เข้าสู่ระบบ4
ทางออก
“น้องทราย!!”
“พีดิน พี่มะลิ ฮือๆ”
“แม่ครูเป็นไงบ้าง”
มะลิรีบเอ่ยถามยังรุ่นน้องสาวที่ตอนนี้เป็นคนช่วยแม่ครูดวงดาวดูแลน้องๆ อยู่ที่บ้านไออุ่น
ทันทีที่เธอได้รับโทรศัพท์จากน้องทราย ว่าแม่ครูวูบหมดสติอีกแล้ว ตอนนี้กำลังนำส่งโรงพยาบาล มะลิที่กำลังนั่งพักอยู่กับเพื่อนสาวทั้งสามคน ถึงกับรีบตรงดิ่งมาที่โรงพยาบาลทันที
“หมอยังไม่ออกมาเลยจ๊ะ ทรายไม่รู้เลยว่าแม่ครูวูบหมดสติไปตั้งแต่ตอนไหน จนน้องๆ เข้าไปตามแม่ครูออกมาทานข้าวนั้นแหละ ถึงเห็น”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แม่ครูต้องปลอดภัย”
ทั้งดินและมะลิต่างกอดปลอบคนเป็นน้อง ทั้งที่ทั้งคู่เองก็วิตกกังวลกับอาการของแม่ครูไม่ต่างกัน
“ญาติของคุณดวงดาวค่ะ”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของหมอที่ทำการรักษาอาการของ แม่ครู ทั้งสามคนก็รีบตรงดิ่งเข้าไปสอบถามทันที
“แม่ครูเป็นยังไงบ้างค่ะคุณหมอ”
มะลิเอ่ยถามคุณหมอเพียงดาวพร้อมทั้งปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแบบลวกๆ
“ตามที่คุณหมอเคยแจ้งคนป่วยและญาติคนป่วยไปครั้งก่อน ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการผ่าตัดให้เร็วที่สุดค่ะ ตอนนี้เนื้องอกเริ่มจะโตขึ้นเรื่อยๆ รบกวนญาติผู้ป่วยตามหมอไปที่ห้องตรวจด้วยนะค่ะ เราจะได้วางแผนในการรักษาผู้ป่วยได้ถูก”
“เดียวพี่จะไปกับพี่ดินนะ น้องทรายตามแม่ครูไปที่ห้องพักฟื้นก่อน เดียวพวกพี่ตามไป”
“ค่ะ พี่มะลิ ฮึก ฮือ”
“ไม่ร้อง พี่เชื่อว่าแม่ครูจะไม่เป็นอะไร ป่ะ ไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ครูก่อนนะ อย่าร้องให้แม่ครูเห็นหล่ะ เดียวแม่ไม่สบายใจ”
“ค่ะ”
เมื่อพูดคุยและรับทราบ ถึงแนวทางการรักษาของแม่ครูเรียบร้อยแล้วนั้น ทั้งมะลิและดินก็เดินกลับมาหาแม่ครูที่ห้องพักฟื้น เพื่อปรึกษากันอีกครั้งว่าจะทำยังไง เพื่อให้ได้เงินมาสำรองในการผ่าตัดให้ได้มากที่สุด
“ดิน เดียวมะลิขอแวะไปซื้อของกินรองท้องให้น้องทรายก่อนนะ น้องคงยังไม่ได้กินอะไร เสร็จแล้วเดียวเราตามไป”
“อืม”
หลังจากที่มะลิซื้อข้าวและขนมรองท้องให้น้องทรายจากร้านสะดวกซื้อเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น หญิงสาวคิดว่าจะแวะร้านกาแฟซักหน่อย เพราะเมื่อคืนนั่งทำรายงานซะดึกดื่น เช้านี้เธอเลยค่อนข้างที่จะอ่อนเพลียไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่นัก หากได้เอสเย็นหวานน้อยซักแก้วก็คงจะดีขึ้น ดินก็น่าจะคิดแบบเดียวกันกลับเธอ
