LOGIN
เสียงนาฬิกาที่ดังอยู่เนืองๆ หญิงสาวลุกขึ้นมาปิดโดยอัตโนมัติด้วยความเคยชิน มือเรียวยาวขยี้ดวงตากลมโตเพื่อมองสิ่งต่างๆได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นเธอเริ่มจัดการทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
จิรัญญา วรวงศ์ หยิบประวัติส่วนตัวขึ้นมามองด้วยสายตาอ่อนล้า นี่ก็เกือบสามสัปดาห์ที่เธอเที่ยวตะเวนหางาน แต่ก็ยังไม่มีบริษัทติดต่อกลับมาเลย บ้านของเธอก็ไม่ได้ขัดสนถึงขนาดที่เธอต้องหาเลี้ยงครอบครัว แค่ต้องการใช้ชีวิตในเมืองกรุงบ้างสักครั้ง เธอตัดสินใจขอบิดาและพี่ชาย เพราะอยากลองมาใช้ชีวิตในกรุงเทพ ต้องยกเหตุผลต่างๆนาๆ มาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่เธอไม่จำเป็นต้องมาเดินหางานแบบนี้ก็ได้ แต่การใช้ชีวิตแบบคุณหนู มันจะไปมีสีสันอะไร มือเรียวบางคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋า เมื่อได้ยินเสียงเพลงโปรดของเธอ คงเป็นใครไม่ได้นอกจากพี่ชาย ที่โทรจิกเธออย่างกับอะไรดี เธอคงโกรธพวกเขาไม่ได้ ที่จะหาใครหวังดีเหมือนพี่ชายและบิดาไม่ได้อีกแล้ว “ว่าไงคะ พี่กฤษ” จิรัญญาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นเคย “พี่โทรหาตั้งหลายสาย แล้วทำไมพึ่งมารับสายพี่ ทำอะไรอยู่” กฤษถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงเคืองๆน้องสาวที่รับสายช้า “โห่ พี่กฤษ จิ๊บอาบน้ำอยู่จะให้จิ๊บรับโทรศัพท์พี่ได้ยังไงกันคะ” “พี่ไม่เซ้าซี้เราแล้วก็ได้ งานเราไปถึงไหนแล้ว ถ้ายังหาไม่ได้ก็กลับมาที่เชียงใหม่ซะ น้องสาวคนเดียวพี่กับพ่อมีปัญญาหาเลี้ยงได้”กฤษอดว่าน้องสาวไม่ได้ ใช้ได้ที่ไหนกันล่ะ อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ ชอบทำให้เขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย “โธ่ พี่กฤษยังเป็นตำรวจเลย จิ๊บก็อยากทำงานบ้าง ไม่อยากทำตัวไร้ค่าไปวันๆ ไม่พูดกับพี่กฤษแล้ว” “เดี๋ยวๆๆ ยัยจิ๊บ...” เสียงปลายขาดหายไปอย่างฉับพลัน ใครจะดื้อรั้นเท่ายัยจิ๊บน้องสาวเขาไม่มีอีกแล้ว จิรัญญาตัดสายพี่ชาย ถ้าเธอคุยกับพี่ชายของเธอมีหวังต้องเกลี้ยกลมให้เธอกลับเชียงใหม่แน่นอน ถ้าเธอกลับไปคงไม่ได้ทำอะไรเป็นแน่ กำนันธรรศผู้เป็นพ่อของเธอคงไม่ยอมให้เธอทำอะไร นอกจากงานในไร่ส้ม ไม่ใช่ว่า จิรัญญาจะไม่ชอบการทำงานในไร่หรอกนะ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบสามปี เธอยังไม่ได้เคยทำอะไรด้วยตัวเองสักอย่าง เธออยากได้อะไรเพียงแค่เอ่ยปาก