Masuk5
ข้อเสนอ
“ยังไงมะลิ”
มะลิจึงตัดสินใจเล่าในสิ่งที่ได้ยินมาให้เพื่อนชายฟังพร้อมทั้งบอกว่าเธอจะลองเข้าไปคุยกับคุณหมอเพียงดาวดู หากเขาสนใจ ก็จะต่อรองเรื่องค่าจ้างดูว่ามันจะได้พอค่าผ่าตัดแม่ครูหรือไม่
“มันเสี่ยงไปไหมมะลิ ดินว่าเราลองหาทางออกอื่นดูอีกทีดีกว่าไหม ตอนนี้ดินก็รับจ้างทำงานเพิ่มหลายทางเลย น่าจะพอสมทบกันได้อยู่นะ”
ดินเอ่ยบอกเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วงเพราะงานที่มะลิบอกถือว่ามันเสี่ยงมากเลย ถ้าหากวันหนึ่งน้องชายของคุณหมอเขาเกิดจับได้ขึ้นมาแล้วเขาไม่พอใจใครจะรับผิดชอบ
“แต่เราไม่มีเวลามากขนาดนั้นนะดิน ดินก็รู้ว่าอาการของแม่ครูมันรอไม่ได้”
“เราจะลองดูดิน”
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
คุณหมอเพียงค่ะ พอดีมีญาติคนไข้ต้องการพบเป็นการส่วนตัวค่ะ แต่นางบอกเขาแล้วนะค่ะ ว่าเวลานี้มันเป็นเวลาพักของคุณหมอ
“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญเขาเข้ามาได้เลย”
“ค่ะคุณหมอ”
เมื่อพี่พยาบาลเดินออกไปได้ซักพัก ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่คุณหมอจำได้ว่าเธอนั้นเป็นญาติของผู้ป่วยที่ชื่อดวงดาวนั้นเอง
“สวัสดีค่ะคุณหมอเพียงดาว”
“อ่าว เรานั้นเอง มีอะไรจะสอบถามหมอเหรอค่ะ หรืออยากทราบเกี่ยวกับการดูแลคุณดวงดาวเพิ่ม”
“เอ่อ คือว่า...”
“มีอะไรถามหมอได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“คือหนูชื่อมะลินะค่ะ หนูไม่ได้จะมาคุยกับคุณหมอเพียงดาวเรื่องอาการของแม่ครูหรอกค่ะ แต่หนู เอ่อ”
“พอดีมะลิได้ยินคุณหมอคุยกับครอบครัวที่ร้านกาแฟนะค่ะ เรื่องหาคนมาสวมรอย ดูแลน้องชายคุณหมอ”
“หืม”
“มะลิไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะค่ะ พอดีมันได้ยิน”
ประโยคหลังมะลิเอ่ยบอกคุณหมอด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ด้วยความรู้สึกผิด
“แล้วยังไงค่ะ”
คุณหมอสาวหยังเชิงถามถึงความต้องการของหญิงสาวตรงหน้า
“คือมะลิสนใจงานนี้ค่ะ”
“ทำไมถึงสนใจงานแบบนี้หล่ะค่ะ”
“หนูพูดตามตรงเลยนะค่ะ หนูต้องการเงินมาสำรองการผ่าตัดแม่ครูค่ะ คุณหมอก็น่าจะพอทราบ”
“ค่ะ หมอพอจะเข้าใจแล้ว”
“แต่งานแบบนี้มันไม่ง่ายเลยนะค่ะ เราก็น่าจะรู้”
“ค่ะ มะลิทราบ แต่มะลิจะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุดคะ คุณหมอช่วยพิจารณาด้วยนะค่ะ มะลิขอร้อง”
คุณหมอเพียงดาวถึงกับถอนหายใจออกมาทันที ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากช่วย แต่งานนี้มันเป็นการสวมรอย เธอไม่อยากให้มันเกิดข้อผิดพลาดใดๆ เธออยากได้คนที่เป็นมืออาชีพจริงๆ เพื่อที่จะไม่ให้มันเกิดปัญหาภายหลัง
เมื่อเห็นว่าคุณหมอเพียงดาวเงียบ มะลิถึงกับไปไม่เป็น กลัวว่าทางออกสุดท้ายในการรักษาชีวิตของแม่ครูเอาไว้ มันจะหลุดลอยไป แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าทางคุณหมอเขาไม่รับข้อเสนอของเธอ ก็ไม่เป็นไร เธอเข้าใจได้ว่างานนี้มันต้องมืออาชีพกันจริงๆ
“ขอหมอปรึกษาครอบครัวก่อนนะค่ะ เราทิ้งเบอร์โทรไว้ เดียวหมอจะติดต่อกลับไป เรื่องนี้หมอตัดสินใจคนเดียวไม่ได้”
“ค่ะๆ ได้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยรับพิจารณา”
“ค่ะ แต่รู้ใช่ไหมว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ”
“ค่ะ มะลิทราบคะ”
“งั้นมะลิลานะคะ สวัสดีค่ะ”
แกร๊ก...
