LOGINฉันคืนเรือนหอที่เราซื้อด้วยกัน นายหน้ารู้สึกประหลาดใจมาก “จ่ายเงินดาวน์เรียบร้อยแล้ว ไม่รอคู่หมั้นคุณกลับมาเซ็นพร้อมกันเหรอ?” ฉันหัวเราะแล้วเอากุญแจวางบนโต๊ะ “ไม่รอแล้วล่ะ เขาต้องเล่นสกีกับรักแรกของเขา” คบกันมาห้าปี เขาไปญี่ปุ่นช่วงฤดูหนาวทุกปี ปากบอกว่าไปทำงาน แต่โพสต์ภาพยอดภูเขาไฟฟูจิลงโซเชียล ฉันถามเขาว่าจะพาฉันไปฮันนีมูนเมื่อไร เขาพูดว่า “ไว้คราวหน้า” จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ฉันเห็นรูปถ่ายหลายร้อยรูปในกล้องถ่ายรูปเก่าที่เขาลืมไว้ที่บ้าน ผู้หญิงคนเดิม มุมเดิม วิวก็เหมือนเดิม ดอกซากุระ หิมะ และภูเขาไฟฟูจิ ครั้งเดียวที่ฉันได้เดินทางไปกับเขา ก็คือตอนไปดูเรือนหอที่เมืองข้างๆ เขากอดแขนฉันแล้วพูดว่า “เราอย่าสนใจเรื่องไร้สาระพวกนั้นเลย ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายดีกว่า” มองดูเรือนหอที่ตกแต่งเองกับมือ จู่ๆ ฉันก็ปล่อยโฮอย่างไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ นายหน้ายื่นปากกาให้ด้วยท่าทีลังเล “คุณยังจะคืนเรือนหอไหม?” “คืน” ฉันยิ้มแล้วปาดน้ำตา เรื่องลาออกได้รับการอนุมัติแล้ว นี่เป็นคืนสุดท้ายที่ฉันจะอยู่ที่เมืองนี้ ภูเขาไฟฟูจิมาหาฉันไม่ได้ แต่ฉันสามารถเดินทางไปหามันได้แล้ว
View Moreฉันยืนอยู่หน้าประตู ไม่ได้หันกลับไปมองลมพัดเข้ามา ขอบตาร้อนผ่าว แต่ฉันกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา“เจียงเหยี่ยน นายพูดถูก ฉันสมควรถูกรัก”“ฉันก็เลยออกมาจากชีวิตนาย”“พาตัวเองมาอยู่ในที่ที่มีความรักให้ฉัน”“คุณสวี่ มีพัสดุของคุณ”พนักงานต้อนรับที่บริษัทใหม่ถือกล่องกระดาษเดินมาหาฉันที่อยู่ของผู้ส่งคือเมืองที่ฉันเคยอยู่ผู้ส่งคือเจียงเหยี่ยนฉันลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็เปิดดูด้านบนสุดคือซองใส่เอกสาร มีเอกสารถอนหมั้นอยู่ด้านในตรงหน้าสุดท้ายมีลายเซ็นของเขาอยู่ทางขวามือรอยหมึกปากกาเข้มมาก เหมือนใช้แรงกดเยอะมากวันที่คือเมื่อสามวันก่อนใต้แฟ้มมีของอยู่สองสามชิ้นเขาใช้บับเบิ้ลกันกระแทกห่อไดอารี่การตกแต่งบ้านเล่มนั้น แล้วก็มีการ์ดสอดไว้หนึ่งใบ“ฉันคืนมันให้เธอ ด้านในบันทึกความตั้งใจของเธอตลอดสี่เดือน ฉันไม่มีสิทธิ์เก็บมันไว้”ใต้สมุดคือแม่เหล็กติดตู้เย็นห้าอันนั้นเขาไม่ได้ทิ้ง แต่ส่งมันกลับมาให้ฉันข้างๆ มีโน้ตอยู่หนึ่งแผ่น“ห้าปีที่ผ่านมา เธอได้แค่แม่เหล็กติดตู้เย็นห้าอันนี้ ฉันไม่มีสิทธิ์ทิ้งมัน ฉันคืนมันให้เธอนะ”ด้านล่างสุดมีของอยู่หนึ่งชิ้นมันคือแม่เหล็กติดตู้เย็นอ
แขนเขาลู่ลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง สร้อยคอลอดผ่านร่องนิ้วร่วงลงมาบนพื้นฉันไม่ได้หันกลับไป“เอาสร้อยคอกลับไปเถอะ มันไม่ใช่ของฉัน”“เขายืนอยู่ใต้ตึกทั้งคืนเลย”เช้าวันต่อมา เพื่อนร่วมงานมาบอกฉัน“ยามบอกว่าเขานั่งอยู่ที่ล็อบบี้ทั้งคืน เพิ่งกลับไปตอนเช้า”ฉันเดินมาที่หน้าต่างแล้วมองลงไปด้านล่าง ไม่มีใครอยู่หน้าประตูล็อบบี้แล้วเจียงเหยี่ยนส่งข้อความมาตอนสิบโมง“ฉันไม่ยอมแพ้หรอก ฉันจะรอจนถึงวันที่เธอยอมคุยกับฉัน”ถังอิ๋งโทรหาฉันตอนเที่ยง“เจียงเหยี่ยนมีเรื่องฝากฉันมาบอกเธอ”“เรื่องอะไร?”