LOGIN2
ข่าวร้าย
หลังจากที่พากันทำรายงานจนเสร็จ มะลิและเพื่อนๆ ก็พากันแวะไปซื้อของฝากแม่ครูและน้องๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านไออุ่น ก่อนที่โรสจะให้ลุงเพิ่มคนขับรถของบ้านเธอ มาขนเอาข้าวของที่พวกเธอพากันซื้อไปส่งให้ที่บ้านไออุ่นก่อน ส่วนพวกเธอทั้ง 4 คน ก็ใช้รถคันโปรดของโรส ที่หญิงสาวนั้นได้โทรไปสั่งให้คนที่บ้านขับมาส่งให้ที่มหาวิทยาลัยแทน
“พี่มะลิมาแล้ววว”
เสียงบรรดาเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านไออุ่น ต่างก็พากันส่งเสียงเรียกพี่สาวคนสวยด้วยความดีอกดีใจ ทันทีที่มะลิและเพื่อนๆ มาถึงบ้าน
“สวัสดีพี่โรส พี่บัว และพี่พุดซ้อนกันก่อนค่ะเด็กๆ วันนี้พวกพี่ๆ เขาซื้อขนมมาฝากด้วยนะ”
“เย้ๆๆ”
“ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณครับ”
“อ่าวดิน มาถึงนานยัง”
มะลิเอ่ยถามยังเพื่อนชาย ที่ก่อนหน้านั้นเขาได้บอกเธอไว้ ว่าจะเป็นคนไปรับแม่ครูออกจากโรงพยาบาลเอง
“มาถึงซักพักแล้ว ตอนนี้แม่ครูหลับอยู่นะ เราพึ่งให้ทานยาไปด้วย น่าจะหลับยาวอยู่”
“อืม งั้นเดียวพวกเราเอาขนมไปแจกน้องๆ รอก็แล้วกัน ดินไปกับพวกเราไหม”
“อืม ไปสิ”
“หวัดดีดิน สบายดีไหม”
“สบายดี แล้วพวกเธอหล่ะเป็นไงบ้าง”
“เรื่อยๆ นะ”
บัวและพุดซ้อนเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทของมะลิ ที่พบเจอกันค่อนข้างบ่อย เพราะเวลาที่มะลินัดเจอกับแดนดิน ก็จะมักมีพวกเธอติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอด จึงทำให้พวกเธอค่อนข้างที่จะรู้จักชายหนุ่มตรงหน้าเป็นอย่าง จะมีก็แต่บางคนที่เห็นหน้าแดนดินทีไร นึกว่าเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน
“ชิ ไม่อยากทักก็ไม่ต้องทัก”
โรสกอดอกแล้วพูดตำหนิกับเพื่อนสาวของตัวเอง ทันทีที่แดนดินเดินผ่านหน้าเธอไปราวกับว่าเธอเป็นธาตุอากาศอย่างนั้นแหละ เจอหน้าเธอทุกครั้ง แดนดินก็จะเฉยชาใส่ตลอด ไม่รู้ว่าเธอไปเผลอเหยียบเท้าชายหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่
“ฮ่า ฮ่า พวกเธอนี้นะ เจอกันทีไร เป็นแบบนี้ตลอดเลย ป่ะ ตามแดนดินไปกันได้แล้ว ป่านนี้น้องๆ คงรอขนมจากพวกเราอยู่”
“มะลิ ดินขอคุยอะไรด้วยหน่อย”
เมื่อพากันแจกขนมและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ให้กับน้องๆ เสร็จแล้ว แดนดินก็เดินมาสะกิดเพื่อนสาวอย่างมะลิ ให้ปลีกตัวออกมาคุยธุระด้วยกันก่อน
“อืม ไปสิ”
“เดียวเรามานะ พวกเธอรออยู่กับน้องๆ ก่อน”
มะลิหันมาบอกกับเพื่อนทั้งสาม ก่อนที่จะเดินตามแดนดินออกมานอกห้อง
“ดินมีอะไรจะพูดกับเราเหรอ เราเห็นดินเครียดๆ ตั้งแต่มาแล้วนะ มีอะไรบอกเราได้”
“มะลิ แม่ครูเป็นเนื้องอกในสมอง จำเป็นต้องผ่าตัดด่วน”