“เป็นไงบ้างมะลิ เขาว่ายังไงบ้าง”
ทันทีที่เพื่อนสาวเปิดประตูเข้ามา แดนดินก็รีบวางมือจากการปลอกผลไม้เพื่อเตรียมไว้ให้แม่ครูทันที
“ไปคุยกันที่ข้างนอกดีกว่าดิน”
“อืม”
ทั้งดินและมะลิต่างก็กังวลว่าแม่ครูจะตื่นมาได้ยินกับสิ่งที่มะลิกำลังจะทำ เพราะเธอไม่อยากให้แม่ครูรับรู้ เพราะถ้าแม่ครูรู้ ยังไงท่านก็ไม่ยอมให้มะลิทำอย่างแน่นอน
“เขาว่ายังไงบ้างมะลิ”
เมื่อเดินพ้นจากห้องพักฟื้นของแม่ครูแล้ว แดนดินก็รีบถามไถ่มะลิทันที
“คุณหมอเขาขอไปปรึกษาครอบครัวเขาก่อนนะ เดียวเขาโทรมาให้คำตอบ”
“แน่ใจนะว่าจะทำมันจริงๆ นะ”
โคร้ม!!
ไป!!
ออกไปให้หมด!!
ไม่ทันที่ดินกับมะลิจะได้พูดคุยกันต่อ พวกเขาก็เห็นทั้งหมอและพยาบาลรีบวิ่งเข้าไปยังห้องพักฟื้นของผู้ป่วยรายหนึ่งด้วยความโกลาหล
“อาละวาดอีกแล้ว เห้อ”
“สงสารคุณหมอเพียงเหมือนกันนะ ที่น้องชายต้องมาเป็นแบบนี้”
“อืมใช่ รู้สึกตัวเมื่อไหร่ก็อาละวาดทันทีเลย”
เสียงพูดคุยของพยาบาลทั้งสองคนทำให้มะลิและแดนดินหันมามองหน้ากันทันที
“อย่าบอกนะ ว่านั้นคือน้องชายของคุณหมอเพียงดาว”
“น่าจะใช่”
ทั้งมะลิและดินต่างก็มองหน้ากันด้วยความคิดไม่ตก ถ้าหากฝั่งนั้นเขาตอบตกลง มะลิจะไหวใช่ไหม จะไม่เป็นอะไรไปก่อนที่สัญญาจะจบลงแน่หรือเปล่า
====
ทางด้านของผู้ป่วยที่พึ่งฟื้นหลังการผ่าตัด ก็ชุลมุนวุ่นวายเป็นอย่างมาก จนทำให้พยาบาลหลายคนถึงกับส่ายหัวด้วยความปลงและเหนื่อย
“พอล ใจเย็นๆ สิ แผลนายยังไม่หายนะ”
คุณหมอเพียงดาวเอ่ยห้ามปรามน้องชายของตัวเองด้วยความเหนื่อยใจ เพราะตอนนี้คนป่วยเอาแต่อาละวาด ทำลายข้าวของ มีสติเมื่อไหร่ก็เอาแต่ถามหาแฟนสาวที่ชื่อโบว์ทั้งวัน
“โบว์ โบว์ไปไหน ไปตามโบว์มาให้ผมที”
“ใจเย็นๆ พอล เดียวโบว์กำลังมา ใจเย็นๆ นะ”
“คุณหมอพูดแบบนี้หลายครั้งแล้ว ทำไมผมยังไม่เห็นโบว์ โบว์ไปไหน”
“นอนนิ่งๆนะ หมอสัญญา เดียวหมอจะตามโบว์มาให้เอง พอลตื่นมา พอลจะเจอโบว์ทันทีเลย”
“จริงนะครับ หมอไม่ได้หรอกผมใช่ไหม”
“จริงค่ะ แต่พอลต้องกินยาก่อนนะ แล้วพักผ่อน ตื่นมาก็จะเจอโบว์ทันทีเลย”
เมื่อคนป่วยได้ยินแบบนั้นก็รีบพยักหน้าตอบตกลง และยอมสงบสติอารมย์ลงทันที
คุณหมอเพียงดาวฉีดยานอนหลับชนิดอ่อนๆ ให้กับคนน้องชายทั้งที่ภายในใจของคนเป็นพี่เจ็บปวดเหลือเกิน สงสารน้องก็สงสาร พ่อกับแม่และญาติๆ ก็พลอยเป็นทุกข์ไปด้วย ยิ่งเห็นว่าคนเป็นน้องทุกข์ทรมานแค่ไหน เธอที่เป็นพี่สาวก็ยิ่งเจ็บปวด
