INICIAR SESIÓN3
อุบัติเหตุ
“เพียง!! ตาพอลเป็นยังไงบ้าง น้องปลอดภัยใช่ไหมลูก”
“ตอบแม่มาสิเพียง น้องปลอดภัยใช่ไหม”
“ใจเย็นๆ คุณหญิง น้องเป็นยังไงบ้างเพียง”
“เดียวคุณพ่อกับคุณแม่ตามเพียงมาที่ห้องตรวจนะค่ะ”
แพทย์หญิงเพียงดาวเดินนำทางพาพ่อและแม่ไปยังห้องตรวจ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอาการของน้องชายเพียงคนเดียวอย่าง พอล ที่ตอนนี้บาดเจ็บสาหัสถูกส่งตัวมารักษาด่วน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ประสานงานกับรถสิบล้อที่เบรคแตกตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว คนเป็นพ่อและแม่มาเฝ้ารอติดตามอาการของลูกชายตั้งแต่เกิดเรื่องจนตอนนี้ทางหมอได้ทำการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตจนเสร็จสิ้นไปเมื่อซักครู่นี้
“อาการน้องถือว่าสาหัสพอตัวเลยนะค่ะ”
แพทย์หญิงเพียงดาวเอ่ยบอกคนเป็นพ่อและแม่ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ รักษาชีวิตคนมาเป็นร้อยเป็นพัน พอมาเจอกับคนในครอบครัวของตัวเองก็ทำให้หมอผู้รักษาชีวิตของคนป่วยเสียศูนย์ไปเหมือนกัน
“แล้วอาการน้องตอนนี้เป็นยังไงบ้างเพียง”
“ตอนนี้ทางเราได้ทำการผ่าตัดเอาเลือดคลั่งในสมองออกแล้วก็ต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดค่ะพ่อ ไม่รู้ว่าหลังจากผ่าตัด น้องจะตอบสนองหรือไม่ เพียงก็ยังบอกไม่ได้”
“ฮือๆๆ ตาพอล ทำไมถึงโชคร้ายแบบนี้นะ”
“เพียงกับคุณหมอท่านอื่นพยายามกันอย่างเต็มที่ค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง เพียงเชื่อว่าน้องจะต้องฟื้นแล้วก็หายดีอย่างแน่นอนค่ะ”
“พ่อกับแม่ฝากน้องด้วยนะเพียง”
“ค่ะ คุณพ่อพาคุณแม่กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนนะค่ะ เดียวจะไม่สบายตามกันไปอีก เพียงเป็นห่วงค่ะ”
“อืมๆ ไปเถอะคุณหญิง กลับบ้านไปพักก่อน เดียวพรุ่งนี้ผมพามาหาลูกตั้งแต่เช้านะ”
“เพียง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เพียงรีบโทรบอกพ่อกับแม่ทันทีเลยนะลูก แม่ฝากน้องด้วยนะ”
“ค่ะแม่”
เมื่อเดินไปส่งพ่อและแม่เรียบร้อยแล้ว แพทย์หญิง เพียงดาวก็เดินกลับมาติดตามอาการของน้องชาย ที่ตอนนี้นอนพักฟื้นอยู่ในห้อง ICU
ตั้งแต่เล็กจนโต น้องชายของเธอนั้นไม่เคยเจ็บป่วยหนักขนาดนี้ เธอและพอลมีกันเพียงสองคน ต่างก็รักใคร่ปองดองกันและกันเสมอมา ไม่เคยจะทะเลาะให้คนเป็นพ่อและแม่ได้หนักใจเลยซักครั้ง พอมาวันนี้น้องชายของเธอเจ็บหนัก เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แพทย์หญิงอย่างเธอก็ทำได้เพียงรักษาน้องชายตัวเองให้ดีที่สุดและภาวนาขอให้น้องปลอดภัย ฟื้นขึ้นมาอยู่กับพวกเธอเหมือนเดิมด้วยเถิด
