LOGINเธอรวดเดียวดื่มน้ำไปมากกว่าครึ่งแก้วพอวางแก้วลง เตรียมจะถอนหายใจแก้วในมือกลับถูกซางเลี่ยรุ่ยดึงออกไปเสียอย่างนั้น“คุณ...”เวินหร่านยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด ซางเลี่ยรุ่ยก็ดื่มน้ำที่เหลืออยู่ในแก้วจนหมดเวินหร่านรู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วขณะและยิ่งรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งการกระทำของเขาเช่นนี้ให้ความรู้สึกแก่เธอ ราวกับว่ากำลังละเลียดกินน้ำลายของเธออย่างไรอย่างนั้นเวินหร่านรู้สึกอึดอัดขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก“คุณมาดื่มน้ำของฉันทำไมคะ?” เธอเอ่ยถามอย่างไม่พอใจนักซางเลี่ยรุ่ย “ผมก็หิวน้ำเหมือนกัน”เวินหร่าน “หิวน้ำคุณก็เทดื่มเองอีกแก้วสิคะ”ทำไมต้องมาดื่มแก้วเดียวกันกับเธอด้วย?ซางเลี่ยรุ่ยไม่ได้เอ่ยตอบคำถามของเธอท่ามกลางความมืดมิด เธอไม่อาจมองเห็นใบหน้าของเขาได้เด่นชัด ทว่ากลับสัมผัสได้ว่าสายตาที่เขาใช้จับจ้องเธอในเวลานี้ประกายยิ่งนักเธอฝืนยิ้มแห้ง ๆ มุมปากกระตุกเล็กน้อย “คุณปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันอยากกลับไปนอนแล้ว”ถือโอกาสช่วงที่ท้องฟ้ายังไม่สาง เธออยากจะกลับไปนอนต่ออีกสักตื่นสิ้นคำพูด ซางเลี่ยรุ่ยกลับช้อนเรือนร่างของเธอขึ้นอุ้มในท่าอุ้มแตงทันที“เอ๊ะ คุณจะทำอะไรน่ะ?”สองมื
ที่แห่งนี้คือห้องนอนของซางเลี่ยรุ่ยทั่วทุกแห่งล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาเธอรู้สึกประดักประเดิดและไม่เป็นตัวของตัวเองราวกับกำลังร่วมเตียงเคียงหมอนอยู่กับซางเลี่ยรุ่ยอย่างไรอย่างนั้นเวินหร่านส่ายหัวไปมายับยั้งไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่านไปไกลกว่านี้ตอนนี้เธอต้องนอนหลับให้ได้อย่าคิดถึงเขาอีกเวินหร่านเฝ้าส่งสัญญาณสะกดจิตตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อน...ซางเลี่ยรุ่ยเดินออกจากห้องนอน ทว่ากลับยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน ไม่ยอมขยับเขยื้อนก้าวไปไหนแม้แต่ก้าวเดียวเพียงแค่คิดว่าในเวลานี้ เวินหร่านกำลังอยู่ในห้องของเขา หนุนหมอนของเขา ห่มผ้าห่มของเขา และนอนอยู่บนเตียงของเขาทั่วทั้งสรรพางค์กายของเขาก็กระตุกรุ่มร้อนขึ้นมาทันใดทั้งร่างเกิดความปรารถนาพลุ่งพล่านถึงขั้นต้องกลืนน้ำลายลงคอไปหลายต่อหลายอึกไม่รู้ว่าตอนนี้เวินหร่านกำลังคิดฟุ้งซ่านชวนฝันเหมือนกันกับเขาหรือไม่?หรือว่ายามนี้เธอได้เข้าสู่นิทราไปแล้ว?ซางเลี่ยรุ่ยพลันรู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาอย่างฉับพลันไม่อาจยืนทอดถอนอารมณ์อยู่หน้าประตูต่อไปได้อีกแล้วเขาหวั่นเกรงว่าตนเองจะหักห้ามใจไว
