แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา

ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...

อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."

ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."

ทุกคนมองไปที่ขอบประตู

พากันตกตะลึงหมดแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"

ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก

ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"

เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?

"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ

"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ

เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน

เธอรีบหลบเขา

"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"

ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"

เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "

แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก

อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"

"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน

ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง

"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้

"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น

เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง

"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน

เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้

ดังนั้น ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก คนอื่นก็ไม่กล้าพูดมากอีก

"เจี่ยนจือ" สายตาที่เขามองเธอเรียบเฉยเหมือนเดิม แตกต่างกับสายตาเป็นประกายในวิดีโอของลั่วอวี่เฉิงโดยสิ้นเชิง "พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทฉันมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ล้อเล่นเอง เธอเห็นหน้าแก่ฉัน ให้อภัยพวกเขาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"พี่สะใภ้..." ลั่วอวี่เฉิงยืนบุ้ยปากอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยน "ถ้าจะโกรธจริง ๆ ก็โกรธฉันคนเดียวเถอะค่ะ อย่าเมินอาเยี่ยนเลย พวกเขานัดสังสรรค์กันวันนี้ก็เพราะฉันกลับมา... อาเยี่ยน ชวนภรรยานายอยู่ทานข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันจะดื่มเหล้าขอโทษเธอเอง"

"หึหึ ยัยนี่มันสตรอเบอรี่จริง ๆ " เจี่ยนจือคิดในใจ

"ขอโทษนะ" เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยน ที่ลั่วอวี่เฉิงกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะเขาให้ท้าย! เธอข่มกลั้นความขมขื่นในใจ "ฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเหล้ารสสตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งไม่ดื่ม"

ลั่วอวี่เฉิงแทบจะร้องไห้ทันที เธอหันไปมองเวินถิงเยี่ยน "อาเยี่ยน เธอว่าฉันเหรอ ฉัน..." แล้วทำท่าเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้เข้าใจฉันผิด จะว่าฉันบ้างก็ไม่เป็นไร นายอย่าโทษเธอนะ..."

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจี่ยนจือ เฉิงเฉิงเจตนาดีนะ เธอต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ"

เจตนาดีงั้นเหรอ?

มีแต่คนโง่ล่ะมั้งที่คิดว่าคำพูดนี้คือเจตนาดี?

เวินถิงเยี่ยนเป็นคนโง่เหรอ?

ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เลือกที่จะลำเอียงระหว่างฝ่ายถูกและฝ่ายผิดเท่านั้นเอง

ใจของเขาเอนเอียงไปทางไหน ทางนั้นก็คือฝ่ายถูก

เจี่ยนจือมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า และคนอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังพวกเขา รู้สึกเพียงว่าระหว่างเธอกับพวกเขามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้กั้นอยู่

พวกเขาต่างหากที่ยืนอยู่แนวรบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่มั่นคง ส่วนเธอเป็นแค่คนนอกที่บุกรุกเข้ามาในโลกของพวกเขา ไม่สิ เธอไม่เคยเบียดเข้าไปในโลกของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แม้แต่วนเวียนอยู่รอบนอกก็เป็นส่วนเกินแล้ว

เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ส่งเสียง "หึ" เบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป

ด้านหลัง เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้น "อาเยี่ยน พี่สะใภ้..."

"ไม่เป็นไรหรอก เธอเข้าใจอะไรง่ายมาก เดี๋ยวฉันกลับไปง้อนิดเดียวก็หายแล้ว มา เรามาต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจเธอหรอก"

ลับหลังคนอื่น เขาหันไปมองแผ่นหลังของเจี่ยนจือ แล้วส่งข้อความถึงคนขับรถว่าให้ขับไปส่งเธอ

เจี่ยนจืออยากจะเดินออกไปอย่างสง่างามและมั่นคงขึ้นหน่อย แต่เพราะขาของเธอ เธอจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ก็ยิ่งเดินโซเซมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้ ท่าทางที่เธอกำลังวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลและร้อนรนแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่อาเหวินเลียนแบบเธอหรือเปล่านะ?

หลังจากเธอไปแล้ว พวกเขาต้องหัวเราะลั่นห้องแน่ ๆ เลยสินะ?

เธอปาดน้ำตาอย่างแรง เดินเร็วขึ้นแล้ว โซเซมากขึ้นเช่นกัน...

