Share

ปริศนาใต้เงาสาป
ปริศนาใต้เงาสาป
Author: กานาฉ่าย

บทที่ 1

last update publish date: 2025-12-11 21:48:21

ภายในห้องนอนอันเงียบสงบ อากาศที่เย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศโอบล้อมไปทั่วห้องนอน ผ้าม่านสีทึบช่วยปิดกั้นแสงรบกวน เตียงหลังใหญ่กลางห้องดูน่านอนจนชวนให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและจมดิ่งสู่การพักผ่อนอันยาวนาน

แต่ไม่ใช่กับชายหนุ่มที่กำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงหลังนั้น คิ้วเข้มได้รูปเหมือนถูกเขียนด้วยหมึก ขมวดเข้าหากันจนหว่างคิ้วเป็นร่องลึก สีหน้าบ่งบอกว่าการนอนมีปัญหา นั่นเพราะในยามนี้ เขากำลังถูกดึงเข้าสู่ห่วงฝันอย่างไม่ทันตั้งตัว

ในความฝัน ชายหนุ่มพบว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องว่างเปล่าขนาดใหญ่ไม่คุ้นตา เขากวาดตาไปทั่วด้วยความสงสัย ไม่แน่ใจว่าตนเองอยู่ที่ไหนหรือมาได้อย่างไร

จนกระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งในมุมมืด ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องเขม็งมาทางนี้ มันราวกับมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ความเย็นจากที่ไหนไม่รู้ค่อย ๆ ซึมลึกลงไปถึงกระดูก

เสียงกระซิบแผ่วราวสายลม ลอยมากระทบโสต คล้ายพยายามพูดบางอย่าง ทว่าประโยคนั้นพร่าเลือนเกินกว่าจะจับใจความได้

“คุณ... คุณพูดกับผมใช่ไหม? ผมฟังไม่ถนัดเลย ช่วยพูดเสียงดังอีกหน่อยสิครับ” ชายหนุ่มร้องบอก

ทว่าเสียงที่ส่งกลับมายังคงเป็นเช่นเดิม เมื่อไร้คำตอบ

“คุณ… เป็นใคร? แล้ว… ที่นี่ที่ไหน?” เขาถามอีกครั้ง

ตอนนี้ลำคอเริ่มแห้งผาก ลมหายใจขาดห้วง หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกที ความหนาวเย็นคืบคลานจากปลายนิ้วเข้าสู่กลางอก แต่เขายังคงจ้องไปข้างหน้าตาไม่กะพริบ

เสียงกระซิบดังขึ้นอีกระลอก แต่ประหนึ่งถูกบดบังด้วยม่านหมอก “…@#$%@^#...เช่นกู...”

ชายหนุ่มเพ่งฟังทุกถ้อยคำ พลางรวบรวมความกล้าก้าวเข้าใกล้ทีละน้อย หวังว่าระยะที่สั้นลงจะทำให้เสียงนั้นชัดเจนขึ้น แต่ละก้าวที่ขยับ ความประหม่าก็เริ่มไหล่เข้ามา

ระยะห่างที่ลดลง ทำให้ร่างในเงามืดเริ่มเผยรูปลักษณ์ทีละน้อย จนกระทั่งภาพนั้นชัดเจน… มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต หากแต่เป็นซากศพที่เน่าเปื่อย เสียหายจนยากจะบอกว่าเคยเป็นใคร

สภาพนั้นทำให้เขาสั่นสะท้านตั้งแต่แรกเห็น ลูกนัยน์ตาที่หลุดจากเบ้าห้อยโตงเตง น้ำเหลืองและเลือดไหลย้อยเหนียวหนืดเหมือนแป้งเปียกเกาะตามใบหน้า เส้นผมกระเซอะกระเซิงจับเป็นกระจุก บางส่วนของร่างกายเผยให้เห็นกระดูกสีขาว บางส่วนมีหนอนชอนไช และฉีกขาดเหมือนถูกกัดกระชาก ชวนให้สะอิดสะเอียน

ชายหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อร่างเน่าเปื่อยตรงหน้ากระโจนเข้าใส่ ความตกใจแล่นวาบเข้ามา เขาพยายามถอยหนี แต่ขากลับแข็งทื่อเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้น กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนแทบอาเจียนแทรกซึมเข้าทุกอณูผิว ก่อนเสียงที่แหบแห้งอัดแน่นด้วยความแค้นจะดังก้องในหัว

“กูจะทำให้มึงเจ็บปวด… เหมือนที่มึงเคยทำกับกู!!”

