Share

บทที่ 2

Penulis: อาหลิง
“ฉัน...”

เฉิงเวยอี้ยิ้มเยาะ กำลังจะเอ่ยปากบอกตรง ๆ ว่าเธอมาทำแท้ง แต่หร่วนชิงชิงกลับเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วคล้องแขนเธออย่างสนิทสนม

“พี่เวยอี้ก็ตั้งครรภ์เหมือนกัน แน่นอนว่าต้องมาตรวจครรภ์สิคะ!” เธอยิ้มหวาน ก่อนหันมามองเฉิงเวยอี้ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “ขอโทษนะคะพี่เวยอี้ ช่วงนี้ฉันแย่งเวลาพี่จิ่งหวายไปหมดเลย... ฉันเพิ่งผ่านเรื่องแบบนั้นมา สภาพจิตใจก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ถ้าคนอื่นรู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกของพวกคนร้าย ฉันคงพังจริง ๆ...”

พูดไปพูดมา ดวงตาของเธอก็แดงก่ำขึ้นมา “ฉันเลยต้องให้พี่จิ่งหวายเป็นพ่อของเด็กคนนี้ ถ้าพี่เวยอี้เกลียดฉันมากจริง ๆ ก็ลงมือกับฉันเลยเถอะ!”

เฉิงเวยอี้ยังไม่ทันได้พูดอะไร ลู่จิ่งหวายก็รีบขัดขึ้นด้วยความเป็นห่วง “อย่าพูดแบบนั้น ฉันคุยกับเวยอี้แล้ว เรื่องคำครหาก็แค่ชั่วคราว เธอใจกว้างมาก ไม่ถือสาหรอก”

เฉิงเวยอี้หลับตาลงช้า ๆ

ใช่ ฉันใจกว้างมาก

ใจกว้างถึงขนาดยอมหย่าและยกเขาให้เธอ เพื่อให้ “ครอบครัวสามคน” ของพวกเขาได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันจริง ๆ

“ใช่ ฉันไม่ถือสา” เฉิงเวยอี้พูดตามคำของเขา น้ำเสียงเรียบนิ่ง

หร่วนชิงชิงจึงเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นยิ้ม “อย่างนั้นก็ดีค่ะ ไม่อย่างนั้นฉันคงรู้สึกผิดจนตายแน่”

จากนั้นเธอก็คล้องแขนเฉิงเวยอี้อีกครั้ง “ในเมื่อเจอกันพอดี งั้นไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ?”

เดิมทีเฉิงเวยอี้อยากปฏิเสธ แต่เธอเพิ่งผ่านการผ่าตัดมา ร่างกายอ่อนแรงไปหมด จึงได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายพาเดินไปแบบกึ่งลากกึ่งจูง

ในร้านอาหาร หร่วนชิงชิงก่อเรื่องไม่หยุด

“พี่จิ่งหวาย กลิ่นนี่เหม็นจังเลย ฉันอยากอาเจียนนิดหน่อย...”

“ฉันอยากกินของเปรี้ยว แต่จานนี้เผ็ดจังเลย...”

ตลอดมื้ออาหาร ลู่จิ่งหวายดูแลเธออย่างอ่อนโยน ทั้งยื่นน้ำให้ทั้งลูบหลังให้

เฉิงเวยอี้มองอยู่เงียบ ๆ เพียงรู้สึกว่าความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างจนแทบหายใจไม่ออก

ไม่รู้ว่าเป็นผลข้างเคียงจากการผ่าตัด หรือเพราะภาพตรงหน้ากระทบใจเกินไปกันแน่

กระทั่งกินไปได้ครึ่งมื้อ จู่ ๆ โคมไฟคริสตัลเหนือศีรษะก็ส่งเสียง “กร๊อบ” ขึ้นมา

และทิศทางที่มันกำลังร่วงลงมา ก็คือตรงที่ลู่จิ่งหวายอยู่พอดี—

“พี่จิ่งหวาย ระวัง!”

หร่วนชิงชิงกรีดร้องลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ลู่จิ่งหวายอย่างแรง

โคมไฟตกกระแทกแผ่นหลังของเธอ เศษกระจกกระเด็นกระจายไปทั่ว

“ชิงชิง!” สีหน้าของลู่จิ่งหวายเปลี่ยนไปทันที น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุม

“พี่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว...” เธอพิงอยู่ในอ้อมแขนของลู่จิ่งหวายอย่างอ่อนแรง ก่อนยื่นมือที่เปื้อนเลือดออกมา “เมื่อก่อนคุณปู่ของฉันช่วยชีวิตคุณปู่ของพี่ไว้ ตอนนี้ฉันก็ช่วยพี่อีกครั้ง ถือว่าเป็นการตอบแทนกันครบแล้ว...”

“ฉันจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรเด็ดขาด! ฉันไม่มีวันยอมให้เธอเป็นอะไรเด็ดขาด!”

ดวงตาของลู่จิ่งหวายแดงก่ำขึ้นทันที เขาอุ้มหร่วนชิงชิงขึ้นแล้วรีบวิ่งออกไป

เขารีบร้อนเกินไปจนไม่ทันสังเกตเห็นเฉิงเวยอี้ที่ยืนอยู่ตรงทางเดิน ไหล่ของเขากระแทกเข้ากับเธออย่างแรง—

“ปัง!”

เธอถูกชนจนล้มลงกับพื้นทั้งตัว หน้าผากกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะ เลือดไหลออกมาทันที

แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บ ได้แต่มองแผ่นหลังของลู่จิ่งหวายที่กำลังจากไปอย่างเหม่อลอย

ในภวังค์เลือนราง เธอนึกถึงวันที่ทั้งสองตกลงคบกัน ลู่จิ่งหวายดีใจจนตาแดงก่ำ โอบเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า“อาอี้ ต่อให้มีคนมากแค่ไหน ในสายตาผมก็จะมองเห็นแค่คุณคนเดียวตลอดไป”

พอมาคิดดูตอนนี้ มันช่างน่าขันเหลือเกิน

เฉิงเวยอี้ยกมือขึ้นปาดหน้า ก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองหัวเราะจนน้ำตาไหลออกมาแล้ว

เธอพยุงตัวลุกขึ้นช้า ๆ โดยอาศัยกำแพงเป็นที่ยัน ก่อนจะลากฝีเท้าอันหนักอึ้ง เดินโซเซกลับไปทางโรงพยาบาลเพียงลำพัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 23

    หลังเสียงจอแจดังอยู่พักหนึ่ง เสียงถามหยั่งเชิงอย่างระมัดระวังของเฉิงจิ่นฉือก็ดังขึ้นมา “เธอปล่อยวางเขาได้จริง ๆ แล้วเหรอ?”ทันทีที่ประโยคนั้นดังขึ้น ลู่จิ่งหวายที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็เกร็งไปทั้งร่างและกลั้นหายใจทันที ราวกับกลัวว่าจะพลาดฟังไปแม้แต่คำเดียวไม่นาน เสียงของเฉิงเวยอี้ที่หนักแน่นและเด็ดขาดก็ดังเข้าหูลู่จิ่งหวาย “ใช่”คำว่า “ใช่” นั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ ทำให้เลือดทั้งร่างของลู่จิ่งหวายเย็นเฉียบในพริบตา เขากำผ้าปูที่นอนไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว จนนิ้วซีดขาว ร่างกายเหมือนถูกตรึงอยู่บนเตียงผู้ป่วย ขยับไม่ได้แม้แต่น้อยสมองของเขาว่างเปล่า ความคิดทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงในชั่วขณะนั้นเสียงอื้ออึงในหูที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เขาแทบไม่ได้ยินคำพูดต่อจากนั้นของเฉิงเวยอี้อย่างชัดเจนที่จริงจะฟังต่อหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน เพราะคำเพียงคำเดียวนั้นได้บอกคำตอบของเธอแก่เขาแล้วเธอปล่อยวางเขาได้จริง ๆ แล้วนั่นยังหมายความว่าเธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไป และจะไม่มีวันหันกลับมาหาเขาอีกความรักลึกซึ้งที่ลู่จิ่งหวายมอบให้ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ ล้วนเป็นเพียงการคิดไปเองฝ่

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 22

    จนกระทั่งนิทรรศการปิดลง ลู่จิ่งหวายก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับเฉิงเวยอี้สักคำเดียวขณะที่เขากำลังจะตามเฉิงเวยอี้ออกไป โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นกะทันหันเมื่อเห็นคำว่า “พ่อ” บนหน้าจอโทรศัพท์ สุดท้ายลู่จิ่งหวายก็เลือกกดรับสายสองพ่อลูกไม่มีใครเอ่ยปากก่อน เพียงเงียบฟังเสียงลมหายใจของกันและกันเท่านั้นในที่สุดพ่อลู่ที่อยู่ปลายสายก็เป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน “เวลาใกล้หมดแล้ว แกยังไม่ยอมกลับมาอีกเหรอ?”ความสัมพันธ์ระหว่างลู่จิ่งหวายกับพ่อลู่แท้จริงแล้วก็ไม่ได้สนิทกันนัก อีกทั้งตอนเด็กพ่อก็มีเวลาอยู่กับเขาน้อยมาก สองพ่อลูกจึงแทบไม่มีเรื่องอะไรคุยกันเลยยิ่งพ่อลู่เป็นคนเข้มงวด และไม่ค่อยยอมเป็นฝ่ายสื่อสารกับลูกชายก่อนช่องว่างระหว่างสองพ่อลูกจึงยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ พอได้ยินพ่อลู่เป็นฝ่ายถามเขาก่อน ลู่จิ่งหวายจึงรู้สึกไม่ค่อยชินนักเขาเงียบไปพักใหญ่ก่อนตอบว่า “ผมจะกลับไป แต่ผมอยากหาคำตอบของตัวเองให้เจอก่อน”เขาเพียงอยากรู้ว่าเฉิงเวยอี้ยังรักเขาอยู่หรือไม่ และยังยินดีจะให้โอกาสเขาอีกไหมเมื่อได้ยินเช่นนั้น พ่อลู่ที่อยู่ปลายสายก็ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งแรก “แกคิดว่ายังไงล่ะ?”คำตอบนั้นแม้แต่คนนอกอย่า

