรที่วางเด่นหราอยู่ตรงหน้าดัง ปั๊บ!
เด็กสาวรวบเงินสดห้าร้อยบาทใบใหม่เข้ากระเป๋ากางเกงยูนิฟอร์มขาสั้นทันควัน พร้อมกับขยับรอยยิ้มหยิ่งผยองที่มุมปาก ทอดสายตามองเฮียตึ๋งอย่างผู้ชนะในเกมเดิมพัน โดยที่เธอไม่ทันได้กลิ่นอายอันตรายจากรอยยิ้มเยียบเย็นของเฮียตึ๋งและพี่ติ๊กที่แอบสบตากันอีกครั้ง...
เสียงเบสจากลำโพงขนาดยักษ์ยังคงแผดคำรามในจังหวะตึบ ๆ เท่าเดิม ทว่าสำหรับน้ำค้างในเวลานี้ อณูเสียงเหล่านั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความหฤหรรษ์อันบ้าคลั่งที่สั่นสะเทือนลึกลงไปในทุกเส้นเลือด รสขมปร่าร้อนลุ่มของน้ำเปลี่ยนนิสัยไหลเวียนจนซึมลึกเข้าสู่สมอง ปลุกเร้าให้ร่างกายที่เคยแข็งทื่อราวกับก้อนหินเริ่มขยับไหว แผ่นหลังบางและสะโพกกลมกลึงโยกย้ายไปตามแรงขับของดนตรีอย่างลืมตัว เรียวขาที่เคยเบียดชิดรั้งกางเกงขาสั้นด้วยความระแวดระวัง บัดนี้ปล่อยเปลือยและเหวี่ยงขยับอย่างร่าเริง ทอดทิ้งปณิธานและเกราะป้องกันที่เคยตั้งมั่นไว้ทลายลงไม่เหลือชิ้นดี
มวลอากาศสลัวโทนส้มอมแดงที่เคยชวนอึดอัด พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นละมุนละไมอย่างน่าประหลาด น้ำค้างกวาดสายตาฉ่ำปรือมองไปรอบห้อง ความหวาดระแวงในนัยน์ตากลายเป็นความรักใคร่เสน่หา ใบหน้าของพริตตี้สาวและชายหนุ่มใหญ่รอบกายช่างดูน่ารัก เป็นมิตร และแสนดีจนเธออยากจะโผเข้ากอดพวกเธอด้วยความสนิทใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต มันคือความสุขสมอารมณ์หมายที่เอ่อล้นจนสมองเบาหวิว ราวกับกำลังลอยล่องอยู่บนปุยเมฆในวิมานที่ไร้ซึ่งความทุกข์ใด ๆ
“พอแล้วนะน้ำ... ไม่ต้องดื่มเพิ่มแล้วล่ะจ้ะ”
เสียงของพี่ติ๊กดังแทรกฝ่าความครื้นเครงขึ้นมาแผ่วเบา หล่อนเอ่ยปากเตือนท่ามกลางจังหวะที่น้ำค้างกำลังวาดลวดลายโยกย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนานไปกับแสงสี
“ไม่เป็นไรหรอกค่า... พี่ติ๊กที่รักของน้ำ... น้ำไม่เป็นไรเลย วันนี้น้ำมีความสุขที่สุดในโลกเลย!” น้ำค้างส่งเสียงหวานยานคางละล่ำละลักตอบ ใบหน้าสวยแดงซ่านตวัดกลับมามองรุ่นพี่สาวด้วยแววตาเชื่อมปรอย โดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาคมกริบของอีกฝ่ายที่จ้องเขม็งมองตรงมาอย่างไม่วางตา
“ดูสิ... ตาฉ่ำเยิ้มเชียว คงได้ที่เต็มทีแล้วล่ะค่ะ” พี่ติ๊กเบนหน้าหันไปพึมพำกับเฮียตึ๋งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มุมปากเคลือบลิปสติกสีสดขยับยกยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง ก่อนที่หล่อนจะขยับกายเนื้อนุ่มเบียดกระแซะเข้าชิดสีข้างของชายหนุ่มใหญ่วัยกลางคน เอียงคอกระซิบประชิดรูหูด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแผ่วเบา
