LOGINตอนที่ 6 ว่าที่แม่ของลูก
ในซอยเล็ก ๆ ห่างจากสี่แยกของถนนเข้ามาไม่กี่เมตรนั้น ปรากฏตึกทำงานสีขาวทรงสี่เหลี่ยมสามชั้นแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของบริษัทที่เน้นด้านการออกแบบโดยเฉพาะ ขนาดตัวตึกยังได้รับการออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมด้านขนาน โดยบนชั้นสองและสามนั้น ตัวชั้นที่ตั้งวางถัดไปก็จะเฉียงออกไปห้องหนึ่ง ระเบียงตัดด้วยไม้สีมะฮอกกานี รวมถึงตัวตึกที่แซมด้วยแท่งไม้วางเรียงกันหลายสีในแนวต่าง ๆ กัน ทำให้ดูเด่นกว่าตึกทำงานทั่ว ๆ ไปแถวนั้นที่สีออกจะหม่นและทึมด้วยอายุการใช้งานที่มีมาหลายปี ไหนจะต้นไม้ที่ปลูกไว้ดัดแปลงเป็นทรงต่าง ๆ น่ามองและให้ความสดชื่นเวลาทำงานเหนื่อย ๆ อีกด้วย
ประตูกระจกจากห้องประชุมที่ชั้นสองเปิดออก พร้อมกับบรรดาพนักงานและหัวหน้างานที่เพิ่งจะประชุมกันเสร็จ
“แบบที่คุณโรสิตาเสนอมาก็น่าสนใจทีเดียวนะ เพราะร้านคาเฟ่ของลูกค้าก็ติดริมชายหาด ต้นสนเองก็เป็นต้นไม้ประจำชายหาดนอกเหนือไปจากต้นมะพร้าว”
“ค่ะ พอดีดิฉันได้มีโอกาสไปแถวชะอำมาด้วย เห็นเข้าก็เลยนึกถึงงานคุณฝ้ายเขาเลยค่ะ”
“ดี ๆ เยี่ยมไปเลย คุณโรสิตา” หัวหน้าสาวสูงวัยเอ่ยชม ก่อนจะขยับแว่น จากนั้นจึงกล่าวต่อ “เราจะลองเสนอลูกค้าดู หวังว่าเที่ยวนี้จะปิดจ๊อบได้เร็วจากความคิดสร้างสรรค์ของคุณและทุก ๆ คนนะ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” โรสิตาไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่อย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปสมทบกับอัญธิกาที่ยืนรออยู่ไม่ไกลด้วยอารมณ์แจ่มใส ช่วงนี้มีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นทั้งนั้นเลยไม่ว่างานประจำหรือฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะฟรีแลนซ์ที่เธอได้เงินก้อนใหญ่มาพอสมควรสมกับความเหนื่อยและทุ่มเทจากลูกค้าจอมเขี้ยวท่านหนึ่ง ส่วนงานประจำก็ได้รับคำชมแถมนำเสนองานกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ราบรื่น
“นี่ โรส วันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นไงบ้าง”
เมื่อได้ยินแบบนั้น โรสิตาจากอารมณ์ดี ๆ ก็พลันชะงัก ก่อนจะหันไปมองเพื่อนสาว
“เสาร์ที่ผ่านมา ฉันก็ทำงานไง เธอหมายถึงอะไร”
“นี่ ไม่ต้องแกล้งทำมาเป็นไขสือเลยนะยะ ก็เสาร์ที่แล้วที่เธอไปดูตัว คุยกับผู้ชายที่พ่อแม่เธอหาให้ไง เป็นไงบ้าง เธอไม่เห็นเล่าให้ฉันฟังเลยอ่ะ อีกอย่าง หลายวันมานี้เราก็ยุ่ง ๆ ฉันก็ไม่ได้มีโอกาสถามด้วย” เพื่อนสาวว่าพลางจับราวบันไดเดินลงมากับโรสิตาคู่กัน
“เอาเป็นว่า ตอนนี้ฉันอยากโฟกัสที่งานมากกว่าน่ะ ผึ้ง แล้วก็อย่าถามฉันเรื่องนี้อีกเลยนะ”
“อ้าว ทำไมล่ะ เขาไม่หล่อเหรอ” แววตาของอัญธิกาในตอนนี้เริ่มวับวามด้วยความอยากรู้ตามประสา
“มันไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก” เสียงหวานนั่นดูเย็นชาขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงศิวดล ผู้ชายหื่นกาม เจ้าชู้และชอบฉวยโอกาสนั่น “อย่างที่ฉันบอก หน้าตาน่ะไม่สำคัญหรอก”
“นั่นก็แสดงว่า เขาทำอะไรให้เธอไม่ชอบน่ะสิ ใช่ไหม”
“ก็ใช่น่ะสิ” คราวนี้คนตัวเล็กเริ่มกระชับแฟ้มที่ใช้ประชุมเมื่อครู่มาแนบอกแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ฉันเลยไม่อยากให้เธอพูดถึงเรื่องนี้อีกไง”
“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ” วิญญาณนักสืบที่อยู่ในตัวเพื่อนสาวเริ่มตื่นขึ้นทันทีเมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากพิรุธบางอย่างของคนตรงหน้า “บอกมานะ โรส ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“หน้าดง หน้าแดงอะไร ฉันไม่หน้าแดงให้กับผู้ชายพรรค์นั้นหรอก” โรสิตาปฏิเสธเป็นพัลวัน แค่นึกถึงหน้าหมอนั่น ความรังเกียจก็แผ่พุ่งพล่านไปทั่วทั้งกายอย่างห้ามไม่อยู่แล้ว
