Masuk"อือ รู้ก็ดี จำเอาไว้นะห้ามเจ็บห้ามตาย ชีวิตนายคือของฉัน"ลี่ญ่าจิ้มสำลีเข้าที่แผลผมแรงจนผมสะดุ้งเผลอร้องออกมา
"โอ๊ยยย!!เจ็บนะ เบามือสิคุณหมอ"ผมแหกปากลั่นห้องฉุกเฉิน
"จำเอาไว้ถ้าคราวหน้ามีแผลกลับมาอีกฉันจะทำนายเจ็บมากกว่านี้ ดีนะที่กระสุนทะลุแล้วไม่โดนกระดูกน่ะ ไม่งั้นเข้าห้องผ่าตัดแน่ ฝีมือคนยิงไม่เลวนี่นา"
"ไม่เลวจริงๆน่ะแหละ"ผมพึมพำเบาๆ แค้นนี้ต้องชำระครับ ใครจะไปลืมง่ายดาย พอทำแผลเสร็จผมก็นั่งรอจนลีญ่าเลิกงาน เราสองคนชวนกันไปหาอะไรกินที่ตลาดริมน้ำ ชมบรรยากาศของเกาะฮ่องกงยามเย็น เรือเล็กๆที่ชาวบ้านอาศัยอยู่แกว่งไปมาตามคลืน พวกเรานั่งซดเบียร์ทั้งขวดเขียวๆนั่นแหละครับ อีกมือก็ถือของกินที่เสียบไม้เอาไว้เข้าปากเป็นกับแกล้ม
"เห้ออออ สบายท้อง"ลีญ่าถอนหายใจยาว ผมอดยิ้มให้กับใบหน้าน่ารักนั้นไม่ได้
"ทำไมไม่พักงานยุ่งมากเหรอ"
"ไม่ยุ่งมาก แต่ช่วงนี้มีคดีแปลกๆนายรู้หรือเปล่า"
"แปลกยังไง"ผมเอาไม้เสียบปลาแผ่นเข้าปากแล้วตามด้วยเบียร์
"คนที่ทางกรมเราส่งมารักษา มีอาการคุ้มคลั่ง แล้วช๊อกตาย"
"หือ?"
"อืม อย่างที่นายคิดเป็นสารเสพติดน่ะ พอเอาส่งวิเคราะห์ปรากฏว่ามันมีส่วนผสมของยาพิษอยู่ด้วย ไม่ใช่สิ เป็นส่วนผสมพิเศษที่คนกินเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์หัวใจจะเต้นเร็วจนเกินอัตตรา จากนั้นก็โบ้ม! หัวใจวายตาย"
"เลส เอาเอกสารการตรวจมาให้ฉันได้หรือเปล่า"
"ไม่รู้สิเรื่องนี้ยังเป็นความลับอยู่ นายจะเอาไปทำอะไร"
"ฉันจะเอาไปเทียบกับศพที่พึ่งได้เมื่อวาน"
"จะลองดูก็แล้วกัน เอาล่ะ เราอย่ามัวแต่คุยเรื่องงานเลย นี่เลิกงานแล้วนะนายจำได้หรือเปล่า"ผมกับเลสเลยหัวเราะออกมาจับขวดเบียร์ชนกันแล้วเทลงคอจนหมดขวดก่อนจะสั่งเพิ่มอีก ยังไม่ทันจะเมาดีรถเมอซีเดสสีดำรุ่นล่าสุดก็มาจอดเทียบที่ร้านเล็กๆที่พวกเรานั่งดื่มกันอยู่ ผมชะงักมือที่ยกขวดขึ้นดื่ม อีกมือก็เตรียมจับปืนที่อยู่ในอกเสื้อเอาไว้
"คุณเจโลครับ นายอยากพบ"
"นายนี่ใคร แล้วทำไมต้องไปพบ พ่อก็ไม่ใช่"ผมจ้องหน้าไอ้ทอมตัวดี ดูก็รู้เลยครับว่าใครที่อยากพบผม เลสหยุดดื่มเหมือนกันแล้วจ้องหน้าผมนิ่งด้วยความสงสัย ผมยิ้มปลอบใจ
"ไม่มีอะไรหรอกน่าเลส เราพวกดื่มกันเถอะ"ผมบอกแล้วยกเบียร์ขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง ยังไม่ทันจะเทมันลงคอมือของผมก็ถูกคว้าเอาไว้ ออกแรงบีบจนผมนิ่วหน้า
