All Chapters of ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ: Chapter 1 - Chapter 10

38 Chapters

เร่งด่วนกลับจวน

รัชศกเสียนชิง (ค.ศ.656 - 661) ปีที่ 1 จักรพรรดิถังเกาจง (พระนามเดิมหลี่จื้อ) ทรงครองราชปีที่ 8 ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 3 ที่ขึ้นครองราชในราชวงศ์ถัง ยามเช้าแห่งวสันตฤดู นครเทพฉางอันตื่นจากห้วงราตรีด้วยเสียงจอแจของผู้คนที่เริ่มต้นวันใหม่ รถม้าหรูหราแต่ประดับตกแต่งอย่างเรียบง่าย เคลื่อนผ่านถนนสายหลักของเมือง เสียงเกือกม้ากระทบพื้นหินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ประกอบกับเสียงลมหายใจของม้าแผ่วเบา ทว่าหนักแน่น ม่านหน้าต่างพลิ้วไหวตามแรงลม เผยให้เห็นใบหน้าของบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ภายในจ้าวมู่เฉิน หนุ่มน้อยวัย 15 ปี เลิกม่านขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดำขลับดุจรัตติกาลทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง บรรยากาศแห่งชีวิตที่เคลื่อนไหวเบื้องนอกแตกต่างจากความเงียบงันภายในรถม้าราวฟ้ากับดิน ผู้คนสัญจรไปมา เด็กน้อยวิ่งไล่จับกันส่งเสียงหัวเราะเริงร่า พ่อค้ากู่ร้องเรียกลูกค้าหน้าร้าน กลิ่นหอมรัญจวนของอาหารจากภัตตาคารชั้นเลิศลอยมาตามสายลม ผสมผสานกับเสียงบรรเลงพิณจากหอสังคีตที่อยู่ไม่ไกลแม้จะเป็นซื่อจื่อจวนขุนนาง แต่บรรยากาศครึกครื้นเช่นนี้ก็มิใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับเขา หากแต่วันนี้ หัวใจกลับรู้สึกหนักอึ้งกว่าคราใด‘เหตุใดท่านพ
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

เยือนตำหนักเหอผิง 1

ปลายยามซวี (19.00-21.00 น.) ค่ำคืนปกคลุมเรือนไผ่ขาวด้วยม่านแห่งความเงียบสงบ แสงจันทร์นวลกระจ่างพราวพร่างอยู่บนผืนฟ้า กระทบต้องหลังคากระเบื้องของเรือนน้อย เสียงจิ้งหรีดร้องระงมอยู่ภายนอก ประสานเสียงกบร้องหาคู่ ดุจบทเพลงแห่งรัตติกาลที่บรรเลงอยู่ไม่รู้จบจ้าวมู่เฉินก้าวเท้าเข้าสู่เรือนของตน ดวงตาสีดำสนิททอดมองรอบกายด้วยความรู้สึกอันยากจะพรรณนา ‘ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ชั้นไม้วางตำรายังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม ผนังเรือนยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนของไม้จันทน์’ เขาใช้ปลายนิ้วเรียวละไล้ไปตามพื้นผิวของมัน ลูบสัมผัสความทรงจำอันแสนไกล ตั้งแต่เยาว์วัยเขาเติบโตภายในเรือนแห่งนี้ หลับใหลใต้ชายคาแห่งความอบอุ่น ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยอดีตที่เขาคิดถึงหลังจากชำระล้างร่างกายด้วยน้ำอุ่น กลิ่นกำยานที่จุดไว้ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ละอองไอหอมรัญจวนลอยอ้อยอิ่งทั่วห้อง จ้าวมู่เฉินสวมอาภรณ์นอนสีเรียบง่าย ก่อนเดินไปยังโต๊ะไม้สักด้านหนึ่ง หยิบเอกสารที่บิดาสั่งให้บ่าวชายนำมาให้ แล้วเริ่มต้นอ่านข้อมูลเกี่ยวกับเด็กน้อยเฉินซูเหรินเพียงไม่นาน ริมฝีปากของเขาก็แย้มยิ้มอย่างขบขัน ขณะที่สายตาไล
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

