LOGIN2
ข่าวร้าย
หลังจากที่พากันทำรายงานจนเสร็จ มะลิและเพื่อนๆ ก็พากันแวะไปซื้อของฝากแม่ครูและน้องๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านไออุ่น ก่อนที่โรสจะให้ลุงเพิ่มคนขับรถของบ้านเธอ มาขนเอาข้าวของที่พวกเธอพากันซื้อไปส่งให้ที่บ้านไออุ่นก่อน ส่วนพวกเธอทั้ง 4 คน ก็ใช้รถคันโปรดของโรส ที่หญิงสาวนั้นได้โทรไปสั่งให้คนที่บ้านขับมาส่งให้ที่มหาวิทยาลัยแทน
“พี่มะลิมาแล้ววว”
เสียงบรรดาเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านไออุ่น ต่างก็พากันส่งเสียงเรียกพี่สาวคนสวยด้วยความดีอกดีใจ ทันทีที่มะลิและเพื่อนๆ มาถึงบ้าน
“สวัสดีพี่โรส พี่บัว และพี่พุดซ้อนกันก่อนค่ะเด็กๆ วันนี้พวกพี่ๆ เขาซื้อขนมมาฝากด้วยนะ”
“เย้ๆๆ”
“ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณครับ”
“อ่าวดิน มาถึงนานยัง”
มะลิเอ่ยถามยังเพื่อนชาย ที่ก่อนหน้านั้นเขาได้บอกเธอไว้ ว่าจะเป็นคนไปรับแม่ครูออกจากโรงพยาบาลเอง
“มาถึงซักพักแล้ว ตอนนี้แม่ครูหลับอยู่นะ เราพึ่งให้ทานยาไปด้วย น่าจะหลับยาวอยู่”
“อืม งั้นเดียวพวกเราเอาขนมไปแจกน้องๆ รอก็แล้วกัน ดินไปกับพวกเราไหม”
“อืม ไปสิ”
“หวัดดีดิน สบายดีไหม”
“สบายดี แล้วพวกเธอหล่ะเป็นไงบ้าง”
“เรื่อยๆ นะ”
บัวและพุดซ้อนเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทของมะลิ ที่พบเจอกันค่อนข้างบ่อย เพราะเวลาที่มะลินัดเจอกับแดนดิน ก็จะมักมีพวกเธอติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอด จึงทำให้พวกเธอค่อนข้างที่จะรู้จักชายหนุ่มตรงหน้าเป็นอย่าง จะมีก็แต่บางคนที่เห็นหน้าแดนดินทีไร นึกว่าเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน
“ชิ ไม่อยากทักก็ไม่ต้องทัก”
โรสกอดอกแล้วพูดตำหนิกับเพื่อนสาวของตัวเอง ทันทีที่แดนดินเดินผ่านหน้าเธอไปราวกับว่าเธอเป็นธาตุอากาศอย่างนั้นแหละ เจอหน้าเธอทุกครั้ง แดนดินก็จะเฉยชาใส่ตลอด ไม่รู้ว่าเธอไปเผลอเหยียบเท้าชายหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่
“ฮ่า ฮ่า พวกเธอนี้นะ เจอกันทีไร เป็นแบบนี้ตลอดเลย ป่ะ ตามแดนดินไปกันได้แล้ว ป่านนี้น้องๆ คงรอขนมจากพวกเราอยู่”
“มะลิ ดินขอคุยอะไรด้วยหน่อย”
เมื่อพากันแจกขนมและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ให้กับน้องๆ เสร็จแล้ว แดนดินก็เดินมาสะกิดเพื่อนสาวอย่างมะลิ ให้ปลีกตัวออกมาคุยธุระด้วยกันก่อน
“อืม ไปสิ”
“เดียวเรามานะ พวกเธอรออยู่กับน้องๆ ก่อน”
มะลิหันมาบอกกับเพื่อนทั้งสาม ก่อนที่จะเดินตามแดนดินออกมานอกห้อง
“ดินมีอะไรจะพูดกับเราเหรอ เราเห็นดินเครียดๆ ตั้งแต่มาแล้วนะ มีอะไรบอกเราได้”
“มะลิ แม่ครูเป็นเนื้องอกในสมอง จำเป็นต้องผ่าตัดด่วน”
“ห๊ะ!! ทำไมถึงเป็นแบบนั้นหล่ะดิน”