บิดาและพี่ชายก็หามาไม่ว่าสิ่งนั้นจะยากเย็นสักเพียงไหน ตอนนี้เป็นโอกาสที่จิรัญญาได้พิสูจน์ตัวเอง ให้ทุกคนรู้เธอไม่ได้เป็นเพียงคุณหนู ยังสามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างด้วยเอง “สู้ เว้ย” จิรัญญาพูดกับตัวเองพร้อมสูดลมหายใจเข้าปลอดลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจก่อนออกจากบ้าน จิรัญญาเลือกขึ้นรถเมล์ ดีกว่าแท็กซี่ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะแถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆอีก นั่งรถไม่นานก็ถึงบริษัทที่จิรัญญาหาในอินเทอร์เน็ตแล้ว ตึกอีซีโอ พาวเวอร์ ที่สูงระฟ้าคงไม่น้อยกว่าสามสิบห้าชั้น จากการคาดเดาของจิรัญญาแล้ว เธอหยุดยืนทำใจตรงหน้าประตูของหาตึกเพื่อสร้างความมั่นใจ “ว้าย!...” จิรัญญาสะดุดตรงขอบประตูทำให้เสียหลักล้มลงหน้าขม่ำกับพื้นแล้วแน่ถ้าไม่ได้อ้อมแขนของใครบางคนรับเธอไว้เสียก่อน จิรัญญาค่อยๆลืมตามาพบกับหนุ่มหล่อ จมูกโด่งรับกับใบหน้าคมคาย ผมเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนปนดำเล็กน้อย กอปรกลิ่นกายของบุรุษเพศช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน “นี่คุณ! เลิกจ้องผมได้แล้ว ถ้าจ้องผมนานกว่านี้ ผมคิดตังค์นะ” จิรัญญารีบผละออกจากออมแขนของเขาทันที เธอเกือบหลงเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้าไปแล้ว ถ้าไม่ติดตรงที่ความหลงตัวเองของชายหนุ่ม “เปล๊า... ฉันไม่ได้มองนายเสียหน่อย” ตรงข้ามสายตาที่เธอมองเขามันทำให้เขาอยากทำความรู้จักเธอนักว่าจะลีลาเด็ดขนาดไหน “แล้วทำไมต้องตอบเสียงสูงขนาดนั้นด้วย” สิงห์ อีเมอร์สัน เค้นถามผู้หญิงตรงหน้าเสียไม่ได้ แต่ละวันมีผู้หญิงมาเข้าหาเขาด้วยวิธีหลากหลาย บางทีเขาก็เบื่อที่จะเล่นด้วย แต่กับแม่คนนี้เขาอยากรู้ว่าเธอจะใช้วิธีไหนที่ทำให้เขาสามารถเล่นตามเกมของเธอ “ถ้าเธออยากขนาดนั้นก็ไม่ได้ตรงเสียเวลาวางแผนมาอ่อยฉันแบบนี้ก็ได้” “อะไรนะ?” จิรัญญางุนงงกับคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าที่อายุก็น่าจะย่างเขาสามสิบแล้วยังทำตัวเป็นตาเฒ่าหัวงูอีก “ฉันบอกว่า ถ้าเธออยากนอนกับฉันไม่ต้องลงทุนมาอ่อยฉันขนาดนี้ก็ได้” เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำตัวไร้เดียงสาขนาดนี้ แถมยังเข้าใจยากอีกต่างหาก “แต่วันนี้ฉันคงไม่ว่างให้เธอฟัดฉันหรอกนะ เพราะฉันมีธุระ” สิงห์ตอบปัดๆไป จิรัญญาเริ่มหมดความอดทนเต็มทีกับชายหนุ่มตรงที่กำลังคุกคามเธอทางคำพูด