로그인บทที่ 5 คนสวนคนใหม่
ในช่วงโพล้เพล้ที่แสงอาทิตย์อัสดงค่อยๆ ลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มรำไรปนสีม่วงหม่น บรรยากาศภายในคฤหาสน์รัตนเวชกลับมายิ่งทวีความตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อเสียงรถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้ามุข เป็นสัญญาณว่าเจ้าของบ้านได้กลับมาแล้ว ใยบัวยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้าง มือเรียวเล็กบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องแจ้งเรื่องคนสวนใหม่ให้ผู้เป็นพ่อทราบด้วยตัวเอง ก่อนที่พวกบอดี้การ์ดปากสว่างจะนำเรื่องนี้ไปรายงานในทางที่ผิด “คุณพ่อคะ... บัวมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบค่ะ”ใยบัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความราบเรียบไว้ ขณะที่ เสี่ยไกรเดินหน้าตึงเข้ามาในห้องโถง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังกลับตัวใหญ่ ท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน แววตาคมดุเหลือบมามองลูกสาวเพียงแวบเดียว “มีอะไรก็ว่ามา พ่อเหนื่อย” เสียงทุ้มแหบเอ่ยอย่างตัดรำคาญ “คือ... บัวรับคนงานใหม่เข้ามาช่วยงานสวนคนหนึ่งค่ะ พอดีเห็นว่าช่วงนี้ป้าพรบ่นว่าคนงานเก่าลาออกไปหลายคน งานในสวนเลยค่อนข้างล้นมือ” ใยบัวพูดออกไปด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ เธอจดจำใบหน้าคมเข้มของพี่ใบ้หลังอาบน้ำได้ดี และนั่นยิ่งทำให้เธอ อยากให้เขาได้อยู่ในบ้านหลังนี้ เสี่ยไกรขยับตัวพิงพนักพลางแค่นยิ้มบางๆ ที่ดูไร้ความรู้สึก “เรื่องแค่นี้เองเหรอใยบัว? แค่คนสวนคนเดียว เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จัดการไปเถอะ ไม่เห็นต้องมารายงานให้เสียเวลาพ่อเลย” “พอดี... พี่เขาไม่ค่อยจะสมประกอบเหมือนคนทั่วไปค่ะ บัวเลยคิดว่าควรจะรายงานคุณพ่อไว้ก่อน เผื่อคุณพ่อไปเดินสวนแล้วเจอเข้า” หญิงสาวกลั้นใจเอ่ยถึงปมสำคัญ เสี่ยไกรขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ลูกสาวอย่างจับผิด “ไม่สมประกอบ? แล้วมันเป็นอะไร สติฟั่นเฟือนหรือยังไง” “เปล่าค่ะ... พี่เขาแค่เป็นใบ้ พูดไม่ได้เฉย ๆ ค่ะคุณพ่อ แต่เขาขยันและดูหน่วยก้านดีมากนะคะ” ความเงียบปกคลุมห้องโถงไปชั่วขณะ ก่อนที่เสี่ยไกรจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหยียดหยาม สำหรับเขาแล้ว คนที่เป็นใบ้ก็ไม่ต่างจากมดปลวกที่ไม่สามารถส่งเสียงเรียกร้องอะไรได้ ซึ่งมันปลอดภัยกว่าการรับคนปกติที่มีปากมีเสียงเข้ามาทำงาน “อ๋อ... เป็นใบ้งั้นเรอะ?” เสี่ยไกรเอ่ยเสียงเงียบเชียบทว่าดุดันตามนิสัย “เออ... ให้มันก้มหน้าก้มตาทำอยู่ในสวนนั่นแหละ อย่าให้มันสะเออะมาวุ่นวายบนตึกใหญ่หรือเดินเพ่นพ่านให้พ่อรำคาญตาก็พอ ถ้ามันสร้างเรื่องเมื่อไหร่ พ่อจะไล่ตะเพิดมันออกไปทันที... หมดธุระแล้วใช่ไหม? ไปได้แล้วไป” “ขอบคุณค่ะคุณพ่อ”ใยบัวค้อมศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ เธอหันหลังเดินกลับออกมาทันทีโดยไม่คิดจะต่อบทสนทนา ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น หัวใจของเธอกำลังพองโตด้วยความดีใจ ร่างบอบบางของใยบัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากตึกใหญ่ มุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้ที่ทอดยาวไปทางท้ายคฤหาสน์ ความดีใจที่เอ่อล้นทำให้ลืมกิริยาเรียบร้อยปานผ้าพับไว้ที่ถูกพร่ำสอนมาแต่เยาว์วัย ชายกระโปรงสีหวานสะบัดไหวไปตามจังหวะก้าวเดินที่เร่งรีบ เสียงหอบหายใจแผ่วเบาปนรอยยิ้มกว้างทำให้เธอดูสดใสกว่าดอกไม้ป่าที่ผลิบานในยามเช้า เมื่อมาถึงโซนเรือนเพาะชำ ใยบัวก็หยุดกะทันหัน ภาพตรงหน้าทำให้เธอนิ่งงันไปชั่วครู่ ท่ามกลางแสงแดดอุ่นสุดท้ายของวันที่พาดผ่านยอดไม้ ชายหนุ่มร่างสูงกำยำในชุดคนสวนคนใหม่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ด้วยท่วงท่าที่ดูแปลกตาไปจากชายพเนจรผู้อ่อนแรงคนเดิมอย่างสิ้นเชิง แผ่นหลังกว้างของเขายามขยับกายดูแข็งแรงมั่นคง สองแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่นยามยกสายยางรดน้ำ ละอองน้ำที่พุ่งออกจากปลายนิ้วหนาที่บีบหัวสายยางไว้กระจายเป็นฝอยละเอียด สะท้อนกับแสงแดดจนกลายเป็นประกายรุ้งเจ็ดสี ใยบัวสังเกตเห็นท่วงท่าการขยับกายของเขา มันดูมีความเด็ดขาดและแม่นยำอย่างประหลาด สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังพุ่มไม้แต่ละจุดอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับเขากำลังสำรวจพื้นที่มากกว่าเพียงแค่รดน้ำต้นไม้ไปวันๆ “พี่ใบ้จ๊ะ!”เสียงใสตะโกนเรียกพร้อมร่างบางที่วิ่งเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้นไอ้ใบ้ชะงักไปเล็กน้อย ร่างกายขยับตามสัญชาตญาณระวังภัยก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนมาเป็นท่าทางงุ่มง่ามโง่งมอย่างรวดเร็ว เขาลดสายยางลงแล้วหันมามองคุณหนูคนสวยที่ยืนหอบจนอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างน่ามอง “แบ... แบ้...” เขาพยักหน้าหงึกๆ พลางส่งยิ้มซื่อๆ ที่ดูไม่มีพิษสงส่งให้เธอ “พี่ใบ้... บัวมีข่าวดีจะบอกจ้ะ!” ใยบัวเอ่ยเสียงใส แววตาเป็นประกายระยิบระยับ “คุณพ่ออนุญาตแล้วนะจ๊ะ! พี่จะได้อยู่ที่นี่ในฐานะคนสวนของบัว พี่ไม่ต้องไปไหนแล้วนะ พี่มีที่อยู่ มีงานทำ และ... มีบัวคอยดูแลแล้วนะจ๊ะ” ถ้อยคำที่ว่ามีบัวคอยดูแลทำให้หัวใจของไอ้ใบ้กระตุกวูบอย่างแรง เขาทำท่าทางดีใจจนตัวสั่น ยกมือไหว้ท่วมหัวพลางส่งเสียงอู้อี้ในลำคอเพื่อขอบคุณ ทว่าแววตาที่จดจ้องใบหน้าหวานที่เปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อเล็ก ๆ ของเธอนั้นกลับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ใยบัวเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือเรียวเล็กเอื้อมไปแตะที่ต้นแขนกำยำของเขาเบา ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ “ต่อจากนี้พี่เริ่มงานได้เลยนะจ๊ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้บัวจะมาสอนพี่รดน้ำดอกมะลิฝั่งโน้น... พี่ทำเก่งจังเลย