มะลิหันมาถามยังเพื่อนชายด้วยความตกใจกับอาการล้มป่วยของแม่ครู
“แม่ครูแค่วูบไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม”
“ที่จริงแม่ครูมีอาการบ่อยนะ แต่แค่ไม่เคยบอกพวกเรา จนมันเกิดเรื่องขึ้นนี้แหละ แม่ครูถึงยอมบอกเรา”
“แล้วมันต้องรักษายังไง แม่ครูจะหายใช่ไหมดิน”
มะลิเอ่ยถามยังเพื่อนชายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ มะลิไม่อยากให้แม่ครูเป็นอะไรไปมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจ การ เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องพบเจอ แต่เรื่องของแม่ครูมันเร็วเกินไป เธอตั้งรับไม่ทัน
“เราถามหมอมาแล้ว แม่ครูต้องทำการผ่าตัดให้ได้เร็วที่สุด ไม่งั้นมันจะลุกลามจนไม่สามารถรักษาได้”
“งั้นเราไปคุยกับแม่ครูไหม ให้แม่ยอมเข้ารับการผ่าตัดให้เร็วที่สุด”
“เราคุยเบื้องต้นกับแม่ครูแล้ว แต่แม่ครู….”
ดินถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความคิดไม่ตก ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
“ทำไมดิน มีอะไร”
“การผ่าตัดมันต้องใช้เงินจำนวนเยอะ แม่ครูบอกว่าท่านไม่มีเงินมากมายถึงขนาดนั้น ลำพังพยุงบ้านไออุ่นให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวันก็ลำบากมากแล้ว”
“มันต้องใช้กี่บาทดิน เราพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง”
“ห้าแสนถึงหนึ่งล้าน เราต้องมีเงินสำรองไว้ประมาณนี้ ถึงจะเพียงพอต่อการผ่าตัด”
“ห้าแสนถึงล้าน!!”
“เราจะไปหาจากที่ไหนดิน เงินมากมายขนาดนั้น”
“เราก็ยังไม่รู้ เพราะมันเป็นแบบนี้ไง แม่ครูถึงไม่ยอมรักษาเสียที”
ทั้งมะลิและดินต่างก็พากันคิดหนัก จะไปหาเงินจากที่ไหนมาสำรองในการผ่าตัดของแม่ครู จำนวนก็ไม่ใช่น้อยๆ เงินเก็บของเธอและดินรวมกันแล้วก็ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ ห้าแสนเลย
ที่จริงเงินจำนวนนี้ หากเธอเอ่ยปากขอยืมกับเพื่อนคนใดคนหนึ่งก่อน มันก็ไม่ใช่ปัญหา เพื่อนเธอทั้งสามคนยินดีจะช่วยเหลือตรงนี้อย่างแน่นอน แต่เธอก็ไม่อยากรบกวนพวกเพื่อนๆ ปัญหานี้มันเป็นสิ่งที่เธอจะต้องหาทางออกด้วยตนเอง
“เรามีเวลากี่วันดิน”
“ไม่เกินสองเดือนมะลิ”
“โอเค เดียวขอเวลาให้เราคิดก่อนนะว่าจะหาเงินมาจากที่ไหน ในระหว่างนี้เราก็ค่อยเกลี้ยกล่อมให้แม่ครูยอมเข้ารับการผ่าตัดให้ได้ เราฝากดินเรื่องดูแลแม่ครูด้วยนะ ส่วนเรื่องเงิน เดียวเราจัดการเอง”
“จะไหวเหรอมะลิ เดียวดินช่วยหาอีกทาง แม่ครูจะได้ผ่าตัดเร็วๆ ไง”
“อืมๆ”
=====
หลังจากที่ตกลงกันได้แล้วมะลิกับดินก็พาเพื่อนๆ ทั้งสามคนเข้าไปเยี่ยมแม่ครู ก่อนที่จะพากันลากลับ ซึ่งในขณะที่นั่งรถกลับมายังหอพัก มะลิก็คิดหาวิธีที่จะหาเงินจำนวนหนึ่งล้านบาท ว่ามันจะพอมีช่องทางไหน ให้เธอได้เงินจำนวนนี้มาให้เร็วที่สุด
“เป็นอะไรมะลิ บัวเห็นมะลินั่งเงียบมาตลอดทางเลย หรือคิดเรื่องแม่ครูอยู่เหรอ”
“อืม เป็นห่วงแกนะ”
“อย่าคิดมาก ถ้าเธอมีอะไรบอกพวกฉันได้นะ อันไหนที่พวกฉันช่วยได้ก็จะช่วย ไม่ต้องเกรงใจ”
โรสเอ่ยบอกยังมะลิอีกคน เพราะเธอเองก็สังเกตได้ว่าตั้งแต่มะลิปลีกตัวออกไปคุยกับดินมา ทั้งมะลิและดินก็มีสีหน้าวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา
“ขอบใจพวกเธอมากนะที่เป็นห่วง”
“ขอบใจอะไร เราเป็นเพื่อนกันนะ นี้ใคร นี้ 4 สาว Flower Lover นะจะบอกให้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ทันทีที่ได้ยินประโยคจากโรส ทุกคนต่างหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวของมะลิเอง ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องให้คิดหรือทุกข์ใจเพียงใด อย่างน้อยเธอก็มีเพื่อนสาวทั้งสามคนคอยอยู่ข้างๆ เสมอ
เมื่อแยกย้ายกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว มะลิก็รีบมานั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกในสมอง พร้อมทั้งมองหางานเสริมที่จะทำให้เธอมีเงินมากพอ ที่จะใช้สำรองในการผ่าตัดของแม่ครูในอีกสองเดือนข้างหน้า
เธอกับดินไม่มีเวลามากนัก ถ้าหากงานไหนที่ทำแล้วได้เงิน เธอก็จะทำ ขอแค่งานนั้นเป็นงานที่สุจริต ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ
สิ้นสุดสัญญา (จบบริบูรณ์)“จะสิบโมงแล้ว ไม่ใช่มันตายแล้วเหรอครับคุณหญิงป้า”ฮ่า ฮ่า ฮ่า“พีนี้ก็พูดไปเรื่อย”“อ่าว มันก็จริงนี้ครับเน่ ดูสิญาติพี่น้องมากันจนเต็มบ้าน ไหนจะเพื่อนๆ ของมันกับน้องเขาอีก คนมาเป็นสิบ มันยังคงนอนไม่รู้สึกตัวเลยครับ”“ผมเห็นด้วยกับพี่พีนะ สงสัยจะหนัก”“เอ๊ะ ตาพัชก็เอาตามพี่เขาอีกคน ปล่อยให้พอลเขาได้พักผ่อนเถอะนะ”คุณหญิงลินดาเอ่ยปรามลูกชายคนเล็กของนาง ที่เริ่มพูดจาเหน็บแนมพอลร่วมกับคนเป็นพี่“เพียงว่าคงจะเซอร์ไพร์น่าดูเลยนะค่ะ ที่จู่ๆ พวกเราก็บุกมาหาพอลกับมะลิถึงที่นี้”คุณหมอเพียงดาวเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่วันนี้ทางครอบครัวพงษ์นาราได้ตกลงกันว่า จะพากันมาเซอร์ไพร์คู่รักข้าวใหม่ปลามันเสียหน่อย แต่นี้อะไร พวกเธอเดินทางมาถึงตั้งแต่เก้า โมงเช้ากะว่าจะมาทานมื้อเช้าที่นี้ แต่พอลและมะลิยังไม่ทันได้ลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสองเลย สงสัยมื้อเช้าคงต้องรวบไปเป็นมื้อเที่ยงเสียแล้ว“น้องนนท์ครับ มาหาปู่พลหน่อยครับ”บิดาของพอลเอ่ยเรียกหลานชายคนเดียวของตระกูลพงษ์นาราให้เข้ามาหา ก่อนที่เจ้าเด็กน้อยแสนรู้จะรีบวิ่งมาสวมกอดคุณปู่พลทันที“ครับคุณปู่พล”“น้องนนท์คิดว่าปู่จะมีหลา