“เฮือก!! แฮก ๆ” กันต์ธีร์ หิรัญณรากุล สะดุ้งตื่นสุดแรง ร่างกายสะท้านพร้อมลมหายใจหอบถี่ เหงื่อกาฬผุดพรายตามกรอบหน้าคม ดวงตาสีเข้มที่ปกติเปี่ยมไปด้วยประกายความซุกซน บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนก ริมฝีปากได้รูปสั่นระริก เสื้อด้านหลังเปียกชุ่มจนแนบติดกับผิว

เขายกมือปาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามสันจมูก พยายามรวบรวมสติ แม้เป็นเพียงความฝัน แต่ความสมจริงของมันยังเกาะกุมหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

‘ฝันบ้าอะไรวะ หลอนฉิบ!’

ไม่นานเสียงเคาะประตูและเสียงเรียกจากคนด้านนอก ก็ดึงสติของเขากลับมา

~ ก๊อก ก๊อก ก๊อก!~

“ตากันต์ ตื่นรึยังลูก? วันนี้รายงานตัววันแรกนะ” เสียงนั้นมาจาก กรรณิกา มารดาของเขา

“ผมตื่นแล้วครับ” วันนี้เขาต้องไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ในหน่วยพิสูจน์หลักฐาน

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปอาบน้ำ เสร็จแล้วลงมากินข้าวก่อนออกไปทำงานนะลูก” เสียงจากหลังประตูดังขึ้นอีกครั้ง

“ครับ…คุณนาย” เขาตอบยิ้มๆ

กันต์ธีร์เคยเป็นแพทย์นิติเวชในทีมออบส์ ทีมหัวกะทิของหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจขอลาไปเรียนต่อต่างประเทศ เพราะหลายปีในการทำงานภาคสนามทำให้เขาได้เห็นอาชญากรรมหลายรูปแบบ และยิ่งมองลึกก็ยิ่งอยากเข้าใจว่าทำไมคนเราถึงกลายเป็นอาชญากร

กระทั่งปลายปีที่แล้ว ขณะรอดำเนินการเรื่องจบการศึกษา กันต์ธีร์ก็ได้รับโทรศัพท์จาก จินดา หัวหน้าทีมพร้อมข่าวใหญ่

“ไอ้กันต์ ฉันมีข่าวมาบอก”

“ข่าวอะไรครับ พี่จะแต่งงาน?”

“ไอ้นี่เปิดปากมาก็กวนบาทาเลยนะ” เธอบ่นแล้วเล่าต่อ “ฉันจะบอกว่าฉันได้เลื่อนเป็นผอ. แล้วนะยะ” จินดาพูดเหมือนเล่าเรื่องดินฟ้าอากาศไม่ใช่ข่าวใหญ่โตอะไร

ผิดกับคนที่ได้รู้ข่าว “เฮ้ย!! ดีใจด้วยนะครับหัวหน้า… เอ้ะ ไม่สิ ต้องบอกว่าดีใจด้วยครับ ผอ. ที่ได้เลื่อนขั้น!”

กันต์ธีร์รู้สึกยินดีไม่น้อย ที่หัวหน้าได้เลื่อนตำแหน่งสำเร็จ หลังจากทั้งทีมร่วมกันฝ่าฟันคดีหนักและปัญหานานับไม่ถ้วนมาด้วยกัน ความพยายามและความทุ่มเทของจินดาก็ได้รับผลตอบแทนที่คู่ควร

“แกไม่ต้องตื่นเต้นไป ฉันยังไม่ตื่นเต้นอะไรเล๊ย—แต่ก็ขอบใจนะ ”

กันต์ธีร์ยิ้มขำ ฟังดูก็รู้ว่าเธอแอบดีใจ “เหรอครับ ผมจะเชื่อให้ก็ได้ ถ้าพี่คิดว่ามันเนียนน่ะนะ”