บัวเกือบคิดว่าพี่เป็นมืออาชีพมาเองเสียอีก” ใยบัวเอ่ยพลางขยับก้าวเข้าไปใกล้ ชายกระโปรงผ้าป่านสีนวลสะบัดไหวเบาๆ ตามจังหวะที่เธอก้าวเดิน เธอแหงนหน้าสบตากับคนตัวสูงกว่าด้วยดวงตาที่ทอประกายชื่นชมอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางเอื้อมออกไปคล้ายจะช่วยปัดละอองน้ำที่เกาะอยู่ตามลำแขนแกร่งของเขา แต่แล้วก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นและความแข็งแรงที่แผ่ออกมาจากร่างกายมัดกล้ามนั้น ไอ้ใบ้ชะงักงัน หัวใจในอกแกร่งกระตุกวูบเมื่อเห็นกิริยาที่ดูใส่ใจเกินกว่าเจ้านายจะมีให้ลูกจ้าง เขาแสร้งหัวเราะขำแห้ง ๆ ในลำคอ ท่าทางดูเงอะงะผิดกับท่วงท่าสง่างามเมื่อครู่ราวหน้ามือเป็นหลังมือ มือหนาหยาบกร้านยกขึ้นเกาหัวแกรก ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากสายตาคู่สวยที่จ้องมองมาอย่างจับผิด “แบ... หงึก ๆ” เขาชี้มือไปที่พุ่มต้นเข็มและกุหลาบที่เพิ่งรดน้ำเสร็จ แล้วรีบทำท่าทางถือสายยางรดน้ำส่ายไปมาแบบเก้ ๆ กัง ๆ เลียนแบบคนที่ไม่เคยทำงานสวนมาก่อน เพื่อพยายามลบภาพมืออาชีพที่เธอเผลอสังเกตเห็นเมื่อครู่ “จ้ะ... พี่เก่งมากจริง ๆ ดูสิ ดอกไม้พวกนี้ดูสดชื่นขึ้นทันตาเลย” ใยบัวหลุดหัวเราะคิกคัก รอยยิ้มกว้างที่เปิดเผยจนเห็นไรฟันขาวนวลทำให้ดวงหน้าที่มักจะดูอมทุกข์กลับดูอ่อนเยาว์และสดใสราวกับเด็กน้อย มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ความเย็นชาของภาคินสร้างไว้ในใจเริ่มหลอมละลายลงอย่างช้า ๆ ราวกับน้ำแข็งที่ต้องแสงแดดยามเช้า “งั้นบัวไม่กวนพี่แล้วนะจ๊ะ พี่ทำงานเสร็จแล้วก็รีบไปพักผ่อนนะ”เธอโบกมือลาเบา ๆ ก่อนจะหมุนกายเดินห่างออกไปเพื่อกลับขึ้นสู่ตึกใหญ่ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ยังอวลอยู่ในอากาศไอ้ใบ้ค่อย ๆ ลดมือลง แววตาที่เคยดูโง่งมเลือนหายไป แทนที่ด้วยความนิ่งลึก เขามองตามแผ่นหลังบางที่เดินไกลออกไปจนลับตา ภายใต้ใบหน้าที่ดูไร้พิษสงนั้น ไอ้ใบ้ลอบถอนหายใจยาวเหยียด ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มตีรวนอยู่ในอก “เธอมันใจดีเกินไปแล้ว... ใยบัว” เขาพึมพำในใจอย่างอ่อนแรง พลางก้มมองมือตัวเองที่ยังหลงเหลือสัมผัสแผ่วเบาจากการเฉียดใกล้เมื่อครู่บทที่ 23 ชีวิตคู่ หลังจากวันที่ความรักได้รับการยอมรับจากเสี่ยไกร ภาคินก็ไม่รอช้าที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เขาเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่สุพรรณบุรีเพื่อรับพ่อและแม่ขึ้นมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เตรียมความพร้อมสำหรับงานวิวาห์ที่กำลังจะมาถึง ตลอดระยะเวลานั้น ภาคินต้องรับบทหนักทั้งงานที่สถานีตำรวจและการทำหน้าที่เป็นว่าที่เจ้าบ่าว คอยวิ่งรอกไปมาหาสู่คฤหาสน์รัตนเวชอยู่ไม่ขาดท่ามกลางความวุ่นวายในห้องทำงานที่ สน. เสียงฝีเท้าและเสียงวิทยุสื่อสารยังคงดังเป็นระยะ ภาคินหันไปย้ำกับเพื่อนซี้ที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ด้วยแววตาจริงจัง“เฮ้ย... ไอ้สิน มึงอย่าลืมเคลียร์คิวตัวเองให้ว่างนะเว้ย