Share

บทที่ 3

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา

ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...

อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."

ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."

ทุกคนมองไปที่ขอบประตู

พากันตกตะลึงหมดแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"

ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก

ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"

เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?

"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ

"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ

เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน

เธอรีบหลบเขา

"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"

ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"

เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "

แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก

อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"

"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน

ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง

"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้

"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น

เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง

"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน

เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้

ดังนั้น ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก คนอื่นก็ไม่กล้าพูดมากอีก

"เจี่ยนจือ" สายตาที่เขามองเธอเรียบเฉยเหมือนเดิม แตกต่างกับสายตาเป็นประกายในวิดีโอของลั่วอวี่เฉิงโดยสิ้นเชิง "พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทฉันมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ล้อเล่นเอง เธอเห็นหน้าแก่ฉัน ให้อภัยพวกเขาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"พี่สะใภ้..." ลั่วอวี่เฉิงยืนบุ้ยปากอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยน "ถ้าจะโกรธจริง ๆ ก็โกรธฉันคนเดียวเถอะค่ะ อย่าเมินอาเยี่ยนเลย พวกเขานัดสังสรรค์กันวันนี้ก็เพราะฉันกลับมา... อาเยี่ยน ชวนภรรยานายอยู่ทานข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันจะดื่มเหล้าขอโทษเธอเอง"

"หึหึ ยัยนี่มันสตรอเบอรี่จริง ๆ " เจี่ยนจือคิดในใจ

"ขอโทษนะ" เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยน ที่ลั่วอวี่เฉิงกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะเขาให้ท้าย! เธอข่มกลั้นความขมขื่นในใจ "ฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเหล้ารสสตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งไม่ดื่ม"

ลั่วอวี่เฉิงแทบจะร้องไห้ทันที เธอหันไปมองเวินถิงเยี่ยน "อาเยี่ยน เธอว่าฉันเหรอ ฉัน..." แล้วทำท่าเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้เข้าใจฉันผิด จะว่าฉันบ้างก็ไม่เป็นไร นายอย่าโทษเธอนะ..."

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจี่ยนจือ เฉิงเฉิงเจตนาดีนะ เธอต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ"

เจตนาดีงั้นเหรอ?

มีแต่คนโง่ล่ะมั้งที่คิดว่าคำพูดนี้คือเจตนาดี?

เวินถิงเยี่ยนเป็นคนโง่เหรอ?

ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เลือกที่จะลำเอียงระหว่างฝ่ายถูกและฝ่ายผิดเท่านั้นเอง

ใจของเขาเอนเอียงไปทางไหน ทางนั้นก็คือฝ่ายถูก

เจี่ยนจือมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า และคนอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังพวกเขา รู้สึกเพียงว่าระหว่างเธอกับพวกเขามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้กั้นอยู่

พวกเขาต่างหากที่ยืนอยู่แนวรบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่มั่นคง ส่วนเธอเป็นแค่คนนอกที่บุกรุกเข้ามาในโลกของพวกเขา ไม่สิ เธอไม่เคยเบียดเข้าไปในโลกของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แม้แต่วนเวียนอยู่รอบนอกก็เป็นส่วนเกินแล้ว

เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ส่งเสียง "หึ" เบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป

ด้านหลัง เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้น "อาเยี่ยน พี่สะใภ้..."

"ไม่เป็นไรหรอก เธอเข้าใจอะไรง่ายมาก เดี๋ยวฉันกลับไปง้อนิดเดียวก็หายแล้ว มา เรามาต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจเธอหรอก"

ลับหลังคนอื่น เขาหันไปมองแผ่นหลังของเจี่ยนจือ แล้วส่งข้อความถึงคนขับรถว่าให้ขับไปส่งเธอ

เจี่ยนจืออยากจะเดินออกไปอย่างสง่างามและมั่นคงขึ้นหน่อย แต่เพราะขาของเธอ เธอจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ก็ยิ่งเดินโซเซมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้ ท่าทางที่เธอกำลังวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลและร้อนรนแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่อาเหวินเลียนแบบเธอหรือเปล่านะ?

หลังจากเธอไปแล้ว พวกเขาต้องหัวเราะลั่นห้องแน่ ๆ เลยสินะ?

เธอปาดน้ำตาอย่างแรง เดินเร็วขึ้นแล้ว โซเซมากขึ้นเช่นกัน...