“ห้าหมื่นนะพี่... รับรองว่าซิง เลือดซิบแน่”
คำการันตีสินค้าชิ้นงามหลุดออกจากปากพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นของแม่ค้ามนุษย์
“เออน่า... เดี๋ยวโอนให้เลยถ้าเป็นอย่างที่ว่าจริง ๆ” เฮียตึ๋งกระซิบตอบ น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความกระหายอยาก นัยน์ตาเรียวเล็กจ้องเขม็งไปยังร่างบางของน้ำค้างที่กำลังร่ายรำโยกย้ายอยู่เบื้องหน้าอย่างมาดมั่น ฉับพลัน ชายหนุ่มใหญ่ก็ขยับกายรุกคืบ เอื้อมลำแขนหยาบใหญ่หนาเตอะสอดเข้าโอบหมับที่เอวคอดกิ่วของเด็กสาว ออกแรงรวบดึงร่างของเธอเข้ามาแนบชิดสีข้างของเขาอย่างง่ายดาย
ทว่า... ร่างกายของน้ำค้างกลับไม่ได้ขัดขืนหรือแข็งทืนเหมือนคราแรก ฤทธิ์น้ำเมาและสมองที่หมุนคว้างบงการให้เธอโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี แผ่นหลังบางเอนซบเข้าหาแผงอกอุ่นหนาของชายวัยกลางคน ราวกับสัญชาตญาณส่วนลึกที่มึนเบากำลังโหยหาการบดเบียดสัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าวคู่นั้น โดยที่ลูกนกปีกบางตัวนี้ไม่มีวันรู้เลยว่า รอยยิ้มแห่งความสุขสมบนใบหน้าของเธอในเวลานี้ คือสัญลักษณ์ของการติดกับดัก และตกลงสู่หุบเหวแห่งตัณหาที่มีค่าตัวเพียงห้าหมื่นบาทในคืนเดือนดับอย่างสมบูรณ์แบบ
“เหล้า... ขอน้ำดื่มเหล้าอีกแก้วสิคะ...”
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มยานคางเอ่ยออดอ้อน น้ำค้างเอี้ยวตัวบิดกายเข้าหาแผงอกกว้างของชายวัยกลางคนอย่างลืมตัว ศีรษะเล็กเอนซบลงบนท่อนแขนล่ำสันที่โอบรัดรอบกาย เปลือกตาคู่สวยปิดพริ้มลงพลางโยกศีรษะขยับไหวไปตามจังหวะดนตรีแผ่วเบา รอยยิ้มละไมระบายเต็มวงหน้าแดงซ่านด้วยความลุ่มหลงมึนเมาอันแสนสุข ราวกับความทุกข์และใบแจ้งหนี้ทั้งหมดถูกลบเลือนหายไปในสายลม
“พอแล้วพี่ตึ๋ง ไม่ต้องให้เหล้าแล้ว... เอาน้ำเปล่าให้น้องมันดื่มแทน อย่าให้ขาดน้ำเด็ดขาด” พี่ติ๊กที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามเอ่ยปากสั่งเสียงเรียบ สายตาคมกริบกวาดมองอาการตาเยิ้มลอยของรุ่นน้องอย่างรู้ดีว่าสารเคมีในน้ำเมาขวดนั้นกำลังออกฤทธิ์เต็มที่
“เออน่า... เฮียรู้ดีน่า…”
เฮียตึ๋งรับคำในลำคอ น้ำเสียงทุ้มพร่าสั่นระริกด้วยความกระหายขีดสุด เขาขยับวงแขนหนากระชับร่างบางที่นุ่มนิ่มไร้กระดูกเข้ามาแนบชิดอกอย่างสมใจอยาก
กลิ่นแป้งเด็กสะอาดสะอ้านที่ผสมปนเปกับกลิ่นไอความร้อนของผิวสาวปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ประทุขึ้น ใบหน้าคร้ามโลกก้มลงระดมซุกไซ้ฝังจมูกลงบนพวงแก้มเนียนใส ลากไล้ต่ำลงไปยังซอกคอขาวผ่องอย่างหื่นกระหาย หนวดสากระคายผิวบดเบียดเนื้อนุ่มจนเกิดเสียงสูดดมโชยกลิ่นไอราคะหนาแน่น
“อื้ออ... เฮียขา... จะทำอะไรน้ำ... อุ้ย... อา...”