ความในใจ NC++มะลิตัดสินใจล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่ม ก่อนที่คุณพอลจะเอื้อมมือไปดึงเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายให้เธออย่างทะนุถนอม หากจะถามว่ารู้สึกเขินอายไหม ก็คงต้องบอกว่าไม่ เพราะมากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว แต่แค่เธอแปลกใจ ที่ทำไมเขาถึงกลับมาทำแบบนี้กับเธออีก ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จบลงไปแล้ว ความทรงจำของเขาก็กลับมา แถมแฟนสาวตัวจริงของเขาก็กลับมาขอปรับความเข้าใจกันแล้วอีกด้วย“ขอกอดหน่อยครับ”ชายหนุ่มเอ่ยบอกเบาๆ ก่อนที่จะดึงเอาร่างบางของหญิงสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ พอลก็ถือโอกาสล้วงมือเข้าไปกอบกุมหน้าอกใหญ่ของหญิงสาวด้วยความคิดถึง“คุณพอลทำแบบนี้ไปทำไมค่ะ เราว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ อีกอย่างสัญญาการทำงานมันก็สิ้นสุดลงแล้วด้วย”“สัญญาเหลืออีกเดือนกว่าครับ ยังไม่หมด”“เอ๊ะ จะเหลืออีกเดือนกว่าได้ไงคะ ก็ในเมื่อคุณหายดีแล้ว แถมความทรงจำก็กลับมาครบหมดแล้ว มันก็ถือว่าสัญญาสิ้นสุดสิค่ะ คุณหมอเพียงดาวไม่ได้บอกคุณเหรอ”“บอกครับ แต่พี่ยังไม่หายดีเลย”พอลเอ่ยบอกคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงกระเส่า อีกทั้งยังแทนตัวเองว่าพี่อีกต่างหาก“อะ อะไรค่ะ จะมาไม่หายได้ย
เคลียร์ด่านสุดท้าย“อ่าว พวกพี่เขากลับไปแล้วเหรอ”ทันทีที่บัวและมะลิเดินกลับมาถึงโต๊ะ ก็เอ่ยถามถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสามคน“ไปแล้ว”“เห้อ ดีจัง รู้สึกโล่ง”บัวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่ต่อไปนี้จะไม่มีใครคอยมานั่งจ้องหน้าเพื่อนของเธอให้รู้สึกอึดอัดอีกมะลิก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ที่คนพวกนั้นไปได้ซักที โดยเฉพาะคุณพอล เพราะตั้งแต่คืนเกิดเรื่องที่คอนโดของเขา ชายหนุ่มก็ไม่เคยติดต่อมาหาเธออีกเลย จะมีก็แต่คุณหมอเพียงดาว ที่โทรมาถามไถ่ และนัดวันจบสัญญาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเธอก็ได้แจ้งทางคุณหมอเพียงดาวไปแล้วว่าขอเป็นช่วงสัปดาห์หน้าก็แล้วกัน ขอเธอเคลียร์เรื่องเรียนจบเสียก่อน“เอา ไหนๆ พวกพี่เขาก็ไปหมดแล้ว เรามาดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของพวกเรากันเถอะ”เป๊ง!!แก้วทั้ง 5 ใบ ถูกชูให้กระทบกันเพื่อดื่มฉลองให้กับการเรียนจบมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ของพวกเธอ หลังจากที่ฝ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลาสี่ปี จนในวันนี้พวกเธอก็ทำสำเร็จแล้วไม่รู้ว่าพากันฉลองไปจนถึงขั้นไหน รู้เพียงว่าแต่ละคนต่างก็เมาคอพับคออ่อนโดยเฉพาะโรสและบัวที่เมาจนทิ้งตัวลงไปนอนกองที่โซฟา จนพุดซ้อนและมะลิท
