登入Chapter
3
กับดักที่ยังไม่เห็นหน้า 2
ภานุเดชเม้มริมฝิปากแน่น ลมหายใจของเขาหนักแน่นทว่าทอดถอนยาวอยู่ในอก เขาถอนสายตากลับมามองจานสเต๊กที่ยังเหลือเนื้ออยู่ครึ่งหนึ่ง รสชาติของอาหารราคาแพงในปากบัดนี้กลายเป็นความหวานเลี่ยนและขมปร่าไปเสียแล้ว เขาเกลียดการสนทนาในบ้าน เกลียดความระแวงไร้สาระของน้องสาว แต่เขารู้ดีว่าการขัดใจพ่อและแม่เพื่อพนักงานบริษัทเพียงคนเดียว ย่อมหมายถึงความวุ่นวายที่จะตามมาแบบไม่สิ้นสุด เขาจึงเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้วันวิวาห์กลายเป็นเหยื่อรับบาปในเรื่องนี้
“แล้วย้ายไปที่ไหน?” เกริกเกียรติถามขึ้น สายตาจับจ้องที่ลูกสาวคนเล็ก
“เหมืองภูคำค่ะพ่อ เหมืองหินของน้าผา” ศศิรินทร์ยิ้มกว้าง นัยน์ตาประกายความสะใจแบบเปิดเผย
“กิ๊กเห็นว่าน้าผากำลังขาดคนคุมงบที่เหมือง แล้วก็ที่สำคัญน้าผาไม่ชอบพวกคนเมืองเหยาะแหยะใช่ไหมล่ะคะ? ปากดุ ห่าม เกลียดพวกผู้หญิงดัดจริตเป็นที่สุด ถ้ายัยวันวิวาห์ไปอยู่ที่โน่น โดนน้าผาดัดนิสัยซะบ้าง คงจะได้รู้ซะทีว่าตัวเองอยู่ระดับไหน!”
เกริกเกียรติฟังแล้วพยักหน้าช้า ๆ อย่างเห็นด้วย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของชายวัยชรา เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะกดยกสายหาใครบางคนทันที
“นั่นคุณพ่อจะโทรหาใครคะ?” ศศิรินทร์ถามด้วยความสนใจ
“โทรหาน้าผาของแกไง...” เกริกเกียรติเอ่ย เสียงหัวเราะในลำคอดังหึ ๆ
“จะส่งคนไปทั้งทีก็ต้องฝากฝังให้มันพิเศษเป็นเรื่องเป็นราวหน่อย”
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ปลายสายจะกดรับ เสียงซ่าของสัญญาณตามสายในแถบดอยสูงสอดแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงลมพัดและเสียงเครื่องจักรที่กำลังทำงานหนักดังก้องมาจากระยะไกล
(ว่าไงครับพี่เกริก?)
น้ำเสียงทุ้มเข้ม ดุดัน และห้าวห้วนดังผ่านลำโพงโทรศัพท์ที่เกริกเกียรติเปิด speakerphone ไว้กลางโต๊ะอาหาร น้ำเสียงนั้นไม่ได้อ่อนหวาน ไม่มีคำประดิดประดอย และเต็มไปด้วยพลังอำนาจของคนที่อยู่เหนือคนงานนับร้อย
“แสนผาเหรอ ทำอะไรอยู่ล่ะ?” เกริกเกียรติทักทายด้วยน้ำเสียงถือดีตามประสาพี่เขย
(กำลังตรวจไซด์งานฝั่งตะวันตกครับ ลมฝนกำลังจะมา มีอะไรหรือเปล่า? ปกติพี่ไม่ค่อยโทรหาผมเวลานี้) พ่อเลี้ยงแสนผาตอบกลับมา จังหวะการพูดของเขากระชับ ไม่ยืดเยื้อ ได้ยินเสียงรองเท้าบูทหนาหนักกระทบพื้นหินกรวดดังเป็นระยะ
“เรื่องพนักงานบัญชีคนใหม่นั่นแหละ...” เกริกเกียรติเอียงคอมองศศิรินทร์ที่ส่งสัญญาณทางสายตาให้พูดต่อ
“คนที่จะย้ายไปประจำการที่เหมืองแกต้นเดือนหน้า ที่ชื่อวันวิวาห์”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงลมฟึดฟัดและเสียงเครื่องยนต์ ดีเซลดังกระหึ่ม
(อ้อ...คนที่จะย้ายมาจากสำนักงานใหญ่? ผมเห็นหนังสือขอย้ายและผมก็เซ็นอนุมัติไปแล้ว)
