Mag-log inเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดีเวินหร่านจึงไม่ต้องไปบริษัทเพื่อเจอหน้าซางเลี่ยรุ่ยคนที่เธอรู้สึกกลัวที่จะต้องเจอหน้ามากที่สุดในตอนนี้ก็คือเขาเพราะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะหาเรื่องมาฟัดเธอใหม่อีกรอบเดิมทีตอนที่ยังไม่ได้ตกลงสถานะคู่นอนกัน เขายังพอมีความเกรงอกเกรงใจอยู่บ้างแต่พอเธอตอบตกลง เขาก็มีข้ออ้างอันชอบธรรมในการลากเธอขึ้นเตียงได้ตลอดเวลาเวินหร่านแค่อยากพักผ่อนให้เต็มที่สักระยะ ไม่อยากปวดเอวปวดหลังไปมากกว่านี้แล้วอาศัยจังหวะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เธอกลับไปที่เรือนหอหลังที่เคยอยู่ร่วมกับฟู่จิ่งเฉิงและก็เป็นไปตามคาด ฟู่จิ่งเฉิงเก็บข้าวของในห้องของเขาออกไปจนเกลี้ยงและย้ายออกไปหมดแล้วเธอจึงเริ่มลงมือจัดการเก็บกวาดข้าวของตั้งใจว่าอีกสักครู่จะติดต่อหาบริษัทนายหน้าให้มาช่วยปล่อยขายบ้านหลังนี้เสียทีข้าวของที่ต้องขนย้ายออกไปนั้นมีไม่มากนัก เพราะของใช้ส่วนตัวของเวินหร่านเองก็ถูกขนย้ายออกไปก่อนหน้านี้แล้วส่วนเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นอย่างเช่นตู้เสื้อผ้า ก็เป็นแบบบิวท์อินติดผนังที่มากับตัวบ้านสิ่งที่สามารถขนย้ายไปได้ก็จะมีพวกโซฟา โต๊ะ เก้าอี้ และข้าวของทำนองนั้นแต่
พวกเขาก็ตกลงกันไว้แล้วแต่แรกว่าจะเป็นแค่คู่นอนกันเท่านั้นเขาก็ไม่ใช่แฟนของเธอเสียหน่อย แถมยังไม่ได้เป็นสามีของเธอด้วยซ้ำเธอจะติดต่อกับใคร หรือคุยแชตอยู่กับใคร มันจะไปเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ?เธอช่วยเลิกนิสัยเวลาเผลอตัวนอนกับเขาแล้วก็พลอยเผลอคิดไปเองโดยสัญชาตญาณว่าเขาเป็นผู้ชายของเธอสักทีได้ไหมนะเวินหร่านคอยเตือนสติและบอกกล่าวตัวเองอยู่ในใจเงียบ ๆ ว่าเธอจำเป็นต้องเว้นระยะห่างจากซางเลี่ยรุ่ยให้ดีเสียแล้วซางเลี่ยรุ่ยมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอประกายประหลาดไหววับพาดผ่านก้นบึ้งนัยน์ตาเขามองออกว่าตอนที่เวินหร่านพูดประโยคนี้ออกมา เธอกำลังมีความประหม่าและตื่นเต้นจนเห็นได้ชัดนั่นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้พูดความจริงเมื่อครู่เธอกำลังคุยแชตอยู่กับคนอื่นจริง ๆ แถมคน ๆ นั้นก็มีเปอร์เซ็นต์ว่าจะเป็นผู้ชายซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเป็นฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอนั่นเองความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านพลันก่อตัวขึ้นในใจของซางเลี่ยรุ่ยโดยไร้สาเหตุความรู้สึกหึงหวงพรั่งพรูขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เขานึกมาตลอดว่าในเมื่อเขาเคยหลับนอนกับเวินหร่านมาตั้งหลายครั้งแล้ว เธอก็ควรจะเป็นผู้หญ