"อย่าขัดใจนายดีกว่าครับ"ผมจิ๊ปากขัดใจ วางขวดเบียร์ลงบนโต๊ะแรงจนกลัวมันจะแตก
"อะไรนักหนาวะ คนไม่ยุ่งกันแล้วจะเอาอะไรอีก"
"ผมไม่รู้ แต่นายอยากเจอคืออยากเจอ"ผมหมดความอดทนกับไอ้คนหน้าปลาตายจริงๆนะ มันนึกว่ามันเป็นพ่อทุกสถาบันหรือไงถึงต้องทำตามมันบอกทุกอย่างน่ะ
"บอกมัน ถ้าอยากเจอกูก็ออกมาเจอที่นี่ แต่ถ้ามันไม่มีปัญญาก็ไม่ต้องมาคุย"ผมสะบัดมือออกจากไอ้ทอมแล้วก้มลงดื่มต่อแบบไม่สนใจหน้าใครทั้งนั้น ลีญ่ามองผมแบบไม่มั่นใจผมเลยตบหลังมือเธอเบาๆให้รู้ว่าไม่มีอะไร
"คุณเจโล นายผมมีขีดจำกัดนะครับ อีกอย่างผมว่า..."ไอ้ทอมมันเลื่อนสายตาไปที่ลีญ่าเป็นเชิงเตือน ผมชะงักมือแล้วถอนหายใจวางขวดเบียร์ลงอีกครั้ง
"เออ ก็ได้ แต่ฉันจะไปส่งเพื่อนก่อนแล้วค่อยไปพบ ให้เจอที่ไหน"ผมถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"ไม่ได้ครับ นายต้องการคุยเดี๋ยวนี้"ผมหันไปมองรถที่ติดฟิล์มจนมืดสนิทมองอะไรข้างในไม่เห็น แล้วดึงปืนขึ้นมาเล็งไปที่รถก่อนจะยิงไปที่ล้อจนมันแบนไปล้อหนึ่ง
"จะไปไม่ไป ไม่ไปกูยิงนะ"ไอ้ทอมมันจ้งอหน้าผมเหมือนผมไปฆ่าโคตรเหง้ามันตาย ก่อนจะล้วงมือเข้าไปรับโทรศัพท์มันฟังเงียบๆแล้วก็พูดว่าครับคำเดียว แม่งมันเข้าใจได้ไงวะเนี่ย
"ได้ นายผมรออยู่ที่ตึกสเตททาวน์ อย่าให้เกินชั่วโมงนะครับ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน"มันขู่เจ้าหน้าที่ก็ได้เหรอวะเนี่ย ผมนึกในใจพยักหน้าเหมือนรำคาญใส่ มันผละไปที่รถ ผมถึงลุกขึ้นยืน
"ไม่ต้องเป็นห่วงน่า ไม่เป็นไรหรอกแค่เรื่องงานน่ะ จำสัญญาของเราได้มั๊ยฉันจะทำตามนั้น"ผมโอบลีญ่าเข้ามากอด เธอซุกหน้าลงกับอกผมแล้วกระซิบเบาๆว่าให้ทำตามด้วยและระวังตัว ผมไปส่งเธอที่พักแล้วโอ้เอ้อยู่กับแมวที่เธอเลี้ยงเอาไว้ เจ้าแมวจอมแสบชื่อเจียนตั้น มันแปลว่าไข่เจียวครับ จู่ๆเสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปได้ชั่วโมงกว่าๆ
"เบอร์แปลกด้วย ใครวะเนี่ย"ผมจ้องเบอร์โทรที่หน้าจอขึ้นว่า UnKonw แล้วตัดสินใจรับสาย
//จะออกมาได้หรือยัง หรือว่าต้องให้ไปลากตัวออกมา//แม่งเอ้ย แค่ได้ยินเสียงเย็นๆนี่ก็รู้แล้วครับว่าเป็นใคร ผมหัวเสียทันที
"รู้เบอร์ได้ไงวะ"
//รู้มากกว่าที่นายรู้ก็แล้วกัน ออกมาได้แล้ว//
"กูต้องกลัว?"
//แล้วแต่จะคิดสิ ว่าแต่เจ้าหมาบลูโน่ของนายนี่ มันน่ารักดีนะ//เสียงหมาที่คุ้นเคยลอดเข้ามาในโทรศัพท์
"เห้ย! อย่าบอกนะว่ามึงอยู่ที่อาพาร์ตเม้นกู"ผมตะโกนออกไปมันตอบกลับมาดังตรู๊ดดดดยาวๆเลยครับ
"สัสเอ้ยวางสายกู"ผมสบถด้วยความหัวเสีย
"เลสฉันต้องกลับก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วย"ผมโน้มแก้มไปแนบกับแก้มนุ่มของเลสแล้วบอกลา ก่อนจะรีบขึ้นแทกซี่กลับไปที่ห้อง
"เขาไม่ใช่คนของคุณริกกี้ เขาเป็นเมียอเล็กซ์ คนนี้ต่างหากที่คุณจะต้องใส่ใจ ถามตัวเองให้รอบคอบว่าทำไมคนๆนี้ถึงได้อยู่ในห้องของคุณ ห้องที่แม้แต่เฟยยังไม่ได้เข้ามาเหยียบมันทั้งที่เมื่อก่อนเขาสำคัญกับคุณมากขนาดไหนใจคุณเองก็รู้ดี ใครที่คุณยอมอ่อนข้อให้มากมายทั้งที่ไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร บางครั้งบางสิ่งบางอย่างก็อย่าใช้สมองหากต้องใช้ตรงนี้ต่างหากล่ะคิดมัน"เกรย์จิ้มไปที่อกด้านซ้ายของอีริคเบาๆ"บางทีผมควรปรึกษาเรื่องนี้กำคนที่เชี่ยวชาญมากกว่าจริงมั๊ย"อีริคยกยิ้มมุมปากปล่อยให้สายเรียกเขาสั่นอยู่แบบนั้น เกรย์หัวเราะเบาๆแล้วเตรียมเดินออกจากห้องไป"เกรย์"อีริคเรียกชื่ออีกครั้ง"ขอบคุณครับ""บอกแล้วไงคุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณ"เกรย์โบกมือแล้วเดินจากไปทิ้งให้อีริคยืนมองแสงสว่างจากหน้าจอที่สั่นถี่ๆไม่หยุดด้วยสายตาที่ใครก็อ่านไม่ออกว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เขาเดินกลับไปหาคนที่หลับอยู่บนเตียงปิดโทรศัพท์ที่สั่นรัววางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง ก้มลงมองหน้าคนที่หลับสบายด้วยสายตาอ่อนโยนลงเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินไปห้องน้ำ สายน้ำจากเรนชาวเวอร์ไหลลงปะทะใบหน้าคมที่หลับตารองรับอยู่ ร่างเปลือยเปล่าที่ยังมีรอยข่วนจ
เขาหงุดหงิดจนอยากจะหาทางระบายด้วยการทำร้ายใครซักคนจนปางตาย แต่ก็ทำไม่ได้ ใบหน้าเย็นชาจนไม่มีใครกล้าสบตาด้วย เดินตัวตรงเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้เหล่าลูกน้องทั้งหลายยืนใจหายใจคว่ำ เพราะกลัวว่าทำอะไรผิดไปนิดหนึ่งคงหมายถึงชีวิตแน่ๆ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาหงายเงยไปตามศรีษะที่ทอดลงบนพนักพิง หลับตาอย่างคนใช้ความคิด ท่ามกลางเงาเลือนลางจากแสงไฟสีส้มซ่อนผนังที่ส่องสว่างไม่มากนัก ร่างสูงใหญ่ที่นอนหงายพิงพนักอยู่แบบนั้นนิ่งนานราวกับรูปปั้นโดดเดี่ยวลำพัง เขานั่งนิ่งอยู่แบบนั้น จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ เขาเปิดเปลือกตาขึ้นมองไม่ได้เปล่งเสียงพูดหากใช้สายตาซักถาม"เรียบร้อยครับ""อืม""นี่จะเช้าแล้วผมว่าขึ้นไปพักด้านบนเถอะครับ"นานครั้งที่ทอมจะใช้น้ำเสียงปลอบประโลมผู้เป็นนายแบบนี้"ฉัน.."