“รู้ดี— เพราะมีแกเป็นตัวอย่างแบบนี้ไง ไอ้สี่สลึงถึงไม่ค่อยเคารพฉัน”

สี่สลึงที่จินดาบอก หมายถึงลูกน้องอีกสี่คนในทีมออบส์นั่นแหละ— ขาด ๆ เกิน ๆ กันคนละนิด แต่พอรวมกันแล้วก็เต็มบาทพอดี

“ฮา ฮา ฮา ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย”

“จะว่าไปผมไม่ได้แกล้งพี่มาหลายเดือนแล้วเหมือนกันนะ”

“ไม่โทรหาฉันเองช่วยไม่ได้”

“ผมเรียนหนักนี่ครับ” กันต์ธีร์ยืดคำท้าย จงใจใส่แววอ้อนในน้ำเสียง

“หึ ข้ออ้างละสิไม่ว่า” จินดาหัวเราะแผ่ว ๆ ในลำคอ ก่อนเว้นจังหวะเพื่อเปลี่ยนโหมดเป็นจริงจัง

“เออนี่...เหลือกี่เดือนถึงจะเรียนจบล่ะ”

“เรียนจบแล้วครับ แต่กว่าจะทำเรื่องเรียบร้อย คงอีกสองเดือน ทำไมพี่จะมาหาผมเหรอ ตั้งตารอเลยนะเนี่ย” ชายหนุ่มพูดทีเล่นทีจริง

“เฮอะ! แกฝันเหรอ ฝันไปหรือเปล่าว่าฉันจะไปหา” เธอเหน็บ รอจนเสียงหัวเราะของกันต์ธีร์เริ่มซาลง ก่อนเสริม “ที่จริงวันนี้นอกจากจะโทรมาบอกเรื่องของฉันแล้ว ยังมีของแกด้วยนะ”

“เรื่องผม? เรื่องอะไรครับ? อย่าบอกนะว่าผมได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าแทนพี่” กันต์ธีร์แซว

“ก็ใช่น่ะสิ นายได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าทีมออบส์แล้ว”

“แหม…นี่ถ้าไม่รู้จักกันผมจะคิดว่าพี่พูดจริงนะเนี่ย...” กันต์ธีร์หัวเราะในลำคอ ยังคงไม่เชื่อ

“เรื่องแบบนี้มันล้อเล่นได้เหรอ มันใช่เวลา?”

น้ำหนักคำตอกย้ำให้ชายหนุ่มรู้ตัวแล้วว่าปลายสายพูดจริง และนั่นทำเอาเขาเงียบกริบ

“....”

“นี่ได้ยินมั้ย ไอ้กันต์?”

“...”

“เฮ้ย! ช็อกไปแล้วหรือไง ฉันถามว่าได้ยินมั้ย” เธอตะโกนผ่านหูโทรศัพท์

เสียงเสียดหูทำให้เขาตั้งสติได้ในที่สุด—ย้อนถามอีกครั้ง

“โอ๊ยยย! หูจะแตก ได้ยินแล้ว แต่ว่าพี่ไม่ได้อำจริงดิ?”

“วะ! ไอ้นี่ ใครจะเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นกัน” เสียงปลายสายเริ่มหงุดหงิด

“พี่ไง” ชายหนุ่มยังไม่วายแหย่รังแตน รอยยิ้มผุดขึ้นขณะรอฟังปฏิกิริยาจากปลายสาย

“ไอ้เด็กนี่! ฉันโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วนะ อะไรควรไม่ควร ฉันรู้ดียะ!”

คาดไม่ผิดจริง ๆ

“ใจเย็นสิจินดา เดี๋ยวหัวใจเต้นแรงแล้ววูบไปจะทำไง ลูกกับสามีก็ไม่มี” กันต์ธีร์ยังคงกวนประสานต่อ

“โอ๊ย!! คุยกับมึงทีไรกูลมตีขึ้นมาทุกทีให้ตายสิ ยาดม! ยาดมฉันอยู่ไหน” จินดาหลุดแทน “มึงกู” ใส่อีกฝ่ายอย่างลืมตัว