“พอล ได้ยินพี่ไหม”
เพียงดาวเอ่ยถามคนเป็นน้องที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พร้อมทั้งเอื้อมมือไปสัมผัสกับมือน้องชายเบาๆ
“พ่อและแม่เป็นห่วงนายมากนะ พี่เองก็เป็นห่วงรีบๆ ฟื้น เดียวพรุ่งนี้นายพีกับนายพัชก็จะมาเยี่ยม พีจะพาน้องนนท์มาเยี่ยมนายด้วยนะ ตอนนี้น้องพูดเก่งมาก”
“ส่วนโบว์ พี่โทรแจ้งให้แล้วนะ เธอกำลังบินกลับมา นายต้องรีบฟื้นหล่ะ มีคนรอนายอยู่เพียบเลย”
เพียงดาวเอ่ยถึงโบว์ แฟนสาวของน้องชาย ที่ตอนนี้เธอบินไปเดินแบบอยู่ที่ฮ่องกง
ความสัมพันธ์ของโบว์และพอลเป็นที่พึ่งพอใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทั้งคู่คบหาดูใจกันมาก็หลายปี จนถึงขั้นน้องชายของเธอคุกเข่าขอแต่งงานไปเมื่อปีที่แล้ว และตอนนี้ก็กำลังจะเตรียมงานแต่งที่จะเกิดขึ้นปลายปีนี้นั้นเอง
“พักผ่อนนะ เดียวพี่มาหาบ่อยๆ”
แพทย์หญิงเพียงดาวเอ่ยบอกน้องชายของตัวเองพร้อมทั้งดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายไม่ให้น้องรู้สึกหนาว วันวานเคยดูแลยังไง วันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นไม่มีเปลี่ยนแปลงเลย
“หมอเพียง”
“อ่าว หมอบีม ทำไมมาอยู่ตรงนี้หล่ะค่ะ”
“ผมมารอหมอเพียงนั้นแหละ มีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
“อ่อ งั้นเราไปคุยที่ห้องพักของเพียงไหม เพียงมีขนมที่ญาติคนไข้เอามาฝากเยอะเลย ช่วยไปจัดการให้หน่อยค่ะ กินไม่หมดซักที นี้ขนาดเพียงแบ่งให้พี่ๆ พยาบาลแล้วนะ”
“ฮ่า ฮ่า ได้ครับ ผมกำลังหิวพอดีเลย”
เมื่อทั้งสองคนเดินมาถึงห้องพักของหมอเพียง หมอบีมก็ตัดสินใจปรึกษาเกี่ยวกับอาการของพอล น้องชายของแพทย์หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ทันที เพราะหมอบีมก็เป็นหนึ่งในหมอที่ดูแลรักษาพอลเหมือนกัน
“หมอเพียงครับ ผมกังวลกับอาการข้างเคียงหลังจากการผ่าตัดของพอลนะครับ”
“หมอบีมคิดเหมือนเพียงเลยค่ะ ตอนนี้เพียงได้แต่ภาวนาขอให้เจ้าพอลมันฟื้นขึ้นมาก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังค่ะ”
“ครับ พอลต้องฟื้นสิครับ กำลังใจตั้งมากมาย อีกอย่างใจเขาก็สู้ด้วยแหละ”
“ค่ะ ขอบคุณนะค่ะ ที่เป็นห่วงเจ้าพอลมัน”
"นอกจากพอลจะเป็นคนไข้ของผม พอลมันก็ยังเป็นน้องของผมเหมือนกันนะครับหมอเพียง”
หมอบีมเอ่ยบอกยังหมอเพียงพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ เพราะคุณหมอหนุ่มไม่เคยคิดว่าหมอเพียงดาวเป็นเพื่อนร่วมอาชีพ แต่หมอหนุ่มกับคิดมากว่านั้น เขาแอบมองเพียงดาวมานานแล้ว แต่ก็ไม่กล้าบอกความรู้สึกต่อเพียงดาวซักที ทำได้เพียงแอบมองอยู่ไกลๆ
เช้าวันต่อมา....
