Share

บทที่ 2

Author: หวานละมุน
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว

บนโต๊ะหัวเตียงมีคีย์การ์ดสีทองพิมพ์ตัวเลข 8086 ตัวโตวางอยู่ พร้อมกับยาคุมฉุกเฉินหนึ่งกล่อง

ซูหร่านนึกด่าอยู่ในใจเงียบ ๆ ว่า “ไอ้คนขี้ตั๋ว”

พูดไว้ซะดิบดี แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ยอมบอกสักคำว่าตัวเองเป็นใคร

แต่อย่างไรก็เถอะ เธอก็ไม่ได้อยากรู้เหมือนกัน

หลังจากกินยาเสร็จ เธอก็ลงมาชั้นล่างเพื่อติดต่อเคาน์เตอร์ของโรงแรม เป็นไปตามคาด หากไม่ใช่ตำรวจ ทางโรงแรมไม่มีทางเปิดกล้องวงจรปิดให้ดู และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกตรวจสอบเป็นการส่วนตัวเด็ดขาด

ในเมื่อเซวียอี้กล้าเล่นงานเธอ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้ลอยนวลไปได้ง่าย ๆ แน่

เธอไม่ใช่ประเภทที่จะยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวอยู่แล้ว

ในจังหวะที่กำลังคิดว่าจะแจ้งความดีหรือไม่ โทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนขึ้นมา

ข้อความใหม่ถูกส่งมาจากชื่อเล่นที่ตั้งว่า “8086” : คุณน่าจะต้องการสิ่งนี้ [ไฟล์วิดีโอ]

ซูหร่านกัดริมฝีปากล่างแน่น ไอ้ผู้ชายสารเลวนั้นอาศัยจังหวะที่เธอนอนหลับใช้ลายนิ้วมือของเธอยกเลิกล็อกหน้าจอเพื่อเพิ่มเพื่อน

แถมยังเปลี่ยนชื่อเล่นให้เสร็จสรรพแถมปักหมุดแชทไว้ด้านบนสุดอีกต่างหาก

วิดีโอ! เขาคงไม่ได้แอบถ่ายตอนที่พวกเรา... หรอกนะ?

นัยน์ตาของซูหร่านฉายแววดุร้ายอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอรีบปรับโทรศัพท์เป็นระบบปิดเสียงทันที ก่อนจะหันหลังชนกำแพงแล้วเปิดไฟล์วิดีโอที่เขาส่งมาดู

ภาพบนหน้าจอกะพริบขึ้นมา หมัดเล็ก ๆ ของซูหร่านก็กำเข้าหากันแน่นในทันที

นั่นคือคลิปจากกล้องวงจรปิดตอนที่เซวียอี้แอบใส่ยาลงในน้ำผลไม้ของเธอ

ริมฝีปากสีแดงระเรื่อของซูหร่านเม้มเข้าหากัน: ขอบคุณค่ะ เมื่อคืนกับเช้านี้คุณไม่ได้แอบอัดคลิปไว้ใช่ไหม?

8086: ถ้าอยากได้ คราวหน้าลองดูก็ได้นะ

แม้ว่าจะเป็นเพียงตัวอักษร แต่เธอกลับมองเห็นภาพใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความยั่วยวน แถมยังแฝงแววเจ้าเล่ห์จงใจแกล้งหยอกเย้าของเขาได้อย่างชัดเจน

ปลายนิ้วเรียวขาวราวต้นหอมของซูหร่านกดแตะหน้าจอ แล้วจัดการบล็อกทันที

ทว่ายังไม่ทันถึงครึ่งนาที เบอร์แปลกเบอร์หนึ่งก็โทรเข้ามา “มือไวใช้ได้นี่”

คนอะไรกันเนี่ย ถึงกับไปสืบเบอร์โทรศัพท์ของเธอมาจนได้

ความคิดและความรู้สึกของซูหร่านที่มีต่อผู้ชายคนนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ “ขอบคุณที่ช่วยดึงภาพกล้องวงจรปิดมาให้นะคะ ส่วนเรื่องที่คุณแอบแตะต้องมือถือฉัน ถือว่าเจ๊ากันไป”