รอจนคนขับรถของเวินถิงเยี่ยนวิ่งตามออกมา นอกร้านอาหารก็ไม่มีเงาของเจี่ยนจืออีกแล้ว

คนขับรถจึงกลับมารายงานเวินถิงเยี่ยน

เวินถิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโทรหาเจี่ยนจือ แต่เจี่ยนจือไม่รับสาย ทั้งยังกดตัดสายทิ้ง พอโทรซ้ำอีกครั้งก็ปิดเครื่องไปแล้ว

เดิมทีอาเหวินก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งพูดขึ้นว่า "อาเยี่ยน พี่สะใภ้เป็นแบบนี้ก็เพราะนายตามใจนั่นแหละ ด้วยฐานะกับภาพลักษณ์ของนายตอนนี้ มีใครแต่งงานกับนายแล้วจะไม่เอาใจบ้าง เธอยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายนี่ใจเย็นเกินไปจริง ๆ"

เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร

"อาเหวินพูดถูก นายทุ่มเทเพื่อเธอ ทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะ ออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้ แต่เธอดันไม่เห็นใจนาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายคู่ควรจะได้รับเหรอ?" คนอื่น ๆ ช่วยอาเหวินพูด

"นั่นสิ ที่นายแต่งงานกับเธอ ก็ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว ไม่งั้นคนขาเป๋อย่างเธอ ต่อไปใครจะเอาล่ะ ถ้านายไม่เอาเธอ เธอก็คงต้องแต่งงานกับคนพิการเท่านั้นแหละ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
มีความอยากแต่งงานกับเธออาวุธพูดถูกนายทุ่มเทเพื่อเธอทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้เลยทำเธอมีใจนาย
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 628

    “ยังดีที่ก่อนหน้านี้พื้นฐานเธอไม่ได้แย่มาก ถ้าพยายามอีกหน่อยน่าจะ……”ขณะที่พูด ๆ อยู่ ทั้งสองคนก็มาถึงบอร์ดประกาศตอนนี้หน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์เต็มไปด้วยนักเรียน ทุกคนกำลังคุยกันเจี๊ยวจ๊าวว่าใครได้อยู่ห้องไหนบ้าง ถ้าเห็นว่าตัวเองได้อยู่ห้องเดียวกับเพื่อนสนิท เสียงโห่ร้องดีใจก็จะดังขึ้นเป็นระยะเจี่ยนจือไม่ได้มองทางฝั่งสายวิทย์เลย เธอเดินตรงไปดูรายชื่อของสายศิลป์“ทางนี้ เธอจะไปไหน……” เวินถิงเยี่ยนพูดยังไม่ทันจบ ทันใดนั้นเองเขาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นได้จึงรีบตามเธอไปแล้วเขาก็เห็นชื่อของเจี่ยนจืออยู่ในรายชื่อห้องทดลองสายศิลป์ 1“เธอหลอกฉัน?”ทั้งที่วันนี้อากาศร้อนจัด แต่เจี่ยนจือกลับรู้สึกเหมือนว่ามีไอเย็นยะเยียบแผ่ออกมาจากด้านหลัง หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกตอนที่เจี่ยนจือหันกลับไป คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็หายไปแล้ว กลับเป็นเมิ่งเฉิงซ่งที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมหัวเราะอย่างดีใจ “เจี่ยนจือ!พวกเราได้อยู่ห้องเดียวกันจริงด้วย!”ใช่ เมิ่งเฉิงซ่งก็มีชื่ออยู่ในห้องทดลองสายศิลป์ 1 เช่นกัน“วันนี้ฉันต้องเลี้ยงข้าวเธอให้ได้!ฉลองกันหน่อย!” เมิ่งเฉิงซ่งกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเจี่ยนจ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 627

    เจี่ยนจือรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่แต่ตอนนี้เวินถิงเยี่ยนเห็นเธอแล้ว และจากสายตาของเขาก็ดูท่าว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ เธอได้แต่เดินเข้าไปอย่างไม่เต็มใจนัก ซึ่งในมือของเวินถิงเยี่ยนกำลังถือใบคะแนนของนักเรียนในห้องอยู่จริงสิ เขาเป็นกรรมการฝ่ายการศึกษา ย่อมต้องได้เห็นคะแนนทั้งหมดก่อนอยู่แล้ว“ดูเธอสิ” เขาชี้ไปที่ใบคะแนน “ดูสิว่าเธอสอบออกมาเป็นยังไงบ้าง?วิชาสายวิทย์ไม่ผ่านเลยสักวิชา!”เจี่ยนจือไม่มีอะไรจะเถียงสิบกว่าปีแล้ว เธอไม่ได้แตะความรู้พวกนั้นเลยตั้งแต่เรียนจบมัธยม จะให้จำได้ยังไงล่ะ?ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเรียนเธอก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ที่ทุ่มเทไปทั้งหมดก็เพราะอยากเรียนสายวิทย์กับเขา“คะแนนตกลงแบบนี้ เธอจะยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ไหม?หรือต่อให้เธอเป็นนักเรียนศิลปะ แต่คะแนนวิชาสามัญแย่ขนาดนี้ก็สอบไม่ติดหรอกมั้ง?” เวินถิงเยี่ยนชี้ไปที่ใบคะแนน พลางมองเธอด้วยแววตาราวกับตัวเองเป็นครูประจำชั้นเสียเอง“ฉันรู้แล้ว ต่อจากนี้ฉันจะตั้งใจให้มากขึ้น” เธอเดินผ่านเขาแล้วตรงไปข้างหน้าวันนี้เป็นวันประกาศผลการจัดห้องเรียน น่าจะมีการเอารายชื่อไปติดไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์“หยุดนะ!เธอจะรีบไปไ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 626