วันนั้นสำคัญกับกูมาก”“เออ! รู้แล้วไอ้เหี๊ย จะย้ำทำไมหนักหนาวะ” หมวดสินเงยหน้าจากกองเอกสารแล้วตอบกลับอย่างกวนประสาท “กูรู้ตำแหน่งตัวเองดีโว้ย... เพื่อนเจ้าบ่าวเบอร์หนึ่งอย่างกูไม่มีพลาดอยู่แล้ว”“เออ... แล้วมึงก็ช่วยเคลียร์พวกบรรดาสาว ๆ ในสต็อกมึงด้วยล่ะ อย่าให้มาทำเสียเรื่องในงานกู” ภาคินเปรยขำ ๆ แต่ทว่าสายตาที่มองเพื่อนกลับดูเหมือนเตือนจริง“กูจัดการได้น่า มึงห่วงตัวเองเถอะ...” หมวดสินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะโพล่งคำถาม
บทที่ 22 ขออนุญาตแสงตะวันยามบ่ายที่เริ่มทอดเงายาวฉาบไล้เข้ามาในห้องนอน ใยบัวค่อย ๆ ขยับกายตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ทว่ามันกลับเป็นความระบมที่มาพร้อมกับความอุ่นซ่านในหัวใจ เธอพยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากแกรก...เสียงเปิดประตูเบา ๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มละมุนที่ประดับบนใบหน้าคมเข้ม“ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง...” ภาคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังรู้สึกปลอดภัย“ค่ะ...” ใยบัวตอบรับเพียงสั้น ๆ พลางพยายามจะขยับตัวลุกจากเตียงนอน ทว่าภาคินกลับถลันเข้ามาประคองร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว“ลุกขึ้นมาทำไมครับ หืม?” เขาแสร้งดุเบา ๆ ในลำคอ ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความห่วงใย“บัวแค่ไม่อยากนอนเฉย ๆ แล้วนี่คะ... มันเมื่อยไปหมดแล้ว” เธอตอบพลางช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างออดอ้อน“ครับ ๆ พี่เข้าใจแล้ว... งั้นเดี๋ยวพี่อุ้มไปนั่งตรงระเบียงรับลมดีไหม?”“ไม่เอาค่ะ บัวเดินเองได้”“อย่าดื้อสิครับคนดี ร่างกายหนูยังไม่แข็งแรงนะ” ภาคินเอ็ดเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก“พี่ใบ้ดุบัวอีกแล้วนะจ๊ะ...” ใยบัวแสร้งตัดพ้อพลางย่น
บทที่ 21 บ้าใบ้กินบัว🔞🔥ภาคินยกยิ้มอย่างพึงใจที่เห็นคนสวยของเขากำลังมัวเมาในรสสวาทที่เขาจงใจกลั่นแกล้งรั้งเอาไว้ แต่เมื่อเห็นว่าใยบัวเริ่มหอบกระชั้นและใกล้จะถึงขีดจำกัด เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนบทเรียนนี้ให้เร่าร้อนขึ้นไปอีกขั้นมือหนาที่เคยตรึงเอวบางไว้เปลี่ยนมาโอบรัดร่างของเธอแน่น ก่อนจะพลิกกายเพียงชั่วพริบตาเดียว ใยบัวรู้ตัวอีกทีเธอก็ถูกจัดท่าทางให้นอนคว่ำราบลงกับที่นอนนุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่ทาบทับตามมาติด ๆ ราวกับเงาตามตัว"พี่ใบ้... อ๊ะ!"ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัวได้ สะโพกมนก็ถูกมือหนารั้งขึ้นให้โก้งโค้งรับความต้องการของเขา ภาคินไม่รอช้า เขาจดจ่อความแข็งแกร่งเข้ากับช่องทางรักที่ฉ่ำแฉะ ก่อนจะกดแทรกซึมเข้าไปรวดเดียวจนมิดด้าม"อื้อออ!... พี่ใบ้ บัวเจ็บ มันลึกไปจ้ะ!"ใยบัวร้องอุทานเสียงหลง ใบหน้าหวานฟุบลงกับหมอน ขนอ่อนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกจากด้านหลังที่ส่งตรงเข้าถึงจุดลึกที่สุดจนกายสาวสั่นคลอนตับ! ตับ! ตับ!"ซี๊ดดด... ท่านี้แหละบัว พี่จะเข้าให้ถึงหนู"ภาคินคำรามออกมาอย่างดิบเถื่อน เขาโน้มตัวลงมาหมอบทับแผ่นหลังเนียน มือหนึ่งขยำยอดอกที่โผล่พ้นลำตัวออกมา ส่วนอีกมือก็ฟาดลงบนแก้มก้