“คิก” อัญธิกาอุดปากขำ “ฉันหยอกเล่นหรอกเรื่องหน้าแดงน่ะ”
“หา”
“แต่ท่าทางเธอดูมีพิรุธนะยะ เล่ามาเลยนะว่าเกิดอะไรขึ้น” คราวนี้เพื่อนสาวยืนดักหน้าเธอตรงหัวมุมของเข้าโต๊ะทำงานไม่กี่เมตร
“ไม่มีอะไรหรอก จริง ๆ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่เชื่อ เธอจึงจำต้องปั้นเรื่องหลอก “เขาน่ะ ฉันว่านิสัยเราสองคนเข้ากันไม่ได้”
“เข้ากันไม่ได้ยังไงล่ะ”
“เอาเป็นว่า เข้ากันไม่ได้ก็แล้วกัน แล้วก็ฉันต้องทำงานแล้วล่ะ ผึ้ง เธอเองก็มีงานรออยู่บนโต๊ะเพียบเลยนี่นา เสร็จไม่ทัน โดยหัวหน้าเฉ่งจะยุ่งเอานะ” หญิงสาวรีบแสดงท่าทางเป็นห่วงเป็นใยสวัสดิภาพของเพื่อนสาวขึ้นมาทันควัน ก่อนจะดันร่างเธอไปข้างหน้าด้วย
“จริงด้วย แต่นี่แหนะ ยัยโรส ฉันยังไม่ยอมง่าย ๆ หรอกนะ ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับเขา คอยดู”
“นี่ การที่เธอรู้เรื่องฉันแล้วมันจะได้อะไรยะ รู้ไปงานเธอจะเสร็จทันเดดไลน์โดยไม่ต้องทำโอทีหรือไง” ร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวสลับแดงเอ่ยอย่างนึกขันเมื่อเห็นกองงานวางพะเนินบนโต๊ะไม้ของเพื่อนสาว
“ก็ได้รู้ไง นี่ฉันเพื่อนเธอนะ โรส เพื่อนกันต้องไม่มีความลับกันสิ”
“ก็มันไม่มีอะไรจริง ๆ หมอนั่นดูงี่เง่า พูดจาไม่รู้เรื่อง ฉันก็ไม่ชอบ แค่นั้นแหละ”
“จริงง่ะ” เพื่อนสาวหรี่ตามองราวกับจะเค้นความลับระดับชาตินี้ให้จงได้
“อืม ใช่น่ะสิ” ว่าจบ หญิงสาวก็จับร่างเพื่อนดันไปที่โต๊ะทำงาน “ไป ทำงานได้แล้ว ทำงานซะ เราจะได้มีกิน รักกินไม่ได้หรอก”
ส่วนอัญธิกาก็ได้แต่มองท่าทางของเพื่อนที่ดูเหมือนจะปิดบังอะไรอยู่ แต่เธอก็เพียงแต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ เพราะโรสิตานั้นถึงภายนอกจะดูเป็นคนซื่อ ๆ บอบบางแต่จริง ๆ แล้วก็หัวแข็งไม่น้อยเลย ลงถ้าไม่อยากพูด ต่อให้เค้นหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่พูด นอกจากต้องรอเวลา
หลังจากนั่งทำงานไปได้สักพัก โรสิตาก็อดที่จะนึกขึ้นมาไม่ได้ว่าจริง ๆ เธอนั้นอาจถูกกำหนดให้โชคดีในเรื่องการงานมากกว่าเรื่องความรักก็เป็นได้ นี่แค่ครั้งแรก เธอก็ดันเจอแจ็คพ็อตเกือบต้องสูญเสียความสาวที่หวงแหนมาจนอายุเกือบเข้าเลข 3 เสียแล้ว แถมยังต้องแลกกับจูบแรกที่แสนหวงแหนอีก
‘คิดแล้วก็ให้แค้นนัก’ มือบางกำดินสอในมือแน่นราวกับจะสมมติว่าเป็นศิวดลที่เธอต้องการจะบีบให้แหลกคามือ
จนเมื่อถึงเวลาพักเที่ยงที่ทุกคนต่างรอคอย โรสิตากับอัญธิกาก็ได้ชวนกันไปหาอะไรกินแถว ๆ ออฟฟิศ
“เมื่อคืนฉันดูรีวิวมาล่ะว่าไม่ไกลจากออฟฟิศเราน่ะมีร้านสเต็กและคาเฟ่มาเปิดใหม่ เมนูแต่ละอย่างน่ากินมากเลย”
“แบบนั้นจะรอช้าอยู่ไย ลุยกันเล้ยยย” แน่ล่ะว่าความคิดต้องเดินด้วยท้อง ถ้าปล่อยให้ท้องหิว งานก็ไม่เดิน แถมต้องทำโอทีอีก โรสิตาไม่โอเคที่สุด
ทั้งสองสาวเดินมาจนเกือบหัวมุมถนนก็เจอเข้ากับร้านสเต็กและคาเฟ่ที่ว่า และเนื่องจากร้านเพิ่งเปิด เมื่อเดินเข้าไปจึงได้กลิ่นหอมของความใหม่ลอยเข้ามาปะทะจมูก แถมเมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ก็เน้นเป็นสีแนวเอิร์ธโทน ดูผ่อนคลายไม่น้อย
“อุ้ย ขอโทษค่ะ” เพราะมัวแต่มองภาพเมนูที่แขวนไว้บนเคาน์เตอร์เพลินไปหน่อย ทำให้หญิงสาวเผลอไปเหยียบเท้าใครเข้าโดยไม่รู้ตัว จนเมื่อหันไปมองคนที่เธอเหยียบเท้า ปรากฏว่าเป็นผู้ชายคนดังกล่าวน่าจะวัยไล่เลี่ยกันกับเธอโดยประมาณ ชุดที่ใส่ก็น่าจะเป็นพวกอาชีพมนุษย์ออฟฟิศเหมือนกันกับเธอ อีกอย่างเมื่อสังเกตป้ายชื่อพนักงานที่อกรวมถึงเงยหน้าขึ้นมองเพื่อความแน่ใจ โรสิตาก็ถึงกับอ้าปากหวอ