    เจี่ยนจือไม่ค่อยอยากหยิบให้เขาดูเท่าไหร่เพราะแบบฟอร์มแจกมาให้สักพักแล้ว และเจี่ยนจือในตอนนั้นกรอกเลือกสายวิทย์เอาไว้ เธอยังไม่ทันได้แก้เมื่อเวินถิงเยี่ยนเห็นเธอนั่งนิ่งไม่ขยับ สีหน้าก็เริ่มไม่สู้ดีนัก เขาจ้องเธอเขม็ง “เอาออกมาสิ เดี๋ยวจะต้องส่งแล้ว……เธอคงไม่……” เขาลังเลไปนิดหนึ่ง “เชื่อคำพูดของเมิ่งเฉิงซ่งจริง ๆ หรอกนะ?”“เมิ่งเฉิงซ่ง?เขาพูดอะไร?” หร่านเฉินโพล่งขึ้นมาเวินถิงเยี่ยนถูกถามจนพูดไม่ออกเจี่ยนจือหันไปสบตาหร่านเฉิน จะให้พูดเรื่องนี้ตอนนี้ก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่“ฉันคิดดูแล้ว ฉันว่าฉัน……” เจี่ยนจือเตรียมจะบอกว่าเธอเลือกเรียนสายศิลป์ แต่จู่ ๆ เวินถิงเยี่ยนก็แย่งกระเป๋าของเธอไปเสียก่อน“ทำอะไรของนาย?” เจี่ยนจือยื่นมือแย่งกระเป๋าคืนมาแต่แฟ้มเอกสารในกระเป๋าถูกเวินถิงเยี่ยนดึงออกมาแล้ว และในนั้นก็มีแบบฟอร์มของเธออยู่ด้วย แถมยังวางอยู่ด้านบนสุดทำให้มองเห็นผ่านซองใสได้อย่างชัดเจนว่าเธอเลือกสายวิทย์พอเห็นคำว่า “สายวิทย์” มุมปากของเวินถิงเยี่ยนก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย เขายื่นกระเป๋าคืนให้เธอ แล้วดึงแบบฟอร์มออกมาจากซองเอกสาร “ส่งเลยนะ”“ไม่!” เจี่ยนจือรีบตอบ “ผู้ปกครองฉันยังไม่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 625

    ถ้าเป็นไปได้ เธออยากจะเกลี้ยกล่อมเมิ่งเฉิงซ่งว่าอย่าไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่รู้ว่าถ้าทำแบบนั้นแล้ว จะสามารถเปลี่ยนจุดจบที่เขาต้องจากไปตั้งแต่อายุยังน้อยได้หรือเปล่า?แต่ดูเหมือนว่าการทำแบบนั้นจะเป็นการก้าวก่ายชีวิตของเขามากเกินไปหน่อยทว่าเมิ่งเฉิงซ่งกลับยิ้มแล้วส่ายหน้า “ฉันไม่มีแพลนจะไปเรียนต่างประเทศหรอก ตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศนี่แหละ ฉันบอกเธอแล้วนี่นา?ฉันเรียนสายศิลป์ และต่อจากนี้เราก็จะได้อยู่ห้องเดียวกันแล้ว”ถ้าเป็นแบบนี้ได้จะดีที่สุดเลยไม่นานก็ถึงช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจเลือกสายการเรียนกันจริง ๆตั้งแต่วันที่เจี่ยนจือได้เจอกับเวินถิงเยี่ยนหน้าโรงเรียนในวันนั้น เมิ่งเฉิงซ่งกับเวินถิงเยี่ยนก็มีเรื่องไม่ลงรอยกัน ตั้งแต่นั้นมาเวินถิงเยี่ยนก็ไม่สนใจเจี่ยนจืออีกเลยเวลาเก็บการบ้านก็ไม่คุยกับเธอ แค่หยิบการบ้านบนโต๊ะแล้วสะบัดหน้าเดินไปเลยถ้าเป็นเจี่ยนจือที่อยู่ในวัยมัธยมจริง ๆ เธอคนนั้นคงจะเสียใจมากสินะ?แต่ตอนนี้ไม่ใช่……ตอนนี้เธอคือเจี่ยนจือที่อายุขึ้นเลขสามเจี่ยนจือในช่วงอายุสิบหกถึงสิบแปดปี ความสุขและความเศร้าของเธอล้วนขึ้นอยู่กับเวินถิงเยี่ยน ส่วนเจี่ยนจือในว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 624