กันต์ธีร์ได้ยินเสียงกุก ๆ กัก ๆ จากปลายสาย เหมือนเจ้าตัวกำลังรื้อหายาดมจริง ๆ ถึงกลับหัวเราะสุดเสียง

“ไม่แกล้งแล้ว ๆ—แต่จะดีเหรอพี่ ผมมาจากหน่วยงานอื่นนะ มาที่นี่ด้วยตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ผมกลัวคนอื่นจะไม่เห็นด้วย”

เขารู้ตัวว่าฝีมือไม่เป็นรองใคร แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะยอมรับ โดยเฉพาะพวกอาวุโสที่เสียตำแหน่งไป ถ้าพวกนั้นคิดจะปัดแข้งปัดขาเมื่อไหร่ งานก็อาจมีปัญหาจนบานปลายได้ง่าย ๆ ซึ่งเขาไม่อยากให้เกิด

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง มีการเรียกประชุมเพื่อลงความเห็น และทุกคนเห็นด้วยว่าแกเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ที่สุด” ปลายสายตอบอย่างมั่นใจ

“ถ้าทุกคนเห็นด้วยผมก็ยินดีรับครับ”

“หึ! แต่ถ้าทำออกมาไม่ดี ฉันเล่นงานแกแน่” จินดาขู่

กันต์ธีร์ขำหึในลำคอ ก่อนตอบกลับ “ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่ทำให้ชื่อเสีย… เฮ้ย! ชื่อเสียงของพี่เสื่อมเสียแน่นอน”

“ไอ้...เด็ก...เวร...ตะไล” จินดาด่าเน้นทีละคำ “กลับเมื่อไรให้มารายงานตัวเลยนะแค่นี้ล่ะ ฉันจะไปนอน เดี๋ยวพรุ่งนี้รัศมีความเป็นผอ. ของฉันจะลดลง บาย!”

ถึงเหตุการณ์นี้จะผ่านมาเป็นเดือน แต่เวลานึกถึงกันต์ธีร์ก็อดอมยิ้มไม่ได้ ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเตียงสักพักก่อนจะลุกไปทำภารกิจยามเช้า และลงไปทานอาหารที่มารดาเตรียมไว้ให้เติ่มพลัง จากนั้นจึงออกเดินทางเพื่อเริ่มต้นการทำงานกับตำแหน่งใหม่ในทีมเดิมอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 15

    บทที่ 17รถทีมออบส์เคลื่อนตัวมาตามถนนสายรอง ห่างจากถนนหลักราวสองกิโลเมตร ปลายทางคือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีทะเลสาบอยู่ใจกลาง เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่มักแวะมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ทว่าภายในสวนอันกว้างขวางกลับมีมุมอับและแนวป่ารกชัฏหลายจุด หนึ่งในนั้นคือ ‘จุดเกิดเหตุ’ ในวันนี้รถของทีมออบส์จอดห่างจากแนวกั้นไม่ไกลนัก ทันทีที่ก้าวลงจากรถ บรรยากาศรอบพื้นที่ก็เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ถัดจากแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ออกมาไม่ไกล กลุ่มสื่อมวลชนยืนรวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ที่ถูกจัดไว้ กล้องหลายตัวหันเข้าไปด้านใน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยกันไม่ให้ใครล้ำเข้าไปทีมออบส์เดินผ่านบริเวณนั้นเพื่อเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุ ระหว่างทางกันต์ธีร์คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอคนคนนั้นเร็วขนาดนี้ สายตาของเขาหยุดนิ่งที่ร่างคุ้นตาหลังแนวรั้วสื่อมวลชน‘จันอับ’จังหวะที่อีกฝ่ายมองมา สายตาของทั้งคู่ก็สบกันพอดี คำพูดของมารดาเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว‘ถ้าลูกอยากเข้าใกล้เขามากขึ้น ก็ต้องค่อย ๆ ทำให้กำแพงนั้นลดลง...’กันต์ธีร์เกือบจะเอ่ยทัก แต่เมื่อนึกถึงประโยคที่ตัวเองพูดแทรกจันอับใ

