Share

บทที่ 3

Author: หวานละมุน
ดวงตาดำขลับประกายวาวของซูหร่านหดเกร็งลงในฉับพลัน ลมหายใจสะดุดกึ๊กจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ

เขาคือลู่จิ่งซิงอย่างนั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไงกัน

ซูหร่านจ้องมองมือของเขาเงียบ ๆ นาฬิกาเรือนเดิมเรือนนั้น ซ่อนอยู่ใต้สายโลหะเปล่งประกายเย็นเยียบ มีไฝเม็ดอ่อน ๆ เม็ดหนึ่งแฝงตัวอยู่อย่างเลือนราง

เมื่อเช้ายามที่เธอเปี่ยมด้วยอารมณ์วาบหวาม เธอรู้สึกว่าไฝเม็ดนี้ดูเซ็กซี่จนเผลอจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยซ้ำ

ซูหร่านสบถด่าในใจอย่างหนักหน่วง: ไอ้โรคจิต

ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่โรงแรมไม่ยอมบอกตัวตน ปล่อยยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ แถมยังตั้งใจทำต่อหน้าคนอื่นอีก

อยากเห็นท่าทางตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูกของเธอ หรือแค่อยากเชยชมภาพที่เธอดีใจจนเนื้อเต้นแล้วรีบโผเข้าประจบประเจงประคองกอดขาเขาไว้กันแน่?

เมื่อคืนเพราะเขาเกือบจะทำจนเธอร้องไห้ออกมา เพื่อระบายความแค้น เธอเลยฝังเขี้ยวลงไปที่ยอดอกทั้งสองข้างของเขาอย่างละทีแบบนั้นเลยเหรอเนี่ย?

แถมชายเสื้อเชิ้ตที่เขาเหน็บไว้ในกางเกง ยังเปียกชื้นอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?

ไหนจะตอนเช้าที่เธอยังพูดแซวอีกต่างหาก ผู้ชายก็น่าจะไม่ชอบให้ใครมาว่าเขาแก่หรอก

ซูหร่านทั้งตกใจทั้งโกรธ ความรู้สึกขอบคุณที่มีอยู่ก่อนหน้านี้หดหายวับไปครึ่งหนึ่งในพริบตา

เธอใช้เวลาตั้งสติน้อยกว่าครึ่งวินาทีก่อนจะยื่นมือออกไป พร้อมกับกดเสียงรอดไรฟันออกมาด้วยความเค้นเคี่ยวพยายามรักษาความสุภาพให้มากที่สุด “ท่านประธานลู่ พบกันเป็นครั้งแรก ฉันชื่อซูหร่านค่ะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของโรงงานอาหารเทียนเล่ยค่ะ”

ลู่จิ่งซิงทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยื่นมือไปจับเบา ๆ แล้วผละออก ปลายคางมนพยักเพยิดไปยังเก้าอี้เล็กน้อย “เชิญนั่ง”

บรรดาผู้บริหารระดับสูงที่เดินตามเข้ามาต่างอยากรู้อยากเห็นจนตัวสั่นแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก ได้แต่ใช้หางตาเหลือบมองกันไปมา

ต่างคนต่างก็คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าการที่ท่านประธานลู่อุตส่าห์มาที่ชั้นแปดแถมยังมีท่าทีผ่อนคลายอย่างหาได้ยากนี้ เป็นเพราะโปรเจกต์เล็ก ๆ ที่เคยถูกปัดตกไปโปรเจกต์นั้น หรือเป็นเพราะสาวสวยสุดเซ็กซี่หน้าตาโฉบเฉี่ยวคนนี้กันแน่?

คำตอบนั้นกระจ่างชัดอยู่ในใจของทุกคนอยู่แล้ว

ชายหนุ่มรูปร่างกำยำท่าทางเคร่งขรึมที่ยืนอยู่ด้านหลังของลู่จิ่งซิง ซึ่งน่าจะเป็นผู้ช่วยพิเศษตู้ ได้เหลือบสายตาไปมองบรรดาผู้บริหารที่ตามมาแวบหนึ่ง

ทุกคนต่างเข้าใจความหมายได้ทันทีในเสี้ยววินาที ต่างพากันเดินถอยหลังออกไปด้านนอกอย่างรู้ความ

ซูหร่านฝืนปั้นรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ยื่นแฟ้มเอกสารที่เตรียมไว้ออกไปด้วยสองมือ “ประธานลู่คะ นี่คือแผนงานการระดมทุนค่ะ ทางเรามีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลกำไรและผลตอบแทนได้สูงอย่างแน่นอนค่ะ”

ผู้ช่วยพิเศษตู้รับแฟ้มเอกสารมาส่งต่อให้กับลู่จิ่งซิง พร้อมกับเอ่ยอธิบายเสียงเบาว่า “อ้างอิงตามกฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารฉบับใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้ในเมืองจี้เฉิงเมื่อต้นเดือนก่อน โรงงานอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมากต่างก็จำเป็นต้องยกระดับปรับปรุงครั้งใหญ่ หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่ผ่านเกณฑ์ ก็มีทางเลือกเดียวคือต้องสั่งปิดโรงงานสถานเดียว”

ลู่จิ่งซิงในชุดสูทที่แผ่รังสีความเคร่งขรึมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทีสง่างาม นัยน์ตาสีเข้มทอดมองลงไปยังเอกสารอย่างเงียบเชียบ

เมื่อเห็นเขานั่งลงแล้ว ซูหร่านจึงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างสงบเสงี่ยม พร้อมกับแอบลอบสำรวจเขา

ยามที่ลู่จิ่งซิงตั้งอกตั้งใจทำงานช่างดูจริงจังเหลือเกิน จนไม่อาจคาดเดาอารมณ์ความรู้สึกหรือท่าทีใด ๆ ได้จากสีหน้าของเขาเลย

ยามที่เขาแต่งตัวดูดีเป็นผู้ลากมากดีแบบนี้ กลับดูแพรวพราวเย้ายวนยิ่งกว่าตอนอยู่กันตามลำพังเสียอีก

ลู่จิ่งซิงกวาดสายตาอ่านอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “แผนงานทำได้ไม่เลวเลยนี่”

พูดจบก็สะบัดแขนเรียวยาวขึ้นเล็กน้อย “ส่งให้แผนกหนึ่งนำไปประเมินดู”

และในจังหวะที่แฟ้มเอกสารถูกยกขึ้นนั้นเอง กระดาษแผ่นบางสองแผ่นที่แปะติดอยู่ตรงปกด้านหลัง ก็ร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะ

สายตาของทั้งสามคนพุ่งเป้าไปที่กระดาษแผ่นนั้นโดยอัตโนมัติ

แย่แล้ว รอบคอบแค่ไหนก็ยังมีจุดพลาด ทำไมใบเสร็จจากโรงพยาบาลเมื่อครู่ถึงได้ติดมากับแฟ้มเอกสารได้นะ

ซูหร่านรีบคว้าใบรายงานผลตรวจกลับมาอย่างรวดเร็ว พับเก็บใส่กระเป๋าทันที แล้วทำเป็นตีเนียนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผู้ช่วยพิเศษตู้ทำเป็นมองไม่เห็นและเดินออกจากห้องประชุมไปเงียบ ๆ อย่างรู้งาน

ภายในห้องเหลือเพียงแค่เขากับเธอสองคน

ลู่จิ่งซิงหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นชา สายตาเหลือบมองเห็น HPV TCT TP เธอตรวจครบถ้วนดีนี่ “ไม่วางใจกันเหรอ?”

ซูหร่านส่งสายตาแบ่งรับแบ่งสู้กลับไปอย่างมีมารยาท “จะเป็นไปได้ยังไงคะ”

จะให้พูดตรง ๆ ได้ยังไงเล่าว่าเธอกลัวติดโรคสกปรกจากเขา ถึงได้รีบแจ้นไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย

ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหมอบอกว่าไม่จำเป็นต้องตรวจ แถมมีผลข้างเคียงเยอะ เธอก็เกือบจะคิดกินยาต้านไวรัสฉุกเฉินไปแล้วด้วยซ้ำ

ลู่จิ่งซิงหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ร่างสูงโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย “ถ้าผมบอกว่า นั่นเป็นครั้งแรกของผมเหมือนกัน คุณจะเชื่อไหมล่ะ?”

ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ระดับนี้อย่างเขาน่ะเหรอ ที่จะมีชีวิตส่วนตัวสะอาดสะอ้านราวกับน้ำใสไหลเย็น เชื่อก็บ้าแล้ว

หึ ครั้งแรกงั้นเหรอ? คงหมายถึงครั้งแรกของวันนั้นล่ะสิไม่ว่า

ซูหร่านแค่นหัวเราะเยาะอยู่ในใจ ย้อนถามกลับไปหน้าตาเฉย “ประธานลู่อายุเท่าไหร่แล้วคะเนี่ย?”

ลู่จิ่งซิงไม่ได้ใส่ใจว่าเธอจะคิดอย่างไร เขาตอบเลี่ยง ๆ ไปทางอื่น “อีกสองเดือนกว่าก็จะยี่สิบเจ็ดแล้ว อยากจะเตรียมของขวัญวันเกิดไว้ให้ผมล่วงหน้างั้นเหรอ?”

เรียวคิ้วโก่งของซูหร่านกระตุกขึ้นเล็กน้อย “ถึงเวลานั้น เดี๋ยวฉันจะเตรียมซาลาเปามงคลรูปท้ออายุยืนแบบกล่องของขวัญแบรนด์เทียนเล่ยไว้ให้ประธานลู่โดยเฉพาะเลยค่ะ”

ลู่จิ่งซิงถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความอดสู “สู้ให้คุณลงมือทำมาให้ผมกินเองยังจะดีซะกว่า”

ซูหร่านตบปากรับคำอย่างใจป้ำ “ถ้าประธานลู่ยอมลงทุน ขนมอบหลังจากนี้ทั้งหมดของคุณ ทางเทียนเล่ยรับเหมาปรนนิบัติให้เลยค่ะ”

ลู่จิ่งซิงปรือเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย “อ๋อ คุณอยากปรนนิบัติผมงั้นสินะ”

ซูหร่านนึกอยากจะชกเข้าให้สักหมัดที่สันจมูกโด่งของเขา จมูกสวย ๆ แบบนี้ ถ้าไม่ได้เลือดสักหยดคงน่าเสียดายแย่

ลู่จิ่งซิงทำท่าครุ่นคิดราวกับกำลังกังวลอยู่ไม่น้อย “ยอมให้ปรนนิยัติก็พอได้อยู่หรอก แต่อย่าเรียกร้องบ่อยเกินไปก็แล้วกัน ช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่งอยู่พอสมควร”

เมื่อครู่ยังสวมมาดประธานหนุ่มผู้สูงส่งเย็นชาอยู่แท้ ๆ พอคนอื่นออกไปปุ๊บก็เผยธาตุแท้ออกมาปั๊บ เล่นละครเก่งจนน่าส่งชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์จริง ๆ

ต่อให้เป็นณเดชน์ คูกิมิยะก็ยังต้องยอมกราบเรียกเขาว่าอาจารย์ พร้อมกับประเคนคัมภีร์ให้ด้วยสองมือเพื่อเอาไว้แอบฝึกซ้อมในที่ลับตา

“ประธานลู่พูดล้อเล่นอะไรกันคะ ฉันไม่มีหน้าตาใหญ่โตถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”

นิ้วเรียวข้อต่อนชัดเจนของลู่จิ่งซิงคลายปมเนกไทผ้าไหมแท้สีน้ำเงินเข้มออกเล็กน้อย ปลายนิ้วปัดผ่านลูกกระเดือกโดดเด่น น้ำเสียงทุ้มต่ำเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดชวนให้เคลิบเคลิ้ม

“แต่ผมกลับรู้สึกว่าคุณใจกล้าไม่เบาเลยนี่”

ซูหร่านหลบสายตาที่มองมาอย่างโลมลาม ใบหูเริ่มร้อนผ่าวขึ้นทีละน้อย

เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อน เนกไทเส้นเรียบลื่นเส้นนี้นี่แหละที่ถูกเขากระชากออกด้วยแรง ก่อนจะนำมาพันธนาการรอบกายเธอเพื่อวัดขนาดหน้าอกและเอวของเธอบนเตียง

ตอนนั้นเขาก็ใช้น้ำเสียงทุ้มพร่าแบบนี้เช่นกัน ยามที่โน้มตัวแนบชิดอยู่เบื้องหลังแล้วกระซิบกระซาบว่าเอวของเธอขาวผุดผ่องและนุ่มนิ่มขนาดไหน จนเขาทำใจกระแทกให้มันจบเร็วเกินไปไม่ลง

ลำคอของซูหร่านแห้งผากขึ้นมาดื้อ ๆ เธอต้องแกล้งกระแอมเบา ๆ “ประธานลู่ยังมีส่วนไหนของบริษัทเราที่อยากทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกไหมคะ? เดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟังเองค่ะ”

ลู่จิ่งซิงไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับควักคีย์การ์ดสีดำตัวอักษรทองออกมาใบหนึ่ง แล้ววางลงบนโต๊ะเสียงดัง คลิก“ห้อง 8086 ผมจองไว้ตลอดทั้งปี สนใจจะสานต่อเกมเมื่อคืนสักหน่อยไหมล่ะ?”

