Beranda / รักโบราณ / ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ / คลื่นใต้น้ำในสำนักศึกษา 2

Share

คลื่นใต้น้ำในสำนักศึกษา 2

last update Tanggal publikasi: 2026-08-06 12:07:31

เสียงจอแจดังเซ็งแซ่ระคนเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้ว ดังลอดออกมาจากตำหนักศึกษาหลวง บรรดาสหายร่วมศึกษาต่างจับกลุ่มสนทนาถึงริ้วขบวนอันอลังการของคณะราชทูตจากแคว้นถู่ปัว บ้างซุบซิบนินทา บ้างแสดงความตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า แต่ละกลุ่มแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน สร้างบรรยากาศอึดอัดให้แก่นักศึกษาที่ไม่ได้มีกลุ่มของตน

กลุ่มแรกคือกลุ่มขององค์ชายใหญ่หลี่ซวน ประกอบด้วยองค์ชายสี่หลี่เฟิง คุณชายหลิว คุณชายฉิน และเฉินซีห่าวพี่ชายคนรองของเฉินซูเหริน พวกเขานั่งรวมกันอยู่มุมห้อง ดวงตาเปล่งประกายความทะเยอทะยาน แววตาแฝงเร้นด้วยอำนาจและอิทธิพล

กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มขององค์ชายรองหลี่เฉิง มีคุณชายหาน คุณชายไป๋ และคุณชายเย่ร่วมกลุ่มอยู่ด้วย กลุ่มนี้มักแสดงตนว่าเป็นกลุ่มปัญญาชน ถกเถียงเรื่องบทกวีและปรัชญา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยที่จะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับกลุ่มอื่น

กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มขององค์รัชทายาทหลี่เสียน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่เงียบสงบที่สุด ประกอบด้วยคุณชายเสิ่น คุณชายตู้ และจ้าวมู่เฉิน พวกเขามักถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนมีปัญหา ด้วยคุณชายตู้เป็นบุตรชายคนสุดท้ายของสกุลตู้ ซึ่งเคยเข้าร่วมกบฏและถูกประหารทั้งตระกูล เหลือไว้เพียงคุณชายตู้ที่ได้รับการละเว้นด้วยพระเมตตาจากอดีตฮ่องเต้ ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นตัวกาลกิณี และถูกกีดกันจากสังคม

ส่วนจ้าวมู่เฉินเองก็ถูกมองว่าเป็นบุตรชายของขุนนางต่ำศักดิ์ ไม่คู่ควรแก่การคบค้าสมาคมกับบุตรหลานขุนนางชั้นสูง ในสำนักศึกษาแห่งนี้ จึงเป็นที่ชัดเจนว่า กลุ่มขององค์รัชทายาทรวมตัวกันด้วยความจำใจ และไม่เป็นที่พอใจแก่องค์ชายและเหล่าคุณชายอื่นๆ

“พวกเจ้าว่าการประลองตีคลีครั้งนี้ ใครจะเป็นผู้ชนะ?” คุณชายหลิวเอ่ยถามเสียงดัง

“แน่นอนว่าเป็นทีมขององค์ชายใหญ่ พวกเรามีเฉินซีห่าวอยู่ในทีม ฝีมือของเขาไม่มีใครเทียบได้” คุณชายฉินตอบอย่างมั่นใจ

“อย่าเพิ่งมั่นใจไป พวกเราก็มีคุณชายหานผู้เก่งกาจในการวางแผน” คุณชายไป๋โต้แย้ง

“แต่พวกเรามีองค์รัชทายาท” คุณชายเสิ่นเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่ก็ทำให้ทุกคนเงียบลงได้

“องค์รัชทายาทหรือ?” เฉินซีห่าวหัวเราะเยาะ 

“พระองค์ทรงประชวรอยู่ตลอดเวลา จะทรงประลองไหวหรือ..?”

