登入Chapter
3
กับดักที่ยังไม่เห็นหน้า 1
เสียงช้อนส้อมเงินแท้กระทบจานกระเบื้องเนื้อดีดังแกร๊กสั้น ๆ ท่ามกลางความเงียบงันอันหนักอึ้งภายในห้องอาหาร โคมไฟคริสตัลขนาดใหญ่ โคมไฟเจียระไนระยิบระยับสะท้อนแสงสีส้มอุ่นลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดเงาวับ ที่ยาวร่วมสี่เมตร กลิ่นหอมของสเต๊กเนื้อวากิวซอสพริกไทยดำปะปนกับกลิ่นไวน์แดงบอร์กโดซ์ปีเก่าแก่ แต่ทว่าบรรยากาศรอบโต๊ะกลับเย็นชืดไม่ต่างจากห้องแช่แข็ง
ภานุเดชขยับมีดตัดชิ้นเนื้อในจานอย่างพิถีพิถัน จังหวะการกดน้ำหนักมือสม่ำเสมอจนเกิดเสียงเนื้อกระทบจานเป็นจังหวะเบา ๆ เขาไม่ได้ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มในทันที และไม่ได้สบตากับใคร นัยน์ตาคู่เรียวภายใต้กรอบแว่นสายตาทอดมองเพียงความเป๊ะของจานอาหารตรงหน้า ลมหายใจเข้าออกแผ่วเบาจนแทบไร้ความรู้สึก
“เชฟของบ้านเรายังหมักเนื้อได้ดีนี่คะคุณแม่...” ศศิรินทร์จิ้มเนื้อเข้าปาก เคี้ยวอย่างละเมียดละไมพลางเอ่ยขึ้น จังหวะการละเลียดอาหารของเธอเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ที่ไม่ได้มาจากรสชาติของเนื้อในจาน หากแต่มาจากความสาแก่ใจที่กำลังอัดแน่นอยู่ในอก เดรสสีขาวครีมราคาแพงขับให้เธอดูน่าทะนุถนอมในสายตาของพ่อและแม่
เกริกเกียรติ ผู้เป็นพ่อในวัยหกสิบกว่าปีนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ผิวพรรณเต่งตึงจากการดูแลอย่างดี สมฐานะประธานกรรมการใหญ่ของเครือบริษัท เขาจิบไวน์แดงลงคอช้า ๆ รสสัมผัสเข้มข้นกลมกล่อม ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดปากบนตักบนขึ้นมาเช็ดริมฝีปากที่เลอะซอส
“เรื่องย้ายพนักงานบัญชีคนนั้นเรียบร้อยดีใช่ไหมยัยกิ๊ก?” เกริกเกียรติเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องในห้องกว้าง
“เรียบร้อยดีค่ะคุณพ่อ” ศศิรินทร์วางช้อนส้อมลงบนจาน เกิดเสียง แกร๊งดังชัดกว่าปกติเล็กน้อย เธอขยับตัวนั่งหลังตรง คลี่ยิ้มบาง ๆ อย่าง
สง่างาม“แม่นั่นเซ็นรับทราบคำสั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่มีอิดออด ซึ่งก็แปลกนะคะ ยอมง่ายขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ตอนอยู่ออฟฟิศชอบทำตัวเป็นคนสำคัญ ของพี่ภานุมาโดยตลอด”
ประโยคนั้นทำให้มือของภานุเดชที่กำลังจับมีดตัดเนื้อชะงักไปครึ่งจังหวะ เขาวางมีดลงข้างจานช้า ๆ นัยน์ตาหลังกรอบแว่นไหววูบ ก่อนจะประสานมือไว้บนโต๊ะ
“วันวิวาห์เขาเป็นคนที่ทำงานเก่ง งานบัญชีคุมงบที่เหมืองภูคำก็ต้องการคนละเอียดแบบเขาไปช่วยดูแล” ภานุเดชเอ่ยน้ำเสียงเรียบต่ำ ทว่าท่อนแขนใต้เสื้อเชิ้ตลายแถบเกร็งตึงอย่างเห็นได้ชัด
“เก่งงานหรือเก่งเรื่องอย่างอื่นกันแน่คะพี่ภานุ?” ศศิรินทร์ขัดขึ้นทันควัน หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะแฝงความเย้ยหยันอย่างชัดเจน
“พี่ภานุก็เป็นซะอย่างนี้ ถึงมองแม่นั่นไม่ออก! พ่อคะ...พ่อรู้ไหมคะว่ายัยวันวิวาห์นั่นน่ะ อยู่มัธยมโรงเรียนเดียวกับกิ๊ก ทำตัวเป็นสาวน่าสงสาร ดึงดูดผู้ชายไปทั่ว พอเข้ามาทำงานที่นี่ก็ใช้มารยาหญิงเกาะพี่ภานุไม่ห่าง ชอบเสนอตัวอยู่ทำงานดึก ๆ ดื่น ๆ สองต่อสองหวังยั่วให้พี่ภานุใจอ่อน จะได้ขยับตำแหน่งเป็นคุณนาย!”
