Share

บทที่ 2.1

last update Tanggal publikasi: 2025-12-11 21:49:40

เวลานี้กันต์ธีร์กำลังเลี้ยวรถเข้าสู่เขตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พื้นที่ซึ่งรวมหน่วยสำคัญเอาไว้ครบ ทั้งหน่วยปราบปรามอาชญากรรม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปจนถึงหน่วยพิสูจน์หลักฐานที่เขาสังกัด

ตึกสูงสลับกับอาคารเก่าเรียงราย เหมือนคอยบอกเล่าประวัติขององค์กรนี้ เสียงไซเรนแว่วมาเป็นระยะ คล้ายเตือนว่าที่นี่…ไม่มีคำว่าเงียบสงบ

วันนี้ก็เช่นกัน ลานจอดรถที่มีพื้นที่อยู่ไม่มาก แน่นเอี๊ยดไปด้วยรถของสำนักข่าวจนแทบไม่มีที่ว่าง เขาวนหาอยู่นานก็ยังไม่มีที่จอด

จนกระทั่ง…

“เฮ้ย! ที่จอด…ที่จอด!” ชายหนุ่มอุทานเหมือนเจอขุมทรัพย์ เมื่อเห็นช่องว่างระหว่างรถสองคัน

เขารีบเปิดไฟฉุกเฉิน เตรียมถอยหลังเข้าซองอย่างระมัดระวัง แต่ยังไม่ทันยกเท้าออกจากเบรก กลับมีรถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาเสียบในช่องนั้นหน้าตาเฉยกันต์ธีร์มองภาพนั้นผ่านกระจกมองหลังด้วยความอึ้ง ก่อนอารมณ์หงุดหงิดจะพุ่งขึ้นมา

“อะไรวะ! ไม่เห็นหรือไงว่าคนกำลังจะจอด!”

เขาสบถเสียงขุ่น ผลักประตูรถออกอย่างแรง ก้าวลงมาด้วยท่าทีถมึงทึง เดินฉับ ๆ ตรงไปหยุดที่หน้ารถคู่กรณี สายตากวาดมองโลโก้สำนักข่าวชื่อดัง ‘ซี.ไอ.นิวส์’ ที่แปะหราอยู่บนฝากระโปรง

เขาตะคอกเสียงแข็งใส่คู่กรณีที่ยังอยู่ในรถ

“นี่คุณ! ทำแบบนี้ได้ยังไง ไม่เห็นเหรอว่าผมกำลังจะจอด คำว่ามารยาทเคยได้ยินบ้างไหม!”

ฝั่งตรงข้ามเปิดประตูลงมาอย่างไม่สะทกสะท้าน เดินมาประชันหน้ากับเขา

กันต์ธีร์เห็นโครงหน้าหวานปนดื้อนั้นได้ชัดเจน คิ้วเรียวคำได้รูป ดวงตากลมโตเหมือนกระต่ายป่า จมูกโด่งสวย ริมฝีปากสีแดงจาง ๆ คล้ายแต้มด้วยน้ำเบอร์รี่ ทั้งหมดนี้ทำให้คนตรงหน้าเหมือนแมวหยิ่ง ๆ ที่ยังพอน่าเอ็นดูอยู่บ้าง แต่ความคิดนั้นต้องสะดุดเมื่ออีกฝ่ายเปิดปากพูด

“คุณเป็นบ้าเหรอ? อยู่ ๆ มาด่าฉอด ๆ ใครจะไปรู้ว่าคุณจะจอดหรือเพิ่งออกจากซอง ประสาทหรือไง” ชายหนุ่มหน้าหวานตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ก่อนพูดต่อ “เอาล่ะ ผมรีบ ไม่มีเวลามาเถียงกับคุณแล้ว ลาก่อน” เขาตัดบททำท่าจะเดินจากไป

กันต์ธีร์ขมวดคิ้วแน่นก้าวเข้าไปขวาง มีหรือที่จะปล่อยไปง่าย ๆ “คุณรีบ แล้วผมไม่รีบเหรอ? แถมยังแถว่าไม่เห็นอีก ไฟฉุกเฉินผมก็เปิด ตาคุณออกจะโต หัดใช้มันบ้างสิ!”

อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสู้สายตา “ผมไม่ได้แถสักหน่อย! อีกอย่างตาผมโตก็จริง แต่คิดว่าผมจะนั่งจ้องไฟฉุกเฉินของคุณตลอดหรือไง? แล้วให้ตายเถอะ—คุณน่ะไม่ได้เปิดไฟด้วยซ้ำ”เขากระแทกเสียงที่ประโยคท้าย

“ก็นั่นไง…อะ อ้าว” กันต์ธีร์ชี้ไปที่รถตัวเอง แต่เมื่อเห็นว่าไฟฉุกเฉินดับไปแล้วจริง คำพูดที่หลุดออกมาจึงสะดุด ทั้งที่จำได้ว่ากดเปิดแล้วแท้ ๆ

กิริยาของกันต์ธีร์เรียกเสียงเยาะเย้ยจากชายร่างเล็ก

“บอกแล้วว่ามันไม่ได้เปิด มายืนโวยวายด่าคนอื่นอยู่ได้ ลืมเปิดเองแท้ ๆ ยังจะโทษคนอื่นว่าไม่มอง… สมองคุณติดบั๊คหรือเปล่า อัปเดตเวอร์ชันล่าสุดบ้างนะ ทำมาเป็นมั่นหน้าใส่คนอื่น หน้าไม่อาย”

เขาเบ้ปากประชดประชันเต็มที่ แม้ลึก ๆ จะรู้ว่าตัวเองก็รีบร้อนจนไม่ได้สังเกต แต่ศักดิ์ศรีที่มันค้ำคออยู่ จะให้ถอยง่าย ๆ ไม่มีทาง

“นี่คุณ!” กันต์ธีร์ขึ้นเสียง

“นี่คุณอะไร ถ้าไม่มีอะไรฉลาด ๆ จะพูดก็หุบปากเถอะ อย่ามาทำให้คนอื่นเสียเวลา ไม่งั้น…”

ไม่งั้นอะไรต่อก็หารู้ได้ หนุ่มหน้าหวานหยุดพูดเมื่อต้นแขนถูกมือเรียวสวยคว้าไว้แน่น พร้อมคำห้ามปราม

“พอแล้วไอ้จัน งานแถลงข่าวจะเริ่มแล้ว!”

เจ้าของมือหันมาพูดกับกันต์ธีร์ต่อด้วยน้ำเสียงกลับสุภาพไม่เหมือนกับคนที่ยื่นข้าง ๆ

“ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ เราไม่ได้ทันสังเกตว่าคุณจะจอด พอดีพวกเรากำลังรีบไปงานแถลงข่าวน่ะค่ะ”

หญิงสาวคิดว่าคำพูดของเธออาจบเรื่องได้… แต่ไม่ใช่เช่นนั้น เมื่อเพื่อนตัวดีพูดอีกประโยค

“จะขอโทษทำไมวะแอน? กูไม่ผิดสักหน่อย”

หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าแอนหันมองเพื่อนด้วยสายตาดุปนเหนื่อยหน่าย

“พอได้แล้วไอ้จัน งานจะเริ่มอยู่แล้ว ไปเหอะ”

หญิงสาวยิ้มเจื่อนให้กันต์ธีร์ “ต้องขอโทษแทนเพื่อนอีกครั้งนะคะ ฉันแอนนี่ค่ะ ส่วนไอ้นี่ชื่อ จันอับ…”

จันอับสวนทันที “จะบอกชื่อกูทำไม ไม่ได้อยากให้รู้จักสักหน่อย!”

แอนนี่รีบยกมือปิดปากพร้อมล็อกคอเพื่อนแน่น ก่อนโค้งให้กันต์ธีร์พลางฝืนยิ้ม

“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีก ฉันขอเลี้ยงกาแฟเพื่อไถ่โทษนะคะ”

เธอตะโกนบอกตามทาง ขณะที่ลากตัวต้นเหตุออกไปให้พ้นระยะอาละวาด ในใจนึกอยากตบปากเพื่อนสักที ให้หายคันมือ แต่ทำได้แค่ข่มใจลากมันออกมาเหมือนลากลูกแมวดื้อ ที่ทั้งข่วน ทั้งดิ้น และยังจ้องหาโอกาสหนีไปก่อเรื่องอีก

ทว่าดูเหมือนลูกแมวตัวนี้จะยังไม่สิ้นฤทธิ์ เพราะจันอับดึงมือเธอออกพร้อมโพล่งเสียงดังลั่น “ทำไมต้องเลี้ยงด้วยวะ ขอโทษก็พอแล้วปะ!”

ยัง…มันยังไม่หนำใจ “แล้วคุณน่ะ!! สมองที่ใช้โหมดประหยัดพลังงานอยู่ อัปเดตหน่อยนะ จะได้กลับมาทำงานปกติ วันหลังจะได้ดูให้ดีก่อนว่าตัวเองผิดหรือคนอื่นผิด!”

