LOGINตอนที่ 4 เจอคู่ดูตัว
ประตูกระจกที่ได้รับการเช็ดถูอย่างดีบริเวณหน้าห้องอาหารของโรงแรมดาราลัยผลักออกตามแรงของผู้มาเยือนสาวคนหนึ่ง รูปร่างของเธอสมส่วนตามประสาผู้ที่ดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี ใบหน้าที่แต่งมาพอประมาณ ผมสีดำยาวสลวยย้อมน้ำตาลคาราเมลที่ปลายอ่อน ๆ ประกอบกับชุดเดรสสีขาวที่มีลายเพนท์ดอกไม้สีชมพูบนตัวเสื้อ ไหนจะรองเท้าส้นสูงสีขาวที่ขับให้เธอดูสูงสง่าขึ้นไปอีก ร่างระหงนั้นเยื้องกรายเข้ามา ดวงตาคู่หวานสอดส่ายหาที่นั่ง จนเมื่อได้ที่นั่งที่ต้องการ หญิงสาวก็ค่อย ๆ หย่อนก้นนั่งลงอย่างช้า ๆ โดยไม่ลืมที่จะประคองถุงพลาสติกที่บรรจุกล่องใส่บางอย่างที่หิ้วไว้ในมืออย่างระมัดระวังนั้นวางลงบนโต๊ะอีกด้วย
“สวัสดีค่ะ คุณจีริณ กล่องเค้กนั้นจะฝากดิฉันแช่ให้ไหมคะ” พนักงานเสิร์ฟสาวท่านหนึ่งเสนอขึ้น
“เกรงใจเหมือนกันนะคะ ถ้ายังไงจีน่าก็ขอรบกวนด้วยนะคะ”
“ไม่เห็นต้องเกรงใจเลยค่า มินยินดีช่วยอยู่แล้ว” เด็กสาววัย 20 ปีต้น ๆ ยิ้มกว้างให้ลูกค้าสาวคนสวยเจ้าประจำ แถมยังใจดี “ขนมคราวก่อนที่คุณจีน่าซื้อมาให้อร่อยมากเลยนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”
“ดีใจที่ชอบนะจ๊ะ” ใบหน้าหวานระบายยิ้มออกมาจากใจจริง
แม้จะเป็นถึงลูกของนักการเมืองชื่อดัง แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับมีนิสัยเป็นกันเอง ไม่ถือตัวเย่อหยิ่งเลยสักนิด อีกทั้งยังพูดจาไพเราะ แถมในบางครั้งก็ยังมีของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดไม้ติดมือมาฝากพนักงานตัวเล็ก ๆ ของที่นี่อยู่เสมอ ๆ อีกด้วย
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จแล้วนั้นเอง จีริณก็เสมองไปที่กล่องขนมที่วานให้พนักงานหยิบออกมาจากตู้แช่เมื่อครู่ ประกายตาคู่หวานแวววับ แต่ไม่นานก็ต้องวูบอ่อนลงด้วยไม่เห็นคนที่เธออยากจะเจอ
เมื่อเป็นแบบนี้ ร่างระหงจึงได้ลุกขึ้นพร้อมกับหิ้วกล่องนั้นมาด้วย เธอตัดสินใจเดินตรงไปยังแผนกเตรียมอาหาร มองไปมองมาเพื่อหาคนคนนั้น จนเมื่อไม่เจอจึงได้ถามพนักงานที่กำลังทำงานอยู่บริเวณแผนกบุฟเฟต์
“ขอโทษนะจ๊ะ วันนี้คุณศิวดลเข้างานไหมจ๊ะ”
“ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ แต่พี่ภพน่าจะรู้ เดี๋ยวยังไงผมไปถามแกให้นะครับ” ว่าจบ พนักงานหนุ่มคนนั้นก็เดินไปที่บริเวณครัวอย่างรวดเร็ว
‘จริงสิ คุณรณภพเป็นเพื่อนสนิทกับคุณศิวดล น่าจะรู้อะไรบ้างล่ะ’
เมื่อไปถึงในครัว รณภพกำลังสาละวนกับการจัดจานอยู่พอดี ชายหนุ่มที่ได้รับการไหว้วานเมื่อเห็นเขาเข้าก็ถามทันที
“พี่เหนือมาเปล่าพี่”
“เขาลา 1 วัน มีอะไรหรือเปล่า”
“คุณจีน่าเขาฝากถามมา”
รณภพเสมองชายคนดังกล่าว ก่อนจะเอ่ยให้บอกตามนั้น จากนั้นก็กลับมาสนใจผักในจานต่อ
ส่วนจีริณเองก็ได้แต่มองกล่องเค้กอย่างเสียดาย เค้ก Sans rival นี่ต้องจองเป็นเดือน ๆ เลยกว่าจะได้ อีกอย่างเธออยากจะเจอ อยากจะเห็นหน้าเขาหลังจากได้เค้กอันแสนพิเศษนี้ว่าจะมีความสุขแค่ไหน
‘เสียดายจังเลย ทำไมต้องมาหยุดวันนี้พอดีนะ’