“นั่นสิ ข้ายังไม่เคยเห็นพระองค์ทรงจับไม้คลีเลยด้วยซ้ำ” คุณชายหลิวเสริม

จ้าวมู่เฉินนั่งฟังการสนทนาอย่างเงียบๆ เขาไม่เห็นด้วยกับคำพูดของพวกเขา แต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นออกมา เขาเข้าใจดีว่าสถานการณ์ในสำนักศึกษาหลวงนั้นเปราะบางเพียงใด การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น

ภายในสำนักศึกษาหลวง เงียบสงัดลงทันทีที่ร่างของอาจารย์อาวุโสทั้งสามปรากฏ อาจารย์ใหญ่โจว ชายชราผู้มีผมเผ้าและเคราขาวโพลนดุจหิมะ แต่แฝงไว้ด้วยความกระฉับกระเฉง รองอาจารย์ใหญ่ชวี ชายวัยกลางคนร่างท้วม ผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา และอาจารย์เว่ย ชายหนุ่มผู้มีท่าทางองอาจ เคร่งครัดในระเบียบแบบแผน เดินเรียงแถวเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้องศึกษา

เสียงไอเพียงกระแอมเดียวของอาจารย์เว่ย ก็สามารถดับเสียงจอแจภายในห้องเรียนลงได้อย่างน่าประหลาดใจ บรรดาลูกศิษย์ที่ขาดเรียนเมื่อวาน ต่างหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว รีบลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะอาจารย์อาวุโสทั้งสามอย่างพร้อมเพรียง

“พวกเจ้ากล้าละทิ้งการศึกษา ไปมัวเมาในงานเทศกาลเช่นนั้นหรือ..?” 

อาจารย์เว่ยเอ่ยเสียงเย็นเยียบ 

“วันนี้ข้าจะลงโทษพวกเจ้าให้หลาบจำ วิ่งรอบตำหนักศึกษาหลวงสิบรอบ..!”

สิ้นเสียงอาารย์เว่ย เสียงครวญครางของเหล่าลูกศิษย์ดังระงมไปทั่วห้อง แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่ออาจารย์ใหญ่โจวเอ่ยเสียงเข้ม

“หรือพวกเจ้าต้องการให้ข้ากราบบังคมทูลฝ่าบาท ให้พระองค์ทรงลงพระอาญาพวกเจ้าด้วยพระองค์เอง…?”

สิ้นคำอาจารย์ใหญ่ ลูกศิษย์ทั้งหลายก็รีบวิ่งออกจากห้องเรียนอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าดังสนั่นไปทั่วลานหน้าตำหนักศึกษา จ้าวมู่เฉินเองก็เตรียมจะออกไปวิ่งด้วย แต่กลับถูกอาจารย์เว่ยเรียกไว้

“จ้าวมู่เฉิน เจ้าไม่ต้องออกไปวิ่ง” อาจารย์เว่ยเอ่ยเสียงเรียบ

“เพราะเหตุใดหรือขอรับ.?” จ้าวมู่เฉินถามด้วยความสงสัย

“เจ้าไม่ได้ขาดเรียนเมื่อวาน เหตุใดต้องไปรับโทษด้วย.?”

จ้าวมู่เฉินประสานมือคารวะอาจารย์อาวุโสทั้งสาม แล้วจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“สหายมีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน ศิษย์ไม่อาจทนดูสหายร่วมศึกษาถูกลงโทษโดยที่ตนเองนิ่งเฉยได้ขอรับ”

คำพูดของจ้าวมู่เฉิน ทำให้คิ้วที่ขมวดมุ่นของอาจารย์เว่ยคลายลง อาจารย์ใหญ่โจว และรองอาจารย์ใหญ่ชวีพยักหน้าอย่างชื่นชม แววตาที่มองจ้าวมู่เฉินเปลี่ยนเป็นความเลื่อมใส

