LOGINเมืองชิงอันอยู่ไม่ไกลควบม้าเร็วไม่เกินสองวันก็ถึง แต่ท่านอาสามไปด้วยต้องใช้รถม้าในการเดินทางอย่างน้อยก็สามวันก็ถึงที่หมาย หากนางล่วงหน้าไปก่อนก็เกรงว่าจะดูไม่ดีนัก จำเป็นต้องเดินทางไปพร้อมกับท่านอาสาม “เจ้ารีบร้อนถึงเพียงนี้” “ท่านอาสามก็รู้ ข้ามีเวลาสองเดือน หากยังเลือกบุรุษที่ถูกใจไม่ได้ก็ต้องแต่งเป็นชายาของรัชทายาทหยางเซิน” ฟู่เจ๋ออวี่โคลงศีรษะไปมา “อาไม่เข้าใจจริงๆ เจ้ามีเรื่องใดกันแน่ ทั้งที่แต่ก่อนนั้นเจ้าหลงใหลรัชทายาทมากนัก” “หลงใหล?” ฟู่หรงซินเลิกคิ้ว “เหตุใดข้าไม่รู้ตัวว่าหลงใหลคนผู้นั้น” เซี่ยหลินที่นั่งอยู่ตรงนั้นจึงได้ฟังการสนทนาของอา-หลาน แม้รู้ว่าเสียมารยาทแต่ไม่มีคำสั่งของแม่ทัพน้อย เขาจะลุกออกไปก็ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องฟังเรื่องราวเหล่านี้ไปด้วย ฟู่เจ๋ออวี่มองหลานสาวแล้วก็ทอดถอนใจ นางอาจเก่งกาจในสนามรบ แต่เรื่องระหว่างชายหญิงนั้นไม่ประสีประสา แต่ด้วยนิสัยของนางหากเข้าไปอยู่ในวังหลังก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับเรื่องราวมากมายนั้นได้หรือไม่ มิใช่ว่าเขาดูแคลนฟู่หรงซิน แต่เพราะเขารู้นิสัยของนางดี
“เมืองชิงอัน? เหตุต้องไปที่เมืองชิงอัน? นี่เจ้าเพิ่งกลับมาถึงเมืองหลวงไม่ถึงสิบวันก็หาเรื่องจะออกไปอีกแล้วรึ” ฟู่เจ๋ออวี่ เอ่ยถามทั้งที่มือยังถือเม็ดหมาก สายตามองอยู่ที่กระดานเบื้องหน้า คู่เดินหมากของเขาในวันนี้คือเซี่ยหลิน องค์ชายตัวประกันนาม บุรุษที่หลานสาวตัวดีฟู่หรงซิน ‘ขอ’ มาไว้ข้างกาย ส่วนตัวต้นเรื่องนั้นนั่งอยู่ด้านข้างและเคี้ยวเมล็ดแตงโมไปด้วย ฟู่เจ๋ออวี่กลับมาอยู่จวนโหวแล้วเขามีบ่าวรับใช้ข้างกาย ชื่ออิงหลานคอยดูแลเรื่องทั่วไป แต่ยามอยู่ค่ายทหาร เขาก็ใช้ทหารในค่ายช่วยทำสิ่งต่างๆ อิงหลานยืนอยู่ด้านข้างกับอาจั่ว ทั้งสองแม้เป็นบ่าวรับใช้แต่สถานะดีกว่าบ่าวทั่วไป ที่สำคัญยังมีวรยุทธ์อีกด้วย “มีเรื่องต้องไป” ฟู่หรงซินพูดสั้นๆ นางเดินหมากกระดานได้แต่ถ้าอาสามไม่ออมมือให้ นางก็พ่ายแพ้ทุกคราวไป อาสามชอบเดินหมากกระดานมากและเมื่อนางรู้ว่าเซี่ยหลินมีความสามารถด้านนี้ จึงลากเขามาประลองฝีมือกับอาสาม “เจ้านี่ช่างสรรหาแต่เรื่องจริงๆ สร้างเรื่องที่เมืองหลวงแล้วจะหนีไปเมืองชิงอันหรือ?” “อาสามก็กล่าวเกินไป ถ้าข้าหนีจะมาบอกอาสามห
“ลูกรู้ว่าทำให้เสด็จแม่ลำบากมามาก แต่ต่อไปเราจะพึ่งพาผู้อื่นน้อยลง และเป็นผู้อื่นที่มาหวังพึ่งพาบารมีของเสด็จแม่ เมื่อถึงตอนนั้นคงทำมให้เสด็จต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นแน่” “พูดอะไรอย่างนั้น เพื่อลูกแล้วแม่ไม่เหนื่อย แต่ลูกคิดจะทำสิ่งใดรึ?” หยางเซินอมยิ้มน้อยๆ แล้วลุกขึ้นรินน้ำชาให้มารดา “อีกสิบวันจะเกิดดินถล่มที่เมืองชิงอัน ชาวบ้านจะเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ลูกอยากขอยืมชื่อเสด็จแม่ในการตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหาร รวมทั้งส่งหมอไปดูคนเจ็บป่วยที่นั้นพ่ะย่ะค่ะ” “เจ้ารู้ได้อย่างไร แล้วเรื่องเงิน...” “เรื่องเงินนั้นเสด็จแม่ไม่ต้องกังวล ลูกมีวิธีของลูก ส่วนรู้ได้อย่างไรนั้น ขอเสด็จแม่โปรดเชื่อใจลูก ลูกจะทำให้เสด็จพ่อเชื่อมั่นในตัวลูกและไม่ทำให้ฐานะรัชทายาทต้องสั่นคลอนแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” “พูดเช่นนี้ แม่ก็วางใจ อย่างไรเสียแม่ก็เชื่อใจและเชื่อมั่นในความสามารถของลูก” “เช่นนั้นลูกของตัวไปทำงานก่อนนะ เสด็จแม่อย่าน้อยใจที่ลูกไม่ได้มาหาบ่อยนะพ่ะย่ะค่ะ” “ไปเถอะๆ ไม่ต้องเป็นห่วงแม่” “พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่”
ทันทีที่รัชทายาทหยางเซินกลับถึงตำหนักบูรพา นางกำนัลที่รออยู่ก็รีบแจ้งข่าวทำให้ชายหนุ่มต้องไปพบหลันหวงกุ้ยเฟยที่ตำหนัก อาจเพราะอารมณ์ดีทำให้เขาเข้าไปพบพระมารดาด้วยสีหน้าเบิกบาน แม้แต่หลันถิงอวี้ยังประหลาดใจ “มีเรื่องดีอะไรที่ทำให้เจ้าเบิกบานถึงเพียงนี้” “เสด็จแม่ล้อลูกเล่นแล้ว” หยางเซินยิ้มน้อยๆ รอจนมารดาโบกมือไล่นางกำนัลออกไปหมดแล้ว จึงก้าวเข้าไปนั่งด้านข้าง หลันถิงอวี้คือมารดาของหยางเซิน นางครองตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยเป็นรองเพียงฮองเฮา ทว่าโอรสของนางได้รัชทายาท เหตุเพราะฮองเฮามีแต่พระธิดาถึงสามพระองค์ ทว่าฮ่องเต้เองก็ทรงมีพระโอรสถึงเก้าพระองค์ หยางเซินของนางนั้นเป็นองค์ชายลำดับที่ห้า กว่าจะได้มาซึ่งตำแหน่งรัชทายาทนั้นก็ไม่ง่ายเลย แม้ยามนี้ถูกแต่งตั้งเป็นรัชทายาทแล้ว แต่ก็ยังไม่มั่นคงนัก ฮองเต้อาจเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา และตัวแปรสำคัญก็คือสตรีมากเรื่องฟู่หรงซินผู้นั้น “เสด็จแม่มีเรื่องดีอะไรหรือไม่ สีหน้าจึงแช่มชื่นเช่นนี้” “อ่อ...” นางตื่นจากภวังค์แล้วก็แย้มยิ้มให้บุตรชาย “เรื่องสนมมู่จินนั้น เป็นเช่นที่ลูกพูดไว้ทุกประ