เมื่อเห็นว่าคนเป็นน้องนอนหลับไปแล้ว คุณหมอเพียงดาวจึงตัดสินใจโทรหาพ่อแม่และญาติผู้น้องอย่างพีระและพัชระ ให้มาเจอกันที่ร้านกาแฟ เธอตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำยังไง เธอทนเห็นน้องชายเพียงคนเดียวของเธอเจ็บปวดไปมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว น้องเธอจะต้องหายกับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า“เก่งจริงๆ เลย หลานอาเนี้ย”พอลหันมาหอมแก้มคนเป็นหลานที่นั่งจุมปุ๊กอยู่บนตักของมะลิด้วยความหมั่นเขี้ยว“แล้วนี้ทุกคนพากันทานอะไรมาหรือยังครับ ผมกับมะลิกำลังจะไปหาอะไรทานกันข้างนอกพอดี”“โห่ พี่พอล เขาพากันมารอพวกพี่ตั้งแต่เก้าโมงเช้า กะว่าจะมากินมื้อเช้าด้วย แต่นี้อะไร จนจะเลยถึงมื้อเที่ยงแล้วครับ”“ว่าแต่ทำอะไรกันอยู่หล่ะ ทำไมถึงตื่นสาย”ตุ๊บ!!“โอ๊ย อะไรกันเนี้ย พัชแค่สงสัย ทำไมต้องเขวี้ยงหมอนมาใส่กันด้วยหล่ะครับ ฮ่า ฮ่า”“รู้แล้วยังจะถาม”“พี่พอล!!!”มะลิเอ่ยปรามคนเป็นแฟนด้วยความเขินอาย จะมาพูดสองแง่สองง่ามอะไรตอนที่อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ละเนี้ย เธอก็อายเป็นเหมือนกันนะ“เอาหล่ะๆ แม่ว่าพวกเราไปหามื้อเที่ยงทานกันก่อนเถอะ เดียวค่อยกลับมาคุยกันอีกที ป่ะ หนูมะลิ”คุณหญิงทอฝันเอ่ยบอกกับทุกๆ คน ก่อนที่จะจูงมือว่าที่ลูกสะใภ้ออกไปรอขึ้นรถ โดยที่ไม่สนใจสามีและลูกของตัวเองเลย“เป็นไงหล่ะ แม่เรา”คุณหมอเพียงดาวหันมาเอ่ยกับน้องชายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพราะเธอมีความสุขเหลือเกินที่เห็นคนในครอบครัวรักใคร่ปรองดองกันแบบนี้ แถมน้องชายอย่างพอลก็เจอคนที่ใช่ และรักกันอย่างแท้จริงแล้ว คนเป็นพี่อ
สิ้นสุดสัญญา (จบบริบูรณ์)“จะสิบโมงแล้ว ไม่ใช่มันตายแล้วเหรอครับคุณหญิงป้า”ฮ่า ฮ่า ฮ่า“พีนี้ก็พูดไปเรื่อย”“อ่าว มันก็จริงนี้ครับเน่ ดูสิญาติพี่น้องมากันจนเต็มบ้าน ไหนจะเพื่อนๆ ของมันกับน้องเขาอีก คนมาเป็นสิบ มันยังคงนอนไม่รู้สึกตัวเลยครับ”“ผมเห็นด้วยกับพี่พีนะ สงสัยจะหนัก”“เอ๊ะ ตาพัชก็เอาตามพี่เขาอีกคน ปล่อยให้พอลเขาได้พักผ่อนเถอะนะ”คุณหญิงลินดาเอ่ยปรามลูกชายคนเล็กของนาง ที่เริ่มพูดจาเหน็บแนมพอลร่วมกับคนเป็นพี่“เพียงว่าคงจะเซอร์ไพร์น่าดูเลยนะค่ะ ที่จู่ๆ พวกเราก็บุกมาหาพอลกับมะลิถึงที่นี้”คุณหมอเพียงดาวเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่วันนี้ทางครอบครัวพงษ์นาราได้ตกลงกันว่า