ร่างของเหล่าองค์ชาย และคุณชายทั้งหลายทรุดลงบนพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรง หลังจากการลงทัณฑ์วิ่งรอบตำหนักศึกษา เสียงหอบหายใจดังระงมไปทั่วลาน บ้างทรุดกาย บ้างนั่งชันเข่า บ้างนอนแผ่หรากับพื้นดิน ราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหยกๆ มีเพียงคุณชายฉิน คุณชายเสิ่น และเฉินซีห่าว ที่ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งจากการฝึกฝนวิทยายุทธเป็นประจำ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   ฝ่าด่านพงไพร กอบกู้ทรัพย์สินสกุลจ้าว 2

    เขามิได้ผลีผลามเข้าไปในทันที แต่สั่งให้อาไค่และจ้าวมู่เฉินรออยู่ด้านนอกก่อน ส่วนตนเองนั้นเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีร่องรอยของสัตว์ร้ายหรือสัตว์เลื้อยคลานมีพิษซุกซ่อนอยู่หรือไม่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าบริเวณนั้นปลอดภัยดี เขาจึงกวักมือเรียกทั้งสองเข้ามา“ดูเหมือนจะไม่มีอันตรายใดๆ แล้ว พวกเรามาช่วยกันเถิด”ทั้งสามคนมิได้รอช้า ต่างช่วยกันมองหาจุดที่แข็งแรงพอจะใช้ปีนป่ายขึ้นไปบนแพรเถาวัลย์นั้นได้ อาไค่ผู้มีพละกำลังเป็นเลิศรับอาสาปีนขึ้นไปก่อน เขาใช้ทักษะที่ฝึกฝนมาจากค่ายทหารเกาะเกี่ยวเถาวัลย์เส้นใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่ว เมื่อขึ้นไปถึงจุดที่หีบวางอยู่ เขาก็เริ่มผูกเชือกที่เตรียมมากับหีบทีละใบ แล้วค่อยๆ หย่อนมันลงมาให้เหล่าหยวนและจ้าวมู่เฉินที่รออยู่ด้านล่างรับไว้จ้าวมู่เฉินแม้จะยังคงมีท่าทางเงอะงะอยู่บ้าง แต่เขาก็พยายามช่วยประคองและลากหีบเหล่านั้นไปรวมกันไว้ในจุดที่ปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง ดวงตาของเขาฉายแววตื่นเต้นระคนสงสัยเมื่อเห็นหีบสมบัติมากมายเหล่านั้น แม้จะไม

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   ฝ่าด่านพงไพร กอบกู้ทรัพย์สินสกุลจ้าว 1

    ทันใดนั้น! เสียงประหลาดก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า มันเป็นเสียงคำรามก็ไม่ใช่ เสียงร้องโหยหวนก็ไม่เชิง แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำ ก้องกังวาน และแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่ทำให้ผู้ได้ยินรู้สึกขนพองสยองเกล้า!“เสียงอะไรน่ะขอรับ?!” อาไค่กระซิบถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก มือคว้าด้ามมีดสั้นที่เอวเตรียมพร้อมเหล่าหยวนยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทั้งสองหยุดนิ่ง ดวงตาของเขาสอดส่ายไปรอบบริเวณอย่างระแวดระวัง “เงียบก่อน...ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่ฟังดูไม่น่าจะเป็นมิตรเท่าใดนัก”จ้าวมู่เฉินเบิกตากว้าง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว เขาขยับเข้าไปยืนชิดหลังเหล่าหยวน มองไปยังทิศทางของเสียงนั้นอย่างไม่วางตา ความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นว่าสิ่งใดกันแน่ที่กำลังรอพวกเขาอยู่แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามาและดังกว่าเดิม มันเป็นเสียงขู่คำรามอย่างชัดเจน สลับกับเสียงหายใจฟืดฟาดหนักๆ คล้ายสัตว์ร้