    ชั่วขณะนั้น สีหน้าของเวินถิงเยี่ยนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนแทบจับอารมณ์ไม่ถูก ทั้งอับอายทั้งกระอักกระอ่วนราวกับหาทางลงไม่ได้ สุดท้ายความอับอายก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ “เรื่องของฉันกับเจี่ยนจือ พวกเรามีแผนกันอยู่แล้ว เกี่ยวอะไรกับนายด้วย?”“ไม่” เมิ่งเฉิงซ่งสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “มันเป็นเรื่องของเจี่ยนจือ ไม่ว่าจะฉันหรือนาย ก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเรื่องนี้ทั้งนั้น!เธอเต้นรำได้ดีขนาดนั้น แถมยังเคยได้รางวัลจากการแสดงนาฏศิลป์จีนตั้งไม่รู้เท่าไหร่ คนแบบนี้ควรจะได้ไปเรียนในสถาบันนาฏศิลป์ที่ดีที่สุด ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาขวางเธอ!”“ฉันไปห้ามไม่ให้เจี่ยนจือเข้าเรียนในสถาบันที่ดีที่สุดตั้งแต่เมื่อไหร่?” เวินถิงเยี่ยนตวาดเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก“การที่นายให้เธอเลือกสายวิทย์ มันก็เท่ากับจำกัดทางเลือกของเธอตั้งแต่การเลือกมหาวิทยาลัยไปจนถึงสาขาที่จะเรียนแล้ว!” เสียงของเมิ่งเฉิงซ่งเองก็ดังไม่แพ้กันเวินถิงเยี่ยนโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด เขาใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้ สุดท้ายเขาก็หันไปกระซิบกับเจี่ยนจือว่า “เจี่ยนจือ ไม่ว่าเธอจะเลือกเรียนสายไหนมันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 623

    ดังนั้น ไม่ว่าเธอจะย้อนกลับมาที่อดีตหรือไม่ มีอยู่สองเรื่องที่เธอต้องทำเรื่องแรก คือห้ามให้ตัวเธอในตอนนี้ตกหลุมรักเวินถิงเยี่ยนอีก ส่วนอีกเรื่องคือไม่ปล่อยให้เวินถิงเยี่ยนตกหลุมรักลั่วอวี่เฉิง ถ้าเป็นแบบนี้ เวินถิงเยี่ยนก็จะไม่ดื่มเหล้าจนเมามายขาดสติเพราะสูญเสียลั่วอวี่เฉิง เธอเองก็จะไม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เพราะช่วยเวินถิงเยี่ยน ยิ่งกว่านั้นก็จะไม่ต้องแต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน ส่วนเวินถิงเยี่ยนเองก็ไม่จำเป็นต้องมาช่วยชีวิตเธอในภายหลัง……ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปต่อให้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝัน แต่ตราบใดที่เธอยังอยู่ในฝันนี้เพิ่มขึ้นอีกวัน เธอก็จะพยายามทำสองเรื่องนี้ให้สำเร็จในทุก ๆ วันถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาล่ะ?ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่เธอกลับเข้ามาในฝันล้วนแตกต่างกันไป บางครั้งเป็นช่วงก่อนเรียนจบ บางครั้งก็เป็นช่วงที่คุณย่าของเวินถิงเยี่ยนป่วย บางครั้งก็เป็นตอนที่เธอเพิ่งขึ้นมัธยมปลาย ซึ่งทุกอย่างยังไม่ทันเกิดขึ้นแต่ครั้งนี้ เธอกลับมาอยู่ในช่วงเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา เป็นช่วงเวลาที่เรื่องราวทั้งหมดยังไม่ทันเริ่มต้นขึ้นคุณย่าของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ป่วย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status