“ห๊ะ!! ทำไมถึงเป็นแบบนั้นหล่ะดิน”
มะลิหันมาถามยังเพื่อนชายด้วยความตกใจกับอาการล้มป่วยของแม่ครู
“แม่ครูแค่วูบไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม”
“ที่จริงแม่ครูมีอาการบ่อยนะ แต่แค่ไม่เคยบอกพวกเรา จนมันเกิดเรื่องขึ้นนี้แหละ แม่ครูถึงยอมบอกเรา”
“แล้วมันต้องรักษายังไง แม่ครูจะหายใช่ไหมดิน”
มะลิเอ่ยถามยังเพื่อนชายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ มะลิไม่อยากให้แม่ครูเป็นอะไรไปมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจ การ เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องพบเจอ แต่เรื่องของแม่ครูมันเร็วเกินไป เธอตั้งรับไม่ทัน
“เราถามหมอมาแล้ว แม่ครูต้องทำการผ่าตัดให้ได้เร็วที่สุด ไม่งั้นมันจะลุกลามจนไม่สามารถรักษาได้”
“งั้นเราไปคุยกับแม่ครูไหม ให้แม่ยอมเข้ารับการผ่าตัดให้เร็วที่สุด”
“เราคุยเบื้องต้นกับแม่ครูแล้ว แต่แม่ครู….”
ดินถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความคิดไม่ตก ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
“ทำไมดิน มีอะไร”
“การผ่าตัดมันต้องใช้เงินจำนวนเยอะ แม่ครูบอกว่าท่านไม่มีเงินมากมายถึงขนาดนั้น ลำพังพยุงบ้านไออุ่นให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวันก็ลำบากมากแล้ว”
“มันต้องใช้กี่บาทดิน เราพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง”
“ห้าแสนถึงหนึ่งล้าน เราต้องมีเงินสำรองไว้ประมาณนี้ ถึงจะเพียงพอต่อการผ่าตัด”
“ห้าแสนถึงล้าน!!”
“เราจะไปหาจากที่ไหนดิน เงินมากมายขนาดนั้น”
“เราก็ยังไม่รู้ เพราะมันเป็นแบบนี้ไง แม่ครูถึงไม่ยอมรักษาเสียที”
ทั้งมะลิและดินต่างก็พากันคิดหนัก จะไปหาเงินจากที่ไหนมาสำรองในการผ่าตัดของแม่ครู จำนวนก็ไม่ใช่น้อยๆ เงินเก็บของเธอและดินรวมกันแล้วก็ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ ห้าแสนเลย
ที่จริงเงินจำนวนนี้ หากเธอเอ่ยปากขอยืมกับเพื่อนคนใดคนหนึ่งก่อน มันก็ไม่ใช่ปัญหา เพื่อนเธอทั้งสามคนยินดีจะช่วยเหลือตรงนี้อย่างแน่นอน แต่เธอก็ไม่อยากรบกวนพวกเพื่อนๆ ปัญหานี้มันเป็นสิ่งที่เธอจะต้องหาทางออกด้วยตนเอง
“เรามีเวลากี่วันดิน”
“ไม่เกินสองเดือนมะลิ”
“โอเค เดียวขอเวลาให้เราคิดก่อนนะว่าจะหาเงินมาจากที่ไหน ในระหว่างนี้เราก็ค่อยเกลี้ยกล่อมให้แม่ครูยอมเข้ารับการผ่าตัดให้ได้ เราฝากดินเรื่องดูแลแม่ครูด้วยนะ ส่วนเรื่องเงิน เดียวเราจัดการเอง”
“จะไหวเหรอมะลิ เดียวดินช่วยหาอีกทาง แม่ครูจะได้ผ่าตัดเร็วๆ ไง”
“อืมๆ”
=====