เยือนตำหนักเหอผิง 2

“โปรดรอสักครู่ ข้าจะนำความไปกราบทูลองค์หญิง และ ท่านผู้บัญชาการ”จ้าวมู่เฉินพยักหน้า รับรู้ถึงสายตาขององครักษ์ที่ยังคงจับจ้องเขาอยู่ แต่เขายังคงสงบนิ่งดังเดิม ปล่อยให้สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดชายอาภรณ์ อากาศยามเช้าสดชื่นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเย็นบางเบา ชายหนุ่มทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้า ด้วยรู้ดีว่าการมาเยือนในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เขามิอาจคาดเดาได้…เมื่อองครักษ์หน้าตำหนักเหอผิงเปิดประตูต้อนรับ จ้าวมู่เฉินประสานมือคารวะก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน พลางหันไปสั่งการเหล่าหยวน “เหล่าหยวน ท่านนำรถม้าไปจอดรอข้าใต้ร่มไม้ด้านข้างตำหนักเหอผิง เมื่อข้าเสร็จธุระแล้วจะออกมา”เหล่าหยวนรับคำ ก่อนบังคับรถม้าออกไปอย่างเรียบร้อย ขณะที่จ้าวมู่เฉินก้าวตามองครักษ์เข้าไปภายในตำหนัก ดวงตาดำขลับจับจ้องรายละเอียดโดยรอบอย่างเงียบงัน พื้นศิลาหินอ่อนสะอาดสะท้อนเงา เสากลางตำหนักแกะสลักลวดลายหงส์เหินเหนือเมฆา ผ้าม่านแพรบางพลิ้วไหวตามแรงลม เผยให้เห็นแสงตะวันอ่อนที่สาดส่องเข้ามาเมื่อมาถึงห้องโถงภายใน ท่ามกลางบรรยากาศเคร่งขรึมประหนึ่งมีแรงกดดันที่ไม่อาจมองเห็น จ้าวมู่เฉินเห็นองค์หญิงชิงเหอนั่งอยู่บนแท่นสูง นางแต่งกาย
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

สหายร่วมศึกษา 1

แสงแดดอ่อนยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเขียวไข่กาของเรือนไผ่ขาว เงาของต้นหลิวที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมสระน้ำโบกไหวตามแรงลม จ้าวมู่เฉินในวัยสิบห้าปีนั่งสงบนิ่งอยู่บนเสื่อลำแพน มือขวาถือพู่กันจรดลงบนกระดาษขีดเขียนตัวอักษรอย่างพลิ้วไหว บทกวีที่เขาแต่งขึ้นถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นกระดาษด้วยลายมือที่งดงาม และเฉียบคมสามวันหลังจากกลับจากตำหนักเหอผิง เสียงจอแจของเหล่าชาวบ้านที่ออกมามุงดูเรื่องมงคลหน้าจวนสกุลจ้าว บรรดาบ่าวไพร่ต่างก้มกราบหน้าผากแนบพื้นรอรับพระราชโองการ ทว่าใบหน้าล้วนฉายแววปิติยินดี แม้จะพยายามก้มหน้าหลบซ่อนความรู้สึก แต่รอยยิ้มกลับเผยออกมาอย่างปิดไม่อยู่ การได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทเช่นนี้ นับเป็นเกียรติใหญ่หลวงต่อจวนสกุลจ้าวขบวนเชิญพระราชโองการมาถึง รถม้าหรูหราเคลือบทองอร่าม ลากโดยม้าศึกสี่ตัวที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ขันทีในวังยกหีบแพรพรรณ เงินทอง เครื่องประดับ และสี่สิ่งวิเศษสำหรับนักปราชญ์ออกมาตั้งเรียงรายเบื้องหน้าจ้าวมู่เฉิน สิ่งของล้ำค่าเหล่านี้บ่งบอกถึงพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาทอย่างชัดเจนกงกงวัยกลางคนที่เป็นผู้อ่านราชโองการลอบพิจารณาจ้าวมู่เฉินอยู่เงียบ ๆ ดรุณีหนุ่มตร
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

