تسجيل الدخولพัชญะมุ่นคิ้ว “อ่า...บอสให้คุณพริ้มกลับมาทำงานเลขาอีกแล้วหรือครับ ดีจัง ผมจะได้เจอเพื่อนเก่าบ้าง” ไม่เอ่ยเปล่าๆ แต่เอื้อมมือไปแตะศอกพริ้มเพราราวกับคนคุ้นเคยมาร์คินเลิกคิ้วสูง มองมือของพัชญะอย่างเคืองใจ“ใครบอกว่าเธอจะมาทำงาน” พูดจบก็ดึงร่างเมียรักเข้ามาใกล้ “พริ้มเพราเป็นเมียผม และเป็นแม่ของลูกผมด้วย”“หา!?” พัชญะช็อกไปเกือบครึ่งนาที“ที่สำคัญคือเธอกำลังท้องอยู่ แฝดสามน่ะ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าแตะต้องเธอล่ะ เพราะผม...หวงมาก”“อ่า...ครับๆ”“ถ้าจะให้ดี ช่วยปฏิบัติต่อเธออย่างมีมารยาท เจอเธอคราวหน้า ก้มหัวให้เธอซะ เพราะเธอเป็นเจ้านาย เข้าใจนะ”“ครับ...บอส!”พริ้มเพรานึกสมเพชอดีตแฟน เธอไม่เคยเห็นเขาหงอได้มากเท่านี้ตั้งแต่เกิดมา“ไปกันเถอะ”“ขอเวลาแป๊บนะคะ” เธอร้องขอ มาร์คินเลยเข้าลิฟต์ไปก่อน เธออยากพูดอะไรกับพัชญะสักนิด เขาจะได้เข้าใจสักที “ขอบคุณนะพอร์ช”“หือ? อ้อ...ครับ...คุณพริ้ม”“ขอบคุณนะที่ทิ้งกันไป ไม่อย่างนั้นพริ้มคงไม่ได้เจอมาร์คิน เรามาจบเรื่องในอดีตกันตรงนี้เถอะนะ ขอบคุณอีกครั้ง...สำหรับทุกอย่าง”“อ่า...ครับ...ยินดีด้วยครับ คุณพริ้ม...”พริ้มเพรายิ้มให้อดีตแฟน สิ่งเดียวที่นับว่าเป็
“ไปๆ หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกัน ได้ยินว่ามื้อเช้ามีข้าวห่อใบบัว โอ๊ย...อยาก”“เออๆๆ ไปๆๆ” กุ้งนางเร่งเร้า จะซอยเท้าตามเพื่อนไปแต่ชายเสื้อถูกดึงยิกๆ “เร็วเข้านังกุ้ง พาผู้ชายแกมาด้วยสิยะ” กมลศักดิ์เร่งเร้ากุ้งนางนึกเคือง ผู้ชายของเธอเหรอ หึ! นังกิ๊บ! ฉันอยากจะฆ่าแกเพราะเรื่องนี่ล่ะ“น้องคะ ไปเร็วค่ะ ไปหาข้าวกินกัน”นะโมทำหน้ายู่ ดึงชายเสื้อพี่กุ้งเอาไว้“พี่กุ้ง...นะโมเหนื่อย เนี่ย...ปวดขา” เด็กน้อยบอก ก้มลงทุบขาสองสามทีกุ้งนางทำหน้าแหย คุกเข่าลงตรงหน้าหนูน้อย “คงจะไม่ได้ให้พี่...”“ฮึบ!”สิ้นเสียงฮึบ ความหนักก็ถาโถมเข้ามาที่แผ่นหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอะไรอยู่บนนั้น ร่างกลมป้อมของเด็กชายนะโมนั่นเองกุ้งนางเม้มปากแน่นๆ แบกเจ้าหนูขึ้นหลัง แล้วเดินไปตามสะพานไม้ ทั้งหนักทั้งเหนื่อย แต่เธอก็ต้องทน ฉันจะฆ่าแก นังกิ๊บ! นังเพื่อนทรยศ!...........บริษัทมนวรรธน์กลิ่นกาแฟหอมฉุยลอยข้ามฝั่งมา พริ้มเพรายุติสองขาที่กำลังก้าวจะเข้าบริษัท เธอมองข้ามไป นึกถึงวันที่ต้องเร่งฝีเท้าไปซื้อกาแฟให้เจ้านายแล้วยิ้มหัวออกมา ราวกับว่าเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้“เป็นอะไรฮึ” สามีคนดีถามไถ่ มือข้างหนึ่งยังประคอ