“กิ๊ก พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย” ภานุเดชหันไปมองน้องสาว น้ำเสียงเข้มขึ้นครึ่งระดับ สายตาจ้องมองศศิรินทร์ตรง ๆ ทว่าแววตาไม่ได้ฉายแววโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นความเหนื่อยหน่ายและยอมรับชะตากรรมที่ไม่อาจขัดใจคนในบ้านได้
“ทำไมคะ ก็กิ๊กพูดความจริง!” ศศิรินทร์หันไปหาผู้เป็นพ่อ
“พ่อก็เห็นไม่ใช่เหรอคะว่าช่วงหลัง ๆ พี่ภานุเริ่มไม่ค่อยฟังคำเตือนของพวกเราเลย เพราะมีผู้หญิงคนนี้คอยเสี้ยมอยู่ข้างหู ถ้ากิ๊กไม่จัดการย้ายยัยนั่นไปให้พ้นทาง มีหวังตระกูลเราคงได้เป็นถังข้าวสารให้พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาเสพสุขแน่!”
คุณหญิงกรรณิการ์ ผู้เป็นแม่วางแก้วน้ำลงเบา ๆ นัยน์ตาเรียวยาวแบบคนมีตระกูลทอดมองลูกชายด้วยสายตาติเตียนเล็กน้อย
“ถ้าเรื่องมันเป็นแบบนั้นจริง ยัยกิ๊กทำถูกแล้วล่ะภานุ” ผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
“ผู้หญิงสมัยนี้ไว้ใจยาก หน้าตาสวยหมดจด ทำตัวน่าสงสาร แต่ว่าข้างในแฝงความทะเยอทะยานไว้เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เราเป็นตระกูลใหญ่ จะปล่อยให้มีเรื่องแปดเปื้อนแบบนี้ไม่ได้”
(︶^︶)
ไม่ทันไรก็ใส่ไฟให้พี่แสนผาเกลียดน้องวาห์ของไรท์แล้ว โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยเด้อทุกคนนนนนน
Chapter 3กับดักที่ยังไม่เห็นหน้า 2ภานุเดชเม้มริมฝิปากแน่น ลมหายใจของเขาหนักแน่นทว่าทอดถอนยาวอยู่ในอก เขาถอนสายตากลับมามองจานสเต๊กที่ยังเหลือเนื้ออยู่ครึ่งหนึ่ง รสชาติของอาหารราคาแพงในปากบัดนี้กลายเป็นความหวานเลี่ยนและขมปร่าไปเสียแล้ว เขาเกลียดการสนทนาในบ้าน เกลียดความระแวงไร้สาระของน้องสาว แต่เขารู้ดีว่าการขัดใจพ่อและแม่เพื่อพนักงานบริษัทเพียงคนเดียว ย่อมหมายถึงความวุ่นวายที่จะตามมาแบบไม่สิ้นสุด เขาจึงเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้วันวิวาห์กลายเป็นเหยื่อรับบาปในเรื่องนี้“แล้วย้ายไปที่ไหน?” เกริกเกียรติถามขึ้น สายตาจับจ้องที่ลูกสาวคนเล็ก“เหมืองภูคำค่ะพ่อ เหมืองหินของน้าผา” ศศิรินทร์ยิ้มกว้าง นัยน์ตาประกายความสะใจแบบเปิดเผย“กิ๊กเห็นว่าน้าผากำลังขาดคนคุมงบที่เหมือง แล้วก็ที่สำคัญน้าผาไม่ชอบพวกคนเมืองเหยาะแหยะใช่ไหมล่ะคะ? ปากดุ ห่าม เกลียดพวกผู้หญิงดัดจริตเป็นที่สุด ถ้ายัยวันวิวาห์ไปอยู่ที่โน่น โดนน้าผาดัดนิสัยซะบ้าง คงจะได้รู้ซะทีว่าตัวเองอยู่ระดับไหน!”เกริกเกียรติฟังแล้วพยักหน้าช้า ๆ อย่างเห็นด้วย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของชายวัยชรา เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะขึ้นมา ก่อ
