LOGIN5
ข้อเสนอ
“ยังไงมะลิ”
มะลิจึงตัดสินใจเล่าในสิ่งที่ได้ยินมาให้เพื่อนชายฟังพร้อมทั้งบอกว่าเธอจะลองเข้าไปคุยกับคุณหมอเพียงดาวดู หากเขาสนใจ ก็จะต่อรองเรื่องค่าจ้างดูว่ามันจะได้พอค่าผ่าตัดแม่ครูหรือไม่
“มันเสี่ยงไปไหมมะลิ ดินว่าเราลองหาทางออกอื่นดูอีกทีดีกว่าไหม ตอนนี้ดินก็รับจ้างทำงานเพิ่มหลายทางเลย น่าจะพอสมทบกันได้อยู่นะ”
ดินเอ่ยบอกเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วงเพราะงานที่มะลิบอกถือว่ามันเสี่ยงมากเลย ถ้าหากวันหนึ่งน้องชายของคุณหมอเขาเกิดจับได้ขึ้นมาแล้วเขาไม่พอใจใครจะรับผิดชอบ
“แต่เราไม่มีเวลามากขนาดนั้นนะดิน ดินก็รู้ว่าอาการของแม่ครูมันรอไม่ได้”
“เราจะลองดูดิน”
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
คุณหมอเพียงค่ะ พอดีมีญาติคนไข้ต้องการพบเป็นการส่วนตัวค่ะ แต่นางบอกเขาแล้วนะค่ะ ว่าเวลานี้มันเป็นเวลาพักของคุณหมอ
“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญเขาเข้ามาได้เลย”
“ค่ะคุณหมอ”
เมื่อพี่พยาบาลเดินออกไปได้ซักพัก ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่คุณหมอจำได้ว่าเธอนั้นเป็นญาติของผู้ป่วยที่ชื่อดวงดาวนั้นเอง
“สวัสดีค่ะคุณหมอเพียงดาว”
“อ่าว เรานั้นเอง มีอะไรจะสอบถามหมอเหรอค่ะ หรืออยากทราบเกี่ยวกับการดูแลคุณดวงดาวเพิ่ม”
“เอ่อ คือว่า...”
“มีอะไรถามหมอได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“คือหนูชื่อมะลินะค่ะ หนูไม่ได้จะมาคุยกับคุณหมอเพียงดาวเรื่องอาการของแม่ครูหรอกค่ะ แต่หนู เอ่อ”
“พอดีมะลิได้ยินคุณหมอคุยกับครอบครัวที่ร้านกาแฟนะค่ะ เรื่องหาคนมาสวมรอย ดูแลน้องชายคุณหมอ”
“หืม”
“มะลิไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะค่ะ พอดีมันได้ยิน”
ประโยคหลังมะลิเอ่ยบอกคุณหมอด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ด้วยความรู้สึกผิด
“แล้วยังไงค่ะ”
คุณหมอสาวหยังเชิงถามถึงความต้องการของหญิงสาวตรงหน้า
“คือมะลิสนใจงานนี้ค่ะ”
“ทำไมถึงสนใจงานแบบนี้หล่ะค่ะ”
“หนูพูดตามตรงเลยนะค่ะ หนูต้องการเงินมาสำรองการผ่าตัดแม่ครูค่ะ คุณหมอก็น่าจะพอทราบ”
“ค่ะ หมอพอจะเข้าใจแล้ว”
“แต่งานแบบนี้มันไม่ง่ายเลยนะค่ะ เราก็น่าจะรู้”
“ค่ะ มะลิทราบ แต่มะลิจะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุดคะ คุณหมอช่วยพิจารณาด้วยนะค่ะ มะลิขอร้อง”
คุณหมอเพียงดาวถึงกับถอนหายใจออกมาทันที ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากช่วย แต่งานนี้มันเป็นการสวมรอย เธอไม่อยากให้มันเกิดข้อผิดพลาดใดๆ เธออยากได้คนที่เป็นมืออาชีพจริงๆ เพื่อที่จะไม่ให้มันเกิดปัญหาภายหลัง
เมื่อเห็นว่าคุณหมอเพียงดาวเงียบ มะลิถึงกับไปไม่เป็น กลัวว่าทางออกสุดท้ายในการรักษาชีวิตของแม่ครูเอาไว้ มันจะหลุดลอยไป แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าทางคุณหมอเขาไม่รับข้อเสนอของเธอ ก็ไม่เป็นไร เธอเข้าใจได้ว่างานนี้มันต้องมืออาชีพกันจริงๆ
“ขอหมอปรึกษาครอบครัวก่อนนะค่ะ เราทิ้งเบอร์โทรไว้ เดียวหมอจะติดต่อกลับไป เรื่องนี้หมอตัดสินใจคนเดียวไม่ได้”
“ค่ะๆ ได้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยรับพิจารณา”
“ค่ะ แต่รู้ใช่ไหมว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ”
“ค่ะ มะลิทราบคะ”
“งั้นมะลิลานะคะ สวัสดีค่ะ”
แกร๊ก...
