LOGINหนูนาเอนศีรษะพิงกระจกรถ มองวิวข้างทางด้วยสายตาเหม่อลอย กระพริบเปลือกตาช้าลงกว่าปกติ เนื่องจากภายในรถหรูเงียบเชียบ บวกกับเพิ่งกินอิ่มมาหมาด ๆ ทำให้อดทนต่อความง่วงไม่ไหว ไม่นานทัศนียภาพเบื้องหน้าก็วูบดับไป
หางตาของทิศเหนือเห็นน้องสาวนั่งโอนเอน ศีรษะกระแทกกระจกข้างอยู่หลายครา จึงตัดสินใจส่งมือหนาประคองศีรษะของเธอให้เอนลงมาพิงบ่าของเขาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะใช้แขนข้างนั้นโอบไหล่ของหนูนาเอาไว้ จนกระทั่งกลับไปถึงบ้านเขาก็ผละแขนออก แล้วปลุกคนตัวเล็ก
“ตื่นได้แล้ว”
หนูนาปรือดวงตาขึ้นมาอย่างงัวเงียเมื่อได้ยินเสียงทุ้มดังเข้าหู ความรู้สึกของเธอช้ากว่าปกติเพราะเพิ่งตื่นใหม่ กว่าจะรู้ตัวว่ากำลังนั่งอยู่แนบชิดกับพี่ชายก็ผ่านไปหลายวินาที ใบหน้าสวยเงยขึ้นก็พบกับดวงตาคู่คมของทิศเหนือที่ก้มมองลงมา พลันใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะใบหน้าของเธอและเขาอยู่ใกล้กันมาก ก่อนจะรีบผละตัวออกเพื่อเว้นระยะห่าง
“ขอโทษค่ะ กินอิ่มไปหน่อยเลยเผลอหลับ” หญิงสาวคลี่ยิ้มเจื่อน
ทิศเหนือไม่ได้เอ่ยตอบ เขาเปิดประตูก้าวลงจากรถไปด้วยท่าทางเฉยชาอย่างที่เคยเป็น หนูนาเองก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะพี่ชายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่แล้ว เธอรีบเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะจ้ำอ้าวเข้าไปอยู่เคียงข้างกัน ขณะเดินเข้าไปในคฤหาสน์
ก่อนจะแยกกันบนชั้นสอง หนูนาก็เอ่ยเรียก
“พี่ทิศเหนือ”
มาเฟียหนุ่มหันมาจ้องน้องสาวด้วยแววตาตั้งคำถามว่า เธอเรียกเขาทำไม
“ฝันดีนะคะ”
“อืม”
ทิศเหนือขานรับในลำคอ ก่อนจะเดินไปทางปีกซ้าย ซึ่งห้องนอนของเขาอยู่ตรงสุดทางเดิน หนูนายืนมองแผ่นหลังของพี่ชายครู่หนึ่ง ก่อนจะหันตัวก้าวไปทางปีกขวา ซึ่งห้องนอนของเธอก็อยู่ตรงสุดทางเดินเช่นกัน
.
หลังจากสามพ่อลูกกินมื้อเช้าอิ่ม หนูนาก็เดินตามทิศเหนือไปขึ้นรถ เพราะทุกเช้าเขามักจะแวะไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัยก่อนจะไปทำงาน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถหรูก็เคลื่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัยเอกชน ก่อนจะจอดสนิทอยู่หน้าตึกคณะบัญชี หนูนาปลดเข็มขัดนิรภัยออก หันใบหน้าสวยไปหาพี่ชายที่นั่งอยู่ข้างกัน
“ลงไปส่งหน่อยสิคะ”
“เธอเรียนที่นี่มาปีกว่าแล้วนะ ยังต้องให้พี่ไปส่งอีกเหรอ”
“ก็หนูนาอยากอวดว่ามีพี่ชายหล่อนี่คะ นะ นะ ลงไปส่งหนูนาหน่อย”
หญิงสาวทำหน้าอ้อน ส่งผลให้คนเป็นพี่ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งคล้ายกับรำคาญใจ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ได้เอ่ยตอบ แต่การกระทำของทิศเหนือกลับทำให้เธอเผยรอยยิ้มออกมาด้วยดีใจ
หนูนารีบลงจากรถ เมื่อเห็นพี่ชายเปิดประตูก้าวออกไปยืนด้านนอกรอ ก่อนจะพากันเดินไปยังใต้ตึกคณะ เนื่องจากเพื่อนของเธอนั่งรออยู่ที่ม้าหินอ่อน
ระหว่างก้าวเดินกันอยู่นั้นก็มีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ใบหน้าของทิศเหนือ และมีนักศึกษาสาวคนหนึ่งเดินเข้ามายืนขวางทั้งสองคน ใบหน้าสวยของคนในชุดนักศึกษารัดรูปเผยรอยยิ้มหวานอย่างมีจุดประสงค์แอบแฝง ตวัดดวงตาเปล่งประกายขึ้นมองใบหน้าหล่อแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมองหนูนา
“นี่แฟน หรือว่าเป็นพี่ชาย”
คนเอ่ยถามเป็นรุ่นพี่ที่เรียนคณะบัญชีเหมือนกัน รู้จักกับหนูนาตอนทำกิจกรรมรับน้องเมื่อปีก่อน ทั้งสองสาวไม่ได้สนิทกันเท่าไร แต่ถ้าเจอหน้าก็มีทักทายกันบ้างตามมารยาท
“แฟนค่ะ ไม่ใช่พี่ชาย”
หนูนาคลี่ยิ้มเอ่ยตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ขณะที่เรียวแขนก็เลื่อนไปกอดแขนของทิศเหนือเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ทำให้สาวรุ่นพี่ใบหน้าเจื่อนลงทันที ก่อนจะรีบเดินหลีกออกไปด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ แม้คนถูกพาดพิงจะไม่ชอบใจกับคำตอบนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธ เพราะเขาไม่ได้สนใจนักศึกษาสาวคนนี้เช่นกัน
ในเมื่อหนูนากอดแขนของพี่ชายแล้ว เธอก็ไม่คิดจะปล่อยมือ จึงรั้งให้อีกฝ่ายเดินไปข้างหน้า
“ไม่คิดจะถามหน่อยเหรอคะว่า ทำไมหนูนาถึงตอบไปแบบนั้น”
“มันจะมีเหตุผลอะไรอีกล่ะ นอกจากหวงพี่”
“ก็หนูนาไม่อยากให้พี่เจอคนนิสัยไม่ดีนี่คะ ถ้าจะมีแฟนก็ต้องน่ารักแบบหนูนา”
สาวรุ่นพี่คนเมื่อครู่มักจะมีข่าวเปลี่ยนแฟนอยู่บ่อยครั้ง เธอไม่อยากให้ทิศเหนือหลงกลผู้หญิงคนนี้ หรือใครก็ตามที่คิดจะมาเกาะพี่ชายเพราะคิดว่าเขาร่ำรวย แต่ไม่ได้คิดจะจริงใจต่อกัน
หรือจะพูดง่าย ๆ ก็คือ เธอหวงอีกฝ่ายไว้ให้ตัวเองนั่นแหละ
“หึ”
“ขำอะไรคะ”
“ก็ขำเธอไงล่ะยัยบ๊อง ถ้าพี่มีแฟนแบบเธอก็คงปวดหัวตาย ทั้งยังต้องมาคอยเอาอกเอาใจ หนีเที่ยวก็เก่ง”
หนูนาชะงักฝีเท้าทันที เธอผละเรียวแขนออกจากอีกฝ่าย เปลี่ยนไปจับข้อมือของเขา ขณะช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าหล่อ
“พี่ทิศเหนือรำคาญหนูนาเหรอคะ”
คราแรกธีร์ก็หลงใหลในรูปโฉมของหนูนา อยากเชยชมตอนสาวสวยคนนี้เปลือยกายอยู่บนเตียงของเขาสักครั้ง ทว่าเธอดูไม่ง่ายเหมือนคนก่อน ๆ ประจวบกับได้รับงานจากบริษัทของวัฒนา ซึ่งทั้งสองมักจะตกลงกันเรื่องส่งต่อเด็กฝึกงานให้มาเป็นของเล่นบนเตียงของนักธุรกิจวัยกลางคน เพื่อแลกกับค่าตัวหลักหมื่นที่ธีร์จะได้รับ และในเมื่อหนูนาไม่ยอมเล่นกับเขา ในฐานะพี่เลี้ยงที่เธอไว้วางใจจึงวางแผนเรื่องตรวจเอกสารผิดพลาด เพื่อพาเธอมาส่งให้ถึงมือของวัฒนาด้วยตัวเอง“ขอให้มีความสุขกับน้องหนูนานะครับ”“ฮ่าฮ่าฮ่า”วัฒนาส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทันใดนั้นหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เปิดประตูเข้าห้องมา พี่เลี้ยงของเธอก็ลุกออกจากโซฟา พลางเอ่ย“ฝากคุณวัฒนาด้วยนะ พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”หนูนาพยักหน้าลงเป็นการตอบรับ ก่อนจะนั่งลงโซฟาตัวเดิม ภายในห้องเหลือกันเพียงชายหนึ่งหญิงหนึ่ง นักธุรกิจวันกลางคนก็เริ่มออกลาย“มานั่งกับพี่ไหม จะได้ไม่เหงา”“มะ ไม่เป็นไรค่ะ”“มาเถอะครับ พี่อยากอยู่ใกล้น้องใจจะขาด”วัฒนาเลื่อนมือหนาไปกอบกุมข้อมือของหนูนา ส่งผลให้เธอผละตัวออกจากโซฟาเพราะถูกแรงของอีกฝ่ายเหนี่ยวรั้ง หญิงสาวในชุดนักศึกษาโน้มกายลงทาบ
หนูนาเดินทางไปยังสถานที่นัดเลี้ยงลูกค้าพร้อมกับธีร์ คราแรกเธอก็นึกว่าเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ทั่วไป ทว่ารถของพี่เลี้ยงกลับเลี้ยวเข้าไปที่คลับแห่งหนึ่ง เธอจำต้องก้าวลงจากรถ เดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปข้างใน ก่อนตัดสินใจเอ่ยถาม ขณะหยุดยืนอยู่หน้าห้องวีไอพี“นัดลูกค้าที่นี่เหรอคะ”“อืม คุณวัฒนาไม่ชอบสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน มันแอร์อัด พี่ก็เลยจองห้องวีไอพีไว้รับรองลูกค้า”หนูนาเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปห้องรับรองส่วนตัวของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาคนละตัว ด้านหน้ามีโต๊ะกลาง และเมนูอาหารวางอยู่“อยากกินอะไรสั่งได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”“พี่ธีร์สั่งได้เลยค่ะ หนูขอแค่น้ำเปล่าก็พอ”“มาเที่ยวทั้งทีจะกินแค่น้ำเปล่าได้ไงครับ งั้นพี่สั่งเป็นคอกเทลให้แล้วกัน ดื่มง่าย ค่อย ๆ จิบไป”“ค่ะ”ไม่นานพนักงานของคลับก็ได้ทยอยนำเครื่องดื่มและกับแกล้มที่ลูกค้าสั่งเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ สักพักประตูห้องวีไอพีก็ถูกเปิดออก ก่อนที่ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปลาย ๆ จะก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับกวาดสายตามองคนที่นั่งอยู่ภายในห้องเขาคือ วัฒนา เจ้าของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม เป็นคนรูปร่างสูงท้วมเล็กน้อย ตั