“เขาบอกว่าลบช่องทางติดต่อของหลิ่วเชี่ยนหมดทุกช่องทางแล้ว ยกเลิกแชร์โลเคชั่น ลบประวัติแชตหมดแล้วด้วย”“แล้วยังไงต่อ?”“เขาบอกว่าไปร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่พวกเธอสองคนเคยไปกินบ่อยๆ”มือฉันชะงักเล็กน้อยร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านนั้นเป็นสถานที่ที่เขาบอกความในใจกับฉันหลังจากคบกันได้หนึ่งปีเขาบอกว่าต่อไปจะมาร้านนี้ในวันครบรอบทุกปี แต่เขาก็ไม่เคยมาอีกเลย“เขานั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน แล้วก็คุยกับเจ้าของร้าน”“คุยอะไร?”“เขาบอกเจ้าของร้านให้เก็บที่นั่งไว้ให้เขาหนึ่งที่ เพราะเขาจะไปที่นั่นทุกปี”
ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มองเขาผ่านประตูกระจกเขาผอมลง หนวดก็ไม่ได้โกน ใต้ตาหมองคล้ำมือหิ้วถุงกระดาษอยู่หนึ่งใบพนักงานที่แผนกต้อนรับมองฉัน ฉันส่ายหน้าให้เธอ“วันนี้คุณสวี่ไม่อยู่ที่บริษัทค่ะ”“ไม่อยู่เหรอ? แล้วเธอจะมาตอนไหน?”“ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ คุณจะฝากอะไรไว้ไหมคะ?”เขายืนอยู่พักหนึ่ง แล้วก็เอาของจากถุงกระดาษวางไว้บนเคาน์เตอร์“ฝากให้เธอด้วย”เขากลับไปแล้วพนักงานที่แผนกต้อนรับเอาของมาให้ฉันผ้าพันคอแคชเมียร์สีน้ำเงินเข้ม ไม่ได้ปักตัวอักษรอะไรทั้งนั้นมีกระดาษโน้ตอยู่ในกล่องผ้าพันคอด้วย“ฤดูหนาวปีที่แล้วเธอบอกว่าอยากได้ผ้าพันคอแคชเมียร์ ฉันบอกว่าไม่จำเป็นต้องซื้อ ขอโทษที่ซื้อให้ช้าไปหนึ่งปีนะ”ช้าไปหนึ่งปีปีที่แล้วฉันบอกว่าอยากได้ เขาบอกว่าไม่จำเป็นปีนี้เขาอุตส่าห์เอาผ้าพันคอมาให้ถึงอีกเมืองแต่ปีนี้หลิ่วเชี่ยนได้ผ้าพันคอสีแดงเข้มผืนนั้นไปตั้งนานแล้วฉันเอาผ้าพันคอเก็บไว้ในลิ้นชักเวลาห้าโมงเย็น เพื่อนร่วมงานวิ่งมาหาฉัน“พี่สวี่ มีผู้ชายยืนอยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่าง ยามถามเขาว่ามาหาใคร เขาบอกว่ากำลังรอคนอยู่”ฉันเดินมาที่หน้าต่างแล้วมองลงไปด้านล่างเจียงเหยี่ยน
“เธอถามเขาสิ”“ฉันถามแล้ว เขาไม่ตอบ พี่สะใภ้ทะเลาะกับเขาเหรอ?”“ไม่ได้ทะเลาะ ฉันออกมาแล้ว”“ออกมาแล้ว? ออกไปไหน?”“ฉันออกมาจากชีวิตเขาแล้ว”ตรงช่องแชตขึ้นสถานะว่ากำลังพิมพ์ มันค้างอยู่นานมากจนในที่สุดก็มีข้อความส่งมา“พี่สะใภ้ ฉันขอพูดตรงๆ เลยนะ เหยี่ยนเหยี่ยนดีกับเธอมาก เขาเป็นคนใจอ่อน ขี้สงสาร เขาดีกับทุกคน เธออย่าหึงเรื่องที่เขาดีกับฉันเลย เราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ถ้าเรื่องนี้ทำให้เธอไปจากเขา มันไม่คุ้มค่าเลย”เธอคิดว่าฉันไปจากเขาเพราะหึงเธอคิดว่าฉันทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่“หลิ่วเชี่ยน ตรงไหนที่ทำให้เธอคิดว่าเขาดีกับฉัน?”ผ่านไปสามนาทีกว่าเธอจะตอบกลับ“เขาคบกับเธอห้าปี ซื้อเรือนหอให้เธอ เตรียมแต่งงานกับเธอ ทุกครั้งที่พูดถึงเธอ เขาบอกว่าเธอเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้ ทำงานเก่ง เขาชื่นชมเธอมาก”ไม่มีความห่วงใย ไม่มีความคิดถึง ไม่มีความอาลัยอาวรณ์มีแต่ความรู้สึกชื่นชมอย่างนั้นเหรอเหมือนชื่นชมความอึดของต้นกระบองเพชร“หลิ่วเชี่ยน เธอรู้ไหมตอนที่เขาพาเธอไปญี่ปุ่นทุกปี ฉันรอเขาอยู่ที่บ้านคนเดียว?”“เราไปทำงาน......”“เธอรู้ไหมตอนที่เขาสั่งทำสร้อยคอจี้ดอกซากุระให้เธอ แ