หญิงสาวกำหมัดแน่นถ้าชายตรงหน้าไม่หยุดพูดเหมือนเธอเป็นผู้หญิงบริการที่ต้องการเข้าหาเขาแบบนั้นล่ะก็... “อ้ะ นี่นามบัตรฉันไว้เธอต้องการ โอ้ย...” เมื่อหมดความอดทน จิรัญญาต่อยหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสุดกำลัง ยังไม่พอใจหญิงสาวแทงเข่าไปที่ระหว่างขาเขาอย่างหนักชนิดที่ว่าอวัยวะส่วนนั้นไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราว “ยัยผู้หญิงบ้า กลับมาเดี๋ยวนี้นะ” สิงห์ตะโกนเรียกหญิงสาวที่สร้างความเจ็บป่วยในน้องชายของเขา มารับผิดชอบต่อการกระทำที่กล้าทำร้ายร่างกายของเขา “หน็อยแนะ ยัยตัวดีอย่าให้เจอคราวหน้าได้เห็นดีกันแน่” จิรัญญาเดินไปที่เคาเตอร์โดยที่ไม่สนใจเสียงเรียกที่อยู่ตรงทางเข้า ดีที่ช่วงนี้เป็นช่วยพักกลางวันจึงไม่มีคนวุ่นวายสักเท่าไร ถ้าช่วงเวลาเข้างานปกติเธอคงโดนจับข้อหาทำร้ายคนแก่แน่นอน ก็ใครมันจะไปคิดว่าหน้าตาหล่อแบบนั้นจะหลงตัวเองได้โอเวอร์ คิดได้ไงว่าเธอมาเสนอตัวให้เขาได้เชยชม ไม่มีวันเด็ดขาด“ถ้าผมจะรักคุณ ลูกจะเป็นอะไรไหม” สีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเขารักเธอมากเกินไปอาจกระทบกระเทือนต่อลูกน้อย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลูกคงเข้าใจ” จิรัญญาส่งยิ้มปลอมประโลมชายหนุ่มขี้กังวล มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะห่วงอะไรอีก เมื่อโอกาสทองมาถึง สิงห์ไม่รอช้ารีบแสดงความรักที่มีแต่ลูกน้อยและภรรยา บทรักดำเนินไปอย่างเนิบช้า เล้าโลม นุ่มนวล แต่เร่าร้อน ถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ที่มีอยู่เต็มหัวใจ หลังจากบทรักที่เชื่องช้า อ้อยอิ่ง จิรัญญาซวยซบอกแกร่ง กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เขานุ่มนวล ทะนุถนอมเธอราวกับปุ๋ยนุ่น เธอกรีดกรายนิ้วตามแผ่นอกอย่างแผ่วเบา จนคนที่เพิ่งผ่านความเร่าร้อนมาเมื่อครู่เริ่มลุกหืออีกครั้ง เพราะมือน้อยที่อยู่ไม่สุข “อย่าซนสิครับ” เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มหิวโหยเตือน พลางจับมือเจ้าปัญหามาจุมพิต สูดดมความหอมกลิ่นกายสาว “เหนื่อยไหมครับ” จิรัญญาส่ายหน้าชิดแผ่นอก นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ไม่คิดเลยว่า หนุ่มที่เคยแอบชอบตอนเด็กๆจะกลายมาเป็นสามีที่น่ารักขนาดนี้ “คิดอะไรอยู่ บอกหน่อยสิ” สิงห์ถ