ที่เขาเร่งรีบให้คนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่แรก เป็นเพราะเขาไม่เชื่อคำพูดที่ว่าเธอถูกแฟนเก่าแอบวางยาต่างหาก เมื่อเธอเอ่ยคำขอบคุณแล้ว ก็ถือว่าต่างฝ่ายต่างไม่ติดค้างอะไรกันอีก

น้ำเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที “ผมนัดลู่จิ่งซิงให้คุณแล้ว ตอนสี่โมงครึ่ง ที่ตึกสำนักงานเกาซาน”

เป็นเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่เหนือความคาดหมาย ทำเอาซูหร่านตื่นเต้นจนลมหายใจสะดุด “ทำไมถึงช่วยฉันล่ะคะ?”

“เรื่องที่รับปากไว้ ย่อมต้องรักษาคำพูดอยู่แล้ว”

ทางฝั่งนั้นดูเหมือนจะอยู่ในสถานที่ที่กว้างโล่ง พอผ่านเข้ามาทางไมโครโฟน ยิ่งทำให้เสียงทุ้มต่ำนั้นฟังดูน่าฟังยิ่งขึ้นไปอีก

ซูหร่านเป็นพวกแพ้เสียงทุ้มเสียด้วยสิ

แต่เธอกลับจำไม่ได้เลยสักนิดว่าตัวเองเคยไปเอ่ยปากขอร้องให้เขาช่วยนัดพบกับลู่จิ่งซิงตั้งแต่ตอนไหนกัน นิ้วเรียวขาวผุดผ่องหยุดค้างอยู่เหนือปุ่มบล็อก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยังไม่ได้กดลงไป

ลู่จิ่งซิง ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงการเงินในเมืองจี้เฉิงที่แทบไม่มีใครกล้าหาเรื่องด้วย วิธีการทำงานเฉียบขาด

เล่าลือกันว่าเมื่อห้าปีก่อนตอนที่เขากลับประเทศ เขารวบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ยึดหุ้นของหลานชายตระกูลเดียวกันมาครอง จนก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัท “บริษัทการลงทุนเกาซาน”

ใช้เวลาไม่ถึงสามปีด้วยซ้ำ อาศัยวิธีการอันเด็ดขาดไร้ความปรานีพลิกฟื้น “บริษัทการลงทุนเกาซาน” ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาได้ไม่นาน ให้กลายเป็นบริษัทหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

มูลค่าตามราคาตลาดของกลุ่มบริษัทลู่ซื่อจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และตัวเขาก็กลายมาเป็นหนึ่งในทายาทคนสำคัญที่ทางตระกูลลู่มุ่งมั่นปั้นแต่งให้สืบทอดอำนาจ

ในมือถือไพ่ตายไว้ถึงสองใบ ทำให้ตอนนี้ลู่จิ่งซิงในเมืองจี้เฉิงเรียกได้ว่ากุมอำนาจล้นฟ้า สูงส่งจนยากจะเอื้อมถึง

“ขอบคุณค่ะ จะไปให้ตรงเวลาค่ะ”

ไม่มีอะไรต้องมานั่งท่าถือดีให้มากความ นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเธอแล้ว ต่อให้ข้างหน้ามีหลุมพรางรออยู่ ก็ต้องไปลองหยั่งเชิงดู

เมื่อวางสาย ซูหร่านก็ลองเช็กเวลาใช้งานหน้าจอโทรศัพท์ดู โชคดีที่ไอ้คนสารเลวนั่นน่าจะไม่ได้แอบดูความเป็นส่วนตัวอย่างอื่น

คำนวณเวลาแล้วยังพอมีเหลือเฟือ ซูหร่านจึงแวะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเสียก่อน จากนั้นจึงขับรถวอลโว่มือสองคู่ใจมุ่งหน้าไปยังบริษัทการลงทุนเกาซาน

ระหว่างทาง หนิงเฟย เพื่อนสนิทก็โทรเข้ามา “หร่านหร่าน เซวียอี้พาแกไปพบกับลู่จิ่งซิงแล้วหรือยัง?”