ขณะที่เวินหร่านกำลังเคลิ้มหลับด้วยความง่วงงุน เธอก็รู้สึกได้ถึงเสียงหนึ่งที่คอยกระซิบเรียกชื่อเธออยู่ข้างหูไม่ขาดเธอค่อย ๆ ลืมเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างช้า ๆ ปะทะเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทล้ำลึกดั่งยามวิกาลของชายหนุ่มวินาทีแรกเธอชะงักไปก่อนที่ภาพเหตุการณ์ชวนเขินจนหน้าแดงในเต็นท์เมื่อครู่จะผุดวาบเข้ามาในหัวสมองอย่างตั้งตัวไม่ทันเธอกัดริมฝีปากเบา ๆ ใบหน้าสวยหวานพลันแดงก่ำขึ้นมาทันที“หิวหรือยังล่ะ? ลุกขึ้นมากินอะไรหน่อยเร็ว!”ซางเลี่ยรุ่ยหัวเราะในลำคอเบา ๆ สายตาที่มองเธอนั้นเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนยิ่งขึ้น“ฉันอยากไปอาบน้ำก่อนค่ะ” เวินหร่านแทบไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงตามใจ “ได้สิ”ภายใต้สายตาล้ำลึกและมืดทึบของชายหนุ่ม หัวใจของเวินหร่านเต้นรัวเร็วอย่างควบคุมไม่ได้ด้วยความกลัวว่าหากช้าไปอีกก้าว ตัวเองจะถูกเขากลืนกินลงไปอีกรอบเธอก็เลยรีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง แล้วพุ่งตรงดิ่งไปยังห้องน้ำในทันทีก็ใครใช้ให้เมื่อกี้ตอนอยู่ในเต็นท์ เธอเล่นโดนเขาจัดหนักเสียจนสลบไสลคาอกเขากันล่ะเวินหร่านไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่าผู้ชายคนนี้จะบ้าคลั่งได้ถึงเพียงนี้นึกว่าเขาเป็นคน
ทว่าในจังหวะนี้เอง เสียงครางหวานเล็ดลอดแว่วดังมาจากเต็นท์ข้าง ๆ เวินหร่านชะงักฝีเท้า ตัวแข็งทื่อเกือบจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไปเสียแล้วแต่ทว่าเสี้ยววินาทีต่อมา เสียงครางนั้นกลับดังชัดเจนยิ่งขึ้น ผสมผสานกับเสียงหอบหายใจกระเส่าหนักหน่วงของผู้ชายดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าเสียงที่ชวนให้กระสันซ่านเช่นนั้น ทำเอาลมหายใจติดขัด หนังศีรษะชาหนึบ...ทั้งเวินหร่านและซางเลี่ยรุ่ยต่างก็มีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยกันทั้งคู่โดยเฉพาะซางเลี่ยรุ่ยสายตาที่เขามองเวินหร่านแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิมเต็มไปด้วยความรุกเร้าอันดุร้าย“ดูท่าแล้ว คนที่อยากมาทำเรื่องกามในเต็นท์คงไม่ได้มีแค่พวกเราสินะ”พวงแก้มของเวินหร่านร้อนผ่าวหางตาเจือแววเขินอายระคนกระดากมิน่าเล่า ทำไมริมหาดถึงมีบริการให้เช่าเต็นท์กันแดดพวกนี้ด้วย?ที่แท้ก็มีไว้เพื่อการใช้งานแบบนี้นี่เองเดิมทีพวกเขาก็ตั้งใจว่าจะเดินออกไปกันอยู่แล้วทว่าเสียงจากเต็นท์ข้าง ๆ กลับช่างเย้ายวนบาดใจเสียเหลือเกินเวินหร่านอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอจนสองเท้าก้าวเดินต่อไปไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียวประกายความปรารถนาก้นบึ้งนัยน์ตาของซางเลี่ยรุ่ยทวีค
ทรายที่นี่ละเอียดและนุ่มมากเหยียบลงไปใต้ฝ่าเท้าแล้วรู้สึกสบายเป็นอย่างยิ่ง“เอามาสิ!”อยู่ ๆ ซางเลี่ยรุ่ยก็ยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าเธอเวินหร่านมองอย่างสงสัย “ทำอะไรคะ?”ซางเลี่ยรุ่ย “ผมถือรองเท้าให้”เวินหร่านกำลังลังเลอยู่ว่าจะรบกวนเขาดีไหม ซางเลี่ยรุ่ยก็ชิงหยิบรองเท้าของเธอไปถือไว้เสียแล้วเขาถอดรองเท้าของตัวเองออกเช่นกัน แล้วถือมันไว้ในมือด้วยเหตุนี้ ทั้งสองคนจึงเดินเคียงคู่กันไปข้างหน้า ทิ้งรอยเท้าไว้ยาวเหยียดบนผืนทรายสายลมทะเลพัดผ่านเส้นผมของเวินหร่านเรือนผมยาวสลวยปลิวไสวไปตามแรงลมซางเลี่ยรุ่ยที่เดินอยู่ข้าง ๆ เกือบจะมองจนเคลิ้มตามไปเลยทีเดียวเดิมทีเวินหร่านกำลังมองทัศนียภาพท้องทะเลกว้างใหญ่จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงสายตาร้อนแรงคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความรุกเร้าตกลงมาบนตัวเธอเธอหันไปมองตามสัญชาตญาณและก็ได้เห็นว่าซางเลี่ยรุ่ยกำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตารุ่มร้อน“คุณมองฉันแบบนั้นทำไมเนี่ย?” เวินหร่านเอ่ยถามด้วยความระแวดระวังสายตาแบบที่เขากำลังมองอยู่ ราวกับจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัวเสียให้ได้จู่ ๆ ซางเลี่ยรุ่ยก็ช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาวอย่างกะทันหัน“ไปท
เธออยากให้เขารู้ด้วยว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะตามตื๊อเซ้าซี้หลังเลิกรากันเด็ดขาดซางเลี่ยรุ่ยตกอยู่ในความเงียบงันเม้มเรียวปากบางเฉียบดั่งคมมีดโดยไม่เอ่ยคำใดออกมาทำเพียงแค่สวมกอดร่างของเธอเข้ามาแนบอกแน่นเท่านั้นไม่มีทางมีวันนั้นเป็นอันขาดความรู้สึกที่เขามีต่อเธอยามนี้ ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ๆ รักเธอมากขึ้นทุกวัน ๆ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเบื่อหน่าย?“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอ...” กลับก่อนนะคะคำหลังยังไม่ทันได้เอ่ยหลุดรอดจากริมฝีปากซางเลี่ยรุ่ยก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน “จูบผมทีหนึ่งสิ!”เวินหร่านชะงักงัน “อะไรนะคะ?”ซางเลี่ยรุ่ยเคลื่อนตัวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้งกลิ่นอายความเป็นชายบนตัวเขาโอบล้อมพัดพาเข้ามา“ผมบอกว่า จูบผมทีหนึ่ง”เขายังคงจ้องมองเธอ และเอ่ยซ้ำอีกรอบริมฝีปากของเธอนั้นอมชมพูเอิบอิ่มดูนุ่มนิ่มเป็นอย่างยิ่ง น่าจะสัมผัสได้รสชาติที่นุ่มนวลดีไม่น้อยเวินหร่านกะพริบขนตาปริบ ๆ ในดวงตากลมโตใสกระจ่างเจือแววสับสนมึนงงเล็กน้อยชุ่มฉ่ำน้ำเหลือเกินชวนให้คนอดใจไม่ไหวอยากจะคืบคลานได้คืบจะเอาศอกซางเลี่ยรุ่ยใช้มือตบเบา ๆ ที่สะโพกของเธอ “ไหนว่าตกลงสถานะกั
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ