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 14

    ใจกลางห้องใต้ดินอันเงียบสงัด เส้นสีเข้มคดโค้งพาดทับกันบนพื้น ก่อเป็นลวดลายดอกไม้ขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นแปดกลีบซ้อนกันอย่างประณีต แท่นบูชาตั้งอยู่ใจกลางลวดลาย เครื่องบูชาหลากชนิดเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ทั้งเทียนขาว ธูปหอม ข้าวตอกดอกไม้ และที่เด่นที่สุดคงจะเป็นภาชนะขนาดใหญ่ซึ่งบรรจุของเหลวสีแดงคล้ำเอาไว้ กลิ่นธูปและกลิ่นคาวจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศเย็นชื้นของห้องเบื้องหน้าแท่นบูชา ร่างในชุดสีเข้มนั่งขัดสมาธิอยู่กลางวง เส้นผมดำขลับเกล้ามวยสูง ดวงตาหลับนิ่งจมอยู่ในสมาธิ ทว่าความน่าเกรงขามยังคงแผ่ออกมาจากร่างนั้น“อาจารย์แม่ ไอ้ภัคพงศ์ถูกตำรวจจับแล้ว เราจะทำอย่างไรต่อครับ?” เสียงของชายคนหนึ่งทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่“หึ... พวกโง่ก็มักจะทำอะไรโง่ ๆ” เธอเอ่ยทั้งที่ยังคงปิดตาสนิท แต่ในน้ำเสียงมีแววเย้ยหยัน “ไม่ต้องห่วง ข้าจัดการเอง ออกไปเถอะ แล้วอย่าให้ใครเข้ามารบกวนตอนข้าทำพิธี”ชายที่ถามโค้งศีรษะต่ำแสดงความเคารพ ก่อนหมุนตัวเดินจากไป ประตูไม้บานทึบปิดลงอย่างเงียบเฉียบ ทิ้งไว้เพียงเสียงบทสวดคาถาที่ฟังไม่ออก กระแสพลังเริ่มก่อตัวขึ้น

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 13

    กรรณิกานั่งอ่านหนังสือและจิบชาอยู่ภายในศาลาพักผ่อนซึ่งตั้งอยู่กลางสวนกว้างด้านหน้าบ้าน จากจุดที่นั่งสามารถมองเห็นแนวทางเข้าตั้งแต่ประตูรั้วทอดยาวไปจนถึงตัวบ้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล รอบศาลารายล้อมด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมากับสายลมเป็นระยะนายหญิงของบ้านพลิกหน้ากระดาษอย่างใจเย็น ดื่มด่ำกับทุกตัวอักษรจนแทบลืมเลือนเวลากระทั่งแสงสะท้อนจากกระจกหน้ารถวาบเข้าตา กรรณิกาจึงเงยหน้าขึ้น และเห็นรถคันสีดำคุ้นตาของลูกชายเลี้ยวผ่านประตูรั้วเข้ามา ก่อนจะจอดลงบริเวณลานหน้าบ้าน‘เวลานี้ตากันต์ควรจะอยู่ที่ทำงานหนิ ทำไมถึงกลับมาก่อนเวลาล่ะ’เมื่อลูกชายก้าวลงจากรถ ไหล่กว้างที่ปกติจะตั้งตรงกลับดูตกลงเล็กน้อย ฝีเท้าก็เชื่องช้ากว่าทุกครั้ง สีหน้าสงบนิ่งก็จริง ทว่ามีแววหม่นบาง ๆ ปรากฏอยู่ ราวกับเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ยังทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจ“ตากันต์”ขณะที่กันต์ธีร์เพิ่งปิดประตูรถ เสียงเรียกของมารดาก็ดังมาจากทางด้านหลัง เขาจึงหันไปมอง และเห็นกรรณิกานั่งอยู่ภายในศาลาพักผ่อนกลางสวน กันต์ธีร์จึงเดินตรงเข้าไปหาเมื่อเขาเข้ามาใกล้ กรรณิกาก็เอ่ยชวนด้วยรอยยิ้

