Share

บทที่ 22

Author: TanyaT
last update publish date: 2026-09-04 16:20:29

ไฟบนทางเดินดับลงทั้งแถบในชั่วพริบตา ความมืดแผ่เข้าปกคลุมหน้าห้องพักจนเหลือเพียงแสงสีซีดจากเครื่องมือข้างเตียง ริสานิ่งค้างอยู่กับที่ ดวงตาจับจ้องประตูกระจกซึ่งสะท้อนเงาของคนในห้องอย่างพร่าเลือน ร่างหญิงชุดขาวที่เคยยืนอยู่ตรงปลายทางเดินหายไปแล้ว แต่เสียงหัวเราะแผ่วต่ำกลับยังคงลอยอยู่ในอากาศคล้ายไม่ได้ดังมาจากที่ใดที่หนึ่ง หากซึมออกมาจากทุกซอกทุกมุมของโรงพยาบาล

เมฆินทร์ยืนขวางอยู่หน้าเตียง มือข้างหนึ่งกำมีดหมอแน่น ดวงตาคมของเขากวาดมองผ่านความมืดอย่างระแวดระวัง เขาไม่เห็นร่างนั้นแล้วเช่นกันแต่กลิ่นดินชื้นและกลิ่นดอกไม้เน่ายังคงชัดเจนอยู่ตรงหน้าประตู เป็นหลักฐานว่าสิ่งที่ตามริสามาเพียงถอยออกไป มันไม่ได้จากไปจริง ๆ

ไม่กี่วินาทีต่อมา ไฟฉุกเฉินสีแดงเหนือประตูก็ติดขึ้น แสงหม่นสาดลงบนผนังและใบหน้าของคนทั้งสาม ทำให้บรรยากาศภายในห้องยิ่งดูอึดอัด พื้นกระเบื้องสีขาวซึ่งควรสะอาดกลับปรากฏคราบน้ำเป็นทางบาง ๆ เริ่มจากหน้าประตูแล้วทอดหายไปตามทางเดิ ราวกับมีผู้หญิงผมเปียกเดินผ่านไปเมื่อครู่

พลอยขยับเข้ามาใกล้เตียงโดยไม่รู้ตัว “ไฟโรงพยาบาลดับบ่อยหรือคะ”

ไม่มีใครตอบคำถามนั้น ริสาก้มมองตะกรุดที่เมฆินทร์เพิ่งผูกไว้รอบข้อมือ ตัวโลหะเย็นจัดในตอนแรกค่อย ๆ อุ่นขึ้นทีละน้อย ขณะที่ความปวดแสบใต้ผิวหนังลดลงเพียงเล็กน้อย ฃแต่เส้นสีดำเหนือเข่ายังคงเต้นตุบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนบางสิ่งภายในร่างกำลังนับเวลารอให้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

เมฆินทร์เก็บมีดหมอกลับเข้าฝักก่อนหันมาทางริสา “คุณยังเดินไหวไหม”

“ไหวค่ะ”

หญิงสาวตอบทันทีแม้เพียงขยับขาก็รู้สึกเหมือนมีเหล็กร้อนเสียดแทงอยู่ในกระดูก เมฆินทร์มองสีหน้าซีดเผือดของเธออยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่ได้พูดทักท้วงอะไร เขาเพียงหยิบกระเป๋าผ้าของตนขึ้นมาพาดไหล่แล้วเดินไปเปิดประตู

ไฟบนทางเดินยังไม่กลับมา มีเพียงแสงฉุกเฉินสีแดงติดอยู่เป็นช่วง ๆ เงาของประตูและรถเข็นผู้ป่วยทอดยาวไปตามพื้นจนดูบิดเบี้ยวผิดรูป เสียงฝีเท้าของพยาบาลดังอยู่ห่างออกไปแต่ไม่เห็นผู้ใดเดินผ่านบริเวณหน้าห้อง ราวกับช่วงทางเดินนี้ถูกแยกออกจากส่วนอื่นของโรงพยาบาลอีกครั้ง

“รอให้ไฟกลับมาก่อนไม่ได้หรือ” พลอยถาม

“ไม่ได้”

เมฆินทร์ตอบโดยไม่หันกลับมา “ยิ่งมืดนาน มันยิ่งทำอะไรได้ง่าย”

“แต่เราต้องคุยกับหมอก่อนนะคะ”

“จัดการเรื่องเอกสารให้เร็วที่สุด ส่วนเธอห้ามอยู่คนเดียว”

เขาพยักหน้าไปทางริสาก่อนก้าวออกไปยืนหน้าห้อง พลอยมีสีหน้าลังเลแต่สุดท้ายก็รีบเดินไปตามเจ้าหน้าที่ ทิ้งให้ริสากับเมฆินทร์อยู่ด้วยกันท่ามกลางแสงสีแดงสลัว