จะพากันมาเซอร์ไพร์คู่รักข้าวใหม่ปลามันเสียหน่อย แต่นี้อะไร พวกเธอเดินทางมาถึงตั้งแต่เก้า โมงเช้ากะว่าจะมาทานมื้อเช้าที่นี้ แต่พอลและมะลิยังไม่ทันได้ลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสองเลย สงสัยมื้อเช้าคงต้องรวบไปเป็นมื้อเที่ยงเสียแล้ว“น้องนนท์ครับ มาหาปู่พลหน่อยครับ”บิดาของพอลเอ่ยเรียกหลานชายคนเดียวของตระกูลพงษ์นาราให้เข้ามาหา ก่อนที่เจ้าเด็กน้อยแสนรู้จะรีบวิ่งมาสวมกอดคุณปู่พลทันที“ครับคุณปู่พล”“น้องนนท์คิดว่าปู่จะมีหลา
พอลเอ่ยถามย้ำกับหญิงสาวที่ตอนนี้พยายามหลบสายตาของเขาอยู่เนื่องจากเขินอาย“พี่พอลจะรักหนู มีแค่หนูใช่ไหม”“หืม ทำไมถามแบบนั้นหล่ะครับ”“ก็หนูเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อมีแม่เหมือนคนอื่นเขา หนูกลัวว่าพี่จะไม่จริงจังกับความสัมพันธ์ของเรา”“กลัวว่าครอบครัวพี่จะรังเกียจ กลัวพี่จะอายเพื่อนๆ ที่มาคบกับเด็กกำพร้าแบบหนู”“พอแล้วครับ ทำไมหนูคิดอะไรแบบนั้นหล่ะ พี่รักหนู คนรอบข้างของพี่ก็ต้องเข้าใจ ไม่มีใครเขาคิดแบบนั้นหรอกครับ”“พี่พูดจริงใช่ไหม”“พี่บอกแล้วไง ว่าถ้าพี่ได้รักใคร พี่ก็จะรักและซื่อสัตย์กับคน คนนั้นตลอด”“เชื่อใจพี่นะ พี่จะรักแค่หนู และมีแค่หนูคนเดียว”“ค่ะ หนูก็รักพี่พอลนะ”“ถ้างั้น พี่ขอได้ไหมครับ”“ขะ ขออะไรค่ะ ไม่ง่วงแล้วเหรอ พี่พาหนูขับรถมาตั้งไกลนะ หนูว่าเรานอนก่อนเถอะค่ะ”“นะ ครั้งเดียวแล้วพานอนเลยนะครับ”“อะ อื้อ พี่พอล ดะ เดี่ยวก่อนค่ะ รอบที่แล้วพี่ก็ไม่ป้องกันเลย หนูต้องมาซื้อยาคุมฉุกเฉินทาน มันยังเสี่ยงอยู่เลยนะ”“ถ้าหากว่ารอบนี้เขาจะมา ก็ถือซะว่าเป็นความตั้งใจของพี่ และเขาก็อยากจะมาอยู่กับเราครับ”พอลเอ่ยบอกกับคนเป็นน้องพร้อมทั้งขยับกายลงมาเพื่อให้ใบหน้าเสมอกับหน้าท้องแบนรา
ความในใจ NC++มะลิตัดสินใจล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่ม ก่อนที่คุณพอลจะเอื้อมมือไปดึงเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายให้เธออย่างทะนุถนอม หากจะถามว่ารู้สึกเขินอายไหม ก็คงต้องบอกว่าไม่ เพราะมากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว แต่แค่เธอแปลกใจ ที่ทำไมเขาถึงกลับมาทำแบบนี้กับเธออีก ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จบลงไปแล้ว ความทรงจำของเขาก็กลับมา แถมแฟนสาวตัวจริงของเขาก็กลับมาขอปรับความเข้าใจกันแล้วอีกด้วย“ขอกอดหน่อยครับ”ชายหนุ่มเอ่ยบอกเบาๆ ก่อนที่จะดึงเอาร่างบางของหญิงสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ พอลก็ถือโอกาสล้วงมือเข้าไปกอบกุมหน้าอกใหญ่ของหญิงสาวด้วยความคิดถึง“คุณพอลทำแบบนี้ไปทำไมค่ะ เราว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ อีกอย่างสัญญาการทำงานมันก็สิ้นสุดลงแล้วด้วย”“สัญญาเหลืออีกเดือนกว่าครับ ยังไม่หมด”“เอ๊ะ จะเหลืออีกเดือนกว่าได้ไงคะ ก็ในเมื่อคุณหายดีแล้ว แถมความทรงจำก็กลับมาครบหมดแล้ว มันก็ถือว่าสัญญาสิ้นสุดสิค่ะ คุณหมอเพียงดาวไม่ได้บอกคุณเหรอ”“บอกครับ แต่พี่ยังไม่หายดีเลย”พอลเอ่ยบอกคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงกระเส่า อีกทั้งยังแทนตัวเองว่าพี่อีกต่างหาก“อะ อะไรค่ะ จะมาไม่หายได้ย
“คุณจะไปไหนค่ะ นี้ไม่ใช่ทางกลับหอพักของหนูนะ”“คุณ!! หนูถาม”มะลิหันมาโวยวายใส่คนขับอีกครั้ง เพราะเขาเอาแต่นั่งเงียบ ถามอะไรก็ไม่ตอบ แถมยังชอบทำหน้าทะเล้น กวนประสาทเธออยู่นั้นแหละ“เดียวถึงก็รู้เองนั้นแหละ จะนอนไหมครับ”มะลิหันขวับไปมองหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง จะมาคงมาครับอะไรอยู่นี้ คนยิ่งหงุดหงิดอยู่“หึ”“ถ้าง่วงก็นอนครับ เดียวถึงแล้วจะปลุก”“เหอะ ปรับแอร์ลงให้หน่อยค่ะ หนาว จะนอน”เมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วบวกกับความเมาที่ยังคงมีอยู่ แถมยังมาเจอกับแอร์เย็นๆ อีก มันจึงส่งผลให้คนร่างบางที่แหกปากโวยวายอยู่เมื่อซักครู่นี้ หลับไปทันทีที่เอนเบาะลงนอนพอล ที่เห็นแบบนั้นก็รีบทำตามคำสั่งของหญิงสาว พร้อมกับหันไปคว้าเอาเสื้อสูทที่เขาถอดทิ้งไว้บริเวณเบาะหลังเข้ามาห่มคลุมให้กับคนตัวบางเพราะเกรงว่าเธอจะไม่สบายเอาได้รถสปอร์ตคันหรูใช้เวลาขับเคลื่อนประมาณสองชั่วโมงครึ่งก็เดินทางมาถึงบ้านพักตากอากาศของครอบครัวพงษ์นารา ที่เขาเคยพามะลิมาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งรอบนี้นั้นเขาได้โทรไปขออนุญาตกับเจ้าของตัวจริงก่อนแล้วนั้นก็คือ เนเน่ พี่สะใภ้ของเขา โดยให้เหตุผลว่า จะพาสาวมาง้อ เมื่อทั้งเนเน่และทุกคนในครอบครัวพงษ์นาราได