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   อุปสรรคจากพงไพร

    เหล่าหยวนมองนายน้อยของตนด้วยแววตาที่อ่อนโยนลง ก่อนจะหันไปทางถิงถิง “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้แต่เช้ามืด ข้า จ้าวมู่เฉิน และอาไค่ จะออกเดินทาง คาดว่าไปกลับคงใช้เวลาไม่เกินครึ่งวัน ส่วนเจ้าถิงถิง ให้รออยู่ที่เรือนพักแห่งนี้ ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา”ถิงถิงก้มหน้านิ่ง นานหลายอึดใจกว่าจะพยักหน้ารับคำช้าๆ น้ำเสียงของนางแผ่วเบาและสั่นเครือเล็กน้อย “เจ้าค่ะ...เหล่าหยวน” แม้จะตอบรับ แต่ภายในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเป็นห่วงคุณชายของตนอย่างสุดซึ้ง นางรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ย่อมไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด แต่ก็มิอาจทัดทานการตัดสินใจของผู้ใหญ่ทั้งสองได้แสงตะเกียงในเรือนยังคงส่องสว่างอยู่เพียงริบหรี่ ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงัดของค่ำคืนแห่งค่ายพยัคฆ์ขาวพิทักษ์ปฐพี แผนการเดินทางสู่หุบเหวแห่งอดีตได้ถูกกำหนดขึ้นแล้ว พร้อมกับความกังวลที่เกาะกุมหัวใจของทุกคนที่นั่งอยู่ในวงสนทนานั้น.…..ณ “ค่ายพยัคฆ์ขาวพิทักษ์ปฐพี” แสงอรุณแรกแห่งวันยังมิได้ทาบทาทั่วขุนเขาดีนัก ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มจับสีม่วงอมส้มเรื่อๆ ม่านหมอกยามเช้ายังคงลอยละล่องบางเบาคล้ายสำลีปุยขาวนุ่ม อากาศบริสุทธิ์และเย็นฉ่ำ ส

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   ความหวังในตำราเก่า 2

    การท่องบ่นซ้ำๆ ทุกวันเช่นนี้ คือความพยายามในแบบของเขาที่จะไขว่คว้าเศษเสี้ยวของอดีตที่หล่นหาย และถึงแม้ความทรงจำที่ปรารถนาจะยังไม่กลับคืนมาอย่างปาฏิหาริย์ แต่อย่างน้อยการฝึกฝนนี้ก็ทำให้เขารู้หนังสือมากขึ้น สามารถอ่านและเขียนอักษรต่างๆ ได้คล่องแคล่วขึ้นกว่าเดิมวันแล้ววันเล่านอกจากตำราพันอักษรแล้ว เขายังพยายามทบทวนตำราอื่นๆ ที่พอจะระลึกเค้าโครงได้บ้างจากส่วนลึกของจิตใจ อาจเป็นบทกวีโบราณ หลักปรัชญาขงจื๊อ หรือแม้แต่ตำราพิชัยสงครามที่เขาไม่รู้ว่าเคยเรียนมาจากที่ใด แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดบางวัน ในช่วงบ่ายอันเงียบสงบเช่นนี้ ท่านกุนซือชราคู่ใจของแม่ทัพผู้เฒ่าเฉินเหยาจิน ก็จะปลีกเวลาจากการวางแผนกลยุทธ์ในกระโจมใหญ่ เดินทางมาเยี่ยมเยียนเขาถึงข้างคอกม้า ท่านกุนซือผู้มีแววตาเปี่ยมเมตตา และมองการณ์ไกล มักจะนำตำรับตำราต่างๆ มาอ่านให้เขาฟังบ้าง หรือบางครั้งก็ช่วยชี้แนะความหมายของตัวอักษรที่ซับซ้อน เป็นการกระตุ้นความทรงจำ และเติมเต็มความรู้ให้แก่จ้าวมู่เฉินทีละน้อยอย่างไม่เร่งร้อน คล้ายกับว่าท่านมองเห็นศักยภาพบางอย

