LOGINการกระทำของภรรยาสาวยุทิตย์รับรู้ทุกอย่าง เขาแอบหรี่ตามองดูเธอ เมื่อเห็นเธอหลับตาพริ้มจึงพลิกตัวขึ้นทาบทับอย่างฉวยโอกาส“อือ ยังไม่หลับอีกเหรอคะ”เขารีบประกบปากของเธอให้แนบสนิท แล้วคลุกเคล้าคลอเคลียจนสมใจจึงปล่อยให้เป็นอิสระ“นานแค่ไหนก็ยังหวาน” เขามองเธอตาเป็นประกาย แล้วจัดการชุดนอนของตัวเองกับของเธออย่างรวดเร็ว“แฟนอยากมีลูกค่ะ” เธอพูดเสียงสั่นพร่า แอ่นอกให้ริมฝีปากรูปกระจับดูดดื่มได้เต็มที่“ถ้าแฟนอยากมีลูก แฟนก็ต้องขยันทำการบ้านนะครับ” เขาก็เป็นเขาอยู่วันยังค่ำ ทั้งที่ทุกวันนี้แทบจะไม่ว่างเว้นจากมันเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังพูดจาไม่น่าฟังสักนิด“พี่เป้น่ะ!” เธอเสียงเขียวหมดอารมณ์ จึงใช้สองมือผลักไสศีรษะของเขาให้ออกจากทรวงอกของเธอ แล้วพลิกตัวหันหลังหนีด้วยความน้อยใจยุทิตย์ตกใจกับอาการของภรรยาแต่ก็รู้ว่าเพราะอะไร จึงกระแซะกายแนบชิดกับเธอทางด้านหลัง ไล้ริมฝีปากไปตามช่วงไหล่และซอกคอ“หนูแฟนงอนพี่เรื่องอะไรครับ” เขาออดอ้อน เหมือนไม่รู้ตัวว่าผิดเรื่องอะไร “พี่เป้ไม่อยากมีลูกกับแฟนใช่มั้ยคะ” เธอถามเสียงสั่น น้ำตาคลอ ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วก้าวคร่อมร่างของภรรยาไปอีกด้า
“แม่ขอให้ลูกทั้งสองรักกันให้มาก อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แม่ฝากลูกสาวของแม่ด้วยนะคะคุณ” นงนุชให้พรก่อนทั้งคู่จะกลับอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ผมจะดูแลหนูแฟนให้ดีที่สุดครับคุณแม่” ยุทิตย์รับคำแข็งขัน ธิมาดาเดินไปกอดมารดา “พรุ่งนี้หนูจะมารับไปเที่ยวนะ” “จ้ะ แม่จะรอนะ” นางหอมแก้มลูกสาวทั้งสองข้าง เดินออกไปส่งทั้งคู่ขึ้นรถ รอจนขับพ้นรั้วไปแล้วจึงเดินเข้าบ้าน และเห็นเงินยืนมองอยู่ที่หน้าประตู “มีความสุขมากล่ะสิ หน้าบานเชียว” เงินแซว “อือ เห็นลูกมีความสุข ได้แต่งงานกับผู้ชายที่สมบูรณ์พร้อมแบบนั้น แม่ที่ไม่ได้เรื่องอย่างพี่แต่มีลูกที่ดีอย่างเค้า พี่ภูมิใจจริง ๆ เลยเงิน” นางใช้ปลายนิ้วกรีดน้ำตาแห่งความตื้นตัน “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันจบ ๆ ไปเถอะพี่นุช ต่อไปนี้พี่ก็ต้องทำตัวให้แข็งแรง รักษาสุขภาพให้ดี อีกหน่อยจะได้มีแรงเลี้ยงหลานไง” “เขาคงปล่อยให้พี่เลี้ยงหรอกนะ รวยขนาดนั้นคงจ้างพี่เลี้ยงเลี้ยงเองมากกว่า” “เขาไม่ให้มาเราก็ยกครัวไปอยู่กับเขาสิ หนูแฟนเขาก็ชวนให้พี่ไปอยู่กับเขาที่ไร่ไม่ใช่เหรอ” “ก็ชว
“เสี่ยฝากไว้ให้คุณมีนาครับ” คนขับรถยื่นซองเอกสารให้หญิงสาวแล้วเดินจากไปทันที หญิงสาวเปิดดูซอง แล้วหยิบรูปภาพที่อยู่ในนั้นออกมา.. ใจของเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที เมื่อได้เห็นภาพของตัวเองกับชายหนุ่มไม่ซ้ำหน้า ที่แท้เขารู้มาตลอดว่าเธอทำอะไรลับหลังเขาบ้าง คำว่าให้โอกาสซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเรื่องจริงสินะ ที่เขาเคยเปรย ๆ ถามกับเธอก็เหมือนให้เธอรู้ตัว แต่เธอกลับเอาแต่โกหก คิดว่าเขาเป็นตาแก่หน้าโง่มาตลอด น้ำตาแห่งความละอายแก่ใจของเธอรินรดแก้ม สำนึกได้ก็เมื่อสายเสียแล้ว เธอหยิบซองใบเล็กที่มีโลโก้ของธนาคารออกมาเปิดดู มองเช็คของขวัญที่ระบุยอดไว้สองแสนบาทก็ถึงกับปล่อยโฮออกมา นี่คงเป็นของขวัญแห่งการจากลาสินะ กรุงเทพมหานครยุทิตย์หยิบตะกร้าของฝากที่เต็มไปด้วยผลไม้และผลิตภัณฑ์จากไร่ ไปวางไว้ที่ม้าหินหน้าบ้านของภรรยา“ขอบคุณนะคะ” “แน่ใจนะว่าไม่อยากให้พี่อยู่ด้วย” เขาย้ำกับเธอเมื่อขนของเสร็จแล้ว “ค่ะ พี่เป้ไปหาคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนเถอะค่ะ ตอนมารับแฟนค่อยว่ากันอีกที” ที่เธอไม่กล้าให้เขาไปพบมารดาด้วย เพราะเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าท่านจะมีท่าทีกับเธออย่างไรนั่นเ
“พ่ออย่าคิดอย่างนั้นสิจ๊ะ แล้วพ่อกินข้าวหรือยัง.. ยังไม่ได้กินใช่ไหม” เห็นเขาเงียบเธอก็เดาได้ทันทีว่าไม่ได้กินเพราะคงไม่มีเงิน และคงไม่รู้จะไปไหนจริง ๆ ถึงได้มาหาเธอ เพราะตั้งแต่ให้คีย์การ์ดไปเขาก็ยังไม่เคยมาหาเธอถึงห้องเลยสักครั้ง (พ่อยังไม่หิวน่ะลูก) “ไม่หิวก็ต้องกิน เดี๋ยวหนูจะโทรให้ร้านใต้คอนโดเขาเอาอาหารไปส่งให้นะ แล้วมื้อต่อไปพ่อจะกินอะไรก็สั่งเขาได้เลย” (ขอบใจมากนะลูก แล้วหนูจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ เมื่อกี้พ่อเจอกับเพื่อนข้างห้องของหนู เขาฝากความคิดถึงหนูมาด้วยนะ) มีนาขมวดคิ้วเข้าหากันทันที “ใครจ๊ะเพื่อนข้างห้องหนู หนูไม่รู้จักใครเลยสักคนที่อยู่ห้องใกล้ ๆ กัน” (เขาบอกเขาชื่อป๋าพงษ์ รูปร่างสูงใหญ่ บุคลิกดีมาก เหมือนพวกนายทหารวัยเกษียณเลย) คำตอบของบิดาทำเอาเธอชาวาบไปทั้งตัว เพราะเขาไม่ใช่เพื่อนบ้าน แต่เป็นเพื่อนนอนของเธอต่างหาก เธอรีบบอกวางสายจากบิดาแล้วหยิบเสื้อผ้าที่หล่นอยู่ข้างเตียงมาใส่อย่างเร่งรีบ “จะกลับแล้วเหรอ ไม่ไปกินข้าวด้วยกันก่อนเหรอ” เก่งกาจเดินออกมาจากห้องน้ำ ถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นเธอแต่งตั
เธอสูดปากครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เมื่อถูกกระทำอย่างรัญจวน“พี่เป้รังแกแฟน” “ใครบอกรังแกแฟน รังแกเมียต่างหาก” แล้วจัดการคนช่างเจรจาด้วยฝีมืออันช่ำชองจนครางไม่ได้ศัพท์ “คนเจ้าเล่ห์”เขาอมยิ้มกับเสียงกระเส่าของเธอ นำพาเธอไปท่องเที่ยวในดินแดนแห่งความรัญจวนใจ เหมือนนายพรานที่ชำนาญทางในป่าดงดิบ ที่มีแต่สิ่งเร้นลับชวนให้ค้นหา เนิ่นนานที่เขาและเธอเดินทางไปด้วยกัน นานจนนายพรานอย่างเขาเหงื่อตก แต่มันก็ตื่นเต้นและมีความสุขจนหยุดไม่ได้ จึงเดินหน้าบุกทะลวงต่อไปธิมาดายกสองแขนสองขาขึ้นมากอดรัดสามีด้วยความเสียวซ่าน สองขากระหวัดรัดเอวของเขาไว้แน่น “พี่เป้คะ”แค่นั้นเขาก็รู้แล้วว่าเธอหมายความว่ายังไง เพราะทันทีที่เธอเรียกชื่อเขา ร่างของเธอก็เกร็ง จิกนิ้วลงกับบ่าเขาแน่นอาการตอดรัดของเธอทำให้เขาทนต่อไปไม่ได้ รีบขยับสะโพกสอบแรง ๆ ถี่ ๆ ไม่กี่ทีก็พ่นพิษใส่เธอไปเต็มรักชายหนุ่มพรมจูบไปทั่วเรือนร่างหอมกรุ่นที่ชื้นเหงื่อของเมียรัก ก่อนไถลตัวลงไปนอนข้างเธอ แล้วดึงตัวเธอให้เบียดแนบชิด โอบกอดไว้แนบอกด้วยความเคยชิน“ฝันดีนะครับทูนหัว” เขาจูบที่หลังใบหูของเธอ ไม่นานเสียงลมหายใจ
“พี่เป้ขา” เธอเรียกเขาเสียงหวาน “จ๋า” เธอนั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวยาวใกล้ ๆ กับเขา “แฟนขอไปกรุงเทพหน่อยได้มั้ยคะ” “ไปทำไม แล้วไปเมื่อไหร่” เขาถามเสียงเรียบ แล้วดึงเธอลุกขึ้นมานั่งตะแคงบนตักของตนแทน เพราะไม่อยากให้เธอเจ็บก้น “น้าเงินโทรมาบอกว่าแม่ไม่ค่อยสบาย เพราะทะเลาะกับผู้ชายคนนั้นหนักมาก น้าเงินบอกว่าแม่ตรอมใจค่ะ” เธอเล่าเสียงสั่นเครือ “ทำไมล่ะ ทะเลาะเรื่องอะไรกัน” “น้าเงินบอกว่าเงินที่เราส่งไปให้ท่านทุกเดือน ท่านไม่ค่อยได้ใช้หรอกค่ะ แม่จะเก็บไว้ให้ผู้ชายคนนั้นตลอด แต่หลัง ๆ มานี่ขอเยอะขึ้นและขอบ่อยขึ้น บ้านช่องก็ไม่ค่อยกลับ พอแม่ถามก็พาลหาเรื่องทะเลาะ ล่าสุดนี้แม่เลยแอบตามมันไป ก็เลยรู้ว่ามันติดผู้หญิงคาราโอเกะ แม่ก็เลยไปอาละวาดใส่ ก็เลยทะเลาะกันใหญ่โต มันถึงขั้นลงไม้ลงมือกับแม่เลยค่ะ แม่เลยไล่มันออกจากบ้าน” เธอเล่าน้ำตาคลอเบ้า สงสารมารดาจับใจ เขากอดร่างนุ่มนิ่มเพื่อปลอบใจ “แม่ของหนูคงเสียใจมากเพราะรักมันมาก แต่อย่าเพิ่งไปเลยนะ รอให้งานพี่เสร็จก่อน อีกแค่สองวันเท่านั้น แล้วเราค่อยไปพร้อมกัน พี่ก็ไปตรวจงานที่บริษัทด้วย
“ไอ้จุก เอ็งว่าหนูแฟนเขาเป็นแฟนเจ้านายเราหรือเปล่าวะ” “เอ็งถามข้าแบบนี้แล้วข้าจะไปถามใครวะไอ้สน แต่ข้าสงสัยมากกว่าว่าหน้าหนูแฟนเขาไปโดนอะไรมา” ลุงจุกทำหน้าสงสัย “อ้าวไอ้จุก แล้วข้าจะไปรู้มั้ย แล้วตกลงเอ็งว่าพวกเขาเป็นแฟนกันหรือเปล่าวะ” ลุงสนย้อนกลับมาที่เรื่องเดิม “หยุ
“ใช่จ้ะ” “โอ้โห ทำไมบ้านพักคนงานถึงดูหรูหราขนาดนี้ล่ะคะ” เธอเข้าใจแบบนั้นจริง ๆ “ไม่ใช่บ้านพักคนงานหรอกจ้ะ แต่เป็นบ้านรับรองแขกน่ะ” เขาโกหกเธอ เพราะถ้าบอกว่าเป็นบ้านพักส่วนตัวของเขา เธออาจจะปฏิเสธและขอย้ายไปอยู่รวมกับคนงาน ซึ่งอยู่ไกลจากจุดนี้พอสมควร และเขายอมไม่ได้เด็ดขาดที่นี
ออกจากตัวเมืองอันแสนวุ่นวาย ที่ถนนหนทางติดขัดไปด้วยรถสารพัดชนิด ถนนก็เริ่มโล่งและขับรถได้เร็วขึ้น แต่ยุทิตย์ก็ไม่ได้ขับรถด้วยความเร็วเหมือนทุกครั้ง เพราะครั้งนี้มีคนรักนั่งมาด้วย และเธอกำลังหลับอยู่ จึงเกรงว่าการขับรถเร็วจะรบกวนการนอนของเธอเขาขับรถมาถึงไร่ช่วงเวลางานเลิกพอดี คนงานที่เห็นรถของเจ้าน
“มันเรียกร้องหาหนูขนาดนี้แล้ว ป๋าคงอดใจไว้ไม่ไหวหรอก” เขาจับมือของเธอไปสัมผัสกับบางสิ่งที่ตื่นตัวขึ้นมา “งั้นหนูตามใจป๋าก็ได้ค่ะ” ปากเธอตอบออกไปแบบนั้น แต่ในใจกลับก่นด่าไอ้เฒ่าตัณหากลับ ที่เอาแต่ตักตวงความใคร่จากเธอ “ต้องอย่างนี้สิ ตามใจป๋าเก่งแบบนี้ รับรองมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือต







