Partager

บทที่ 3

Auteur: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา

ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...

อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."

ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."

ทุกคนมองไปที่ขอบประตู

พากันตกตะลึงหมดแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"

ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก

ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"

เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?

"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ

"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ

เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน

เธอรีบหลบเขา

"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"

ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"

เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "

แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก

อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"

"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน

ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง

"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้

"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น

เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง

"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน

เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้

ดังนั้น ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก คนอื่นก็ไม่กล้าพูดมากอีก

"เจี่ยนจือ" สายตาที่เขามองเธอเรียบเฉยเหมือนเดิม แตกต่างกับสายตาเป็นประกายในวิดีโอของลั่วอวี่เฉิงโดยสิ้นเชิง "พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทฉันมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ล้อเล่นเอง เธอเห็นหน้าแก่ฉัน ให้อภัยพวกเขาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"พี่สะใภ้..." ลั่วอวี่เฉิงยืนบุ้ยปากอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยน "ถ้าจะโกรธจริง ๆ ก็โกรธฉันคนเดียวเถอะค่ะ อย่าเมินอาเยี่ยนเลย พวกเขานัดสังสรรค์กันวันนี้ก็เพราะฉันกลับมา... อาเยี่ยน ชวนภรรยานายอยู่ทานข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันจะดื่มเหล้าขอโทษเธอเอง"

"หึหึ ยัยนี่มันสตรอเบอรี่จริง ๆ " เจี่ยนจือคิดในใจ

"ขอโทษนะ" เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยน ที่ลั่วอวี่เฉิงกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะเขาให้ท้าย! เธอข่มกลั้นความขมขื่นในใจ "ฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเหล้ารสสตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งไม่ดื่ม"

ลั่วอวี่เฉิงแทบจะร้องไห้ทันที เธอหันไปมองเวินถิงเยี่ยน "อาเยี่ยน เธอว่าฉันเหรอ ฉัน..." แล้วทำท่าเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้เข้าใจฉันผิด จะว่าฉันบ้างก็ไม่เป็นไร นายอย่าโทษเธอนะ..."

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจี่ยนจือ เฉิงเฉิงเจตนาดีนะ เธอต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ"

เจตนาดีงั้นเหรอ?

มีแต่คนโง่ล่ะมั้งที่คิดว่าคำพูดนี้คือเจตนาดี?

เวินถิงเยี่ยนเป็นคนโง่เหรอ?

ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เลือกที่จะลำเอียงระหว่างฝ่ายถูกและฝ่ายผิดเท่านั้นเอง

ใจของเขาเอนเอียงไปทางไหน ทางนั้นก็คือฝ่ายถูก

เจี่ยนจือมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า และคนอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังพวกเขา รู้สึกเพียงว่าระหว่างเธอกับพวกเขามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้กั้นอยู่

พวกเขาต่างหากที่ยืนอยู่แนวรบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่มั่นคง ส่วนเธอเป็นแค่คนนอกที่บุกรุกเข้ามาในโลกของพวกเขา ไม่สิ เธอไม่เคยเบียดเข้าไปในโลกของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แม้แต่วนเวียนอยู่รอบนอกก็เป็นส่วนเกินแล้ว

เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ส่งเสียง "หึ" เบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป

ด้านหลัง เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้น "อาเยี่ยน พี่สะใภ้..."

"ไม่เป็นไรหรอก เธอเข้าใจอะไรง่ายมาก เดี๋ยวฉันกลับไปง้อนิดเดียวก็หายแล้ว มา เรามาต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจเธอหรอก"

ลับหลังคนอื่น เขาหันไปมองแผ่นหลังของเจี่ยนจือ แล้วส่งข้อความถึงคนขับรถว่าให้ขับไปส่งเธอ

เจี่ยนจืออยากจะเดินออกไปอย่างสง่างามและมั่นคงขึ้นหน่อย แต่เพราะขาของเธอ เธอจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ก็ยิ่งเดินโซเซมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้ ท่าทางที่เธอกำลังวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลและร้อนรนแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่อาเหวินเลียนแบบเธอหรือเปล่านะ?

หลังจากเธอไปแล้ว พวกเขาต้องหัวเราะลั่นห้องแน่ ๆ เลยสินะ?

เธอปาดน้ำตาอย่างแรง เดินเร็วขึ้นแล้ว โซเซมากขึ้นเช่นกัน...

รอจนคนขับรถของเวินถิงเยี่ยนวิ่งตามออกมา นอกร้านอาหารก็ไม่มีเงาของเจี่ยนจืออีกแล้ว

คนขับรถจึงกลับมารายงานเวินถิงเยี่ยน

เวินถิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโทรหาเจี่ยนจือ แต่เจี่ยนจือไม่รับสาย ทั้งยังกดตัดสายทิ้ง พอโทรซ้ำอีกครั้งก็ปิดเครื่องไปแล้ว

เดิมทีอาเหวินก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งพูดขึ้นว่า "อาเยี่ยน พี่สะใภ้เป็นแบบนี้ก็เพราะนายตามใจนั่นแหละ ด้วยฐานะกับภาพลักษณ์ของนายตอนนี้ มีใครแต่งงานกับนายแล้วจะไม่เอาใจบ้าง เธอยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายนี่ใจเย็นเกินไปจริง ๆ"

เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร

"อาเหวินพูดถูก นายทุ่มเทเพื่อเธอ ทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะ ออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้ แต่เธอดันไม่เห็นใจนาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายคู่ควรจะได้รับเหรอ?" คนอื่น ๆ ช่วยอาเหวินพูด

"นั่นสิ ที่นายแต่งงานกับเธอ ก็ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว ไม่งั้นคนขาเป๋อย่างเธอ ต่อไปใครจะเอาล่ะ ถ้านายไม่เอาเธอ เธอก็คงต้องแต่งงานกับคนพิการเท่านั้นแหละ"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
มีความอยากแต่งงานกับเธออาวุธพูดถูกนายทุ่มเทเพื่อเธอทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้เลยทำเธอมีใจนาย
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 640

    เธอถือถุงเค้กที่ซื้อไว้ แล้วเอ่ยเพียงคำว่า “โอเค”คำว่า “โอเค” นี้กลับทำให้เวินถิงเยี่ยนงงไปเลย “โอเคอะไร? หมายความว่าไง?”“ก็ที่นายบอกว่าหายกันแล้วไง” เจี่ยนจือเอ่ยเรียบ ๆ “นายกินขนมไหว้พระจันทร์ของฉัน แล้วก็เลี้ยงบะหมี่ฉันหนึ่งชาม ต่อจากนี้พวกเราก็ไม่ติดค้างอะไรกันแล้ว แบบนี้ก็โอเคแล้ว”“เธอ…” อารมณ์ของเวินถิงเยี่ยนพลุ่งขึ้นมาในดวงตาทันทีเขามีดวงตาที่สวยมากเจี่ยนจือในวัยสิบหกปีที่ชอบเวินถิงเยี่ยนซึ่งอายุเท่ากัน บางทีอาจเป็นเพราะในวันหนึ่งที่แดดสดใส เธอบังเอิญตกหลุมรักดวงตาของเขาที่ใสราวกับธารน้ำแข็งคู่นั้นเพียงแต่ว่าดวงตาของเขาแทบไม่เคยสั่นไหวเพราะใครหรือเรื่องอะไร เวลามองทุกคนก็ดูเรียบเฉยอยู่เสมอแต่ในเวลานี้ อารมณ์มากมายกลับพลุ่งพล่านอยู่ในดวงตาของเขา ทั้งความหงุดหงิด ความโมโห ความไม่ยอม ความอดกลั้น…มากมายเหลือเกิน จนเธอมองแล้วไม่เข้าใจ“เจี่ยนจือ เธอไม่มีหัวใจหรือไง?” เขากัดฟันถามเธอเจี่ยนจือยกมือแตะตรงอกตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกว่าเธอไม่มีหัวใจเธอไม่ได้อธิบายอะไรอีก เพียงมองเด็กหนุ่มวัยสดใสตรงหน้า แล้วรู้สึกว่า…จู่ ๆ ดวงตาก็แสบขึ้นมาเล็กน้อยเธอเป็นคนอายุ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 639

    เจี่ยนจือมองเถ้าแก่ที่ถือชามบะหมี่ไว้อย่างทำอะไรไม่ถูก “คิดเงินรวมชามของเขากับของหนูเลยค่ะ”“จะทำแบบนั้นได้ยังไง เธอเองก็เป็นนักเรียน จะให้เด็กผู้หญิงอย่างเธอเป็นคนจ่ายได้ยังไง? ไม่เป็นไร เดี๋ยวหลานชายฉันกลับมาก็ให้เขากินเอง” เถ้าแก่รีบเอ่ยเถ้าแก่เพิ่งพูดจบ ที่หน้าร้านบะหมี่ก็มีคนพุ่งเข้ามาราวกับลมกรด เขาโยนธนบัตรสองร้อยห้าสิบบาทลงบนโต๊ะ แล้วชี้ไปทางเจี่ยนจือ “ค่าบะหมี่ครับ รวมของเธอด้วย”พูดจบเขาก็วิ่งหายไปไกลโดยไม่ถามหาเงินทอนเลยด้วยซ้ำ“เอ๊ะ นี่…” เถ้าแก่ถือเงินไว้ด้วยความรู้สึกทั้งขำทั้งจนใจเจี่ยนจือนั่งกินบะหมี่จนหมดอย่างเงียบ ๆ เถ้าแก่ก็ยื่นเงินทอนให้เธอ “เพื่อนร่วมชั้นของเธอใช่ไหม? นี่เงินทอน ฝากเอาไปคืนเขาที ร้านแถวหน้าประตูโรงเรียนอย่างพวกเราทำมาหากินกับเด็กนักเรียน จะไปรับเงินเด็กเกินได้ยังไง?”เจี่ยนจือคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูเอาไปให้เขาเอง”เธอคิดว่าคงต้องรอถึงวันจันทร์ถึงจะเอาเงินไปคืนเวินถิงเยี่ยนได้สินะ?ไม่คิดเลยว่าหลังจากเธอซ้อมเต้นที่สถาบันเสร็จ จะได้เจอเขาที่ชั้นล่างอีกครั้งเขากำลังทำงานพิเศษอยู่ในร้านเค้กบนชั้นหนึ่งของอาคารที่สถาบันตั้งอยู่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 638

    เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าของตัวเองแล้วเดินจากไปเมิ่งเฉิงซ่งมองแผ่นหลังของเขา ก่อนจะยิ้มให้เพื่อนร่วมทีม “จะเป็นแบบนั้นได้ไง? พวกเรา…เป็นเพื่อนสนิทกัน สนิทกันจนแทบจะเป็นคนเดียวกันเลย”สายตาที่เขามองตามแผ่นหลังของเวินถิงเยี่ยนแฝงความหมายลึกซึ้งบางอย่างเอาไว้ช่วงเช้าเจี่ยนจือซ้อมเต้นกับอาจารย์ประจำสาขา ส่วนช่วงบ่ายยังต้องไปสถาบันสอนเต้นอีก วันอาทิตย์โรงอาหารของโรงเรียนไม่เปิด ดังนั้นตอนเที่ยงเธอจึงไปกินบะหมี่ที่ร้านหน้าประตูโรงเรียนในสนามบาสไม่มีร่างของพวกผู้ชายแล้ว หลังเล่นบาสเสร็จก็คงแยกย้ายกันไปหมดแล้วเจี่ยนจือเข้าไปในร้านบะหมี่ที่ปกติเธอไปกินเป็นประจำ แล้วสั่งบะหมี่ผักกาดดองใส่หมูไม่ติดมันหนึ่งชาม ทันทีที่บะหมี่ยกมาเสิร์ฟ ก็มีคนคนหนึ่งมานั่งลงตรงข้ามเธอ“เถ้าแก่ เอาบะหมี่ผักกาดดองใส่หมูไม่ติดมันหนึ่งชามครับ”เวินถิงเยี่ยนนั่นเองเจี่ยนจือเพิ่งกินบะหมี่ไปคำเดียวก็เกือบสำลัก เธอเงยหน้ามองคนตรงข้าม ก็เห็นว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังมองเธออยู่พอดี พอสายตาของทั้งสองสบกัน เขาก็ไม่ได้หลบ ยังคงจ้องเธอเขม็งเธอยังคงก้มหน้ากินบะหมี่ต่อไปด้วยความสงบนิ่ง สุดท้ายกลับเป็นเข

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 637

    เจี่ยนจือรู้สึกว่าเรื่องนี้ยังต้องให้คุณป้ากับคุณย่าคุยกันให้เข้าใจก่อน แล้วเธอค่อยไปเกลี้ยกล่อมคุณย่าอีกที ดังนั้นเธอจึงตอบอีเมลพี่ชายกลับไปอีกฉบับเจี่ยนหลานตอบกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน บอกให้เธอไม่ต้องกังวล ทุกอย่างมีพี่ชายคอยจัดการให้เจี่ยนจือถึงขั้นรู้สึกว่าพี่ชายของเธอเชื่อเธอเพียงเพราะอีเมลฉบับเดียวจริง ๆ เหรอ? นี่เป็นครั้งแรกที่เธอส่งอีเมลหาเขาในช่วงเวลานี้เลยนะ!แต่ไม่ว่าพี่ชายจะเชื่อเธอเพราะอะไร ยังไงเธอก็เชื่อพี่ชายของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้วเมื่อพี่ชายเข้ามามีส่วนในชีวิตของเธอกับคุณย่าเร็วกว่าที่ควร ทุกอย่างก็น่าจะแตกต่างไปจากเดิมใช่ไหม?วันรุ่งขึ้น เธอต้องไปซ้อมที่โรงเรียน จึงกำชับคุณย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ล็อกประตูให้ดี ไม่ว่าใครจะมาก็ห้ามเปิดเด็ดขาดคุณย่ายังพูดว่า “ไม่ต้องกลัว ถ้ามันไม่กลัวฟ้าผ่าก็ให้มันมาอีกสิ”เจี่ยนจือรู้สึกเจ็บปวดในใจ พ่อของเธอน่ะไม่กลัวฟ้าผ่าจริง ๆกว่าจะเกลี้ยกล่อมจนคุณย่ายอมตกลงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เจี่ยนจือจึงไปฝากฝังเพื่อนบ้านให้ช่วยดูแลคุณย่าด้วย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ให้โทรหาเธอทันทีเธอกับคุณย่าอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว ความสัมพันธ์กับ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 636

