Share

บทที่ 3

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา

ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...

อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."

ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."

ทุกคนมองไปที่ขอบประตู

พากันตกตะลึงหมดแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"

ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก

ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"

เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?

"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ

"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ

เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน

เธอรีบหลบเขา

"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"

ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"

เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "

แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก

อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"

"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน

ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง

"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้

"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น

เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง

"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน

เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้

ดังนั้น ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก คนอื่นก็ไม่กล้าพูดมากอีก

"เจี่ยนจือ" สายตาที่เขามองเธอเรียบเฉยเหมือนเดิม แตกต่างกับสายตาเป็นประกายในวิดีโอของลั่วอวี่เฉิงโดยสิ้นเชิง "พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทฉันมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ล้อเล่นเอง เธอเห็นหน้าแก่ฉัน ให้อภัยพวกเขาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"พี่สะใภ้..." ลั่วอวี่เฉิงยืนบุ้ยปากอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยน "ถ้าจะโกรธจริง ๆ ก็โกรธฉันคนเดียวเถอะค่ะ อย่าเมินอาเยี่ยนเลย พวกเขานัดสังสรรค์กันวันนี้ก็เพราะฉันกลับมา... อาเยี่ยน ชวนภรรยานายอยู่ทานข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันจะดื่มเหล้าขอโทษเธอเอง"

"หึหึ ยัยนี่มันสตรอเบอรี่จริง ๆ " เจี่ยนจือคิดในใจ

"ขอโทษนะ" เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยน ที่ลั่วอวี่เฉิงกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะเขาให้ท้าย! เธอข่มกลั้นความขมขื่นในใจ "ฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเหล้ารสสตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งไม่ดื่ม"

ลั่วอวี่เฉิงแทบจะร้องไห้ทันที เธอหันไปมองเวินถิงเยี่ยน "อาเยี่ยน เธอว่าฉันเหรอ ฉัน..." แล้วทำท่าเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้เข้าใจฉันผิด จะว่าฉันบ้างก็ไม่เป็นไร นายอย่าโทษเธอนะ..."

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจี่ยนจือ เฉิงเฉิงเจตนาดีนะ เธอต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ"

เจตนาดีงั้นเหรอ?

มีแต่คนโง่ล่ะมั้งที่คิดว่าคำพูดนี้คือเจตนาดี?

เวินถิงเยี่ยนเป็นคนโง่เหรอ?

ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เลือกที่จะลำเอียงระหว่างฝ่ายถูกและฝ่ายผิดเท่านั้นเอง

ใจของเขาเอนเอียงไปทางไหน ทางนั้นก็คือฝ่ายถูก

เจี่ยนจือมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า และคนอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังพวกเขา รู้สึกเพียงว่าระหว่างเธอกับพวกเขามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้กั้นอยู่

พวกเขาต่างหากที่ยืนอยู่แนวรบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่มั่นคง ส่วนเธอเป็นแค่คนนอกที่บุกรุกเข้ามาในโลกของพวกเขา ไม่สิ เธอไม่เคยเบียดเข้าไปในโลกของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แม้แต่วนเวียนอยู่รอบนอกก็เป็นส่วนเกินแล้ว

เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ส่งเสียง "หึ" เบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป

ด้านหลัง เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้น "อาเยี่ยน พี่สะใภ้..."

"ไม่เป็นไรหรอก เธอเข้าใจอะไรง่ายมาก เดี๋ยวฉันกลับไปง้อนิดเดียวก็หายแล้ว มา เรามาต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจเธอหรอก"

ลับหลังคนอื่น เขาหันไปมองแผ่นหลังของเจี่ยนจือ แล้วส่งข้อความถึงคนขับรถว่าให้ขับไปส่งเธอ

เจี่ยนจืออยากจะเดินออกไปอย่างสง่างามและมั่นคงขึ้นหน่อย แต่เพราะขาของเธอ เธอจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ก็ยิ่งเดินโซเซมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้ ท่าทางที่เธอกำลังวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลและร้อนรนแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่อาเหวินเลียนแบบเธอหรือเปล่านะ?

หลังจากเธอไปแล้ว พวกเขาต้องหัวเราะลั่นห้องแน่ ๆ เลยสินะ?

เธอปาดน้ำตาอย่างแรง เดินเร็วขึ้นแล้ว โซเซมากขึ้นเช่นกัน...

