Mag-log in“พรุ่งนี้พวกเธอไปไหนกัน”
บัวเอ่ยถามเพื่อนๆ ในขณะที่นั่งรอเช็คบิล ก่อนที่พวกเธอนั้นจะพากันออกไปเดินซื้อของในห้าง
“เราจะไปบ้านไออุ่นนะ พอดีดินนัดให้ไปเจอกันที่บ้าน”
มะลิเอ่ยบอกในขณะที่มือก็เก็บข้าวของลงในกระเป๋า
“ไปบ้านไออุ่นเหรอ เราไปด้วยได้ไหม จะว่าไปเราก็ไม่ได้เจอแม่ครูกับน้องๆ นานแล้วนะ”
ทันทีที่ได้ยินเพื่อนบอกว่าจะไปบ้านไออุ่น พุดซ้อนก็เสนอตัวอยากจะไปด้วยทันที เพราะทุกครั้งที่มีโอกาสหรือเวลาว่างหญิงสาวจะชอบซื้อข้าวของไปบริจาคให้กับมูลนิธิหรือบ้านเด็กกำพร้าเสมอ แล้วยิ่งเป็นบ้านไออุ่นที่เพื่อนของเธอเติบโตมา หญิงสาวก็ไม่เคยรีรอที่จะซื้อของและติดตามไปกับมะลิทันที
“ฉันไปด้วย”
“ฉันก็ไป เรารถที่บ้านฉันไปนะ”
“จะได้ซื้อของไปฝากแม่ครูกับน้องๆ ด้วย”
“โอเค งั้นตกลงตามนี้”
บ้านไออุ่น....
“อยู่ทานมื้อเที่ยงด้วยกันก่อนนะลูก”
แม่ครูดวงดาวเอ่ยชวนลูกๆ ที่วันนี้พากันซื้อข้าวซื้อของกลับมาเยี่ยมน้องๆ
“ได้เลยค่ะ ว่าแต่ที่บ้านมีเมนูอะไรบ้างจ๊ะ น้องทราย”
“วันนี้น้องทรายและน้องๆ จะตำส้มตำ พี่ดินจะย่างไก่ กับย่างปลาให้ค่ะพี่มะลิ”
“แล้วแม่ครูก็ทำข้าวต้มมัดให้ด้วยนะค่ะ”
น้องทราย พี่สาวคนโตของบ้านไออุ่น และเป็นผู้ช่วยแม่ครูในการดูแลน้องๆ เอ่ยบอกกับพี่สาวคนสวยทั้ง 4 คน
“โอ๊ะ มีส้มตำกับไก่ย่างด้วย น่าสนใจๆ”
“พวกเธอทานได้ใช่ไหม”
มะลิหันมาถามเพื่อนสนิททั้ง 3 คน เนื่องจากพวกเธอนั้นเป็นลูกคุณหนู ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ฉะนั้นแล้วมะลิจึงต้องคอยถามไถ่ก่อนเสมอ หากทานไม่ได้ก็จะได้หาเมนูอื่นให้
“โอ๊ะ สบายมาก ของชอบ”
“ฉันก็ทานได้ แต่ขอไม่ค่อยเผ็ดนะ สู้ไม่ไหว”
“แล้วคุณหนูโรสหล่ะ” มะลิเอ่ยถามยังเพื่อนอีกคนที่มัวแต่ชะเง้อมองหาบางสิ่งบางอย่างอยู่
“โรส / คุณหนูโรส”
“ห๊ะ!! อะไร มีอะไร”
เฮ่อ!!!
