ログイン1
บ้านไออุ่น
“มะลิ”
“ค่ะ แม่ครู”
หญิงสาวในชุดนักศึกษาปี4 ที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบรายการสั่งซื้อข้าวของเครื่องใช้อุปโภคและบริโภคประจำเดือนอยู่ ค่อยๆ ละสายตาจากบันทึกการสั่งซื้อก่อนที่จะขานรับแม่ครูวัย 70 ปี ที่เดินหิ้วถุงขนมตรงมาที่เธอ
“ดึกแล้ว หนูจะค้างที่บ้านไหม หรือจะกลับหอพัก”
“หนูว่าจะกลับหอพักค่ะแม่ พรุ่งนี้หนูมีนัดทำรายงานกับเพื่อนที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยค่ะ”
“งั้นแม่ว่าหนูกลับเถอะ มันดึกแล้ว แม่เป็นห่วง อ่ะนี้ ข้าวต้มมัด พวกน้องๆ พากันทำเมื่อช่วงกลางวัน หนูเอาไปทานที่หอด้วยนะลูก”
แม่ครูดวงดาว ยื่นถุงหูหิ้วที่บรรจุข้าวต้มมัดให้กับมะลิ หญิงสาวที่เคยเป็นสมาชิกของบ้านไออุ่น แต่ตอนนี้หญิงสาวนั้นเติบใหญ่ สามารถสอบชิงทุนนักเรียนดีเด่น ได้เข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ
แต่ด้วยระยะทางระหว่างบ้านไออุ่นกับมหาวิทยาลัยอยู่ห่างไกลกันพอสมควร หญิงสาวจึงตัดสินใจไปเช่าหอพักที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย เพื่อความสะดวกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากเป็นวันหยุดหรือหญิงสาวไม่มีเรียนช่วงบ่าย เธอก็จะเข้ามาช่วยงานแม่ครูที่บ้านไออุ่นเสมอ
“ขอบคุณค่ะแม่ครู รายการสั่งซื้อหนูตรวจสอบครบหมดแล้วนะค่ะ แม่ครูสามารถสั่งซื้อได้เลยค่ะ”
“จ๊ะ ขอบใจหนูมากนะมะลิ ลำพังหนูเรียนปีสุดท้ายก็หนักมากอยู่แล้ว ยังจะปลีกตัวมาช่วยงานแม่อีก”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ หนูเต็มใจช่วย ถ้าหนูไม่มีแม่ครู ไม่มีบ้านไออุ่น หนูก็ไม่รู้ว่าหนูจะเติบโตมายังไง”
“อดีตมันก็คืออดีต ปัจจุบันหนูเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคม มีหน้าที่การงานที่ดี สามารถดูแลตัวเองได้ แม่ก็ภูมิใจแล้วลูก ไม่ต้องไปนึกถึงอดีตมันหรอกนะ”
“ค่ะ แม่ครู งั้นหนูกลับก่อนนะ เดียวหนูว่างหนูจะเข้ามาหาแม่ครูกับน้องๆ อีกนะคะ”
“จ๊ะ”
มะลิยกมือไหว้ลาแม่ครูของบ้านไออุ่นด้วยความเคารพรัก หากชีวิตของเธอไม่มีแม่ครูดวงดาวและบ้านไออุ่นแห่งนี้ เธอก็ไม่รู้เลยว่า เด็กทารกแรกเกิดที่ถูกผู้ให้กำเนิดนำมาทิ้งไว้ที่บ้านหลังนี้ จะมีชีวิตไปในทิศทางใด
หากจะถามว่าเธอต้องการที่จะตามหาผู้ให้กำเนิดหรือไม่ เธอตอบได้เลยว่า ไม่ต้องการ เพราะเธอคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องตามหา หรือรับรู้ เพราะพวกเขาเลือกที่จะทอดทิ้งเธอไปตั้งแต่ลืมตาดูโลกแล้ว นั้นก็แสดงได้ว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะมีเธออยู่ในชีวิต
ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาจากบ้านไออุ่น แต่คนรอบข้างของเธอ ก็ไม่เคยพูดหรือดูถูกชาติกำเนิดของเธอเลยซักนิด โดยเฉพาะเพื่อนสนิททั้งสามคน อย่าง บัว พุดซ้อนและโรส และถึงแม้ว่าต่างคนจะต่างที่มา ต่างสังคม แต่ก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ทันทีที่ถึงหอพัก มะลิก็รีบอาบน้ำอาบท่า เตรียมตัวเข้านอน เพราะพรุ่งนี้พวกเธอมีนัดทำรายงานกับเพื่อนๆ ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอาข้าวต้มมัดใส่ตู้เย็นไว้ พรุ่งนี้เธอตั้งใจว่าจะอุ่นไปให้เพื่อนๆ ทั้งสามคนได้ชิม
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
ทันทีที่หัวถึงหมอน เสียงการแจ้งเตือนจากไลน์ก็ดังขึ้นอย่างรัวๆ ถึงยังไม่เปิดอ่านก็รู้ว่าเป็นไลน์กรุ๊ป ของพวกเธอทั้ง 4 คน ถึงอย่างนั้นมะลิก็หยิบขึ้นมาเปิดดูพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
แชต : FLOWER LOVER
R (กุหลาบ) : พรุ่งนี้กี่โมง
L (บัว) : เก้าโมงจ๊ะ ใครมาช้าโดนปรับแน่
R (กุหลาบ) : โห่ เช้าจัง ฉันยังไม่ถึงบ้านเลย
G (พุดซ้อน) : ไปไหน @ R
R (กุหลาบ) : มาออกงานกับคุณหญิงแม่นะสิ น่าเบื่อ เฮ่อ งานประมูลเครื่องเพชรนะ ฉันชวนแม่กลับตั้งแต่ 2 ทุ่มแล้วนะ ป่านนี้ยังไม่ถึงไหนเลย มัวแต่ขนเครื่องเพชรอยู่
L (บัว) : 555 คุณหญิงแม่
J (มะลิ) : พรุ่งนี้เราเอาข้าวต้มมัดไปให้ชิม เด็กๆ กับแม่ครูทำมาฝาก อร่อยนะ
G (พุดซ้อน) : ดีๆ
L (บัว) : เดียวเราแวะซื้อหมูปิ้งกับข้าวเหนียวไป รีบมา หล่ะ ไม่งั้นโดนแน่ๆ @ R
R (กุหลาบ) : โอเค โอเค จะลากคุณหญิงแม่กลับเดียวนี้แหละ เฮ่อ
มะลิกดออกจากช่องแชตกลุ่มพร้อมกลับส่ายหัวเบาๆ ให้กับเพื่อนๆ ของเธอโดยเฉพาะโรส ที่เป็นถึงคุณหนูทายาทหมื่นล้าน บุตรสาวคนเดียวของท่านนายพลและคุณหญิงแถวหน้าของเมืองไทย หญิงสาวจะงอแงทุกครั้งที่ถูกลากตัวให้ไปออกงานสังคมด้วย แต่ถึงแม้ว่าโรสจะเป็นคุณหนูบ้านรวย แต่เวลาที่พวกเธอพาทานอะไร โรสก็ไม่เคยปฏิเสธหรือเรื่องมากเลยซักครั้ง เพราะหญิงสาวเป็นคนปรับตัวเก่ง เช่นเดียวกับบัวและพุดซ้อนสองคนนั้นก็เหมือนกัน ถึงแม้ว่าพวกเธอทั้งสองคนจะไม่ได้บ้านรวยระดับหมื่นล้านเหมือนโรส แต่ทั้งบัวและพุดซ้อนก็มีครอบครัวที่สมบูรณ์ ฐานะที่บ้านก็ร่ำรวยพอประมาณ แต่เพื่อนๆ ทั้งสามคนรวมไปถึงครอบครัวของพวกเธอ ก็ไม่เคยทำให้มะลิ หญิงสาวกำพร้าที่เติบโตมาจากบ้านไออุ่น รู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าเลยซักครั้งแถมพวกท่านทั้งสามครอบครัวต่างก็รักและเอ็นดูเธอเสมือนลูกสาวแท้ๆ อีกคน มันจึงทำให้มะลิรู้สึกโชคดีเป็นอย่างมาก ที่มาเจอกับเพื่อนๆ กลุ่มนี้
ติ๊ง ติ๊ง
แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปปิดสวิตซ์โคมไฟ เสียงแจ้งเตือนจากไลน์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวจึงหยิบโทรศัพท์มาเปิดอ่านดูข้อความอีกครั้ง
ดิน : มะลิ นอนยัง
มะลิ : กำลังจะนอน ดินมีอะไรหรือเปล่า
ดินหรือแดนดิน คือเพื่อนสนิทอีกคนของเธอที่เติบโตมาจากบ้านไออุ่นเหมือนกัน แต่ดินสอบติดคณะวิศวะของอีกมหาลัยหนึ่ง แล้วจะไปต่อสายตรงเพื่อเข้ารับราชการในกองทัพอากาศ เพราะแดนดินมีความฝันจะเป็นนักบินของกองทัพ
เธอและดินจะนัดเจอกันบ่อยไม่ว่าจะเป็นข้างนอกหรือบ้านไออุ่น แต่ช่วงขึ้นปี 4 มา ต่างคนก็ต่างยุ่งกับการเตรียม โปรเจคจบ เลยไม่ค่อยได้นัดเจอกันเท่าไหร่นัก
ดิน : วันนี้มะลิไปบ้านไออุ่นมาใช่ไหม
มะลิ : ใช่ ดินมีอะไรหรือเปล่า
ดิน : แม่ครูล้มในห้องทำงาน น้องทรายพึ่งพาไปหาหมอมา เราว่าจะกลับบ้านพรุ่งนี้ เลยจะชวนมะลิกลับด้วย
เมื่อได้อ่านสิ่งที่เพื่อนชายส่งมาบอก มะลิถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก เพราะแม่ครูดวงดาวก็อายุมากแล้ว หากล้มป่วยขึ้นมาเธอจะทำอย่างไร
มะลิ : แม่ครูเป็นอะไรมากไหมดิน
ดิน : หมอบอกว่าแม่ครูมีอาการวูบ เลยให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลซักคืน พรุ่งนี้ก็ได้กลับบ้านแล้ว
มะลิ : งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่บ้านนะ เราจะตามไป เพราะช่วงเช้าเรามีนัดทำรายงานกับเพื่อนไว้ จะยกเลิกก็ไม่ได้ เพราะวันจันทร์ต้องส่งอาจารย์แล้ว
ดิน : อืม เจอกันที่บ้านนะ
มหาวิทยาลัย....
“มาแล้ว มาแล้ว เกือบสายแนะ นี้เราให้ลุงเพิ่มซิ่งมาเลยนะ ตอนแรกจะขับมาเอง คุณหญิงแม่กลัวว่าฉันจะไปชนคนอื่น เลยบังคับให้คนรถมาส่ง”
“อ่ะ นี้ข้าวของเธอ ข้าวเหนียวหนึ่งห่อ หมูปิ้งสองไม้”
บัวส่งข้าวเหนียวหมูปิ้งให้กับเพื่อนสาวทันที พร้อมทั้งตักข้าวต้มมัดที่มะลิห่อมาฝากให้เพิ่มอีกด้วย
“ขอบใจจ๊ะ แม่บัว อิอิ”
“รีบกินเลย มะลิกับพุดซ้อนนั่งรอจนจะหลับแล้ว”
“ค่อยๆ กินก็ได้ เดียวพวกเรานั่งเลือกหัวข้อสำคัญรอ”
มะลิเอ่ยบอกโรส ก่อนที่จะก้มหน้าอ่านเนื้อหาเพื่อหาหัวข้อสำคัญในการทำรายงานครั้งนี้อย่างขมักเขม่น
"ว่าแต่ทำรายงานเสร็จ พวกเธอไปไหนต่อไหม”
โรสเอ่ยถามยังเพื่อนๆ ในกลุ่มทั้งที่ข้าวเหนียวหมูปิ้งยังเต็มปากอยู่เลย หมดกันภาพลักษณ์คุณหนูหมื่นล้าน
“บัวไม่ได้ไปไหน”
“ฉันก็เหมือนกัน ทำรายงานเสร็จก็ว่าง อีกอย่างวันนี้ คุณพ่อกับคุณแม่ก็ไปออกงานที่ต่างจังหวัด ฉันเลยต้องอยู่กับพี่ชายทั้งสอง เซ็งเลย”
พุดซ้อนเอ่ยบอกเพื่อนทั้งสามด้วยความเบื่อหน่าย เพราะหญิงสาวนั้นเป็นลูกคนเล็กของบ้าน มีพี่ชายสองคนที่หวงเธอมาก หวงจนไม่มีหนุ่มๆ ที่ไหนกล้าเข้ามาจีบเลยซักคน ทำให้เธอโสดมาจนถึงทุกวันนี้