แค่ได้ยินชื่อของเซวียอี้ ซูหร่านก็รู้สึกคลื่นไส้จนแทบอาเจียน “ยังหรอก ฉันหาทางอื่นเพื่อนัดเจอเขาได้เองแล้วล่ะ”

น้ำเสียงของหนิงเฟยเจือแววดีใจ “เยี่ยมไปเลย แต่แกก็ต้องระวังตัวด้วยนะ ฉันได้ยินข่าววงในมาว่า ที่ก่อนหน้านี้บริษัทลงทุนหลายแห่งไม่ยอมลงทุนให้โรงงานที่บ้านเธอ เป็นเพราะมีคนจากธนาคารแอบส่งสัญญาณเตือนเอาไว้ก่อนแล้ว”

มิน่าล่ะ โรงงานอาหารที่แย่กว่าของบ้านเธอทุกด้านกลับสามารถหาเงินลงทุนได้หน้าตาเฉย ทั้งที่แผนธุรกิจที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาอย่างยากลำบากนั้นไร้จุดบกพร่องไม่ได้เลยแท้ ๆ แต่เธอกลับต้องคอยก้มหัวไปขอความช่วยเหลือจนทั่ว สุดท้ายกลับโดนปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า

แถมยังไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้อีกสักคำ ใช้ข้ออ้างแค่ว่าประวัติเครดิตของนิติบุคคลไม่ผ่านก็ปัดตกเธอแล้ว

ที่แท้ทั้งหมดเป็นฝีมือของเซวียอี้ที่คอยเล่นงานอยู่เบื้องหลังนี่เอง

สำนวนที่เขาว่ากันไว้นั่นว่ายังไงนะ? หมอนั่นไม่ได้อยากแค่จะนอนกับเธออย่างเดียว แต่ยังอยากให้เธอต้องยอมจำนนเดินไปอ้อนวอนขอให้เขานอนด้วยต่างหาก

ให้ตายสิ

มือที่กำพวงมาลัยของซูหร่านกระชับแน่นขึ้น ปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเพราะออกแรงบีบมากเกินไป “เป็นเพราะเซวียอี้ เขาตั้งใจจะบีบให้ฉันยอมจำนนขอร้องเขา”

หนิงเฟยที่ไม่เคยชอบขี้หน้าเซวียอี้มาแต่ไหนแต่ไร ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอดังลั่นด้วยความขัดเคือง “ไอ้ทุเรศเอ๊ย ความสามารถเท่าขี้มดของมัน ก็แค่เพราะมีลุงที่เป็นรองผู้จัดการธนาคารอย่างเหอหลู่เจี๋ยหนุนหลังอยู่ต่างหากล่ะ”

“แล้วก็ หร่านหร่าน ฉันต้องเตือนแกไว้ก่อนเลยนะว่าการที่แกจะใช้ชีวิตสงบสุขได้ คงเป็นเพราะมีคนเคราะห์ร้ายลงสนามไปผลาญเงินแทนแกแน่ ๆ เซวียอี้อดทนไม่แตะต้องแกนานตั้งครึ่งปี คงเป็นเพราะข้างนอกมีคนอื่นแล้วชัวร์”

เขาไม่ได้มีแค่คนอื่นข้างนอกธรรมดา

เมื่อวานตอนเช้า ซูหร่านเพิ่งจะได้รับอีเมลจากบุคคลนิรนามฉบับหนึ่ง ภายในนั้นเต็มไปด้วยภาพแอบถ่ายชู้รักของเซวียอี้ อัดเองถ่ายเอง มีสารพัดท่าทาง และเกิดขึ้นไม่ใช่แค่ครั้งเดียวเสียด้วย