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 21

    ยามเย็น ดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองเริ่มเบ่งบานกลางท้องฟ้า แสงหลากสีส่องสว่างไปทั่วครึ่งฟ้าบนระเบียงบ้านตระกูลเฉิง เฉิงเวยอี้ถูกแขกห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง ราวกับดวงดาวรายล้อมดวงจันทร์ลู่จิ่งหวายที่อยู่ในรถไกลออกไป มองเห็นเพียงรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอได้เลือนรางเท่านั้นรอยยิ้มนั้นยังคงมีพลังดึงดูดใจเหมือนเดิม จนทำให้เขายิ้มตามไปด้วย“สุขสันต์วันเกิดนะ” อาอี้ของฉันเมื่อดอกไม้ไฟชุดสุดท้ายจางหายไป แขกก็ทยอยแยกย้ายกันกลับรถหรูคันแล้วคันเล่าขับออกไปไกลลับตาตระกูลเฉิงที่กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง เหลือเพียงคนรับใช้บางส่วนกำลังเก็บกวาดห้องโถงอยู่แต่รถของลู่จิ่งหวายยังคงจอดอยู่ที่เดิม ไม่ขยับไปไหนจนกระทั่งไฟดวงสุดท้ายของบ้านตระกูลเฉิงถูกปิดลง ลู่จิ่งหวายจึงสั่งให้ผู้ช่วยออกรถแต่ในตอนนั้นเอง กระจกรถข้างตัวลู่จิ่งหวายก็ถูกเคาะเบา ๆ จากด้านนอกคนที่มาคือพ่อบ้านของตระกูลเฉิงเมื่อเห็นลู่จิ่งหวายกดกระจกลงแล้วมองมาทางตน พ่อบ้านตระกูลเฉิงก็ยื่นของขวัญที่เขาส่งไปเมื่อเช้ามาตรงหน้าเขาทั้งสองไม่พูดอะไรสักคำ เพียงมองหน้ากันเงียบ ๆ เช่นนั้นสุดท้ายลู่จิ่งหวายเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน เขายื่นมือไปรับของขวั

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 20

    พอเฉิงเวยอี้รู้เรื่อง จะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงไม่จริง แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มแล้วบอกเขาว่าไม่เป็นไรด้วยความรู้สึกผิด เขารีบกอดเธอไว้แล้วปลอบเบา ๆ ว่า วันเกิดครั้งหน้าเขาจะทำเส้นที่ดีกว่านี้ให้เธออีกเส้นหนึ่งต่อมาเขาทำสร้อย “หัวใจแห่งรักแท้” เส้นนี้สำเร็จ แต่เจ้าของของมันไม่อยู่ข้างกายเขาแล้วลู่จิ่งหวายสูดหายใจลึก ยกมือเคาะกระจกรถ ไม่นานกระจกก็เลื่อนลง ชายหน้าตาแปลกหน้าคนหนึ่งรีบชะโงกหน้าออกมาอย่างประจบประแจง“คุณลู่”ลู่จิ่งหวายยื่นของขวัญในมือให้อีกฝ่าย พร้อมยิ้มกล่าวขอบคุณ “รบกวนด้วยครับ”วันนี้งานเลี้ยงของตระกูลเฉิงเชิญแขกมามากมาย พอดีในนั้นมีคนที่ลู่จิ่งหวายรู้จักและยังไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ เขาจึงฝากอีกฝ่ายช่วยนำของขวัญของเขาเข้าไปให้อีกฝ่ายโบกมือ พลางบอกว่าไม่รบกวนเลยอยู่หลายครั้ง ก่อนอุ้มของขวัญของลู่จิ่งหวายเดินไปทางบ้านตระกูลเฉิงวันนี้บ้านตระกูลเฉิงมีแขกมามาก การตรวจสอบจึงไม่เข้มงวดนัก เพียงยืนยันว่าของขวัญไม่มีอันตรายใด ๆ ก็ปล่อยให้เข้าไปได้ลู่จิ่งหวายที่อยู่ไกลออกไปถอนหายใจโล่งอก ก่อนเอนพิงพนักเบาะและหลับตาพักสายตาภายในห้องโถงตระกูลเฉิง งานเลี้ยงดำเนินมาถึงช่วงคร