หลังจากที่ตกลงกันได้แล้วมะลิกับดินก็พาเพื่อนๆ ทั้งสามคนเข้าไปเยี่ยมแม่ครู ก่อนที่จะพากันลากลับ ซึ่งในขณะที่นั่งรถกลับมายังหอพัก มะลิก็คิดหาวิธีที่จะหาเงินจำนวนหนึ่งล้านบาท ว่ามันจะพอมีช่องทางไหน ให้เธอได้เงินจำนวนนี้มาให้เร็วที่สุด
“เป็นอะไรมะลิ บัวเห็นมะลินั่งเงียบมาตลอดทางเลย หรือคิดเรื่องแม่ครูอยู่เหรอ”
“อืม เป็นห่วงแกนะ”
“อย่าคิดมาก ถ้าเธอมีอะไรบอกพวกฉันได้นะ อันไหนที่พวกฉันช่วยได้ก็จะช่วย ไม่ต้องเกรงใจ”
โรสเอ่ยบอกยังมะลิอีกคน เพราะเธอเองก็สังเกตได้ว่าตั้งแต่มะลิปลีกตัวออกไปคุยกับดินมา ทั้งมะลิและดินก็มีสีหน้าวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา
“ขอบใจพวกเธอมากนะที่เป็นห่วง”
“ขอบใจอะไร เราเป็นเพื่อนกันนะ นี้ใคร นี้ 4 สาว Flower Lover นะจะบอกให้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ทันทีที่ได้ยินประโยคจากโรส ทุกคนต่างหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวของมะลิเอง ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องให้คิดหรือทุกข์ใจเพียงใด อย่างน้อยเธอก็มีเพื่อนสาวทั้งสามคนคอยอยู่ข้างๆ เสมอ
เมื่อแยกย้ายกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว มะลิก็รีบมานั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกในสมอง พร้อมทั้งมองหางานเสริมที่จะทำให้เธอมีเงินมากพอ ที่จะใช้สำรองในการผ่าตัดของแม่ครูในอีกสองเดือนข้างหน้า
เธอกับดินไม่มีเวลามากนัก ถ้าหากงานไหนที่ทำแล้วได้เงิน เธอก็จะทำ ขอแค่งานนั้นเป็นงานที่สุจริต ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า“เก่งจริงๆ เลย หลานอาเนี้ย”พอลหันมาหอมแก้มคนเป็นหลานที่นั่งจุมปุ๊กอยู่บนตักของมะลิด้วยความหมั่นเขี้ยว“แล้วนี้ทุกคนพากันทานอะไรมาหรือยังครับ ผมกับมะลิกำลังจะไปหาอะไรทานกันข้างนอกพอดี”“โห่ พี่พอล เขาพากันมารอพวกพี่ตั้งแต่เก้าโมงเช้า กะว่าจะมากินมื้อเช้าด้วย แต่นี้อะไร จนจะเลยถึงมื้อเที่ยงแล้วครับ”“ว่าแต่ทำอะไรกันอยู่หล่ะ ทำไมถึงตื่นสาย”ตุ๊บ!!“โอ๊ย อะไรกันเนี้ย พัชแค่สงสัย ทำไมต้องเขวี้ยงหมอนมาใส่กันด้วยหล่ะครับ ฮ่า ฮ่า”“รู้แล้วยังจะถาม”“พี่พอล!!!”มะลิเอ่ยปรามคนเป็นแฟนด้วยความเขินอาย จะมาพูดสองแง่สองง่ามอะไรตอนที่อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ละเนี้ย เธอก็อายเป็นเหมือนกันนะ“เอาหล่ะๆ แม่ว่าพวกเราไปหามื้อเที่ยงทานกันก่อนเถอะ เดียวค่อยกลับมาคุยกันอีกที ป่ะ หนูมะลิ”คุณหญิงทอฝันเอ่ยบอกกับทุกๆ คน ก่อนที่จะจูงมือว่าที่ลูกสะใภ้ออกไปรอขึ้นรถ โดยที่ไม่สนใจสามีและลูกของตัวเองเลย“เป็นไงหล่ะ แม่เรา”คุณหมอเพียงดาวหันมาเอ่ยกับน้องชายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพราะเธอมีความสุขเหลือเกินที่เห็นคนในครอบครัวรักใคร่ปรองดองกันแบบนี้ แถมน้องชายอย่างพอลก็เจอคนที่ใช่ และรักกันอย่างแท้จริงแล้ว คนเป็นพี่อ
