Mag-log in“จิ่งเฉิง แกกับเวินหร่านหย่ากันแล้วใช่ไหม??”พอฟู่จิ่งเฉิงกดรับสาย น้ำเสียงของโจวลี่จวนก็ดังลอยมาจากปลายสายทันทีฟู่จิ่งเฉิงขมวดคิ้วแน่น “แม่รู้ได้ยังไงครับ?”คำพูดของเขาเท่ากับเป็นการยอมรับกลาย ๆ โจวลี่จวนออกคำสั่งทันที “แกไม่ต้องมารู้หรอกว่าฉันรู้ได้ยังไง เอาเป็นว่าแกรีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”ฟู่จิ่งเฉิงคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าผู้เป็นแม่จะรู้เรื่องที่เขาหย่ากับเวินหร่านแล้วเขาจำเป็นต้องรีบกลับไปถามไถ่ให้กระจ่างงานเลี้ยงสังสรรค์ยังไม่ทันจบลง เขาก็ปลีกตัวออกจากงานกลางคันเสียแล้ว...“เมื่อกี้คุณคุยอะไรกับสามีของคุณ?”เวินหร่านเพิ่งรับแก้วแชมเปญมาจากถาดในมือของบริกร ตั้งใจจะพักหายใจเสียหน่อยซางเลี่ยรุ่ยก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเธออย่างฉับพลัน พร้อมกับจ้องมองเธอด้วยสายตาตรงแหน่วแล้วเอ่ยถามเมื่อครู่เขาเห็นตอนที่เวินหร่านกำลังคุยอยู่กับฟู่จิ่งเฉิงแล้วรวมถึงตอนที่ฟู่จิ่งเฉิงยื่นมือมาจับเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยด้วยเวินหร่านจิบแชมเปญในมือไปคำหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างราบเรียบ “ไม่มีอะไรค่ะ”เธอไม่อยากเล่าเนื้อหาที่คุยกับฟู่จิ่งเฉิงเมื่อครู่ให้ซางเลี่ยรุ่ยฟังเลยสักนิดทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลั
เวินหร่านชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวอย่างอ่อนใจ “ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นฉันเชื่อคุณแล้ว โอเคหรือยังคะ?”ฟู่จิ่งเฉิงจ้องมองปฏิกิริยาบนใบหน้าของเธออยากจะอธิบาย ทว่ากลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดีจริงอยู่ว่าความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างเขากับเวินฉีเคยสร้างบาดแผลและความเจ็บปวดให้แก่เวินหร่านการที่เธอจะยังคลางแคลงใจในตัวเขา เขาก็เข้าใจได้ทว่านับตั้งแต่ที่เขารู้ความจริงว่าเวินฉีไม่ใช่เด็กสาวที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ในตอนนั้นความเอาอกเอาใจและความเอ็นดูที่เคยมีให้เวินฉีก็ไม่มีอยู่อีกต่อไป“ผมกับพี่สาวของคุณตัดขาดกันเรียบร้อยแล้วจริง ๆ วันข้างหน้าจะไม่มีการติดต่อเกี่ยวข้องกันอีกเด็ดขาด”ฟู่จิ่งเฉิงยืนยันหนักแน่นกับเธออีกครั้งทว่าเวินหร่านกลับรู้สึกว่าคำอธิบายของเขาในยามนี้ช่างซ้ำซ้อนไร้ความจำเป็นในเมื่อตอนนี้เธอกับฟู่จิ่งเฉิงก็หย่าขาดจากกันไปแล้วยามนี้เขาจะไปคบหากับผู้หญิงคนไหน เธอไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยที่น่าขบขันก็คือ...ในยามที่เธอยังแต่งงานกับฟู่จิ่งเฉิง เธอปรารถนาเหลือเกินให้เขามาเอื้อนเอ่ยคำมั่นสัญญาเช่นนี้กับตน ทว่ากลับไม่เคยได้รับโอกาสนั้นเลยสักครั้งมาบัดนี้พวกเขาทั้งสองห
ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยเตือนด้วยสายตาดุดัน “เพราะงั้น ทางที่ดีเธออย่าพูดจะดีกว่า!”หัวใจของฟู่ตานฉิงพลันสั่นสะท้านขึ้นมาทันทีเธอคาดไม่ถึงเลยว่าซางเลี่ยรุ่ยจะถึงขั้นเอ่ยปากเตือนเธอเพื่อเวินหร่านถึงเพียงนี้เล็บมือของเธอจิกเกร็งเกือบจะจมหายลงไปในเนื้อเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไป ฟู่ตานฉิงมองใบหน้าด้านข้างอันเย็นชาของเขา แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ย “คุณจริงจังกับเธอหรือแค่เล่น ๆ คะ?”ซางเลี่ยรุ่ยไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยยิ่งไม่แยแสที่จะตอบคำถามของเธอด้วยซ้ำความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเวินหร่านจะเป็นอย่างไร ล้วนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอทั้งสิ้นเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะรับรู้เลยสักนิดเขาทำเป็นไม่ได้ยิน ในพริบตาเดียวก็ก้าวขายาวเดินจากไปอย่างรวดเร็วฟู่ตานฉิงยืนอยู่กับที่ด้วยความคับแค้นใจไฟแห่งความริษยาแผดเผาขึ้นมาในอก...เวินหร่านเปลี่ยนเป็นชุดราตรีสำรองของงานเลี้ยงสังสรรค์อยู่ในห้องรับรองเมื่อกลับเข้ามาในงานสังสรรค์ฟู่จิ่งเฉิงก็หาเธอจนพบ“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”ดวงตาลึกล้ำมืดมิดของเขาก็จ้องมองเธอ ราวกับกำลังพิเคราะห์และพิจารณาจับผิดเวินหร่านเพิ่งจะโดนซางเลี่ยรุ่ยจูบอ
เรื่องพวกนี้ก็ช่างเถอะ แต่เขามักจะนึกอยากจะจูบเธอกลางที่สาธารณะขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้พอไม่พอใจอะไรขึ้นมาหน่อยก็จ้องแต่จะฉีกทึ้งชุดของเธอให้ขาดวิ่นเวินหร่านอยากจะตัดขาดความสัมพันธ์นี้ให้มันจบ ๆ ไปเดี๋ยวนี้เสียจริง ๆ ชุดราตรีที่เธอสวมอยู่ถูกซางเลี่ยรุ่ยกระชากจนฉีกขาดเป็นรอยแหว่งไปเสียแล้ว เห็นได้ชัดว่าคงใส่ต่อไม่ได้อีกเวินหร่านจึงทำได้เพียงเดินมุ่งหน้าไปยังห้องรับรองที่ทางงานเลี้ยงจัดเตรียมไว้ให้ณ ที่ตรงนั้นน่าจะมีชุดราตรีสำรองไว้ให้เปลี่ยนในกรณีฉุกเฉินเนื่องจากฝีเท้าของเธอนั้นรีบร้อนจนเกินไป เธอจึงไม่ได้สังเกตเห็นเงาร่างที่เต็มไปด้วยความริษยาและเคียดแค้นตรงมุมมืดเลยแม้แต่น้อยฟู่ตานฉิงบังเอิญเห็นเวินหร่านเดินออกมาจากห้องหนึ่งด้วยสภาพชุดราตรีที่ยุ่งเหยิงไม่เรียบร้อยเธอหยุดฝีเท้าลงทันที พร้อมกับนึกอยากจะแอบสอดส่องดูให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ไม่นึกเลยว่าภายนอกเวินหร่านจะดูเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่เนื้อแท้กลับใจกล้าและสำส่อนถึงเพียงนี้เห็นได้ชัดว่าสามีอย่างฟู่จิ่งเฉิงก็มาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ด้วยแท้ ๆ แต่เธอกลับกล้าแอบลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งลับหลังสามีตัวเองได้ลงคอ