เสียงครางเครือแผ่วเบาหลุดลอดจากริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอออก น้ำค้างไม่ได้ขยับกายหนี ทว่าเธอกลับบิดเร้ากายซุกเข้าหา สัมผัสอุ่นเหนียวและเปียกชื้นจากริมฝีปากหนาหยาบของชายแปลกหน้า รวมถึงฝ่ามือสากใหญ่ที่เริ่มลูบไล้คืบคลานแฝงสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อยูนิฟอร์มพนักงาน ปลุกเร้ากระแสความเสียวซ่านให้แล่นพล่านสับเปลี่ยนระลอกคลื่นในสมอง สมองที่เบาหวิวสั่งการให้เธอรู้สึกฟินและสุขสมเสียเต็มประดา
สัมผัสกระด้างที่คุกคามสรีระกลับกลายเป็นความซาบซ่านชวนฝันจนเนื้อตัวรุ่มร้อนระทวย ยินยอมปล่อยตัวปล่อยใจให้แมงมุมตัวใหญ่ฟอนเฟ้นล่วงเกินเนื้อตัวทีละเซนติเมตร ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอมแดงที่สลัวรางและหมุนวนคว้างลงสู่ก้นบึ้งของราตรีอันมืดมิด
มวลความร้อนจากน้ำเปลี่ยนนิสัยแล่นพล่านสับเปลี่ยนระบบประสาทรับรู้ไปจนสิ้น ความละอายและปราการศักดิ์ศรีที่เคยโอบล้อมพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี น้ำค้างขยับกายเนื้อนุ่มเอนซบเบียดกระแซะเข้าหาอ้อมกอดกว้างของชายวัยกลางคนอย่างเปิดเผย แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับแผงอกอุ่นหนาโหยหาไออุ่นและการปรนเปรอจากคนเจนโลกอย่างลืมตัว
“อื้อออ... เฮียขา... อือออ...”
เสียงหวานหยาดเยิ้มครางแผ่วผ่าวหลุดลอดจากเรียวปากอวบอิ่มที่เผยอออก สองตาคู่สวยปิดพริ้มสลับลืมขึ้นมาอย่างฉ่ำปรือไร้สติ ยามเมื่อสันจมูกโด่งคร้ามโลกของเฮียตึ๋งกดฝังไซ้ลากเลื่อนไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียดตรงซอกคอขาวผ่อง
ไรหนวดสากระคายทิ่มแทงบดเบียดจนผิวสาวขึ้นรอยแดงเป็นปื้น กลิ่นบุหรี่ต่างประเทศและกลิ่นไอราคะหนาแน่นที่โชยฟุ้งระคนกัน ยิ่งกระตุ้นกระแสความเสียวซ่านสยิวให้แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนร่างบางสั่นเทิ้มระทวยรุ่มร้อนเหมือนไฟสุม
“ซี้ดด... เฮียขา... อูยยย...”