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 12

    หลังวางสาย กันต์ธีร์สั่งการให้อัยกรรีบส่งผลตรวจทั้งหมดไปให้ไกรวิทย์ทันที เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยืนขอหมายจับจากศาล เมื่อจัดการเรื่องทางแล็บเรียบร้อย เขาเละจินไตยจึงเดินออกจากแล็บ ระหว่างทางกลับ ทั้งคู่สวนกับโรสที่เดินดูดกาแฟมาด้วยท่าทางสบายอารมณ์ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งไปรายงานผลตรวจเมื่อไม่กี่นาทีก่อน โรส “เสร็จแล้วเหรอคะ?” “อืม เหลือแค่ส่งต่อหลักฐาน แล้วนี้จะกลับไปแล็บหรือกลับสำนักงานพร้อมพวกฉัน?” กันต์ธีร์ถาม “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว กลับสำนักดีกว่าที่เหลือไอ้กรมันทำต่อได้” จินไตยเหล่มองแก้วในมือของเพื่อนสาว “ที่มาช้านี่แวะซื้อกาแฟ?” “ช่ายจ้า~” โรสตอบพร้อมยกแก้วขึ้นดูดโชว์ จินไตย “สั่งเมนูอะไร อเมซิ่งดีเลย์เหรอ ถึงได้เพิ่งมาเอาตอนนี้” โรส “เยส อเมซิ่งดีเลย์ เพิ่มช็อต ‘พักเหนื่อย’ กับท็อปปิ้ง ‘โดนเพื่อนทิ้ง’ ด้วย” จินไตยหลุดหัวเราะ “งอนอะไรครับคุณ” “ไม่ได้ง้อน” โรสทำเป็นพูดเสียงสูงก่อนจะปรับลงมาให้ปกติ “ก็แค่กูวิ่งหน้าตั้งมารายงานผล ขนาดว่าถ้าสะดุดล้มก็พร้อมไถตัวมาบอกมึง แต่ผลเป็นไง! พอพูดจบ มึงก็วิ่งหายปั๊บ ทิ้งกูยืนหอบเป็นหมาวิ่งไล่รถ” “แหม~ วิ่งแค่นี้เอง” “ง

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 11

    จันอับมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของทีมออบส์ตามความเคยชิน พอรู้ว่าต้องมาที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน ระหว่างทางเขาได้โทรสั่งเครื่องดื่มเอาไว้ คิดว่าหลังดูสภาพศพเสร็จก็จะแวะเอาน้ำไปให้พวกเพื่อน ๆ ที่ต้องหน้าดำคร่ำเครียดกับหลักฐานคดีใหญ่สักหน่อย ดังนั้นตอนนี้ในมือเขาจึงถือถุงใส่แก้วน้ำจำนวนหนึ่ง ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้า เขาก็พบภาพที่เห็นจนชินตา คนที่ควรนั่งจมอยู่กับกองเอกสารก็นั่งอยู่ ส่วนคนที่หายไปในแล็บก็คงจะไม่ออกมาให้เจอเร็ว ๆ นี้จันอับ“ยุ่งกันอีกแล้วสินะช่วงนี้”“อือ” เสียงโรสที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ลอยมาให้ได้ยินเบา ๆ“พักกินน้ำกันก่อนไหม กูซื้อมาฝากทุกคนเลยเนี่ย”โรสหยุดมือ เงยหน้ามองคนพูด “มึงมาหาข้อมูลเขียนข่าวอีกแล้วสินะ” เธอลุกมาหยิบแก้วน้ำที่จันอับส่งให้ไปดูด ก่อนพูดต่อ “มึงไปขอหัวหน้ากูให้ได้ก่อน เมื่อก่อนเป็นพี่จินอาจจะง่าย แต่ตอนนี้เป็นเฮียแถมมึงยังมีเรื่องกับเขาอีก เขาไม่ให้มึงง่าย ๆ หรอก”จินไตย “นั่นดิ เฮียไม่เหมือนพี่จินนะเว้ย” เขาหยิบแก้วหนึ่งบนโต๊ะ นั่งลงตรงที่ว่าง “ขอบใจนะ”พิร์วรัลไม่แสดงความคิดเห็นแต่สีหน้าก็แสดงออกว่าเห็นด้วยกับสองคนนั้นเช่นกันจันอับอมยิ้มเล