จีริณตัดสินใจจะมาวันอื่นแทน จนในขณะที่กำลังจะหันหลังกลับ ก็มีเสียงเรียกตัวเธอเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวครับ คุณจีน่า”
“อ้าว คุณภพ สวัสดีค่ะ” หญิงสาวไหว้คนตรงหน้า ก่อนจะมองชายตรงหน้าในชุดเชฟตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “ดูท่าคุณกำลังยุ่งอยู่เลยนี่คะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ขอโทษทีนะครับ พอดีเหนือเขามีธุระด่วนต้องลาวันนี้พอดี คุณจีน่ามีธุระอะไรสำคัญจะฝากบอกเหนือเขาหรือเปล่าครับ ผมจะได้ไปบอกมันให้”
“คือถ้ายังไง จีน่าขอฝากขนมนี้ให้คุณเหนือได้ไหมคะ”
เมื่อเห็นยี่ห้อกับตัวขนม เขาก็ถึงกับเอ่ยทักด้วยความทึ่ง
“ขนมเจ้าดังตัวนี้ต้องจองเป็นเดือน ๆ เลยนี่ครับ นี่คุณจีน่าจองให้เหนือมันหรือครับ”
“นี่คุณภพรู้จักด้วยหรือคะนี่ ใช่ค่ะ จีน่าตั้งใจซื้อมาให้คุณเหนือเขาเลยค่ะ” หญิงสาวพูดไป หน้าก็เริ่มออกแดงนิด ๆ
“ครับ เดี๋ยวผมจะเอาไปให้นะครับ แล้วก็จะบอกว่าคุณจีน่าอุตส่าห์จองเป็นเดือน ๆ เพื่อเอามาให้มันเลย”
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่บอกว่าฉันซื้อมาฝากเขาก็พอ ยังไงรบกวนด้วยนะคะ”
“ได้สิครับ”
เมื่อลับหลังหญิงสาวผู้งามสง่า รณภพจึงหันกลับมามองขนมในมือ นึกนับถือความอดทนในการเข้าหาศิวดลของผู้หญิงคนนี้อยู่ไม่น้อย
“เฮ้อ แค่มากินข้าวบ่อย ๆ ซื้อของให้แค่นี้ มันไม่เร้าใจเสือผู้หญิงอย่างเจ้านั่นหรอกนะครับ คุณจีน่า” เชฟหนุ่มนึกแล้วก็เป็นท้อแทน อดสงสารจีริณไม่ได้ที่ต้องมาชอบเพื่อนสนิทของตน
จนเมื่อกลับเข้ามาทำงานต่อในครัว เด็กเสิร์ฟหนุ่มที่ตอนนี้ว่างงานพอดีก็เข้ามาคุยกับชายหนุ่มเบา ๆ ด้วยความสนิท
“พี่เหนือเสน่ห์แรงแบบนี้ก็มีข้อดีนะ พี่ ทำให้พวกเราอิ่มท้องไปตาม ๆ กันเลย”
“จริง พี่ไม่ต้องเสียเวลาไปให้พี่เหนือหรอกนะ เพราะสุดท้าย พี่เขาก็ต้องยกให้พวกเราเหมือนครั้งก่อน ๆ อยู่ดีแหละ”
“นี่ ๆ” หลังจากเสิร์ฟมะเหงกไปคนละทีจนเด็กหนุ่มทั้งสองกุมหัวโอดโอย เขาก็เอ่ยกำชับเสียงเข้มในฐานะเชฟ ผู้เป็นใหญ่ในครัว คำสั่งก็คือคำสั่งขาด “ไปทำงานได้แล้ว อย่าพูดมาก”
สายตาของพ่อครัวหนุ่มมองเด็กเสิร์ฟสองคนที่ผละจากเขาออกไป ก่อนจะอดคิดไม่ได้ว่าเสน่ห์แรงแบบนี้มันเป็นเรื่องดีจริง ๆ งั้นหรือ ดูแล้วน่าจะทำให้มีปัญหาตามมามากกว่าสิไม่ว่า
‘จริงสิ นี่ไม่รู้ว่าจะอาละวาดเรื่องดูตัวไปถึงไหนแล้วนะ’
----------------------------------------------------------------------------
“เหนือ เปิดประตูให้พ่อกับแม่เดี๋ยวนี้เลยนะ” ผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย หลังจากเคาะอยู่สักพักแต่ไม่มีใครมาเปิดประตูเลย จนในตอนนั้นเองคุณพรทิพย์ต้องหันไปหาสามีของตน “ถูกห้องหรือเปล่าพ่อ”
“ถูกสิ แม่ ก็เราจองห้องนี้ให้ลูกเองเลย เอางี้ เดี๋ยวพ่อจะลองโทรหาลูกดู” แต่ในจังหวะที่คุณธนพลหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะเตรียมโทรอยู่นั้นเอง ประตูไม้ตรงหน้าก็เปิดออก พร้อมกับร่างศิวดล ลูกชายของทั้งคู่ที่ยืนอยู่ในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเตรียมอาบน้ำ ใบหน้างัวเงีย
“พ่อแม่นี่เอง”
“นี่ก็จะใกล้ถึงเวลานัดแล้ว ทำไมลูกยัง...ยังไม่เตรียมตัวให้เรียบร้อยอีกล่ะ ฮึ นี่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงเขามารอแล้วนะ” เมื่อเห็นสภาพของลูกชาย ผู้เป็นแม่ก็โวยเสียงลั่นจนผู้เป็นสามีต้องจุ๊ปากเป็นเชิงให้ลดดีกรีลง
‘แหม กลัวลูกสาวตัวเองขายไม่ออกขนาดนั้นเลยหรือไง ถึงได้รีบร้อนมาก่อนเวลาขนาดนั้น’
“แต่ก็ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนี่ครับ” ชายหนุ่มเจ้าของห้องเอามือหนาทาบปากที่หาวหวอดอย่างเกียจคร้าน “แถมเมื่อคืนกว่าผมจะได้นอน...ก็เหนื่อยมากเลยล่ะครับ”
“เหนื่อย? ลูกไปทำอะไรมาเหนื่อย”
จนสุดท้าย คำตอบก็ปรากฏขึ้นเมื่อผู้เป็นแม่เดินลึกเข้าไปในห้อง กวาดสายตามองไปทั่วจนกระทั่งไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดกระโปรงสายเดี่ยวผ่าหน้า หุ่นอวบอัดเดินตรงมาหาเธอกับสามีที่ยืนอยู่ ใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมฉุนจัดเข้ามาปะทะจมูกเต็ม ๆ
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวคนนั้นเข้ามายืนชิดลูกชายของเธอ ก่อนจะสวัสดีพร้อมส่งเสียงหวานจ๋อยราวกับน้ำตาลเชื่อมที่ฟังดูหวานจนเกินพอดี
จากสภาพที่เห็นก็เดาไม่ยากว่าผู้หญิงคนนี้มาทำอะไรในห้องลูกชายตน ทั้งพ่อและแม่เห็นแบบนั้นต่างคนต่างอึ้งไปชั่วครู่
“นี่หมายความว่ายังไง ทำไมลูกถึงทำอะไรแบบนี้” พรทิพย์ฉุนขาด
“ก็อย่างที่พ่อกับแม่เห็นเลยครับ” ศิวดลว่าพลางโอบเอวนวลนางคนนั้นแนบแน่น “อีกอย่างผมก็เหนื่อยมาก คงลงไปไม่ไหวหรอกนะครับ อ้อ ถ้ากลัวจะมีปัญหา พ่อกับแม่จะเชิญเพื่อนของตัวเองมาดูให้เห็นกับตาก็ได้นะครับ”
“เหนือ” ผู้เป็นพ่อที่ปกติจะเป็นคนใจเย็นถึงขั้นเอ่ยปรามเสียงเข้ม
“เธอกลับไปเลยนะ ออกไปจากห้องลูกชายฉันเดี๋ยวนี้เลย” พรทิพย์เอ่ยปากไล่เสียงลั่น
หลังจากผู้หญิงคนนั้นกลับไป พ่อกับแม่ก็จัดการเทศนาลูกชายในทันที จนศิวดลต้องหลบไปที่เตียง ก่อนจะทรุดนั่งลง
“ทำไมล่ะครับ ไหน ๆ ก็มากันแล้ว ก็ขึ้นมากันให้หมดเลยสิครับ ผมจะได้ไม่ต้องอธิบายหลาย ๆ รอบ”
“ถึงลูกไม่เห็นแก่หน้าเพื่อนพ่อกับแม่หรือแม้กระทั่งพ่อกับแม่ ลูกก็ควรคิดถึงจิตใจของผู้หญิงเขาบ้างนะ” ผู้เป็นแม่ยืนกอดอกก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง
“ก็ให้รู้ว่าผมเป็นแบบนี้ ดีกว่าคบกันไปแล้วมารู้ทีหลัง ไม่ดีกว่าหรือครับ”
“แต่ลูกยังไม่เคยเจอ เคยได้คุยกันเลยนะ ลูก” ผู้เป็นบิดากล่าวเสริมให้เขาใจเย็นอย่างประนีประนอม
“ก็ผมไม่ชอบวิธีการบังคับกันแบบนี้ พ่อกับแม่ก็น่าจะรู้ แล้วยิ่งเป็นวิธีโบราณคร่ำครึแบบนี้อีก บอกตรง ๆ ว่าผมไม่โอเค”
“ก็แค่คุยเอง ไม่ใช่ว่าคุยเสร็จจะจับแต่งงานเสียเมื่อไหร่เล่า” คุณธนพลยังว่าต่อไป
ศิวดลตวัดสายตามองผู้เป็นแม่ สำหรับผู้เป็นพ่อ เขายังพอจะเปิดใจคุยได้ แต่กับแม่นี่สิ นี่ไม่รู้ว่าลึก ๆ จะวางแผนจับเขาแต่งงานเลยหรือเปล่า
“นั่นน่ะสิ” คุณพรทิพย์เห็นด้วย “ ถ้าคุยกันแล้วรู้สึกไม่ใช่ พ่อกับแม่รวมถึงพ่อกับแม่ฝ่ายโน้นจะไปว่าอะไรพวกลูกกันล่ะ”