“เค นายใช่เคหรือเปล่า”
“ใช่ครับ ผมเค ส่วนคุณ...” ชายคนดังกล่าวพยายามนึก
“เราโรสไง” หญิงสาวยิ้มให้ด้วยไมตรี แน่ล่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะจำชายคนหน้าไม่ได้ เพราะเขาคือรักแรกของเธอในวัยมัธยมปลาย แต่ก็ต้องอกหักเมื่อมารู้ทีหลังว่าเขาชอบเพศเดียวกันเสียนี่
เมื่อมีโอกาสได้เจอเพื่อนเก่าทั้งที โรสิตาก็ได้ชักชวนให้ชายหนุ่มไปนั่งโต๊ะเดียวกับเธอและเพื่อน ๆ นายเคเองก็ดูจะไม่ปฏิเสธเสียด้วยเพราะในเวลาพักเที่ยง นาทีทองของร้านอาหารแบบนี้ ที่นั่งแทบจะหาไม่ได้เลยทีเดียว
“อุ้ย สวัสดีค่ะ” อัญธิกาที่นั่งจองอยู่แอ่ยทักทายชายแปลกหน้า ก่อนจะหันไปมองโรสิตาเพื่อถามในที
“เขาชื่อเค เราเคยเรียนด้วยกันตอนม. ปลายน่ะ นี่เพื่อนที่ทำงานเรานะ ชื่อน้ำผึ้งจ้ะ”
“สวัสดีครับ”
ในระหว่างที่รออาหารอยู่นั้นเอง ทั้งหมดก็ต่างชวนคุย เธอกับเขาชวนคุยรำลึกความหลังกันเล็กน้อย และต่อมาก็เป็นอัญธิกา คนคุยเก่งประจำโต๊ะที่ชอบหาเรื่องสารพัดมาเป็นประเด็นชวนหัวได้ตลอดเป็นแม่งาน
“คุณเคมีแฟนแล้วหรือคะเนี่ย” น้ำเสียงของเพื่อนสาวดูเสียดายไม่น้อย ทั้งยังไม่แปลกใจกับใบหน้าเกาหลีพิมพ์นิยมแบบนี้ “แบบนี้สาว ๆ หลายคนคงอกหักไปเป็นแถบ ๆ แน่ค่ะ”
โรสิตามองเพื่อนสาวอย่างนึกขันที่คำตอบอาจไม่เป็นอย่างที่คิด
“หึ ๆ ผมไม่ได้สนใจสาว ๆ หรอกครับ”
“อ้าว หมายความว่าไงคะ”
“ผมเป็นเกย์น่ะครับ”
“อ๋อ” หญิงสาวเข้าใจในที่สุด
“ว่าแต่เคมาทำงานแถวนี้นานแล้วหรือ เราไม่เคยเห็นกันเลยเนอะ”
“เพิ่งมาทำได้ไม่กี่วันเอง ยังอยู่ในช่วงทดลองงานอยู่เลย” ในขณะที่คุย ๆ อยู่นั้นเอง มือถือของเขาก็ได้ดังขึ้น “ครับ ๆ ใช่ครับ”
“ยุ่งอะไรอยู่หรือเปล่า”
“อ๋อ พอดีมีของมาส่งน่ะ แล้วเขาต้องการคอนเฟิร์มข้อมูล ฉันเองก็โล่งใจที่เขาทำแบบนั้นเพราะของที่สั่งก็ไม่ใช่ถูก ๆ”
“สั่งอะไรมาเหรอ”
“กล้องวิดีโอที่เอาไว้ติดบนหน้าจอคอมน่ะ ยี่ห้อนี้เขารีวิวกันว่าชัดมาก แต่ราคาก็สูงมาก ฉันเอาไว้ใช้คุยกับแฟนน่ะ เขาอยู่ต่างประเทศ”
“เอ๊ะ เดี๋ยวนะคะ คุณเคคะ ช่วยแนะนำฉันด้วยสิ” อัญธิการีบเอ่ยขึ้นทันที “ถึงตอนนี้จะไม่มี แต่อนาคตคนเราก็ไม่แน่น่ะค่ะ เผื่อมีแฟนอิมพอร์ตแบบคุณบ้าง”
หลังจากกินข้าว พูดอะไรกันอีกเล็กน้อย ทั้งหมดต่างก็แยกย้ายพร้อมกับประโยคกำชับจากเค
“ไว้เดี๋ยวหาเวลาไปเที่ยวด้วยกันน้า”
“ได้สิ เดี๋ยวนัดมาได้เลย”
หลังจากแยกย้าย โรสิตาเดินกลับกับเพื่อนสาวเหมือนเช่นทุกครั้ง
‘ฟ้าคงอยากให้เราลัคกี้อินเกมมากกว่าลัคกี้อินเลิฟสินะ ถึงส่งให้เรามาเจอกับเคเป็นการตอกย้ำไปอีก’
-----------------------------------------------------------------------------------------------
“ตกใจเหมือนกันนะคะเนี่ย เพิ่งรู้เลยว่ามีไวน์ที่กินคู่กับมันฝรั่งทอดได้ด้วย” ลูกค้าสาววัยรุ่นที่แต่งตัวดูดีมากพอสมควรเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางประหลาดใจ
“ไวน์ชาร์ดอนเนย์มีความเด่นตรงที่มีรสชาติเปรี้ยว แต่ไม่เปรี้ยวโดดจนเกินไป ทำให้สามารถตัดความเลี่ยนของรสชาติมันฝรั่งทอดได้ครับ”
ลูกค้าสาวพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะลองชิมอย่างที่ซอมเมอลิเยร์หนุ่มว่า โดยหลังจากจิบไวน์ตาม เธอก็มีสีหน้าพอใจ เมื่อเห็นแบบนั้น ศิวดลก็กล่าวต่อไป
“นอกจากรสชาติจะไม่เปรี้ยวมาก ไวน์ตัวนี้ยังมีรสชาติออกหวานหอมเหมือนกลิ่นวนิลา เนื้อสัมผัสนุ่มเต็มปากเต็มคำ เมื่อได้ดื่มครั้งแรก ก็ติดใจอยากดื่มอีกในคราวต่อ ๆ ไป...” โดยเมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ชายหนุ่มก็เผยยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงรสชาติของชาร์ดอนเนย์จากสาวคู่หมายที่เขาเคย ‘ชิม’ ไปก่อนหน้านี้ รับรองว่าไม่มีถังบ่มใดบ่มให้ได้รสชาติอย่างที่เขาสัมผัสได้แน่ ๆ
“รสชาติเข้ากันจริงด้วย” ชายที่มากับหญิงสาวด้วย ดูจากการแต่งตัวน่าจะเป็นนักธุรกิจพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเห็นด้วย “แต่แปลกนะครับ ทำไมบอดี้ของไวน์ถึงดูหนัก ๆ ไม่เหมือนไวน์ขาวตัวอื่น คือผมหมายถึง ผมก็เคยดื่มชาร์ดอนเนย์แต่รสจะออกเปรี้ยว ๆ ผลไม้ ๆ กว่าตัวนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นตัวเดียวกันแท้ ๆ”
“ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้หมักไวน์ครับ ที่ไวน์ออกรสผลไม้แบบนั้นก็เพราะหมักบ่มในถังสแตนเลส แต่ไวน์ชาร์ดอนเนย์ที่คุณลูกค้าดื่มอยู่ตอนนี้หมักในถังไม้โอ๊คครับ รสชาติเปรี้ยวจะน้อยลง แต่จะออกครีมมี่และบอดี้หนักกว่าครับ” ศิวดลชี้แจงข้อมูลไวน์ออกไปอย่างชำนาญและคล่องแคล่ว จนชายหนุ่มผู้เป็นลูกค้าต้องขอสั่งชาบลิส (Chablis)* มาเพิ่มสำหรับแฟนสาวด้วยในที่สุด
จนเมื่อเข้าสู่เวลาบ่ายสามซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้ามีไม่มากนัก ศิวดลใช้เวลาไปเช็คความเรียบร้อยในห้องเก็บไวน์เหมือนเช่นทุกวัน โดยในระหว่างที่นั่งเช็ดแก้วไวน์บางส่วนที่มีฝุ่นเขาก็นึกถึงโรสิตา หญิงสาวที่เขาถวิลหาอยากจะสานสัมพันธ์กับเธอเรื่อยมา นี่ก็เป็นเวลาเกือบอาทิตย์แล้วนับตั้งแต่ที่ได้เจอกันเพราะเขาเองก็อยากให้เวลาเธอเตรียมตัวเตรียมใจอีกสักนิด ทั้ง ๆ ที่ในใจเขานั้นร้อนรนอยากเจอเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
‘ผมให้เวลาคุณเตรียมตัวมามากพอแล้วล่ะนะ คุณโรส นี่คงถึงเวลาแล้ว’
“ยิ้มอะไรของนายน่ะ”
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียง ๆ หนึ่งเข้ามาขัดห้วงมโนฝันของซอมเมอลิเยร์หนุ่มจนสลายไปในที่สุด และเมื่อหันไปมองก็ไม่ใช่ใคร
“นายเองหรือ ภพ เรียกซะเสียงดัง ตกใจหมด” เมื่อถูกขัดอารมณ์ก็รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย มือหนาลงแรงเช็ดถูแก้วไวน์ตรงหน้าที่ทำค้างอยู่ต่อ
“หลายวันมานี้นายดูแปลก ๆ ไปนะ รู้ตัวเปล่า” เชฟหนุ่มยืนกอดอกเพ่งมองเพื่อนสนิทตรงหน้าอย่างสงสัย
“แปลก ฉันน่ะหรือ” เขาหยุดจากการเช็ดแก้วชั่วคราวก่อนจะหันมามองอย่างแปลกใจ
“ก็เออน่ะสิ”
“ฉันไม่เข้าใจ ฉันว่าฉันก็ปกตินะ”
“ฮ่า ๆ แน่ใจนะว่าปกติ” คำตอบจากคู่สนทนาทำเอารณภพถึงกับปล่อยก๊าก “เช็ดแก้วไวน์ไป ยิ้มไปอยู่คนเดียว ยืนคนเดียวก็ยิ้ม เดินสะดุดก็ยิ้ม ส่องกระจกก็ยิ้ม ฮึ ๆ ปกติของนายสินะ เหนือ”
“เฮ้ย นี่นายมาดูอะไรฉันขนาดนั้นน่ะ ไม่สิ ฉันไม่ได้ขนาดนั้นสักหน่อย พูดเกินไปแล้วนะ”
“ไม่เกินไปหรอก นายเป็นมาหลายวันแล้วนับตั้งแต่ไปเจอคู่หมายของนายมาน่ะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะทำเอานายมีอาการหนักได้ขนาดนี้”
เมื่อหลายวันก่อน ด้วยความอยากรู้ว่าแผนล่มการดูตัวของเพื่อนจะสำเร็จหรือไม่ นอกจากนี้ท่าทางของศิวดลยังดูอารมณ์ดีกว่าปกติอีก เขาจึงได้สอบถามในที่สุด
“นายดูอารมณ์ดีจังเลยนะ ขนมคุณจีน่าคงอร่อยถูกปากล่ะสิ”
“ไม่ใช่ ฉันเอาไปแบ่งน้อง ๆ เด็กเสิร์ฟแล้ว”
“บ้าจริง ขนมนั่นต้องจองเป็นเดือน ๆ เลยนะ แถมอร่อยขึ้นชื่อด้วย” เมื่อได้ฟังแบบนั้น รณภพก็เสียดายแทนแถมยังนึกเห็นใจคุณจีริณขึ้นมาครามครัน
“หรือนายจะชอบคุณจีน่าขึ้นมาแล้ว” เพื่อนเขาเดาสุ่มไปเรื่อยเปื่อย
“เฮ้ย นายจะบ้าเหรอ”
“อ้าว แล้วยังไง อ๋อ หรือว่าแผนล่มการดูตัวได้ผลสมใจอยาก ไหนเล่าให้ฟังบ้างสิ”