แม้ว่าซูหร่านจะยอมรับใน “สมรรถนะในการบริการ” และขนาดฮาร์ดแวร์ของลู่จิ่งซิง แต่เธอก็ไม่ได้ใจกว้างถึงขนาดอยากจะหาคู่นอนแก้เหงาเสียหน่อย

ไม่อย่างนั้นด้วยใบหน้าและรูปร่างระดับเธอแล้ว คงไม่ปล่อยให้อายุล่วงเลยมาถึงยี่สิบสาม แถมคบหากับเซวียอี้มาตั้งครึ่งปี แต่กลับมาเสียความบริสุทธิ์เอาเมื่อคืนนี้หรอก

ผิดกับลู่จิ่งซิงที่จู่ ๆ ก็ยื่นข้อเสนอแบบนี้ออกมาในจังหวะนี้ ซึ่งก็ไม่พ้นการใช้เรื่องเงินลงทุนมาเป็นไพ่ต่อรองเพื่อบีบเธอนั่นแหละ

เมื่อวานมันเป็นสถานการณ์เฉพาะกิจ เธอตักตวงเขา เขาตักตวงเธอ ไม่มีความจำเป็นต้องมานั่งจับผิดคิดเล็กคิดน้อยว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร

หากให้เธอกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยแล้วปล่อยให้ตัดสินใจอย่างมีสติ ต่อให้ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เธอก็ไม่มีวันเอาเรือนร่างและศักดิ์ศรีของตัวเองไปแลกเด็ดขาด

ยิ่งเป็นผู้ชายระดับผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่สูงเสียดฟ้าแบบนี้แล้ว ส่วนใหญ่ก็คงต้องการให้ผู้หญิงคอยก้มหน้ายอมจำนนและประจบเอาอกเอาใจทั้งนั้น

ซึ่งเรื่องแบบนั้น เธอทำไม่ได้หรอก

ซูหร่านจึงถามออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม “ถ้าไม่ตกลงแปลว่าจะไม่ให้เงินลงทุนใช่ไหมคะ?”

ลู่จิ่งซิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ทั่วทั้งใบหน้ากลับมาเรียบเฉยเย็นชาดังเดิม “นี่มันคนละเรื่องกัน เรื่องส่วนตัวจะสำเร็จหรือไม่ ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับการทำงานแบบมืออาชีพหรอก” ยามที่ลู่จิ่งซิงทำท่าทางจริงจังขึ้นมา เขามีรัศมีความน่าเชื่อถือบางอย่างที่ทำให้คนยอมจำนนจากใจจริง ราวกับว่าคำพูดที่บอกว่าจะแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกจากกันนั้น จะต้องมีความเที่ยงตรงยุติธรรมอย่างแน่นอน

ทว่าจากประสบการณ์ของซูหร่านแล้ว ไม่ว่าหน้าตาจะอัปลักษณ์หรือดูดีแค่ไหน ทั้งคำพูดของผู้ชายและพวกนายทุน ยิ่งปฏิญาณตนหนักแน่นน่าเชื่อถือมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไว้ใจไม่ได้มากเท่านั้น

คำว่าทำงานแบบมืออาชีพของเขานี้เป็นไปได้สูงมาก ๆ ว่าจะหมายความว่า... ถึงแม้พวกเราจะเคยร่วมเตียงด้วยกันมาแล้ว แต่ก็ไม่สามารถเอาเรื่องนี้มาเปลี่ยนความจริงที่ว่าโปรเจกต์ระดมทุนของเธอไม่ผ่านเกณฑ์ได้หรอกนะ

“ขอบคุณสำหรับการทำงานแบบมืออาชีพนะคะ พอดีช่วงนี้ฉันยังไม่มีแผนทางด้านนั้นค่ะ”