รอจนคนขับรถของเวินถิงเยี่ยนวิ่งตามออกมา นอกร้านอาหารก็ไม่มีเงาของเจี่ยนจืออีกแล้ว

คนขับรถจึงกลับมารายงานเวินถิงเยี่ยน

เวินถิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโทรหาเจี่ยนจือ แต่เจี่ยนจือไม่รับสาย ทั้งยังกดตัดสายทิ้ง พอโทรซ้ำอีกครั้งก็ปิดเครื่องไปแล้ว

เดิมทีอาเหวินก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งพูดขึ้นว่า "อาเยี่ยน พี่สะใภ้เป็นแบบนี้ก็เพราะนายตามใจนั่นแหละ ด้วยฐานะกับภาพลักษณ์ของนายตอนนี้ มีใครแต่งงานกับนายแล้วจะไม่เอาใจบ้าง เธอยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายนี่ใจเย็นเกินไปจริง ๆ"

เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร

"อาเหวินพูดถูก นายทุ่มเทเพื่อเธอ ทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะ ออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้ แต่เธอดันไม่เห็นใจนาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายคู่ควรจะได้รับเหรอ?" คนอื่น ๆ ช่วยอาเหวินพูด

"นั่นสิ ที่นายแต่งงานกับเธอ ก็ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว ไม่งั้นคนขาเป๋อย่างเธอ ต่อไปใครจะเอาล่ะ ถ้านายไม่เอาเธอ เธอก็คงต้องแต่งงานกับคนพิการเท่านั้นแหละ"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
มีความอยากแต่งงานกับเธออาวุธพูดถูกนายทุ่มเทเพื่อเธอทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้เลยทำเธอมีใจนาย
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 616

    เจี่ยนจือฝันมาถึงตรงนี้ก็ตื่นขึ้นจากห้วงฝัน กลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริงหลังตื่นจากความฝัน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกพุดซ้อนยังคงลอยอยู่ในอากาศ แต่เธอกลับนึกไม่ออกเลยว่า ตอนเรียนมัธยมปลายเคยเกิดเหตุการณ์แบบที่เห็นในความฝันขึ้นจริงหรือไม่ทำไมเวินถิงเยี่ยนถึงทะเลาะกับเมิ่งเฉิงซ่งล่ะ?ทำไมเมิ่งเฉิงซ่งถึงพูดกับเวินถิงเยี่ยนแบบนั้น?เธอไม่เข้าใจเลย เธอลืมเรื่องนี้ไปหรือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกันแน่แต่ถ้าไม่เคยเกิดเรื่องนี้ขึ้นจริง ๆ แล้วทำไมถึงได้มาโผล่ในฝันของเธอล่ะ แถมภาพยังชัดเจนแบบนั้นอีก?เดิมทีวันนี้เธอต้องไปมหาวิทยาลัย แต่ตอนที่ตื่นขึ้นมาเธอคิดว่ายังเป็นช่วงเช้าอยู่ แต่พอดูเวลากลับพบว่าเป็นเวลาบ่ายสามโมงเย็นแล้วเธอหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ?เธอรีบสาวเท้าลงมาชั้นล่าง ก็เห็นคุณย่ากำลังครุ่นคิดอยู่ว่ามื้อเย็นวันนี้จะทำอะไรกินดี“คุณย่า ทำไมหนูหลับไปนานขนาดนั้นล่ะคะ?” ดูท่าว่าวันนี้ไม่ต้องไปมหาวิทยาลัยแล้วแหละคุณย่าหันกลับมายิ้มให้เธอ “นั่นสิ ป้าหลานบอกว่าช่วงนี้หลานน่าจะเหนื่อยมาก ก็เลยไม่ปลุก หลานจะได้พักผ่อนเยอะ ๆ ”เธอไม่ได้เหนื่อย แค่ฝันบ่อยเกินไปเท่านั้น“เป็นอะ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 615

    “คุณหนู?” คนขับรถเองก็ปีนข้ามรั้วมา เพราะรู้สึกว่าสีหน้าของเธอดูแปลกไปเจี่ยนจือรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงที่มีถูกสูบออกไปจนหมด เธอที่เอนกายพิงรั้วอยู่ค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ตอนที่บอดี้การ์ดเอ่ยปากเรียกเธออีกครั้ง เธอก็นั่งกอดเข่าและร้องไห้ออกมา เมื่อความเครียดและความกดดันที่สะสมไว้ทะลักออกมาก็ยากที่จะหยุดร้องไห้ได้เวินถิงเยี่ยน!นายไม่รักษาสัญญาอีกแล้วนะ!ไหนบอกว่าออกจากโรงพยาบาลแล้วจะบอกไง?ไอ้บ้าเอ๊ย!ชาตินี้จะเชื่อนายสักครั้งไม่ได้เลยหรือไง?แต่เจี่ยนจือรู้ดีว่าเหตุผลที่เวินถิงเยี่ยนจากไปโดยไม่บอกไม่กล่าว ก็เพราะอาการของเขาคงไม่ดีแล้วจู่ ๆ เธอก็เงยหน้าขึ้นมองบอดี้การ์ดตรงหน้าบอดี้การ์ดพวกนี้ล้วนเป็นคนสนิทของพี่ชายเธอ พวกเขาจะรู้หรือเปล่าว่าเวินถิงเยี่ยนอยู่ที่ไหน?“ค่ารักษาของเวินถิงเยี่ยนที่โรงพยาบาลเท่าไหร่?” เธอจ้องบอดี้การ์ดเขม็งบอดี้การ์ดที่จู่ ๆ ถูกถามโดยไม่ทันตั้งตัวชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าดูลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตอบว่า “ไม่ทราบครับ”“คุณรอสซีสั่งพวกนายว่ายังไง?”“เขา……” บอดี้การ์ดได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี จึงไม่หลงกลเธอ เขาตอบเพียงว่า “ผมไม่ทราบครับ หน้าที่ของผม