เสียงสะอื้นเครือด้วยความกระสันรัญจวนดังสอดประสานแทรกฝ่าเสียงดนตรีบีตหนักอย่างไม่ขาดสาย หัวใจในอกซ้ายเต้นรัวกระชั้นโครมครามยามเมื่อความคุกคามขยับรุกคืบเข้าสู่เนื้อใน
ลำแขนแกร่งของชายหนุ่มใหญ่กอดรัดหมับรั้งร่างของเธอให้แทบจมหายเข้าไปในมลทิน ก่อนที่ฝ่ามือหยาบใหญ่และร้อนผ่าวคู่นั้นจะเลิกเปิดเผยเจตนาละโมบ บดเบียดฝ่ามือขยำลงบนความนุ่มหยุ่นสล้างทั้งสองข้างอย่างย่ามใจ ทลายความเกรงใจรอบข้างไปจนหมดสิ้น
“อูยยย ซี้ดดด ทำอาราย… อูยยย ซี้ดดด…” น้ำค้างครางแผ่วอย่างซ่านสยิว
แรงบีบคลึงหนักสลับเบาปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นเพลิดเพลิน น้ำค้างบิดเร้ากายแอ่นอกรับสัมผัสกระด้างนั้นด้วยความมึนเมาอันแสนสุข
นิ้วหนาสากของเฮียตึ๋งขยับรั้งชายเสื้อยืดตัวสั้นสีขาวสะอาดตาของเธอให้เลิกสูงขึ้นจนเห็นหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะสอดฝ่ามืออุ่นเหนียวรุกคืบเข้าไปใต้ร่มผ้า สัมผัสโดยตรงกับเนื้อหนังมังสาที่ร้อนฉ่า บีบขยำทรวงอกนุ่มแน่นอย่างหนักหน่วงรุนแรงตามอารมณ์ราคะที่จุดระเบิดจนเดือดพล่าน ท่ามกลางวิมานลวงสลัวรางที่หมุนคว้างดิ่งลงสู่ความมืดมิดโดยสมบูรณ์
แกร็ก!เสียงประตูห้องเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของตะวันในสภาพผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบมันแววเนื่องจากการกรำงานหนักเอกสารประมูลมาทั้งวัน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ชายเสื้อบางส่วนหลุดลุ่ยออกมานอกขอบกางเกงสแล็กสีเข้ม ชายหนุ่มยืนเบิ่งตากลมโตเบิกกว้าง ทอดสายตาจ้องมองตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางตัณหาของทุกคนภาพของน้ำค้าง เมียรักร่างบางที่กำลังนั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเจิด โดยที่อดีตบอดี้การ์ดหนุ่มกำลังนอนกัดฟันกรอด สองมือหนาใหญ่กร้านงานหนักบีบเฟ้นเค้นหนั่นเนื้อสะโพกขาวงอนอย่างมันมือ ทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานมาตลอดทั้งวันของตะวันปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง!ทว่าสิ่งที่สร้างความรัญจวนใจจนเขาใจกระตุกวูบและเต้นระรัว คือภาพมุมต่ำของสองกลีบแคมสีสดสวยของน้ำค้างที่บัดนี้กำลังอ้าอมลำแท่งเนื้อยาวใหญ่ที่อวบอ้วนสีเข้มเอาไว้มิดโคน กลีบเนื้อสีหวานเบียดรั้งรัดติ้วจนปลิ้นเข้าปลิ้นออกราวกับจะฉีกขาด พร้อมกับคราบน้ำรักสีขาวขุ่นที่ทะลักเอ่อล้นไหลย้อยลงมาชโลมฉ่ำทั่วพวงไข่เบื้องล่าง นั่นคือภาพวิชวลความร่านร้อนที่ตอกอัดเข้าเต
"ทีนี้ตาพี่บ้างนะ... พี่ขอนะน้องติ๊ก"เจิดกัดฟันกรอดด้วยความกระสันที่พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มหันไปสบตากับโต้งที่นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงเบาะ จิบเบียร์เย็นฉ่ำในมือพลางยิ้มกริ่มส่งสัญญาณให้เหมือนกำลังบอกว่า 'จัดไปเลยพี่... เต็มที่!'ฝ่ามือหนาใหญ่กร้านงานหนักสอดอุ้มบั้นท้ายกลมกลึงของติ๊กยกขึ้นอย่างง่ายดาย ก่อนจะหมุนเรือนร่างระหงวางลงเอนนอนแทนที่เขาบนเบาะโซฟา แล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับอยู่เบื้องบนอย่างดุดัน สองขาเรียวงามของแม่เล้าสาวถูกจับแยกออกกว้าง ยกเข่าขึ้นวางตั้งบนเบาะโซฟาเปิดเปลือยเรือนร่างเป็นรูปตัวเอ็มอย่างน่าหวาดเสี้ยว"ว้าว... โคตรใหญ่เลยอะ! เป็นไงบ้างพี่ติ๊ก!"