ฟู่หรงซินพลิกข้อมือหวังให้หลุดจากการเกาะกุม ทว่ารัชทายาทหนุ่มกลับรู้ทันเขาหมุนข้อมือตามและยึดข้อมือนางไว้ได้ แม่ทัพหญิงเลิกคิ้วประหลาดใจ เท่าที่นางรู้นั้น อี้หยางเซินนั้นมีวรยุทธ์ก็จริงแต่อ่อนด้อยกว่านางมากนัก เขาเก่งบุ๋น นางเก่งบู๊ ในชาติก่อนนางคิดว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมลงตัวแล้ว เพราะนางอาศัยกำลังของตนปกป้องแคว้นส่วนเขานั้นบริหารบ้านเมือง แต่ที่เขาทำเมื่อครู่นี่...เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นวรยุทธ์ พ่อบ้านอู่เห็นสองหนุ่มสาวที่ยืนจ้องตาส่วนมือก็ยื้อยุดกันอยู่จึงพยักหน้าให้คนอื่นๆ ออกจากห้องโถง ถึงอย่างไรก็เป็นคู่หมั้นคู่หมาย หากสองเดือนนี้แม่ทัพน้อยยังหาบุรุษที่ถูกใจไม่ได้ ก็ต้องเป็นชายารัชทายาท แม้เซี่ยหลินได้รับคำสั่งว่าให้ฟังคำสั่งเพียงแค่แม่ทัพน้อยเท่านั้น แต่ในสถานการณ์นี้ เขาเองก็ต้องทำตามที่พ่อบ้านอู่ส่งสัญญาณ ดูๆไป ความสัมพันธ์ของแม่ทัพน้อยกับรัชทายาทก็เหมือนคู่รักทั่วไป เขาเองก็ไม่เข้าใจว่านางจะปฎิเสธตำแหน่งชายารัชทายาทไปเพื่อสิ่งใด ฟู่หรงซินสนใจเพียงอี้หยางเซินจึงไม่ทันรู้ตัวว่าในห้องโถงเหลือเพียงนางกับเขาเท่านั้น แม่ทัพหญิงออกกระบวนท่าแต่อี้
พ่อบ้านแซ่อู่ชื่อคำเดียวว่าเฉิง ในจวนเจิ้งกั๋วโหวเรียกเขาว่าพ่อบ้านอู่ผู้รับมือได้ทุกสถานการณ์ แต่ครั้งนี้พ่อบ้านถึงกับถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า กระทั่งร่างเพรียมบางที่สวมชุดรัดกุมสีดำเดินเข้ามา เขาจึงหยุดถอนหายใจ “มีเรื่องใดหรือ?” ฟู่หรงซินถามไม่อ้อมค้อม ด้านหลังนางคือเซี่นหลินและอาจั่วกับเสี่ยวสือที่ถูกลากให้ตามมาด้วยกัน “แม่ทัพน้อยมาเสียที” พ่อบ้านอู่ผายมือไปยังบนโต๊ะที่มีเทียบเชิญวางอยู่มากมาย “เทียบเชิญของแม่ทัพน้อยขอรับ” “เทียบเชิญ? ของข้า?” หญิงสาวชี้นิ้วที่หน้าตัวเอง “ข้าเพิ่งกลับมาเมืองหลวงไม่นาน ไม่รู้จักใครเสียหน่อย เหตุใดมีเทียบเชิญถึงข้ามากมายเพียงนี้” ‘นี่มันภูเขาย่อมๆ เลยนะเนี้ย!’ “ตั้งแต่แม่ทัพน้อยประกาศเลือกคู่ครองด้วยตนเอง ก็มีคนส่งเทียบเชิญมามากมาย แล้วสามวันมานี้ท่านแม่ทัพน้อยไม่ให้ผู้ใดเข้าพบ เทียบเชิญจึงสะสมเป็นกองภูเขาเช่นนี้” แค่นางกลับมาถึงเรือน พ่อบ้านอู่ก็รู้ได้ทันที สมแล้วที่เคยเป็นทหารฝีมือดีมาก่อน ฟู่หรงซินได้แต่ชื่นชมในใจ แต่ชื่นชมก็ส่วนหนึ่ง ทว่าปัญหาตรงหน้าก็อีกส่วน







