Share

บทที่ 3

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา

ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...

อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."

ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."

ทุกคนมองไปที่ขอบประตู

พากันตกตะลึงหมดแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"

ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก

ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"

เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?

"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ

"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ

เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน

เธอรีบหลบเขา

"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"

ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"

เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "

แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก

อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"

"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน

ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง

"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้

"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น

เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง

"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน

เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้

ดังนั้น ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก คนอื่นก็ไม่กล้าพูดมากอีก

"เจี่ยนจือ" สายตาที่เขามองเธอเรียบเฉยเหมือนเดิม แตกต่างกับสายตาเป็นประกายในวิดีโอของลั่วอวี่เฉิงโดยสิ้นเชิง "พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทฉันมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ล้อเล่นเอง เธอเห็นหน้าแก่ฉัน ให้อภัยพวกเขาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"พี่สะใภ้..." ลั่วอวี่เฉิงยืนบุ้ยปากอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยน "ถ้าจะโกรธจริง ๆ ก็โกรธฉันคนเดียวเถอะค่ะ อย่าเมินอาเยี่ยนเลย พวกเขานัดสังสรรค์กันวันนี้ก็เพราะฉันกลับมา... อาเยี่ยน ชวนภรรยานายอยู่ทานข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันจะดื่มเหล้าขอโทษเธอเอง"

"หึหึ ยัยนี่มันสตรอเบอรี่จริง ๆ " เจี่ยนจือคิดในใจ

"ขอโทษนะ" เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยน ที่ลั่วอวี่เฉิงกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะเขาให้ท้าย! เธอข่มกลั้นความขมขื่นในใจ "ฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเหล้ารสสตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งไม่ดื่ม"

ลั่วอวี่เฉิงแทบจะร้องไห้ทันที เธอหันไปมองเวินถิงเยี่ยน "อาเยี่ยน เธอว่าฉันเหรอ ฉัน..." แล้วทำท่าเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้เข้าใจฉันผิด จะว่าฉันบ้างก็ไม่เป็นไร นายอย่าโทษเธอนะ..."

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจี่ยนจือ เฉิงเฉิงเจตนาดีนะ เธอต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ"

เจตนาดีงั้นเหรอ?

มีแต่คนโง่ล่ะมั้งที่คิดว่าคำพูดนี้คือเจตนาดี?

เวินถิงเยี่ยนเป็นคนโง่เหรอ?

ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เลือกที่จะลำเอียงระหว่างฝ่ายถูกและฝ่ายผิดเท่านั้นเอง

ใจของเขาเอนเอียงไปทางไหน ทางนั้นก็คือฝ่ายถูก

เจี่ยนจือมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า และคนอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังพวกเขา รู้สึกเพียงว่าระหว่างเธอกับพวกเขามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้กั้นอยู่

พวกเขาต่างหากที่ยืนอยู่แนวรบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่มั่นคง ส่วนเธอเป็นแค่คนนอกที่บุกรุกเข้ามาในโลกของพวกเขา ไม่สิ เธอไม่เคยเบียดเข้าไปในโลกของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แม้แต่วนเวียนอยู่รอบนอกก็เป็นส่วนเกินแล้ว

เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ส่งเสียง "หึ" เบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป

ด้านหลัง เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้น "อาเยี่ยน พี่สะใภ้..."

"ไม่เป็นไรหรอก เธอเข้าใจอะไรง่ายมาก เดี๋ยวฉันกลับไปง้อนิดเดียวก็หายแล้ว มา เรามาต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจเธอหรอก"

ลับหลังคนอื่น เขาหันไปมองแผ่นหลังของเจี่ยนจือ แล้วส่งข้อความถึงคนขับรถว่าให้ขับไปส่งเธอ

เจี่ยนจืออยากจะเดินออกไปอย่างสง่างามและมั่นคงขึ้นหน่อย แต่เพราะขาของเธอ เธอจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ก็ยิ่งเดินโซเซมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้ ท่าทางที่เธอกำลังวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลและร้อนรนแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่อาเหวินเลียนแบบเธอหรือเปล่านะ?

หลังจากเธอไปแล้ว พวกเขาต้องหัวเราะลั่นห้องแน่ ๆ เลยสินะ?

เธอปาดน้ำตาอย่างแรง เดินเร็วขึ้นแล้ว โซเซมากขึ้นเช่นกัน...