ในขณะที่หญิงสาวนั่งรอกาแฟอยู่นั้น เธอก็บังเอิญเจอกับคุณหมอเพียงดาวที่กำลังนั่งคุยกับผู้ใหญ่อีกสี่ห้าคน น่าจะเป็นคนในครอบครัวของคุณหมอ แต่ดูจากลักษณะท่าทางแล้ว น่าจะเป็นเรื่องเครียดกันเลยทีเดียว
ใจจริงมะลิก็ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังบทสนทนาของคุณหมอเพียงดาวและครอบครัวเขาหรอกนะ แต่เนื่องจากโต๊ะที่เธอนั่งรอกาแฟมันอยู่ติดกับโต๊ะของคุณหมอเพียงดาว แต่คุณหมอคงจะไม่ทันได้เห็นเธอหรอกมั้ง เพราะทั้งมะลิและคุณหมอต่างก็นั่งหันหลังชนกัน
“หนูโบว์ หนูจะพูดแบบนี้มันก็ไม่ถูกนะ ตอนนี้ตาพอลก็เจ็บหนัก พอฟื้นขึ้นมาความจำเขาก็กลับมาเป็นบางส่วน แต่ที่เขาจำได้แม่นนั้นคือเขามีแฟน และกำลังจะแต่งงานกัน ทางครอบครัวเราขอเพียงให้หนูโบว์มาอยู่ช่วยเป็นกำลังใจให้ตาพอลเพียงเท่านั้นเอง”
“คุณแม่ค่ะ โบว์เข้าใจนะค่ะว่าพอลเขาความจำเสื่อม แต่มีบางช่วงบางเหตุการณ์ที่เขาจำได้ แต่จะให้โบว์มาคอยดูแลเขาตลอด 24 ชั่วโมง มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ โบว์มีงานต้องทำนะค่ะคุณแม่ ตอนนี้ชื่อเสียงในฐานะนางแบบของโบว์ก็กำลังไปได้สวย หากโบว์หยุดหน้าที่ตรงนั้นแล้วมาอยู่กับพอล มันคงไม่ดีซักเท่าไหร่”
“แต่ถ้าจะให้โบว์มาเยี่ยมเป็ฯบางครั้งเพื่อกระตุ้นความจำของพอลให้กลับมา อันนั้นโบว์ทำให้ได้ค่ะ”
“งั้นก็แสดงว่าโบว์เลือกความฝันของโบว์มากกว่าน้องชายของพี่ใช่ไหม”
“พี่เพียงจะพูดอย่างงั้นมันก็ไม่ถูกนะค่ะ โบว์แค่ทำตามความฝันของโบว์ แต่พอลก็ยังจะเป็นแฟนของโบว์เป็นว่าที่เจ้าบ่าวของโบว์เหมือนเดิม แต่แค่โบว์ไม่สามารถมาอยู่ดูแลได้ตลอดเวลาก็แค่นั้นเองค่ะ”
“ทั้งที่โบว์ก็รู้ว่าพอลเขาจำได้เพียงว่าเขามีแฟนและรักกับแฟนมาก จะแต่งงานกันในไม่ช้าอย่างงั้นเหรอ”
คุณหมอเพียงดาวเริ่มจะพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่นัก เพราะเธอและครอบครัวพยายามมาขอร้องให้แฟนสาวของน้องชายช่วยอยู่ดูแล และกระตุ้นให้ความจำของชายหนุ่มนั้นกลับมา เพราะตั้งแต่ที่น้องชายของเธอฟื้นขึ้นมา บาดแผลตามร่างกายมันมีวันรักษาหาย แต่บาดแผลทางด้านจิตใจและความจำบางส่วนนี้สิ ใช่ว่าใครจะรักษามันได้
พอลฟื้นขึ้นมาความจำบางส่วนของชายหนุ่มหายไปทั้งหมด แต่มีสิ่งหนึ่งที่พอลยังจำฝั่งใจ นั้นคือเขามีแฟนสาวชื่อโบว์ เขารักแฟนมาก และกำลังจะแต่งงานกันในไม่ช้า นี้จึงเป็นเหตุผลที่ทางครอบครัวเธอได้มาทำการขอร้องแฟนสาวของน้องชาย ช่วยอยู่ดูแลและให้กำลังใจน้องชายของเขาในการรักษาครั้งนี้