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 614

    คนเรามักจะชอบพูดกันว่า บนโลกนี้ไม่มีใครสามารถเข้าใจความรู้สึกของอีกคนได้อย่างแท้จริงมีสิทำไมจะไม่มีล่ะ?เจี่ยนจือในตอนนี้ เข้าใจความรู้สึกของเขาดีเลยล่ะเมื่อเจ็ดปีก่อนเธอก็เคยเป็นแบบนี้ มักจะพูดติดปากเสมอว่า “ไม่เจ็บ ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันก็หายแล้ว ไม่ต้องห่วง” แต่ว่าจะไม่เจ็บได้ยังไงล่ะ?จะไม่เป็นกังวลได้ยังไงล่ะ?แต่ว่าเขาดันใช้แววตาอ้อนวอนแบบนั้นมองไปที่คุณย่า และหันกลับมามองเธอด้วยเช่นกัน “คุณย่า จือจือ ถือว่าอาเยี่ยนขอนะครับ หลังจากนี้ไม่ต้องมาเยี่ยมแล้วนะ?ผมไม่อยากให้พวกคุณย่าต้องเห็นผมหมดสภาพจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบบนี้ รอผมหายดีเมื่อไหร่ จะเอาหน้าหล่อ ๆ ไปให้พวกคุณย่าเห็นแน่นอน นะครับ?”คุณย่าถอนหายใจออกมาก่อนจะพยักหน้ารับ “ได้สิ”“จือจือ?” เขาหันกลับมามองเธออีกครั้งเจี่ยนจือสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามกลั้นความแสบร้อนที่ปลายจมูกเอาไว้ ก่อนจะพยักหน้า“งั้นสัญญากับย่านะ พอออกจากโรงพยาบาลแล้วต้องบอกย่า ย่าจะไปรับมากินของอร่อยด้วยกัน” คุณย่ากำชับด้วยน้ำเสียงจริงจังเวินถิงเยี่ยนพยักหน้า “ครับ ผมจะบอกแน่นอน”ด้วยเหตุนี้ นับจากวันนั้น เจี่ยนจือกับคุณย่าจึงไม่ได้ไปเยี่ยมเขาที

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 613

    วันที่หนึ่งของปีใหม่จีนเจี่ยนจือหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน ตอนหลับก็ฝันถึงช่วงมัธยมปลาย พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง กว่าเธอจะได้หลับสนิทจริง ๆ ก็ปาเข้าไปเกือบรุ่งเช้า แล้วกว่าจะตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบเที่ยงแล้วเจี่ยนจือลงมาชั้นล่าง ก็เห็นว่าคุณย่าจัดอาหารกลางวันใส่กล่องเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเอาไปส่งที่โรงพยาบาลนอกจากอาหารจีนแล้ว คุณย่ายังเตรียมอาหารตะวันตกไว้ด้วยเพราะกลัวว่าแอนนาจะกินไม่ได้“คุณย่า ทำไมไม่ปลุกหนูล่ะคะ?” ดูจากท่าทางแล้ว ถ้าเธอไม่เดินลงมาเอง คุณย่าก็คงจะไปโรงพยาบาลคนเดียวแน่ ๆ แววตาคุณย่ามีประกายความกังวลวูบไหวอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว หากไม่สังเกตให้ดีคงมองไม่ออกเลย “ไม่เห็นจำเป็นเลยนี่นา ไปเยี่ยมเขาเป็นน้ำใจของย่าเอง”“รอเดี๋ยวนะคะ หนูไปด้วย” เจี่ยนจือเดาว่าที่คุณย่าทำแบบนี้ก็เพราะเวินถิงเยี่ยนในตอนนี้เหมือนกับเธอเมื่อปีนั้น ที่ยอมเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยพวกเธอ แต่ว่าครั้งนี้คนที่เวินถิงเยี่ยนช่วยไม่ได้มีแค่คุณย่าเท่านั้น ยังมีเธอด้วย ……ตอนที่พวกเธอมาถึงที่โรงพยาบาล ประตูห้องพักผู้ป่วยนั้นปิดอยู่ เจี่ยนจือจึง

