Share

บทที่ 3

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา

ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...

อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."

ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."

ทุกคนมองไปที่ขอบประตู

พากันตกตะลึงหมดแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"

ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก

ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"

เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?

"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ

"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ

เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน

เธอรีบหลบเขา

"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"

ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"

เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "

แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก

อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"

"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน

ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง

"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้

"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น

เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง

"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน

เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้

ดังนั้น ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก คนอื่นก็ไม่กล้าพูดมากอีก

"เจี่ยนจือ" สายตาที่เขามองเธอเรียบเฉยเหมือนเดิม แตกต่างกับสายตาเป็นประกายในวิดีโอของลั่วอวี่เฉิงโดยสิ้นเชิง "พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทฉันมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ล้อเล่นเอง เธอเห็นหน้าแก่ฉัน ให้อภัยพวกเขาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"พี่สะใภ้..." ลั่วอวี่เฉิงยืนบุ้ยปากอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยน "ถ้าจะโกรธจริง ๆ ก็โกรธฉันคนเดียวเถอะค่ะ อย่าเมินอาเยี่ยนเลย พวกเขานัดสังสรรค์กันวันนี้ก็เพราะฉันกลับมา... อาเยี่ยน ชวนภรรยานายอยู่ทานข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันจะดื่มเหล้าขอโทษเธอเอง"

"หึหึ ยัยนี่มันสตรอเบอรี่จริง ๆ " เจี่ยนจือคิดในใจ

"ขอโทษนะ" เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยน ที่ลั่วอวี่เฉิงกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะเขาให้ท้าย! เธอข่มกลั้นความขมขื่นในใจ "ฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเหล้ารสสตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งไม่ดื่ม"

ลั่วอวี่เฉิงแทบจะร้องไห้ทันที เธอหันไปมองเวินถิงเยี่ยน "อาเยี่ยน เธอว่าฉันเหรอ ฉัน..." แล้วทำท่าเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้เข้าใจฉันผิด จะว่าฉันบ้างก็ไม่เป็นไร นายอย่าโทษเธอนะ..."

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจี่ยนจือ เฉิงเฉิงเจตนาดีนะ เธอต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ"

เจตนาดีงั้นเหรอ?

มีแต่คนโง่ล่ะมั้งที่คิดว่าคำพูดนี้คือเจตนาดี?

เวินถิงเยี่ยนเป็นคนโง่เหรอ?

ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เลือกที่จะลำเอียงระหว่างฝ่ายถูกและฝ่ายผิดเท่านั้นเอง

ใจของเขาเอนเอียงไปทางไหน ทางนั้นก็คือฝ่ายถูก

เจี่ยนจือมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า และคนอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังพวกเขา รู้สึกเพียงว่าระหว่างเธอกับพวกเขามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้กั้นอยู่

พวกเขาต่างหากที่ยืนอยู่แนวรบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่มั่นคง ส่วนเธอเป็นแค่คนนอกที่บุกรุกเข้ามาในโลกของพวกเขา ไม่สิ เธอไม่เคยเบียดเข้าไปในโลกของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แม้แต่วนเวียนอยู่รอบนอกก็เป็นส่วนเกินแล้ว

เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ส่งเสียง "หึ" เบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป

ด้านหลัง เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้น "อาเยี่ยน พี่สะใภ้..."

"ไม่เป็นไรหรอก เธอเข้าใจอะไรง่ายมาก เดี๋ยวฉันกลับไปง้อนิดเดียวก็หายแล้ว มา เรามาต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจเธอหรอก"

ลับหลังคนอื่น เขาหันไปมองแผ่นหลังของเจี่ยนจือ แล้วส่งข้อความถึงคนขับรถว่าให้ขับไปส่งเธอ

เจี่ยนจืออยากจะเดินออกไปอย่างสง่างามและมั่นคงขึ้นหน่อย แต่เพราะขาของเธอ เธอจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ก็ยิ่งเดินโซเซมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้ ท่าทางที่เธอกำลังวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลและร้อนรนแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่อาเหวินเลียนแบบเธอหรือเปล่านะ?

หลังจากเธอไปแล้ว พวกเขาต้องหัวเราะลั่นห้องแน่ ๆ เลยสินะ?

เธอปาดน้ำตาอย่างแรง เดินเร็วขึ้นแล้ว โซเซมากขึ้นเช่นกัน...