ทอมยิ้มน้อยๆ"อย่าพูดเลยครับ เรายังไม่รู้จุดประสงค์ของเขา คนแบบเฟยเรารู้ๆกันอยู่ถ้าอยากชนะ เจ้านายจะต้องไม่แสดงท่าทีอะไรให้เขาเห็นเด็ดขาด""ฉันเหนื่อย""แล้วมันจะผ่านพ้นไปครับ เจ้านายผ่านมันมาได้ครั้งนี้มันก็จะเป็นแบบนั้น ผมว่าอย่าไปใส่ใจดีกว่า""ขอให้เป็นแบบนั้นเ
หยิบเอามือถือขึ้นมากวาดสายตาอ่านข่าวที่คอยอัพเดทให้ในแต่ละวัน ใช้เวลาเพียงไม่นานคนที่เขารอก็เดินผ่านประตูอัตโนมัติเข้ามา ร่างสูงโปร่งอยู่ในสูทสีขาวทั้งตัวเสื้อโค้ตที่ใส่อยู่ก็ไม่เว้นว่าง เส้นผมตามสีแฟชั่นเด่นมาแต่ไกล"มาแล้วครับเจ้านาย"เขาทำเสียงรับรู้อยู่ในลำคอโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองกระทั่งรองเท้าหนังสีขาวแบรนด์หรูราคาแพงมาหยุดยืนตรงหน้า"ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองกันหน่อยหรือไง"น้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยทักก่อนทำให้เขาวางโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว"สวัสดีเฟย"ใบหน้าเรียวปากสีแดงสดกับดวงตาสีฟ้างดงามก้มลงทำให้ใบหน้าของคนทั้งคู่เสมอกัน"ห่างเหินชะมัด"น้ำเสียงนุ่มหยอกเย้าเขามือเรียวงดงามเอื้อมมาแตะไหล่เขาเบาๆ"คิดถึง"ใบหน้าที่เคยเฉยชาปรากฏอาการเพียงแค่เสียววินาทีแล้วกลับเป็นเฉยชาเหมือนเดิม"มาเพื่อจะเอ่ยทักแค่นั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าจะลำบากถ่อมาถึงนี่ แค่นายโทรคงได้ละมั้ง"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชืดไร้ความรู้สึก"ไม่เอาน่า ฉันก็แค่อยากมาเยี่ยมน้องชายสามีตัวเองผิดตรงไหน""เหอะ! แล้วแต่นายเลย แล้วอเล็กซ์ล่ะ""ถ้าเขามานายก็คงเห็น นี่ไม่คิดจะกอดต้อนรับพี่สะใภ้นายซักหน่อยเหรอริกกี้"เขาลุกพรวดคว้าข้อมือข
เขาดึงมือของเจโลออกด้วยความระมัดระวังแล้วล้มตัวลงนอนด้านข้างยังพื้นที่ว่างข้างๆและถอดเสื้อคลุมออกเหลือเพียงเนื้อตัวเปล่าเปลือย ยังไม่ทันขยับตัวให้นอนสบายกว่าเดิมร่างอุ่นๆก็เบียดซุกเข้ามาใกล้ เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะสอดแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเข้าด้านหลังท้ายทอยคนตัวบางกว่า เจโลรู้สึกถึงความอบอุ่นอยู่ใกล้ๆจึงยิ่งซุกตัวเองเข้าเบียดชิดมากขึ้น"จะเบียดอะไรมากนักวะเดี๋ยวก็เสียตัวอีกรอบหรอกมึง"เขาอดบ่นเบาๆไม่ได้ มือเจ้ากรรมยังไม่ยอมฟังคำสั่งโอบกระชับไหล่บางให้เบียดเข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้น ทั้งคู่หลับไปทั้งอย่างนั้น นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยหลับลึกขนาดนี้ มารู้สึกตัวเมื่อมีมือเย็นๆมาแตะถูกแขนเขา สัญชาติญาณสั่งให้เขาคว้าปืน9มม.ที่ซุกอยู่ใต้หมอนออกมาปลดเซฟแล้วจ่อตรงหน้าผากคนที่โน้มตัวเข้าใกล้ใบหน้าตนเอง"เจ้านายครับผมเอง!"ทอมกระซิบเสียงหนัก เขาถอนหายใจเฮือก"เล่นอะไรอยากตายมากหรือไง"เขาดุเสียงเข้ม ความรู้สึกชาหนึบที่แขนข้างซ้ายทำให้เขาต้องก้มลงมองใบหน้าของคนหลับสนิทที่ซุกอยู่ใต้ผ้าหม่ โผล่ให้เห็นเพียงกลุ่มผมสีอ่อน"ขอโทษครับเจ้านาย""กี่โมงแล้ว"เขานิ่วหน้าน้อยๆ"ตอนนี้ตีสามครับผมมีเรื่องด่ว
"ผมสั่งแม่ครัวเตรียมอาหารไว้ให้แล้วนะครับ หมอเกรย์บอกว่าคนที่โดนแบบนี้ต้องกินอะไรอ่อนๆแล้วก็น้ำผักผลไม้เยอะๆครับมันช่วยได้"เจ้าตัวบอกแล้วรีบวิ่งออกจากห้องตามเกรย์ไปเหมือนกัน"นับวันชักยิ่งลาม"เขาบ่นขยับตัวลุกขึ้นรู้สึกตึงเสียดแผลที่โดนแก้วแทง ลองบิดตัวไปมาให้หายตึงแล้วถึงเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ เห็นมันนอนหงายเอาหัวหนุนขอบอ่างสองแขนพาดไว้กับขอบสองข้าง เขาเดินเข้าไปหามันเงียบๆ มองสำรวจตัวของมันอีกครั้ง รูปร่างของมันนับว่าดีไม่ได้บึกบึนเห็นกล้ามเป็นมัดๆ แต่ก็ดูมีกล้ามเนื้อสวยงาม ผิวเนื้อของมันขาวละเอียดเนียนมือซึ่งเขารู้ดีในข้อนี้ บาดแผลที่ถูกเขาทำร้ายมีอยู่ไม่น้อย นึกแล้วก็ให้เจ็บแทนยอมรับว่าตอนที่มีอะไรกับมันเขาถึงจุดและอิ่มเอมในรสชาติมากกว่านอนกับคนไหนๆ เขาเดินไปหยุดตรงข้างอ่าง ก้มลงมองหน้ามัน ขนตาที่ทาบปิดเปลือกเปลือกตาขาวนวลนั่นยาวงอนจนอยากเอามือไปแตะเล่น โครงหน้าของมันหล่อแบบแปลกๆ คือมองบางมุมสวยบางมุมก็หล่อดูดีไม่น้อย เขานิ่งไปกับความคิดของตัวเอง ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะต้องมานั่งมองคนที่เป็นเบี้ยล่างแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หากจะยอมรับจากใจแล้ว เขาสะดุดตาเจโลตั้งแต่อยู่ในร้านก