มันเป็นใครหลังจากที่พี่ออสตินและพี่บาสได้ขอตัวไปทักทายลูกค้าโต๊ะอื่น พวกเธอทั้ง 4 คนต่างก็พากันนั่งเมาท์มอย ดื่มด่ำกับบรรยากาศของคลับหรูเพื่อรอคอยการมาของใครบางคน“ดินมาแล้ว”“จริงเหรอ เดียวเราบอกการ์ดให้พามาที่โต๊ะเอง”ผ่านไปไม่นาน แดนดินก็เดินเข้ามาหาพวกเธอที่โต๊ะ โดยที่มะลิเป็นคนขยับให้แดนดินนั่งลงข้างๆ เธอเอง“หวัดดีดิน เป็นไงบ้างช่วงนี้”เป็นพุดซ้อนที่เอ่ยทักเพื่อนชายคนสนิทของมะลิก่อน“สบายดี ช่วงนี้เราค่อนข้างยุ่งนะ เตรียมสอบด้วย”“อ่อ งั้นนายจะดื่มอะไร เดียวเราเรียกเด็กเสิร์ฟให้”“เธอดื่มอะไร”แดนดินหันมากระซิบถามมะลิ เพื่อถามว่าเพื่อนของตนเองนั้นดื่มอะไร เขาจะได้สั่งตาม แต่ทั้งมะลิและแดนดินกับหารู้ไม่ว่าไอ้การที่กระซิบกระซาบกันอยู่นั้น มันทำให้บุคคลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา กลับมองว่ามันเป็นการใกล้ชิดกันมากจนเกินไป“เฮ่ย!! ไอ้นั้นใครว่ะ”“มันบังอาจมานั่งข้างๆ เด็กของมึงได้ไงว่ะพอล”บาสและออสตินต่างก็ชี้ให้พอลดูกล้องวงจรปิด ที่ปรากฏมุมของโต๊ะที่สาวๆ นั่งกันอยู่ โดยในภาพยังปรากฏมะลิและแดนดินกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งมองอีกมุมหากคนอื่นที่ไม่รู้ ก็อาจจะคิดว่าเป็นแฟนหรือค
เวลาที่เหลืออยู่เมื่อทุกคนตกลงกันได้ว่าจะพากันไปเลี้ยงฉลองเรียนจบที่คลับเปิดใหม่ ฉะนั้นแล้วเมื่อทานชาบูกันเสร็จ จึงถือโอกาสไปเดินดูเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเที่ยวคลับในคืนพรุ่งนี้เสียเลย ถือเป็นการย่อยชาบูไปในตัวอีกต่างหาก“มะลิ ฉันว่าชุดนี้เหมาะกับเธอ”โรสหยิบเดรสรัดรูปสีแดงขึ้นมาเทียบเคียงกับร่างกายของเพื่อนสาว พร้อมทั้งพิจารณาด้วยว่าถ้าใส่ชุดนี้ เพื่อนเธอต้องทำผมทรงไหนถึงจะเข้ากัน“หืม แพงเวอร์เลยโรส ไปเที่ยวแค่คืนเดียวนะ ไม่ต้องซื้อแพงขนาดนั้นก็ได้”“ฉันว่ามันเหมาะกับเธอ ใช่ไหมบัว พุดซ้อน”โรสหันไปขยิบตากับเพื่อนสาวอีกสองคน เพื่อหาแนวร่วม“อืมใช่”“ชุดนี้ฉันชื้อให้เธอเองมะลิ”“เธอจะซื้อให้ฉันทำไมโรส มันเปลืองเงินนะ”“ก็ค่าที่เธอติวข้อสอบให้ฉันไง”“ขอความจริงยัยคุณหนูโรส”มะลิมองค้อนเพื่อนสาวตัวเองด้วยความรู้ทัน“แฮ่ๆ คืนพรุ่งนี้ชวนดินไปด้วยสิ”“ว่าหล่ะ”มะลิ บัวและพุดซ้อนถึงกับส่ายหัวให้กับความคลั่งรักฝ่ายเดียวของเพื่อนสาวตัวเองอย่างปลงๆ“นะ ถ้ามะลิชวนยังไงดินก็ต้องมา นะๆ”“อืมๆ เดียวเราจะลองชวนให้นะ แต่ไม่รับปากนะว่าเขาจะว่างมากับเราหรือเปล่า”“ได้ๆ”“งั้นเธอเอาชุดนี้นะ มันสวยและเหมาะก
เคลียร์ทุกประเด็นกรี๊ด!! กรี๊ด!!“ไม่!! โบว์ไม่ยอม โบว์ไม่มีทางยอมให้พอลทิ้งโบว์แล้วไปเอาอีนังเด็กกำพร้านั้นมาแทนที่โบว์หรอก”“โบว์ไม่ยอม!!”กรี๊ด!!!เสียงกรีดร้องของโบว์ดังกังวานไปทั่วคาเฟ่ จนลูกค้าที่มาใช้บริการในคาเฟ่ถึงกับแตกตื่น บางคนก็ชะเง้อมองด้วยความสงสัย บางคนถึงกับลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไร แต่เมื่อบางคนเห็นหน้าตาของโบว์แล้ว ก็จำได้ทันทีว่าเธอนั้นเป็นสาวสังคมไฮโซ แถมยังเป็นนางแบบอีกเสียด้วย แล้วเหตุอันใดถึงมากรีดร้อง เอะอะโวยวายอยู่ในคาเฟ่แบบนี้“พอล!! พอลกลับมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ”“โบว์บอกให้กลับมา !!” กรี๊ดดดดเมื่อถูกสายตาของคนในคาเฟ่จับจ้องมา แถมบางคนยังแอบกระซิบกระซาบเสมือนกำลังจะนินทา โบว์จึงรีบคว้าเอากระเป๋า เดินกระแทกเท้าออกมาจากคาเฟ่แห่งนั้น ด้วยความอับอายและเสียหน้าทันที เพราะต่อให้เธอกรี๊ดร้อง เอะอะโวยวายเพียงใด พอลและนังเด็กบ้านั้นก็ไม่หันมามองเธอเลยซักนิด แถมยังพากันรีบขึ้นรถและขับออกไปจากร้านทันที“หูจะแตก”ประโยคแรกที่โรสเอ่ยขึ้นกับพอล หลังจากที่คนทั้งคู่ออกมาจากคาเฟ่ชื่อดัง ที่ตอนนี้อดีตแฟนสาวของพี่ชายคนสนิทกำลังแห
เคลียร์ปัญหาจุดที่สองถึงแม้มะลิจะบอกว่าทุกอย่างมันจบแล้ว และคนรอบข้างของเขาก็บอกให้เขาปล่อยวาง ในเมื่อสัญญามันสิ้นสุดลงแล้วก็ควรที่จะเดินทางใครทางมัน แต่สำหรับพอล ไม่ใช่ ใครจะจบก็จบไป เขาไม่จบ เขามีเวลาอีกตั้งเดือนกว่า หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ที่จะทำตามที่ใจเขาต้องการชายหนุ่มนั้นรู้ว่าวันนี้มะล
รู้ตั้งนานแล้วไม่รู้จะเรียกว่าบทลงโทษหรือบทรักอันเร่าร้อน เพราะกว่าคนทั้งคู่จะหยุดกิจกรรมเข้าจังหว่ะก็ปาไปเกือบรุ่งส่างแววตาอันนิ่งเรียบมองไปยังร่างบางที่นอนตะแคงหันหลังให้เขาตั้งแต่เสร็จกิจกรรม หากจะถามว่าเขารู้สึกผิดไหมที่ทำลงไปเมื่อคืนนี้ ชายหนุ่มตอบได้เลยว่า ‘ไม่’ เพราะเขาถือว่ามันสมควรแล้วที
ยังไม่หายโกรธ NC+++ตับ! ตับ! ตับ!เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังคงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องนอนใหญ่ หลังจากที่พอลได้ส่งมะลิไปถึงฝั่งฝันแล้วนั้น ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะเร่งเอวสอบเพื่อให้ตนเองนั้นถึงจุดมุ่งหมายเหมือนกัน“อ๊า อือ คุณพอล อย่าทำแรง อ๊า หนูจุก”มะลิร้องเสียงอู้อี้กับหมอนใบใหญ่ มือบางทั้งสองข้า
สารภาพความจริง“มันเกิดอะไรขึ้นค่ะ ทำไมจู่ๆ เพื่อนของโรสถึงได้ไปเป็นแฟนของพี่พอล”“แล้วสิ่งที่ผู้หญิงที่ชื่อโบว์บอกว่ามะลิมารับจ้างสวมรอยเป็นเธอนั้น มันคือเรื่องจริงเหรอค่ะ”“อย่าบอกนะว่ายายป้าหน้าวอกนั้นเป็นแฟนของพี่พอล”“อะแฮ่ม ยัยตัวแสบ เบาๆ หน่อย”พัชระเอ่ยห้ามโรสแต่ก็ไม่จริงจังเท่าไรนัก แถมยัง

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