“แค่ช่วงนี้สินะ” ลู่จิ่งซิงทวนคำพูดของเธอซ้ำ นิ้วเรียวยาวข้อต่อนชัดเจนกดทับลงบนคีย์การ์ด แล้วค่อย ๆ เลื่อนมันผลักมาตรงหน้าเธอช้า ๆ “ไม่เป็นไรหรอก เมื่อไหร่ที่นึกอยากขึ้นมา ก็ติดต่อมาได้ตลอดเวลา”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 30

    ซูหร่านจ้องมองเซวียอี้ด้วยสายตระแวดระวัง “การยอมรับว่าตัวเองหูหนวกตาบอด ทั้งโง่เง่าและงี่เง่า มันยากนักหรือไง?”เมื่อเห็นว่าซูหร่านไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน เซวียอี้ก็ขบกรามด้วยความแค้นเคือง “อย่าให้แม่เธอเผลอกล้าเดินออกไปไหนคนเดียวก็แล้วกัน ฉันรู้จักพวกแก๊งอันธพาลแก่ ๆ ที่ชอบรังควานคนแก่ตั้งเยอะแยะ”ความโกรธเกรี้ยวของซูหร่านพุ่งทะยานจนระเบิดตู้ม เธอเงื้อมมือที่กำกุญแจรถแน่นขึ้น ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีพุ่งตรงไปข้างหน้าแล้วแทงสวนใส่ใบหน้าของเซวียอี้เต็มแรงทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนที่แขนของเธอจะเหวี่ยงออกไป กลับมีมือผอมแห้งแต่ทรงพลังข้างหนึ่งคว้าหมัดของเธอไว้แน่น พร้อมกับออกแรงกระชากเหวี่ยงร่างของเธอให้ถอยหลังเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันอบอุ่นของใครบางคนซูหร่านเซถลาไปสองสามก้าวถึงค่อยตั้งหลักยืนนิ่งได้ ทว่ายังไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววเย้าแหย่ก็ดังลอยมาจากเหนือศีรษะ “ไม่ได้เจอกันแค่เดือนกว่า ๆ ก็ยังบู๊บ้าบิ่นไม่เปลี่ยนเลยนะ”ซูหร่านตั้งท่าจะหันขวับกลับไปมอง ทว่าเรียวเอวบางกลับถูกวงแขนสองข้างโอบรัดเอาไว้เสียก่อน ทำให้ร่างทั้งร่างของเธอจมดิ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่กว้างใหญ่ของเ

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 29

    มีหลายเรื่องที่ควรลงมือทำตั้งนานแล้วซูหร่านสาวเท้าก้าวยาว ๆ เดินมุ่งหน้าออกไปข้างนอกทันที ฉีซินซินที่แอบหลบอยู่ตรงมุมประตูแกล้งทำเป็นเดินผ่านมาพอดี “เสี่ยวหร่าน จะไปไหนเหรอ?”“ไปสำนักทนายความ”ฉีซินซินส่ายหน้าเบา ๆ เปล่งเสียงพูดออกมาด้วยระดับพอดีในระยะที่ฟ่านซีเหนียนซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้สามารถได้ยินพอดี “เธอยังลืมเซวียอี้ไม่ได้สินะคะ ที่แท้เวลาที่คนเรามีความรักเนี่ย พอเกิดความแค้นขึ้นมามันถึงได้รุนแรงขนาดนี้จริง ๆ ด้วย”“เซวียอี้คนนั้น ทำร้ายจิตใจเธอรุนแรงมากเลยงั้นเหรอ?”ฉีซินซินทำเป็นสะดุ้งตกใจหันขวับกลับมา ราวกับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีฟ่านซีเหนียนยืนอยู่ข้างกาย จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเสียดาย “ก็เพราะเซวียอี้มันแอบนอกใจ แถมเหมือนว่าเสี่ยวหร่านจะเคยหวาดระแวงด้วยซ้ำว่าตัวเองอาจจะติดโรคทางเพศสัมพันธ์มาจากเซวียอ...”ฉีซินซินรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ทำท่าทางตื่นตระหนกราวกับนึกเสียใจที่เผลอหลุดปากพูดเรื่องไม่ควรพูดออกไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของฟ่านซีเหนียน แล้วรีบพูดแก้ต่างแทนซูหร่านด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเซวียอี้ทำตัวสำส่อน เสี่ยวหร่านเป็นเหยื่อ”ฟ่านซีเหนียน