“โบว์ขอยืนยันคำเดิมนะค่ะ โบว์ยังรักพอล แต่จะให้โบว์มาอยู่กับพอลตลอดเวลาโบว์ทำให้ไม่ได้ค่ะ แล้ววันมะรืน โบว์ต้องเดินทางไปอเมริกาแล้ว อีกเป็นเดือนค่ะ โบว์ถึงจะได้กลับ”
เมื่อเห็นว่าทางฝั่งของแฟนสาวของน้องชายไม่สามารถทำตามในสิ่งที่ครอบครัวพวกเธอร้องขอได้ มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะเหนี่ยวรั้งกันเอาไว้อีก หากความจำของน้องชายเธอกลับมา ถึงตอนนั้นให้น้องชายเป็นคนตัดสินใจเอาเอง ว่าจะทำอย่างไร
“เอายังไงดีเพียง แม่สงสารน้อง”
เมื่อแฟนสาวของลูกชายขอตัวลากลับไปแล้ว ทางครอบครัวของคนเจ็บก็ต้องมาหาทางออกช่วยกัน เพราะตอนนี้ลูกชายของเธอไม่ยอมให้ความร่วมมือในการรักษาเลย เรียกหาแต่คนเป็นแฟนสาวตลอด ครอบครัวเห็นแบบนั้นก็ยิ่งทุกข์ใจ
“แม่กับพ่อจะว่าอะไรเพียงไหม ถ้าเพียงจะเสนอบางสิ่งบางอย่าง คือเพียงปรึกษากับพีและพัชมาแล้วบางส่วนค่ะ เราคิดว่ามันน่าจะเป็นทางออกเดียวที่ทำให้น้องยอมร่วมมือในการรักษาตัว”
“ยังไงเพียง ว่ามาเลยลูก”
“เราต้องหาคนมาสวมรอยเป็นโบว์ เพื่อกระตุ้นให้น้องยอมรักษาตัวค่ะ”
“หือ มันจะดีเหรอเพียง”
“เราต้องลองเสี่ยงค่ะแม่”
“เราจะไปหาใครที่ไหนมาสวมรอยหล่ะลูก มันจะไว้ใจได้ใช่ไหม จะไม่มีปัญหาตามมาใช่ไหม”
“เดียวเพียงลองปรึกษานายพีและนายพัชอีกครั้งก่อนนะค่ะ ว่าจะหาจากที่ไหน”
“อืม ถ้าเพียงเห็นว่ามันเป็นทางออกที่ดี พ่อกับแม่ก็ฝากด้วยนะลูก แม่ทนเห็นน้องเป็นแบบนี้ไม่ไหวแล้วเพียง”
“ค่ะพ่อ เพียงจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อน้องค่ะ”
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
มะลิที่ตั้งใจฟังบทสนทนาของโต๊ะข้างๆ ถึงกับสะดุ้งทันทีเมื่อเสียงเครื่องเรียกคิวดังแจ้งเตือนให้หญิงสาวไปรับเอากาแฟที่เคาเตอร์
ในระหว่างที่เดินกลับไปยังห้องพักของแม่ครู ในหัวสมองของหญิงสาวก็คิดมาตลอดทางกับสิ่งที่คุณหมอเพียงดาวกำลังต้องการ หรือนี้มันจะเป็นทางออกอีกทาง ที่ทำให้เธอมีเงินมาสำรองในการผ่าตัดเนื้องอกในสมองของแม่ครู
“อ่าว มะลิ ทำไมไปนานจัง เรากำลังจะโทรหาพอดีเลย”
“พอดีเราแวะซื้อกาแฟ มีของดินด้วยนะ คนที่ร้านเยอะ เลยรอนานหน่อย อ่ะ นี้ กาแฟนาย น้องทรายหล่ะ”
มะลิยื่นกาแฟให้กับเพื่อนชาย ก่อนที่จะชะเง้อมองหน้ารุ่นน้องสาวทันที
“น้องไปออกไปคุยโทรศัพท์นะ เดียวก็คงมา”
“อืม”
“ดิน เราว่าเราพอที่จะมีทางออกเรื่องเงินค่าผ่าตัดแล้ว”