“พอแล้ว” ตอนนี้เสียงแอนนี้เหมือนคนพร้อมจะร้องไห้ทุกเวลา

ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าชายหนุ่มคู่กรณีจะได้ยินหรือไม่ คำตอบคือได้ยินเต็มสองรูหูแน่นอน ทำให้ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่คำว่า ‘ฉิบหาย’ วนไปมาไม่หยุด เธอทั้งลากทั้งฉุดจนพ้นจากระยะสายตา

จันอับก็โพล่งเสียงขุ่น “จะลากกูทำไมวะ ไอ้แอน!”

แอนนี้ทำหน้าตึง “มึงก็รู้ว่าเราผิด แล้วจะไปอ้อนตีนเขาทำไม ตัวเท่าก็แค่นี้!” แอนจิกเสียงใส่พลางทำมือใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ประกบกันแทบติด “ยังจะหาเรื่องอยู่อีก!”

“คนนั้นด่ากูก่อนนะ! อีกอย่าง...กูก็ไม่ชอบเขาขี้หน้าด้วย—” จันอับลอยหน้าลอยตา

แอนถอนหายใจเฮือก “แค่นั้น?!”

“อือ”

“เฮอ หมดคำจะพูดกับมึงแล้ว…”

ส่วนเจ้าเพื่อนตัวดี…

“-.-” หน้าตาโคตรไม่สำนึก!!!

.

.

ส่วนอีกฝ่ายที่โดนด่าได้แต่ยืนงง ก่อนสบถกับตัวเอง “เหี้ยอะไรครับเนี่ย จากผู้ถูกกระทำ กลายเป็นคนผิดเฉย”

กันต์ธีร์ถอนหายใจแรงอย่างหัวเสีย ก่อนจะกลับขึ้นรถไปวนหาที่จอดใหม่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 10

    กันต์ธีร์และจันอับหยุดยืนอยู่หน้าตู้เก็บศพขนาดใหญ่ตรงมุมห้อง ความเย็นจากเครื่องทำความเย็นแทรกผ่านเสื้อผ้าจนผิวหนังตึงวาบ ผิวโลหะของตู้สะท้อนแสงสีขาวซีดจากหลอดไฟเหนือศีรษะ ขับให้บรรยากาศภายในห้องดูเงียบและอึดอัดยิ่งขึ้นกันต์ธีร์ “เริ่มเลยไหม”จันอับพยักหน้าแทนคำตอบประตูตู้เก็บศพของเหยื่อรายที่ห้าถูกเปิดออก กันต์ธีร์ดึงถาดเหล็กด้านในออกมาทำให้เกิดเสียงโลหะเสียดสีกันดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบ เขารูดซิปที่ปิดสนิทของถุงใส่ศพลงจนเผยให้เห็นร่างไร้ชีวิต ก่อนถอยไปยืนพิงโต๊ะกลางห้อง ปล่อยให้คนที่มาด้วยได้พิจารณาสภาพศพด้วยตัวเองจันอับเริ่มสำรวจร่างตรงหน้าทันทีที่ได้พื้นที่ เขามองเพียงไม่กี่วินาที ก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง “เลือดของศพนี้...”กันต์ธีร์ได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกพึงพอใจในไหวพริบของจันอับ “คุณสังเกตได้เร็วดีหนิ ใช่...เลือดของศพนี้หายไป แต่ไม่ใช่แค่รายนี้ เหยื่อรายที่สี่ก็หายไปด้วย”จันอับ “ทำไมคนรายถึงเอาเลือดไปแค่สองราย แล้วเอาไปทำอะไรกันนะ” เขาพึมพำราวกับจะพูดกับกันต์ธีร์ แต่ก็คลายจะตั้งคำถามกับตัวเองเช่นกันกันต์ธีร์ “ก็คงต้องถามตอนจับตัวมันได้เท่านั้นแหละ”จันอับพยักหน้าแสด