ทว่าชายหนุ่มกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทำเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อยเขาใช้มือบีบปลายคางของเธอไว้ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจูบฟัดอย่างดุดันและเร่าร้อนซางเลี่ยรุ่ยรุกล้ำเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ ปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธอไว้ด้วยริมฝีปาก“อื้อ...”เวินหร่านผลักเขาไม่ไหว สุดท้ายจึงทำได้เพียงปล่อยให้เขาตักตวงความหวานตามใจชอบท้ายที่สุดแล้วเธอก็คุ้นเคยกับเรือนร่างของเขาเป็นอย่างดีอยู่แล้วในความมืดมิด ประสาทสัมผัสทุกส่วนยิ่งถูกขยายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกเรือนร่างของคนทั้งสองแนบชิดสนิทแน่นไร้ช่องว่างอุณหภูมิรอบกายค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ ความโลภเริ่มเข้าครอบงำซางเลี่ยรุ่ยมือข้างหนึ่งของเขาซุกซนสอดเข้าไปในชุดราตรีของเธอ ลูบไล้สำรวจไปทั่วอย่างอุกอาจส่วนมืออีกข้างก็โอบรัดเอวบางของเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอดิ้นรนขยับเขยื้อนไปไหนริมฝีปากที่ร้อนผ่าวพรมจูบไล่เรื่อยลงมายังลำคอเปลือยเปล่าของเธอเขาอ้าปากขบเม้มดูดดึงอย่างแรง...“อย่าค่ะ!”เวินหร่านร้องปฏิเสธขึ้นตามสัญชาตญาณต่อให้ทั้งคู่จะเคยมาถึงขั้นนั้นแล้วก็ตาม แต่ในเวลานี้วินาทีนี้ เธอก็ยังคงทำใจยอมรับมันไม่ได้อยู่ดีทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ทั้
แล้วบรรดาคนเฒ่าคนแก่พวกนี้มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาให้เกียรติเธอด้วยล่ะ?โชคดีที่เธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย“อารุ่ย ฉันจะแนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จักคนหนึ่ง!”ผู้อาวุโสถังที่กำลังยืนทักทายพูดคุยอยู่กับซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยขึ้นกะทันหันยังไม่ทันที่เวินหร่านและซางเลี่ยรุ่ยจะได้ตั้งตัว ก็เห็นผู้อาวุโสถังหันหลังกลับไป พร้อมกับโบกมือเรียกจากนั้นเธอก็ได้เห็นฟู่จิ่งเฉิงในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ถือแก้วเครื่องดื่มเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาเวินหร่านเบิกตากว้างขึ้นในพริบตา เกือบจะคิดว่าตัวเองตาฝาดไปเสียแล้วทำไมฟู่จิ่งเฉิงถึงมาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ได้ล่ะ?เขากำลังขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาลึกซึ้งมืดครึ้มมองตรงมายังเธอ พร้อมกับสาวเท้าย่างกรายเข้ามาทีละก้าวจนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา“คุณชายรองตระกูลฟู่ ฟู่จิ่งเฉิง!” ผู้อาวุโสถังแนะนำด้วยท่าทีเป็นกันเอง “ส่วนนี่คือประธานซาง ซางเลี่ยรุ่ย!”เวินหร่านพลันสัมผัสได้ถึงกระแสคลื่นใต้น้ำสองสายที่ปะทะคุกรุ่นกันอยู่บนตัวของคนทั้งสองชายหนุ่มทั้งสองต่างจ้องมองสำรวจประเมินอีกฝ่ายโดยไม่มีใครยอมใครเลยแม้แต่น้อยผ่านไปครู่ใหญ่ ฟู่จิ่งเฉิงถึงได้ยื่นมื
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล






![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