โชคดีที่เมื่อกี้เขามาถึงห้องส่วนตัวได้ทันเวลา มิฉะนั้นผลที่ตามมาคงยากเกินกว่าจะจินตนาการได้เวินหร่านพยักหน้ารับและไม่เอ่ยถามอะไรต่อทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลับรวบมือเรียวอันเย็นเยียบของเธอเข้ามาไว้ในฝ่ามือหนาของตนเอง“ขอโทษด้วย ผมมาสายไป”เวินหร่านส่ายหน้าเบา ๆ พลอยแย้มยิ้มให้เขา “ไม่สายหรอกค่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณมาช่วยไว้ทันเวลา ฉันก็อาจจะ...”เธอหลุบสายตาต่ำลง ไม่อาจเอ่ยคำพูดหลังจากนั้นออกมาได้อีกปอยผมปะปรอยตกลงข้างใบหู เส้นผมระโยงระยางหลุดลุ่ย แฝงไว้ด้วยความเปราะบางชวนให้แตกสลายอยู่หลายส่วนสิ่งที่เธอไม่รู้เลยก็คือ รูปร่างลักษณะเช่นนี้ยิ่งกระตุ้นความตระหนี่อยากเอาชนะและความปรารถนาที่จะครอบครองของผู้ชายได้ง่ายดายยิ่งขึ้นในดวงตาของซางเลี่ยรุ่ย พลันพาดผ่านสายตาแห่งความสงสารอันสั่นไหวไปวูบหนึ่งยื่นมือออกไปดึงเธอเข้ามาตระกองกอดไว้ในอ้อมอก“ผมขอสัญญา เรื่องในคืนนี้จะไม่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน”ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ในตอนนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวกระทั่งรู้สึกเสียใจที่ตนเองไม่ควรไปทำงานนอกสถานที่เลยจนปล่อยให้เธอต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงลำพังเช่นนี้เวินหร่านปล่อยให้ซางเล
เขาปาดเลือดที่ไหลนองบนใบหน้าทีหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้น...พบเข้ากับชายหนุ่มเรือนร่างสูงโปร่งสง่างามที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางวงแสงไฟซางเลี่ยรุ่ยกำลังปั้นหน้าเย็นชา ชำเลืองมองเขาจากที่สูงด้วยสายตากดต่ำกลิ่นอายและบารมีนั้นราวกับกำลังเหยียดหยามมดปลวกตัวหนึ่งที่ไม่สำคัญอะไรส่งผลให้เขาหนาวสะท้านไปทั่วทั้งสรรพางค์กายผู้จัดการเฉียนคล้ายจะนึกออกแล้วว่าเขาคือใครรูม่านตาหดแคบลงทันใด“ปะ ประธานซาง?”เขาสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจอย่างหนักพลันตระหนักได้ว่าตนเองได้ไปล่วงเกินคนที่มิอาจล่วงเกินเข้าเสียแล้วจึงรีบดิ้นรนยันกายลุกขึ้นจากพื้น มือไม้สั่นเทาขณะยื่นออกไปหมายจะจับมือกับซางเลี่ยรุ่ย“เรื่องเข้าใจผิดครับ! ประธานซาง ไม่คิดเลยว่าคุณจะให้เกียรติมายังสถานที่แบบนี้...”เดิมทีเขานึกว่าเป็นแค่การเอื้อมจับพนักงานหญิงในบริษัทของพวกเขาเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอย่างไรเสีย แต่ไหนแต่ไรเขาก็เคยใช้กฎลับกับพวกผู้หญิงเหล่านั้นเช่นนี้อยู่แล้วใครจะคาดคิดว่าเวินหร่านคนนี้จะเป็นข้อยกเว้นไม่นึกเลยว่าจะมีซางเลี่ยรุ่ยเป็นที่พึ่งหนุนหลังให้เธอ!ผู้จัดการเฉียนพยายามจะหาข้ออ้างมาอธิบายแก้ตัวให้