หลังจากเจรจาอยู่สักพัก ศิวดลก็พยักหน้าเข้าใจ ถึงจะโล่งใจแค่คุย ๆ กันแต่ยังไงก็ไม่ยอมรับ คิ้วเข้มนั้นขมวดมุ่นเข้าหากัน ก่อนจะประกาศก้อง
“เข้าใจแล้วครับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้พ่อกับแม่รู้นะครับว่าที่ผมทำลงไป ผมก็แค่อยากแสดงออกว่าตัวผมไม่ได้ยอมรับกับวิธีการแบบนี้ โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ แล้วอีกอย่าง ถ้าผมพร้อมเมื่อไหร่ ผมจะหาของผมเอง พ่อกับแม่ไม่ต้องเหนื่อยหรอกนะครับ”
“ไอ้ลูกคนนี้นี่”
“เอาน่า คุณ ลูกก็ยอมไปเจอแล้วไง” ก่อนที่ภรรยาจะฉุนขาดไปมากกว่านี้ ผู้เป็นสามีจึงต้องเข้าไปรั้งตัวไว้ก่อน
หญิงสูงวัยได้แต่ส่ายหัวกับความรักอิสระอย่างสุดโต่งของลูกชายนับตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้น จนบางครั้งมองไม่เห็นความหวังดีของผู้เป็นพ่อและแม่แบบนี้
“เออ พูดดีไปเห๊อะ ไม่ใช่ว่าเห็นเขาปุ๊บ อยากแต่งปั๊บล่ะ” ผู้เป็นพ่ออดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้
“ไม่มีวันหรอกครับ” ผู้เป็นลูกสวนกลับมาในทันที
“ไปแต่งตัวได้แล้วไป พวกน้า ๆ เขารอนานแล้ว” ว่าจบ เธอกับสามีก็เดินออกไปจากห้อง
เมื่อเข้าไปในห้องน้ำ ศิวดลหมุนเปิดฝักบัวอย่างหงุดหงิด อึดอัดคับอกแทบระเบิด นี่ยังดีที่แค่คุย แต่ที่กลัวก็คือถ้าแม่วางแผนอะไรมากไปกว่านั้นล่ะ มือหนาจัดการถูตัวไปมาอย่างแรงราวกับจะระบายความอัดอั้นตันใจ โดยในขณะที่ถูใบหน้า ความเจ็บปวดบางอย่างก็แล่นปลาบจนเขาต้องหยุด พลันในตอนนั้นเองภาพของดวงหน้าหวาน ดวงตากลมโตน่ารัก เนื้อตัวนุ่มนิ่มบอบบางราวกับตุ๊กตา รวมถึงกลีบปากที่รสชาติหอมหวานราวกับไวน์ชาร์ดอนเนย์ (Chardonnay)ชั้นเลิศผู้ฝากรอยตบบนใบหน้าก็พลันปรากฏ
‘ถ้าได้เจอคุณอีกสักครั้ง ก็ดีน่ะสิ’
ชายหนุ่มนึกเสียดายที่คู่นอนของตนดันลืมหมายเลขห้องของเธอซะได้ นี่ถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีก เขาก็อยากจะขอโทษ แล้วลองคุยกับเธอดี ๆ ดูสักหน่อย เผื่อจะได้สานสัมพันธ์กัน
ถ้าเธอยอมนะ
ชายหนุ่มวางฝักบัวลงอย่างแรง ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงแค่ได้สบตาเธอคนนั้นครั้งแรก เขาก็พึงใจในตัวเธอขึ้นมาอย่างประหลาด นี่แค่นึกถึงเพียงแวบเดียวยังอยากเจอมากขนาดนี้เลย
ที่ห้องอาหารของโรงแรมในตอนนี้ ทุกคนต่างมานั่งรอพร้อมกันหมดแล้ว ยกเว้นแต่ลูกสาวของอีกฝ่ายที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะลงมาเสียที ในขณะที่ศิวดลเห็นแบบนั้นเขาก็ได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้เกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นมาสักอย่าง ตนจะได้ออกจากตรงนี้ไปเสียที
ดวงตาของชายหนุ่มเหม่อมองบริเวณรอบ ๆ ห้องอาหาร มองดูเฟอร์นิเจอร์บ้าง ผู้คนที่ลงมากินอาหารเช้าบ้างไปเรื่อยเปื่อย
‘ถ้ามีพลังเหมือนพวกยอดมนุษย์ในหนังก็ดีน่ะสิ จะได้หายตัวหรือเหาะหนีออกไปจากตรงนี้ได้ในทันทีเลย’