ซูหร่านจึงนัดเซวียอี้มาบอกเลิกทันที ผลลัพธ์ก็คือดันไปติดกับดักของไอ้สารเลวเข้าก่อน

แค่คิดก็รู้สึกคลื่นไส้

ซูหร่านกดน้ำหนักเท้าลงบนคันเร่งลึกขึ้นอีกนิด วันนี้เธอยังไงก็ต้องพิชิตลู่จิ่งซิงให้ได้ แล้วเอาสัญญาลงทุนปาใส่หน้าเซวียอี้ให้ได้ “ฉันเลิกกับเขาแล้ว”

เสียงของหนิงเฟยที่เดิมทีก็ดังอยู่แล้ว พลันพุ่งสูงขึ้นไปอีกสองระดับ “นี่คือข่าวดีระเบิดระเบ้อที่สุดแห่งปีเลยนะเนี่ย สุขสันต์วันโสดจ้า เดี๋ยวฉันเลี้ยงฉลองมื้อใหญ่เอง”

ซูหร่านหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปในลานจอดรถของตึกสำนักงานเกาซาน “รอฉันจัดการเรื่องระดมทุนให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยว่ากัน ไม่คุ้มเลยสักนิดที่จะเอาเวลาไปเสียกับผู้ชายสารเลวแบบนั้น บัญชีแค้นค่อยคิดบัญชีย้อนหลังทีหลังก็ได้”

ซูหร่านส่องกระจกตรวจเช็กความเรียบร้อยของเครื่องสำอางอีกรอบ ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าสู่ตึกสำนักงานเกาซาน

เธอเคยมาที่นี่แล้ว เพื่อยื่นเรื่องขอเงินลงทุนกับแผนกการลงทุนภาคอุตสาหกรรม

แต่พอขั้นตอนดำเนินมาถึงช่วงท้ายสุด กลับถูกจางเซิ่ง รองประธานบริหารที่กำกับดูแลแผนกปฏิเสธอย่างไร้เหตุผลและไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

เมื่อมาลองคิดดูในตอนนี้แล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของเซวียอี้ที่แอบเล่นงานอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น

พนักงานต้อนรับสาวในวันนี้ ส่งยิ้มหวานหยดย้อยเสียยิ่งกว่าครั้งก่อน แถมยังผายมือทำท่าทาง “เชิญ” ได้อย่างได้มาตรฐาน “คุณผู้ช่วยพิเศษตู้กำชับไว้เป็นกรณีพิเศษเลยค่ะ ให้เชิญคุณขึ้นไปที่ห้องรับรองชั้นแปด”

ตู้เหิง คือผู้ช่วยพิเศษคนสนิทของลู่จิ่งซิง ในแวดวงการเงินของเมืองจี้เฉิงแล้ว ถือเป็นบุคคลที่อยู่ใต้เท้าเพียงคนเดียวแต่เหนือกว่าคนนับร้อยคนทีเดียว คาดไม่ถึงเลยว่าต้องให้ถึงมือเขาโทรแจ้งกับพนักงานต้อนรับด้วยตัวเองได้

ดูท่าแล้ว ตัวตนของเจ้าของห้อง 8086 จะไม่ใช่แค่คนรวยธรรมดาเสียแล้ว

ซูหร่านเป็นคนหน้าตาคมคายโฉบเฉี่ยว ต่อให้ทำท่าทางเย็นชาแค่ไหน ก็ยังไม่อาจปกปิดความเย้ายวนที่เปล่งประกายออกมาจากเนื้อตัวได้

เสื้อคลุมรัดเอวสีน้ำเงินเข้มยิ่งขับเน้นให้เรียวขาเรียวยาวและเอวคอดกิ่ว รวมถึงหน้าอกที่อวบอิ่มสะดุดตา ตลอดทางไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงต่างก็ส่งสายตาร้อนแรงจ้องมองมาด้วยความโลภหรือความอิจฉาริษยา

