เข้าสู่ระบบ
ตอนที่ 1
ณ ผับดัง… นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวใต้ความมืดสลัวๆ กำลังจ้องมองไปยังหญิงสาวสวยคนหนึ่งที่กำลังนั่งหัวเราะร่ากับกลุ่มเพื่อนสาวท่ามกลางแสงไฟกะพริบ และเสียงเพลงที่ดังกระหื่มไปทั่วทั้งผับ ทั้งที่เธอเพียงยิ้มเล่นพูดคุยกับเพื่อนตัวเอง แต่หัวใจแกร่งของเขากลับเต้นระส่ำรัวแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก แค่เห็นรอยยิ้มหวานเย้ายวนนี้ก็สามารถทำให้คนหัวใจหินอย่างเขาใจสั่นระรัวขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ “เครื่องตรวจจับหาเหยื่ออันโอชะของมึงกำลังกลับมาเริ่มทำงานอีกแล้วสินะไอ้เสือยิ้มยาก” ฌอนเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ พลางหมุนควงแก้วแอลกอฮอล์สีอำพันอย่างแรงในมือไปมา เมื่อเริ่มสังเกตได้ว่าเรดาร์ตรวจจับเหยื่อสาวรายใหม่ของเพื่อนกำลังทำงาน “อะไรในตัวกูที่ทำให้มึงคิดอย่างนั้น” ทัชชกรตั้งคำถามกลับไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาคมคู่นั้นยังคงจับจ้องไปยังเจ้าของใบหน้าหวาน ที่กำลังพูดคุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน แข่งกับเสียงดนตรีที่บรรเลงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ดูท่าแล้วกลุ่มพวกเธอน่าจะมาปาร์ตี้งานวันเกิดของคนใดคนหนึ่งในกลุ่ม “กูใครวะ? กูนี่ฌอนชยางกูรเพื่อนมึงเชียวนะโว้ย แค่มึงอ้าปากกูก็เห็นลิ้นไก่มึงแล้ว” ฌอนเอ่ยตอบพลางหัวเราะเสียงดังชอบใจ “คงเป็นน้องคนสวยหน้าหวานชุดสีดำสินะที่มึงกำลังจ้องเขมือบอยู่ กูทายถูกไหม?” คราวนี้ชายหนุ่มหน้าตี๋ราวกับพระเอกหนังเกาหลีที่มีนามว่าโฬมเอ่ยขึ้นบ้าง “หึ รู้ดี…แสนรู้ทุกเรื่องจริงนะพวกมึง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร แขนแกร่งข้างหนึ่งวางพาดพนักพิงโซฟาราคาแพงเอนหลังพิงในท่วงท่าที่ดูสบาย ส่วนมือหนาอีกข้างหมุนควงแก้วเหล้าในมือไปมา ท่าทางที่ดูสบายๆ นั้นแต่กลับทำให้สาวๆ น้อยใหญ่นักท่องราตรีหลายคนมองมาที่เขากันเป็นขบวน พร้อมกับส่งสายตาหวานเยิ้มเชื้อเชิญอย่างสุดฤทธิ์ “กูเป็นเพื่อนมึงมาจนจะแก่หงำเหงือกตายแล้วนะโว้ยทำไมจะไม่รู้ แล้วนี่ไอ้พวกเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ เด็ดๆ จนเข็ดฟันมันไม่น่าค้นหาสำหรับมึงแล้วว่างั้น? หรือว่ารสนิยมมึงตอนนี้กำลังเปลี่ยนไป?” “คนเรามันก็ต้องลองเปลี่ยนอะไรใหม่ๆ บ้างสิวะ จะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วชอบแบบไหน และอะไรที่อร่อยถูกปากมากกว่ากัน” เขาตอบเสียงเรียบนิ่งภายใต้ใบหน้าที่ยังดูเรียบเฉยจนออกไปในทางที่ดูเย็นชา “เป็นเสือต้องออกล่า ไม่ใช่รอเวลาให้เหยื่ออ่อยนะเว้ย จ้องเขาจนแทบจะเขมือบเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้วก็ลุยเลยสิวะ…จะรออะไร! ขี้คร้านพอเจอผู้ชายหล่อรวย แถมยังกระบวยใหญ่แบบมึง มีแต่จะวิ่งแจ้นเข้าหาถวายตัวให้” ฌอนกล่าวพลางยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมากระดกลงคอไปอึกหนึ่ง “แล้วที่กำลังติดใจแม่สาวน้อยหน้าหวานคนนี้ ปรึกษาว่าที่เมียที่แม่มึงกำลังจะให้แต่งงานแล้วรึยังไม่ทราบ ฮ่าฮ่าฮ่า” ฌอนเอ่ยขึ้นอีกครั้งพลางหัวเราะเสียงดังชอบใจ จนโฬมเองก็พลอยหัวเราะไปกับเพื่อนด้วยเช่นกัน “เหอะ! ทำไมต้องปรึกษาวะ กูไม่ได้อยากจะได้ยัยนั่นมาเป็นเมียซะหน่อย ถ้าอยากได้กูเป็นผัวนักกูก็จะเป็นให้ แต่เป็นแค่ในนามก็เท่านั้นแหละ!” เขาแค่นหัวเราะเยาะในลำคอ แค่ผู้ชายอย่างเขายอมลดตัวแต่งงานด้วยก็บุญเท่าไหร่แล้ว คนที่หวงความโสดอย่างเขาเสียสละได้ขนาดนี้ก็นับว่าหาไม่ได้บ่อยครั้งนัก อีกอย่างหน้าตาผู้หญิงคนนั้นเขาก็ยังไม่เคยเห็น และเขาเองก็แทบจะไม่รู้จักนิสัยใจคอหรือตัวตนของอีกฝ่ายเลยเสียด้วยซ้ำ “แล้วน้องลิลลี่ขยี้ใจของมึงคงไม่เด็ดแล้วสินะถึงได้หมดวาระเร็วขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างแม่นั่นจะยอมให้มึงสละโสดคราวนี้ได้ แม่งเห็นเกาะติดหนึบเป็นตุ๊กแก นี่ยังไม่ถึงสามเดือนเลยด้วยซ้ำไม่ใช่เหรอวะ โดนเขี่ยตกกระป๋องซะแล้ว!!” โฬมเอ่ยพลางกระดกเหล้าในมือไปอึกใหญ่ “กูไม่ชอบคนที่ไม่ค่อยเชื่อฟัง ในเมื่อไม่เป็นอย่างที่ตกลงกันไว้ก็แค่ฉีกสัญญาทิ้ง จะได้ไม่มาสร้างปัญหาทีหลังให้กูได้ปวดหัว ไม่ได้มีแค่ผู้หญิงคนนี้นี่หว่าที่อยากจะผูกปิ่นโตกับกู” ก็แค่พวกผู้หญิงที่ชอบทำตัวล้ำเส้น เจ้ากี้เจ้าการ และยังคอยทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ผู้หญิงประเภทนี้เป็นอะไรที่ผู้ชายอย่างทัชชกรไม่อยากเล่นด้วยเป็นที่สุด เพราะมันช่างน่ารำคาญ คอยแต่จะหาเรื่องปวดหัวมาให้ “หึ พ่อเสือไม่เคยสิ้นลาย…แล้วนี่ถ้ามึงจะมองเขาขนาดนี้ก็ลุยเลยเถอะ เดี๋ยวสุนัขก็คาบแม่น้องคนสวยนั่นไปรับประทานเอาซะก่อนหรอก” ฌอนกล่าวในขณะที่สังเกตได้ว่าทัชชกรเพื่อนชายไม่ยอมละสายตาคมคู่นั้นไปจากสาวสวยที่ตนเองนั้นหมายตาเอาไว้เลยสักนิด ท่าทางผู้หญิงคนนี้เพื่อนของเขาน่าจะสนใจมากจริงๆ ถึงได้จ้องมองไม่วางตาขนาดนี้ “กูว่าเธอน่าสนใจดีนะ ดูสิ…นี่ขนาดมึงจ้องขนาดนี้เธอยังไม่คิดจะชายตาหันมาแลผู้ชายสุดเพอร์เฟกต์สเปกสาวอย่างมึงเลยว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า!!” โฬมหัวเราะเยาะเพื่อนอย่างสะใจ หากเป็นผู้หญิงคนอื่นที่ถูกผู้ชายอย่างทัชชกรมองขนาดนี้คงรู้ตัวและรีบปรี่เข้ามาหาเขาไปนานแล้ว แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้เธอกลับไม่มีแม้แต่จะชายตามามองเสียด้วยซ้ำ “หึ แบบนี้แหละ กูชอบ!” มุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจเหมือนได้รับการท้าทายอย่างหนึ่ง ซึ่งอะไรที่มันได้มายากๆ ผู้ชายอย่างเขาก็ดันชอบซะด้วยสิ แต่ก็คิดได้เพียงเท่านั้น…เมื่อจู่ๆ ก็มีผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามายังโต๊ะที่มีเธอนั่งอยู่ ผู้ชายคนนั้นเข้ามาพูดคุยทักทายสาวสวยหน้าหวานคนที่เขาสนใจด้วยท่าทางที่ดูสนิทสนมมากเป็นพิเศษ จนคนที่กำลังจ้องมองอยู่บนโซนวีไอพีชั้นบนนั้นถึงกับหัวคิ้วหนากระตุก ใบหน้าหล่อเหลาก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาอย่างไม่พอใจทันที “เฮ้ย!! นั่นมันไอ้พีระวิทย์หนิ! มันรู้จักน้องคนสวยนั่นได้ไงวะ กูว่า…งานนี้มึงคงจะได้กินแห้วแล้วล่ะว่ะไอ้เสือ ท่าทางสนิทสนมแนบแน่นขนาดนั้น ไอ้พีระวิทย์คงจะเป็นผัวน้องคนสวยนั่นชัวร์!!” ฌอนกล่าวขึ้นขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังชายหนุ่มหญิงสาวสองคนที่ท่าทางดูสนิทสนมกระหนุงกระหนิงราวกับเป็นคนรัก และพีระวิทย์เองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เขาดันเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาลัย อีกทั้งยังเป็นคู่แข่งของทัชชกรในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องกีฬา และกิจกรรมต่างๆ ทัชชกรไม่มีอะไรสู้พีระวิทย์ได้และเป็นรองตลอด พีระวิทย์เป็นคนที่เรียนดี ส่วนทัชชกรจะค่อนข้างไปในทางที่เกเร มีสิ่งเดียวที่เขาพอจะชนะพีระวิทย์ได้ก็คือเรื่องหน้าตาและฐานะ เพราะสภาพทางบ้านของพีระวิทย์เองไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เข้าขั้นไปในทางฐานะยากจนเสียด้วยซ้ำ “หึ ไม่เจอซะนาน…แต่มันก็ยังเสือกมาชอบผู้หญิงที่กูหมายตาเอาไว้ เหอะ! มันนี่แม่งเป็นเจ้ากรรมนายเวรกูรึไงวะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูเย็นชายากเกินจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะยกแก้วเหล้าเพียวๆ ลงคอไปอีกกรึบราวกับว่ามันเป็นแค่น้ำเปล่า ไม่คิดเลยว่าคู่แข่งในทุกๆ เรื่องตั้งแต่สมัยเรียนจะดันมาสนิทสนมกับผู้หญิงที่ตนเองนั้นหมายตาไว้ ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้ แต่เขาในทุกวันนี้ไม่ใช่ทัชชกรคนเดิมที่เคยขี้แพ้เรื่องเรียนและเรื่องกิจกรรมเหมือนเมื่อก่อนหรอกนะ เพราะทุกวันนี้เขาได้กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความเร็จ และยังเป็นที่หมายปองของสาวๆ มากหน้าหลายตา ทัชชกร ปรีดาศิริกุล หรือ เสือ ชายหนุ่มหล่อคาสโนวาตัวพ่อในวัย 30ปี นิสัยปากจัด ปากไม่ตรงกับใจ ชอบเอาชนะ บ้าอำนาจ เอาแต่ใจ แต่อ่อนไหวเรื่องความรัก ตอนนี้ทัชชกรขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัทTKกรุ๊ป บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุด ด้วยรูปแบบร้านค้าที่หลากหลาย และเป็นธุรกิจระดับแนวหน้าในเอเชียอาคเนย์ ปัจจุบันนี้เขาขึ้นมานั่งแท่นเป็นผู้บริหารบริษัทแทนผู้เป็นพ่ออย่างเต็มตัวแล้ว อีกทั้งยังต้องดูแลธุรกิจสีเทาอีกหลายอย่าง รวมทั้งลูกน้องอีกนับร้อยชีวิตที่อยู่ในความดูแลของเขา แม้ผู้ชายอย่างทัชชกรจะต้องรับภาระอันหนักอึ้งมากมาย แต่มาเฟียในคราบนักธุรกิจหนุ่มเช่นเขาก็ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายหลายอย่างมาได้ จนปัจจุบันนี้เขาได้ขึ้นแท่นมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่หลายๆ คนต่างจับตามอง และก็ต่างยอมรับในความสามารถของเขากันอย่างล้นหลาม “แล้วมึงจะเอาไงต่อวะ จะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้?” ฌอนเอ่ยถาม “ทำไมกูต้องลดตัวไปเกลือกกลั้วกับคนอย่างไอ้พีมันด้วยวะ ผู้หญิงมีออกเยอะแยะที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับกู!” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยตอบ “เออ นั่นสินะ กูก็ลืมไปว่าผู้หญิงสาวๆ สวยๆ ที่พร้อมจะวิ่งแจ้นเข้าหาคนอย่างมึงมีเป็นฝูงๆ” ฌอนกล่าว “อย่าสนใจเลยว่ะ มา!! ชนแก้วกันดีกว่า ดวลกันหน่อยก่อนผู้ชายชั่วๆ ที่หวงความโสดอย่างมึงจะสละโสดแต่งงานมีเมีย!” โฬมเอ่ยขึ้นพร้อมกับเทเหล้าเพียวๆ ให้เพื่อน ก่อนทั้งหมดจะยกแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นมากระทบกันเบาๆ เพื่อดื่มด่ำไปพร้อมกับบรรยากาศอึมครึมของเจ้าของใบหน้าคมสันที่ตอนนี้ถมึงทึงราวกับไปกินรังแตนมาตอนพิเศษ2อาทิตย์ต่อมา….หลังจากคนตัวโตอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็มานั่งทำงานต่ออยู่ในห้องทำงาน โดยที่ผมของเขายังไม่แห้งและมีหยดน้ำใสๆ อยู่ประปราย บนตัวนั้นมีเพียงกางเกงขายาวเนื้อนุ่ม และผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่าแกร่งไว้ ช่วงหลังๆ มานี้เขามักจะหอบเอางานกลับมาทำที่บ้านอยู่บ่อยครั้งเพราะเมียอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แม้เขาจะจ้างแม่บ้านมาไว้คอยดูแลเรื่องงานบ้านและคอยดูแลเธอ แต่เขาก็ยังอดห่วงเธอไม่ได้ ที่สำคัญ…ช่วงนี้รู้สึกได้ว่าคนเป็นเมียติดเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคืออาการแพ้ท้องที่แปลกประหลาดของเธอ และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากไปกว่านั้นก็คือตอนที่เธอบอกว่าเธอติดกลิ่นของเขา เธอบอกว่าถ้าหากเธอไม่ได้กลิ่นเขาแล้วเธอเหมือนจะคลื่นไส้ จนเขาเองนั้นได้แต่คิดในใจว่าถ้ารู้ว่าแพ้ท้องแล้วอีกคนจะติดเขามากขนาดนี้ เขาคงเสกเด็กเข้าท้องเธอไปตั้งงานแล้วแกร่ก!!เพียงไม่นานคนตัวเล็กก็เดินออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับชุดนอนกระโปรงบางเบา ชมพูนุชเดินไปหย่อนสะโพกกลมกลึงนั่งลงบนหน้าตักแกร่งของผู้เป็นสามีอย่างถือวิสาสะ“มีอะไรครับ?” เขาถามขึ้นก่อนจะละสายตาออกจากหน้าจอแม็คบุ๊คเครื
ตอนพิเศษ1 3เดือนผ่านไป….“อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก” เขาโน้มใบหน้าคมสันลงไปจูบหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม เช้านี้เขาตื่นขึ้นมาก่อนเธอ สามีหนุ่มลืมตาขึ้นมาสำรวจใบหน้าหวานของภรรยาสาวที่นอนหันหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขาเพียงครู่ ก่อนดวงตาคู่สวยจะค่อยๆ ปรือขึ้นมาช้าๆ มองสบสายตาคมของผู้เป็นสามี“อื้อ…เช้าอีกแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยขึ้นพลางซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาแผงอกของเขาราวกับลูกแมวเหมียวขี้เซา“ก็เช้าอีกแล้วสิครับ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะยื่นแขนแกร่งเข้าไปโอบกอดเจ้าของร่างนุ่มนิ่มที่ตอนนี้รู้สึกจะดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากกว่าแต่ก่อน ตอนนี้เธอตั้งท้องได้สี่เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ร่างกายเธอไม่ได้เหมือนคนท้องเลยสักนิด จะมีเพียงแค่หน้าท้องที่นูนป่องขึ้นมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น หากไม่บอกว่าท้องใครๆ ก็คงจะดูไม่ออก“วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอคะ ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ เมื่อคืนคุณก็…เอ่อ…”จู่ๆ เธอก็พูดติดๆ ขัดๆ ขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ เมื่อหวนนึกไปถึงบทรักอันเร่าร้อนจากเขาเมื่อคืน เขาจับเธอกินครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบจะถึงเช้า เพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาเธอก็ไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัว เป็นเวลากว่าสามเดือน
ตอนที่36 “เธอเป็นเมียฉันนะชมพู...ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยรู้ไหม”“เอาความห่วงใยของคุณเก็บไว้ให้บรรดาพวกผู้หญิงของคุณเถอะค่ะ ฉันไม่อยากรับหรอก”“ฉันขอโทษนะ...ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ฉันทำให้เธอหวาดกลัวและเจ็บปวด ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น...มันสมควรที่เธอจะโกรธจะเกลียดฉันจนต้องหนีกลับมาที่นี่ ฉันคงยังไม่เคยบอกเธอเลยสินะ ว่าตั้งแต่ที่ฉันเจอเธอวันแรกฉันก็หลงรักเธอ...แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังรักเธอ ไม่เคยเกลียดเธอเลยแม้แต่นิดเดียว”“…..”“ฉันรักเธอมาก รักเธออยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด รักมากจนต้องมานั่งคาดหวังว่าเธอเองจะรักฉันตอบ แต่พอฉันได้ยินที่เธอพูดกับพี่ชายเธอวันนั้น…ว่าเธอไม่รักฉันเลย มันทำให้ฉันเจ็บมาก เจ็บจนต้องเผลอทำอะไรรุนแรงกับเธอ เพียงเพราะว่าฉันหึงหวงเธอกับพีระวิทย์เลยทำให้ฉันเผลอทำอะไรที่ขาดสติยั้งคิดไป”ถ้อยวลีของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่เพิ่งจะเอ่ยคำว่ารักออกจากปาก ทำให้คนที่นอนซมอยู่บนเตียงนั้นชะงักนิ่ง พลางคิดว่าจะเป็นได้ยังไงในเมื่อตลอดเวลาเขาทำราวกับว่ารังเกียจเธอเสียหนักหนา ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนในสายตาของเขาเลยด้วยซ้ำ เขาทำให้เธอเจ็บทั้งกายและใจ แต่พอมาวันนี้…จะมาบอกว่
ตอนที่35“คอยดูนะ ถ้าน้องสาวกูเป็นอะไรไปล่ะก็…กูฆ่ามึงแน่ไอ้สารเลว”“นี่มันเรื่องอะไรกันชน ทำไมลูกถึงไปว่าคุณเสือเขาแบบนั้น….คุณเสือพอจะบอกแม่ได้ไหมลูกว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”ผู้เป็นแม่ยายหันไปเอ่ยถามผู้เป็นลูกเขยบ้าง“ผมเป็นคนผิดเองแหละครับคุณแม่…ก็อย่างที่ผมบอก ก่อนหน้านี้ผมกับชมพูเรามีปากเสียงกันนิดหน่อยครับ..”“หึ มึงก็เลยทนไม่ไหว ทำร้ายร่างกายน้องสาวกูใช่ไหม!!”เสียงชนกันต์แทรกขึ้นอีกรอบ“ผมเปล่าทำร้ายชมพู!!”“ไอ้โกหก...ถ้ามึงไม่ทำร้ายแล้วน้องสาวกูจะเข้าโรงพยาบาลได้ไงวะ อย่าไปเชื่อคนอย่างมันนะครับแม่ มันกำลังหลอกแม่หลอกทุกคนอยู่ ตอนอยู่กรุงเทพฯ มันก็ทำร้ายร่างกายชมพูบ่อยๆ”ชนกันต์ตั้งท่าจะกระโจนเข้ามาหาทัชชกรอีกด้วยความโมโห แต่ยังดีที่พีระวิทย์รั้งร่างเอาไว้ และไทสันเองก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน ไม่งั้นรายการชกกันคงเกิดขึ้นอีกรอบแน่ และรอบนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าคนอย่างทัชชกรจะทนได้แค่ไหน“ผมสาบานครับ ว่าผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นจริงๆ ผมไม่เคยคิดที่จะตบตีหรือทำร้ายร่างกายชมพูเลยสักครั้งนะครับคุณแม่...”“มึง....ไอ้!..”ชนกันต์ยังไม่เลิก ดังนั้นพีระวิทย์จึงต้องลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“น