เฌอริณมองสามีแล้วนึกขำ พอมองย้อนกลับไปในตอนนั้นเธอก็ช่างโง่งมที่คิดว่าตัวเองรักมาร์คิน บางทีนั่นอาจมิใช่ความรัก อาจเป็นเพียงความลุ่มหลง การห่วงหวงเช่นเด็กน้อยที่หวงของเล่น ทว่าเมื่อมาร์คินมีคนอื่น เธอกลับมิได้เจ็บมากมาย หัวใจกลับยอมรับในสิ่งที่เขาเลือก แต่พอคนอีกคนที่อยู่ข้างกายมาตลอด มาหายไป นั่นต่างหาก หัวใจถึงได้รู้ว่ารักเขามากกว่าที่ตัวเองจะคาดเดาเสียอีก“งอนเลย เดี๋ยวง้อเอง”“อา...รู้ทันอีกละ”“มีสามีเด็กกว่าก็ต้องฟิตทั้งร่างกายและสมอง ไม่งั้นตามนายไม่ทันหรอกน่า”“ตามอะไรกัน ผมนี่เป็นคนดีแล้วนะ เหล้ายาไม่แตะ งานเสี่ยงอันตรายก็เลิกสนิท แถมยังรักเมียกับลูกม๊ากมาก สามีอย่างนี้หาได้ที่ไหนอีก”“ไม่รู้สิ วันดีคืนดีฉันอาจจะเดินชนกับกิ๊กเก่าของนายก็ได้ ใครจะรู้”“โห...ร้ายกาจ เอาเรื่องเก่ามาพูดทำไมเนี่ย ตัวเองนั่นแหละบอกให้ผมทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจ”“นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันทำพลาดล่ะ ตอนนี้ฉันสำนึกแล้ว และนาย...อย่าได้คิดทำตัวอย่างนั้นอีก ไม่อย่างนั้นละก็...” เธอหรี่ตามองสามีวัยละอ่อน ก่อนจะเบนสายตาไปยังเจ้าตัวจ้ำม่ำให้อ้อมแขนเขาคชากอดรัดลูกแน่นขึ้นอีก “อย่าแม้แต่จะคิดนะ ถ้าพี่เอาลูกไปละก็..
“ไม่เอาไม่พูดแล้ว พูดทีไรพาเข้าเรื่องนี้ทุกที”“ก็พี่ชอบนี่นา หรือพริ้มไม่ชอบ” เขาถาม หล่อนถลึงตาใส่ เห็นหล่อนทำตาโตอย่างนั้นแล้วนึกเอ็นดู “เมียพี่นี่น่ารักจริง”“ไม่ต้องมาชม คนหื่น” ปากว่าแต่มีรอยยิ้มงามวูบหนึ่งที่รอยยิ้มของพริ้มเพราชวนให้มาร์คินหวนคิดถึงอดีตภรรยา รอยยิ้มของปาลิดาก็เคยสดใสอย่างนี้“เป็นอะไรคะ”“ปะ...เปล่าๆ ไม่ได้เป็นอะไร” ตอบอย่างนั้นแต่เปลี่ยนจากโอบกอดร่างงามมาจับมือหล่อนแล้วออกเดินไปด้วยกันพริ้มเพราลอบมองเขา มีไม่กี่เรื่องที่พอเขานึกถึงแล้วจะเงียบขรึมลงไปได้“คิดถึงคุณปาลิดาหรือคะ”เขาพยักหน้าอย่างไม่คิดปิดบัง พริ้มเพราจะดึงมือออกจากมือเขา ทว่ามันกลับถูกกุมไว้แน่นกว่าเดิม“แค่นึกถึง แค่นึกเท่านั้น” เอ่ยกันไว้ด้วยไม่อยากให้แม่คนงามงอนอีก พอรู้ว่าเขารัก หล่อนก็ขี้งอนนักเชียว แต่เขาก็ชอบล่ะ พอหล่อนงอนเขาก็ง้อ ง้อไม่ฟังก็ไปจบลงที่เตียงทุกที“ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ”“ไม่ได้ว่า แต่ไม่ชอบใจ พี่รู้”“ป่านนี้เธอคงมีความสุขอยู่บนนั้น และอาจมองเราอยู่ พี่อยากบอกให้เธอรู้ว่าพี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเธอจะได้ยินไหม”พริ้มเพราไหวไหล่ จะรู้หรือไม่รู้ก็ช่างสิ“อยากบอกอะไรปาลิด
“ถ้าจะมาถามแค่นี้ก็กลับไปเถอะ ฉันไม่ว่างรับแขก” บอกเขาแล้วแอบปาดน้ำตา ในลำคอขมปร่าริม ฝีปากเริ่มสั่นระริก“พี่...ไม่คิดจะบอกผมเหรอ เรื่องลูก” ถามแล้วขยับเข้าไปหา มิได้นั่งลงข้างๆ แต่เลื่อนลงข้างล่าง ไปนั่งคุกเข่าแทบเท้าหล่อน จับมือบางมากุมไว้ มือเล็กเรียวยิ่งผอมบางกว่าเดิม“คิดสิ อยากบอกจะตาย...แต่นาย...ไม่อยู่ฟังนี่นา ครั้งสุดท้ายที่ไปหา นายเดินหนีก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรด้วยซ้ำ” กระบอกตาของคชาเริ่มร้อนผ่าว จำได้ดีถึงวันที่เฌอริณไปหาเขาที่ร้านอาหาร ถ้าหล่อนไปหาเขาตอนนั้น แสดงว่าตอนที่ไป ท้องของหล่อนคงเนินนูนบ้างแล้ว และเขาโง่เอง ที่มัวแต่อคติ จนไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย“ผมขอโทษ ผมไม่รู้เลยว่าพี่...” น้ำตาหยดหนึ่งร่วงรินลงบนตัก เอื้อมมือไปหาเจ้าหนูอีกครั้ง แตะต้องสัมผัสฝ่าเท้าเด็กน้อยอย่างทะนุถนอม “ให้ตายเถอะ พี่รู้หรือเปล่าว่าผมช็อกแค่ไหนตอนที่รู้ว่าเรามีลูกด้วยกัน ผม...” คำพูดทั้งหลายมันอัดแน่นอยู่ในอก พูดออกมาไม่ได้เพราะลำคอตีบตันไปหมด “ไม่ใช่ว่าจะมาพาเขาไปใช่ไหม อย่าพรากลูกไปจากฉันนะ ไม่มีลูกแล้วฉันจะอยู่ยังไง”เป็นครั้งแรกที่คชาได้เห็นแววตาอย่างนั้นของเฌอริณ แม่สาวสมัยใหม่ที่ไม่เคย
“ขอให้หายนะ ขอให้ไข้ลดทีเถอะ” ภาวนาอย่างนั้นแต่ไม่อาจกลับไปนอนที่เตียง ห้องที่ยังไม่ได้เก็บกวาดรกเรื้อไปด้วยเสื้อผ้าข้าวของ ทั้งผ้าอ้อมเด็กทั้งกล่องอาหารสำเร็จรูปบนโต๊ะ เธอกัดฟันเก็บของไปเรื่อยๆ ศีรษะยังปวดอยู่ตุบๆ เมื่อเก็บของไปได้ครึ่งทาง อาการง่วงก็ถามหา เธอส่ายหน้าแรงๆ ในตอนยัดผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ใช้แล้วลงในถุงดำ แลเห็นชิณอยู่บนเตียง ขาของเด็กน้อยเริ่มถีบอากาศรัวๆ ราวกับคนที่ตื่นอยู่“โอ...