สิ้นสุดสัญญา (จบบริบูรณ์)“จะสิบโมงแล้ว ไม่ใช่มันตายแล้วเหรอครับคุณหญิงป้า”ฮ่า ฮ่า ฮ่า“พีนี้ก็พูดไปเรื่อย”“อ่าว มันก็จริงนี้ครับเน่ ดูสิญาติพี่น้องมากันจนเต็มบ้าน ไหนจะเพื่อนๆ ของมันกับน้องเขาอีก คนมาเป็นสิบ มันยังคงนอนไม่รู้สึกตัวเลยครับ”“ผมเห็นด้วยกับพี่พีนะ สงสัยจะหนัก”“เอ๊ะ ตาพัชก็เอาตามพี่เขาอีกคน ปล่อยให้พอลเขาได้พักผ่อนเถอะนะ”คุณหญิงลินดาเอ่ยปรามลูกชายคนเล็กของนาง ที่เริ่มพูดจาเหน็บแนมพอลร่วมกับคนเป็นพี่“เพียงว่าคงจะเซอร์ไพร์น่าดูเลยนะค่ะ ที่จู่ๆ พวกเราก็บุกมาหาพอลกับมะลิถึงที่นี้”คุณหมอเพียงดาวเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่วันนี้ทางครอบครัวพงษ์นาราได้ตกลงกันว่า จะพากันมาเซอร์ไพร์คู่รักข้าวใหม่ปลามันเสียหน่อย แต่นี้อะไร พวกเธอเดินทางมาถึงตั้งแต่เก้า โมงเช้ากะว่าจะมาทานมื้อเช้าที่นี้ แต่พอลและมะลิยังไม่ทันได้ลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสองเลย สงสัยมื้อเช้าคงต้องรวบไปเป็นมื้อเที่ยงเสียแล้ว“น้องนนท์ครับ มาหาปู่พลหน่อยครับ”บิดาของพอลเอ่ยเรียกหลานชายคนเดียวของตระกูลพงษ์นาราให้เข้ามาหา ก่อนที่เจ้าเด็กน้อยแสนรู้จะรีบวิ่งมาสวมกอดคุณปู่พลทันที“ครับคุณปู่พล”“น้องนนท์คิดว่าปู่จะมีหลา
ความในใจ NC++มะลิตัดสินใจล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่ม ก่อนที่คุณพอลจะเอื้อมมือไปดึงเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายให้เธออย่างทะนุถนอม หากจะถามว่ารู้สึกเขินอายไหม ก็คงต้องบอกว่าไม่ เพราะมากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว แต่แค่เธอแปลกใจ ที่ทำไมเขาถึงกลับมาทำแบบนี้กับเธออีก ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จบลงไปแล้ว ความทรงจำของเขาก็กลับมา แถมแฟนสาวตัวจริงของเขาก็กลับมาขอปรับความเข้าใจกันแล้วอีกด้วย“ขอกอดหน่อยครับ”ชายหนุ่มเอ่ยบอกเบาๆ ก่อนที่จะดึงเอาร่างบางของหญิงสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ พอลก็ถือโอกาสล้วงมือเข้าไปกอบกุมหน้าอกใหญ่ของหญิงสาวด้วยความคิดถึง“คุณพอลทำแบบนี้ไปทำไมค่ะ เราว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ อีกอย่างสัญญาการทำงานมันก็สิ้นสุดลงแล้วด้วย”“สัญญาเหลืออีกเดือนกว่าครับ ยังไม่หมด”“เอ๊ะ จะเหลืออีกเดือนกว่าได้ไงคะ ก็ในเมื่อคุณหายดีแล้ว แถมความทรงจำก็กลับมาครบหมดแล้ว มันก็ถือว่าสัญญาสิ้นสุดสิค่ะ คุณหมอเพียงดาวไม่ได้บอกคุณเหรอ”“บอกครับ แต่พี่ยังไม่หายดีเลย”พอลเอ่ยบอกคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงกระเส่า อีกทั้งยังแทนตัวเองว่าพี่อีกต่างหาก“อะ อะไรค่ะ จะมาไม่หายได้ย