ส่วนโรสิตานั้น หลังจากได้รับสายจากผู้เป็นแม่ที่โทรมาปลุก หญิงสาวก็ลุกขึ้นอย่างไว ก่อนจะไปอาบน้ำด้วยความเร็วเต็มสปีดเท่าที่จะทำได้ นี่ถ้าแม่ไม่โทรตาม เธอก็ยังคงนอนหลับอุตุไม่รู้เรื่องแน่ ๆ และสาเหตุที่เล่นทำเอาเธอไม่หลับเกือบทั้งคืนก็ไม่ใช่ใคร
เป็นเพราะไอ้บ้ากามนั่นแท้ ๆ
หญิงสาวเดินข้ามกระดาษที่พับเป็นรูปคนที่ตอนนี้มีสภาพยู่ยี่ยับเยินซึ่งเมื่อคืนเธอใช้เป็นตัวแทนของเขาเอามากระทืบให้สาสมกับความแค้นจนเหนื่อย โดยหลังจากเอากระดาษในโรงแรมมาวาดระบายอารมณ์หมดจนไม่เหลือ ในใจนึกเสียดายที่ไม่ได้นำไอแพดคู่กายมาด้วย ไม่งั้นคงใช้งานได้เต็มที่กว่านี้
อีกอย่างที่ยิ่งคิดยิ่งน่าแค้นก็คือเธอดันหน้าแดง แถมหัวใจยังเต้นแปลก ๆ เมื่อนึกถึงตอนที่หมอนั่นจูบเธออีกนี่ล่ะ
เจ้าของห้องสาวรีบแต่งหน้าอย่างไว โดยไม่ลืมที่จะถมคอนซีลเลอร์ใต้ตาเพื่อปกปิดรอยคล้ำเป็นหมีแพนด้าของตัวเองจนเมื่อเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวก็หมุนตัวน่ากระจกเพื่อสำรวจตัวเอง ชุดเดรสเลยเข่าสีฟ้าสลับขาวสดใสที่เธอไปเลือกมากับอัญธิกา ที่คาดผมสีฟ้าและต่างหูระย้าโลมาอันจิ๋ว
‘เอาล่ะ ลืมเรื่องบ้า ๆ รวมถึงไอ้บ้าเมื่อคืนไปซะ โรส คราวนี้เธอจะได้ไปเจอกับใครคนอื่นที่จะเป็นคนดี ๆ ให้เธอรู้จักแล้วนะ’
----------------------------------------------------------------------------------------------------
“เดี๋ยวฉันไปดูลูกนิดหนึ่งนะ” วิไลลุกขึ้นจากโต๊ะ ก่อนจะเดินออกไปด้วยความร้อนใจ ทั้งยังแปลกใจเพราะปกติโรสิตาค่อนข้างเป็นคนตรงต่อเวลา ไม่ใช่คนมาสายแบบนี้ จนเมื่อออกมาจากประตูห้องอาหารได้ไม่นานก็เห็นบุตรีเดินออกมาจากลิฟต์พอดี
“ทำไมถึงช้าแบบนี้ล่ะ ลูก ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานจะดูไม่ดีเอานะ”
“ขอโทษนะคะ แม่”
เมื่อเข้ามาในห้องอาหาร โรสิตาก็ชักจะตื่นเต้น ไม่รู้ว่าคู่หมายของตนจะเป็นยังไง หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น กำมือทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อระงับอีกชั้น ก่อนจะเมียงมองแขกของโรงแรมที่ลงมากินข้าวเช้ากันหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเริ่มจะสายมากแล้ว กลิ่นหอมของอาหารฟุ้งไปทั่วห้อง นี่ถ้าเป็นปกติ เธอคงหิวไปแล้ว แต่นี่เพราะตื่นเต้นจึงไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด
‘เอ โค้ชที่เราเคยฟังที่เขาพูดเรื่องการระงับความตื่นเต้น มันต้องเริ่มยังไงแล้วน้า’ ก่อนหน้านี้ก็เคยฟังอยู่แท้ ๆ แต่พอเจอสถานการณ์จริงกลับลืมเสียสนิท
ขออย่าไปทำอะไรเปิ่น ๆ หลุด ๆ ต่อหน้าเขาเลยนะ ตัวฉัน
ที่โต๊ะอาหารเองนั้น ผู้เป็นพ่อแม่ของแต่ละฝ่ายก็กำลังแนะนำลูกของตนไม่หยุด
“เหนือทำอะไรนะ ลูก แม่กับพ่อจำชื่อไม่ได้สักที” พรทิพย์หันไปหาบุตรชาย
“เป็นซอมเมอลิเยร์ครับ ดูแลเรื่องไวน์ให้กับทางห้องอาหารของโรงแรม” เขาเอ่ยตอบผู้ใหญ่อีกฝ่ายอย่างสุภาพ โดยในขณะที่ถามไถ่ถึงรายละเอียดงานของเขาจนจบ พ่อของฝ่ายหญิงหรือคุณน้าสุวิทย์ก็พูดถึงลูกสาวของเขาเองด้วยสีหน้าภูมิใจ
“ลูกสาวน้าชื่อโรส เธอทำงานพวกออกแบบ อย่างพวกป้ายโฆษณาตามรถไฟฟ้าหลายชิ้นก็เป็นฝีมือของลูกสาวน้านะ...”