“เธอหล่ะมะลิ มีนัดที่ไหนไหม”
พุดซ้อนเอ่ยถามยังเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ เพราะตั้งแต่มาถึงดูท่ามะลิจะมีเรื่องให้คิดดูตลอดเวลา แถมใบหน้าของเธอก็ไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่นัก
“เราจะกลับบ้านไออุ่น พอดีเมื่อคืนแม่ครูวูบหมดสติ นอนโรงพยาบาลหนึ่งคืน แต่วันนี้หมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว เราเลยจะไปเยี่ยมแม่ครูนะ”
“อ่าว จริงเหรอ แม่ครูเป็นยังไงบ้าง”
เพื่อนทั้งสามคนเอ่ยถามถึงอาการของผู้มีพระคุณ ที่ชุบเลี้ยงดูแลเพื่อนสาวของพวกเธอมาด้วยความเป็นห่วง
“ดีขึ้นแล้วหล่ะ ตอนนี้ดินก็กำลังไปรับแม่ครูออกจากโรงพยาบาล เดียวเราทำรายงานเสร็จ เราก็จะตามไปเจอที่บ้านเลย”
“งั้นบัวขอไปเยี่ยมแม่ครูด้วยได้ไหม บัวอยากไปหาน้องๆ ด้วย ไม่ได้ไปบ้านไออุ่นนานแล้วด้วย”
“เราไปกับพวกเธอด้วยถ้างั้น ไปด้วยไหมคุณหนูโรส”
“ไปๆ เราไป งั้นพวกเรารีบทำรายงานกันเถอะ จะได้มีเวลาแวะซื้อของไปเยี่ยมแม่ครูกับฝากน้องๆ ที่บ้านไออุ่นด้วย”
“ขอบใจพวกเธอทั้งสามคนนะ”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า“เก่งจริงๆ เลย หลานอาเนี้ย”พอลหันมาหอมแก้มคนเป็นหลานที่นั่งจุมปุ๊กอยู่บนตักของมะลิด้วยความหมั่นเขี้ยว“แล้วนี้ทุกคนพากันทานอะไรมาหรือยังครับ ผมกับมะลิกำลังจะไปหาอะไรทานกันข้างนอกพอดี”“โห่ พี่พอล เขาพากันมารอพวกพี่ตั้งแต่เก้าโมงเช้า กะว่าจะมากินมื้อเช้าด้วย แต่นี้อะไร จนจะเลยถึงมื้อเที่ยงแล้วครับ”“ว่าแต่ทำอะไรกันอยู่หล่ะ ทำไมถึงตื่นสาย”ตุ๊บ!!“โอ๊ย อะไรกันเนี้ย พัชแค่สงสัย ทำไมต้องเขวี้ยงหมอนมาใส่กันด้วยหล่ะครับ ฮ่า ฮ่า”“รู้แล้วยังจะถาม”“พี่พอล!!!”มะลิเอ่ยปรามคนเป็นแฟนด้วยความเขินอาย จะมาพูดสองแง่สองง่ามอะไรตอนที่อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ละเนี้ย เธอก็อายเป็นเหมือนกันนะ“เอาหล่ะๆ แม่ว่าพวกเราไปหามื้อเที่ยงทานกันก่อนเถอะ เดียวค่อยกลับมาคุยกันอีกที ป่ะ หนูมะลิ”คุณหญิงทอฝันเอ่ยบอกกับทุกๆ คน ก่อนที่จะจูงมือว่าที่ลูกสะใภ้ออกไปรอขึ้นรถ โดยที่ไม่สนใจสามีและลูกของตัวเองเลย“เป็นไงหล่ะ แม่เรา”คุณหมอเพียงดาวหันมาเอ่ยกับน้องชายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพราะเธอมีความสุขเหลือเกินที่เห็นคนในครอบครัวรักใคร่ปรองดองกันแบบนี้ แถมน้องชายอย่างพอลก็เจอคนที่ใช่ และรักกันอย่างแท้จริงแล้ว คนเป็นพี่อ