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 28

    คุณยายพูดถูกแล้ว เราต้องรีบปีนขึ้นมาจากหลุมพรางนี้ให้ได้เสียก่อน เรื่องของเซวียอี้เองก็จำเป็นต้องรีบนำไปบอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ความจริงโดยเร็วที่สุด จะปล่อยให้ไอ้สารเลวคนนั้นมีโอกาสกลับมาหลอกล่อคุณพ่อได้อีกเป็นครั้งที่สองไม่ได้เด็ดขาด”-อีกฟากหนึ่ง บนเครื่องบินส่วนตัวที่กำลังบินมุ่งหน้ากลับสู่เมืองจี้เฉิง ตู้เหิงกำลังรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ลู่จิ่งซิงฟัง “ตอนนี้ตัวนิติบุคคลที่หอบเงินหนีกับพวกผู้รับผิดชอบทั้งหมดถูกจับกุมตัวไว้ได้หมดแล้วครับ ส่วนเงินค่าสินค้าของคุณซูจะโอนเข้าบัญชีพรุ่งนี้ตอนช่วงเช้าครับ”หวังเย่เหยียดขาออกไปข้างหน้า พร้อมกับใช้หัวเข่าสะกิดชนขาของลู่จิ่งซิงเบา ๆ สองที “ฉันนั่งตรวจสอบเบาะแสทั้งหมดดูอย่างละเอียดแล้ว นายช่วยพูดความจริงมาซะดี ๆ เถอะว่าซูหร่านใช่เด็กผู้หญิงคนเดียวกับคนที่เคยทำให้นายอุบัติเหตุจนตาบอดเมื่อสิบกว่าปีก่อนหรือเปล่า”ลู่จิ่งซิงยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างขมับเบา ๆ พลางกวาดสายตาอ่านเอกสาร “ฉันใส่แว่นกันแดดอยู่ไม่กี่วัน แถมยังอุดอู้อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนตั้งสองวันเองไม่ใช่หรือไง”หวังเย่ดีดตัวลุกขึ้นนั่งตรงแหน่วราวกับติดสปริง “ที่แท้ก็เป็นเธอจริง

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 27

    เพลิงโทสะของซูหร่านพุ่งพรวดขึ้นมา ที่แท้ก็ยังเป็นฝีมือของไอ้สารเลวคนนี้นี่เอง แล้วทำไมพ่อถึงยังหลงเชื่อคำพูดของมันได้ลงคออีกเซวียอี้เสียงหัวเราะเยาะเย้ยได้ใจ พร้อมกับเสียงตบโต๊ะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่า ๆ นึกไม่ถึงเลยล่ะสิว่าพ่อเธอยังจะอุตส่าห์เชื่อใจฉัน หลงเชื่อว่าทำไปเพื่อหวังดีกับเขา ตอนที่ฉันบอกว่าเป็นแผนไถ่บาปขอแก้ตัวใหม่ แล้วบอกให้เขาเก็บเป็นความลับเพื่อเซอร์ไพรส์เธอ พ่อเธอเชื่อสนิทใจ แถมยังทำตามคำสั่งของฉันอีก ฮ่า ๆ ๆ ๆ โคตรโง่เลยว่ะ ครอบครัวเธอมันก็เป็นพวกโง่เง่าเต่าตุ่นกันยกครัวนั่นแหละ”ซูหร่านพยายามข่มกลั้นโทสะ เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “เซวียอี้ เตรียมตัวรอรับหมายศาลจากฉันได้เลย”เซวียอี้อยากจะบินมาอยู่ตรงหน้าซูหร่านเสียเดี๋ยวนี้ เพื่อจะได้มองเห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวจนแทบระเบิดของเธอให้เต็มสองตา “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยแค่นั้นเอง ในเมื่อฉันเป็นคนใจกว้างและไม่เคยถือสาหาความเรื่องเก่า ๆ อยู่แล้ว ถ้าเธออยากล้างเนื้อล้างตัวคลานมาหาฉัน ปรนเปรอฉันให้ถึงใจล่ะก็ บางทีฉันอาจจะหาทางช่วยเหลือเธอก็ได้นะ”แค่จะด่าทอสาปแช่งมัน ซูหร่านยังรู้สึกว่ามันเป็นการให้เ