“เออคนนั้นแหละ” เกริกเกียรติปรับน้ำเสียงให้ดูเข้มข้นและจริงจัง
“ฉันอยากจะฝากแกหน่อยนะแสนผา ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา อยู่ทางนี้ทำตัวเป็นหงส์ อ่อยไอ้ภานุซะจนงานการแทบเสีย มารยาร้อยเล่มเกวียน ยัยกิ๊กมันทนไม่ไหวเลยต้องขอให้ย้ายไปให้แกดัดนิสัยที่โน่น”
ศศิรินทร์รีบยื่นหน้าเข้ามาใกล้โทรศัพท์ “น้าผาคะ! กิ๊กเองนะคะแม่นั่นน่ะชอบทำตัวสะสวย อ่อนหวาน น่าสงสาร แต่จริง ๆ ทะเยอทะยานมาก ชอบใช้เสน่ห์ยวนยั่วผู้ชาย น้าผาช่วยดูแลเป็นพิเศษหน่อยนะคะ เอาให้รู้ซะบ้างว่าเหมืองบ้านนอกเขาลุยกันยังไง อย่าปล่อยให้มานั่งชูคอทำตัวเป็นคุณนายในห้องแอร์นะคะ!”
เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ในลำคอดังมาจากปลายสาย มันไม่ใช่เสียงหัวเราะด้วยความขบขัน หากแต่เป็นเสียงหัวเราะที่แฝงความหยามหยันและดุดัน
(หึ! ผู้หญิงเมืองกรุงที่ชอบชูคองั้นเหรอ?) เสียงของพ่อเลี้ยงแสนผาเน้นหนักทุกคำ
(พี่เกริกกับยัยกิ๊กไม่ต้องห่วงหรอก เหมืองภูคำไม่ใช่ที่สำหรับพวกแต่งหน้าทาปากมานั่งเสนอหน้า ถ้าคิดจะมาใช้นิสัยร่าน ๆ หรือทำตัวเหยาะแหยะที่นี่ ผมจะดัดหลังให้กราบเท้าลาออกไปเอง!)
คำว่า
ร่าน และ ดัดหลัง ที่ออกจากปากของพ่อเลี้ยงแสนผา ทำเอาศศิรินทร์ยิ้มกว้างด้วยความสะใจ เธอสบตากับแม่ที่พยักหน้ารับอย่างพอใจ ภานุเดชที่นั่งฟังอยู่ถึงกับกำแก้วน้ำในมือแน่นจนข้อขึ้นสีขาว ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกผิดบางอย่างแล่นเข้ามาในอกเมื่อนึกถึงใบหน้าของวันวิวาห์ ผู้หญิงที่เก่ง ฉลาด และตั้งใจทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจมาตลอด แต่กลับต้องถูกส่งไปเข้าปากเสืออย่างน้าแสนผา ชายหนุ่มที่ไม่เคยปรานีใคร และเกลียดความดัดจริตเข้าไส้“เออ แกพูดแบบนี้ฉันก็สบายใจ” เกริกเกียรติสรุป
“ฝากด้วยแล้วกันแสนผา ให้ออกไปลุยงานหนัก ๆ ให้รู้รสชาติชีวิตซะบ้าง”
(แค่นี้นะครับพี่ ฝนจะตกแล้ว ผมต้องไปดูคันดิน)
สายถูกตัดไปทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงสัญญาณตู้ด ๆ ศศิรินทร์หยิบแก้วไวน์ขึ้นยกดื่มอย่างมีความสุข รสชาติไวน์บอร์กโดซ์ปีเก่าแก่นุ่มลิ้นยิ่งกว่าเดิมเมื่อคิดถึงอนาคตของวันวิวาห์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“กินข้าวกันต่อเถอะค่ะคุณพ่อ คืนนี้อาหารบ้านเราอร่อยจริง ๆ”
บนโต๊ะอาหารหรูหรา เสียงช้อนส้อมเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง แสงไฟคริสตัลยังคงส่องสว่างนุ่มนวล ทว่าใต้ความมั่งคั่งและสูงส่งนั้น อคติและความเกลียดชังได้ถูกส่งผ่านสายโทรศัพท์ ไปยังเหมืองแร่อันห่างไกลความเจริญเรียบร้อยแล้ว โดยที่วันวิวาห์ไม่เคยรู้เลยว่า พ่อเลี้ยงแสนผาได้เกลียดเธอเข้าไส้ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าเธอเลยด้วยซ้ำ!