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 9

    โต๊ะอาหารสำหรับสี่คนควรจะเต็มไปด้วยบทสนทนาเบาๆ แต่โต๊ะนี้กลับเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจาน และบทสนทนาจากโต๊ะข้าง ๆ ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะจันอับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไขว้ขาอย่างไม่แยแส ปลายนิ้วพลิกเมนูไปมาเหมือนกำลังตั้งใจเลือก ทว่าทุกครั้งที่สายตาเผลอหลุดจากตัวอักษร มันจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่คนฝั่งตรงข้าม...ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ชอบหน้าอีตานี้จริง ๆ...คนที่ถูกมองอย่างไม่เป็นมิตรอย่างกันต์ธีร์ก็ไม่ลดราวาศอก เขายังคงยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบมองตอบกลับไปอย่างจงใจ— เหมือนกำลังท้าทายกันตรง ๆรณพักตร์ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ กลั้นขำไม่อยู่ จนเผลอหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะรีบกระแอมกลบเกลื่อนส่วนไกรวิทย์ในฐานะเจ้าภาพ... เลือกจะทำเป็นไม่เห็นอะไรตั้งแต่แรกเขาพูดพร้อมกวาดสายตารอบโต๊ะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น “อยากทานอะไรสั่งเลยนะ วันนี้ขอเป็นเจ้ามือเอง”จันอับดึงสายตากลับมา เลิกสนใจคนกวนประสาทฝั่งตรง เขาเอนตัวเข้าใกล้เพื่อนถามอย่างกระตือรือร้น“ไอ้พักตร์ กินอะไรดีวะ”“น่ากินหมดเลยว่ะ มึงว่าเอาอะไรดี”เมนูในมือถูกส่งให้อีกคนได้ดูด้วย หัวทั้งสองคนแทบชนกัน ช่วยกันเลือกอย่างจริงจังภาพนั้นทำให้กันต

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 8

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก …เสียงเคาะประตูดังขึ้น เรียกความสนใจของคนในห้องให้หันไปมองไกรวิทย์ “คงมาแล้ว”ยังไม่ทันขาดคำ เสียงจากด้านนอกก็ดังขึ้น“ท่านครับ จันอับมาแล้วครับกันต์ธีร์คิ้วกระตุกขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อ ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาชื่อนั้นเขานึกออกอยู่คนเดียว‘หึ เจอกันวันเว้นวัน แบบนี้จะเรียกว่าฟ้าลิขิต หรือกรรมลิขิตดีวะ’ไกรวิทย์ “ให้เข้ามาเลย”แม้คนที่เปิดประตูจะเป็นรณพักตร์ แต่คนที่เข้ามากลับเป็นนักข่าวหนุ่ม เขาสำรวจภายในเร็วๆ เห็นแล้วว่านอกจากเจ้าของห้องยังมีอีกคนนั่งหันหลังอยู่อย่างที่รณพักตร์บอกจันอับ “สวัสดีครับ ท่านรองฯ ขอแนะนำตัวอีกที ผมจันอับยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ”ไกรวิทย์ “ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการเช่นกันครับคุณจันอับ” ก่อนมองไปทางลูกน้องตัวเอง “พักตร์ นายเข้ามาฟังด้วย คดีนี้นายก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน”รณพักตร์ที่ได้ยินคำสั่งนั้น กระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด “ครับ!”จันอับเดินมาหยุดหลังเก้าอี้ตัวที่ว่างอย่างอยู่ เขาคิดในใจว่า ทำไมคนที่นั่งอยู่อีกคนนั้นถึงได้คุ้นตา และเมื่ออีกฝ่ายหันมามองพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก ก็ทำเอามุมปากของจันอับกระตุกไกรวิทย์ไม่รู้

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 7

    หลังเสร็จสิ้นการชันสูตร กันต์ธีร์ได้มอบหมายงานที่เหลือให้กับลูกน้องทั้งสอง ก่อนออกจากห้องตรงไปยังตึกที่ทำงานของไกรวิทย์เพื่อรายงานผลทันที ระหว่างทางทุกย่างก้าว ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับสัญลักษณ์นั้น แม้เขาจะพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างรอยบนศพกับตัวเองเท่าไหร ทว่า…ก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลยหัวหน้าทีมออบส์เดินใจลอยจนมาถึงหน้าห้องทำงานของไกรวิทย์ เขาผลักประตูเข้าไปข้างในเห็นผู้ช่วยอย่างรณพักต์ที่กำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะ จนไม่สังเกตการมาถึงของเขา เลยส่งเสียงทักทาย“ไงพักตร์ งานยุ่งเหรอ?”รณพักตร์เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงส่งยิ้มให้ “อ้าวคุณกันต์ สวัสดีครับ งานเยอะนิดหน่อย แฮะ แฮะ” เขาหัวเราะเก้อ ๆ“คุณมาหาท่านรองฯ เหรอครับ?”“ใช่ มันอยู่ไหม”“อยู่ครับ เดี๋ยวผมไปเรียนท่านก่อน คุณรอสักครู่นะครับ”กันต์ธีร์ “พักตร์ เรียกพี่ว่าพี่ หรือเฮียตามไอ้พวกนั้นเถอะ เรียกคุณแล้วพี่รู้สึกห่างเหิง”“ได้ครับพี่ ถ้าเช่นนั้น พี่กันต์รอสักครู่นะครับ”“อือ”รณพักตร์เคาะประตูห้องเจ้านายเบา ๆ “ท่านครับ พี่กันต์มาขอพบครับ”เสียงจากในห้องดังขึ้น “ให้เข้ามา”รณพักตร์ถือโอกาสผลักประตูเพื่อเปิดให้กันต์ธีร์