Chapter3กับดักที่ยังไม่เห็นหน้า 1เสียงช้อนส้อมเงินแท้กระทบจานกระเบื้องเนื้อดีดังแกร๊กสั้น ๆ ท่ามกลางความเงียบงันอันหนักอึ้งภายในห้องอาหาร โคมไฟคริสตัลขนาดใหญ่ โคมไฟเจียระไนระยิบระยับสะท้อนแสงสีส้มอุ่นลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดเงาวับ ที่ยาวร่วมสี่เมตร กลิ่นหอมของสเต๊กเนื้อวากิวซอสพริกไทยดำปะปนกับกลิ่นไวน์แดงบอร์กโดซ์ปีเก่าแก่ แต่ทว่าบรรยากาศรอบโต๊ะกลับเย็นชืดไม่ต่างจากห้องแช่แข็งภานุเดชขยับมีดตัดชิ้นเนื้อในจานอย่างพิถีพิถัน จังหวะการกดน้ำหนักมือสม่ำเสมอจนเกิดเสียงเนื้อกระทบจานเป็นจังหวะเบา ๆ เขาไม่ได้ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มในทันที และไม่ได้สบตากับใคร นัยน์ตาคู่เรียวภายใต้กรอบแว่นสายตาทอดมองเพียงความเป๊ะของจานอาหารตรงหน้า ลมหายใจเข้าออกแผ่วเบาจนแทบไร้ความรู้สึก“เชฟของบ้านเรายังหมักเนื้อได้ดีนี่คะคุณแม่...” ศศิรินทร์จิ้มเนื้อเข้าปาก เคี้ยวอย่างละเมียดละไมพลางเอ่ยขึ้น จังหวะการละเลียดอาหารของเธอเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ที่ไม่ได้มาจากรสชาติของเนื้อในจาน หากแต่มาจากความสาแก่ใจที่กำลังอัดแน่นอยู่ในอก เดรสสีขาวครีมราคาแพงขับให้เธอดูน่าทะนุถนอมในสายตาของพ่อและแม่เกริกเกียรติ ผู้เป็นพ่อในวัยหกสิบกว่
Chapter2กลิ่นขนมปังอบและคำล่ำลากลิ่นวานิลลาหอมหวานอบอวลปะปนกับกลิ่นเนยสดที่กำลังละลายในเตาอบ อุณหภูมิอบอุ่โฉมฉายยในร้าน ‘วิวาห์คาเฟ่’ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับไอเย็นชืดของเครื่องปรับอากาศในออฟฟิศใจกลางเมืองกรุง เสียงนาฬิกาเรือนเก่าบนผนังไม้ดัง ติ๊ก ติ๊ก เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงฟองนมที่กำลังถูกสตรีมด้วยแรงดันจากเครื่องชงกาแฟวันวิวาห์มองทอดสายตาผ่านกระจกหน้าต่างร้าน ออกไปทางถนนสายเล็ก ๆ ในชุมชนเก่า แสงแดดอุ่นยามเช้าทอดเงายาวผ่านทิวไม้ สัมผัสอุ่นจากถ้วยเซรามิคในมือไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดที่แล่นเกร็งอยู่บริเวณลำคอเลือนหายไป นิ้วโป้งของเธอใช้วิธีลูบขอบแก้ววนไปมาจังหวะเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า“วาห์ กาแฟเย็นหมดแล้วลูก”เสียงทุ้มหวานทว่าแฝงความเหนื่อยล้าอิดโรยดังขึ้นข้างกาย โฉมฉาย ผู้เป็นแม่ วางถาดไม้บรรจุจานขนมปังกระเทียมหอมกรุ่นลงบนโต๊ะ ร่างผอมบางในชุดเอี๊ยมผ้าฝ้ายสีครีมสวมทับเสื้อแขนยาว มีรอยคราบแป้งสาลีแต้มอยู่ตรงปลายจมูกและข้างแก้ม ริมฝิปากของแม่ระบายยิ้ม แต่นัยน์ตาคู่ฝ้าฟางกลับฉายแววหม่นแสงด้วยความอิดโรยจากโรคร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ภายในวันวิวาห์รีบวางแก้วกาแฟลง ยื่นมือไปกุมมือที่ข
Chapter 1คำสั่งเนรเทศ! 2“แกจะบ้าเหรอยัยวาห์! ยอมย้ายไปเหมืองภูคำเนี่ยนะ?!” เสียงโวยวายของพราวฟ้าดังขึ้นกลางร้านอาหารริมทาง กลิ่นควันจากเตาปิ้งหมูสะเต๊ะและเสียงรถยนต์บนถนนใหญ่ไม่ได้ช่วยลดความตึงเครียดบนโต๊ะอาหารลงได้เลย พราวฟ้าจับมือเพื่อนสนิทแน่นด้วยความกังวลใจแทน“ถ้าฉันไม่ยอมย้ายไป ฉันก็โดนบีบให้ออกอยู่ดีน่ะสิพราวฟ้า” วันวิวาห์ใช้ช้อนคนต้มยำในถ้วยไปมา โดยไม่ได้ตักเข้าปากเลยสักคำ“แม่ของฉันต้องใช้เงินค่ายาเดือนละหลายหมื่น ถ้าย้ายไปเริ่มงานใหม่ตอนโดนป้ายสีประวัติ ฉันจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงครอบครัว?”“แต่นี่มันการแกล้งกันชัด ๆ!” พราวฟ้าทุบโต๊ะเบา ๆ“ยัยศศิรินทร์นั่นมันประสาท! หึงพี่ชายจนกลายเป็นบ้า แล้วน้าชายยัยนั่น ชื่ออะไรนะ ไอ้พ่อเลี้ยงแสนผาอะไรนั่นน่ะ ฉันเคยยินพวกแผนกขนส่งคุยกันว่าเขาดุอย่างกับเสือ ปากเสีย ดิบห่าม คนงานกลัวกันจนหัวหด แกเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สวย ๆ แบบนี้ จะไปทนมือทนเท้าเขาได้ยังไง!”“ฉันไม่ได้ไปเป็นเบ๊ให้เขา ฉันไปทำงานบัญชี เขาทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่ะยัยพราวฟ้า” วันวิวาห์สบตาพราวฟ้า น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว“ถึงเขาจะปากร้าย จะห่ามแค่ไหน มันก็เรื่องของเขา ถ้
Chapter 1 คำสั่งเนรเทศ! 1กลิ่นกาแฟเอสเพรสโซที่เพิ่งสกัดเสร็จใหม่ ๆ อบอวลแข่งกับไอหอมบางเบาของน้ำหอมกลิ่นโรสดามัสก์ประจำตัววันวิวาห์ มันเป็นกลิ่นสะอาด หอมละมุน ทว่าทิ้งปลายกลิ่นลึกซึ้งไว้ในอากาศ จังหวะที่ปลายนิ้วเรียวยาวที่ตัดแต่งเล็บอย่างเนียนกริบเคาะลงบนคีย์บอร์ดเร็วกระชับเสียงคลิ๊กหนักแน่นเป็นจังหวะสอดรับกับไอเย็นเฉียบยี่สิบเอ็ดองศาจากเครื่องปรับอากาศที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ฝ้าเพดานบนหน้าจอจอความละเอียดสูง ปรากฏตารางงบประมาณโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับมัลติมิเลียน ตัวเลขหลักร้อยล้านจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบตามหมวดหมู่ ความผิดพลาดเท่ากับศูนย์วันวิวาห์เอนหลังพิงเบาะหนังแท้ สูดลมหายใจเข้าลึกจนทรวงอกอิ่มยกรวดเร็ว ก่อนจะผ่อนออกยาว ๆ ผ่านเรียวปากสีชมพูกลีบบัว ที่ทาลิปสติกเนื้อแมทไว้เป๊ะทุกองศา เรือนร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเบจขับผิวขาวเนียนให้ดูผุดผ่องเป็นยองใย แม้ในดวงตาคู่คมหวานนั้นจะมีรอยฝ้าบวมแดงเล็ก ๆ จากการอดหลับอดนอนติดต่อกันถึงสามคืนติดต่อกัน แต่นั่นก็ไม่อาจลดทอนเสน่ห์อันโดดเด่นของนักวิเคราะห์การเงินมือหนึ่งประจำบริษัทได้เลย เธอหยิบแก้วกระเบื้องสีครีมขึ้นจิบ น้ำดำรสเข้มข้น
บทนำโดนกลั่นแกล้งให้ระเห็จมาไกลถึงเหมืองบ้านนอก คิดว่าชีวิตตกอับแล้ว แต่กลับต้องมาเจอเจ้าของเหมืองปากร้าย ห่าม และดิบขยี้ใจ ที่คอยต้อนเธอเข้ามุมห้องทุกครั้งที่มีโอกาส!“ผู้หญิงเมืองกรุงเหยาะแหยะอย่างเธอ อยู่เหมืองนี้ไม่ได้นานหรอก เว้นแต่จะยอมมาเป็นเด็กฉัน!”การถูกเนรเทศออกจากสังคมเมืองอันหรูหรา เพราะความเข้าใจผิด เป็นสิ่งที่ ‘วันวิวาห์’ ไม่เคยคาดคิด แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเธอถูกส่งตัวไปประจำการที่ เหมืองภูคำ เหมืองหินและแร่อันห่างไกลความเจริญทางภาคเหนือ เพียงเพราะลูกสาวเจ้าของบริษัทระแวงว่าเธอจะอ่อยพี่ชายเพื่อหวังตกถังข้าวสารจากนักวิเคราะห์การเงินมือหนึ่งผู้กุมบัญชีของบริษัทใหญ่โตต้องก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งทิวเขา ฝุ่นหิน และความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความอันตราย แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าสภาพแวดล้อมคือ พ่อเลี้ยงแสนผา เจ้าของเหมืองภูคำ หนุ่มใหญ่ผู้เป็นน้าชายของคนที่แกล้งเธอ เขาคือชายหนุ่มลุคดิบห่าม ปากร้าย ไม่ชอบพวกคนเมืองเหยาะแหยะ และไร้ซึ่งความอ่อนโยนท่ามกลางสายฝนและควันหมอกบนยอดดอย และความตึงเครียดในไซด์งาน บททดสอบทางอารมณ์และเสน่หาอันดิบเถื่อนจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อคนหนึ่งยิ่งหนี แต่






![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