“ทำไมพอลถึงอาการหนักขนาดนี้ค่ะ พี่เพียง”
โบว์ บุณราณี เอ่ยถามยังพี่สาวของแฟนหนุ่มด้วยสีหน้าวิตกกังวล ทันทีที่เธอได้รับโทรศัพท์จากครอบครัวของแฟนหนุ่ม หญิงสาวก็รีบเคลียร์งานเดินแบบทันที เพื่อบินกลับมาดูอาการของแฟนหนุ่ม
“บาดแผลตามร่างกายก็ค่อยๆ รักษาไป ดีที่ไม่มีส่วนไหนของร่างกายหัก ส่วนการผ่าตัดก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี รอแค่เขาฟื้นเท่านั้น”
“อีกนานไหมกว่าพอลจะฟื้นค่ะ”
“พี่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันโบว์ ต้องเฝ้าติดตามอาการทุกชั่วโมงเลยตอนนี้”
“อ่าวหนูโบว์ มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่” คุณหญิงทับทิมเอ่ยทักยังแฟนสาวของลูกชาย
“สวัสดีค่ะ คุณแม่ คุณพ่อ โบว์ลงเครื่องก็ตรงมาที่โรงพยาบาลเลย เดียวคุณพ่อกับคุณแม่ของโบว์จะตามมาในช่วงสายๆ ค่ะ”
“จ๊ะลูก”
“น้องเป็นยังไงบ้างยัยเพียง”
เมื่อทักทายแฟนสาวของลูกชายเสร็จ คุณหญิงทับทิมก็หันมาถามอาการของลูกชายกับพี่สาวของเขาทันที
“ยังทรงตัวอยู่ค่ะแม่ แต่ก็ตอบสนองการรักษาดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ต้องรอน้องฟื้นขึ้นมาก่อนค่ะ”
“เห็นว่าวันนี้ทางครอบครัวลุงพุฒก็จะมาเยี่ยมน้องด้วยใช่ไหม”
“ค่ะ น่าจะมากันหมดเลย ทั้งคุณลุงคุณหญิงป้า นายพี นายพัช รวมไปถึงลูกกับภรรยาของนายพีด้วยค่ะพ่อ”
“โอ๊ะ นั้นไงค่ะ มากันพอดีเลย”
“ป้าเพียงคร๊าบ นนท์มาหา มาเยี่ยมอาพอลด้วยครับ”
น้องนนท์ลูกชายของพีระและเนเน่ รีบวิ่งเข้ามากอดขาคุณป้าหมอคนสวยทันที ที่เห็นหน้า
“น้องนนท์ลูก ไม่เสียงดังค่ะ ที่นี้โรงพยาบาลนะ มันรบกวนคนอื่นเข้าใจไหม”
เนเน่ที่วิ่งตามลูกชายมาเอ่ยปรามเจ้าเด็กแสบของบ้านทันที เพราะเธอเกรงใจคนอื่นเขา
“พอล มันเป็นยังไงบ้างพี่เพียง”
พีระเอ่ยถามอาการของลูกพี่ลูกน้องของตัวเองทันที อันที่จริงครอบครัวของพวกเขาตั้งใจจะมาดูอาการตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่เพียงดาวบอกว่าให้รอก่อน มาตอนนั้นก็ไม่ได้เข้าเยี่ยมอยู่ดี เพราะอาการของพอลถือว่าสาหัสยิ่งนัก ให้รอฟังข่าวจากที่บ้านเอา เดียวเธอจะโทรอัพเดรตอาการของพอลเรื่อยๆ เอา
“ตอนนี้ก็รอแค่น้องรู้สึกตัว การผ่าตัดก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ส่วนแผลตามร่างกายก็ค่อยๆ รักษาไป”
“แล้วเรื่องคดีความไปถึงไหนแล้วครับ”
พัชระเอ่ยถามไปยังลุงของตัวเอง ที่ตอนนี้กำลังนั่งคุยกับพ่อและแม่ของเขาอยู่ที่โซฟารับแขก
“ทางคนขับและก็เจ้าของบริษัทรถก็ยอมรับผิดทุกอย่าง ลุงให้ทางทนายเป็นคนจัดการแล้ว ฝั่งนั้นเขาก็ยอมชดใช้ความเสียหายตามที่เราร้องขอทุกอย่างเลย”
“ดีแล้วครับ ผิดก็ว่าไปตามผิด”
“อืม ก็ถือว่าเขายังมีความเป็นคนอยู่ ทำให้เรื่องคดีความไม่ยุ่งยากเท่าไรนัก”
“คุณหมอเพียงค่ะ มีเคสด่วนเข้ามาค่ะ !!”