เคลียร์ด่านสุดท้าย“อ่าว พวกพี่เขากลับไปแล้วเหรอ”ทันทีที่บัวและมะลิเดินกลับมาถึงโต๊ะ ก็เอ่ยถามถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสามคน“ไปแล้ว”“เห้อ ดีจัง รู้สึกโล่ง”บัวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่ต่อไปนี้จะไม่มีใครคอยมานั่งจ้องหน้าเพื่อนของเธอให้รู้สึกอึดอัดอีกมะลิก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ที่คนพวกนั้นไปได้ซักที โดยเฉพาะคุณพอล เพราะตั้งแต่คืนเกิดเรื่องที่คอนโดของเขา ชายหนุ่มก็ไม่เคยติดต่อมาหาเธออีกเลย จะมีก็แต่คุณหมอเพียงดาว ที่โทรมาถามไถ่ และนัดวันจบสัญญาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเธอก็ได้แจ้งทางคุณหมอเพียงดาวไปแล้วว่าขอเป็นช่วงสัปดาห์หน้าก็แล้วกัน ขอเธอเคลียร์เรื่องเรียนจบเสียก่อน“เอา ไหนๆ พวกพี่เขาก็ไปหมดแล้ว เรามาดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของพวกเรากันเถอะ”เป๊ง!!แก้วทั้ง 5 ใบ ถูกชูให้กระทบกันเพื่อดื่มฉลองให้กับการเรียนจบมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ของพวกเธอ หลังจากที่ฝ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลาสี่ปี จนในวันนี้พวกเธอก็ทำสำเร็จแล้วไม่รู้ว่าพากันฉลองไปจนถึงขั้นไหน รู้เพียงว่าแต่ละคนต่างก็เมาคอพับคออ่อนโดยเฉพาะโรสและบัวที่เมาจนทิ้งตัวลงไปนอนกองที่โซฟา จนพุดซ้อนและมะลิท
1บ้านไออุ่น“มะลิ”“ค่ะ แม่ครู”หญิงสาวในชุดนักศึกษาปี4 ที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบรายการสั่งซื้อข้าวของเครื่องใช้อุปโภคและบริโภคประจำเดือนอยู่ ค่อยๆ ละสายตาจากบันทึกการสั่งซื้อก่อนที่จะขานรับแม่ครูวัย 70 ปี ที่เดินหิ้วถุงขนมตรงมาที่เธอ“ดึกแล้ว หนูจะค้างที่บ้านไหม หรือจะกลับหอพัก”“หนูว่าจะกลับหอ
เธอกล้าดีนะ กล้าที่จะมาสวมรอยเป็นคนรักของฉัน ......เป็นเด็กมีปมยังไม่พอเหรอ ถึงได้เข้ามาสวมรอยเป็นคนอื่น เงิน คือสิ่งเดียวที่ฉันปรารถนา เมื่อหมดหน้าที่ก็ต้องไป......
4ทางออก“น้องทราย!!”“พีดิน พี่มะลิ ฮือๆ”“แม่ครูเป็นไงบ้าง”มะลิรีบเอ่ยถามยังรุ่นน้องสาวที่ตอนนี้เป็นคนช่วยแม่ครูดวงดาวดูแลน้องๆ อยู่ที่บ้านไออุ่นทันทีที่เธอได้รับโทรศัพท์จากน้องทราย ว่าแม่ครูวูบหมดสติอีกแล้ว ตอนนี้กำลังนำส่งโรงพยาบาล มะลิที่กำลังนั่งพักอยู่กับเพื่อนสาวทั้งสามคน ถึงกับรีบตรงดิ่ง
3อุบัติเหตุ“เพียง!! ตาพอลเป็นยังไงบ้าง น้องปลอดภัยใช่ไหมลูก”“ตอบแม่มาสิเพียง น้องปลอดภัยใช่ไหม”“ใจเย็นๆ คุณหญิง น้องเป็นยังไงบ้างเพียง”“เดียวคุณพ่อกับคุณแม่ตามเพียงมาที่ห้องตรวจนะค่ะ”แพทย์หญิงเพียงดาวเดินนำทางพาพ่อและแม่ไปยังห้องตรวจ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอาการของน้องชายเพียงคนเดียวอย่าง พอล ที