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 26

    “คุณยายวางใจเถอะค่ะ ช่วงนี้แค่มีเรื่องให้ยุ่ง ๆ นิดหน่อยเองค่ะ”ในใจของสวีจิ่นเป็นดั่งกระจกเงา เธอรู้ดีว่าการที่ซูหร่านจงใจลงทะเบียนทัวร์ท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุให้ก็เพื่อไม่ให้เธอต้องอยู่บ้านแล้วคอยนั่งกังวลใจเด็กคนนี้มีนิสัยชอบบอกแต่เรื่องดี ๆ และเก็บงำความทุกข์ ต่อให้จะต้องเหนื่อยยากลำบากสักแค่ไหน เธอก็เลือกที่จะแบกรับมันไว้คนเดียวคุณแม่ซูก็เป็นคนขี้อาย ส่วนพ่อซูก็เป็นประเภทที่ไม่เคยเอ่ยปากชมลูกหลานในครอบครัว เด็กคนนี้จึงมักจะเก็บกด“คนที่ยายวางใจมากที่สุดก็คือหร่านหร่านนี่แหละ แต่ความเข้าใจโลกจนเกินตัวนี่แหละที่ทำให้ยายเจ็บปวดแทน”ซูหร่านซุกใบหน้าฝังลงไปกับผืนผ้าห่ม พร้อมกับกระชับวงแขนกอดแขนของคุณยาย ถึงแม้ว่าสวีจิ่นจะไม่ได้มีสายเลือดเป็นคุณยายแท้ ๆ ของเธอ แต่เธอกลับเป็นคนผูกพันที่สุดและเป็นคนที่ปฏิบัติกับเธอจริงใจมากที่สุดอีกด้วย-วันเวลาหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง เวลาล่วงเลยผ่านไปเดือนครึ่งแล้วลู่จิ่งซิงไม่ได้ติดต่อหาเธออีกเลยตั้งแต่ครั้งนั้น ส่วนซูหร่านเองก็วางเฉยต่อการปรากฏตัวแสนสั้นทว่าตราตรึงใจของเขาไปเสียแล้วบางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ว่า หรือบางทีเข

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 25

    พอกลับมาถึงบ้านในยามค่ำคืน ซูหร่านเพิ่งก้าวเท้าผ่านประตูก็ได้กลิ่นสุราโชยมาเตะจมูก บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารโปรดของทุกคนในครอบครัวแม้กระทั่งซูรุ่ย น้องชายของเธอก็กลับมาบ้านด้วยเช่นกันซูเทียนเล่ยกวักมือเรียก ผ่อนคลายอย่างหาได้ยาก สุขล้นเสียยิ่งกว่าตอนที่เพิ่งคว้าเงินลงทุนมาได้เสียอีก “เสี่ยวหร่าน มาดื่มเป็นเพื่อนพ่อสักแก้วสิลูก”ความเหนื่อยยากทั้งหมดทั้งมวลที่ทุ่มเทลงไป ก็เพื่อให้พวกเขามีความสุขกันไม่ใช่หรือ ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็คุ้มค่าพอได้เห็นรอยยิ้มของพ่อกับแม่ ซูหร่านก็รู้สึกอิ่มเอมใจขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ เธอยกแก้วบนโต๊ะขึ้นมา แล้วดื่มเป็นเพื่อนซูเทียนเล่ยจนหมดไปครึ่งแก้วรวดเดียวซูรุ่ยดีใจจนเนื้อเต้นหน้าตาเบิกบาน “พี่ ผมกำลังจะได้ซื้อบ้านใหม่อีกหลังแล้วนะ คราวนี้ผมจะเลือกเอง”ซูเทียนเล่ยจิบเหล้าขาวเข้าปากอึกหนึ่ง “ไม่ต้องรีบร้อนไป รอให้สอบเสร็จแล้วค่อยว่ากัน รอบนี้เราค่อย ๆ เลือกกันให้ดี เอาบ้านสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่เท่านั้นนะ”ซูหร่านค่อย ๆ วางแก้วลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เตรียมเอ่ยเตือนสติแม้ว่าตอนนี้โรงงานจะกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ช่วงเวลานี้ก็เป็นจังหวะสำคัญที่บริษัทต้องใช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status