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 10

    กันต์ธีร์และจันอับหยุดยืนอยู่หน้าตู้เก็บศพขนาดใหญ่ตรงมุมห้อง ความเย็นจากเครื่องทำความเย็นแทรกผ่านเสื้อผ้าจนผิวหนังตึงวาบ ผิวโลหะของตู้สะท้อนแสงสีขาวซีดจากหลอดไฟเหนือศีรษะ ขับให้บรรยากาศภายในห้องดูเงียบและอึดอัดยิ่งขึ้นกันต์ธีร์ “เริ่มเลยไหม”จันอับพยักหน้าแทนคำตอบประตูตู้เก็บศพของเหยื่อรายที่ห้าถูกเปิดออก กันต์ธีร์ดึงถาดเหล็กด้านในออกมาทำให้เกิดเสียงโลหะเสียดสีกันดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบ เขารูดซิปที่ปิดสนิทของถุงใส่ศพลงจนเผยให้เห็นร่างไร้ชีวิต ก่อนถอยไปยืนพิงโต๊ะกลางห้อง ปล่อยให้คนที่มาด้วยได้พิจารณาสภาพศพด้วยตัวเองจันอับเริ่มสำรวจร่างตรงหน้าทันทีที่ได้พื้นที่ เขามองเพียงไม่กี่วินาที ก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง “เลือดของศพนี้...”กันต์ธีร์ได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกพึงพอใจในไหวพริบของจันอับ “คุณสังเกตได้เร็วดีหนิ ใช่...เลือดของศพนี้หายไป แต่ไม่ใช่แค่รายนี้ เหยื่อรายที่สี่ก็หายไปด้วย”จันอับ “ทำไมคนรายถึงเอาเลือดไปแค่สองราย แล้วเอาไปทำอะไรกันนะ” เขาพึมพำราวกับจะพูดกับกันต์ธีร์ แต่ก็คลายจะตั้งคำถามกับตัวเองเช่นกันกันต์ธีร์ “ก็คงต้องถามตอนจับตัวมันได้เท่านั้นแหละ”จันอับพยักหน้าแสด

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.1

    นักข่าวจากทุกสำนักรวมตัวกันอยู่ในห้องที่ใช้แถลงข่าววันนี้ของหน่วยปราบปรามอาชญากรรม เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจอง ด้านหลังห้องกล้องวิดีโอ และช่างภาพยืนประจำที่เพื่อเตรียมบันทึกภาพ เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังเป็นระยะ ขณะที่ทุกคนรอคอยการแถลงเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมเมื่อสองวันก่อน ซึ่งเชื่อมโยงกับฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังสร

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 2.3

    “เฮีย!” จินไตยลุกจากเก้าอี้วิ่งมากระโดดกอดเป็นคนแรก เหมือนได้เจอเทวดามาโปรด อัยกรลุกตามมาสมทบ ยื่นมือมาชนกำปั้นแบบที่เคยทำกัน ส่วนพิร์วรัลยิ้มจนตาหยี “เฮียกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่เห็นบอกล่วงหน้าเลยค่ะ” “ไม่คิดจะให้ใครไปรับเลยเหรอครับ?” อัยกรเสริม “แล้วคราวนี้อยู่ยาวเลยหรือเปล่า หรือว่าต้

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 2.2

    ภายในห้องประชุมบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียดเป็นพิเศษ เมื่อจินดา เรียกสมาชิกของออบส์ ให้มาประชุมด่วน โดยไม่บอกเหตุผลล่วงหน้า แถมตอนที่เธอเดินเข้ามายังทำหน้าตึงสุดๆ โรส จินไตย อัยกร และพิร์วรัล เหลือบมองกันอย่างกังวล นาน ๆ ทีพวกเขาจะเห็นอดีตหัวหน้าทีมเคร่งขรึมแบบนี้ และทุกครั้ง… มักตามมาด้วยเรื่องร้ายแ

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 2.1

    เวลานี้กันต์ธีร์กำลังเลี้ยวรถเข้าสู่เขตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พื้นที่ซึ่งรวมหน่วยสำคัญเอาไว้ครบ ทั้งหน่วยปราบปรามอาชญากรรม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปจนถึงหน่วยพิสูจน์หลักฐานที่เขาสังกัด ตึกสูงสลับกับอาคารเก่าเรียงราย เหมือนคอยบอกเล่าประวัติขององค์กรนี้ เสียงไซเรนแว่วมาเป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status