“บอกมาเลยนะคะ ว่าทำไมพ่อฉันถึงยอมให้เราแต่งงานกัน” จิรัญญาร้องบอกเจ้าบ่าวหมาดๆ พอมาถึงห้อง หลังจากญาติผู้ใหญ่ส่งบ่าวสาวเข้าห้องหอเรียบร้อย ก็รีบผลักเธอลงบนเตียงรีบตามซุกไซ้ซอกคอระหงทันที มือที่ราวกับหนวดปลาหมึกกำลังยุ่มย่ามแถวเกาะอก “คุณพ่อใจดีจะตาย ผมอยากเข้าไปทักท้ายลูกเต็มแก่อยู่แล้ว” สิงห์รูดซิปเดรสด้านหลัง ทำให้ชุดแต่งานตัวสวยกองบนพื้นเรียบร้อยแล้ว ทำให้ร่างบางเหลือแต่ชั้นแพนตี้ตัวบาง กับหน้าอกที่มีซิลิคอนปกปิดยอดปทุมถัน ก่อนค่อยๆดันให้ร่างอรชรนอนราบบนเตียง สายตาจอจ้องอย่างหื่นกระหาย ส่วนต่างๆในร่างกายมีน้ำมีนวลกว่าเมื่อก่อน “อย่าเพิ่งค่ะ คุยกันก่อน” เธอร้องห้ามชายหนุ่มที่ดึงดันจะปอกเปลือกเธอท่าเดียว มือบางดันแผ่นอกกว้างที่กำลังคร่อมร่างเธออยู่ “หยุดหื่นก่อนนะคะ ฉันเหนื่อย ลูกก็เหนื่อย” คำขอเป็นผลริมฝีปากที่กำลังชกฉวยยอดอกหยุดชะงัก เงยหน้ามองสาวน้อยใต้ร่างอย่างกรุ่มกริ่ม “จะคุยอะไรล่ะจ๊ะ” “บอกเรื่องทั้งหมดว่าเป็นยังไง ถ้าไม่บอกวันนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปหาลูก” พูดจบ เธอก็ต้องหลบสายตาเจ้าเล่ห์ที่กำลังมองอย่างหื่นกระหาย
‘ยัยบ้าเอ้ย’ เคลวินมองสาวน้อยๆก่อนสบถในใจ อยากเป็นเจ้าสาวแล้วเธอหาเจ้าบ่าวได้หรือยัง เป็นเด็กเป็นเล็กริอ่านอยากแต่งงาน บ้าไปแล้ว สาวน้อยที่เดินจ่ำอ้าวออกมารอรับดอกไม้เฉกเช่นคนอื่นที่หน้าเวที เหลียวหลังมองเคลวินที่นั่งผิวปากสบายอารมณ์ ทำไมถึงคอยชอบขัดเธอด้วยทั้งๆที่รู้ว่าเธอคิดยังไงกับเขายังจะมาเล่นตัวอีก ‘เดี๋ยวก็โสดตายหรอกตาเฒ่า’ “จะโยนแล้วน่า” จิรัญญาเอ่ยให้ผู้ที่มารับดอกไม้เตรียมตัวให้ดี เธอเห็นจีจี้อยู่รอบนอกวงล้อมผู้คนและเหลียวมองหนุ่มที่นั่งปั้นหน้าขรึมที่ชอบขู่สาวน้อยจีจีให้กลัว เจ้าสาวที่มีความคิดพิเรนทร์ขึ้นมาในหัวสบตาเจ้าบ่าวแวบหนึ่ง ก่อนหันหลังเตรียมที่จะโยนช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือ ตุ๊บ! “ว้าย” เสียงกรีดร้องจากสาวๆที่พากันรอรับดอกไม้ยื่นแย่งจนกระเด็นกระดอนตกไปอยู่ด้านหลัง จนใครหลายคนมองตามๆกันว่าใครคือผู้ที่ได้ดอกไม้และจะกลายเป็นเจ้าสาวในเร็ววัน มือสองข้างที่ยื่นรับดอกไม้โดยอัตโนมัติตามสัญชาตญาณไม่รู้ตัวว่ารับดอกไม้จากเจ้าสาวได้ทัน จีจี้เงยหน้ามองสาวๆที่มองเธอด้วยความริษยาที่สามารถดอกไม้