(✿◠‿◠)
นั่นไงงงงง ใส่สีตีไข่ไปโน่นแล้วยัยศศิรินทร์ขี้อิจฉา โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยเด้อทุกคน ó_ò
Chapter 3กับดักที่ยังไม่เห็นหน้า 2ภานุเดชเม้มริมฝิปากแน่น ลมหายใจของเขาหนักแน่นทว่าทอดถอนยาวอยู่ในอก เขาถอนสายตากลับมามองจานสเต๊กที่ยังเหลือเนื้ออยู่ครึ่งหนึ่ง รสชาติของอาหารราคาแพงในปากบัดนี้กลายเป็นความหวานเลี่ยนและขมปร่าไปเสียแล้ว เขาเกลียดการสนทนาในบ้าน เกลียดความระแวงไร้สาระของน้องสาว แต่เขารู้ดีว่าการขัดใจพ่อและแม่เพื่อพนักงานบริษัทเพียงคนเดียว ย่อมหมายถึงความวุ่นวายที่จะตามมาแบบไม่สิ้นสุด เขาจึงเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้วันวิวาห์กลายเป็นเหยื่อรับบาปในเรื่องนี้“แล้วย้ายไปที่ไหน?” เกริกเกียรติถามขึ้น สายตาจับจ้องที่ลูกสาวคนเล็ก“เหมืองภูคำค่ะพ่อ เหมืองหินของน้าผา” ศศิรินทร์ยิ้มกว้าง นัยน์ตาประกายความสะใจแบบเปิดเผย“กิ๊กเห็นว่าน้าผากำลังขาดคนคุมงบที่เหมือง แล้วก็ที่สำคัญน้าผาไม่ชอบพวกคนเมืองเหยาะแหยะใช่ไหมล่ะคะ? ปากดุ ห่าม เกลียดพวกผู้หญิงดัดจริตเป็นที่สุด ถ้ายัยวันวิวาห์ไปอยู่ที่โน่น โดนน้าผาดัดนิสัยซะบ้าง คงจะได้รู้ซะทีว่าตัวเองอยู่ระดับไหน!”เกริกเกียรติฟังแล้วพยักหน้าช้า ๆ อย่างเห็นด้วย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของชายวัยชรา เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะขึ้นมา ก่อ
Chapter3กับดักที่ยังไม่เห็นหน้า 1เสียงช้อนส้อมเงินแท้กระทบจานกระเบื้องเนื้อดีดังแกร๊กสั้น ๆ ท่ามกลางความเงียบงันอันหนักอึ้งภายในห้องอาหาร โคมไฟคริสตัลขนาดใหญ่ โคมไฟเจียระไนระยิบระยับสะท้อนแสงสีส้มอุ่นลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดเงาวับ ที่ยาวร่วมสี่เมตร กลิ่นหอมของสเต๊กเนื้อวากิวซอสพริกไทยดำปะปนกับกลิ่นไวน์แดงบอร์กโดซ์ปีเก่าแก่ แต่ทว่าบรรยากาศรอบโต๊ะกลับเย็นชืดไม่ต่างจากห้องแช่แข็งภานุเดชขยับมีดตัดชิ้นเนื้อในจานอย่างพิถีพิถัน จังหวะการกดน้ำหนักมือสม่ำเสมอจนเกิดเสียงเนื้อกระทบจานเป็นจังหวะเบา ๆ เขาไม่ได้ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มในทันที และไม่ได้สบตากับใคร นัยน์ตาคู่เรียวภายใต้กรอบแว่นสายตาทอดมองเพียงความเป๊ะของจานอาหารตรงหน้า ลมหายใจเข้าออกแผ่วเบาจนแทบไร้ความรู้สึก“เชฟของบ้านเรายังหมักเนื้อได้ดีนี่คะคุณแม่...” ศศิรินทร์จิ้มเนื้อเข้าปาก เคี้ยวอย่างละเมียดละไมพลางเอ่ยขึ้น จังหวะการละเลียดอาหารของเธอเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ที่ไม่ได้มาจากรสชาติของเนื้อในจาน หากแต่มาจากความสาแก่ใจที่กำลังอัดแน่นอยู่ในอก เดรสสีขาวครีมราคาแพงขับให้เธอดูน่าทะนุถนอมในสายตาของพ่อและแม่เกริกเกียรติ ผู้เป็นพ่อในวัยหกสิบกว่