มะลิ บัวและพุดซ้อนถึงกับส่ายหัวพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความนึกชิน
“แบบนี้ไม่ต้องถามหรอกมะลิ กินได้ชัวร์ ป่ะ เราไปช่วยแม่ครูกับน้องๆ ทำส้มตำกันเถอะ”
“อืม ไปกัน”
“โรส”
“ว่า”
“เราวานให้เธอยกไก่ที่หมักแล้ว ไปให้ดินที่หน้าบ้านหน่อยได้ไหม พอดีเราต้องช่วยน้องเสียบปลาอีก”
มะลิเอ่ยบอกยังโรสที่กำลังนั่งจัดผลไม้ใส่จานอยู่ ให้นำไก่ที่หมักแล้วไปส่งให้กับดิน ที่กำลังก่อไฟรออยู่หน้าบ้าน
“ได้ๆ”
“ยกไหวไหม หนักอยู่นะ”
“ได้ๆ ไม่หนักเท่าไหร่ มาส่งมาเลย”
“อ่ะ ถือดีๆ นะ”
“โอเค”
เมื่อได้ไก่ที่ทำการหมักโดยมะลิแล้วนั้น โรสก็ค่อยๆ ถือแล้วเดินตรงไปที่หน้าบ้านทันที ก่อนที่จะพบกับแดนดินที่กำลังก้ม มองดูถ่านในเตาว่าติดใช้ได้หรือยัง
“ดิน มะลิให้เราเอาไก่หมักมาให้นายนะ”
ดิน ที่กำลังก้มหน้าก้มตาดูว่าถ่านติดพอใช้ได้หรือยัง ก็เงยหน้าขึ้นมามองยังเจ้าของเสียงทันที
“อืม เอาไปวางไว้ตรงนั้น”
“อ่อ ได้ๆ”
“แล้วนายมีอะไรให้เราช่วยอีกไหม”
เมื่อวางกะละมังใส่ไก่ที่หมักไว้ที่โต๊ะตามที่แดนดินบอกแล้ว โรสก็หันมาถามยังชายหนุ่มอีกรอบเผื่อว่าเขาอาจจะมีอะไรให้เธอช่วยบ้าง
“ไม่หรอก ตรงนี้มีแต่ควันไฟ ร้อนก็ร้อน เธอไปช่วยพวกมะลิกับน้องๆ เถอะ”
แดนดินเอ่ยบอกกับหญิงสาวก่อนที่จะก้มหน้าลงเขี่ยถ่านในเตาย่างให้กระจายเพื่อที่จะนำไก่ขึ้นย่าง
“อ่อ อืมๆ”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่มีท่าทีสนใจ หรือชวนเธอคุยต่อโรสก็เดินสะบัดก้นออกมาจากตรงจุดนั้นทันที
“เชอะ!! ทำไมเฉยชาแบบนี้นะ ฮึย”
โรสเอ่ยพึมพำด้วยความน้อยใจเหมือนกับทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่แดนดินจะเฉยชา พูดคำต่อคำกับเธอ แต่มันเป็นแบบนี้มาตลอด ยิ่งพอเขารู้ว่าเธอนั้นแอบปลื้ม ชายหนุ่มก็พยายามตีตัวออกห่าง เว้นระยะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน
“อย่าคิดว่าเราจะยอมแพ้นะ ไม่มีทาง เชอะ!!”
ทันทีที่พูดใส่หน้าของชายหนุ่มที่เธอแอบชอบเสร็จ หญิงสาวก็เดินกระทืบเท้าตรงดิ่งกลับไปหาเพื่อนๆ ที่เตรียมของอยู่ในครัว จนคนที่กำลังจะย่างไก่เพื่อกินกับส้มตำถึงกับส่ายหัวออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
“บัว!! เอามานี้ฉันจะตำพริกเอง”
เมื่อเดินมาถึงภายในครัว โรสที่กำลังโมโหและน้อยใจก็เหลือบมองไปเห็นว่าบัวกำลังจะตำพริกเพื่อทำส้มตำ เธอจึงไม่รอช้าที่จะรีบเข้าไปคว้าเอาครกและสากเข้ามาถือไว้ จนเพื่อนๆ และคนในครัวถึงกับงงไปตามๆ กัน
“จะตำเองใช่ไหม”
บัวเอ่ยถามโรสเพื่อความแน่ใจ ใช่ว่านางจะเคยตำพริก จับครก จับสากกับเขาเสียเมื่อไหร่หล่ะ
“อืม ใส่มาเลยฉันจะตำเอง”
“ส้มตำคงจะอร่อยน่าดู คุณหนูโรสลงมือตำเองเลย”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“ฮึย พวกเธอก็ ฉันยิ่งหงุดหงิดให้ใครบางคนอยู่นะ”
โป๊ก! โป๊ก! โป๊ก!
ทันทีที่โรสพูดจบ บัว พุดซ้อนและมะลิถึงกลับหันมามองหน้ากันแล้วกลั้นขำอยู่ในใจ นี้คงจะโดนแดนดินเฉยชาใส่อีกเป็นแน่ เพื่อนของพวกเธอถึงได้กะฟัดกะเฟียดกลับเข้ามาแบบนี้
“ถอดใจยังทันนะ ระดับคุณหนูโรส คนรอต่อคิวเยอะ”
“งั้นเดียวเราไปเจอกันอีกทีในห้องประชุมนะ ท่านรองประธาน ลุงดีใจนะที่โรสเรียนจบกลับมา จะได้มาบริหารบริษัทไปด้วยกัน”“ขอบคุณค่ะ ลุงปราบ”เมื่อคนทั้งสามเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของโรส เลขาที่คุณหญิงราตรีจัดเตรียมไว้ให้คนเป็นลูก ก็ลุกขึ้นรีบทำความเคารพเจ้านายทันที“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน คุณท่าน และท่านรอง ดิฉันชื่อเมลดา หรือเมย์ค่ะ”“เมลดาจะเป็นเลขาส่วนตัวของลูก อายุมากกว่าลูก 2 ปี แต่เธอทำงานเก่งมาก แม่รับรองเลย”“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ และก็ดีใจที่จะได้ร่วมงานกัน”“เช่นกันค่ะ เมย์จะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ท่านประธานและท่านรองไว้วางใจเลยค่ะ”เมื่อถึงเวลานัดหมายของบอร์ดประชุม ผู้บริหารทุกฝ่าย ผู้จัดการทุกแผนกต่างก็มานั่งรอกันอย่างพร้อมเพียง เพราะวันนี้ทางบอร์ดบริหารแจ้งว่าจะเป็นการประชุมประจำเดือนและถือเป็นการแนะนำและทำความรู้จักกับท่านรองประธานบริษัทคนใหม่ไปในตัวด้วยทันทีที่โรสปรากฏตัวขึ้น ทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมต่างก็ยิ้มต้อนรับด้วยความอบอุ่น พนักงานบางคนอาจจะคุ้นเคยกับหญิงสาวแล้ว แต่บางคนก็เคยเห็นโรสผ่านทางสื่อสังคมในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของเวลากาลกึก!!โรสกวาดสาย
“ได้ตัวลูกสาวฉันไปแล้ว ไม่ยอมพามาส่งที่บ้านเลยนะ”ทันทีที่โรสและแดนดินเดินทางกลับมายังคฤหาสน์เวลากาลในช่วงเย็นของอีกวัน ท่านนายพลประภาสที่กำลังจะรับประทานมื้อเย็นกับคุณหญิงราตรี ก็เอ่ยทักท้วงว่าที่ลูกเขยขึ้นมาทันที ที่เจอหน้ากัน“สวัสดีครับ คุณท่าน คุณหญิง”“จ๊ะ พากันมานั่งก่อนสิ แม่บ้านจะได้ตักข้าวให้ วันนี้แม่เข้าครัวเองเลยนะ มีแต่ของโปรดยัยโรสกับว่าที่ลูกเขย”“โอ้โห คุณหญิงราตรีถึงกับต้องเข้าครัวเองเลยเหรอค่ะ”“ไม่ได้สิ ถือว่าเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านเราด้วย ใช่ไหมค่ะคุณพี่”คุณหญิงราตรีหันไปขอความคิดเห็นจากคนเป็นสามี ที่ตอนนี้เอาแต่นั่งกอดอก วางท่าใส่ว่าที่ลูกเขยอยู่นั้นแหละ“เฮ้อ ถึงเวลาแล้วสินะ”“ใช่ค่ะ มันถึงเวลาที่เราจะต้องปล่อยให้ลูกมีชีวิตของเขาเอง เด็กทั้งคู่ก็พยายามพิสูจน์ตัวเองให้พวกเราเห็นแล้ว ฉะนั้นควรปล่อยวางได้แล้วค่ะ”“ผมสัญญากับคุณท่านทั้งสองว่าผมจะรักและดูแลโรสให้ดีที่สุดครับ จะไม่ทำให้โอกาสที่ผมได้รับจากพวกท่านในครั้งนี้สูญเปล่าอย่างแน่นอน”“แม้ว่าผมอาจจะไม่สามารถดูแลโรสได้เท่ากับที่คุณท่านทั้งสองดูแล แต่ผมจะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด เท่าที่ชีวิตผมจะทำได้ค
เมื่อเห็นหน้าคนเป็นพ่อและแม่ เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเจ็บและขวัญเสียก็รีบโผลเข้ากอดพวกท่านทั้งน้ำตา“น้องเป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไมลูก บอกพ่อกับแม่หน่อยครับคนเก่ง”พันตำรวจเอกประภาส คุกเข่าลงกอดเอาบุตรสาวเข้ามาปลอบ ก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เจ็บ น้องเจ็บแขน ฮึกๆ ฮือๆ”“ไหนลูก พ่อขอดูหน่อยครับ”ทันทีที่เห็นแขนของบุตรสาวมีรอยถลอก แถมเหมือนมีรอยเลือดซิบ แต่ดูเหมือนว่ามันถูกเช็ดออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่ถึงกับหล่นตุ้บด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก“ตายแล้วคุณพี่ ทำไมแขนลูกเป็นแผลแบบนั้น”ทั้งพันตำรวจเอกประภาส คุณราตรี รวมไปถึงพี่เลี้ยงและแม่ครูต่างก็กระวนกระวายกับบาดแผลของเด็กหญิงตัวน้อย ทุกคนต่างวิ่งกันฉุกระหุก เพื่อทำการปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้นให้กับเด็กหญิงตัวน้อย ก่อนที่คนเป็นพ่อและแม่จะพาเธอไปหาหมอที่โรงพยาบาล“แขนน้องไปโดนอะไรมาค่ะ บอกคุณแม่หน่อยเร็ว”คุณราตรีพยายามชวนลูกสาวพูดคุย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กน้อยในขณะที่พี่เลี้ยงและคุณพ่อของเธอกำลังทำแผลให้“กิ่งไม้ร่วง โดนแขนน้อง เจ็บ ฮึก ฮึกๆ”“โธ่เอ่ย คุณหนูของนม เพราะนมแท้ๆ เลย คุณหนูถึงได้เจ็บตัวแบบนี้ นมขอโท
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน.....“คุณพ่อขา น้องอยากกลับ”เด็กหญิงวัย 6 ขวบครึ่งกำลังยืนกระทืบเท้าอยู่กับที่ เธอกระตุกแขนคนเป็นพ่อให้พาเธอกลับบ้านอยู่หลายครั้ง แต่ว่าคุณพ่อและคุณแม่ของเธอนั้นยังติดแจกจ่ายสิ่งของ เครื่องใช้ที่มันจำเป็นในการดำรงชีวิตให้กับเด็กน้อยกำพร้าแห่งบ้านไออุ่นอยู่“วันนี้น้องเป็นอะไรครับ ทำไมน้องงอแงจังหึ”พันตำรวจเอกประภาส เอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวของพวกท่านด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน“น้องอยากกลับบ้าน”“อีกแปปเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะลูกสาว น้องรอคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนได้ไหมเอ่ย”“น้องไม่อยากรอ” เด็กน้อยยังคงกอดอกหน้ามุ้ย ยืนยันว่าจะกลับบ้านอย่างเดียว“งั้นเอาอย่างนี้ค่ะ เดียวคุณแม่จะให้นมชื่นพาน้องออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอดีไหมเอ่ย ที่ตรงนั้นมีผีเสื้อเยอะมากเลยนะ น้องอยากไปไหม”เด็กน้อยแก้มยุ้ย ทำหน้าคุ้นคิดอยู่ซักพัก ก่อนที่จะยอมพยักหน้าให้นมชื่นพาไปเดินเล่นรอที่สวนดอกไม้“ก็ได้ค่ะ น้องจะไปกับนมชื่น”“เก่งมากค่ะ เด็กดีต้องไม่งอแงนะ”คุณราตรี ทายาทของนักธุรกิจใหญ่ หอมแก้มบุตรสาวเป็นรางวัล ก่อนที่จะเรียกให้นมชื่น พี่เลี้ยงของลูกสาวมาพาเธอออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอ“นมชื่น