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 19

    แม่เฉิงคุยโทรศัพท์พลางเดินห่างออกไป ส่วนในห้อง เฉิงเวยอี้ยกมือปิดปาก ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาเธอรู้ว่าพ่อแม่รักเธอมาก แม้ตอนอยู่ในร้านทั้งคู่จะไม่ได้พูดอะไร แต่หลังจากนั้นพวกเขาจะต้องหาทางทวงความยุติธรรมให้เธอแน่นอนหลังจากนั้น ทุกคนต่างไม่พูดถึงเรื่องนี้กันโดยปริยายหลังเที่ยวที่ซูเฉิงกับพ่อแม่จนเต็มอิ่มแล้ว เฉิงเวยอี้จึงขึ้นเครื่องบินกลับไห่เฉิงและในวันถัดจากที่เฉิงเวยอี้กลับมา ก็เป็นวันเกิดอายุยี่สิบหกปีของเธอพอดีในฐานะลูกสาวคนโปรดของตระกูลเฉิงที่ได้รับความรักและการตามใจมาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่ถึงวันเกิดของเฉิงเวยอี้ ทั้งเมืองจะจุดดอกไม้ไฟฉลองให้เธอวันเกิดปีนี้ของเฉิงเวยอี้ ตระกูลเฉิงจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เป็นพิเศษวันจัดงานเลี้ยง เหล่าคนดังจากทุกวงการต่างมาร่วมแสดงความยินดีรถหรูที่ขับมาร่วมงานจอดต่อแถวยาวจากหน้าวิลล่าตระกูลเฉิงออกไปไกลหลายลี้ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่พูดคุยหัวเราะพลางเดินเข้าสู่ห้องโถงพนักงานต้อนรับยืนรออยู่หน้าประตูเป็นแถวยาว ทุกครั้งที่มีแขกเข้ามา ก็จะมีพนักงานรีบเข้าไปนำทางไปยังที่นั่งของตนทันทีส่วนในห้องของเฉิงเวยอี้บนชั้นบน เธอในชุดราตรีกำลังถูกช

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 18

    อาจเป็นเพราะสังเกตเห็นว่าเฉิงเวยอี้อารมณ์ไม่ค่อยดี เฉิงจิ่นฉือจึงตัดสินใจส่งเธอกับพ่อแม่ไปพักผ่อนที่บ้านเกิดของแม่เฉิงทันทีเดิมทีเขาอยากส่งภรรยาไปด้วย แต่เพราะภรรยารู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านส่วนเฉิงจิ่นฉือเองก็อยู่ดูแลภรรยาที่บ้าน และคอยขัดขวางไม่ให้ลู่จิ่งหวายเข้าไปหาเฉิงเวยอี้ด้วยเพราะผู้ช่วยได้รับข่าวล่าช้า ลู่จิ่งหวายจึงยังคงไปดักรอเฉิงเวยอี้ตามสถานที่ต่าง ๆ เหมือนเช่นเคยครั้งแรก เขายืนตากลมหนาวอยู่ที่ลานกว้างทั้งคืน ไม่เพียงไม่ได้รอพบเฉิงเวยอี้ที่ควรจะมาดูดอกไม้ไฟ แต่ยังทำให้ตัวเองเปียกฝนไปทั้งร่างไม่ผิดจากที่คาด ลู่จิ่งหวายล้มป่วย แต่ครั้งนี้ข้างกายเขาไม่มีผู้หญิงคนนั้นที่เคยคอยดูแลอย่างใส่ใจ และเช็ดตัวลดไข้ให้เขาตลอดทั้งคืนอีกแล้วครั้งที่สอง เขาไปตามหาเธอในบาร์ที่เมื่อก่อนเคยเกลียดที่สุด แม้บาร์แห่งนั้นจะเป็นบาร์เงียบ ๆ แต่ทุกคนที่เข้าไปต้องดื่มเหล้าแรงสามแก้วก่อนลู่จิ่งหวายดื่มเหล้าไม่ได้ ตั้งแต่ครั้งที่เขาดื่มแทนหร่วนชิงชิงจนเลือดออกในกระเพาะ ภายในวิลล่าตระกูลลู่ก็ไม่มีเหล้าให้เห็นแม้แต่หยดเดียวครั้งนี้ ลู่จิ่งหวายก็ยังดื่มรวดเดียวจนหมดอย่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status