สิ้นสุดสัญญา (จบบริบูรณ์)“จะสิบโมงแล้ว ไม่ใช่มันตายแล้วเหรอครับคุณหญิงป้า”ฮ่า ฮ่า ฮ่า“พีนี้ก็พูดไปเรื่อย”“อ่าว มันก็จริงนี้ครับเน่ ดูสิญาติพี่น้องมากันจนเต็มบ้าน ไหนจะเพื่อนๆ ของมันกับน้องเขาอีก คนมาเป็นสิบ มันยังคงนอนไม่รู้สึกตัวเลยครับ”“ผมเห็นด้วยกับพี่พีนะ สงสัยจะหนัก”“เอ๊ะ ตาพัชก็เอาตามพี่เขาอีกคน ปล่อยให้พอลเขาได้พักผ่อนเถอะนะ”คุณหญิงลินดาเอ่ยปรามลูกชายคนเล็กของนาง ที่เริ่มพูดจาเหน็บแนมพอลร่วมกับคนเป็นพี่“เพียงว่าคงจะเซอร์ไพร์น่าดูเลยนะค่ะ ที่จู่ๆ พวกเราก็บุกมาหาพอลกับมะลิถึงที่นี้”คุณหมอเพียงดาวเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่วันนี้ทางครอบครัวพงษ์นาราได้ตกลงกันว่า จะพากันมาเซอร์ไพร์คู่รักข้าวใหม่ปลามันเสียหน่อย แต่นี้อะไร พวกเธอเดินทางมาถึงตั้งแต่เก้า โมงเช้ากะว่าจะมาทานมื้อเช้าที่นี้ แต่พอลและมะลิยังไม่ทันได้ลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสองเลย สงสัยมื้อเช้าคงต้องรวบไปเป็นมื้อเที่ยงเสียแล้ว“น้องนนท์ครับ มาหาปู่พลหน่อยครับ”บิดาของพอลเอ่ยเรียกหลานชายคนเดียวของตระกูลพงษ์นาราให้เข้ามาหา ก่อนที่เจ้าเด็กน้อยแสนรู้จะรีบวิ่งมาสวมกอดคุณปู่พลทันที“ครับคุณปู่พล”“น้องนนท์คิดว่าปู่จะมีหลา
พอลเอ่ยถามย้ำกับหญิงสาวที่ตอนนี้พยายามหลบสายตาของเขาอยู่เนื่องจากเขินอาย“พี่พอลจะรักหนู มีแค่หนูใช่ไหม”“หืม ทำไมถามแบบนั้นหล่ะครับ”“ก็หนูเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อมีแม่เหมือนคนอื่นเขา หนูกลัวว่าพี่จะไม่จริงจังกับความสัมพันธ์ของเรา”“กลัวว่าครอบครัวพี่จะรังเกียจ กลัวพี่จะอายเพื่อนๆ ที่มาคบกับเด็กกำพร้าแบบหนู”“พอแล้วครับ ทำไมหนูคิดอะไรแบบนั้นหล่ะ พี่รักหนู คนรอบข้างของพี่ก็ต้องเข้าใจ ไม่มีใครเขาคิดแบบนั้นหรอกครับ”“พี่พูดจริงใช่ไหม”“พี่บอกแล้วไง ว่าถ้าพี่ได้รักใคร พี่ก็จะรักและซื่อสัตย์กับคน คนนั้นตลอด”“เชื่อใจพี่นะ พี่จะรักแค่หนู และมีแค่หนูคนเดียว”“ค่ะ หนูก็รักพี่พอลนะ”“ถ้างั้น พี่ขอได้ไหมครับ”“ขะ ขออะไรค่ะ ไม่ง่วงแล้วเหรอ พี่พาหนูขับรถมาตั้งไกลนะ หนูว่าเรานอนก่อนเถอะค่ะ”“นะ ครั้งเดียวแล้วพานอนเลยนะครับ”“อะ อื้อ พี่พอล ดะ เดี่ยวก่อนค่ะ รอบที่แล้วพี่ก็ไม่ป้องกันเลย หนูต้องมาซื้อยาคุมฉุกเฉินทาน มันยังเสี่ยงอยู่เลยนะ”“ถ้าหากว่ารอบนี้เขาจะมา ก็ถือซะว่าเป็นความตั้งใจของพี่ และเขาก็อยากจะมาอยู่กับเราครับ”พอลเอ่ยบอกกับคนเป็นน้องพร้อมทั้งขยับกายลงมาเพื่อให้ใบหน้าเสมอกับหน้าท้องแบนรา