“แผนล่มการดูตัวล้มเหลวไม่เป็นท่า”
“อ้าว แล้วทำไมนายถึงดูไม่เสียใจเลยล่ะ”
“มาคิดอีกที ฉันอยากจะสานสัมพันธ์กับคู่หมายของฉันน่ะสิ เธอชื่อโรส น่ารักเหมือนตุ๊กตา ทั้งกิริยาก็น่ามอง...” ประโยคหลังออกจะดูเหมือนละเมอในความคิดของรณภพ
“เป็นเอามาก เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงวะเนี่ย” รณภพประหลาดใจไม่น้อยที่เรื่องมาพลิกแบบนี้
“แต่ฉันมีเรื่องจะปรึกษานายนิดนึงว่ะ”
จากนั้นศิวดลก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง รณภพเองก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจหลังจากได้ฟังวีรกรรมสุดแสบของเพื่อน
“อย่าว่าแต่ให้รักเลย เธอไม่ฆ่านายก็บุญแล้วเถอะ”
“อย่าพูดแบบนั้นสิเพื่อน ฉันสนใจตัวคุณโรสจริง ๆ นะ สนใจชนิดที่อยากให้มาเป็นแม่ของลูกเลยล่ะ นายไม่มีคำแนะนำอะไรให้ฉันบ้างหรือ”
“โอย จะไปมีได้ไง แค่งานตรงนี้ก็ยุ่งแล้ว แต่ถ้าจะให้พูดนะ นายให้เวลาเธอหายตกใจแล้วค่อยไปคุยกับเธอดีกว่า คนยังโกรธอยู่ ถ้าเข้าไปตื๊อมาก ๆ นอกจากเขาจะไม่ให้อภัยแล้ว เดี๋ยวจะแห้วรับประทานไปก่อน”
“อืม ๆ เข้าใจแล้ว”
เพราะคิดว่ายังไงเสือผู้หญิงอย่างศิวดลคงสนใจเรื่องนี้แค่แป๊บ ๆ ไม่ต่างจากไฟไหม้ฟาง เดี๋ยวก็ไปคุยกับสาวอื่นแล้ว เขาจึงให้คำแนะนำกลาง ๆ ไป แต่ใครจะไปนึกว่าศิวดลจะเอาจริงเอาจังเรื่องความสัมพันธ์ขึ้นมาแบบนี้
“เพราะฉันรอตามคำแนะนำของนายด้วยไงล่ะ คราวนี้ฉันไม่รอแล้วนะ รอไม่ไหว”
“เฮ้อ ตามใจแล้วกัน”
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณเกือบนอกเขตชานเมืองนั้นเอง รถยนต์สีขาวขับผ่านป้อมยามจนกระทั่งมาถึงบ้านหลังสีขาวหลังที่สาม หน้าบ้านมีป้ายตัวเลขสีเหลืองแปะไว้บอกบ้านเลขที่ มีประตูรั้วเหล็กที่เพิ่งทาสีใหม่คั่นกลาง ศิวดลลงจากรถก่อนจะกดออดหน้าบ้าน
เมื่อเจ้าของบ้านอย่างคุณธนพลเดินออกมาหน้าบ้าน เพ่งมองผู้มาเยือนในยามราตรีก็เห็นว่าเป็นลูกชายโทนของตนก็นึกแปลกใจ ไหนจะของฝากเต็มไม้เต็มมืออีก
“อะไรมากมายเลยจ๊ะเนี่ย” คุณพรทิพย์มองถุงขนมจากร้านชื่อดังที่ลูกชายซื้อมา “พ่อกับแม่อยู่กันสองคน ซื้อมาทำไมเยอะแยะ”
ผู้เป็นลูกชายสาวเท้าไปที่มารดา ก่อนจะสวมกอดพลางหอมแก้ม พูดจาออดอ้อน
“ก็ผมเห็นขนมพวกนี้แล้วนึกถึงแม่นี่ครับ อีกอย่างพรุ่งนี้วันหยุดด้วย ผมเลยอยากจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวซะหน่อย”
“หืม นี่แกกินยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่าเนี่ย” ผู้เป็นพ่อมองอย่างไม่นึกเชื่อ
“ก็ผมอยากเป็นลูกกตัญญูบ้างไม่ได้หรือครับ พ่อ ใช่ไหมครับ แม่”
“อ่ะจ้า นี่ ลูกมาก็ดีแล้ว เรื่องหนูโรสล่ะ เราจะเอายังไง”
ศิวดลแสร้งถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวสืบไป
“พ่อกับแม่ก็รู้ว่าผมน่ะเกลียดวิธีการโบราณคร่ำครึ มาคิด ๆ ดู ผมขอเป็นลูกชายที่น่ารักของพ่อกับแม่ไปอีกสักพักดีกว่าครับ”
“เฮ้อ ลูกนี่นะ เมื่อไหร่จะโตสักที” หญิงสาวสูงวัยก็ชักเหนื่อยใจ “จริงสิ แม่กำลังหามือถืออยู่พอดีเลย ไม่แน่ใจว่าเอาไว้ตรงไหน เหนือช่วยแม่หานิดสิ ลูก”
คนตัวโตเดินไปที่โซฟากลางบ้านก่อนจะยกหมอนขึ้นแต่ก็ไม่เจอ ควานหาจนกระทั่งนึกอยากดื่มน้ำจึงเดินเข้าไปในครัว ก็เห็นเจ้าเครื่องมือสื่อสารสี่เหลี่ยมวางอยู่บนผ้าเช็ดจานสีน้ำตาลที่พับซ้อนกันอยู่หลายชั้นบนเคาน์เตอร์ครัวพอดี
“หึ สงสัยจะไปทำอะไรอย่างอื่นจนลืมว่าวางไว้ตรงไหนตามเคย” ผู้เป็นลูกหยิบมือถือขึ้นมา นึกขันผู้เป็นแม่ แต่ในตอนนั้นเอง เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ สายตาคมจ้องมือถือในมืออย่างขบคิดอะไรอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงจัดการกดเข้าไลน์ของแม่ตน โชคดีที่ท่านไม่เก่งเทคโนโลยีมาก เลยตั้งรหัสไม่เป็น