“ดินก็เสียว รูของเธอดูดแน่นมาก เสียวจนจะอดทนไม่ไหวแล้ว อ๊ะ อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!ยิ่งเขาบอกว่าเสียวจนทนไม่ไหว เธอก็ยิ่งได้ใจ ยกขย่มใส่ท่อนเอ็นขนาดใหญ่จนน้ำในอ่างกระเพื่อมออกจนเกือบจะหมด“อ๊ะ อ๊า เสียวจัง ทั้งเสียวทั้งจุก อือ”“เมื่อกี้เธอบอกว่าจะถามอะไรดิน ขย่มจนลืมไปแล้วหรือไงหืม”“มะ ไม่ลืม แต่อยากเสร็จก่อน อ๊ะ”“งั้นขย่มลงมาเลยครับ ขย่มดุ้นผัวแรงๆ เลย อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!จ๊วบ จ๊วบยิ่งโรสขย่มใส่แรงเท่าไหร่ อกอวบทั้งสองข้างของเธอก็เด้งล่อตาล่อใจของเขาซะเหลือเกิน จนเขาแทบจะอดใจกัดมันไม่ไหวมือใหญ่ข้างซ้ายจับประคองเอวคอดกิ่ว ให้ขย่มขึ้นลงตามแรงอารมย์สวาทของเธอและเขา ส่วนมือข้างขวาก็ไม่น้อยหน้าเพราะมันกำลังทำหน้าที่บีบคั้นเต้าอวบใหญ่เพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่กำลังโจมตีอย่างหนักตับ! ตับ! ตับ!“ที่รัก จะเสร็จ อือ อ๊า”“อีกนิดครับ ดินก็จะไม่ไหวแล้ว ดินเสียวจนแทบจะตายอยู่แล้วเธอ อ๊ะ อ่า ซี๊ด อ๊า”“อือ อ่ะ อ๊า อ๊ะๆ”“ไม่ไหวแล้วๆ จะเสร็จแล้ว” โรสรวบรวมเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ขย่มใส่ท่อนลำอย่างถี่รัว จนในที่สุด“พร้อมกันครับเธอ”“อือ......ฉันรักนายนะ”ตับ! ตับ! ตับ!กรี๊ดด / อ๊า...ซี๊ดวินาท
“กี่โมงแล้ว”“ตีสองแล้วครับ”“อยากกลับบ้าน”“เธอครับ....” คนที่ตั้งใจว่าจะนอนกอดหญิงสาวให้หายคิดถึงเสียหน่อย ถึงกับหน้าเจื่อนขึ้นมาทันที“ฉันแค่อยากอาบน้ำ อยากล้างเครื่องสำอางออก มันไม่สบายตัว จะอาบที่นี้ก็ไม่สะดวก เพราะนายนั้นแหละ”“หึ ก็นึกว่าอะไร อาบที่นี้นะ ส่วนเสื้อผ้าของเธอก็มี ดินยังคงซักเก็บไว้รอเธอเสมอ ส่วนของใช้ส่วนตัวเธอ ดินก็ซื้อมาเตรียมไว้ให้หมดแล้ว”“วางแผนมาดีนะ”โรสเอ่ยเหน็บคนเจ้าเล่ห์ ที่ดูเหมือนว่าการมาห้องของเขาในครั้งนี้ถือว่าเขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว“ก็ไม่ขนาดนั้น ดินก็แค่อยากให้เธอสะดวกสบาย ให้เหมือนกับว่ามันเป็นบ้านอีกหลังของเธอไง”โรสมองหน้าของแฟนหนุ่มที่กำลังพยายามแก้ตัวด้วยรอยยิ้ม เธอมองดูรอบๆ ห้องอีกครั้งแล้วก็เริ่มเอะใจ ทำไมห้องของแดนดินมันถึงมีลักษณะคล้ายกับห้องเธอเลย“เอ๊ะ!! ทำไมห้องของนายมันเหมือนกับห้องของฉันเลยหล่ะ หรือว่า...”เพราะมัวแต่โมโหที่แดนดินไม่ยอมไปส่งเธอที่บ้าน เธอเลยไม่ได้สังเกตห้องของแดนดินเลยตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จนเมื่อเริ่มได้สติ จึงเริ่มสังเกตข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องเขาอีกครั้ง เพราะเมื่อสี่ปีก่อนเขาไม่ได้อยู่คอนโดแบบนี้