ความในใจ NC++มะลิตัดสินใจล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่ม ก่อนที่คุณพอลจะเอื้อมมือไปดึงเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายให้เธออย่างทะนุถนอม หากจะถามว่ารู้สึกเขินอายไหม ก็คงต้องบอกว่าไม่ เพราะมากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว แต่แค่เธอแปลกใจ ที่ทำไมเขาถึงกลับมาทำแบบนี้กับเธออีก ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จบลงไปแล้ว ความทรงจำของเขาก็กลับมา แถมแฟนสาวตัวจริงของเขาก็กลับมาขอปรับความเข้าใจกันแล้วอีกด้วย“ขอกอดหน่อยครับ”ชายหนุ่มเอ่ยบอกเบาๆ ก่อนที่จะดึงเอาร่างบางของหญิงสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ พอลก็ถือโอกาสล้วงมือเข้าไปกอบกุมหน้าอกใหญ่ของหญิงสาวด้วยความคิดถึง“คุณพอลทำแบบนี้ไปทำไมค่ะ เราว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ อีกอย่างสัญญาการทำงานมันก็สิ้นสุดลงแล้วด้วย”“สัญญาเหลืออีกเดือนกว่าครับ ยังไม่หมด”“เอ๊ะ จะเหลืออีกเดือนกว่าได้ไงคะ ก็ในเมื่อคุณหายดีแล้ว แถมความทรงจำก็กลับมาครบหมดแล้ว มันก็ถือว่าสัญญาสิ้นสุดสิค่ะ คุณหมอเพียงดาวไม่ได้บอกคุณเหรอ”“บอกครับ แต่พี่ยังไม่หายดีเลย”พอลเอ่ยบอกคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงกระเส่า อีกทั้งยังแทนตัวเองว่าพี่อีกต่างหาก“อะ อะไรค่ะ จะมาไม่หายได้ย
“คุณจะไปไหนค่ะ นี้ไม่ใช่ทางกลับหอพักของหนูนะ”“คุณ!! หนูถาม”มะลิหันมาโวยวายใส่คนขับอีกครั้ง เพราะเขาเอาแต่นั่งเงียบ ถามอะไรก็ไม่ตอบ แถมยังชอบทำหน้าทะเล้น กวนประสาทเธออยู่นั้นแหละ“เดียวถึงก็รู้เองนั้นแหละ จะนอนไหมครับ”มะลิหันขวับไปมองหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง จะมาคงมาครับอะไรอยู่นี้ คนยิ่งหงุดหงิดอยู่“หึ”“ถ้าง่วงก็นอนครับ เดียวถึงแล้วจะปลุก”“เหอะ ปรับแอร์ลงให้หน่อยค่ะ หนาว จะนอน”เมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วบวกกับความเมาที่ยังคงมีอยู่ แถมยังมาเจอกับแอร์เย็นๆ อีก มันจึงส่งผลให้คนร่างบางที่แหกปากโวยวายอยู่เมื่อซักครู่นี้ หลับไปทันทีที่เอนเบาะลงนอนพอล ที่เห็นแบบนั้นก็รีบทำตามคำสั่งของหญิงสาว พร้อมกับหันไปคว้าเอาเสื้อสูทที่เขาถอดทิ้งไว้บริเวณเบาะหลังเข้ามาห่มคลุมให้กับคนตัวบางเพราะเกรงว่าเธอจะไม่สบายเอาได้รถสปอร์ตคันหรูใช้เวลาขับเคลื่อนประมาณสองชั่วโมงครึ่งก็เดินทางมาถึงบ้านพักตากอากาศของครอบครัวพงษ์นารา ที่เขาเคยพามะลิมาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งรอบนี้นั้นเขาได้โทรไปขออนุญาตกับเจ้าของตัวจริงก่อนแล้วนั้นก็คือ เนเน่ พี่สะใภ้ของเขา โดยให้เหตุผลว่า จะพาสาวมาง้อ เมื่อทั้งเนเน่และทุกคนในครอบครัวพงษ์นาราได