สหายร่วมศึกษา 2

เวลาผ่านไปสามปี จ้าวมู่เฉินในวัยสิบแปดปีได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถของเขา เขากลายเป็นอัจฉริยะในกลุ่มสหายร่วมเรียน ได้รับการยกย่องจากอาจารย์ และเพื่อนร่วมเรียน เขาได้รับรางวัลที่หนึ่งในการสอบจอหงวนอย่างง่ายดาย นายท่านจ้าวได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนางระดับสาม ชีวิตความเป็นอยู่ของสกุลจ้าวดีขึ้นอย่างมาก ชื่อเสียงเงินทองไหลมาเทมาอย่างไรก็ตาม จ้าวมู่เฉินยังคงใช้ชีวิตอย่างสมถะ ไม่หลงใหลในลาภยศสรรเสริญ ยิ่งเขาเจริญก้าวหน้ามากเพียงใด เมล็ดพันธุ์แห่งความอิจฉาในใจของจ้าวซื่อเจี๋ยก็ยิ่งเติบโตขึ้นเท่านั้น เขากลายเป็นคนสองบุคลิก ภายนอกเขาเป็นบุตรชายที่เชื่อฟังบิดามารดา เป็นพี่ชายที่แสนดีของน้องชายคนเล็ก แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความริษยา และความทะเยอทะยาน มารดาที่เป็นอนุภรรยาของเขาก็ยิ่งยุยงส่งเสริมให้เขาคิดร้ายต่อพี่ชายต่างมารดาในคืนเดือนแรม จ้าวซื่อเจี๋ยนั่งอยู่ในห้องของตนเอง แสงเทียนริบหรี่สาดส่องลงบนใบหน้าของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง เขาจ้องมองไปยังเงาของตนเองที่ทาบทับอยู่บนผนัง ราวกับกำลังจ้องมองศัตรู“สักวันหนึ่ง ข้าจะต้องเป็นผู้ที่ยืนอยู่ตรงนั้น” เขากระซิบด้วยน้ำเสี
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

คลื่นใต้น้ำในสำนักศึกษา 1

จ้าวมู่เฉินรีบสาวเท้าออกจากบริเวณภูเขาจำลอง เงาร่างสูงสง่าทอดผ่านแสงแดดยามบ่าย แต่ภายในใจกลับเต้นระส่ำด้วยความกังวล เสียงสนทนาที่ได้ยินเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในหู เขากลัวว่าองค์ชายใหญ่จะสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นทันใดนั้นเอง หางตาขององค์ชายใหญ่ก็เหลือบไปเห็นเงาบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ภูเขาจำลอง เขาชะงักฝีเท้า หันไปมองด้วยความสงสัย“เมื่อครู่ท่านเห็นอะไรหรือไม่..?”เขาถามบุรุษวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆบุรุษผู้นั้นส่ายหน้า “ข้าไม่ได้สังเกตเห็นอะไร ท่านอาจจะตาฝาดไปเอง”องค์ชายใหญ่ขมวดคิ้ว เขาไม่แน่ใจว่าตนเองคิดไปเองหรือไม่ แต่ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลยังคงวนเวียนอยู่ในใจขณะเดียวกัน จ้าวมู่เฉินก็รีบออกจากตำหนักศึกษาหลวงด้วยความรวดเร็ว เมื่อเห็นรถม้าของเหล่าหยวนจอดรออยู่หน้าวัง เขาจึงสั่งให้สารถีรีบกลับจวนทันที“เหล่าหยวน เร็วเข้า..! กลับจวนโดยเร็วที่สุด..!”จ้าวมู่เฉินกระโดดขึ้นรถม้าอย่างรวดเร็ว เขากลัวว่าองค์ชายใหญ่ และบุรุษผู้นั้นจะตามมา เขาแง้มม่านหน้าต่างออกดู เห็นว่าไม่มีใครตามมา เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกภายในรถม้า จ้าวมู่เฉินนั่งเหงื่อกาฬไหลเปียกหลัง
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