รอจนคนขับรถของเวินถิงเยี่ยนวิ่งตามออกมา นอกร้านอาหารก็ไม่มีเงาของเจี่ยนจืออีกแล้ว

คนขับรถจึงกลับมารายงานเวินถิงเยี่ยน

เวินถิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโทรหาเจี่ยนจือ แต่เจี่ยนจือไม่รับสาย ทั้งยังกดตัดสายทิ้ง พอโทรซ้ำอีกครั้งก็ปิดเครื่องไปแล้ว

เดิมทีอาเหวินก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งพูดขึ้นว่า "อาเยี่ยน พี่สะใภ้เป็นแบบนี้ก็เพราะนายตามใจนั่นแหละ ด้วยฐานะกับภาพลักษณ์ของนายตอนนี้ มีใครแต่งงานกับนายแล้วจะไม่เอาใจบ้าง เธอยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายนี่ใจเย็นเกินไปจริง ๆ"

เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร

"อาเหวินพูดถูก นายทุ่มเทเพื่อเธอ ทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะ ออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้ แต่เธอดันไม่เห็นใจนาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายคู่ควรจะได้รับเหรอ?" คนอื่น ๆ ช่วยอาเหวินพูด

"นั่นสิ ที่นายแต่งงานกับเธอ ก็ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว ไม่งั้นคนขาเป๋อย่างเธอ ต่อไปใครจะเอาล่ะ ถ้านายไม่เอาเธอ เธอก็คงต้องแต่งงานกับคนพิการเท่านั้นแหละ"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
มีความอยากแต่งงานกับเธออาวุธพูดถูกนายทุ่มเทเพื่อเธอทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้เลยทำเธอมีใจนาย
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 636

    คุณย่าผัดกับข้าวขึ้นมาใหม่ แล้วทำข้าวอบหมูเค็มหอมกรุ่น เมิ่งเฉิงซ่งกินแค่ข้าวเปล่า ๆ ก็ซัดไปตั้งสองชามใหญ่ พอกินเสร็จก็เอนตัวพิงเก้าอี้ ลูบท้องพลางถอนใจ “คุณย่า อาหารที่คุณย่าทำอร่อยเกินไปแล้ว ผมขอจ่ายค่าอาหารแล้วมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ ได้ไหมครับ?”เจี่ยนจือมองเขา ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าท่าทางอิ่มหนำสำราญแบบนี้ดูคุ้นตาอยู่หลายส่วนคุณย่ายิ้ม “มากินข้าวมื้อหนึ่งจะต้องจ่ายค่าอาหารอะไรอีก? ถ้าชอบอาหารที่ย่าทำก็มากินได้เลย!”“จริง ๆ นะครับคุณย่า ผมไม่ได้พูดเล่นนะ” เมิ่งเฉิงซ่งมีสีหน้าจริงจัง “ยังไงผมก็ต้องเอาเงินไปจ่ายให้ร้านอาหารอยู่แล้ว ผมกินอาหารพวกนั้นจนเบื่อ พอเอามาเทียบกับอาหารที่คุณย่าทำ ที่ผ่านมาผมกินอะไรเข้าไปกันเนี่ย!”เรื่องนี้เจี่ยนจือพอจะเป็นพยานให้ได้เธอพยักหน้า “พ่อแม่เขายุ่งกับธุรกิจ ต้องเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศบ่อย ๆ ปกติก็กินที่โรงอาหาร ส่วนวันหยุดก็ไปกินตามร้านข้างนอก”“ได้ยังไงกัน?” คุณย่าเอ่ยขึ้นมาทันที “ต่อไปถ้ามีเวลาก็มากินข้าวที่บ้านย่านะ! จะกินข้างนอกตลอดได้ยังไง?”“ได้ครับคุณย่า งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ!” เมิ่งเฉิงซ่งเอ่ยยิ้ม ๆเจี่ยนจืออดไม่ได้ท