Chapter2กลิ่นขนมปังอบและคำล่ำลากลิ่นวานิลลาหอมหวานอบอวลปะปนกับกลิ่นเนยสดที่กำลังละลายในเตาอบ อุณหภูมิอบอุ่โฉมฉายยในร้าน ‘วิวาห์คาเฟ่’ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับไอเย็นชืดของเครื่องปรับอากาศในออฟฟิศใจกลางเมืองกรุง เสียงนาฬิกาเรือนเก่าบนผนังไม้ดัง ติ๊ก ติ๊ก เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงฟองนมที่กำลังถูกสตรีมด้วยแรงดันจากเครื่องชงกาแฟวันวิวาห์มองทอดสายตาผ่านกระจกหน้าต่างร้าน ออกไปทางถนนสายเล็ก ๆ ในชุมชนเก่า แสงแดดอุ่นยามเช้าทอดเงายาวผ่านทิวไม้ สัมผัสอุ่นจากถ้วยเซรามิคในมือไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดที่แล่นเกร็งอยู่บริเวณลำคอเลือนหายไป นิ้วโป้งของเธอใช้วิธีลูบขอบแก้ววนไปมาจังหวะเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า“วาห์ กาแฟเย็นหมดแล้วลูก”เสียงทุ้มหวานทว่าแฝงความเหนื่อยล้าอิดโรยดังขึ้นข้างกาย โฉมฉาย ผู้เป็นแม่ วางถาดไม้บรรจุจานขนมปังกระเทียมหอมกรุ่นลงบนโต๊ะ ร่างผอมบางในชุดเอี๊ยมผ้าฝ้ายสีครีมสวมทับเสื้อแขนยาว มีรอยคราบแป้งสาลีแต้มอยู่ตรงปลายจมูกและข้างแก้ม ริมฝิปากของแม่ระบายยิ้ม แต่นัยน์ตาคู่ฝ้าฟางกลับฉายแววหม่นแสงด้วยความอิดโรยจากโรคร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ภายในวันวิวาห์รีบวางแก้วกาแฟลง ยื่นมือไปกุมมือที่ข
Chapter 1คำสั่งเนรเทศ! 2“แกจะบ้าเหรอยัยวาห์! ยอมย้ายไปเหมืองภูคำเนี่ยนะ?!” เสียงโวยวายของพราวฟ้าดังขึ้นกลางร้านอาหารริมทาง กลิ่นควันจากเตาปิ้งหมูสะเต๊ะและเสียงรถยนต์บนถนนใหญ่ไม่ได้ช่วยลดความตึงเครียดบนโต๊ะอาหารลงได้เลย พราวฟ้าจับมือเพื่อนสนิทแน่นด้วยความกังวลใจแทน“ถ้าฉันไม่ยอมย้ายไป ฉันก็โดนบีบให้ออกอยู่ดีน่ะสิพราวฟ้า” วันวิวาห์ใช้ช้อนคนต้มยำในถ้วยไปมา โดยไม่ได้ตักเข้าปากเลยสักคำ“แม่ของฉันต้องใช้เงินค่ายาเดือนละหลายหมื่น ถ้าย้ายไปเริ่มงานใหม่ตอนโดนป้ายสีประวัติ ฉันจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงครอบครัว?”“แต่นี่มันการแกล้งกันชัด ๆ!” พราวฟ้าทุบโต๊ะเบา ๆ“ยัยศศิรินทร์นั่นมันประสาท! หึงพี่ชายจนกลายเป็นบ้า แล้วน้าชายยัยนั่น ชื่ออะไรนะ ไอ้พ่อเลี้ยงแสนผาอะไรนั่นน่ะ ฉันเคยยินพวกแผนกขนส่งคุยกันว่าเขาดุอย่างกับเสือ ปากเสีย ดิบห่าม คนงานกลัวกันจนหัวหด แกเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สวย ๆ แบบนี้ จะไปทนมือทนเท้าเขาได้ยังไง!”“ฉันไม่ได้ไปเป็นเบ๊ให้เขา ฉันไปทำงานบัญชี เขาทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่ะยัยพราวฟ้า” วันวิวาห์สบตาพราวฟ้า น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว“ถึงเขาจะปากร้าย จะห่ามแค่ไหน มันก็เรื่องของเขา ถ้