“เป็นไงบ้างมะลิ เขาว่ายังไงบ้าง”
ทันทีที่เพื่อนสาวเปิดประตูเข้ามา แดนดินก็รีบวางมือจากการปลอกผลไม้เพื่อเตรียมไว้ให้แม่ครูทันที
“ไปคุยกันที่ข้างนอกดีกว่าดิน”
“อืม”
ทั้งดินและมะลิต่างก็กังวลว่าแม่ครูจะตื่นมาได้ยินกับสิ่งที่มะลิกำลังจะทำ เพราะเธอไม่อยากให้แม่ครูรับรู้ เพราะถ้าแม่ครูรู้ ยังไงท่านก็ไม่ยอมให้มะลิทำอย่างแน่นอน
“เขาว่ายังไงบ้างมะลิ”
เมื่อเดินพ้นจากห้องพักฟื้นของแม่ครูแล้ว แดนดินก็รีบถามไถ่มะลิทันที
“คุณหมอเขาขอไปปรึกษาครอบครัวเขาก่อนนะ เดียวเขาโทรมาให้คำตอบ”
“แน่ใจนะว่าจะทำมันจริงๆ นะ”
โคร้ม!!
ไป!!
ออกไปให้หมด!!
ไม่ทันที่ดินกับมะลิจะได้พูดคุยกันต่อ พวกเขาก็เห็นทั้งหมอและพยาบาลรีบวิ่งเข้าไปยังห้องพักฟื้นของผู้ป่วยรายหนึ่งด้วยความโกลาหล
“อาละวาดอีกแล้ว เห้อ”
“สงสารคุณหมอเพียงเหมือนกันนะ ที่น้องชายต้องมาเป็นแบบนี้”
“อืมใช่ รู้สึกตัวเมื่อไหร่ก็อาละวาดทันทีเลย”
เสียงพูดคุยของพยาบาลทั้งสองคนทำให้มะลิและแดนดินหันมามองหน้ากันทันที
“อย่าบอกนะ ว่านั้นคือน้องชายของคุณหมอเพียงดาว”
“น่าจะใช่”
ทั้งมะลิและดินต่างก็มองหน้ากันด้วยความคิดไม่ตก ถ้าหากฝั่งนั้นเขาตอบตกลง มะลิจะไหวใช่ไหม จะไม่เป็นอะไรไปก่อนที่สัญญาจะจบลงแน่หรือเปล่า
====
ทางด้านของผู้ป่วยที่พึ่งฟื้นหลังการผ่าตัด ก็ชุลมุนวุ่นวายเป็นอย่างมาก จนทำให้พยาบาลหลายคนถึงกับส่ายหัวด้วยความปลงและเหนื่อย
“พอล ใจเย็นๆ สิ แผลนายยังไม่หายนะ”
คุณหมอเพียงดาวเอ่ยห้ามปรามน้องชายของตัวเองด้วยความเหนื่อยใจ เพราะตอนนี้คนป่วยเอาแต่อาละวาด ทำลายข้าวของ มีสติเมื่อไหร่ก็เอาแต่ถามหาแฟนสาวที่ชื่อโบว์ทั้งวัน
“โบว์ โบว์ไปไหน ไปตามโบว์มาให้ผมที”
“ใจเย็นๆ พอล เดียวโบว์กำลังมา ใจเย็นๆ นะ”
“คุณหมอพูดแบบนี้หลายครั้งแล้ว ทำไมผมยังไม่เห็นโบว์ โบว์ไปไหน”
“นอนนิ่งๆนะ หมอสัญญา เดียวหมอจะตามโบว์มาให้เอง พอลตื่นมา พอลจะเจอโบว์ทันทีเลย”
“จริงนะครับ หมอไม่ได้หรอกผมใช่ไหม”
“จริงค่ะ แต่พอลต้องกินยาก่อนนะ แล้วพักผ่อน ตื่นมาก็จะเจอโบว์ทันทีเลย”
เมื่อคนป่วยได้ยินแบบนั้นก็รีบพยักหน้าตอบตกลง และยอมสงบสติอารมย์ลงทันที
คุณหมอเพียงดาวฉีดยานอนหลับชนิดอ่อนๆ ให้กับคนน้องชายทั้งที่ภายในใจของคนเป็นพี่เจ็บปวดเหลือเกิน สงสารน้องก็สงสาร พ่อกับแม่และญาติๆ ก็พลอยเป็นทุกข์ไปด้วย ยิ่งเห็นว่าคนเป็นน้องทุกข์ทรมานแค่ไหน เธอที่เป็นพี่สาวก็ยิ่งเจ็บปวด
เมื่อเห็นว่าคนเป็นน้องนอนหลับไปแล้ว คุณหมอเพียงดาวจึงตัดสินใจโทรหาพ่อแม่และญาติผู้น้องอย่างพีระและพัชระ ให้มาเจอกันที่ร้านกาแฟ เธอตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำยังไง เธอทนเห็นน้องชายเพียงคนเดียวของเธอเจ็บปวดไปมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว น้องเธอจะต้องหายกับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
สิ้นสุดสัญญา (จบบริบูรณ์)“จะสิบโมงแล้ว ไม่ใช่มันตายแล้วเหรอครับคุณหญิงป้า”ฮ่า ฮ่า ฮ่า“พีนี้ก็พูดไปเรื่อย”“อ่าว มันก็จริงนี้ครับเน่ ดูสิญาติพี่น้องมากันจนเต็มบ้าน ไหนจะเพื่อนๆ ของมันกับน้องเขาอีก คนมาเป็นสิบ มันยังคงนอนไม่รู้สึกตัวเลยครับ”“ผมเห็นด้วยกับพี่พีนะ สงสัยจะหนัก”“เอ๊ะ ตาพัชก็เอาตามพี่เขาอีกคน ปล่อยให้พอลเขาได้พักผ่อนเถอะนะ”คุณหญิงลินดาเอ่ยปรามลูกชายคนเล็กของนาง ที่เริ่มพูดจาเหน็บแนมพอลร่วมกับคนเป็นพี่“เพียงว่าคงจะเซอร์ไพร์น่าดูเลยนะค่ะ ที่จู่ๆ พวกเราก็บุกมาหาพอลกับมะลิถึงที่นี้”คุณหมอเพียงดาวเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่วันนี้ทางครอบครัวพงษ์นาราได้ตกลงกันว่า จะพากันมาเซอร์ไพร์คู่รักข้าวใหม่ปลามันเสียหน่อย แต่นี้อะไร พวกเธอเดินทางมาถึงตั้งแต่เก้า โมงเช้ากะว่าจะมาทานมื้อเช้าที่นี้ แต่พอลและมะลิยังไม่ทันได้ลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสองเลย สงสัยมื้อเช้าคงต้องรวบไปเป็นมื้อเที่ยงเสียแล้ว“น้องนนท์ครับ มาหาปู่พลหน่อยครับ”บิดาของพอลเอ่ยเรียกหลานชายคนเดียวของตระกูลพงษ์นาราให้เข้ามาหา ก่อนที่เจ้าเด็กน้อยแสนรู้จะรีบวิ่งมาสวมกอดคุณปู่พลทันที“ครับคุณปู่พล”“น้องนนท์คิดว่าปู่จะมีหลา
ความในใจ NC++มะลิตัดสินใจล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่ม ก่อนที่คุณพอลจะเอื้อมมือไปดึงเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายให้เธออย่างทะนุถนอม หากจะถามว่ารู้สึกเขินอายไหม ก็คงต้องบอกว่าไม่ เพราะมากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว แต่แค่เธอแปลกใจ ที่ทำไมเขาถึงกลับมาทำแบบนี้กับเธออีก ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จบลงไปแล้ว ความทรงจำของเขาก็กลับมา แถมแฟนสาวตัวจริงของเขาก็กลับมาขอปรับความเข้าใจกันแล้วอีกด้วย“ขอกอดหน่อยครับ”ชายหนุ่มเอ่ยบอกเบาๆ ก่อนที่จะดึงเอาร่างบางของหญิงสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ พอลก็ถือโอกาสล้วงมือเข้าไปกอบกุมหน้าอกใหญ่ของหญิงสาวด้วยความคิดถึง“คุณพอลทำแบบนี้ไปทำไมค่ะ เราว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ อีกอย่างสัญญาการทำงานมันก็สิ้นสุดลงแล้วด้วย”“สัญญาเหลืออีกเดือนกว่าครับ ยังไม่หมด”“เอ๊ะ จะเหลืออีกเดือนกว่าได้ไงคะ ก็ในเมื่อคุณหายดีแล้ว แถมความทรงจำก็กลับมาครบหมดแล้ว มันก็ถือว่าสัญญาสิ้นสุดสิค่ะ คุณหมอเพียงดาวไม่ได้บอกคุณเหรอ”“บอกครับ แต่พี่ยังไม่หายดีเลย”พอลเอ่ยบอกคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงกระเส่า อีกทั้งยังแทนตัวเองว่าพี่อีกต่างหาก“อะ อะไรค่ะ จะมาไม่หายได้ย