ไม่นะ ชิณ...ชู่ว์...ชู่ว์...หลับอีกนิดนะคนดี ไม่ตื่นนะลูกนะ” เอ่ยปลอบอย่างนั้นแต่ไม่ทันให้ได้ปีนขึ้นเตียง ร่างของเธอทรุดลงตรงนั้น หายใจหอบถี่ก่อนที่ทุกสิ่งจะเลือนหาย ไม่นะ...เธอจะหลับตอนนี้ไม่ได้ ชิณ...ชิณ...ชิณ....“อุแว้...”เสียงเด็กน้อยร้องจ้าเมื่อไขว่คว้าหามารดาแล้วไม่เจอ น้ำตาหยดเล็กรินไหลจากดวงตาเล็กเรียว ปากสีแดงสดอ้ากว้าง ตะเบ็งเสียงร้องอย่างเช่นทุกคราว ผิดก็แต่คราวนี้ อ้อมแขนของมารดามิได้โอบกอดเขาไว้เช่นเดิม...........ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆฟึ่บ!ประตูที่เป็นระบบล็อกอัตโนมัติเด้งออกจากตัวล็อก เมื่อรหัสผ่านถูกกด เสียงพ่นลมหายใจแรงๆ ดังขึ้นก่อนที่ปลายเท้าจะก้าวเข้าไปภายใน วินาทีแรกที่เข้ามาย
...........ค่ำวันเสาร์ ปลายเดือนกันยายน เฌอริณยืนคุยโทรศัพท์อยู่ใต้หน้าต่างชั้นสอง ซึ่งข้างบนเป็นห้องอ่านหนังสือของบ้านนี้ ดาราสาวไม่ได้ระแวดระวังกาย เพราะใส่ใจอยู่กับสายที่คุยอยู่ มีงานที่เธอต้องเจรจาอีกครั้ง เนื่องจากค่าตัวที่ตกลงกันไว้ไม่ได้ตามที่ต้องการ ไฟรอบสนามหญ้าเริ่มเปล่งสีเหลืองนวลขึ้น
เสียงหัวเข็มดังกระทบกันยามที่อีกฝ่ายปลดล็อกมันให้คลายออก เสียงเนื้อผ้าเสียดสีใต้แสงสลัวยังไม่ตื่นเต้นเท่าผิวเนื้อชายที่กำลังสัมผัสลงมา ชุดนอนของดาราสาวหล่นลงไปกองแทบเท้า ผิวเนื้อขาวสะอาดกระจ่างแม้ในแสงอันเลือนรางคชาไม่ปล่อยให้เฌอริณได้ส่งเสียงประท้วง ริมฝีปากเขาเลื่อนไปหาริมฝีปากอิ่มสวย ส่งเรียวลิ
“พี่เป็นอะไร ไม่พอใจที่ผมอยู่กับคุณศิเหรอ”“เปล่า! ทำไมฉันต้องไม่พอใจด้วย แค่หมั่นไส้น่ะ ยัยไสซื่อทำตัวแบ๊วๆ เห็นแล้วขัดลูกตา แล้วเนี่ย...” ชี้ไปที่ขวดแยมแล้วดึงมันมาถือไว้ ก่อนจะออกแรงเปิด “ฮึบ! กะอีแค่ขวดแยม ทำเป็นเปิดไม่ได้ เป็นง่อยเหรอถึงต้องให้ผู้ชายช่วย นายก็เถอะ ผู้หญิงอ่อยขนาดนี้ ไม่มีตาดูห
...........[14]ไฟราคะ...........การ์ดหนุ่มเดินตรวจตรารอบบ้านมนวรรธน์ในทันทีที่กลับมาถึง บ้านช่องเงียบเชียบในตอนใกล้ห้าทุ่ม เขาสาวเท้าไปเรื่อยๆ ผ่านสนามหญ้าที่ไฟรอบรั้วยังส่องสว่าง เดินอ้อมไปข้างหลังถึงลานซักล้าง ไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ มีเพียงสายลมที่กำลังพัดผ่านม่านสีอ่อนที่พาดตากอยู่บนราว มองมันแล้