Chapter 1 คำสั่งเนรเทศ! 1กลิ่นกาแฟเอสเพรสโซที่เพิ่งสกัดเสร็จใหม่ ๆ อบอวลแข่งกับไอหอมบางเบาของน้ำหอมกลิ่นโรสดามัสก์ประจำตัววันวิวาห์ มันเป็นกลิ่นสะอาด หอมละมุน ทว่าทิ้งปลายกลิ่นลึกซึ้งไว้ในอากาศ จังหวะที่ปลายนิ้วเรียวยาวที่ตัดแต่งเล็บอย่างเนียนกริบเคาะลงบนคีย์บอร์ดเร็วกระชับเสียงคลิ๊กหนักแน่นเป็นจังหวะสอดรับกับไอเย็นเฉียบยี่สิบเอ็ดองศาจากเครื่องปรับอากาศที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ฝ้าเพดานบนหน้าจอจอความละเอียดสูง ปรากฏตารางงบประมาณโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับมัลติมิเลียน ตัวเลขหลักร้อยล้านจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบตามหมวดหมู่ ความผิดพลาดเท่ากับศูนย์วันวิวาห์เอนหลังพิงเบาะหนังแท้ สูดลมหายใจเข้าลึกจนทรวงอกอิ่มยกรวดเร็ว ก่อนจะผ่อนออกยาว ๆ ผ่านเรียวปากสีชมพูกลีบบัว ที่ทาลิปสติกเนื้อแมทไว้เป๊ะทุกองศา เรือนร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเบจขับผิวขาวเนียนให้ดูผุดผ่องเป็นยองใย แม้ในดวงตาคู่คมหวานนั้นจะมีรอยฝ้าบวมแดงเล็ก ๆ จากการอดหลับอดนอนติดต่อกันถึงสามคืนติดต่อกัน แต่นั่นก็ไม่อาจลดทอนเสน่ห์อันโดดเด่นของนักวิเคราะห์การเงินมือหนึ่งประจำบริษัทได้เลย เธอหยิบแก้วกระเบื้องสีครีมขึ้นจิบ น้ำดำรสเข้มข้น
บทนำโดนกลั่นแกล้งให้ระเห็จมาไกลถึงเหมืองบ้านนอก คิดว่าชีวิตตกอับแล้ว แต่กลับต้องมาเจอเจ้าของเหมืองปากร้าย ห่าม และดิบขยี้ใจ ที่คอยต้อนเธอเข้ามุมห้องทุกครั้งที่มีโอกาส!“ผู้หญิงเมืองกรุงเหยาะแหยะอย่างเธอ อยู่เหมืองนี้ไม่ได้นานหรอก เว้นแต่จะยอมมาเป็นเด็กฉัน!”การถูกเนรเทศออกจากสังคมเมืองอันหรูหรา เพราะความเข้าใจผิด เป็นสิ่งที่ ‘วันวิวาห์’ ไม่เคยคาดคิด แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเธอถูกส่งตัวไปประจำการที่ เหมืองภูคำ เหมืองหินและแร่อันห่างไกลความเจริญทางภาคเหนือ เพียงเพราะลูกสาวเจ้าของบริษัทระแวงว่าเธอจะอ่อยพี่ชายเพื่อหวังตกถังข้าวสารจากนักวิเคราะห์การเงินมือหนึ่งผู้กุมบัญชีของบริษัทใหญ่โตต้องก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งทิวเขา ฝุ่นหิน และความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความอันตราย แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าสภาพแวดล้อมคือ พ่อเลี้ยงแสนผา เจ้าของเหมืองภูคำ หนุ่มใหญ่ผู้เป็นน้าชายของคนที่แกล้งเธอ เขาคือชายหนุ่มลุคดิบห่าม ปากร้าย ไม่ชอบพวกคนเมืองเหยาะแหยะ และไร้ซึ่งความอ่อนโยนท่ามกลางสายฝนและควันหมอกบนยอดดอย และความตึงเครียดในไซด์งาน บททดสอบทางอารมณ์และเสน่หาอันดิบเถื่อนจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อคนหนึ่งยิ่งหนี แต่