บทที่ 20 แต่งงานกันไหม?🔞🔥หลังจากเรื่องร้ายผ่านพ้นไป คฤหาสน์รัตนเวชที่เคยรุ่งเรืองกลับเงียบเหงาลงถนัดตา ทว่าในความเงียบนั้นกลับมีความอบอุ่นสายหนึ่งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ภาคินได้รับอนุญาตจากใยบัวให้ย้ายเข้ามาอยู่ในตึกใหญ่ ไม่ใช่ในฐานะคนสวนใบ้อีกต่อไป แต่ในฐานะเจ้าของหัวใจความหวาดกลัวจากเหตุการณ์บุกจับคุณพ่อ และภาระงานอันหนักอึ้งที่โรงแรมซึ่งเธอต้องแบกรับเพียงลำพัง ทำให้ไหล่บางดูล้าลงอย่างเห็นได้ชัด ในยามค่ำคืนที่แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอน ภาคินขยับกายเข้าไปโอบกอดร่างเล็กที่นอนทอดกายอยู่เคียงข้าง กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนผมของเธอยังคงทำให้เขาคลั่งไคล้ได้เสมอ“คุณหนูครับ... แต่งงานกับพี่ไหม?”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดใบหูทำเอาหัวใจคนฟังเต้นรัว ภาคินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการจะบอกว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธอไปไหนอีก“พี่ใบ้... แน่ใจแล้วเหรอจ๊ะ?”ใยบัวเอ่ยถามเสียงแผ่ว สรรพนามที่เคยใช้เรียกเขายังคงติดปาก แม้จะรู้เต็มอกว่าเขาคือผู้กองภาคินที่เป็นนายตำรวจสังกัดปราบอาชญากรรมก็ตาม“แน่ใจสิครับ... คุณหนูเป็นของพี่แล้วนะ เป็นทั้งตัวและหัวใจ พี่จะปล่อยให้หลุดมือ
บทที่ 19 เป็นห่วงภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลตำรวจ กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องมือแพทย์ดังระงมไปทั่วบริเวณ ภาคินนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยถลอกและบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังซึ่งเพิ่งผ่านการเย็บสดๆ ร้อนๆ ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดลงเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความดื้อดึง“ผมบอกแล้วไงว่าไม่นอน! แค่นี้ไกลหัวใจเยอะแยะ ผมจะกลับ!” ภาคินตวาดเสียงแข็งใส่พยาบาลที่พยายามจะเข็นเตียงเขาไปที่ห้องพักฟื้น“ไอ้คินครับ! แผลมึงลึกนะเว้ย หมอบอกว่าเสี่ยงติดเชื้อ มึงจะรีบไปไหนนักหนาวะ” หมวดสินที่ยืนกอดอกเฝ้าอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด“กูจะไปหาใยบัว... กูสัญญากับเขาไว้ว่าจะไปรับ” ภาคินพยายามจะยันตัวลุกลงจากเตียง ทว่าความเจ็บแปล็บที่แผ่นหลังทำให้เขาต้องนิ่วหน้าและทรุดตัวลงนั่งตามเดิม“สภาพมึงตอนนี้ แค่เดินไปเข้าห้องน้ำให้รอดก่อนเถอะไอ้เสือ!” หมวดสินกดไหล่เพื่อนรักไว้แน่น “มึงดูสารรูปตัวเองบ้าง เลือดซึมจนผ้าพันแผลแดงฉานขนาดนี้ ถ้าคุณหนูเขามาเห็นมึงในสภาพนี้ เขาจะไม่ยิ่งตกใจจนช็อกไปเหรอวะ”คำพูดของหมวดสินทำให้ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพใบหน้าตื่นตระหนกของใ