ฟางก้มตัวลงต่ำ จ้องมองดูจุดสนามรบที่สัดส่วนสองแคมสีสดสวยกำลังอ้าปลิ้น คาบครอบลำแท่งเนื้อยักษ์ปูดโปนขรุขระไว้แน่นมิดโคน พร้อมกับช่องทางรักที่ตอดขมิบรัดเอวหนายวบ ๆ เป็นจังหวะถี่ระรัว"อูยยยย... สุด ๆ เลยฟาง... โอ๊ยยยย... ซี้ดดดด..."ติ๊กหลับหูหลับตาตอบกลับเสียงกระเส่าพร่า ลมหายใจขาดช่วงเป็นจังหวะ"อ๋าาาาา... อูยยยย!"ดวงตาของติ๊กเหลือกปลิ้น อ้าปากค้างหวอเมื่อเจิดถอนลำเอ็นยักษ์ยาวเหยียดออกมาจนเกือบหลุดสุดปลายหัวถอก ก่อนจะกดสะโพ
เจิดค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากความอวบอิ่มของติ๊ก ทว่าชายหนุ่มกลับไม่หยุดความเร่าร้อนไว้เพียงเท่านั้น เขาซุกปลายจมูกฝังลงกับต้นคอขาวเนียนที่กรุ่นกลิ่นหอมผสานดีกรีแอลกอฮอล์ ไซ้จูบละเลียดไปตามผิวกายอุ่นร้อน ไล่เรื่อยขึ้นไปจนถึงติ่งหู ก่อนจะเม้มขบเบา ๆ อย่างหยอกเย้าและช่ำชอง"อูยยยย... อาาา... พี่เจิด..."ติ๊กตาลอยครางเสียงกระเส่าแว่ว ร่างบางเกร็งกระตุกวูบรับความเสียวซ่านที่พุ่งพุ่งพล่าน นิ้วมือหนาใหญ่กร้านงานหนักของเจิดเลื่อนขึ้นมาประคองเต้างามอวบอูมของเธอ บีบคลึงเค้นหนักเบาตามจังหวะอารมณ์อย่างคล่องแคล่ว จนร่างระหงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทว่าติ๊กผู้ช่ำชองในเกมกามมีหรือจะยอมให้เขาเป็นฝ่ายรุกอยู่ฝ่ายเดียวฝ่ามือเรียวเล็กของเธอเลื่อนลูบไล้ไปตามต้นขาแน่นเครียดที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนจะลูบวกเข้าไปยังเป้ากางเกงตรงจุดสำคัญอย่างหญิงเจนโลกกามารมณ์"อุ๊ย... มันใหญ่ดีจัง แบบนี้ต้องขอดูชัด ๆ หน่อยแล้วล่ะ..."ติ๊กเอ่ยเสียงยานคางด้วยอารมณ์ดิบที่ถูกจุดติด นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงของเจิด รูดซิปลงอย่างชำนาญ พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า ก่อนจะสอดมือเรียวเล็กผ่า
สายตาของติ๊กทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานภายในห้องรับแขกของคอนโดหรู ชั้น 32 ย่านจตุจักร ทัศนียภาพอันงดงามยามเย็นของกรุงเทพมหานครคลี่กางออกตรงหน้าอย่างประณีต แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทอประกายทองไล้เฉดสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า ทอดเงายาวพาดผ่านสวนจตุจักรผืนใหญ่เบื้องล่างที่เปรียบเสมือนปอดสีเขียวขจีกว้างใหญ่ อาคารสูงตระหง่านน้อยใหญ่รายล้อมเรียงตัวตัดกับเส้นขอบฟ้า ขณะที่สายถนนเบื้องล่างเริ่มเปิดไฟส่องสว่าง ทอดตัวเป็นสายเส้นแสงเคลื่อนตัวไปตามจังหวะชีวิตของเมืองหลวงที่ไม่มีวันนอนหลับ"ห้องนี้วิวสวยจังเลยนะน้ำ..."ติ๊กเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางหันกลับมายิ้มกริ่มให้กับน้ำค้าง เจ้าของคอนโดหรูสามห้องนอนที่กำลังเดินตรงเข้ามา ร่างบางถือกระป๋องเบียร์แช่เย็นเจี๊ยบยื่นส่งให้ติ๊กที่ยืนรับไปด้วยความยินดี ก่อนที่จะส่งอีกกระป๋องให้โต้ง ชายหนุ่มร่างกำยำวัยสามสิบกลาง ๆ ซึ่งกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่บนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ข้าง ๆ แฟนสาว"บรรยากาศดีสุด ๆ ไปเลยน้องน้ำ มองเห็นทั้งสวนทั้งกรุงเทพฯ ยามเย็นแบบนี้ จิบเบียร์เย็น ๆ ไปด้วยนี่ได้อารมณ์ชะมัด"โต้งเอ่ยขึ้นพลางรับกระป๋องเบียร์มาถือไว้ สายตาฉายแววชื่นชมทั้งวิวสวยตรงหน้