“แกอย่าทำให้ลูกสาวของฉันเสียใจเด็ดขาด ไม่ขาดตาย...” พ่อตาสุดโหดเอ่ยขู่ลูกเขยตัวแสบด้วยท่าทางที่เขาเห็นแล้ว ถึงกลับขนลุก หลังจาดที่พาเจ้าสาวมาถึงก็เริ่มทำตามพิธีขั้นตอน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ตามด้วยพิธีรดน้ำสังข์ เมื่อคู่บ่าวสาวสวมแฝดมงคลและนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว พ่อแม่บ่าวสาวร่วมรดน้ำอวยพร สิงห์โดนแหนบอีกครั้งเมื่อถึงคิวของกำนันธรรศพ่อตาของเขา ร่วมถึงพี่เขยที่ห่วงน้องสาวอย่างกับอะไรดี เมื่อการรดน้ำของญาติผู้ใหญ่ผ่านไปก็ถึงคิวของเพื่อนสนิทอย่างเคลวินบ้างแล้ว “ขอให้คุณจิ๊บมีความสุขมากๆนะครับ ถ้าไอ้สิงห์ทำให้คุณเสียใจ อย่าลืมนะครับว่าผมยังว่าง” “เคลวิน!” สิงห์แยกเขี้ยวขู่เพื่อน ที่อวยพรไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องซะที่ไหน “นายคงไม่อยากตายตอนนี้ใช่ไหม” “ไอ้โหด! เมื่อไรฉันจะมีคนสวยมาเป็นคู่ชีวิตแบบนี้บ้าง ผมยังว่างนะครับ” เคลวินเย้าเจ้าสาวของเพื่อนที่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “พอเลยเคลวิน ไม่ใช่นายยังรอใครอยู่เหรอว่ะที่ว่าไม่มีคู่น่ะ” สิงห์บุ้ยปากไปทางสาวน้อยจีจี้ที่เพลิดเพลินกับการชิมน้ำหวานหลากรส เคลวินมองตามถึ
สามวันหลังจากนั้น เช้าวันนี้เธอตื่นขึ้นมาอย่างง่วงงุน เพราะเสียงดังกระโตกกระตากเหมือนคนกำลังทำอะไรสักอย่างในบ้านของเธอ บวกกับพี่ชายมาปลุกเธอแต่เช้าด้วยเหตุอะไรเธอไม่สน “พี่กฤษปลุกจิ๊บมาทำอะไรแต่เช้า” จิรัญญาส่งเสียงงัวเงีย ตาแทบจะปรือขึ้นไม่ไหวแต่ก็ยอมเดินตามพี่ชายออกไป “เถอะน่า” กฤษยิ้มมองน้องสาวที่พยายามจะปรือตาขึ้นมองรอบกาย ลากน้องสาวมาล้างหน้าล้างตาก่อนเรียกช่างแต่งหน้าที่รออยู่นานแล้วเข้ามาในห้อง “เอาให้สวยที่สุดเลยนะ” จิรัญญาออกมาจากห้องน้ำตกใจ เมื่อเห็นคนแปลกหน้าสามคนอยู่ในห้องนอน ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวแล้วพี่ชายอนุญาตให้คนพวกนี้เขามาได้ยังไง “ใครกันคะ” “ช่างแต่งหน้าไง” กฤษตอบน้องสาว พยักหน้าให้ช่างแต่งหน้าทำหน้าที่ของตัวเอง “จะทำอะไรกันคะ จิ๊บงงไปหมดแล้วนะ” หญิงสาวดิ้นเมื่อถูกชายหัวใจหญิงจับตัวไว้ ก่อนที่อีกคนจะล็อคใบหน้าเธอไว้ “ไม่ต้องงงหรอก เรากำลังจะแต่งงาน” กฤษเฉลย คายความสงสัยให้น้องสาว เสียงของพี่ชายยังก้องอยู่ในหู นี่มันอะไรกัน เธอจะแต่งงานกับใคร นี่มันชักจะยังไงแล้วนะเนี่
นพมองหน้าเพื่อนอย่างซึ้งใจ ถึงภายนอกที่ดูโหดร้ายแค่ไหน กำนันธรรศยังเป็นคนที่อ่อนโยนเสมอ “ขอบใจแกมากนะ ที่ยอมให้อภัยฉันกับลูก” “ใครว่าฉันให้อภัยแก ฉันแค่ไม่ต้องให้หลานเกิดมาไร้พ่อต่างหากล่ะ” คนปากแข็งรักษาภาพพจน์ ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ “งั้นแกคงต้องเหม็นหน้าฉันไปอีกนานแล้วละว่ะ เพราะอีกไม่กี่วันเราสองคนก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” นพตบไหล่กำนันธรรศหนักๆ อย่างเย้าแหย่ “เหอะ” เสียงสบถอย่างเอือมระอาออกมา เมื่อเห็นเพื่อนเก่ายิ้มเยาะที่เขาต้องยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันโดยปริยาย ตกเย็นจิรัญญากลับมาบ้านพร้อมด้วยข้าวของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือทั้งของเธอและลูกแก้ว พ่อและพี่ชายนั่งคุยในห้องรับแขกอย่างสนุกสนาน จนเธอสงสัยว่าอะไรที่ทำให้กำนันธรรศมีความสุข ระเบิดเสียงหัวเราะจนน่าอิจฉา ทั้งที่เมื่อวานมีเรื่องผ่านเรื่องคอบาดตายมา “คุยอะไรกันคะ ดูน่าสนุกเชียว” จิรัญญาเอ่ยถาม หลังจากวางข้าวของที่เพิ่งซื้อมาไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้ลูกแก้วเพลิดเพลินกับเสื้อผ้าที่เธอซื้อให้เป็นการตอบแทนที่อุตส่าห์ไปเป็นเพื่อน “มีเรื่องสะใจนิดห
“หยุดเดียวนี้เลยนะ ก่อนที่ฉันจะโมโหไปมากกว่านี้” จิรัญญาพยามนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจของที่เธอจะสติแตกเพราะผู้ชายคนนี้ และรีบเดินไปที่ประตูรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่ทันร่างใหญ่มีมายืนขว้างประตูเป็นยักษ์วัดแจ้ง “หลีกไปฉันจะกลับบ้าน”จิรัญญาผลักร่างของชายหนุ่มออกจากประตูอย่างสุดกำลังแต่ก็ไม่เป็นผลว่
รุ่งเช้าจิรัญญาเตรียมพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ครั้งแรก ในที่สุดก็มีบริษัทที่เห็นความสามารถของเธอแล้ว จิรัญญาตื่นเต้นจนแทบนอนไม่หลับต้องลุกขึ้นมาหาข้อมูลในการสัมภาษณ์ เธอหวังว่าการหาข้อมูลมาอย่างดีส่งผลให้เธอผ่านและได้ทำงานตามที่หวัง จิรัญญารีบอาบน้ำแต่งตัวคัดสรรชุดให้เหมาะกับงาน จิรัญญาเล
สิงห์นั่งครุ่นคิดถึงหญิงสาวที่เขาเจอเมื่อตอนกลางวัน เจ้าหล่อนช่างมีวิธีทำให้เขาสนใจได้ไม่เหมือนใคร พอบอกความต้องการของเขาไปตรงๆ เธอกลับปฏิเสธเสียนี่ เขายอมรับว่าเธอทำให้เขาเสียศูนย์ได้ถึงเพียงนี้ แต่กลับมาใจสั่นกับคำพูดของผู้หญิงตัวเล็กแบบนั้น คลาสโนวาอย่างเขาที่สาวๆบอกกันปากต่อปากหาตัว
“สวัสดีค่ะ รับสมัครพนักงานอยู่ชั้นไหนค่ะ” จิรัญญาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “คะ? จะมาสมัครงานใช่ไหมค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ” ไม่นานเกินรอ หลังจากพนักงานสาวของบริษัทคีย์หาข้อมูลเสร็จ “อยู่ชั้น5 ค่ะ ฝ่ายบุคคลค่ะ ว่าแต่จะมาสมัครตำแหน่งอะไรเหรอคะ” “การตลาดค่ะ ฉันเรียนจบทางด้านนี้