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 612

    เธอถือโทรศัพท์ไว้ในมือ เลื่อนดูคลิปต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่กลับไม่มีอะไรเข้าสมองเลยสักอย่างเธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรออะไรอยู่สุดท้ายสิ่งที่เธอรอก็ไม่ได้เกิดขึ้น เธอค่อย ๆ ผล็อยหลับไปทั้งที่ยังถือโทรศัพท์อยู่ในมือเธอเริ่มฝัน ภาพในความฝันคือเมืองทั้งเมืองที่ประดับประดาด้วยกระดาษกลอนคู่ที่เขียนคำอวยพรรับปีใหม่ คืนนั้นก็เป็นคืนส่งท้ายปีเก่าเช่นกัน หลังจากออกจากบ้านคุณย่า เธอก็หอบไก่อบครึ่งตัวที่ตั้งใจจะเอาไปให้เวินถิงเยี่ยนติดมือมาด้วยวันนี้เป็นตรุษจีนปีแรกที่เวินถิงเยี่ยนไม่มีคุณย่าอยู่เคียงข้างคุณย่าเวินจากโลกนี้ไปแล้วช่วงนี้อากาศหนาวจัด พออยู่ข้างนอกนาน ๆ ก็เริ่มรู้สึกหนาวจนเข้ากระดูก ไม่ต่างอะไรจากแววตาเย็นเยียบของเวินถิงเยี่ยนในช่วงที่ผ่านมาเวินถิงเยี่ยนกับคุณย่าของเขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นมรดกเพียงชิ้นเดียวที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้——ที่ซุกหัวนอนปลายเท้าเธอเคยไปที่นั่นครั้งหนึ่งจึงพอจำทางได้ แต่ในค่ำคืนที่ทั่วทั้งเมืองสว่างไสวด้วยแสงไฟประดับจากบ้านเรือน บ้านของเวินถิงเยี่ยนกลับปิดไฟมืดสนิทเธอจินตนาการออกเลยว่า ในคืนที่ทุกครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ห

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 611

    คนเฒ่าคนแก่มักมีความเชื่อที่ว่าต้องเลี้ยงลูกหลานให้กินดีอยู่ดี มีน้ำมีนวล เวินถิงเยี่ยนเอียงหน้าซบฝ่ามือของคุณย่า ดวงตาชื้นด้วยหยาดน้ำตาจนเป็นประกายวาววับ ริมฝีปากที่ซีดขาวสั่นระริก “ครับ……”“ต้องเชื่อฟังนะ” คุณย่ากำชับเวินถิงเยี่ยนเสียงเข้ม “เชื่อฟังคุณหมอ เชื่อฟังแอนนา แล้วก็ต้องเชื่อฟังย่าด้วยนะ!”“ครับ” เวินถิงเยี่ยนพยักหน้ารับพอกำชับเสร็จ คุณย่าและเจี่ยนจือถึงได้ออกจากห้องไปไม่รู้ว่าเพราะเจี่ยนจือคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่าตอนนี้ทั้งคุณย่าและแอนนาต่างก็ดูเปลี่ยนไปนัยน์ตาของคุณย่ามีประกายความหนักแน่นฉายวาบอยู่ ส่วนเมื่อกี้ตอนที่เดินผ่านแอนนา เหมือนเจี่ยนจือจะสังเกตเห็นร่องรอยการร้องไห้บนใบหน้าของเธอตอนที่เดินออกมาจากห้องพัก เจี่ยนจือหันกลับไปมองอีกครั้ง เธอเห็นเพียงแผ่นหลังของแอนนาที่ยืนอยู่ตรงเตียงผู้ป่วยของเวินถิงเยี่ยน จนมองไม่เห็นตัวเวินถิงเยี่ยนเลย“คุณย่าคะ” เจี่ยนจือเอ่ยถามตอนที่กำลังเดินอยู่บนโถงทางเดินในโรงพยาบาล “คุณย่าคุยอะไรกับแอนนาเหรอคะ?”คุณย่าพยักหน้ารับ “อืม”“อะไรเหรอคะ?” เจี่ยนจือเริ่มกระวนกระวาย “เรื่องอาการบาดเจ็บของเวินถิงเยี่ยนเหรอคะ?อา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status