เคลียร์ด่านสุดท้าย“อ่าว พวกพี่เขากลับไปแล้วเหรอ”ทันทีที่บัวและมะลิเดินกลับมาถึงโต๊ะ ก็เอ่ยถามถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสามคน“ไปแล้ว”“เห้อ ดีจัง รู้สึกโล่ง”บัวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่ต่อไปนี้จะไม่มีใครคอยมานั่งจ้องหน้าเพื่อนของเธอให้รู้สึกอึดอัดอีกมะลิก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ที่คนพวกนั้นไปได้ซักที โดยเฉพาะคุณพอล เพราะตั้งแต่คืนเกิดเรื่องที่คอนโดของเขา ชายหนุ่มก็ไม่เคยติดต่อมาหาเธออีกเลย จะมีก็แต่คุณหมอเพียงดาว ที่โทรมาถามไถ่ และนัดวันจบสัญญาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเธอก็ได้แจ้งทางคุณหมอเพียงดาวไปแล้วว่าขอเป็นช่วงสัปดาห์หน้าก็แล้วกัน ขอเธอเคลียร์เรื่องเรียนจบเสียก่อน“เอา ไหนๆ พวกพี่เขาก็ไปหมดแล้ว เรามาดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของพวกเรากันเถอะ”เป๊ง!!แก้วทั้ง 5 ใบ ถูกชูให้กระทบกันเพื่อดื่มฉลองให้กับการเรียนจบมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ของพวกเธอ หลังจากที่ฝ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลาสี่ปี จนในวันนี้พวกเธอก็ทำสำเร็จแล้วไม่รู้ว่าพากันฉลองไปจนถึงขั้นไหน รู้เพียงว่าแต่ละคนต่างก็เมาคอพับคออ่อนโดยเฉพาะโรสและบัวที่เมาจนทิ้งตัวลงไปนอนกองที่โซฟา จนพุดซ้อนและมะลิท
มันเป็นใครหลังจากที่พี่ออสตินและพี่บาสได้ขอตัวไปทักทายลูกค้าโต๊ะอื่น พวกเธอทั้ง 4 คนต่างก็พากันนั่งเมาท์มอย ดื่มด่ำกับบรรยากาศของคลับหรูเพื่อรอคอยการมาของใครบางคน“ดินมาแล้ว”“จริงเหรอ เดียวเราบอกการ์ดให้พามาที่โต๊ะเอง”ผ่านไปไม่นาน แดนดินก็เดินเข้ามาหาพวกเธอที่โต๊ะ โดยที่มะลิเป็นคนขยับให้แดนดินนั่งลงข้างๆ เธอเอง“หวัดดีดิน เป็นไงบ้างช่วงนี้”เป็นพุดซ้อนที่เอ่ยทักเพื่อนชายคนสนิทของมะลิก่อน“สบายดี ช่วงนี้เราค่อนข้างยุ่งนะ เตรียมสอบด้วย”“อ่อ งั้นนายจะดื่มอะไร เดียวเราเรียกเด็กเสิร์ฟให้”“เธอดื่มอะไร”แดนดินหันมากระซิบถามมะลิ เพื่อถามว่าเพื่อนของตนเองนั้นดื่มอะไร เขาจะได้สั่งตาม แต่ทั้งมะลิและแดนดินกับหารู้ไม่ว่าไอ้การที่กระซิบกระซาบกันอยู่นั้น มันทำให้บุคคลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา กลับมองว่ามันเป็นการใกล้ชิดกันมากจนเกินไป“เฮ่ย!! ไอ้นั้นใครว่ะ”“มันบังอาจมานั่งข้างๆ เด็กของมึงได้ไงว่ะพอล”บาสและออสตินต่างก็ชี้ให้พอลดูกล้องวงจรปิด ที่ปรากฏมุมของโต๊ะที่สาวๆ นั่งกันอยู่ โดยในภาพยังปรากฏมะลิและแดนดินกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งมองอีกมุมหากคนอื่นที่ไม่รู้ ก็อาจจะคิดว่าเป็นแฟนหรือค