เขาโอบแขนรอบเอวบางของมันยกขึ้นมานั่งบนเข่าที่ตั้งชั้นสองข้างของตัวเอง แล้วแยกขาออกมันตกใจจนต้องใช้แขนสองข้างจับท่อนแขนของเขาเอาไว้แน่น มันรีบหันมามองหน้าทันที"ทำแบบนี้มันสบายกว่า"เขาแนบแก้มที่กำลังมีไรหนวดเคราเขียวครึ้มเป็นตอกับแผ่นหลังของมัน"เอ่อ ไม่ต้องกูทำเอง""เถียงอีกแล้วมึงไม่เข็ดหรือไง"เขาดุ มันเกร็งตัวจนเห็นแผ่นหลังของมันเกร็งแข็งขึ้น เขาเลยสอดมืออีกข้างลงไปในน้ำ แตะเบาๆกับรอยจีบบวมๆของมัน มันรีบยกสะโพกขึ้นด้วยความเจ็บ"เป็นอะไร"เขาถาม"เจ็บ""อ่อ"เขารับคำแล้วปล่อยมือจากเอวมันไปคว้าเอาออยหลังอาบน้ำมาเทลงบนฝ่ามือก่อนจะมุดลงไปในน้ำใหม่ คราวนี้สอดนิ้วชี้เข้าไปช้าๆ เฝ้าสังเกตุท่าทางจากด้านหลังของมัน เมื่อเห็นไหล่ของมันเกร็งเขาก็หยุดมือ"เจ็บ?""หนะ นิดหน่อย"จบคำมันเขาก็สอดพรวดเข้าไปเร็วๆจนมันร้องลั่น"ขืนช้ามึงจะเจ็บกว่านี้"ไหล่มันสั่นระริกจนเขารู้สึกได้"มันเจ็บมากเหรอวะ"เขาสงสัยเป็นจริงเป็นจัง"มึงลองมาโดนเองมั๊ยล่ะ"มันบอกหอบๆ"ไม่ล่ะไม่ใช่แนวกู""ไอ้เหี้ยนี่ก็ไม่ใช่แนวกูเหมือนกัน"เขายักไหล่ใช้นิ้วชี้ควานไปมาในช่องอุ่นๆของมัน"ขนาดเจ็บมึงยังตอดกูไม่หยุดเลยนะ"เขาแหย่ มันฟาดเลยฝ
ท่ามกลางความโกลาหลในห้องผ่าตัดขนาดเล็ก อีริคกลับนั่งสูบบุหรี่มองผืนฟ้าที่มีดมิดอยู่ตรงระเบียง มีไอ้บลูโน่ที่พึ่งฟื้นจากการถูกช๊อตนั่งสะลืมสะลืออยู่ตรงพื้นข้างๆเก้าอี้"นายมึงจะรอดไม่รอดก็ขึ้นอยู่กับดวงก็แล้วกัน ถ้าไม่รอดมึงก็อยู่กับกูที่นี่แหละถือว่าชดใช้ความผิดก็แล้วกัน ว่าแต่มึงได้นิสัยดื้อๆมาจาก
"สัสเอ้ย อึกจะเอาไง""แบบนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย"อีริคพยักหน้าให้ทอมเลื่อนเก้าอี้มาให้เขานั่งตรงหน้าเจโลที่ถูกแขวนอยู่บนอากาศ"กูจะให้มึงเป็นสาย""ไม่เป็น อ๊ากกกกกก"เครื่องช๊อตจี้เข้าที่ท้องเขาอีกครั้งมันชาและเจ็บจนขยับตัวไม่ไหว เขาก้มหน้าลงหอบหายใจแรง"พูดกับกูดีๆ มึงเป็นถึงตำรวจเค้าไม่ฝึกอบรมมึงหร
ร่างกายอวบอุ่นที่นั่งคล่อมอยู่บนกลางตัวชายหนุ่มส่งเสียงครางกระเส่าต่างกับคนที่นอนอยู่บนเตียง สองมือสอดประสานอยู่ตรงท้ายทอย ใบหน้านิ่งเฉยราวกับตนเองเป็นแกนให้อีกฝ่ายยึดเอาไว้"ฮ่าาาห์ อืมมมคุณอีริคคะ วิเวียนไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ"ร่างที่ขยับโยกอยู่ด้านบนส่งเสียงแผ่ว"งั้นก็มานี่สิ"เขาจับร่างเล็กพลิกลงอย
"ไงเรา มานั่งทำอะไรตรงนี้ล่ะ"อีริคแวะทักบลูโน่ที่ถูกล่ามเอาไว้ตรงบันไดทางขึ้น มันเงยหน้าขึ้นมองเขาตาละห้อย เขาจึงสั่งให้คนปลดเชือกล่ามคอมันส่งให้เขา"ถ้าเหงาก็ไปนอนห้องฉันก็แล้วกัน"มันฟังราวกับเข้าใจพอบอกแบบนั้นจึงลุกตามเตาะแตะเดินขึ้นบันไดตามไปด้วย เขาปล่อยมันนอนอยู่ในห้อง ตัวเองก็สอดตัวเข้าไปในผ้