ตอนที่34เช้าวันต่อมา….ดวงตาคมค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาหลังจากนอนหลับได้เต็มอิ่ม การที่ได้นอนกอดเมียมันทำให้เขาหลับสบายทั้งคืน ชมพูนุชเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยชุดที่สบายๆ เธอสวมเสื้อยืดสีขาวขนาดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้นสีครีมทำเอาผู้เป็นสามีมองเธอตาเป็นมัน นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองเรียวขาขาวเนียนนั้นอย่างหลงใหล เขาชอบที่เธอใส่ชุดแบบนี้ที่สุด ชุดธรรมดาๆ แต่ทำให้เธอดูน่ารักน่าค้นหา เอาจริงๆ เขาก็อยากจะทำอะไรรับอรุณอย่างที่เขาเคยทำเป็นประจำ แต่เขาเองก็เพิ่งจะรังแกเธอไปและเธอเองก็ยังไม่ยอมยกโทษให้ ถ้าจะหาเรื่องรังแกเธอซ้ำรอยแผลเดิมอีกก็ใช่เรื่อง ถ้าขืนเขายังเอาแต่ใจเอาแต่อารมณ์ของตัวเองอีก คราวนี้เธอคงได้ขอหย่ากับเขาจริงๆ แน่ เพราะฉะนั้นเขาจึงได้แต่อดทน แม้เช้านี้เขาอยากจะเอาเมียมากแค่ไหนเขาก็ต้องบอกไอ้เจ้าลูกชายที่มันตื่นขึ้นมาในตอนเช้าทุกวันให้สงบลง“นั่นเธอจะทำอะไร?” น้ำเสียงที่ยังคงงัวเงียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินไปตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบนั่นจับนี่“ฉันจะอาบน้ำ คุณมีปัญหาหรือไง” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยตอบอย่างหงุดหงิด ทั้งๆ ที่เขาเองก็ถามเธอดีๆ แท้ๆ แต่คนตัวเล็กกลับอารมณ์เสียใส่เขาซะงั้น ช่วงนี้ชมพูนุชรู้
ตอนที่33“ฉันว่าคุณกลับกรุงเทพฯไปเถอะค่ะ พวกคนเมืองกรุงฐานะร่ำรวยอย่างพวกคุณไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่หรอก” เธอเอ่ยเพียงแค่นั้นก็ตั้งท่าจะเอี้ยวตัวหันหลังกลับ ทำให้คนที่กำลังก้มๆ เงยๆ ล้างมือที่เปรอะเปื้อนอยู่รีบดีดตัวลุกขึ้นมาจากสระน้ำทันที “ฉันไม่กลับ! จนกว่าเธอจะกลับไปกับฉันด้วย”เขาเอ่ยเสียงเข้มพลางยื่นมือไปกระชากข้อมือเธอไว้ให้หยุดเดิน “ฉันจะไม่กลับไปกับคุณค่ะ ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันจะไม่กลับไปอยู่กับคนใจร้ายอย่างคุณอีกแล้วค่ะคุณเสือ” เธอว่าพลางแกะมือเขาออกจากการเกาะกุม“แต่เราเป็นผัวเมียกันนะ ก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ จะแยกกันอยู่ได้ยังไง”“ก็แค่ผัวเมีย เป็นได้...ก็เลิกเป็นได้เหมือนกัน ฉันจะไม่กลับไปเพื่อให้คุณกักขังฉันไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันหรอกนะคะ!!” ประโยคที่เธอพูดมาทำเอาเขาชะงักนิ่งไปทันที“ฉะ ฉันโมโหก็เลยพูดไปอย่างงั้นเอง ฉันไม่ได้จะกักขังเธอจริงๆ สักหน่อย”“ฉันไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะพูดเล่น และฉันก็จะไม่กลับ!!” เธอยังยืนยันหนักแน่น“ถ้าเธอไม่กลับฉันก็ไม่กลับ เธออยู่ที่ไหนฉันก็จะอยู่ที่นั่น ที่ไหนมีเธอที่นั่นก็ต้องมีฉัน!”“งั้นก็แล้วแต่คุณเลยค่ะ คนรวยอย่างคุณคงทนอยู่ที่บ้านนอกคอ