เธอคุ้นชินกับสายตาเหล่านี้มานานแล้ว จึงทำเป็นมองไม่เห็นและเดินตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้นแปดทันที

การตกแต่งภายในตึกสำนักงานเกาซานเรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยความมั่งคั่งแบบไม่เอิกเกริก เลขาพาเธอไปที่ห้องรับรอง แล้วยกกาแฟมาเสิร์ฟให้เธอนั่งรออยู่ที่นั่น

ซูหร่านกลัวลิปสติกจะเลอะจึงไม่กล้าแตะต้อง

แม้ว่าเธอจะเคยพบเจอคนรวยมาก็ไม่น้อย แต่ระดับผู้ทรงอิทธิพลในวงการการเงินอย่างลู่จิ่งซิงนี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต แถมยังเป็นจอมราชันที่แค่ได้ยินชื่อก็ทำให้คนขาสั่นขวัญผวนแล้ว

เธอนั่งท่องบทพูดที่เตรียมไว้ในใจเงียบ ๆ พร้อมกับชะเง้อคอมองออกไปด้านนอกเป็นระยะ ๆ

ผ่านไปราวสิบกว่านาที ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก็เดินใกล้เข้ามาท่ามกลางเงาร่างของผู้คนที่รายล้อมอยู่หลังผนังกระจกฝ้า

คนด้านหน้าก้าวเท้าเร็วกว่าปกติเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียง คลิก แล้วผลักประตูห้องประชุมเปิดออก ยืนอารักขาอยู่ข้างประตูอย่างนอบน้อม ผายมือเชื้อเชิญให้ผู้เป็นใหญ่ก้าวเดินนำหน้าไปก่อน

รอยยิ้มเสแสร้งแบบมืออาชีพผุดขึ้นบนใบหน้าของซูหร่านในทันที พร้อมกับยืนตรงในท่าทางเตรียมพร้อมเพื่อมองไปยังคนที่กำลังเดินเข้ามา

ทว่าทันทีที่เธอเห็นหน้าชัดเจนว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่กำลังจะเอ่ยทักทายกลับสั่นระริกแล้วแข็งค้างไปในทันที

ท่ามกลางวงล้อมของผู้คนที่คอยเทิดทูนอยู่แถวหน้า ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมเยือกเย็นที่ยืนโดดเด่นสง่างามราวนกกระเรียน แท้จริงแล้วก็คือผู้ชายคนเมื่อคืนนั้นเอง

เขายังคงสวมชุดสูทสั่งตัดพิเศษแสนประณีตไร้รอยยับชุดเดียวกับเมื่อตอนเช้า รูปร่างหน้าชวนหลงใหล ยืนสง่างาม แผ่กลิ่นอายความเป็นใหญ่พรั่งพรูออกมาทั่วร่าง

ต่อให้ไม่ต้องวิเคราะห์จากท่าทีประจบสอพลออย่างระมัดระวังของคนรอบข้าง แค่สัมผัสได้ถึงออร่าของเขาก็รู้ทันทีว่าเป็นผู้นำระดับแถวหน้า

ซูหร่านตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง แล้วนึกขึ้นได้ว่าควรจะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกัน “สวัสดีค่ะ”

อีกฝ่ายก้าวขายาวอย่างมั่นคง เดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ยกแขนขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทีสุขุมนิ่งขรึม “สวัสดีครับ ผมลู่จิ่งซิง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 30