รอจนคนขับรถของเวินถิงเยี่ยนวิ่งตามออกมา นอกร้านอาหารก็ไม่มีเงาของเจี่ยนจืออีกแล้ว

คนขับรถจึงกลับมารายงานเวินถิงเยี่ยน

เวินถิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโทรหาเจี่ยนจือ แต่เจี่ยนจือไม่รับสาย ทั้งยังกดตัดสายทิ้ง พอโทรซ้ำอีกครั้งก็ปิดเครื่องไปแล้ว

เดิมทีอาเหวินก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งพูดขึ้นว่า "อาเยี่ยน พี่สะใภ้เป็นแบบนี้ก็เพราะนายตามใจนั่นแหละ ด้วยฐานะกับภาพลักษณ์ของนายตอนนี้ มีใครแต่งงานกับนายแล้วจะไม่เอาใจบ้าง เธอยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายนี่ใจเย็นเกินไปจริง ๆ"

เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร

"อาเหวินพูดถูก นายทุ่มเทเพื่อเธอ ทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะ ออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้ แต่เธอดันไม่เห็นใจนาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายคู่ควรจะได้รับเหรอ?" คนอื่น ๆ ช่วยอาเหวินพูด

"นั่นสิ ที่นายแต่งงานกับเธอ ก็ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว ไม่งั้นคนขาเป๋อย่างเธอ ต่อไปใครจะเอาล่ะ ถ้านายไม่เอาเธอ เธอก็คงต้องแต่งงานกับคนพิการเท่านั้นแหละ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
มีความอยากแต่งงานกับเธออาวุธพูดถูกนายทุ่มเทเพื่อเธอทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้เลยทำเธอมีใจนาย
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 612

    เธอถือโทรศัพท์ไว้ในมือ เลื่อนดูคลิปต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่กลับไม่มีอะไรเข้าสมองเลยสักอย่างเธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรออะไรอยู่สุดท้ายสิ่งที่เธอรอก็ไม่ได้เกิดขึ้น เธอค่อย ๆ ผล็อยหลับไปทั้งที่ยังถือโทรศัพท์อยู่ในมือเธอเริ่มฝัน ภาพในความฝันคือเมืองทั้งเมืองที่ประดับประดาด้วยกระดาษกลอนคู่ที่เขียนคำอวยพรรับปีใหม่ คืนนั้นก็เป็นคืนส่งท้ายปีเก่าเช่นกัน หลังจากออกจากบ้านคุณย่า เธอก็หอบไก่อบครึ่งตัวที่ตั้งใจจะเอาไปให้เวินถิงเยี่ยนติดมือมาด้วยวันนี้เป็นตรุษจีนปีแรกที่เวินถิงเยี่ยนไม่มีคุณย่าอยู่เคียงข้างคุณย่าเวินจากโลกนี้ไปแล้วช่วงนี้อากาศหนาวจัด พออยู่ข้างนอกนาน ๆ ก็เริ่มรู้สึกหนาวจนเข้ากระดูก ไม่ต่างอะไรจากแววตาเย็นเยียบของเวินถิงเยี่ยนในช่วงที่ผ่านมาเวินถิงเยี่ยนกับคุณย่าของเขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นมรดกเพียงชิ้นเดียวที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้——ที่ซุกหัวนอนปลายเท้าเธอเคยไปที่นั่นครั้งหนึ่งจึงพอจำทางได้ แต่ในค่ำคืนที่ทั่วทั้งเมืองสว่างไสวด้วยแสงไฟประดับจากบ้านเรือน บ้านของเวินถิงเยี่ยนกลับปิดไฟมืดสนิทเธอจินตนาการออกเลยว่า ในคืนที่ทุกครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ห

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 611

    คนเฒ่าคนแก่มักมีความเชื่อที่ว่าต้องเลี้ยงลูกหลานให้กินดีอยู่ดี มีน้ำมีนวล เวินถิงเยี่ยนเอียงหน้าซบฝ่ามือของคุณย่า ดวงตาชื้นด้วยหยาดน้ำตาจนเป็นประกายวาววับ ริมฝีปากที่ซีดขาวสั่นระริก “ครับ……”“ต้องเชื่อฟังนะ” คุณย่ากำชับเวินถิงเยี่ยนเสียงเข้ม “เชื่อฟังคุณหมอ เชื่อฟังแอนนา แล้วก็ต้องเชื่อฟังย่าด้วยนะ!”“ครับ” เวินถิงเยี่ยนพยักหน้ารับพอกำชับเสร็จ คุณย่าและเจี่ยนจือถึงได้ออกจากห้องไปไม่รู้ว่าเพราะเจี่ยนจือคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่าตอนนี้ทั้งคุณย่าและแอนนาต่างก็ดูเปลี่ยนไปนัยน์ตาของคุณย่ามีประกายความหนักแน่นฉายวาบอยู่ ส่วนเมื่อกี้ตอนที่เดินผ่านแอนนา เหมือนเจี่ยนจือจะสังเกตเห็นร่องรอยการร้องไห้บนใบหน้าของเธอตอนที่เดินออกมาจากห้องพัก เจี่ยนจือหันกลับไปมองอีกครั้ง เธอเห็นเพียงแผ่นหลังของแอนนาที่ยืนอยู่ตรงเตียงผู้ป่วยของเวินถิงเยี่ยน จนมองไม่เห็นตัวเวินถิงเยี่ยนเลย“คุณย่าคะ” เจี่ยนจือเอ่ยถามตอนที่กำลังเดินอยู่บนโถงทางเดินในโรงพยาบาล “คุณย่าคุยอะไรกับแอนนาเหรอคะ?”คุณย่าพยักหน้ารับ “อืม”“อะไรเหรอคะ?” เจี่ยนจือเริ่มกระวนกระวาย “เรื่องอาการบาดเจ็บของเวินถิงเยี่ยนเหรอคะ?อา