สิ้นสุดสัญญา (จบบริบูรณ์)“จะสิบโมงแล้ว ไม่ใช่มันตายแล้วเหรอครับคุณหญิงป้า”ฮ่า ฮ่า ฮ่า“พีนี้ก็พูดไปเรื่อย”“อ่าว มันก็จริงนี้ครับเน่ ดูสิญาติพี่น้องมากันจนเต็มบ้าน ไหนจะเพื่อนๆ ของมันกับน้องเขาอีก คนมาเป็นสิบ มันยังคงนอนไม่รู้สึกตัวเลยครับ”“ผมเห็นด้วยกับพี่พีนะ สงสัยจะหนัก”“เอ๊ะ ตาพัชก็เอาตามพี่เขาอีกคน ปล่อยให้พอลเขาได้พักผ่อนเถอะนะ”คุณหญิงลินดาเอ่ยปรามลูกชายคนเล็กของนาง ที่เริ่มพูดจาเหน็บแนมพอลร่วมกับคนเป็นพี่“เพียงว่าคงจะเซอร์ไพร์น่าดูเลยนะค่ะ ที่จู่ๆ พวกเราก็บุกมาหาพอลกับมะลิถึงที่นี้”คุณหมอเพียงดาวเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่วันนี้ทางครอบครัวพงษ์นาราได้ตกลงกันว่า จะพากันมาเซอร์ไพร์คู่รักข้าวใหม่ปลามันเสียหน่อย แต่นี้อะไร พวกเธอเดินทางมาถึงตั้งแต่เก้า โมงเช้ากะว่าจะมาทานมื้อเช้าที่นี้ แต่พอลและมะลิยังไม่ทันได้ลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสองเลย สงสัยมื้อเช้าคงต้องรวบไปเป็นมื้อเที่ยงเสียแล้ว“น้องนนท์ครับ มาหาปู่พลหน่อยครับ”บิดาของพอลเอ่ยเรียกหลานชายคนเดียวของตระกูลพงษ์นาราให้เข้ามาหา ก่อนที่เจ้าเด็กน้อยแสนรู้จะรีบวิ่งมาสวมกอดคุณปู่พลทันที“ครับคุณปู่พล”“น้องนนท์คิดว่าปู่จะมีหลา
พอลเอ่ยถามย้ำกับหญิงสาวที่ตอนนี้พยายามหลบสายตาของเขาอยู่เนื่องจากเขินอาย“พี่พอลจะรักหนู มีแค่หนูใช่ไหม”“หืม ทำไมถามแบบนั้นหล่ะครับ”“ก็หนูเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อมีแม่เหมือนคนอื่นเขา หนูกลัวว่าพี่จะไม่จริงจังกับความสัมพันธ์ของเรา”“กลัวว่าครอบครัวพี่จะรังเกียจ กลัวพี่จะอายเพื่อนๆ ที่มาคบกับเด็กกำพร้าแบบหนู”“พอแล้วครับ ทำไมหนูคิดอะไรแบบนั้นหล่ะ พี่รักหนู คนรอบข้างของพี่ก็ต้องเข้าใจ ไม่มีใครเขาคิดแบบนั้นหรอกครับ”“พี่พูดจริงใช่ไหม”“พี่บอกแล้วไง ว่าถ้าพี่ได้รักใคร พี่ก็จะรักและซื่อสัตย์กับคน คนนั้นตลอด”“เชื่อใจพี่นะ พี่จะรักแค่หนู และมีแค่หนูคนเดียว”“ค่ะ หนูก็รักพี่พอลนะ”“ถ้างั้น พี่ขอได้ไหมครับ”“ขะ ขออะไรค่ะ ไม่ง่วงแล้วเหรอ พี่พาหนูขับรถมาตั้งไกลนะ หนูว่าเรานอนก่อนเถอะค่ะ”“นะ ครั้งเดียวแล้วพานอนเลยนะครับ”“อะ อื้อ พี่พอล ดะ เดี่ยวก่อนค่ะ รอบที่แล้วพี่ก็ไม่ป้องกันเลย หนูต้องมาซื้อยาคุมฉุกเฉินทาน มันยังเสี่ยงอยู่เลยนะ”“ถ้าหากว่ารอบนี้เขาจะมา ก็ถือซะว่าเป็นความตั้งใจของพี่ และเขาก็อยากจะมาอยู่กับเราครับ”พอลเอ่ยบอกกับคนเป็นน้องพร้อมทั้งขยับกายลงมาเพื่อให้ใบหน้าเสมอกับหน้าท้องแบนรา
ความในใจ NC++มะลิตัดสินใจล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่ม ก่อนที่คุณพอลจะเอื้อมมือไปดึงเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายให้เธออย่างทะนุถนอม หากจะถามว่ารู้สึกเขินอายไหม ก็คงต้องบอกว่าไม่ เพราะมากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว แต่แค่เธอแปลกใจ ที่ทำไมเขาถึงกลับมาทำแบบนี้กับเธออีก ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จบลงไปแล้ว ความทรงจำของเขาก็กลับมา แถมแฟนสาวตัวจริงของเขาก็กลับมาขอปรับความเข้าใจกันแล้วอีกด้วย“ขอกอดหน่อยครับ”ชายหนุ่มเอ่ยบอกเบาๆ ก่อนที่จะดึงเอาร่างบางของหญิงสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ พอลก็ถือโอกาสล้วงมือเข้าไปกอบกุมหน้าอกใหญ่ของหญิงสาวด้วยความคิดถึง“คุณพอลทำแบบนี้ไปทำไมค่ะ เราว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ อีกอย่างสัญญาการทำงานมันก็สิ้นสุดลงแล้วด้วย”“สัญญาเหลืออีกเดือนกว่าครับ ยังไม่หมด”“เอ๊ะ จะเหลืออีกเดือนกว่าได้ไงคะ ก็ในเมื่อคุณหายดีแล้ว แถมความทรงจำก็กลับมาครบหมดแล้ว มันก็ถือว่าสัญญาสิ้นสุดสิค่ะ คุณหมอเพียงดาวไม่ได้บอกคุณเหรอ”“บอกครับ แต่พี่ยังไม่หายดีเลย”พอลเอ่ยบอกคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงกระเส่า อีกทั้งยังแทนตัวเองว่าพี่อีกต่างหาก“อะ อะไรค่ะ จะมาไม่หายได้ย
“คุณจะไปไหนค่ะ นี้ไม่ใช่ทางกลับหอพักของหนูนะ”“คุณ!! หนูถาม”มะลิหันมาโวยวายใส่คนขับอีกครั้ง เพราะเขาเอาแต่นั่งเงียบ ถามอะไรก็ไม่ตอบ แถมยังชอบทำหน้าทะเล้น กวนประสาทเธออยู่นั้นแหละ“เดียวถึงก็รู้เองนั้นแหละ จะนอนไหมครับ”มะลิหันขวับไปมองหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง จะมาคงมาครับอะไรอยู่นี้ คนยิ่งหงุดหงิดอยู่“หึ”“ถ้าง่วงก็นอนครับ เดียวถึงแล้วจะปลุก”“เหอะ ปรับแอร์ลงให้หน่อยค่ะ หนาว จะนอน”เมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วบวกกับความเมาที่ยังคงมีอยู่ แถมยังมาเจอกับแอร์เย็นๆ อีก มันจึงส่งผลให้คนร่างบางที่แหกปากโวยวายอยู่เมื่อซักครู่นี้ หลับไปทันทีที่เอนเบาะลงนอนพอล ที่เห็นแบบนั้นก็รีบทำตามคำสั่งของหญิงสาว พร้อมกับหันไปคว้าเอาเสื้อสูทที่เขาถอดทิ้งไว้บริเวณเบาะหลังเข้ามาห่มคลุมให้กับคนตัวบางเพราะเกรงว่าเธอจะไม่สบายเอาได้รถสปอร์ตคันหรูใช้เวลาขับเคลื่อนประมาณสองชั่วโมงครึ่งก็เดินทางมาถึงบ้านพักตากอากาศของครอบครัวพงษ์นารา ที่เขาเคยพามะลิมาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งรอบนี้นั้นเขาได้โทรไปขออนุญาตกับเจ้าของตัวจริงก่อนแล้วนั้นก็คือ เนเน่ พี่สะใภ้ของเขา โดยให้เหตุผลว่า จะพาสาวมาง้อ เมื่อทั้งเนเน่และทุกคนในครอบครัวพงษ์นาราได