คลื่นใต้น้ำในสำนักศึกษา 2

เสียงจอแจดังเซ็งแซ่ระคนเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้ว ดังลอดออกมาจากตำหนักศึกษาหลวง บรรดาสหายร่วมศึกษาต่างจับกลุ่มสนทนาถึงริ้วขบวนอันอลังการของคณะราชทูตจากแคว้นถู่ปัว บ้างซุบซิบนินทา บ้างแสดงความตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า แต่ละกลุ่มแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน สร้างบรรยากาศอึดอัดให้แก่นักศึกษาที่ไม่ได้มีกลุ่มของตนกลุ่มแรกคือกลุ่มขององค์ชายใหญ่หลี่ซวน ประกอบด้วยองค์ชายสี่หลี่เฟิง คุณชายหลิว คุณชายฉิน และเฉินซีห่าวพี่ชายคนรองของเฉินซูเหริน พวกเขานั่งรวมกันอยู่มุมห้อง ดวงตาเปล่งประกายความทะเยอทะยาน แววตาแฝงเร้นด้วยอำนาจและอิทธิพลกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มขององค์ชายรองหลี่เฉิง มีคุณชายหาน คุณชายไป๋ และคุณชายเย่ร่วมกลุ่มอยู่ด้วย กลุ่มนี้มักแสดงตนว่าเป็นกลุ่มปัญญาชน ถกเถียงเรื่องบทกวีและปรัชญา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยที่จะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับกลุ่มอื่นกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มขององค์รัชทายาทหลี่เสียน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่เงียบสงบที่สุด ประกอบด้วยคุณชายเสิ่น คุณชายตู้ และจ้าวมู่เฉิน พวกเขามักถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนมีปัญหา ด้วยคุณชายตู้เป็นบุตรชายคนสุดท้ายของสกุลตู้ ซึ่งเคยเข้าร่วมกบฏและถูกประหารทั้งตระกูล เ
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง 1

รองอาจารย์ใหญ่ชวี ก้าวออกมาเบื้องหน้า มองลูกศิษย์ที่อ่อนล้าด้วยสายตาเห็นใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัด“ฝ่าบาทมีพระราชบัญชาให้แจ้งแก่พวกเจ้าว่า ในค่ำคืนนี้ จะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับคณะราชทูตจากแคว้นถู่ปัว ณ พระราชวังหลวง พวกเจ้าทุกคนต้องเข้าร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน”เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในกลุ่มลูกศิษย์ หลายคนเริ่มมีสีหน้าสดชื่นขึ้น เมื่อรู้ว่าจะได้เข้าร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังหลวง“และอีกสามวัน จะมีการจัดการแข่งขันตีคลีระหว่างแคว้นขึ้น ฝ่าบาททรงมีพระราชประสงค์ให้พวกเจ้าทุกคนมีส่วนร่วมในการนำชัยชนะมาสู่แผ่นดินต้าถัง” รองอาจารย์ใหญ่ชวีกล่าวเสริม“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ/ขอรับ” เหล่าลูกศิษย์ต่างตอบรับเสียงดัง บ้างตอบด้วยเสียงหนักแน่น บ้างตอบด้วยเสียงหอบเหนื่อย บ้างตอบด้วยเสียงอ่อยๆ แสดงถึงความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน“พวกเจ้าจงกลับไปพักผ่อน เปลี่ยนอาภรณ์ให้เรียบร้อย แล้วเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงตามเวลาที่กำหนด”รองอาจารย์ใหญ่ชวีเอ่ย ก่อนจะเดินนำอาจารย์คนอื่นๆ กลับเข้าไปในตำหนักศึกษาเหล่าลูกศิษย์ค่อยๆ ทยอยลุกขึ้นยืน บ้างประคองเพื่อน บ้างเดินกะเผลกออกจากลานหน้าตำหนักศึกษา เสียงพูด
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง 2