“ทางสะดวกล่ะ”
แต่ในขณะที่กำลังจะไล่รายชื่ออยู่นั้น เสียงของแม่เขาก็ดังขึ้นจนเขาเกือบทำมือถือร่วง
“เจอไหมลูก”
“ยังครับ” เขาปด “แป๊บนึงนะครับ”
จนเมื่อเจอชื่อของคุณน้าวิไล เขาจึงกดเข้าไป ไล่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเห็นรูป ๆ หนึ่งที่ทางคุณวิไลส่งมา หนึ่งในนั้นเป็นรูปเป็นนามบัตรของโรสิตาที่เอาไว้โพสท์รับงานบนเว็บฟรีแลนซ์ชื่อดังชื่อหนึ่ง ในนั้นมีข้อมูลทั้งไลน์และเบอร์โทรติดต่อครบเลย
ในขณะเดียวกันนั้น โรสิตาที่กำลังดูโทรทัศน์กับพ่อขอเงธอก็ต้องหันไปตามเสียงเรียกของแม่ที่กำลังซ่อมผ้าอยู่ที่โต๊ะอาหารในครัว
“คะ แม่”
“ทางโน้นเขาติดต่อลูกมาบ้างหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ” โรสิตายิ้มแห้ง นึกโล่งใจมากมาย
“ถามจริง ลูกชอบเขาไหม”
“เอ่อ...ไม่รู้สิคะ หนูลืมไปเลย ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ เพราะทำแต่งาน ช่วงนี้ยุ่งมากด้วย นี่ก็เพิ่งจะได้มีเวลาดูทีวีกับพ่อนี่ล่ะค่ะ” ที่ผ่านมา โรสิตาเองก็หลีกเลี่ยงที่จะตอบประเด็นเรื่องคู่หมายกับแม่เธอโดยการอ้างงานตลอด
“แม่ขอถามอะไรตรง ๆ นะ ลูก ลูกเกลียดอะไรเขาหรือเปล่า”
“เอ๊ะ ทำไมแม่คิดอย่างงั้นล่ะคะ” เมื่อได้ยินแบบนั้น ใจหญิงสาวก็ร่วงไปถึงตาตุ่มด้วยความที่ไม่ได้เตรียมใจจะเจอคำถามนี้ เลยไม่รู้จะตอบยังไง
“แม่ดูออกนะ ทั้งสายตา ท่าทางลูกมันฟ้องหมด และแม่ก็คิดว่าพ่อแม่ฝ่ายโน้นก็คงดูออกเหมือนกัน”
โรสิตากระอักกระอ่วนจะตอบ ไม่รู้จะตอบอย่างไรให้สมเหตุสมผล แต่ในตอนนั้นกลับมีไลน์ดังเตือนเข้ามาพอดี ทำให้เธอต้องผละออกไป
“แป๊บนะคะ” โรสิตาเปิดข้อความในไลน์ก็เห็นเป็นรูปชายคนหนึ่ง แต่เธอไม่ทันสังเกตดี คิดว่าเป็นคนติดต่องานจึงรีบกดเข้าไปอ่าน โดยแรก ๆ ก็ทักทายปกติเหมือนจะติดต่องาน จนข้อความต่อมาทำให้เธอต้องตั้งสติแล้วอ่านมากกว่า 1 รอบ จนเมื่อสติค่อย ๆ เข้าที่นั้น กลีบปากชมพูก็อ้าค้างด้วยความตกใจ
‘ไม่เจอคุณตั้ง 1 อาทิตย์เลยนะครับ คุณโรสคนสวย ลืมผมไปหรือยังน้า ’
“อะไรเนี่ย”
‘ส่วนผมยังไม่ลืมเลย โดยเฉพาะเรื่องของเราสองคนในคืนนั้น คุณลืมไปหรือยังครับ ถ้ายังไม่ลืม ช่วยยืนยันกับผมมาทางนี้ด้วยนะครับ คิดถึ๊ง คิดถึงครับ’
“อี๋ อีตาบ้า โรคจิต” หญิงสาวก่นด่าอย่างอัดอั้น ก่อนจะจัดการกดบล็อกไลน์แทบจะในทันที แล้วในขณะที่เธอกำลังจะลงไปข้างล่างนั้น มือถือเธอก็ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะ”
“คุณโรสิตาหรือเปล่าครับ”
“ใช่ค่ะ” หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงคุ้นเคยกับเสียงปลายสายแปลก ๆ
“คุณบล็อกไลน์ผมทำไมล่ะครับ ทำไมถึงไม่ตอบว่าคุณยังจำเรื่องของเราในคืนนั้นได้ไหม”
“เฮ้ย” หญิงสาวรีบกดวางสาย ก่อนจะบล็อคเบอร์นั้นโดยพลัน แต่ทว่าในตอนนั้นเอง เฟซบุ้คของเธอก็ได้แจ้งเตือนอะไรขึ้นมาด้วย แล้วเมื่อเปิดเข้าไปก็เป็นอีตาหื่นกามศิวดลนั่นแอดมา หญิงสาวจึงจัดการบล็อกไปในทันที
“ถ้ายังพยายามอีกก็ยิ่งกว่าหน้าด้านแล้ว” ถ้ายังคิดทำอะไรมากกว่านี้ เธอจะมอบรางวัล ‘หน้าหนา’ อะวอร์ดให้งาม ๆ เต็มเบ้าหน้าหื่น ๆ นั่นเลยทีเดียว
ในขณะที่ศิวดลได้แต่มองมือถือในมืออย่างนึกขัน ใบหน้าคมสันต์ยิ้มอย่างพึงใจเงียบ ๆ
“ต้องไม่ง่ายแบบนี้สิ ถึงจะสนุก คอยดูไปก็แล้วกันว่าคุณจะหนีหน้าผมไปได้สักกี่น้ำ” ว่าจบ มุมปากหนานั้นก็เผยอยิ้ม ขบคิดแผนการในหัวอยู่เงียบ ๆ
--------------------------------------------------------------------------