    ซูหร่านจ้องมองเซวียอี้ด้วยสายตระแวดระวัง “การยอมรับว่าตัวเองหูหนวกตาบอด ทั้งโง่เง่าและงี่เง่า มันยากนักหรือไง?”เมื่อเห็นว่าซูหร่านไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน เซวียอี้ก็ขบกรามด้วยความแค้นเคือง “อย่าให้แม่เธอเผลอกล้าเดินออกไปไหนคนเดียวก็แล้วกัน ฉันรู้จักพวกแก๊งอันธพาลแก่ ๆ ที่ชอบรังควานคนแก่ตั้งเยอะแยะ”ความโกรธเกรี้ยวของซูหร่านพุ่งทะยานจนระเบิดตู้ม เธอเงื้อมมือที่กำกุญแจรถแน่นขึ้น ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีพุ่งตรงไปข้างหน้าแล้วแทงสวนใส่ใบหน้าของเซวียอี้เต็มแรงทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนที่แขนของเธอจะเหวี่ยงออกไป กลับมีมือผอมแห้งแต่ทรงพลังข้างหนึ่งคว้าหมัดของเธอไว้แน่น พร้อมกับออกแรงกระชากเหวี่ยงร่างของเธอให้ถอยหลังเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันอบอุ่นของใครบางคนซูหร่านเซถลาไปสองสามก้าวถึงค่อยตั้งหลักยืนนิ่งได้ ทว่ายังไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววเย้าแหย่ก็ดังลอยมาจากเหนือศีรษะ “ไม่ได้เจอกันแค่เดือนกว่า ๆ ก็ยังบู๊บ้าบิ่นไม่เปลี่ยนเลยนะ”ซูหร่านตั้งท่าจะหันขวับกลับไปมอง ทว่าเรียวเอวบางกลับถูกวงแขนสองข้างโอบรัดเอาไว้เสียก่อน ทำให้ร่างทั้งร่างของเธอจมดิ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่กว้างใหญ่ของเ

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 29

    มีหลายเรื่องที่ควรลงมือทำตั้งนานแล้วซูหร่านสาวเท้าก้าวยาว ๆ เดินมุ่งหน้าออกไปข้างนอกทันที ฉีซินซินที่แอบหลบอยู่ตรงมุมประตูแกล้งทำเป็นเดินผ่านมาพอดี “เสี่ยวหร่าน จะไปไหนเหรอ?”“ไปสำนักทนายความ”ฉีซินซินส่ายหน้าเบา ๆ เปล่งเสียงพูดออกมาด้วยระดับพอดีในระยะที่ฟ่านซีเหนียนซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้สามารถได้ยินพอดี “เธอยังลืมเซวียอี้ไม่ได้สินะคะ ที่แท้เวลาที่คนเรามีความรักเนี่ย พอเกิดความแค้นขึ้นมามันถึงได้รุนแรงขนาดนี้จริง ๆ ด้วย”“เซวียอี้คนนั้น ทำร้ายจิตใจเธอรุนแรงมากเลยงั้นเหรอ?”ฉีซินซินทำเป็นสะดุ้งตกใจหันขวับกลับมา ราวกับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีฟ่านซีเหนียนยืนอยู่ข้างกาย จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเสียดาย “ก็เพราะเซวียอี้มันแอบนอกใจ แถมเหมือนว่าเสี่ยวหร่านจะเคยหวาดระแวงด้วยซ้ำว่าตัวเองอาจจะติดโรคทางเพศสัมพันธ์มาจากเซวียอ...”ฉีซินซินรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ทำท่าทางตื่นตระหนกราวกับนึกเสียใจที่เผลอหลุดปากพูดเรื่องไม่ควรพูดออกไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของฟ่านซีเหนียน แล้วรีบพูดแก้ต่างแทนซูหร่านด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเซวียอี้ทำตัวสำส่อน เสี่ยวหร่านเป็นเหยื่อ”ฟ่านซีเหนียน