    คุณย่าผัดกับข้าวขึ้นมาใหม่ แล้วทำข้าวอบหมูเค็มหอมกรุ่น เมิ่งเฉิงซ่งกินแค่ข้าวเปล่า ๆ ก็ซัดไปตั้งสองชามใหญ่ พอกินเสร็จก็เอนตัวพิงเก้าอี้ ลูบท้องพลางถอนใจ “คุณย่า อาหารที่คุณย่าทำอร่อยเกินไปแล้ว ผมขอจ่ายค่าอาหารแล้วมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ ได้ไหมครับ?”เจี่ยนจือมองเขา ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าท่าทางอิ่มหนำสำราญแบบนี้ดูคุ้นตาอยู่หลายส่วนคุณย่ายิ้ม “มากินข้าวมื้อหนึ่งจะต้องจ่ายค่าอาหารอะไรอีก? ถ้าชอบอาหารที่ย่าทำก็มากินได้เลย!”“จริง ๆ นะครับคุณย่า ผมไม่ได้พูดเล่นนะ” เมิ่งเฉิงซ่งมีสีหน้าจริงจัง “ยังไงผมก็ต้องเอาเงินไปจ่ายให้ร้านอาหารอยู่แล้ว ผมกินอาหารพวกนั้นจนเบื่อ พอเอามาเทียบกับอาหารที่คุณย่าทำ ที่ผ่านมาผมกินอะไรเข้าไปกันเนี่ย!”เรื่องนี้เจี่ยนจือพอจะเป็นพยานให้ได้เธอพยักหน้า “พ่อแม่เขายุ่งกับธุรกิจ ต้องเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศบ่อย ๆ ปกติก็กินที่โรงอาหาร ส่วนวันหยุดก็ไปกินตามร้านข้างนอก”“ได้ยังไงกัน?” คุณย่าเอ่ยขึ้นมาทันที “ต่อไปถ้ามีเวลาก็มากินข้าวที่บ้านย่านะ! จะกินข้างนอกตลอดได้ยังไง?”“ได้ครับคุณย่า งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ!” เมิ่งเฉิงซ่งเอ่ยยิ้ม ๆเจี่ยนจืออดไม่ได้ท

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 635

    เวินถิงเยี่ยนใช้โทรศัพท์ถ่ายวิดีโอไปด้วย ขณะเดียวกันก็คอยปกป้องเธอไว้ด้านหลัง พอไอ้หัวทองพุ่งเข้ามา เขาก็ซัดอีกฝ่ายอย่างหนักไปหนึ่งยกตอนนั้นเธอกลัวมาก แต่เธอก็อัดเสียงเอาไว้ด้วยตอนกินข้าว พ่อแม่ของเธอกำลังคุยกับครอบครัวของไอ้หัวทองเรื่องหมั้นหมายอะไรทำนองนั้น เธอโกรธมาก แต่ตอนนั้นเธอยังอายุน้อย ไม่เคยผ่านเรื่องราวอะไรมากนัก อีกทั้งถูกพ่อกดดันจนไม่กล้าอาละวาดออกมาตรงนั้น เธอจึงเปิดโทรศัพท์อัดเสียงไว้ บทสนทนาทั้งหมดของพวกเขา รวมถึงเสียงตอนที่ไอ้หัวทองพยายามจะล่วงเกินเธอ เธอก็อัดไว้ทั้งหมด และโทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอไฟล์เสียงนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเผชิญหน้ากับครอบครัวไอ้หัวทองในภายหลัง รวมถึงการจัดการเรื่องนี้ให้จบลงอย่างเหมาะสม แต่ในเย็นวันนั้น หลังจากไอ้หัวทองถูกเวินถิงเยี่ยนต่อยจนหนีไปแล้ว เธอกลับไม่มีหน้าไปบอกเขาว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอเป็นคนจัดการไว้ครอบครัวแบบนี้น่าอดสูยิ่งกว่าครอบครัวของเวินถิงเยี่ยนเสียอีกดังนั้นเวินถิงเยี่ยนจึงไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีพ่อแม่ที่น่ารังเกียจถึงขนาดนี้ ตอนแต่งงานกับเธอ เขายังปฏิบัติ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status