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 610

    “เธอโกรธเหรอ?”จู่ ๆ มือของเธอก็ถูกคว้าเอาไว้พอก้มลงมอง คนที่นอนซูบโทรมอยู่บนเตียง ริมฝีปากออกสีม่วงคล้ำ ดวงตาที่ลึกโหลคู่นั้นกำลังมองเธออย่างลึกซึ้ง มือผอมจนเห็นกระดูกที่ยื่นออกมาจากใต้ผ้าห่มกำลังจับนิ้วของเธอไว้อย่างไร้เรี่ยวแรงเธอดึงมือของตัวเองออก แล้วจับมือเขายัดกลับเข้าไปใต้ผ้าห่ม บรรยากาศผ่อนคลายที่เขาจงใจสร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็พังทลายลงในชั่วขณะนั้น“ทำไมถึงผอมขนาดนี้?” จมูกของเจี่ยนจือพลันแสบขึ้นมา อารมณ์ที่เธอพยายามกดเอาไว้มาตลอดก็แทบจะควบคุมไม่อยู่ในทันที“ร้องไห้ทำไม?” เขาเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าราวกับยังมีรอยยิ้มเจืออยู่ “ก็...อาหารฝรั่งมันไม่อร่อยนี่นา”“งั้นก็ขอให้หายไว ๆ...” เดิมทีเธออยากจะพูดว่าแล้วจะมาอยู่ยุโรปทำไม? อยู่ที่ประเทศไม่ดีกว่าเหรอ? แต่พอนึกอีกที ไม่ใช่สิ แอนนาอยู่ที่นี่ เขาก็คงต้องอยู่กับแอนนาแน่นอน จึงเปลี่ยนคำพูดเป็น “นายเองก็ทำอาหารเป็นไม่ใช่เหรอ? งั้นก็จ้างเชฟจีนมาสักคนสิ”“จะลำบากทำไม!” เขาฝืนยิ้ม “ตอนนี้ฉันก็ดีอยู่ ลดน้ำหนักหน่อยก็ดี อีกไม่นานจะสามสิบแล้ว อย่ามีพุงก็พอ”“อย่างนายเนี่ยนะจะมีพุง!” ผอมจนแทบเหลือแต่กระดูกแล้ว! เจี่ยนจือบ่นออกมา คว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 609

    เจี่ยนจือแกะอั่งเปาออกตามที่เขาบอก เขายังคงถามไม่หยุด “เป็นปอนด์...หรือหยวนกันนะ...”เขาน่าจะทรมานมากแล้ว ทุกครั้งที่พูดออกมาหนึ่งประโยคก็ดูยากลำบาก แต่ก็ยังฝืนจะพูดเจี่ยนจืออดถลึงตาใส่เขาไม่ได้ “ไม่สบายก็อย่าพูดมากสิ”เขายิ้ม แต่ไม่รู้ว่าไปสะเทือนโดนตรงไหนเข้าเลยรู้สึกเจ็บขึ้นมา รอยยิ้มจึงดูบิดเบี้ยว “จะไม่พูดได้ยังไง? ฉันอยากพูดนี่นา”เจี่ยนจือแกะอั่งเปาออก ข้างในเป็นธนบัตรร้อยหยวนใหม่เอี่ยมหนึ่งปึก เธอยกให้เขาดู “เป็นเงินหยวน แดงสดเลย ดูเป็นสิริมงคลไหม?”“อืม” เขามองเงินในอั่งเปาแล้วเอ่ยอย่างทอดถอนใจ “คุณย่ามักจะเตรียมธนบัตรใหม่เอี่ยมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อใส่อั่งเปาให้พวกเราเหมือนเมื่อก่อนเลย ฉันจำได้ว่ามีอยู่สองสามปีที่เป็นเลขเรียงกันทั้งหมดเลยด้วย”นี่คือพิธีเล็ก ๆ ที่คุณย่ายึดถือมาตลอดเจี่ยนจือใส่เงินกลับเข้าไป“ถ้าปีใหม่ฉันให้เงินคุณย่าจะถือว่าล้ำเส้นไหม?” จู่ ๆ เขาก็ถามขึ้นมามือของเจี่ยนจือที่กำอั่งเปาอยู่ชะงักเล็กน้อยตลอดห้าปีที่พวกเขาแต่งงานกัน เขาใจกว้างเรื่องเงินมากจริง ๆ ทุกช่วงปีใหม่ คุณย่าให้อั่งเปาเขาเท่าไร เขาก็มักจะให้เงินคุณย่ากลับสิบเท่าหรือหลายสิบเ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 608