หนูนาพาพี่ชายเข้าไปล้างแผลในห้องน้ำ เนื่องจากเธอต้องใช้น้ำเกลือราดลงบนบาดแผลโดยตรง ไม่ได้ใช้วิธีเช็ด ก่อนจะส่งเสียงพึมพำ“ไม่รู้ว่าไปโดนเลือดของพวกมันด้วยรึเปล่า ต้องล้างให้สะอาดก่อนค่ะ”หนูนาหยิบผ้าสะอาดมาซับคราบน้ำที่มือของพี่ชาย ทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องน้ำไปนั่งตรงปลายเตียง เธอบีบเนื้อครีมของยาฆ่าเชื้อพร้อมสมานแผลลงบนนิ้ว จากนั้นค่อย ๆ เกลี่ยตัวยาลงบนแผลถลอกด้านหลังมือ ซึ่งเป็นผิวหนังตรงกระดูกที่เชื่อมต่อไปยังนิ้วมือทั้งห้าด้วยความระมัดระวัง“แสบไหมคะ”เธอช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าของพี่ชายที่เอาแต่นั่งนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าให้เธอเป็นคำตอบ“หนูนาไม่อยากเห็นพี่ทิศเหนือเจ็บตัวแบบนี้เลย”“หึ เห็นแผลแค่นี้ทำเป็นใจเสาะไปได้ พี่ก็แค่เจ็บมือ ไม่ได้ตายสักหน่อย”มือเล็กยกขึ้นปิดริมฝีปากของทิศเหนือเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงเรื่องอัปมงคล“ห้ามพูดค่ะ พี่ทิศเหนือจะต้องไม่เป็นอะไรทั้งนั้น”เขาจับมือของน้องสาวออก แล้วเอ่ย“ต่อไปพี่จะระวังให้มากกว่านี้ เธอเองก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ทำไมถึงไม่โทรมาหาพี่”“หนูนาขอโทษค่ะ ตอนนั้นเหตุการณ์มันฉุกละหุก แต่คิดว่ายังไงก็ต้องมีพระ
คนถูกหมัดไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นนั่ง นอนยกมือสั่นเทาไหว้หนุ่มรุ่นน้องที่กำลังใช้เท้าเหยียบหน้าอกเต็มแรง ร้องขอความเห็นใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ปะ ปล่อยฉันไปเถอะ สร้อยเส้นนี้ฉันจะยกให้แทนคำขอโทษ”มาเฟียหนุ่มโน้มกายลงไปจับสร้อยเส้นหนาน้ำหนักสิบบาท มุมปากของเขายกยิ้มเย้ยหยัน ก่อนผละมือออก เมื่อของสิ่งนั้นช่างไร้ค่าในสายตาของเขา“กูจะเอาสร้อยของมึงมาทำห่าอะไร ถ้ามึงไม่เสนอหน้ามายุ่งกับน้องกูก่อน จุดจบของมึงก็คงไม่เป็นแบบนี้”ทิศเหนือกระทืบซ้ำหลายครั้งระบายอารมณ์ ก่อนจะเตะสวนเข้าใบหน้าของคนที่มันกล้ามายุ่งกับหนูนาจนหน้าหัน สลบไปทันที“ฆ่าพวกมันเลยไหมครับ” สิงห์เอ่ยถาม“ความตายมันง่ายไป คนอย่างพวกมันต้องไปลิ้มรสข้าวแดงในคุก มึงโทรหาผู้กำกับกิตติ แล้วขอยาเสพติดที่รอทำลายมายัดใส่ท้ายรถของพวกมัน จากนั้นก็จัดฉากเหมือนว่าขัดผลประโยชน์กันเอง แล้วให้ผู้กำกับนำทีมมาจับพวกมันซะ อย่าลืมจัดการกับภาพที่หลุดไปในคืนนี้ด้วยล่ะ”ทิศเหนือเคยเห็นเสี่ยคนนี้หลายครั้ง มาที่ผับของเขาแต่ละทีก็มักจะตอแยนักท่องเที่ยวสาวไปทั่ว บางครั้งก็มีการนัดรับส่งอะไรบางอย่างกันที่โรงจอดรถของผับ ในเมื่อมันกล้ามาหยามเขาถึงที่ เขา