รอจนคนขับรถของเวินถิงเยี่ยนวิ่งตามออกมา นอกร้านอาหารก็ไม่มีเงาของเจี่ยนจืออีกแล้ว

คนขับรถจึงกลับมารายงานเวินถิงเยี่ยน

เวินถิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโทรหาเจี่ยนจือ แต่เจี่ยนจือไม่รับสาย ทั้งยังกดตัดสายทิ้ง พอโทรซ้ำอีกครั้งก็ปิดเครื่องไปแล้ว

เดิมทีอาเหวินก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งพูดขึ้นว่า "อาเยี่ยน พี่สะใภ้เป็นแบบนี้ก็เพราะนายตามใจนั่นแหละ ด้วยฐานะกับภาพลักษณ์ของนายตอนนี้ มีใครแต่งงานกับนายแล้วจะไม่เอาใจบ้าง เธอยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายนี่ใจเย็นเกินไปจริง ๆ"

เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร

"อาเหวินพูดถูก นายทุ่มเทเพื่อเธอ ทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะ ออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้ แต่เธอดันไม่เห็นใจนาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายคู่ควรจะได้รับเหรอ?" คนอื่น ๆ ช่วยอาเหวินพูด

"นั่นสิ ที่นายแต่งงานกับเธอ ก็ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว ไม่งั้นคนขาเป๋อย่างเธอ ต่อไปใครจะเอาล่ะ ถ้านายไม่เอาเธอ เธอก็คงต้องแต่งงานกับคนพิการเท่านั้นแหละ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
มีความอยากแต่งงานกับเธออาวุธพูดถูกนายทุ่มเทเพื่อเธอทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้เลยทำเธอมีใจนาย
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 548

    เจี่ยนจืออดพูดเหน็บแนมเขาไม่ได้ “นายทำแบบนี้แอนนารู้ไหมเนี่ย? นายนี่แปลกจริง ๆ มีอะไรติดค้างกับแฟนเก่าหรือไง?”เวินถิงเยี่ยนมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มขื่น “แอนนารู้ ฉันไม่ได้ปิดบังอะไรแอนนาเลย”“ก็จริง นายมันเลวแบบเปิดเผยมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ ตอนนั้นที่นายคบกับลั่วอวี่เฉิง นายก็ไม่ได้ปิดบังอะไรฉันเหมือนกัน” เจี่ยนจือพูดจบก็ลุกขึ้น เตรียมจะเดินเข้าไปในบ้าน“เจี่ยนจือ” เวินถิงเยี่ยนเรียกเธอไว้อีกครั้ง“มีอะไรอีก?”เวินถิงเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงเบา “เจี่ยนจือ เธอยังเกลียดฉันอยู่ไหม?”คำถามเบา ๆ ว่า “ยังเกลียดฉันอยู่ไหม” กลับเหมือนพายุทอร์นาโดที่จู่ ๆ ก่อตัวขึ้นบนพื้นราบ กวาดเอาเรื่องราวในอดีตที่ฝังลึกอยู่ก้นทะเลให้ปั่นป่วนกลับขึ้นมาทั้งหมดสิบสองปีผ่านวาบไปในชั่วพริบตา ทั้งหวาน เปรี้ยว ขม และเผ็ดร้อน ทุกความรู้สึกปะปนกันไปหมดถ้าเป็นเมื่อก่อน เจี่ยนจือคงฝืนสายตาให้แข็งกร้าว ทำหน้าเย็นชาแล้วบอกเขาว่า “ไม่เกลียด” จะบอกทั้งเขาและตัวเองว่าจากนี้ไปก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน การปล่อยวางอย่างแท้จริงคือการที่ไม่มีทั้งความรักและความเกลียดชังเพราะแม้แต่การเกลียดใครสักคนก็ยังต

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 547

    น้ำเสียงของเวินถิงเยี่ยนแฝงรอยยิ้มอยู่ด้วย “ไม่เลวนี่ ยังด่าฉันได้แบบนี้แสดงว่าอาการยังโอเคอยู่”เจี่ยนจือเหลือบมองเขาอย่างประหลาดใจ ผู้ชายคนนี้พอหย่ากันแล้วกลับกลายเป็นคนกวนประสาทน่าหมั่นไส้เสียอย่างนั้น เมื่อก่อนตอนที่เธอคอยเอาใจ คอยตามใจ ยกเขาไว้เหนือทุกสิ่ง เขากลับไม่เห็นค่าความจริงใจของเธอ แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปจนเธอตามไม่ทันแล้ว“เวินถิงเยี่ยน” เธอเอ่ย “คนที่เป่าใบไม้ทุกคืนคือนายใช่ไหม?”“เอ่อ...” เวินถิงเยี่ยนลังเลเล็กน้อย เหมือนจะรู้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องปฏิเสธ จึงก้มหน้าลง “อืม”เขารอให้เธอด่า แต่ผ่านไปนาน เธอกลับไม่พูดอะไรเลยเขาเงยหน้าขึ้นแล้วถามอย่างลังเลว่า “เป็นอะไรไป?”“มันแย่มาก” เธอบอก “พวกนายเป่าได้แย่มาตั้งแต่ตอนเริ่มเรียนมัธยมแล้ว พวกนายไม่รู้ตัวกันบ้างเลยเหรอ?”“อ่าว...” เขาหัวเราะออกมา “ไม่รู้จริง ๆ”“หรือพวกนายคิดว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์ดนตรีกันทุกคน?” เจี่ยนจือเองก็แปลกใจ ทำไมถึงมั่นใจกันขนาดนั้น?“พวกเรา...ภูมิใจกันมากเลยนะ” เวินถิงเยี่ยนยิ้ม “เป่าใบไม้จนเป็นทำนองเพลงได้ ยังไม่เจ๋งพออีกเหรอ? ตอนนั้นพวกเรายังแข่งกันด้วยนะว่าใครเป่าได้ดังกว่ากัน”มิน่าล่ะ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 546

    ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเหมือนเป็นความฝันที่ทุกคนร่วมกันถักทอขึ้นมาเพื่อเธอ ในความฝันอันแสนงดงามนี้ เธอเหมือนต้นไม้ที่กำลังป่วย ได้กลับมาอาบแสงแดดและสายฝน ก่อนจะผลิดอกออกมาอีกครั้งคำว่า ทุกคน นี้ ย่อมรวมถึงเวินถิงเยี่ยนด้วยถึงขั้นที่เป็นไปได้ว่าเวินถิงเยี่ยนนี่แหละคือคนวางแผนหลักเธอไม่ได้เดินต่อไปข้างหน้า แต่เลือกเดินอ้อมไปอีกทางพอคุณย่าตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นเจี่ยนจือนอนอยู่ในห้อง ก็ตกใจจนแทบช็อก รีบออกไปตามหาเธอทันทีทุกคนต่างคิดว่าเจี่ยนจือกับคุณย่ายังนอนอยู่ พอได้ยินว่าเธอหายไปก็พากันลนลาน วิ่งตามหากันทั่วฟาร์ม สุดท้ายถึงได้เห็นเธอกำลังนั่งยอง ๆ มองดูลูกวัวตัวน้อยอยู่ในโซนทำคลอดร่วมกับคุณลุงที่ช่วยทำคลอดวัว แสงอาทิตย์ยามเช้าที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าสาดลงบนฟาร์ม ทุ่งหญ้าเขียวขจีราวกับถูกเคลือบด้วยสีทองชั้นหนึ่งท่ามกลางแสงอรุณระยิบระยับนั้น เธอโบกมือพร้อมกับยิ้มให้พวกเขา “คุณย่า คุณป้า พี่ รีบมาดูสิ แม่วัวคลอดลูกแล้ว!”ทั้งสามคนยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอ ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำท่ามกลางรอยยิ้มนั้นปกติแทบไม่มีโอกาสมาฟาร์มแบบนี้อยู่แล้ว พอเห็นเธอมีความสุขขนาดนี้ ทุกคนจึงเห

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 545

    ช่วงหลายวันต่อมา เจี่ยนจือยุ่งมากเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชีวิตที่นี่ของคุณย่าจะมีสีสันขนาดนี้ เรียกได้ว่าเข้าที่เข้าทางอย่างกับปลาได้น้ำเลยทีเดียวปัญหาเพียงอย่างเดียวของคุณย่าคือเรื่องภาษาที่ยังไม่สามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วเต็มที่ แต่ชีวิตของท่านนั้นมีสีสันมากจริง ๆอย่างเช่น ตอนที่เธอไปงานโชว์สินค้าของบริษัทคุณป้าเป็นเพื่อนคุณย่าครั้งหนึ่ง เพราะในงานครั้งนี้มีผลงานที่คุณย่าออกแบบอยู่ด้วยคุณย่าไม่มีความรู้ด้านการออกแบบโดยตรง แต่หลังจากมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไห่เฉิง คุณย่ามีความรู้เรื่องงานปักและเครื่องประดับโบราณมากมาย แถมยังมีไอเดียเยอะ คุณป้าจึงช่วยเปลี่ยนความคิดของคุณย่าให้กลายเป็นผลงานจริงดังนั้นคุณย่าเลยต้องขึ้นเวทีในงาน แต่คุณป้ายุ่งกับเรื่องต่าง ๆ ในงาน จึงต้องฝากให้เจี่ยนจือรับผิดชอบเรื่องเสื้อผ้าและการแต่งหน้าทำผมของคุณย่าในวันนี้แน่นอนว่าก็ต้องใช้แรงมากเหมือนกัน!เจี่ยนจือช่วยคุณย่าเลือกชุดราตรี แต่งหน้า ทำผม ส่วนตัวเธอเองก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วย จากนั้นช่วงบ่ายก็ไปดูโชว์เป็นเพื่อนคุณย่า ตอนกลางคืนยังมีงานเลี้ยงอีกเธอใส่รองเท้าส้นสูงทั้งวัน จนสุดท้ายแทบ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 544