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   ความหวังในตำราเก่า 1

    ณ "ค่ายพยัคฆ์ขาวพิทักษ์ปฐพี" เมื่อพ่อบ้านเฉินจากไปแล้ว จ้าวมู่เฉินผู้ยังคงกอดห่อผ้าของขวัญจาก “พี่ใหญ่เฉิน” ไว้แนบอก ก็จำต้องวางมันลงอย่างเสียมิได้เพื่อกลับไปทำงานของตนต่อ เขายังคงสาละวนอยู่กับการดูแลม้า ทั้งตักน้ำ หาบหญ้า และทำความสะอาดคอกอย่างขยันขันแข็ง แม้ดวงใจจะพะวงถึงของเล่นและขนมที่รอคอยอยู่ แต่ความรับผิดชอบที่ถูกปลูกฝังมา ก็ทำให้เขามิอาจละทิ้งหน้าที่ได้จนกระทั่งแสงตะวันคล้อยเคลื่อนสู่กลางศีรษะ เป็นสัญญาณว่าเวลามื้อเที่ยงได้มาถึงแล้ว เสียงฝีเท้าคุ้นเคยสองคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินสู่คอกม้า ถิงถิง บ่าวรับใช้หญิงร่างเล็กบางอายุราวสิบสามสิบสี่ปี ใบหน้าจิ้มลิ้ม เดินนำหน้าอาไค่ บ่าวชายร่างกำยำผู้มีพละกำลังมหาศาล ทว่าดวงตาทั้งคู่กลับฉายแววซื่อซื่อตามประสาทุกเพลา ทั้งสองหอบหิ้วตะกร้าหวายสานใบเขื่อง เดินตรงมายังบริเวณที่จ้าวมู่เฉินมักจะพักทานอาหารเป็นประจำ“คุณชายจ้าวเจ้าคะ ได้เวลามื้อกลางวันแล้วเจ้าค่ะ” ถิงถิงเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแจ่มใส นางและอาไค่ช่วยกันนำสำรับอาหารออกจากตะกร้าวาง

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   ของขวัญจากใจ 2

    ทว่าความพยายามของเขาก็มิได้สูญเปล่า...ในเช้าวันนี้ ขณะที่เขากำลังตักน้ำใส่รางให้ม้าตัวหนึ่ง แม้หัวใจจะยังคงเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น แต่เขาก็สามารถยืนอยู่ข้างๆ มันได้โดยไม่เป็นลมล้มพับไปเช่นคราแรก ปลายนิ้วที่เคยสั่นเทา บัดนี้สามารถยื่นออกไปสัมผัสแผงคอของม้าตัวนั้นได้อย่างแผ่วเบา แม้มันจะเป็นเพียงสัมผัสสั้นๆ เพียงชั่วอึดใจ แต่สำหรับจ้าวมู่เฉินแล้ว นี่คือก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่...ก้าวที่จุดประกายความหวังริบหรี่ในใจของเขาให้สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งจ้าวมู่เฉินในชุดทหารฝึกหัดที่เก่าคร่ำคร่ากว่าของผู้ใด กำลังก้มหน้าก้มตาใช้เคียวในมือเกี่ยวหญ้าสดบริเวณเชิงเขาด้านข้างค่ายอย่างขะมักเขม้น เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนหน้าผากขาวเนียนที่บัดนี้มีรอยเปื้อนดินอยู่บ้างเล็กน้อย หญ้าแต่ละกำที่เกี่ยวได้ถูกวางลงในตะกร้าหวายใบใหญ่อย่างเป็นระเบียบ ดวงตาซื่อใสของเขามุ่งมั่นอยู่กับภารกิจตรงหน้า ด้วยรู้ดีว่าหญ้าเหล่านี้คืออาหารมื้อสำคัญของเหล่าอาชาในคอกขณะที่เขากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่นั้น เสียงแหบชราอันคุ้นเคยของเห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status