    เวินถิงเยี่ยนยังรู้สึกตัวอยู่สีหน้าของเขาซีดเทาผิดปกติ บวกกับตลอดสองปีมานี้เขาผอมลงไปมากจริง ๆ ผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวราบเรียบจนแทบไม่มีส่วนไหนนูนขึ้นมา ทั้งร่างดูซูบโทรมและโรยรามีเพียงดวงตาคู่นั้นที่พลันเปล่งประกายขึ้นมาทันทีที่เห็นเธอกับคุณย่า“คะ...คุณย่า...” เขาเรียกเสียงสั่น ดวงตาวาววับพอเข้าไปใกล้ ถึงได้เห็นว่าแสงในดวงตาคู่นั้นคือน้ำตาคุณย่าเดินเข้าไปใกล้ มองเขาแล้วถามเสียงเบา “เจ็บไหม?”ขอบตาของเวินถิงเยี่ยนแดงขึ้นทันที “มะ...ไม่เจ็บครับ”คุณย่าไม่เอ่ยถึงเรื่องอื่น เธอเพียงยิ้มแล้ววางอาหารที่นำมาจากบ้านไว้บนโต๊ะข้างเตียง “ปีใหม่แล้ว ย่าทำอาหารแบบไห่เฉิงมานิดหน่อย ปีใหม่ของคนจีนก็ต้องกินอาหารจีนสิ”“ขอบคุณครับ...คุณย่า...” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยอย่างยากลำบากด้วยเสียงแหบพร่า“เด็กโง่ ไม่สบายก็ไม่ต้องพูด ย่ารู้อยู่แล้ว” คุณย่าเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน ก่อนจะหยิบอั่งเปาออกมาอีกซอง แล้ววางไว้บนโต๊ะ “วันนี้วันส่งท้ายปีเก่า เด็ก ๆ ทุกคนต้องได้อั่งเปา ขอให้พวกเธออายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรงตลอดไป”คำว่า “อายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรง” ทำให้เวินถิงเยี่ยนกลั้นไม่อยู่ เขาหลับตาลง หางตามีน้ำตาว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 607

    วันรุ่งขึ้น เจี่ยงอวี๋ฝานก็ส่งข้อความหาเจี่ยนจือว่า: พี่ วันนี้ตอนบ่ายพี่ชายหนูจะขึ้นเครื่องกลับประเทศแล้ว หนูก็เตรียมจะกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับเขาด้วย สุขสันต์วันปีใหม่นะพี่ ไว้เจอกันปีหน้าค่ะ!เจี่ยนจือตอบกลับ: สุขสันต์วันปีใหม่นะเจี่ยนหลานไม่ได้กลับบ้านเลยหลายวันติดต่อกัน เขาเพียงโทรกลับมาบอกคนในบ้านว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขากำลังยุ่งอยู่ข้างนอกเจี่ยนจือคิดว่าพี่ชายของเธอน่าจะกำลังจัดการเรื่องลั่วอวี่เฉิงอยู่แล้วก็เป็นอย่างที่คิด คืนหนึ่งเจี่ยนหลานกลับมา สภาพดูยุ่งเหยิงอย่างที่แทบไม่เคยเห็น หนวดเคราก็ขึ้น แม้แต่แว่นตาที่ปกติใส่ไว้สร้างภาพลักษณ์ก็หายไป ดูแตกต่างจากเจี่ยนหลานที่เนี้ยบพิถีพิถันในทุก ๆ วันราวกับคนละคน“ไม่เป็นไรแล้ว จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว” หลังจากเจี่ยนหลานอาบน้ำและโกนหนวดเสร็จ ก็จงใจแต่งตัวให้ดูสะอาดสดชื่นแล้วมาหาเธอ พร้อมเล่าเรื่องราวตลอดหลายวันที่ผ่านมาให้เธอฟังอย่างชัดเจนลั่วอวี่เฉิงถูกจับตั้งแต่วันที่เจี่ยงซื่อฝานมาหาเจี่ยนจือแล้ว ส่วนคนที่มีความเกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง ก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังเธอเจี่ยนหลานไม่ยอมบอกชื่อของคนเบื้องหลังคนนั้น เพียงเอ่ยว่า “

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status