ศิวดลยิ้ม ทำตัวเหมือนรับฟังแต่ใจคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
‘ถ้าเราทำงานอยู่ ตอนนี้จะทำอะไรอยู่น้า อยากไปทำงานจังโว้ย’
จนกระทั่งผู้เป็นแม่สะกิดเข้า เขาจึงออกจากภวังค์ในที่สุด
“นั่นไง ลูกสาวเพื่อนแม่”
เขามองตามนิ้วเรียวของมารดาที่ชี้ไปยังบริเวณทางเข้า พลันสายตาก็เห็นเข้ากับหญิงสาวในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ผมปล่อยลงมายาวสลวยเดินเคียงคู่มากับคุณน้าวิไล และยิ่งเธอเข้ามาใกล้ เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเธอขึ้นมาอย่างประหลาด
“นั่นมัน...” ยิ่งเมื่อพิศดูใบหน้าที่เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ถึงในตอนนี้จะแต่งหน้าเข้มขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขากลับจำได้ดีว่าเธอคนนี้คือผู้หญิงคนเดียวกันกับเมื่อคืนแน่ ๆ “นี่อย่าบอกนะว่า...”
“นี่ล่ะ หนูโรส คู่หมายของลูกไงจ๊ะ”
ในขณะที่โรสิตาที่ก้มหน้าเดินมาตลอดทางนับตั้งแต่เข้าใกล้รัศมีของโต๊ะดังกล่าว ทั้งยังรู้สึกประหม่าขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้เป็นแม่ต้องแตะไหล่ปลอบ
“ทำตัวสบาย ๆ นะลูก”
นี่ให้เธอออกไปพรีเซนท์งานยังไม่ประหม่าเท่านี้เลย
จนเมื่อไปถึงที่โต๊ะ ใบหน้าที่ก้มน้อย ๆ นั่นก็ค่อย ๆ เงยขึ้น ก่อนจะกวาดตามองสมาชิกบนโต๊ะ แต่ทว่าเธอกลับสะดุดตากับคนคนหนึ่งเข้า ก่อนจะหลบตามองไปทางอื่น
‘ไม่ใช่สิ เราคงคิดมากไปจนหลอน’ เธอไหว้ทักทายทุกคนโดยพยายามเลี่ยงไม่มองชายผู้ต้องสงสัยนั้นตรง ๆ
“นี่จ้ะ น้องโรส ลูกสาวเรา”
“อืม หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราเหลือเกินนะจ๊ะเนี่ย ตัวจริงสวยกว่าในรูปถ่ายอีก จริงไหมคะ คุณ”
ในขณะที่ผู้ใหญ่พูดคุยกัน โรสิตากลั้นหายใจ ก่อนจะค่อย ๆ หันไปมอง
‘อย่าใช่คนที่เราคิดเลยนะ’
แต่ในทันทีที่ได้สบตาตรง ๆ โรสิตาก็แทบช็อคเพราะชายคนที่มาเป็นคู่หมายของเธอกับคนที่เกือบจะทำมิดีมิร้ายเธอเมื่อคืน
ก็คือคนคนเดียวกัน
-----------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 36 ข่าวลือ การประชุมได้รับการจัดขึ้นในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน โดยผู้ที่เป็นโต้โผในการประชุมในเรื่องสำคัญแบบนี้ก็ไม่ใช่ใครนอกจากรองผอ.อย่างชลันผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของกิจกรรม “ที่เรียกมาประชุมวันนี้เพราะผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบครับ เรื่องที่จะแจ้งก็คือมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสนใจสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ โดยมีเงื่อนไขว่า…” ที่ระเบียงชานหน้าบ้านในยามค่ำคืนเดือนเพ็ญ พระจันทร์ดวงโตส่องสว่างไปทั่วบริเวณชานโล่งจนโรสิตาต้องเขยิบโต๊ะออกมาตรวจงานนักเรียนเพื่อชมบรรยากาศที่งดงามของธรรมชาติในคืนนี้ สายลมอ่อนพลิ้วปลิวต้องผิวกายบางเบายิ่งเป็นการเพิ่มสุนทรียารมณ์ได้เป็นอย่างดี “ไม่ไปทำในบ้านหรือครับ โรส เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ” ศิวดลในชุดนอนตัวหนาเดินออกมาหาพร้อมกับถามอย่างเป็นห่วง “ก็อากาศดี ๆ หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ แบบนี้ ไม่เก็บเกี่ยวเอาไว้ก็น่าเสียดายแย่นี่นา” จะว่าไป ยิ่งเวลาผ่านไป ความเจ็บช้ำจากเรื่องที่ถูกพักงานอย่าง