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 635

    เวินถิงเยี่ยนใช้โทรศัพท์ถ่ายวิดีโอไปด้วย ขณะเดียวกันก็คอยปกป้องเธอไว้ด้านหลัง พอไอ้หัวทองพุ่งเข้ามา เขาก็ซัดอีกฝ่ายอย่างหนักไปหนึ่งยกตอนนั้นเธอกลัวมาก แต่เธอก็อัดเสียงเอาไว้ด้วยตอนกินข้าว พ่อแม่ของเธอกำลังคุยกับครอบครัวของไอ้หัวทองเรื่องหมั้นหมายอะไรทำนองนั้น เธอโกรธมาก แต่ตอนนั้นเธอยังอายุน้อย ไม่เคยผ่านเรื่องราวอะไรมากนัก อีกทั้งถูกพ่อกดดันจนไม่กล้าอาละวาดออกมาตรงนั้น เธอจึงเปิดโทรศัพท์อัดเสียงไว้ บทสนทนาทั้งหมดของพวกเขา รวมถึงเสียงตอนที่ไอ้หัวทองพยายามจะล่วงเกินเธอ เธอก็อัดไว้ทั้งหมด และโทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอไฟล์เสียงนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเผชิญหน้ากับครอบครัวไอ้หัวทองในภายหลัง รวมถึงการจัดการเรื่องนี้ให้จบลงอย่างเหมาะสม แต่ในเย็นวันนั้น หลังจากไอ้หัวทองถูกเวินถิงเยี่ยนต่อยจนหนีไปแล้ว เธอกลับไม่มีหน้าไปบอกเขาว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอเป็นคนจัดการไว้ครอบครัวแบบนี้น่าอดสูยิ่งกว่าครอบครัวของเวินถิงเยี่ยนเสียอีกดังนั้นเวินถิงเยี่ยนจึงไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีพ่อแม่ที่น่ารังเกียจถึงขนาดนี้ ตอนแต่งงานกับเธอ เขายังปฏิบัติ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 634

    แต่หลังจากฟาดจอบลงไปครั้งนึงคุณย่าก็ยังไม่หยุด กลับยกจอบฟาดใส่เจี่ยนเฉิงจวินต่อ เจี่ยนเฉิงจวินตกใจจนลนลานคลานหนีออกไปพลางร้องเรียกพ่อเรียกแม่อีกครั้ง พอหลิวซิ่วอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็ไม่สนใจความเจ็บอีกต่อไป รีบหนีหัวซุกหัวซุนออกไปพร้อมกับเจี่ยนเฉิงจวินคุณย่าถือจอบยันพื้น ยืนอยู่ตรงประตูรั้วแล้วตะโกนด่าตามหลังคนทั้งสอง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าไอ้เดรัจฉานสองตัวอย่างพวกแกยังกล้าคิดทำอะไรคนที่ฉันให้กำเนิดอย่างจือจืออีก ฉันจะเอามันไปอยู่ด้วย!”เจี่ยนจือกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณย่า จึงตามออกมา พอได้ยินคุณย่าพูดประโยคนี้ แม้จะอยู่ในความฝัน เธอก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงกระแสความอบอุ่นที่เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจเธอวิ่งเข้าไปกอดคุณย่าจากด้านหลัง เอาใบหน้าแนบลงบนไหล่ “คุณย่า พวกเขาไปแล้วค่ะ”คุณย่าหันกลับมาวางจอบลง แล้วกอดเจี่ยนจือเอาไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา “จือจือ ย่าสั่งสอนพ่อของหนูไม่ดี เป็นความผิดของย่าเอง”เจี่ยนจือส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะคุณย่า” เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณย่าเลย ทั้งที่เป็นลูกของคุณย่าเหมือนกัน แล้วทำไมคุณป้าถึงได้ดีขนาดนั้นล่ะ?“แต่หนูวางใจได้” คุณย่าพูดทั้งน้ำตาอีก

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 633

    เดิมทีท่าทีของเจี่ยนจือก็ทำให้เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจอยู่แล้ว เขาเองก็ดูถูกตระกูลเจี่ยนเป็นอย่างมาก ตอนนี้ถ้าต้องไปมีเรื่องกับคนใหญ่คนโตขึ้นมา เขาก็เริ่มลังเลแต่ลูกชายของเขาไม่ยอมพอไอ้หนุ่มหัวทองตระกูลลู่เห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ ก็เริ่มโวยวายใส่แม่ของตัวเองตรงนั้นแม่ของเขาถลึงตาใส่เถ้าแก่ลู่อย่างแรงเถ้าแก่ลู่เองก็จนปัญญา จึงได้แต่เอ่ยกับเจี่ยนเฉิงจวินว่า “เจี่ยน วันนี้เอาแค่นี้ก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”ยังจะคุยกันอีกเหรอ?เมิ่งเฉิงซ่งชูโทรศัพท์ขึ้น “ผมอัดทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ไว้หมดแล้ว ถ้าพวกคุณยังคิดจะทำเรื่องผิดกฎหมายแบบนี้อีก ผมจะเอาคลิปลงอินเทอร์เน็ต พวกคุณได้ดังแน่ รอให้ตำรวจมาตามถึงบ้านได้เลย!”สีหน้าของเถ้าแก่ลู่เปลี่ยนไป สิ่งที่เขากังวลมีมากกว่านั้นเสียอีก…ทันทีที่เขาคิดแบบนั้น เจี่ยนจือก็เดินออกมาจากด้านหลังเมิ่งเฉิงซ่ง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและหนักแน่นว่า “งั้นก็เอาเรื่องที่เขาเสพยาโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตไปพร้อมกันเลยสิ”เพียงประโยคเดียว ทุกคนก็นิ่งค้างอยู่กับที่สีหน้าของคนตระกูลลู่ซีดเผือด“เธอ…เธอรู้ได้ยังไง…” แม่ของไอ้หนุ่มหัวทองลู่ยืนอยู่ตรงนั้นด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 632

    หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดเสริม พร้อมกับดึงตัวเจ้าหนุ่มผมทองมายืนตรงหน้าเจี่ยนจือ “ลูกดูสิ เป็นผู้ชายที่ดีจะตาย ทั้งหล่อ ทั้งทันสมัยเลยไม่ใช่เหรอ?หล่อ?ทันสมัย?ผู้ชายที่ดี?เจี่ยนจือตีหน้าถมึงทึง “ผู้ชายที่ดีขนาดนี้ แม่ก็แต่งเองสิ!”“แก……” หลิวซิ่วอวิ๋นโดนสวนกลับจนพูดไม่ออกเจ้าหนุ่มหัวทองหน้าเจื่อนไปทันที เช่นเดียวกับเถ้าแก่ลู่และภรรยาที่เริ่มหน้าตึงขึ้นมาเจี่ยนเฉิงจวินกลัวว่าบรรยากาศจะเสียจนจบไม่สวย จึงรีบค้อมตัวให้เถ้าแก่ลู่ “เถ้าแก่ลู่ครับ ลูกสาวผมแค่ตั้งใจเรียนมากไปหน่อย เธอคงกลัวว่าถ้าต้องมาคุยเรื่องนี้ตอนมัธยมจะกระทบกับการเรียน เดี๋ยวผมค่อย ๆ กลับไปคุยกับเธอเองครับ”เจ้าหนุ่มหัวทองจึงได้โอกาสพูดขึ้นว่า “ไม่กระทบการเรียนหรอก ฉันจะเรียนไปพร้อมกับเธอด้วย”เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจมาก พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน”ทั้งครอบครัวหันหลังเตรียมจะเดินออกไป“อยู่กินข้าวก่อนสิครับ เถ้าแก่ดู……” เจี่ยนเฉิงจวินนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีกับข้าวอยู่แค่สองอย่าง แถมยังเก็บไปแล้วอีกต่างหาก “ไม่อย่างนั้นไปกินข้าวที่ร้านตรงทางเข้าหมู่บ้านกันดีไหมครับ?ผมเลี้ยงเอง”“ใช่ค่ะ ๆ เดี๋ยวก็จะเป็

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 631

    เถ้าแก่ลู่ได้ยินดังนั้นก็พอใจมากทว่าเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้างเจี่ยนจือกลับมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆต่อให้จะเป็นแค่ความฝัน เจี่ยนจือก็ยังรู้สึกขายหน้ามากอยู่ดีใช่แล้ว ในเวลานี้เธอไม่ต่างอะไรจากสินค้าที่พ่อแม่นำมาวางโชว์ไว้บนเขียง รอให้ใครสักคนเดินผ่านมาเลือกซื้อ เขาคงไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อนสินะ?ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน ลูกชายหัวทองของเถ้าแก่ลู่ก็เอาแต่จ้องเจี่ยนจือด้วยสายตาละโมบโลภมากอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเมิ่งเฉิงซ่งเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาถึงได้ก้าวขึ้นมาข้างหน้าแล้วใช้ตัวบังเจี่ยนจือเอาไว้ ผลที่ได้กลับเป็นสายตาโกรธเกรี้ยวจากเจ้าลูกชายหัวทองเมิ่งเฉิงซ่งก็มองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกันคุณย่ายังคงอยู่ในห้อง ท่านไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง จึงทุบประตูสุดแรง “เปิดประตู!จือจือ เปิดประตูให้ย่าหน่อย เร็วเข้า!”เถ้าแก่ลู่ “แล้วนั่นมันอะไรอีก?”“แม่ผมเอง ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ป่วยอยู่น่ะครับเลยให้พักอยู่ด้านใน แต่ไม่ทันระวังประตูเลยล็อค” เจี่ยนเฉิงจวินขยับเข้าไปใกล้เถ้าแก่ลู่ แล้วกระซิบเสียงเบา “เดี๋ยวจะติดเชื้อ ผมเลยไม่ให้แกออกมา”หลิวซิ่วอวิ๋นยังรีบเสริมอีก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status