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 28

    คุณยายพูดถูกแล้ว เราต้องรีบปีนขึ้นมาจากหลุมพรางนี้ให้ได้เสียก่อน เรื่องของเซวียอี้เองก็จำเป็นต้องรีบนำไปบอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ความจริงโดยเร็วที่สุด จะปล่อยให้ไอ้สารเลวคนนั้นมีโอกาสกลับมาหลอกล่อคุณพ่อได้อีกเป็นครั้งที่สองไม่ได้เด็ดขาด”-อีกฟากหนึ่ง บนเครื่องบินส่วนตัวที่กำลังบินมุ่งหน้ากลับสู่เมืองจี้เฉิง ตู้เหิงกำลังรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ลู่จิ่งซิงฟัง “ตอนนี้ตัวนิติบุคคลที่หอบเงินหนีกับพวกผู้รับผิดชอบทั้งหมดถูกจับกุมตัวไว้ได้หมดแล้วครับ ส่วนเงินค่าสินค้าของคุณซูจะโอนเข้าบัญชีพรุ่งนี้ตอนช่วงเช้าครับ”หวังเย่เหยียดขาออกไปข้างหน้า พร้อมกับใช้หัวเข่าสะกิดชนขาของลู่จิ่งซิงเบา ๆ สองที “ฉันนั่งตรวจสอบเบาะแสทั้งหมดดูอย่างละเอียดแล้ว นายช่วยพูดความจริงมาซะดี ๆ เถอะว่าซูหร่านใช่เด็กผู้หญิงคนเดียวกับคนที่เคยทำให้นายอุบัติเหตุจนตาบอดเมื่อสิบกว่าปีก่อนหรือเปล่า”ลู่จิ่งซิงยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างขมับเบา ๆ พลางกวาดสายตาอ่านเอกสาร “ฉันใส่แว่นกันแดดอยู่ไม่กี่วัน แถมยังอุดอู้อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนตั้งสองวันเองไม่ใช่หรือไง”หวังเย่ดีดตัวลุกขึ้นนั่งตรงแหน่วราวกับติดสปริง “ที่แท้ก็เป็นเธอจริง

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 27

    เพลิงโทสะของซูหร่านพุ่งพรวดขึ้นมา ที่แท้ก็ยังเป็นฝีมือของไอ้สารเลวคนนี้นี่เอง แล้วทำไมพ่อถึงยังหลงเชื่อคำพูดของมันได้ลงคออีกเซวียอี้เสียงหัวเราะเยาะเย้ยได้ใจ พร้อมกับเสียงตบโต๊ะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่า ๆ นึกไม่ถึงเลยล่ะสิว่าพ่อเธอยังจะอุตส่าห์เชื่อใจฉัน หลงเชื่อว่าทำไปเพื่อหวังดีกับเขา ตอนที่ฉันบอกว่าเป็นแผนไถ่บาปขอแก้ตัวใหม่ แล้วบอกให้เขาเก็บเป็นความลับเพื่อเซอร์ไพรส์เธอ พ่อเธอเชื่อสนิทใจ แถมยังทำตามคำสั่งของฉันอีก ฮ่า ๆ ๆ ๆ โคตรโง่เลยว่ะ ครอบครัวเธอมันก็เป็นพวกโง่เง่าเต่าตุ่นกันยกครัวนั่นแหละ”ซูหร่านพยายามข่มกลั้นโทสะ เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “เซวียอี้ เตรียมตัวรอรับหมายศาลจากฉันได้เลย”เซวียอี้อยากจะบินมาอยู่ตรงหน้าซูหร่านเสียเดี๋ยวนี้ เพื่อจะได้มองเห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวจนแทบระเบิดของเธอให้เต็มสองตา “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยแค่นั้นเอง ในเมื่อฉันเป็นคนใจกว้างและไม่เคยถือสาหาความเรื่องเก่า ๆ อยู่แล้ว ถ้าเธออยากล้างเนื้อล้างตัวคลานมาหาฉัน ปรนเปรอฉันให้ถึงใจล่ะก็ บางทีฉันอาจจะหาทางช่วยเหลือเธอก็ได้นะ”แค่จะด่าทอสาปแช่งมัน ซูหร่านยังรู้สึกว่ามันเป็นการให้เ