เคลียร์ด่านสุดท้าย“อ่าว พวกพี่เขากลับไปแล้วเหรอ”ทันทีที่บัวและมะลิเดินกลับมาถึงโต๊ะ ก็เอ่ยถามถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสามคน“ไปแล้ว”“เห้อ ดีจัง รู้สึกโล่ง”บัวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่ต่อไปนี้จะไม่มีใครคอยมานั่งจ้องหน้าเพื่อนของเธอให้รู้สึกอึดอัดอีกมะลิก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ที่คนพวกนั้นไปได้ซักที โดยเฉพาะคุณพอล เพราะตั้งแต่คืนเกิดเรื่องที่คอนโดของเขา ชายหนุ่มก็ไม่เคยติดต่อมาหาเธออีกเลย จะมีก็แต่คุณหมอเพียงดาว ที่โทรมาถามไถ่ และนัดวันจบสัญญาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเธอก็ได้แจ้งทางคุณหมอเพียงดาวไปแล้วว่าขอเป็นช่วงสัปดาห์หน้าก็แล้วกัน ขอเธอเคลียร์เรื่องเรียนจบเสียก่อน“เอา ไหนๆ พวกพี่เขาก็ไปหมดแล้ว เรามาดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของพวกเรากันเถอะ”เป๊ง!!แก้วทั้ง 5 ใบ ถูกชูให้กระทบกันเพื่อดื่มฉลองให้กับการเรียนจบมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ของพวกเธอ หลังจากที่ฝ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลาสี่ปี จนในวันนี้พวกเธอก็ทำสำเร็จแล้วไม่รู้ว่าพากันฉลองไปจนถึงขั้นไหน รู้เพียงว่าแต่ละคนต่างก็เมาคอพับคออ่อนโดยเฉพาะโรสและบัวที่เมาจนทิ้งตัวลงไปนอนกองที่โซฟา จนพุดซ้อนและมะลิท
1บ้านไออุ่น“มะลิ”“ค่ะ แม่ครู”หญิงสาวในชุดนักศึกษาปี4 ที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบรายการสั่งซื้อข้าวของเครื่องใช้อุปโภคและบริโภคประจำเดือนอยู่ ค่อยๆ ละสายตาจากบันทึกการสั่งซื้อก่อนที่จะขานรับแม่ครูวัย 70 ปี ที่เดินหิ้วถุงขนมตรงมาที่เธอ“ดึกแล้ว หนูจะค้างที่บ้านไหม หรือจะกลับหอพัก”“หนูว่าจะกลับหอ
เธอกล้าดีนะ กล้าที่จะมาสวมรอยเป็นคนรักของฉัน ......เป็นเด็กมีปมยังไม่พอเหรอ ถึงได้เข้ามาสวมรอยเป็นคนอื่น เงิน คือสิ่งเดียวที่ฉันปรารถนา เมื่อหมดหน้าที่ก็ต้องไป......
5ข้อเสนอ“ยังไงมะลิ”มะลิจึงตัดสินใจเล่าในสิ่งที่ได้ยินมาให้เพื่อนชายฟังพร้อมทั้งบอกว่าเธอจะลองเข้าไปคุยกับคุณหมอเพียงดาวดู หากเขาสนใจ ก็จะต่อรองเรื่องค่าจ้างดูว่ามันจะได้พอค่าผ่าตัดแม่ครูหรือไม่“มันเสี่ยงไปไหมมะลิ ดินว่าเราลองหาทางออกอื่นดูอีกทีดีกว่าไหม ตอนนี้ดินก็รับจ้างทำงานเพิ่มหลายทางเลย น่
3อุบัติเหตุ“เพียง!! ตาพอลเป็นยังไงบ้าง น้องปลอดภัยใช่ไหมลูก”“ตอบแม่มาสิเพียง น้องปลอดภัยใช่ไหม”“ใจเย็นๆ คุณหญิง น้องเป็นยังไงบ้างเพียง”“เดียวคุณพ่อกับคุณแม่ตามเพียงมาที่ห้องตรวจนะค่ะ”แพทย์หญิงเพียงดาวเดินนำทางพาพ่อและแม่ไปยังห้องตรวจ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอาการของน้องชายเพียงคนเดียวอย่าง พอล ที