หญิงสาวค่อย ๆ ขยับขาลงจากเตียง แต่แค่เพียงปลายเท้าแตะพื้นเพียงแผ่วเบา ความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมาจนต้องคว้าขอบเตียงเอาไว้ เป็นจังหวะที่เมฆินทร์หันกลับมาพอดิบพอดี เขาก้าวเข้ามาใกล้และยื่นแขนให้โดยไม่พูดอะไร

ริสามองแขนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันเดินเองได้”

“ผมยังไม่ได้บอกว่าจะอุ้ม”

“แต่สีหน้าคุณบอกว่าคุนกำลังคิดอยู่”

“ถ้าคุณล้ม ผมค่อยคิด”

หญิงสาวเม้มริมฝีปากก่อนยอมจับท่อนแขนของเขาเพื่อพยุงตัว ความอุ่นจากร่างชายหนุ่มตัดกับความเย็นในห้องอย่างชัดเจน เมฆินทร์เดินช้าลงให้พอดีกับจังหวะของเธอแม้จะยังมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ฝ่ามืออีกข้างกลับคอยประคองอยู่ใกล้แผ่นหลังโดยไม่แตะต้องราวกับเตรียมรับไว้ทุกเมื่อหากเธอเสียหลัก

ทั้งคู่เดินออกมาหยุดตรงหน้าห้อง ทางเดินเบื้องหน้าทอดยาวไปในความมืด เสียงเครื่องปรับอากาศซึ่งเคยดังสม่ำเสมอกลับเงียบลงเหลือเพียงเสียงรองเท้าของพวกเขากระทบพื้นกระเบื้องทีละก้าว

กึก... กึก... กึก... เสียงหนึ่งดังตามมาจากด้านหลัง

ริสาชะลอฝีเท้า “ได้ยินไหม”

เมฆินทร์ไม่ได้ตอบเขาเพียงยกมือแตะด้ามมีดหมอแล้วพาเธอเดินต่อโดยไม่หันกลับ แต่เสียงนั้นยังคงตามมาในระยะเท่าเดิม ไม่เร็วขึ้นและไม่ช้าลงเหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังเดินตามอย่างใจเย็น

กึก... กึก... กึก...

เมื่อทั้งคู่เดินผ่านกระจกบานใหญ่ ริสาเหลือบมองเงาสะท้อนโดยไม่ตั้งใจ ภายในกระจกมีเธอกับเมฆินทร์เดินอยู่เคียงกันและด้านหลังของทั้งคู่มีหญิงอีกคนหนึ่งตามมาในระยะไม่กี่ก้าว

ร่างนั้นผอมสูง สวมชุดสีขาวเปียกชื้น ผมยาวปิดบังใบหน้า แขนทั้งสองข้างห้อยนิ่งอยู่ข้างลำตัว

ริสาชะงักในทันทีเมื่อเห็นภาพนั้น เมฆินทร์กระชับมือที่ประคองแขนเธอแน่นขึ้นก่อนเอ่ยขึ้น “อย่าหยุด”

“มันอยู่ข้างหลังเรา”

“ผมรู้”

“แล้วคุณไม่คิดจะทำอะไรหรือ”

“มันยังแตะเราไม่ได้”

ชายหนุ่มตอบเสียงต่ำ ขณะสายตายังคงมองตรงไปข้างหน้า

“อย่ามองกระจกอีก”

ริสาพยายามฝืนไม่หันกลับแต่เสียงฝีเท้าด้านหลังกลับดังชัดขึ้นทีละน้อยจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงจากพื้นจริงหรือเสียงสะท้อนภายในหัวของเธอ ริสากำแขนของเมฆินทร์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัเพราะความกลัว

ทั้งคู่เดินผ่านกระจกบานนั้นไปแต่ในวินาทีสุดท้าย ร่างหญิงในเงาสะท้อนกลับหยุดนิ่ง ขณะที่พวกเขายังคงก้าวต่อ ศีรษะของมันค่อย ๆ เอียงลงผิดมุมก่อนยกแขนซีดขาวขึ้นช้า ๆ และชี้ตรงมายังแผ่นหลังของริสา

รอยอาคมบนหัวไหล่พลันร้อนวาบ หญิงสาวสะดุ้งและเกือบทรุดแต่ได้แขนแข็งแกร่งของเมฆินทร์รับตัวไว้ทัน เขาหันกลับไปทางกระจกในที่สุดแต่ภายในนั้นกลับมีเพียงทางเดินว่างเปล่า ไม่มีหญิงชุดขาวและไม่มีเงาของผู้ใดตามมา

“มันทำอะไรคุณ”

“รอยตรงไหล่ร้อนขึ้น”

เมฆินทร์ขมวดคิ้วก่อนกดนิ้วลงบนตะกรุดรอบข้อมือของเธอเบา ๆ แล้วพึมพำคาถาสั้น ๆ ใต้ลมหายใจ ความอุ่นจากโลหะค่อย ๆ แผ่ขึ้นมาตามแขนจนความปวดแสบลดลง

“เดินต่อ อย่าแยกจากผม”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status