"ทำไมวันนี้พี่เสร็จไวอย่างนี้ล่ะคะ..."น้ำค้างยื่นนิ้วเรียวสวยขึ้นไปสะกิดเขี่ยเล่นที่คางสากของผัวรักอย่างออดอ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มเย้ายวน ขณะที่ร่างแกร่งของเขายังคงนอนเกยซบอยู่บนร่างบางของเธอ อกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ"พี่ตื่นเต้นน่ะสิจ๊ะ... พอนึกเห็นภาพเมียพี่กำลังโดนพี่โต้งเย็ดกระเด้าหีเมียพี่อยู่ ตั๊บ! ตี๊บ! แล้ว มันได้อารมณ์สุด ๆ ไปเลย..."ตะวันยิ้มกรุ่มกริ่มให้เมียรัก ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่ม เคลิ้มไปตามมโณความคิด ก่อนจะก้มลงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ พลางเอ่ยถามคำถามด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำแทบจะเป็นเสียงกระซิบ"ควยพี่โต้งใหญ่ไหมจ๊ะ?"น้ำค้างอมยิ้มแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบหลบสายตาคมของผัวรัก ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเอียงอาย"ใหญ่กว่าของพี่นิดหน่อยค่ะ..." เธอเอ่ยตอบเสียงเบาหวิวพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่พยายามซ่อนความขวยเขินไว้ไม่มิด"แล้ว... แล้วพี่เขาอึดแค่ไหน?"ตะวันยังคงถามต่ออย่างหิวโหยในข้อมูล ชายหนุ่มต้องการเสพรับความสะใจและรับรู้ทุกอณูความรู้สึกเสียวซ่านที่เมียรักเคยได้รับจากชายอื่น"อึดค่ะพี่... พี่เขาอึดแบบสั่งได้เลย..." พูดเสร็จน้ำค้างก็รีบห
"อาทิตย์หน้าน้ำก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วเหรอเนี่ย..."น้ำค้างพึมพำขึ้นเบา ๆ เสียงหวานใสทอดนุ่มซบศีรษะอยู่กับอกแกร่งของตะวัน ชายหนุ่มนอนหงายสบายตัวอยู่บนเตียงนุ่ม มือหนาลูบไล้ปอยผมที่เรียงตัวสวยบนหน้าผากของเมียรักอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความนุ่มนวลและอุ่นไอของกันและกันในห้องนอนแสนสงบ"ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ จะได้จบ ๆ ซะที นี่ต้องขอบคุณฟางเขานะที่วิ่งเต้นเรื่องดรอปเรียนให้เรา จนไม่ต้องเสียสิทธิ์ ไม่งั้นคงโดนคัดชื่อออกไปแล้ว"ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม ทว่าเปี่ยมด้วยความหวังและห่วงใย"ดีค่ะ... อีกเรื่องที่ทำให้น้ำสบายใจ เรื่องที่แม่ยอมย้ายมาอยู่กับเราที่บ้านหลังนี้ แบบนี้ น้ำจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงแกอีก ยัยหนูก็จะได้ไม่ต้องสับสนที่ต้องกลับไปอยู่กับยายที่บ้านหลังเก่าเวลาน้ำกับพี่ไม่อยู่บ้าน"น้ำค้างพูดออกมาพลางถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย ความวิตกกังวลในอดีตปลดล็อกออกไปจนหมดสิ้น ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ยันตัวเล็กน้อย เอียงหน้าเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มตรง ๆ"กลับไปคราวนี้น้ำจะให้ฟางมันย้ายไปอยู่คอนโดกับน้ำด้วย พี่จะว่าอะไรไหมคะ?""พี่ก็ว่าดีออก คอนโดออกจะกว้างขวาง มีตั้งสามห้องนอน เราอยู่กันแค่ห้องเดียว