บทที่ 18 กำลังใจในวันปฏิบัติการกาลเวลาหมุนผ่านไปเร็ว ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ภาพของนายตำรวจหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ทำหน้าที่สารถีจำเป็น คอยรับส่งประธานบริหารคนสวยระหว่างคฤหาสน์และโรงแรมรัตนเวช แกรนด์ กลายเป็นภาพที่พนักงานทุกคนเริ่มจะคุ้นตา แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะยังคงเป็นปริศนาที่ชวนให้คนรอบข้างคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ทว่าสำหรับภาคินแล้ว ทุกวินาทีที่ได้อยู่ใกล้ชิดเธอในรถคันเดิมนี้คือช่วงเวลาที่แสนล้ำค่าที่สุดในบ่ายวันหนึ่งขณะที่รถยนต์ส่วนตัวมุ่งหน้าสู่โรงแรมหรู ภาคินลอบมองเสี้ยวหน้าหวานของคนข้างกายที่กำลังตรวจเอกสารด้วยความตั้งใจ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา“ใยบัวครับ... สามเดือนมาแล้วนะ ใจอ่อนให้พี่บ้างหรือยังคะคนดี?” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ทอดหวานอย่างสื่อความหมาย“ยังค่ะ” ใยบัวตอบสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงาน ทว่ามุมปากกลับแอบขยับเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกต“ใจร้ายจังเลยนะ...ปล่อยให้พี่พยายามอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ พี่เสียใจจนกินข้าวไม่ลงแล้วนะเนี่ย” ภาคินแกล้งถอนหายใจยาว ทำหน้าเศร้าสร้อยคล้ายเด็กน้อยที่โดนขัดใจ“ค่ะ รับทราบแล้วค่ะ” ใยบัวพยักหน้ารับแบบส่งเดช
บทที่ 3 พี่ใบ้นับตั้งแต่ค่ำคืนที่ปะทะคารมกับผู้เป็นพ่อจนใจสลาย ใยบัวก็เลือกที่จะเก็บตัวอยู่แต่ในอาณาเขตของคฤหาสน์รัตนเวช ราวกับนกน้อย เพราะรู้ดีว่ายิ่งดิ้นรน ปัญหาก็ยิ่งรุมเร้าจนเหนื่อยล้าเกินจะรับไหวเช้าวันนี้อากาศปลอดโปร่ง ใยบัวเดินทอดน่องอยู่ในสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง มือเรียวสวยเอื้อมไปเด็ดดอกไ
บทที่ 2 น่าสงสารหลังจากพาตัวเองออกมาจากการตามตัวของบอดี้การ์ดได้สำเร็จ ใยบัวรีบสาวเท้าเลี่ยงมาทางประตูหลังของภัตตาคารหรู ลมเย็นปะทะเข้ากับดวงหน้าหวานที่เพิ่งผ่านการซ่อนน้ำตามาครู่ใหญ่ เธอเดินลัดเลาะมาตามตรอกที่แสงไฟสลัวลง จนกระทั่งสายตาปะทะเข้ากับเงาตะคุ่มของใครบางคนที่นั่งชันเข่าพิงผนังตึกอยู่ท่า
บทที่ 1 กรงทองแสงแดดยามบ่ายทอแสงอ่อนลง ลอดผ่านแมกไม้ในสวนสวยมาตกกระทบลงบนร่างอ้อนแอ้นของ ‘ใยบัว’ หรือ พิชญ์นารา รัตนเวช เธอกำลังนั่งร้อยมาลัยอย่างประณีตอยู่กลางศาลาไม้สักทอง กลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิและกุหลาบมอญอบอวลไปทั่วบริเวณ หากแต่บรรยากาศรอบกายกลับดูขัดตา เมื่อมองเลยสวนดอกไม้ออกไป กลับพบชายฉกรร
“แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สวัสดีครับนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับเรื่องรักบทใหม่ที่เริ่มจากความสงสาร... สู่ความรัญจวนใจที่ยากจะถอนตัว พบกับความอ่อนหวานของลูกไก่ในกำมือ และความดุดันของในคราบคนจรจัดกันได้เลยครับ!นางเอก: ใยบัว (พิชญ์นารา)อายุ: 23 ปี | สูง 165 ซม.นิสัย: เร