ไม่ทันที่จะได้พูดคุยกับหลานชายตัวน้อยอย่างน้องนนท์เท่าไหร่นัก พี่พยาบาลประจำห้องฉุกเฉินก็รีบวิ่งมาตามเธอไปรับเคสด่วนที่ห้องฉุกเฉินทันที
ฮ่า ฮ่า ฮ่า“เก่งจริงๆ เลย หลานอาเนี้ย”พอลหันมาหอมแก้มคนเป็นหลานที่นั่งจุมปุ๊กอยู่บนตักของมะลิด้วยความหมั่นเขี้ยว“แล้วนี้ทุกคนพากันทานอะไรมาหรือยังครับ ผมกับมะลิกำลังจะไปหาอะไรทานกันข้างนอกพอดี”“โห่ พี่พอล เขาพากันมารอพวกพี่ตั้งแต่เก้าโมงเช้า กะว่าจะมากินมื้อเช้าด้วย แต่นี้อะไร จนจะเลยถึงมื้อเที่ยงแล้วครับ”“ว่าแต่ทำอะไรกันอยู่หล่ะ ทำไมถึงตื่นสาย”ตุ๊บ!!“โอ๊ย อะไรกันเนี้ย พัชแค่สงสัย ทำไมต้องเขวี้ยงหมอนมาใส่กันด้วยหล่ะครับ ฮ่า ฮ่า”“รู้แล้วยังจะถาม”“พี่พอล!!!”มะลิเอ่ยปรามคนเป็นแฟนด้วยความเขินอาย จะมาพูดสองแง่สองง่ามอะไรตอนที่อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ละเนี้ย เธอก็อายเป็นเหมือนกันนะ“เอาหล่ะๆ แม่ว่าพวกเราไปหามื้อเที่ยงทานกันก่อนเถอะ เดียวค่อยกลับมาคุยกันอีกที ป่ะ หนูมะลิ”คุณหญิงทอฝันเอ่ยบอกกับทุกๆ คน ก่อนที่จะจูงมือว่าที่ลูกสะใภ้ออกไปรอขึ้นรถ โดยที่ไม่สนใจสามีและลูกของตัวเองเลย“เป็นไงหล่ะ แม่เรา”คุณหมอเพียงดาวหันมาเอ่ยกับน้องชายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพราะเธอมีความสุขเหลือเกินที่เห็นคนในครอบครัวรักใคร่ปรองดองกันแบบนี้ แถมน้องชายอย่างพอลก็เจอคนที่ใช่ และรักกันอย่างแท้จริงแล้ว คนเป็นพี่อ
สิ้นสุดสัญญา (จบบริบูรณ์)“จะสิบโมงแล้ว ไม่ใช่มันตายแล้วเหรอครับคุณหญิงป้า”ฮ่า ฮ่า ฮ่า“พีนี้ก็พูดไปเรื่อย”“อ่าว มันก็จริงนี้ครับเน่ ดูสิญาติพี่น้องมากันจนเต็มบ้าน ไหนจะเพื่อนๆ ของมันกับน้องเขาอีก คนมาเป็นสิบ มันยังคงนอนไม่รู้สึกตัวเลยครับ”“ผมเห็นด้วยกับพี่พีนะ สงสัยจะหนัก”“เอ๊ะ ตาพัชก็เอาตามพี่เขาอีกคน ปล่อยให้พอลเขาได้พักผ่อนเถอะนะ”คุณหญิงลินดาเอ่ยปรามลูกชายคนเล็กของนาง ที่เริ่มพูดจาเหน็บแนมพอลร่วมกับคนเป็นพี่“เพียงว่าคงจะเซอร์ไพร์น่าดูเลยนะค่ะ ที่จู่ๆ พวกเราก็บุกมาหาพอลกับมะลิถึงที่นี้”คุณหมอเพียงดาวเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่วันนี้ทางครอบครัวพงษ์นาราได้ตกลงกันว่า จะพากันมาเซอร์ไพร์คู่รักข้าวใหม่ปลามันเสียหน่อย แต่นี้อะไร พวกเธอเดินทางมาถึงตั้งแต่เก้า โมงเช้ากะว่าจะมาทานมื้อเช้าที่นี้ แต่พอลและมะลิยังไม่ทันได้ลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสองเลย สงสัยมื้อเช้าคงต้องรวบไปเป็นมื้อเที่ยงเสียแล้ว“น้องนนท์ครับ มาหาปู่พลหน่อยครับ”บิดาของพอลเอ่ยเรียกหลานชายคนเดียวของตระกูลพงษ์นาราให้เข้ามาหา ก่อนที่เจ้าเด็กน้อยแสนรู้จะรีบวิ่งมาสวมกอดคุณปู่พลทันที“ครับคุณปู่พล”“น้องนนท์คิดว่าปู่จะมีหลา
พอลเอ่ยถามย้ำกับหญิงสาวที่ตอนนี้พยายามหลบสายตาของเขาอยู่เนื่องจากเขินอาย“พี่พอลจะรักหนู มีแค่หนูใช่ไหม”“หืม ทำไมถามแบบนั้นหล่ะครับ”“ก็หนูเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อมีแม่เหมือนคนอื่นเขา หนูกลัวว่าพี่จะไม่จริงจังกับความสัมพันธ์ของเรา”“กลัวว่าครอบครัวพี่จะรังเกียจ กลัวพี่จะอายเพื่อนๆ ที่มาคบกับเด็กกำพร้าแบบหนู”“พอแล้วครับ ทำไมหนูคิดอะไรแบบนั้นหล่ะ พี่รักหนู คนรอบข้างของพี่ก็ต้องเข้าใจ ไม่มีใครเขาคิดแบบนั้นหรอกครับ”“พี่พูดจริงใช่ไหม”“พี่บอกแล้วไง ว่าถ้าพี่ได้รักใคร พี่ก็จะรักและซื่อสัตย์กับคน คนนั้นตลอด”“เชื่อใจพี่นะ พี่จะรักแค่หนู และมีแค่หนูคนเดียว”“ค่ะ หนูก็รักพี่พอลนะ”“ถ้างั้น พี่ขอได้ไหมครับ”“ขะ ขออะไรค่ะ ไม่ง่วงแล้วเหรอ พี่พาหนูขับรถมาตั้งไกลนะ หนูว่าเรานอนก่อนเถอะค่ะ”“นะ ครั้งเดียวแล้วพานอนเลยนะครับ”“อะ อื้อ พี่พอล ดะ เดี่ยวก่อนค่ะ รอบที่แล้วพี่ก็ไม่ป้องกันเลย หนูต้องมาซื้อยาคุมฉุกเฉินทาน มันยังเสี่ยงอยู่เลยนะ”“ถ้าหากว่ารอบนี้เขาจะมา ก็ถือซะว่าเป็นความตั้งใจของพี่ และเขาก็อยากจะมาอยู่กับเราครับ”พอลเอ่ยบอกกับคนเป็นน้องพร้อมทั้งขยับกายลงมาเพื่อให้ใบหน้าเสมอกับหน้าท้องแบนรา
ความในใจ NC++มะลิตัดสินใจล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่ม ก่อนที่คุณพอลจะเอื้อมมือไปดึงเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายให้เธออย่างทะนุถนอม หากจะถามว่ารู้สึกเขินอายไหม ก็คงต้องบอกว่าไม่ เพราะมากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว แต่แค่เธอแปลกใจ ที่ทำไมเขาถึงกลับมาทำแบบนี้กับเธออีก ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จบลงไปแล้ว ความทรงจำของเขาก็กลับมา แถมแฟนสาวตัวจริงของเขาก็กลับมาขอปรับความเข้าใจกันแล้วอีกด้วย“ขอกอดหน่อยครับ”ชายหนุ่มเอ่ยบอกเบาๆ ก่อนที่จะดึงเอาร่างบางของหญิงสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ พอลก็ถือโอกาสล้วงมือเข้าไปกอบกุมหน้าอกใหญ่ของหญิงสาวด้วยความคิดถึง“คุณพอลทำแบบนี้ไปทำไมค่ะ เราว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ อีกอย่างสัญญาการทำงานมันก็สิ้นสุดลงแล้วด้วย”“สัญญาเหลืออีกเดือนกว่าครับ ยังไม่หมด”“เอ๊ะ จะเหลืออีกเดือนกว่าได้ไงคะ ก็ในเมื่อคุณหายดีแล้ว แถมความทรงจำก็กลับมาครบหมดแล้ว มันก็ถือว่าสัญญาสิ้นสุดสิค่ะ คุณหมอเพียงดาวไม่ได้บอกคุณเหรอ”“บอกครับ แต่พี่ยังไม่หายดีเลย”พอลเอ่ยบอกคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงกระเส่า อีกทั้งยังแทนตัวเองว่าพี่อีกต่างหาก“อะ อะไรค่ะ จะมาไม่หายได้ย
“คุณจะไปไหนค่ะ นี้ไม่ใช่ทางกลับหอพักของหนูนะ”“คุณ!! หนูถาม”มะลิหันมาโวยวายใส่คนขับอีกครั้ง เพราะเขาเอาแต่นั่งเงียบ ถามอะไรก็ไม่ตอบ แถมยังชอบทำหน้าทะเล้น กวนประสาทเธออยู่นั้นแหละ“เดียวถึงก็รู้เองนั้นแหละ จะนอนไหมครับ”มะลิหันขวับไปมองหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง จะมาคงมาครับอะไรอยู่นี้ คนยิ่งหงุดหงิดอยู่“หึ”“ถ้าง่วงก็นอนครับ เดียวถึงแล้วจะปลุก”“เหอะ ปรับแอร์ลงให้หน่อยค่ะ หนาว จะนอน”เมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วบวกกับความเมาที่ยังคงมีอยู่ แถมยังมาเจอกับแอร์เย็นๆ อีก มันจึงส่งผลให้คนร่างบางที่แหกปากโวยวายอยู่เมื่อซักครู่นี้ หลับไปทันทีที่เอนเบาะลงนอนพอล ที่เห็นแบบนั้นก็รีบทำตามคำสั่งของหญิงสาว พร้อมกับหันไปคว้าเอาเสื้อสูทที่เขาถอดทิ้งไว้บริเวณเบาะหลังเข้ามาห่มคลุมให้กับคนตัวบางเพราะเกรงว่าเธอจะไม่สบายเอาได้รถสปอร์ตคันหรูใช้เวลาขับเคลื่อนประมาณสองชั่วโมงครึ่งก็เดินทางมาถึงบ้านพักตากอากาศของครอบครัวพงษ์นารา ที่เขาเคยพามะลิมาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งรอบนี้นั้นเขาได้โทรไปขออนุญาตกับเจ้าของตัวจริงก่อนแล้วนั้นก็คือ เนเน่ พี่สะใภ้ของเขา โดยให้เหตุผลว่า จะพาสาวมาง้อ เมื่อทั้งเนเน่และทุกคนในครอบครัวพงษ์นาราได
เคลียร์ด่านสุดท้าย“อ่าว พวกพี่เขากลับไปแล้วเหรอ”ทันทีที่บัวและมะลิเดินกลับมาถึงโต๊ะ ก็เอ่ยถามถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสามคน“ไปแล้ว”“เห้อ ดีจัง รู้สึกโล่ง”บัวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่ต่อไปนี้จะไม่มีใครคอยมานั่งจ้องหน้าเพื่อนของเธอให้รู้สึกอึดอัดอีกมะลิก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ที่คนพวกนั้นไปได้ซักที โดยเฉพาะคุณพอล เพราะตั้งแต่คืนเกิดเรื่องที่คอนโดของเขา