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 6

    เช้านี้กันต์ธีร์ไม่ได้เร่งรีบเข้าที่ทำงานมากนัก เนื่องจากเมื่อวานได้แจกจ่ายงานให้กับลูกทีมหมดแล้ว จึงนั่งกินข้าวต้มกุ้งที่มารดาทำให้อย่างสบายใจ แต่ยังไม่ทันที่คำสุดท้ายจะเข้าปาก เสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน และเมื่อชายหนุ่มรับโทรศัพท์สายนั้น ข้าวต้มคำสุดท้ายก็ต้องจบลง ปลายสายแจ้งว่าพบศพหญิงสาวในอาคารร้างชานเมือง — รูปแบบการก่อเหตุชี้ชัดว่าฆาตกรต่อเนื่องได้ลงมืออีกครั้ง กันต์ธีร์ชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนตอบรับ “ครับ ส่งโลเคชันมาได้เลย ผมกำลังออกไป” เมื่อสายตัด เขารีบแจ้งข่าวลงในกลุ่มทีมออบส์ทันที ทั้งพิกัดและข้อมูลสำคัญถูกส่งไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงลุกขึ้น ล่ำลามารดาสั้น ๆ ก่อนมุ่งหน้าออกจากบ้านตรงไปยังที่เกิดเหตุ อาคารเก่าชานเมืองเงียบสงัด รอบด้านเต็มไปด้วยวัชพืชและกองขยะที่ถูกแอบนำมาทิ้งไว้ ประตูเหล็กผุเปิดแง้ม คราบสนิมและร่องรอยการกัดกร่อนบนบานพับบอกชัดถึงสภาพที่ถูกทิ้งร้างมานาน กันต์ธีร์ก้าวเข้ามาภายในตึก ชั้นแรกเต็มไปด้วยเศษไม้เศษปูน และกระจกที่แตกกระจัดกระจาย ฝุ่นหนาทึบปกคลุมไปทั่ว สิ่งที่ดึงดูดสายตาคือบันไดที่นำขึ้นไปยังชั้นบน ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจสายตรวจรออยู่ เข

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 5

    หลังอาหารกลางวัน กันต์ธีร์ตรงมายังห้องเก็บศพเพื่อตรวจสอบ ภายในนั้นทั้งเงียบสงบและเย็นจัด เสียงเดียวที่ได้ยินคือเครื่องทำความเย็นที่ดังหึ่งต่ำ ๆ ชายหนุ่มเปิดประตูเหล็กของตู้ที่เก็บร่างเหยื่อ ก่อนออกแรงดึงถาดวางศพออกมา เมื่อรูดซิปถุงบรรจุร่างผู้ตายก็เผยให้เห็นผิวหนังขาวซีดและร่องรอยการผ่าชันสูตร แฟ้มรายงานถูกหยิบขึ้นมาเปิด ชายหนุ่มกวาดสายตาไปตามตัวอักษรทุกบรรทัด พร้อมเปรียบเทียบรายละเอียดกับสภาพจริงตรงหน้า ทุกแผล ทุกจุดร่องรอยถูกตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วน หลังตรวจไม่พบจุดผิดพลาด กันต์ธีร์จึงผละออกจากที่นั่น กลับไปยังห้องทำงาน กันต์ธีร์ออกจากลิฟต์ เห็นจินไตยยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้อง มือทั้งสองข้างหอบแฟ้มคดีกองใหญ่ที่เขาสั่งให้ไปเอามาจากทีมบีมไว้แน่น กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากคนด้านใน “ไอ้โรส! ช่วยกูหน่อย แฟ้มจะหล่นแล้ว เร็ว ๆ!” กันต์ธีร์ก้าวไปหยิบแฟ้มบางส่วนออกจากมืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะตกลงสู้พื้น “อ้าว เฮีย มาแล้วเหรอครับ” จินไตยยิ้มแหย ๆ พลางถอนหายใจโล่งอก “นี่แฟ้มที่ฉันให้ไปเอามาใช้ไหม” “ครับ” เขาพัยกหน้า ทั้งสองเข้ามาข้างใน จินไตยมองไปที่โรส เปิดปากบ่นด้วย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status