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 26

    “คุณยายวางใจเถอะค่ะ ช่วงนี้แค่มีเรื่องให้ยุ่ง ๆ นิดหน่อยเองค่ะ”ในใจของสวีจิ่นเป็นดั่งกระจกเงา เธอรู้ดีว่าการที่ซูหร่านจงใจลงทะเบียนทัวร์ท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุให้ก็เพื่อไม่ให้เธอต้องอยู่บ้านแล้วคอยนั่งกังวลใจเด็กคนนี้มีนิสัยชอบบอกแต่เรื่องดี ๆ และเก็บงำความทุกข์ ต่อให้จะต้องเหนื่อยยากลำบากสักแค่ไหน เธอก็เลือกที่จะแบกรับมันไว้คนเดียวคุณแม่ซูก็เป็นคนขี้อาย ส่วนพ่อซูก็เป็นประเภทที่ไม่เคยเอ่ยปากชมลูกหลานในครอบครัว เด็กคนนี้จึงมักจะเก็บกด“คนที่ยายวางใจมากที่สุดก็คือหร่านหร่านนี่แหละ แต่ความเข้าใจโลกจนเกินตัวนี่แหละที่ทำให้ยายเจ็บปวดแทน”ซูหร่านซุกใบหน้าฝังลงไปกับผืนผ้าห่ม พร้อมกับกระชับวงแขนกอดแขนของคุณยาย ถึงแม้ว่าสวีจิ่นจะไม่ได้มีสายเลือดเป็นคุณยายแท้ ๆ ของเธอ แต่เธอกลับเป็นคนผูกพันที่สุดและเป็นคนที่ปฏิบัติกับเธอจริงใจมากที่สุดอีกด้วย-วันเวลาหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง เวลาล่วงเลยผ่านไปเดือนครึ่งแล้วลู่จิ่งซิงไม่ได้ติดต่อหาเธออีกเลยตั้งแต่ครั้งนั้น ส่วนซูหร่านเองก็วางเฉยต่อการปรากฏตัวแสนสั้นทว่าตราตรึงใจของเขาไปเสียแล้วบางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ว่า หรือบางทีเข

  • ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว   บทที่ 25

    พอกลับมาถึงบ้านในยามค่ำคืน ซูหร่านเพิ่งก้าวเท้าผ่านประตูก็ได้กลิ่นสุราโชยมาเตะจมูก บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารโปรดของทุกคนในครอบครัวแม้กระทั่งซูรุ่ย น้องชายของเธอก็กลับมาบ้านด้วยเช่นกันซูเทียนเล่ยกวักมือเรียก ผ่อนคลายอย่างหาได้ยาก สุขล้นเสียยิ่งกว่าตอนที่เพิ่งคว้าเงินลงทุนมาได้เสียอีก “เสี่ยวหร่าน มาดื่มเป็นเพื่อนพ่อสักแก้วสิลูก”ความเหนื่อยยากทั้งหมดทั้งมวลที่ทุ่มเทลงไป ก็เพื่อให้พวกเขามีความสุขกันไม่ใช่หรือ ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็คุ้มค่าพอได้เห็นรอยยิ้มของพ่อกับแม่ ซูหร่านก็รู้สึกอิ่มเอมใจขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ เธอยกแก้วบนโต๊ะขึ้นมา แล้วดื่มเป็นเพื่อนซูเทียนเล่ยจนหมดไปครึ่งแก้วรวดเดียวซูรุ่ยดีใจจนเนื้อเต้นหน้าตาเบิกบาน “พี่ ผมกำลังจะได้ซื้อบ้านใหม่อีกหลังแล้วนะ คราวนี้ผมจะเลือกเอง”ซูเทียนเล่ยจิบเหล้าขาวเข้าปากอึกหนึ่ง “ไม่ต้องรีบร้อนไป รอให้สอบเสร็จแล้วค่อยว่ากัน รอบนี้เราค่อย ๆ เลือกกันให้ดี เอาบ้านสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่เท่านั้นนะ”ซูหร่านค่อย ๆ วางแก้วลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เตรียมเอ่ยเตือนสติแม้ว่าตอนนี้โรงงานจะกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ช่วงเวลานี้ก็เป็นจังหวะสำคัญที่บริษัทต้องใช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status