เคลียร์ด่านสุดท้าย“อ่าว พวกพี่เขากลับไปแล้วเหรอ”ทันทีที่บัวและมะลิเดินกลับมาถึงโต๊ะ ก็เอ่ยถามถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสามคน“ไปแล้ว”“เห้อ ดีจัง รู้สึกโล่ง”บัวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่ต่อไปนี้จะไม่มีใครคอยมานั่งจ้องหน้าเพื่อนของเธอให้รู้สึกอึดอัดอีกมะลิก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ที่คนพวกนั้นไปได้ซักที โดยเฉพาะคุณพอล เพราะตั้งแต่คืนเกิดเรื่องที่คอนโดของเขา ชายหนุ่มก็ไม่เคยติดต่อมาหาเธออีกเลย จะมีก็แต่คุณหมอเพียงดาว ที่โทรมาถามไถ่ และนัดวันจบสัญญาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเธอก็ได้แจ้งทางคุณหมอเพียงดาวไปแล้วว่าขอเป็นช่วงสัปดาห์หน้าก็แล้วกัน ขอเธอเคลียร์เรื่องเรียนจบเสียก่อน“เอา ไหนๆ พวกพี่เขาก็ไปหมดแล้ว เรามาดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของพวกเรากันเถอะ”เป๊ง!!แก้วทั้ง 5 ใบ ถูกชูให้กระทบกันเพื่อดื่มฉลองให้กับการเรียนจบมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ของพวกเธอ หลังจากที่ฝ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลาสี่ปี จนในวันนี้พวกเธอก็ทำสำเร็จแล้วไม่รู้ว่าพากันฉลองไปจนถึงขั้นไหน รู้เพียงว่าแต่ละคนต่างก็เมาคอพับคออ่อนโดยเฉพาะโรสและบัวที่เมาจนทิ้งตัวลงไปนอนกองที่โซฟา จนพุดซ้อนและมะลิท
5ข้อเสนอ“ยังไงมะลิ”มะลิจึงตัดสินใจเล่าในสิ่งที่ได้ยินมาให้เพื่อนชายฟังพร้อมทั้งบอกว่าเธอจะลองเข้าไปคุยกับคุณหมอเพียงดาวดู หากเขาสนใจ ก็จะต่อรองเรื่องค่าจ้างดูว่ามันจะได้พอค่าผ่าตัดแม่ครูหรือไม่“มันเสี่ยงไปไหมมะลิ ดินว่าเราลองหาทางออกอื่นดูอีกทีดีกว่าไหม ตอนนี้ดินก็รับจ้างทำงานเพิ่มหลายทางเลย น่
4ทางออก“น้องทราย!!”“พีดิน พี่มะลิ ฮือๆ”“แม่ครูเป็นไงบ้าง”มะลิรีบเอ่ยถามยังรุ่นน้องสาวที่ตอนนี้เป็นคนช่วยแม่ครูดวงดาวดูแลน้องๆ อยู่ที่บ้านไออุ่นทันทีที่เธอได้รับโทรศัพท์จากน้องทราย ว่าแม่ครูวูบหมดสติอีกแล้ว ตอนนี้กำลังนำส่งโรงพยาบาล มะลิที่กำลังนั่งพักอยู่กับเพื่อนสาวทั้งสามคน ถึงกับรีบตรงดิ่ง
3อุบัติเหตุ“เพียง!! ตาพอลเป็นยังไงบ้าง น้องปลอดภัยใช่ไหมลูก”“ตอบแม่มาสิเพียง น้องปลอดภัยใช่ไหม”“ใจเย็นๆ คุณหญิง น้องเป็นยังไงบ้างเพียง”“เดียวคุณพ่อกับคุณแม่ตามเพียงมาที่ห้องตรวจนะค่ะ”แพทย์หญิงเพียงดาวเดินนำทางพาพ่อและแม่ไปยังห้องตรวจ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอาการของน้องชายเพียงคนเดียวอย่าง พอล ที
2ข่าวร้ายหลังจากที่พากันทำรายงานจนเสร็จ มะลิและเพื่อนๆ ก็พากันแวะไปซื้อของฝากแม่ครูและน้องๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านไออุ่น ก่อนที่โรสจะให้ลุงเพิ่มคนขับรถของบ้านเธอ มาขนเอาข้าวของที่พวกเธอพากันซื้อไปส่งให้ที่บ้านไออุ่นก่อน ส่วนพวกเธอทั้ง 4 คน ก็ใช้รถคันโปรดของโรส ที่หญิงสาวนั้นได้โทรไปสั่งให้คนที่บ้านขั