เคลียร์ด่านสุดท้าย“อ่าว พวกพี่เขากลับไปแล้วเหรอ”ทันทีที่บัวและมะลิเดินกลับมาถึงโต๊ะ ก็เอ่ยถามถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสามคน“ไปแล้ว”“เห้อ ดีจัง รู้สึกโล่ง”บัวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่ต่อไปนี้จะไม่มีใครคอยมานั่งจ้องหน้าเพื่อนของเธอให้รู้สึกอึดอัดอีกมะลิก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ที่คนพวกนั้นไปได้ซักที โดยเฉพาะคุณพอล เพราะตั้งแต่คืนเกิดเรื่องที่คอนโดของเขา ชายหนุ่มก็ไม่เคยติดต่อมาหาเธออีกเลย จะมีก็แต่คุณหมอเพียงดาว ที่โทรมาถามไถ่ และนัดวันจบสัญญาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเธอก็ได้แจ้งทางคุณหมอเพียงดาวไปแล้วว่าขอเป็นช่วงสัปดาห์หน้าก็แล้วกัน ขอเธอเคลียร์เรื่องเรียนจบเสียก่อน“เอา ไหนๆ พวกพี่เขาก็ไปหมดแล้ว เรามาดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของพวกเรากันเถอะ”เป๊ง!!แก้วทั้ง 5 ใบ ถูกชูให้กระทบกันเพื่อดื่มฉลองให้กับการเรียนจบมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ของพวกเธอ หลังจากที่ฝ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลาสี่ปี จนในวันนี้พวกเธอก็ทำสำเร็จแล้วไม่รู้ว่าพากันฉลองไปจนถึงขั้นไหน รู้เพียงว่าแต่ละคนต่างก็เมาคอพับคออ่อนโดยเฉพาะโรสและบัวที่เมาจนทิ้งตัวลงไปนอนกองที่โซฟา จนพุดซ้อนและมะลิท
มันเป็นใครหลังจากที่พี่ออสตินและพี่บาสได้ขอตัวไปทักทายลูกค้าโต๊ะอื่น พวกเธอทั้ง 4 คนต่างก็พากันนั่งเมาท์มอย ดื่มด่ำกับบรรยากาศของคลับหรูเพื่อรอคอยการมาของใครบางคน“ดินมาแล้ว”“จริงเหรอ เดียวเราบอกการ์ดให้พามาที่โต๊ะเอง”ผ่านไปไม่นาน แดนดินก็เดินเข้ามาหาพวกเธอที่โต๊ะ โดยที่มะลิเป็นคนขยับให้แดนดินนั่งลงข้างๆ เธอเอง“หวัดดีดิน เป็นไงบ้างช่วงนี้”เป็นพุดซ้อนที่เอ่ยทักเพื่อนชายคนสนิทของมะลิก่อน“สบายดี ช่วงนี้เราค่อนข้างยุ่งนะ เตรียมสอบด้วย”“อ่อ งั้นนายจะดื่มอะไร เดียวเราเรียกเด็กเสิร์ฟให้”“เธอดื่มอะไร”แดนดินหันมากระซิบถามมะลิ เพื่อถามว่าเพื่อนของตนเองนั้นดื่มอะไร เขาจะได้สั่งตาม แต่ทั้งมะลิและแดนดินกับหารู้ไม่ว่าไอ้การที่กระซิบกระซาบกันอยู่นั้น มันทำให้บุคคลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา กลับมองว่ามันเป็นการใกล้ชิดกันมากจนเกินไป“เฮ่ย!! ไอ้นั้นใครว่ะ”“มันบังอาจมานั่งข้างๆ เด็กของมึงได้ไงว่ะพอล”บาสและออสตินต่างก็ชี้ให้พอลดูกล้องวงจรปิด ที่ปรากฏมุมของโต๊ะที่สาวๆ นั่งกันอยู่ โดยในภาพยังปรากฏมะลิและแดนดินกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งมองอีกมุมหากคนอื่นที่ไม่รู้ ก็อาจจะคิดว่าเป็นแฟนหรือค