*ยี่ห้อไวน์ขาว Chardonnay ยี่ห้อหนึ่งที่ไม่ได้บ่มในถังโอ๊ค (Unoaked Chardonnay) รสชาติจะออกเปรี้ยวชัดเจน บอดี้จะเบา โดยส่วนใหญ่จะมีรสชาติออกไปทางผลไม้แบบแอปเปิ้ล สับปะรด เลมอน ลูกแพร์ สับปะรด ขนุน เสาวรส พีช ไปจนถึงลูกฟิก นอกจากนั้นยังมีกลิ่นหอมอื่นๆ สอดแทรกเช่นดอกแอปเปิ้ล เปลือกเลมอน ใบขึ้นฉ่ายฝรั่ง ขี้ผึ้ง สะระแหน่ ดอกสายน้ำผึ้ง หินเหล็กไฟ น้ำเกลือ วานิลลาบีน อัลมอนด์ และดอกมะลิ
ตอนที่ 31 วิวาห์ว้าวุ่น จู่ ๆ บรรยากาศก็เงียบจนน่าอึดอัด โรสิตาเองเมื่อได้ยินข้อแลกเปลี่ยนเมื่อครู่จากนายจ้างสาวก็เล่นเอาเธอทำหน้าไม่ถูก คิดอะไรไม่ออกเหมือนคนบ้าใบ้ไม่รู้ภาษาไปเสียอย่างงั้น จนกระทั่งเมื่อตั้งสติได้จากสายตาคู่ตรงข้ามที่จ้องเขม็งราวกับจะเอาคำตอบให้ได้ “คุณจีน่าไม่ได้เรียกฉันมาเพื่อคุยเรื่องที่เกิดขึ้นหรอกหรือคะ” มือเรียวทั้งสองข้างเข้ากุมประสานกันตรงหน้า แววตาที่จ้องมายังเธอดูตึงเครียด นิ่งกว่าปกติ “ก็อย่างที่ฉันได้กล่าวไป ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอของฉัน ฉันจะช่วยให้คุณโรสได้กลับมาทำงานเหมือนเดิมเองค่ะ” “ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ” หลังจากคิดทบทวนคำพูดที่จะกลั่นกรองออกไปชั่วครู่หนึ่ง โรสิตาก็ตัดสินใจตอบไปตามตรง “แต่คุณรักงานของคุณมากเลยไม่ใช่หรือ เท่าที่ฉันรู้มา คุณกับคุณเหนือก็ไม่ได้รักกัน เพียงแต่ผู้ใหญ่จับคู่ให้เท่านั้น แบบนี้ไม่คิดว่านี่จะเป็นข้อเสนอที่ดีกว่าหรือไง” “เราเตรียมงานกันมานานจนใกล้จะถึงวันงา
ตอนที่ 30 คำตอบในใจที่เริ่มไม่เหมือนเดิม เสียงนกร้องคลอมากับสายลมที่พัดใบไม้บนยอดต้นให้ปลิวไสวดังมาเป็นระยะ ๆ กลิ่นข้าวต้มหมูหอมกรุ่นน่ากินโชยมาทำเอาท้องของคนที่กินอะไรแทบไม่ลงมาหลายวันถึงกับร้องลั่นออกมาเลยทีเดียว โรสิตาเองเมื่อได้เปลี่ยนบรรยากาศจากห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ มาสูดอากาศบริสุทธิ์ในบ้านสวน ความหนักอึ้งในใจ ถึงจะไม่หายแต่ก็พอจะลืมไปได้ชั่วคราว “อย่าได้เสียอกเสียใจไปเลยนะ หนูโรส ตราบใดที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดอย่างที่เขาว่า” หญิงชราเลื่อนชามข้าวต้มมาให้หญิงสาวคราวหลานที่วันนี้มาร่วมดูความเรียบร้อย ก่อนที่งานแต่งงานจะมาถึง “ตอนนี้หนูมืดแปดด้านไปหมดเลยค่ะ คุณยาย ไม่รู้ว่าจะหาหลักฐานอะไรมาสู้เลย” “โรสไม่ถูกกับใครหรือเปล่า” ศิวดลที่นั่งข้าง ๆ เอ่ยถาม “ไม่มีนะคะ โรสไม่ได้มีศัตรูที่ไหนเลย” “น่าแปลกจังเลย” เขาพึมพำกับตนเองพลางนึกว่านี่ก็คล้าย ๆ กับกรณีของตนอย่างบอกไม่ถูก “ทุกอย่างจู่ ๆ ก็เป็นแบบนี้ โดยไม่มีเหตุผล มันเป็นไปไม่ได้เลย เว้นเสียแต่ว่าเราจะมีศั
ตอนที่ 29 ดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ “มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ” หลังจากประชุมเสร็จไม่นาน อัญธิกาก็โวยขึ้น ขณะที่โรสิตานั้นยืนนิ่งราวกับไร้วิญญาณ “ภาพที่เขาเอามาให้เราดู เป็นคนละภาพกับที่เธอส่งไปเลยนะ” “ใช่ เธอก็เห็นใช่ไหม แต่ไม่ว่าใครก็ไม่เชื่อฉันเลย” “เราลองไปดูที่ไฟล์ล่าสุดเถอะ” แต่เมื่อไปค้นดูไฟล์ที่หญิงสาวส่งให้จีริณล่าสุด กลับกลายเป็นว่าภาพล่าสุดที่เธอส่งไปนั้นเป็นโลโก้ที่คัดลอกมาจากโรงแรมดัง ลายน้ำของผู้ทำเด่นหรา “อะไรกันน่ะ ไฟล์ที่ฉันส่งไม่ใช่อันนี้นี่นา” สุดท้ายทั้งคู่จึงขอไปดูกล้องวงจรปิดในวันที่ส่งงาน แต่วันที่ในวันดังกล่าว ช่วงเวลาที่เธอส่งกลับถูกลบหายไปเสียดื้อ ๆ ไม่ว่าจะกรอกลับกี่รอบก็ตาม “นี่ก็แปลว่ามีคนแกล้งฉัน” สำหรับโรสิตาในตอนนี้ ไม่มีอะไรร้ายแรงเท่ากับการถูกพักงานด้วยข้อหาร้ายแรงนี้อีกแล้ว อีกทั้งหลักฐานที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนก็ถูกลบทิ้งออกไปอย่างเป็นปริศนาอีกด้วย แถมงานที่ส่งคุณจีริณก็เป็นคนละงาน
ตอนที่ 28 ชีวิตที่เริ่มพลิกผัน “ผมว่ากระโปรงยาว ๆ คงไม่เหมาะกับหาดทรายนะ โรส” หลังจากตกลงเรื่องการถ่ายรูปกันเสร็จเรียบร้อย สุดท้ายก็มาติดเพียงเรื่องชุดที่สาวเจ้าจะใส่ลงชายหาดในบรรยากาศยามสายที่แดดแอบแรงแบบนี้ “แต่ชุดเจ้าสาวก็ต้องเป็นแบบนี้สิ” โรสิตายังคงยืนกราน หลังจากโต้เถียงกันสักพัก ศิวดลจึงต้องยอมเพราะช่างภาพเริ่มมาเตือนแล้วว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้จะถ่ายภาพออกมาได้ไม่สวยเท่าที่ควร “ต้องแบบนี้สิ เหนือ ถึงจะน่ารัก ขอบใจนะ” คราวนี้ว่าที่เจ้าสาวคนสวยถึงกับยิ้มกว้างจนทำเอาว่าที่เจ้าบ่าวอย่างเขาโกรธไม่ลงเลยทีเดียว ในจินตนาการของเธอ ชุดเจ้าสาวก็ไม่ต่างจากชุดเจ้าหญิง กระโปรงต้องเน้นยาว ฟูฟ่องไว้ก่อน ส่วนกระโปรงสั้นเลิกคิดไปได้เลย ชุดเจ้าสาวของโรสิตาไม่ว่าสถานการณ์ไหนจะต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น “โรส ระวัง” ยังไม่ทันที่ว่าที่เจ้าบ่าวในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวจะกล่าวจบดี หญิงสาวก็ดันไปสะดุดเข้ากับรากขนาดใหญ่ของต้นไม้ที่โผล่มาอย่างโดดเด่นบนผืน
ตอนที่ 27 อยู่กับปัจจุบัน เสียงลูกมะพร้าวกระทบกันลูกแล้วลูกเล่าถูกยกขึ้นรถบรรทุกคันใหญ่จากผู้ที่มารับซื้อในสวน มะพร้าวของสวนยายปั้นก็นับว่าเป็นอีกผลผลิตหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับที่นี่ไม่น้อยเช่นกัน “ตายจริง นี่ทำไมหลานยังไม่ไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวจะมีนัดถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง ต้องไปรับหนูโรสอีกไม่ใช่หรือ” สีหน้ายายปั้นดูจะยุ่งเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพหลานที่เนื้อตัวมอมแมม “แล้วนี่ไปแอบปีนต้นมะพร้าวมาอีกใช่ไหม ถ้าตกขึ้นมา ขาแข้งหักจะว่ายังไง” “เดี๋ยว ๆ ใจเย็นครับ คุณยาย” ก่อนที่จะถูกร่ายยาวไปมากกว่านี้ ศิวดลจึงต้องไปห้ามผู้เป็นยายก่อน “คุณยายจำผิดวันแล้ว พรุ่งนี้ต่างหากล่ะครับ” “อ้าวเหรอ” ผู้สูงวัยกะพริบตาปริบ ๆ รู้สึกเหวอเล็กน้อย รู้สึกลังเล “นี่ยายจำวันผิดได้ยังไงกัน” “ครับ ผิดจริง ๆ ครับยาย” ศิวดลว่าพลางกลั้วขำ ก่อนจะหันมาพูดคุยกับคนงาน โดยหลังจากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้เดินมาหายายพร้อมกับยื่นกระดาษที่จดรายการรวมถึงเงินให้ “นี่ค่ามะพร้าวครับ เอ
ตอนที่ 26 ก่อนวิวาห์ “เรื่องที่เกิดขึ้น สรุปแล้วมันยังไงกันแน่คะ” โรสิตาเอ่ยถามขึ้นขณะที่เดินเล่นบนหน้าดินที่ถูกขุดตามยาว โดยมีศิวดลเดินอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่างกัน เพราะเขาหายไปนานพอสมควร เธอเองก็ไม่อยากยืนแกร่วอยู่นานจนคิดฟุ้งซ่าน จึงได้มาดูว่าเขามาทำอะไรไปด้วยเป็นการฆ่าเวลาจนมาถึงตอนบ่ายคล้อยในที่สุด ความโกรธฉุนเฉียวในตอนแรกดูจะค่อย ๆ สงบลงไปบ้าง “แล้วคุณโรสคิดว่าผมจะเป็นแบบอย่างที่ในข่าวบอกไหมล่ะครับ” “แน่ะ ย้อนอีก” หญิงสาวเขย่งไปมาก่อนจะกลับมาทรงตัวให้มั่นคง “คนอุตส่าห์เป็นห่วง” ตรงท้ายประโยคนั้นกลายเป็นเสียงพึมพำกับตนเอง “ผมก็แค่อยากรู้ว่าคุณโรสคิดยังไง” “ถ้าถามฉัน ฉันก็ไม่ค่อยจะเชื่อข่าวที่อยู่ตามอินเทอร์เน็ตสักเท่าไหร่ จนกว่าจะมีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนอยู่แล้ว” “งั้นก็แปลว่าโรสก็ไม่เชื่อใจผมจนกว่าจะได้เห็นหลักฐานอย่างงั้นสินะครับ” แววตานั้นดูหม่นลง ไหนจะน้ำเสียงที่ดูน้อยใจนั่นอีก “ฉันยังไม่ได้บอกสักคำเ