จ้าวมู่เฉินยืนสงบนิ่งอยู่มุมหนึ่งของงานเลี้ยง เขาจับจ้องไปที่ลูกธนูในมือ ก่อนจะยกขึ้นเล็งไปยังแจกัน แววตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังเป้าหมายอย่างแน่วแน่ เขาโยนลูกธนูออกไป ลูกธนูพุ่งทะยานไปในอากาศ พุ่งเข้าสู่แจกันอย่างแม่นยำ เสียงโลหะจากหัวลูกธนูกระทบก้นแจกันดังเคร้ง สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วบริเวณ“ยอดเยี่ยม..! สมแล้วที่เป็นบุตรชายแห่งจวนจ้าว” เสียงชมเชยดังมาจากเหล่าขุนนางจ้าวมู่เฉินเพียงยิ้มรับคำชม ไม่ได้แสดงท่าทีโอ้อวดใด ๆ เขารู้ดีว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นเพียงการละเล่น ไม่ได้มีสิ่งใดสำคัญเฉินซีห่าวยืนมองจ้าวมู่เฉินด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เขาไม่พอใจที่จ้าวมู่เฉินได้รับคำชมจากผู้คน เขาคิดว่าตนเองเหนือกว่าจ้าวมู่เฉินในทุกด้าน และไม่สมควรที่จะถูกเปรียบเทียบกับบุตรชายของขุนนางต่ำศักดิ์“ข้าขอท้าประลองกับเจ้า” เฉินซีห่าวเอ่ยเสียงดัง ท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงจ้าวมู่เฉินหันไปมองเฉินซีห่าว แววตาของเขาเฉยเมย“ ข้าต้องขออภัย ที่ทำให้พี่เฉินต้องผิดหวัง ลูกธนูที่เข้าแกจันเมื่อสักครู่เป็นความบังเอิญก็เท่านั้น ” จ้าวมู่เฉินตอบด้วยน้ำเสียงสงบจ้าวมู่เฉินกล่าวตอบด้วยความจริง ทว่าในงานเลี้ยงกับไม่มีผู้ใดเชื
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

แผนร้ายใต้คำสรรเสริญ

นายท่านจ้าวซดน้ำแกงเข้าไปอึกใหญ่ รสขมปนเปรี้ยวของสมุนไพรช่วยให้เขาเริ่มรู้สึกตัวขึ้นเล็กน้อย ทว่าฤทธิ์สุรายังคงครอบงำ ทำให้เขาพลั้งปากเอ่ยถึงเรื่องราวที่ไม่ควรเอ่ยถึง“ความทุกข์ที่อัดอั้นในใจของข้าตอนนี้มันใหญ่หลวงนัก เจ้า...เจ้าไม่รู้อะไร...เฉินเอ๋อร์...เขา...เขาได้ยิน...องค์ชายใหญ่...กับ...แม่ทัพ...กำลังวางแผน”อนุหลิวชะงักมือ ใบหน้าของนางซีดเผือด นางรีบใช้มือปิดปากนายท่านจ้าวแน่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ“ท่านพี่! ท่านพูดอะไรออกมา! เรื่องราชสำนักไม่ควรเอ่ยยามเมา ท่านอย่าได้พูดถึงมันอีก!” นางกระซิบเสียงสั่นทว่าเมื่อนางได้ยินว่าจ้าวมู่เฉินบังเอิญได้ยินเรื่องราวการก่อกบฏ นางก็เปลี่ยนท่าที ดวงตาของนางเปล่งประกายวาวโรจน์ นางรีบคาดคั้นถามรายละเอียดจากนายท่านจ้าว แม้เขาจะเมามายจนพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ข้อมูลที่ได้มาก็มากพอที่อนุหลิวจะเข้าใจสถานการณ์“จ้าวมู่เฉิน...มันบังเอิญรู้เรื่องนี้...” อนุหลิวพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของนางฉายแววอำมหิต “...ถ้าปล่อยมันไว้...มันอาจจะนำภัยมาสู่เราได้...”นางลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนด้านนอก แสงจันทร์สาดส่องลงมา ทำให้ใบหน้าของนางดู
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status