ชายหนุ่มก็ไม่เคยติดต่อมาหาเธออีกเลย จะมีก็แต่คุณหมอเพียงดาว ที่โทรมาถามไถ่ และนัดวันจบสัญญาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเธอก็ได้แจ้งทางคุณหมอเพียงดาวไปแล้วว่าขอเป็นช่วงสัปดาห์หน้าก็แล้วกัน ขอเธอเคลียร์เรื่องเรียนจบเสียก่อน“เอา ไหนๆ พวกพี่เขาก็ไปหมดแล้ว เรามาดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของพวกเรากันเถอะ”เป๊ง!!แก้วทั้ง 5 ใบ ถูกชูให้กระทบกันเพื่อดื่มฉลองให้กับการเรียนจบมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ของพวกเธอ หลังจากที่ฝ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลาสี่ปี จนในวันนี้พวกเธอก็ทำสำเร็จแล้วไม่รู้ว่าพากันฉลองไปจนถึงขั้นไหน รู้เพียงว่าแต่ละคนต่างก็เมาคอพับคออ่อนโดยเฉพาะโรสและบัวที่เมาจนทิ้งตัวลงไปนอนกองที่โซฟา จนพุดซ้อนและมะลิท
5ข้อเสนอ“ยังไงมะลิ”มะลิจึงตัดสินใจเล่าในสิ่งที่ได้ยินมาให้เพื่อนชายฟังพร้อมทั้งบอกว่าเธอจะลองเข้าไปคุยกับคุณหมอเพียงดาวดู หากเขาสนใจ ก็จะต่อรองเรื่องค่าจ้างดูว่ามันจะได้พอค่าผ่าตัดแม่ครูหรือไม่“มันเสี่ยงไปไหมมะลิ ดินว่าเราลองหาทางออกอื่นดูอีกทีดีกว่าไหม ตอนนี้ดินก็รับจ้างทำงานเพิ่มหลายทางเลย น่
4ทางออก“น้องทราย!!”“พีดิน พี่มะลิ ฮือๆ”“แม่ครูเป็นไงบ้าง”มะลิรีบเอ่ยถามยังรุ่นน้องสาวที่ตอนนี้เป็นคนช่วยแม่ครูดวงดาวดูแลน้องๆ อยู่ที่บ้านไออุ่นทันทีที่เธอได้รับโทรศัพท์จากน้องทราย ว่าแม่ครูวูบหมดสติอีกแล้ว ตอนนี้กำลังนำส่งโรงพยาบาล มะลิที่กำลังนั่งพักอยู่กับเพื่อนสาวทั้งสามคน ถึงกับรีบตรงดิ่ง
2ข่าวร้ายหลังจากที่พากันทำรายงานจนเสร็จ มะลิและเพื่อนๆ ก็พากันแวะไปซื้อของฝากแม่ครูและน้องๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านไออุ่น ก่อนที่โรสจะให้ลุงเพิ่มคนขับรถของบ้านเธอ มาขนเอาข้าวของที่พวกเธอพากันซื้อไปส่งให้ที่บ้านไออุ่นก่อน ส่วนพวกเธอทั้ง 4 คน ก็ใช้รถคันโปรดของโรส ที่หญิงสาวนั้นได้โทรไปสั่งให้คนที่บ้านขั
1บ้านไออุ่น“มะลิ”“ค่ะ แม่ครู”หญิงสาวในชุดนักศึกษาปี4 ที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบรายการสั่งซื้อข้าวของเครื่องใช้อุปโภคและบริโภคประจำเดือนอยู่ ค่อยๆ ละสายตาจากบันทึกการสั่งซื้อก่อนที่จะขานรับแม่ครูวัย 70 ปี ที่เดินหิ้วถุงขนมตรงมาที่เธอ“ดึกแล้ว หนูจะค้างที่บ้านไหม หรือจะกลับหอพัก”“หนูว่าจะกลับหอ