ตอนที่ 35 เผชิญหน้ากับศัตรูคนเก่า หญิงสาวกลั้นใจ ท่องบอกตัวเองอยู่ตลอดว่านี่ก็เหมือนการเกาหลังให้พ่อที่เป็นผู้ชายเหมือนกันนั่นแหละ แต่จะต่างกันก็แค่เพียงหุ่นที่แน่นไปด้วยมัดกล้าม หน้าท้องที่ไร้ไขมัน อีกทั้งกลิ่นกาย ที่ทำให้หัวใจไหวหวั่นทุกครั้งเมื่อได้มีโอกาสสัมผัสชิดใกล้นั่นอีกก็เท่านั้นเอง ‘บ้าจริง เผลอคิดบ้าอะไร รีบเกา ๆ ไปสิ’ ศิวดลที่นั่งอยู่ริมเตียงลอบอมยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อเห็นท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ ของหญิงสาว “คันตรงไหนนะ” “นี่ครับ” เขาชี้ไปที่ตรงกลางหลัง ทำเสียงอ้อน ๆ “เกาให้หน่อยนะ” “อืม ๆ” เธอรับคำแกน ๆ ก่อนจะเพ่งไปยังจุดที่ว่านั่นแล้วเกาเบา ๆ “แบบนี้ได้ไหม” “โรสนี่เป็นคนอ่อนโยนจังเลยนะครับ เกานิ่มจัง เกาแรงอีกนิดได้ไหมครับ” น้ำเสียงทุ้มนั่นฟังดูกระเส่าชอบกลในความรู้สึกของโรสิตา แต่เธอพยายามไม่เก็บมาคิดให้วุ่นวายใจ ก่อนจะเพ่งสมาธิไปกับการเกาหลังต่อ “ดีขึ้นยัง” “โอ๊ะ
ตอนที่ 34 วันวุ่น ๆ ของคู่ข้าวใหม่ปลามัน “โอย ๆ อูย” “เจ็บหรือครับ” “เบา ๆ หน่อยสิคะ” “แบบนี้ได้ไหมครับ” “ค่ะ แบบนั้นล่ะค่ะ” โรสิตาหลับตาลงอย่างเคลิบเคลิ้ม ทั้งยังรู้สึกสบายตัวมากขึ้นหลังจากได้ความช่วยเหลือจากศิวดลที่มีน้ำใจเข้ามานวดหลังให้เธอที่กำลังทำงานอยู่หน้าจอคอมฯ “ฉันรู้สึกผิดเหมือนกันนะนี่ที่มัวแต่ทำงานจนลืมดูแลคุณไปแบบนี้” เธอเองก็รู้สึกกระดากใจไม่น้อย เพราะงานที่ติดพันมาก่อนแต่งงานตรงนี้ทางลูกค้าก็เร่งเข้ามาเหมือนกัน แถมเขายังต้องตื่นแต่เช้าทุกวันเพื่อไปทำงาน ทั้งงานสวนและงานที่โรงแรม แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ยังหาเวลามาดูแลเธอเล็ก ๆ น้อย ๆ จนได้ “คิดมากน่ะ โรส คุณเองก็งานยุ่ง ผมก็เข้าใจ” แล้วก็เหมือนกันกับในคืนที่ผ่าน ๆ มา ศิวดลยังคงจับจ้องเธอโดยมีหมอนข้างเป็นอุปสรรคคั่นกลาง สำหรับเขา นี่เป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน ‘เอาเถอะ นี่ต้องเป็นการรอคอยที่คุ้มค่ามากแน่ ๆ’
ตอนที่ 33 ผู้ถูกกระทำเป็นเหยื่อเสียเอง ยามค่ำคืนอันแสนสงบ แต่ไม่ถึงกับเงียบในบริเวณบ้านสวนยายปั้น ดวงจันทร์เกือบเต็มดวงส่องสว่างกระจ่างฟ้า เสียงหรีดริ่งเรไรร้องระงมขับขานเป็นลำนำเพลงแผ่วเบา บ้างก็ขยับปีกดังขึ้นแทบจะพร้อมเพรียงกัน มือเรียวค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นมาจับไหล่หนานั้น ลมหายใจของทั้งคู่ผ่าวร้อน มือหนาของคนตัวโตลูบไล้ไปตามสะเอวบางอย่างยั่วเย้า เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าจะได้มอบบทเรียนแรกรักในคืนเข้าหอคืนแรกกับโรสิตาแบบนี้ แค่คิดว่าจะหยอกเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่ในเมื่อทุกอย่างดูจะเป็นใจเช่นนี้ อีกทั้งคนในอ้อมกอดตอนนี้ก็ดูจะเคลิบเคลิ้มไม่น้อย เขาจึงตัดสินใจไปต่ออย่างไม่รอช้า “โอ๊ย” ศิวดลสะดุ้งตัวโยน ร้องจ้า ก่อนจะกุมไหล่ข้างหนึ่งที่โดนหญิงสาวตรงหน้าจับหยิกเข้าเต็มแรง “ผมเจ็บนะ โรส” “ก็หยิกให้เจ็บไงล่ะ ไป ไปแต่งตัว ฉันง่วงมากแล้ว” สีหน้าของศิวดลในตอนนี้ดูจะแอบผิดหวังไม่น้อย เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจคิดแบบนี้ ดวงตาคมจ้องคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างอ้อน ๆ “โรสอะ” “เหนือ” คราวนี้เสีย
ตอนที่ 32 เหลือเพียงความรู้สึกแบบฉันมิตร ในตอนนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก โรสิตาได้แต่มองภาพตรงหน้าเขม็ง ทั้งร่างชาวาบ ในขณะที่รณภพก้าวเข้าไปหาคุณจีริณอย่างไว “โรส มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดเลยนะ ผมอธิบายได้” “นี่ถ้าฉันไม่เรียกคุณไว้ก่อน อะไร ๆ คงจะไปไหนต่อไหนแล้วล่ะมั้งคะ” หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ น้ำเสียงหวานนั้นมึนตึงอย่างรู้สึกได้ชัด แต่ในเมื่อนี่เป็นหนทางที่เธอเลือกแล้ว ทุกอย่างก็ต้องดำเนินต่อไปให้ปกติที่สุด “ฉันมาตามคุณไปยืนรับแขกหน้างาน ตอนนี้แขกใกล้จะมากันแล้ว แค่นี้ล่ะค่ะ ขอโทษที่มารบกวนเวลา” “รอผมด้วยสิครับ โรส” เจ้าบ่าวรูปหล่อก้าวไปหาเจ้าสาวอย่างไวจนเกือบล้ม มือหนายกชายกระโปรงเธอขึ้น ก่อนจะเดินตามไปติดๆ “โรสครับ คุณจีริณเพียงแค่มาแสดงความยินดีกับผม แล้วก็มากอดแสดงความยินดีเท่านั้นเองนะครับ” โรสิตานึกฉุน ก็ภาพตรงหน้าที่เห็นเมื่อครู่ เล่นกอดกันกลมเสียขนาดนั้น จนเมื่อศิวดลเห็นว่าคนข้าง ๆ ไม่พูดอะไรจึงเอื้อมมือไปจับมาประคอง แต่ก็ถูกสะบัดออก “โธ่ โรสครับ”
ตอนที่ 31 วิวาห์ว้าวุ่น จู่ ๆ บรรยากาศก็เงียบจนน่าอึดอัด โรสิตาเองเมื่อได้ยินข้อแลกเปลี่ยนเมื่อครู่จากนายจ้างสาวก็เล่นเอาเธอทำหน้าไม่ถูก คิดอะไรไม่ออกเหมือนคนบ้าใบ้ไม่รู้ภาษาไปเสียอย่างงั้น จนกระทั่งเมื่อตั้งสติได้จากสายตาคู่ตรงข้ามที่จ้องเขม็งราวกับจะเอาคำตอบให้ได้ “คุณจีน่าไม่ได้เรียกฉันมาเพื่อคุยเรื่องที่เกิดขึ้นหรอกหรือคะ” มือเรียวทั้งสองข้างเข้ากุมประสานกันตรงหน้า แววตาที่จ้องมายังเธอดูตึงเครียด นิ่งกว่าปกติ “ก็อย่างที่ฉันได้กล่าวไป ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอของฉัน ฉันจะช่วยให้คุณโรสได้กลับมาทำงานเหมือนเดิมเองค่ะ” “ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ” หลังจากคิดทบทวนคำพูดที่จะกลั่นกรองออกไปชั่วครู่หนึ่ง โรสิตาก็ตัดสินใจตอบไปตามตรง “แต่คุณรักงานของคุณมากเลยไม่ใช่หรือ เท่าที่ฉันรู้มา คุณกับคุณเหนือก็ไม่ได้รักกัน เพียงแต่ผู้ใหญ่จับคู่ให้เท่านั้น แบบนี้ไม่คิดว่านี่จะเป็นข้อเสนอที่ดีกว่าหรือไง” “เราเตรียมงานกันมานานจนใกล้จะถึงวันงา