เวลาที่เหลืออยู่เมื่อทุกคนตกลงกันได้ว่าจะพากันไปเลี้ยงฉลองเรียนจบที่คลับเปิดใหม่ ฉะนั้นแล้วเมื่อทานชาบูกันเสร็จ จึงถือโอกาสไปเดินดูเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเที่ยวคลับในคืนพรุ่งนี้เสียเลย ถือเป็นการย่อยชาบูไปในตัวอีกต่างหาก“มะลิ ฉันว่าชุดนี้เหมาะกับเธอ”โรสหยิบเดรสรัดรูปสีแดงขึ้นมาเทียบเคียงกับร่างกายของเพื่อนสาว พร้อมทั้งพิจารณาด้วยว่าถ้าใส่ชุดนี้ เพื่อนเธอต้องทำผมทรงไหนถึงจะเข้ากัน“หืม แพงเวอร์เลยโรส ไปเที่ยวแค่คืนเดียวนะ ไม่ต้องซื้อแพงขนาดนั้นก็ได้”“ฉันว่ามันเหมาะกับเธอ ใช่ไหมบัว พุดซ้อน”โรสหันไปขยิบตากับเพื่อนสาวอีกสองคน เพื่อหาแนวร่วม“อืมใช่”“ชุดนี้ฉันชื้อให้เธอเองมะลิ”“เธอจะซื้อให้ฉันทำไมโรส มันเปลืองเงินนะ”“ก็ค่าที่เธอติวข้อสอบให้ฉันไง”“ขอความจริงยัยคุณหนูโรส”มะลิมองค้อนเพื่อนสาวตัวเองด้วยความรู้ทัน“แฮ่ๆ คืนพรุ่งนี้ชวนดินไปด้วยสิ”“ว่าหล่ะ”มะลิ บัวและพุดซ้อนถึงกับส่ายหัวให้กับความคลั่งรักฝ่ายเดียวของเพื่อนสาวตัวเองอย่างปลงๆ“นะ ถ้ามะลิชวนยังไงดินก็ต้องมา นะๆ”“อืมๆ เดียวเราจะลองชวนให้นะ แต่ไม่รับปากนะว่าเขาจะว่างมากับเราหรือเปล่า”“ได้ๆ”“งั้นเธอเอาชุดนี้นะ มันสวยและเหมาะก
เคลียร์ทุกประเด็นกรี๊ด!! กรี๊ด!!“ไม่!! โบว์ไม่ยอม โบว์ไม่มีทางยอมให้พอลทิ้งโบว์แล้วไปเอาอีนังเด็กกำพร้านั้นมาแทนที่โบว์หรอก”“โบว์ไม่ยอม!!”กรี๊ด!!!เสียงกรีดร้องของโบว์ดังกังวานไปทั่วคาเฟ่ จนลูกค้าที่มาใช้บริการในคาเฟ่ถึงกับแตกตื่น บางคนก็ชะเง้อมองด้วยความสงสัย บางคนถึงกับลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไร แต่เมื่อบางคนเห็นหน้าตาของโบว์แล้ว ก็จำได้ทันทีว่าเธอนั้นเป็นสาวสังคมไฮโซ แถมยังเป็นนางแบบอีกเสียด้วย แล้วเหตุอันใดถึงมากรีดร้อง เอะอะโวยวายอยู่ในคาเฟ่แบบนี้“พอล!! พอลกลับมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ”“โบว์บอกให้กลับมา !!” กรี๊ดดดดเมื่อถูกสายตาของคนในคาเฟ่จับจ้องมา แถมบางคนยังแอบกระซิบกระซาบเสมือนกำลังจะนินทา โบว์จึงรีบคว้าเอากระเป๋า เดินกระแทกเท้าออกมาจากคาเฟ่แห่งนั้น ด้วยความอับอายและเสียหน้าทันที เพราะต่อให้เธอกรี๊ดร้อง เอะอะโวยวายเพียงใด พอลและนังเด็กบ้านั้นก็ไม่หันมามองเธอเลยซักนิด แถมยังพากันรีบขึ้นรถและขับออกไปจากร้านทันที“หูจะแตก”ประโยคแรกที่โรสเอ่ยขึ้นกับพอล หลังจากที่คนทั้งคู่ออกมาจากคาเฟ่ชื่อดัง ที่ตอนนี้อดีตแฟนสาวของพี่ชายคนสนิทกำลังแห