    เวินถิงเยี่ยนไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะกลัวว่าจะพลาด “สัญญาณ” ที่คุณป้ากับเจี่ยนหลานส่งมาให้ ส่วนการเปลี่ยนเครื่องหอมในห้องของเจี่ยนจือให้เป็นกลิ่นดอกพุด ก็เป็นข้อเสนอของเขาเช่นกันในที่สุดก็เริ่มเห็นผลจากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สอง ตอนกลางวันห้ามปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่แต่ในห้อง ต้องพาเธอออกไปข้างนอก ใช้แรงให้มาก พอตกกลางคืนถึงจะนอนหลับได้สนิทเดิมทีตั้งใจว่าจะให้เธอเต้นแต่เจี่ยนหลานไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าจะกระตุ้นความทรงจำที่ไม่ดีของเจี่ยนจือ จึงให้เธอหยุดเต้นไปก่อนชั่วคราวดังนั้นคุณย่าจึงต้องออกโรงคุณย่าเพียงโผล่หน้ามาตรงประตูด้วยสีหน้าที่ดูลังเล ก่อนจะรีบหลบกลับไปทันที“คุณย่า? มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เจี่ยนหลานถาม ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเจี่ยนจือว่า “พี่ออกไปดูแป๊บนะ”เจี่ยนจือพยักหน้าหลังจากเจี่ยนหลานออกไปข้างนอกพักหนึ่งแล้วกลับเข้ามา เจี่ยนจือก็ถามเขาว่า “คุณย่าเป็นอะไรเหรอพี่?”“อ๋อ” เจี่ยนหลานตอบ “คุณย่าถามพี่ว่าจดหมายขอโทษต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษยังไง”เจี่ยนจือขมวดคิ้ว “ทำไมคุณย่าต้องขอโทษด้วย? ขอโทษใครเหรอ?”“เรื่องเป็นแบบนี้” เจี่ยนหลานอธิบายให้เธอฟังอย่างละเอียด “เดิมทีว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 543

    เวินถิงเยี่ยนไม่อยากแก้ตัวให้ตัวเองอีกแล้ว เขาเพียงขมวดคิ้วครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรให้อารมณ์ของเจี่ยนจือคงที่ อย่างน้อยก็ต้องทำให้เธอนอนหลับเต็มอิ่มได้ทุกวันก่อนเขาเด็ดใบไม้มาจำนวนมาก จากนั้นก็ตกลงกับคุณย่า คุณป้า และเจี่ยนหลานเอาไว้ว่า ขอแค่ตอนที่เจี่ยนจือหลับแล้วเริ่มมีอาการกระสับกระส่ายแม้เพียงเล็กน้อย ให้รีบแจ้งเขาทันทีแม้เจี่ยนหลานจะยังกึ่งเชื่อกึ่งสงสัยกับวิธีของเขา แต่ตอนนี้ก็ทำได้เพียงลองดูสี่ทุ่ม เจี่ยนจือเพิ่งหลับไปได้ครึ่งชั่วโมงคนทั้งบ้านตระกูลเจี่ยนไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย แม้แต่ตอนหายใจก็ยังระมัดระวัง กลัวว่าจะทำให้เจี่ยนจือตื่นแต่จู่ ๆ เสียงไซเรนตำรวจก็ดังหวิวผ่านไปตามถนน เจี่ยนจือที่กำลังหลับพลันเกร็งไปทั้งตัว ในความฝัน ใบหน้าของเจี่ยงซื่อฝานขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เขาพูดกับเธอว่าพี่จะตอบแทนผมยังไง? ผมทุ่มเทให้พี่ไปตั้งมากมาย พี่จะตอบแทนผมยังไง?หัวใจของเจี่ยนจือบีบรัดขึ้นมา ลมหายใจพลันถี่กระชั้นทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงเป่าใบไม้ดังขึ้นเพลงที่เป่าคือ 《มาตุภูมิของฉัน》ไม่เห็นจะเพราะเลย!เพลงมันแย่จนใบหน้าของเจี่ยงซื่อฝานพลันหายไปภาพตรงหน้าเปลี่ยนเป็นตอนที่เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status