เวลาที่เหลืออยู่เมื่อทุกคนตกลงกันได้ว่าจะพากันไปเลี้ยงฉลองเรียนจบที่คลับเปิดใหม่ ฉะนั้นแล้วเมื่อทานชาบูกันเสร็จ จึงถือโอกาสไปเดินดูเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเที่ยวคลับในคืนพรุ่งนี้เสียเลย ถือเป็นการย่อยชาบูไปในตัวอีกต่างหาก“มะลิ ฉันว่าชุดนี้เหมาะกับเธอ”โรสหยิบเดรสรัดรูปสีแดงขึ้นมาเทียบเคียงกับร่างกายของเพื่อนสาว พร้อมทั้งพิจารณาด้วยว่าถ้าใส่ชุดนี้ เพื่อนเธอต้องทำผมทรงไหนถึงจะเข้ากัน“หืม แพงเวอร์เลยโรส ไปเที่ยวแค่คืนเดียวนะ ไม่ต้องซื้อแพงขนาดนั้นก็ได้”“ฉันว่ามันเหมาะกับเธอ ใช่ไหมบัว พุดซ้อน”โรสหันไปขยิบตากับเพื่อนสาวอีกสองคน เพื่อหาแนวร่วม“อืมใช่”“ชุดนี้ฉันชื้อให้เธอเองมะลิ”“เธอจะซื้อให้ฉันทำไมโรส มันเปลืองเงินนะ”“ก็ค่าที่เธอติวข้อสอบให้ฉันไง”“ขอความจริงยัยคุณหนูโรส”มะลิมองค้อนเพื่อนสาวตัวเองด้วยความรู้ทัน“แฮ่ๆ คืนพรุ่งนี้ชวนดินไปด้วยสิ”“ว่าหล่ะ”มะลิ บัวและพุดซ้อนถึงกับส่ายหัวให้กับความคลั่งรักฝ่ายเดียวของเพื่อนสาวตัวเองอย่างปลงๆ“นะ ถ้ามะลิชวนยังไงดินก็ต้องมา นะๆ”“อืมๆ เดียวเราจะลองชวนให้นะ แต่ไม่รับปากนะว่าเขาจะว่างมากับเราหรือเปล่า”“ได้ๆ”“งั้นเธอเอาชุดนี้นะ มันสวยและเหมาะก
เคลียร์ทุกประเด็นกรี๊ด!! กรี๊ด!!“ไม่!! โบว์ไม่ยอม โบว์ไม่มีทางยอมให้พอลทิ้งโบว์แล้วไปเอาอีนังเด็กกำพร้านั้นมาแทนที่โบว์หรอก”“โบว์ไม่ยอม!!”กรี๊ด!!!เสียงกรีดร้องของโบว์ดังกังวานไปทั่วคาเฟ่ จนลูกค้าที่มาใช้บริการในคาเฟ่ถึงกับแตกตื่น บางคนก็ชะเง้อมองด้วยความสงสัย บางคนถึงกับลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไร แต่เมื่อบางคนเห็นหน้าตาของโบว์แล้ว ก็จำได้ทันทีว่าเธอนั้นเป็นสาวสังคมไฮโซ แถมยังเป็นนางแบบอีกเสียด้วย แล้วเหตุอันใดถึงมากรีดร้อง เอะอะโวยวายอยู่ในคาเฟ่แบบนี้“พอล!! พอลกลับมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ”“โบว์บอกให้กลับมา !!” กรี๊ดดดดเมื่อถูกสายตาของคนในคาเฟ่จับจ้องมา แถมบางคนยังแอบกระซิบกระซาบเสมือนกำลังจะนินทา โบว์จึงรีบคว้าเอากระเป๋า เดินกระแทกเท้าออกมาจากคาเฟ่แห่งนั้น ด้วยความอับอายและเสียหน้าทันที เพราะต่อให้เธอกรี๊ดร้อง เอะอะโวยวายเพียงใด พอลและนังเด็กบ้านั้นก็ไม่หันมามองเธอเลยซักนิด แถมยังพากันรีบขึ้นรถและขับออกไปจากร้านทันที“หูจะแตก”ประโยคแรกที่โรสเอ่ยขึ้นกับพอล หลังจากที่คนทั้งคู่ออกมาจากคาเฟ่ชื่อดัง ที่ตอนนี้อดีตแฟนสาวของพี่ชายคนสนิทกำลังแห