โชคดีที่การ์ดของผับหลายคนเข้ามาขวางเอาไว้ได้ทันก่อนที่ลูกน้องของเสี่ยจะถึงตัวพวกเธอ จากนั้นก็มีชายในชุดสูตคนหนึ่ง เซตผมเป็นทรงดูดี จ้ำอ้าวเข้ามาหา“คุณหนูนาเป็นยังไงบ้างครับ”“ฉันไม่เป็นไรค่ะ คุณคือ…” คิ้วเรียวย่นเข้าหากัน จ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาสงสัย“ผมเป็นผู้จัดการผับครับ ต้องขอโทษด้วยที่ดูแลคุณหนูนากับเพื่อนได้ไม่ดี”“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณ”ผู้จัดการผับหันไปส่งสายตาให้กับพวกการ์ดที่กำลังล็อกตัวเสี่ยและลูกน้องอีกสองคนกดลงกับพื้น ท่ามกลางสายตาของนักดื่มที่จ้องมองมาทางโต๊ะของหนูนา บางคนก็นำโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพและถ่ายวิดีโอ แล้วสามคนนั้นก็ถูกคนของผับลากตัวออกไป“เชิญดื่มต่อได้เลยนะครับ ส่วนคนพวกนั้นเดี๋ยวผมจัดการให้เอง”ผู้จัดการผับโค้งศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหลังคนเหล่านั้นออกไปทางด้านมาเฟียหนุ่มและเพื่อนสนิทกำลังนั่งตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายที่ฝ่ายการเงินสรุปยอดมาให้ ประตูห้องทำงานก็มีเสียงเคาะดังขึ้น ก่อนที่สิงห์จะเปิดประตูเข้ามาแจ้งข่าวให้แก่ผู้เป็นนาย“เกิดเรื่องกับคุณหนูนาแล้วครับ”ทิศเหนือตวัดสายตาคมจ้องหน้าลูกน้องคนสนิท “น้องกูทำไม”“มีคนเข้าไปหาเรื่องคุณหนูนา
หลังจากมาเฟียหนุ่มเดินออกไป หนุ่มสาวทั้งห้าคนที่ใส่ชุดเที่ยวคนละสไตล์ก็พากันสั่งกับแกล้มและเครื่องดื่มกับพนักงาน ระหว่างรอของที่สั่ง วินก็เปิดประเด็นขึ้น“เป็นยังไงกันบ้าง ฝึกงานหนึ่งเดือนยังไหวกันอยู่ไหม”“ไม่ไหวก็ต้องไหว ฉันนั่งจ้องหน้าจอเทรดจนตาลาย ถึงขั้นเก็บเอาไปฝันอะคิดดู” ครีมเอ่ยถึงประสบการณ์ที่พบเจอ“อย่างน้อยแกก็ได้นั่งกินข้าวกับพี่โซ่ทุกวันไม่ใช่เหรอ” หนูนาเอ่ยแซว ส่งผลให้เพื่อนของเธออมยิ้มเขิน“แล้วเธอล่ะหนูนา” บอลอยากรู้เรื่องของเธอ เพราะไม่ได้เจอหน้าคนที่ชอบตลอดหนึ่งเดือนเต็ม“ช่วงนี้ถูกพี่เลี้ยงหิ้วไปทำงานที่บริษัทของลูกค้า สลับกับมานั่งตรวจเอกสารที่ออฟฟิศ บางวันเปิดเอกสารเทียบกันจนตาลายไม่ต่างจากยัยครีมหรอก”“ต้องออกไปบริษัทลูกค้าบ่อยไหม” วินเอ่ยถาม“แล้วแต่งาน บางช่วงก็ไปติดกันหลายวัน บางครั้งก็ครึ่งวัน จากนั้นก็นำเอกสารกลับมาทำต่อที่ออฟฟิศ”“ฉันแทบไม่ได้ไปไหนเลย อุดอู้อยู่แต่สำนักงานใหญ่ทั้งวัน แต่ละงานขั้นตอนเยอะมาก กว่าจะทำอะไรเสร็จแต่ละอย่างต้องตรวจซ้ำไม่รู้ตั้งกี่รอบ”วินพยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคบอกเล่าแกมบ่นของมาเบล ก่อนจะถูกเพื่อนสาวหันมาส่งเสียงเอ็ด“นายจะพยัก