“ซี๊ด!”เวินหร่านรู้สึกราวกับหนังศีรษะถูกเขากระชากหลุดออกมาแผ่นหนึ่งความเจ็บปวดแล่นรวดจนเรือนร่างสั่นสะท้านเธอจึงกระซวกส้นรองเท้าส้นสูงลงบนหลังเท้าของผู้จัดการเฉียนอย่างแรงผู้จัดการเฉียนเจ็บจนจำเป็นต้องปล่อยมืออันที่จริงเวินหร่านสามารถหลบหนีไปได้ด้วยตัวเอง ทว่าเธอไม่อาจตัดใจทิ้งหลีลี่ไว้ในห้องส่วนตัวนี้เพียงลำพังได้“ลี่ลี่ ตื่นสิ!”เธอเขย่าตัวเพื่อนสนิทด้วยความร้อนใจ หมายจะปลุกอีกฝ่ายให้คืนสติทว่าเพลิงโทสะของผู้จัดการเฉียนถูกจุดติดเสียแล้วคืนนี้ไม่ว่าจะอย่างไรเขาต้องได้ครอบครองตัวเธอให้ได้!เขาพุ่งตัวพรวดเข้าไปคว้าแขนเวินหร่าน แล้วกระชากลากเธอลงไปบนโซฟา“เล่นละครจนเสพติดแล้วสิท่า? ดูสิว่าฉันจัดการแกยังไง!”นัยน์ตาของผู้จัดการเฉียนแดงฉานด้วยความคลั่ง เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มลงมือกระชากเสื้อคลุมของเวินหร่านเวินหร่านขัดขืนสุดชีวิต ทว่ากลับไม่อาจต้านทานพละกำลังอันป่าเถื่อนของผู้ชายได้ทว่าในวินาทีที่เธอตกอยู่ในความสิ้นหวัง ประตูห้องก็ถูกชนเปิดออกดัง ปัง“ใครแม่งกล้าขัดจังหวะความสุขของกู...”ผู้จัดการเฉียนสบถคำโตออกมาทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียงรวบรวมคำขู่ หัวของเขาก็ถู
ทว่าพอคิดถึงความจริงที่ว่าเพื่อนสนิทอย่างหลีลี่ให้ความสำคัญกับการเจรจาโครงการนี้มากแค่ไหนเธอก็กัดฟันกรอด แล้วจำใจต้องพยักหน้ารับคำอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ก็ได้ค่ะ”ทันทีที่เธอนั่งลง ผู้จัดการเฉียนก็ส่งสายตาพยักพเยิดไปยังที่นั่งข้างกายของตนเอง“คุณเวินจะไปนั่งไกลขนาดนั้นทำไมล่ะครับ? มาครับ มานั่งข้าง ๆ ผมนี่!”“ฉันนั่งตรงนี้ก็ดีอยู่แล้วค่ะ” เวินหร่านเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพดวงตากลมเล็กเจ้าเล่ห์ของผู้จัดการเฉียนกลอกกลิ้งไปมาอยู่ ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้น แล้วทิ้งตัวลงมานั่งเบียดที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ เธอทันทีในเมื่อเธอไม่ยอมเดินมาหา เขาก็เป็นฝ่ายเดินไปหาเองก็สิ้นเรื่อง อย่างไรเสียก็มีค่าเท่ากันเวินหร่านเกิดอาการระแวดระวังตัวขึ้นมาทันทีเธอผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณหมายจะหลบหนีออกไปจากตรงนั้นผู้จัดการเฉียนฉวยโอกาสนี้คว้าแขนเธอเอาไว้ แล้วออกแรงกดเธอนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม“เครียดอะไรขนาดนั้นล่ะครับ ทำตัวตามสบายสิ ผมไม่กินคุณเข้าไปหรอกน่า! แค่อยากจะคุยไปดื่มไปกับคุณก็เท่านั้นเอง!”เวินหร่านฝืนปั้นรอยยิ้มออกมา “งั้นผู้จัดการเฉียน เรา... มาคุยเรื่องสัญญาฉบับนี้กันต่อดีกว่าโอเครไหมคะ?”ใครจะร
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ







