Share

บทที่ 3

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา

ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...

อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."

ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."

ทุกคนมองไปที่ขอบประตู

พากันตกตะลึงหมดแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"

ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก

ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"

เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?

"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ

"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ

เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน

เธอรีบหลบเขา

"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"

ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"

เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "

แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก

อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"

"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน

ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง

"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้

"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น

เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง

"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน

เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้

ดังนั้น ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก คนอื่นก็ไม่กล้าพูดมากอีก

"เจี่ยนจือ" สายตาที่เขามองเธอเรียบเฉยเหมือนเดิม แตกต่างกับสายตาเป็นประกายในวิดีโอของลั่วอวี่เฉิงโดยสิ้นเชิง "พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทฉันมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ล้อเล่นเอง เธอเห็นหน้าแก่ฉัน ให้อภัยพวกเขาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"พี่สะใภ้..." ลั่วอวี่เฉิงยืนบุ้ยปากอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยน "ถ้าจะโกรธจริง ๆ ก็โกรธฉันคนเดียวเถอะค่ะ อย่าเมินอาเยี่ยนเลย พวกเขานัดสังสรรค์กันวันนี้ก็เพราะฉันกลับมา... อาเยี่ยน ชวนภรรยานายอยู่ทานข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันจะดื่มเหล้าขอโทษเธอเอง"

"หึหึ ยัยนี่มันสตรอเบอรี่จริง ๆ " เจี่ยนจือคิดในใจ

"ขอโทษนะ" เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยน ที่ลั่วอวี่เฉิงกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะเขาให้ท้าย! เธอข่มกลั้นความขมขื่นในใจ "ฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเหล้ารสสตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งไม่ดื่ม"

ลั่วอวี่เฉิงแทบจะร้องไห้ทันที เธอหันไปมองเวินถิงเยี่ยน "อาเยี่ยน เธอว่าฉันเหรอ ฉัน..." แล้วทำท่าเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้เข้าใจฉันผิด จะว่าฉันบ้างก็ไม่เป็นไร นายอย่าโทษเธอนะ..."

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจี่ยนจือ เฉิงเฉิงเจตนาดีนะ เธอต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ"

เจตนาดีงั้นเหรอ?

มีแต่คนโง่ล่ะมั้งที่คิดว่าคำพูดนี้คือเจตนาดี?

เวินถิงเยี่ยนเป็นคนโง่เหรอ?

ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เลือกที่จะลำเอียงระหว่างฝ่ายถูกและฝ่ายผิดเท่านั้นเอง

ใจของเขาเอนเอียงไปทางไหน ทางนั้นก็คือฝ่ายถูก

เจี่ยนจือมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า และคนอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังพวกเขา รู้สึกเพียงว่าระหว่างเธอกับพวกเขามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้กั้นอยู่

พวกเขาต่างหากที่ยืนอยู่แนวรบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่มั่นคง ส่วนเธอเป็นแค่คนนอกที่บุกรุกเข้ามาในโลกของพวกเขา ไม่สิ เธอไม่เคยเบียดเข้าไปในโลกของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แม้แต่วนเวียนอยู่รอบนอกก็เป็นส่วนเกินแล้ว

เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ส่งเสียง "หึ" เบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป

ด้านหลัง เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้น "อาเยี่ยน พี่สะใภ้..."

"ไม่เป็นไรหรอก เธอเข้าใจอะไรง่ายมาก เดี๋ยวฉันกลับไปง้อนิดเดียวก็หายแล้ว มา เรามาต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจเธอหรอก"

ลับหลังคนอื่น เขาหันไปมองแผ่นหลังของเจี่ยนจือ แล้วส่งข้อความถึงคนขับรถว่าให้ขับไปส่งเธอ

เจี่ยนจืออยากจะเดินออกไปอย่างสง่างามและมั่นคงขึ้นหน่อย แต่เพราะขาของเธอ เธอจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ก็ยิ่งเดินโซเซมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้ ท่าทางที่เธอกำลังวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลและร้อนรนแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่อาเหวินเลียนแบบเธอหรือเปล่านะ?

หลังจากเธอไปแล้ว พวกเขาต้องหัวเราะลั่นห้องแน่ ๆ เลยสินะ?

เธอปาดน้ำตาอย่างแรง เดินเร็วขึ้นแล้ว โซเซมากขึ้นเช่นกัน...

รอจนคนขับรถของเวินถิงเยี่ยนวิ่งตามออกมา นอกร้านอาหารก็ไม่มีเงาของเจี่ยนจืออีกแล้ว

คนขับรถจึงกลับมารายงานเวินถิงเยี่ยน

เวินถิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโทรหาเจี่ยนจือ แต่เจี่ยนจือไม่รับสาย ทั้งยังกดตัดสายทิ้ง พอโทรซ้ำอีกครั้งก็ปิดเครื่องไปแล้ว

เดิมทีอาเหวินก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งพูดขึ้นว่า "อาเยี่ยน พี่สะใภ้เป็นแบบนี้ก็เพราะนายตามใจนั่นแหละ ด้วยฐานะกับภาพลักษณ์ของนายตอนนี้ มีใครแต่งงานกับนายแล้วจะไม่เอาใจบ้าง เธอยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายนี่ใจเย็นเกินไปจริง ๆ"

เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร

"อาเหวินพูดถูก นายทุ่มเทเพื่อเธอ ทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะ ออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้ แต่เธอดันไม่เห็นใจนาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายคู่ควรจะได้รับเหรอ?" คนอื่น ๆ ช่วยอาเหวินพูด

"นั่นสิ ที่นายแต่งงานกับเธอ ก็ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว ไม่งั้นคนขาเป๋อย่างเธอ ต่อไปใครจะเอาล่ะ ถ้านายไม่เอาเธอ เธอก็คงต้องแต่งงานกับคนพิการเท่านั้นแหละ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
มีความอยากแต่งงานกับเธออาวุธพูดถูกนายทุ่มเทเพื่อเธอทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้เลยทำเธอมีใจนาย
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 632

    หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดเสริม พร้อมกับดึงตัวเจ้าหนุ่มผมทองมายืนตรงหน้าเจี่ยนจือ “ลูกดูสิ เป็นผู้ชายที่ดีจะตาย ทั้งหล่อ ทั้งทันสมัยเลยไม่ใช่เหรอ?หล่อ?ทันสมัย?ผู้ชายที่ดี?เจี่ยนจือตีหน้าถมึงทึง “ผู้ชายที่ดีขนาดนี้ แม่ก็แต่งเองสิ!”“แก……” หลิวซิ่วอวิ๋นโดนสวนกลับจนพูดไม่ออกเจ้าหนุ่มหัวทองหน้าเจื่อนไปทันที เช่นเดียวกับเถ้าแก่ลู่และภรรยาที่เริ่มหน้าตึงขึ้นมาเจี่ยนเฉิงจวินกลัวว่าบรรยากาศจะเสียจนจบไม่สวย จึงรีบค้อมตัวให้เถ้าแก่ลู่ “เถ้าแก่ลู่ครับ ลูกสาวผมแค่ตั้งใจเรียนมากไปหน่อย เธอคงกลัวว่าถ้าต้องมาคุยเรื่องนี้ตอนมัธยมจะกระทบกับการเรียน เดี๋ยวผมค่อย ๆ กลับไปคุยกับเธอเองครับ”เจ้าหนุ่มหัวทองจึงได้โอกาสพูดขึ้นว่า “ไม่กระทบการเรียนหรอก ฉันจะเรียนไปพร้อมกับเธอด้วย”เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจมาก พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน”ทั้งครอบครัวหันหลังเตรียมจะเดินออกไป“อยู่กินข้าวก่อนสิครับ เถ้าแก่ดู……” เจี่ยนเฉิงจวินนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีกับข้าวอยู่แค่สองอย่าง แถมยังเก็บไปแล้วอีกต่างหาก “ไม่อย่างนั้นไปกินข้าวที่ร้านตรงทางเข้าหมู่บ้านกันดีไหมครับ?ผมเลี้ยงเอง”“ใช่ค่ะ ๆ เดี๋ยวก็จะเป็

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 631

    เถ้าแก่ลู่ได้ยินดังนั้นก็พอใจมากทว่าเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้างเจี่ยนจือกลับมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆต่อให้จะเป็นแค่ความฝัน เจี่ยนจือก็ยังรู้สึกขายหน้ามากอยู่ดีใช่แล้ว ในเวลานี้เธอไม่ต่างอะไรจากสินค้าที่พ่อแม่นำมาวางโชว์ไว้บนเขียง รอให้ใครสักคนเดินผ่านมาเลือกซื้อ เขาคงไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อนสินะ?ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน ลูกชายหัวทองของเถ้าแก่ลู่ก็เอาแต่จ้องเจี่ยนจือด้วยสายตาละโมบโลภมากอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเมิ่งเฉิงซ่งเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาถึงได้ก้าวขึ้นมาข้างหน้าแล้วใช้ตัวบังเจี่ยนจือเอาไว้ ผลที่ได้กลับเป็นสายตาโกรธเกรี้ยวจากเจ้าลูกชายหัวทองเมิ่งเฉิงซ่งก็มองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกันคุณย่ายังคงอยู่ในห้อง ท่านไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง จึงทุบประตูสุดแรง “เปิดประตู!จือจือ เปิดประตูให้ย่าหน่อย เร็วเข้า!”เถ้าแก่ลู่ “แล้วนั่นมันอะไรอีก?”“แม่ผมเอง ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ป่วยอยู่น่ะครับเลยให้พักอยู่ด้านใน แต่ไม่ทันระวังประตูเลยล็อค” เจี่ยนเฉิงจวินขยับเข้าไปใกล้เถ้าแก่ลู่ แล้วกระซิบเสียงเบา “เดี๋ยวจะติดเชื้อ ผมเลยไม่ให้แกออกมา”หลิวซิ่วอวิ๋นยังรีบเสริมอีก

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 630

    แต่กลายเป็นว่าการล้มครั้งนี้ช่วยชีวิตเขาไว้พอดี เพราะมีดในมือเจี่ยนจือเฉือนผ่านหนังศีรษะของเขาไปอย่างหวุดหวิด จึงไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เลยเขากลิ้งคลุกคลานหนีไปกับพื้น พลางตะโกนด่าเจี่ยนจือว่าเป็นลูกอกตัญญู พร้อมกับตะโกนลั่น “มันจะฆ่าคนแล้ว!ฆ่าคน!”คุณย่าที่อยู่ในห้องทุบประตูเสียงดังด้วยความร้อนใจ พลางตะโกนบอกเจี่ยนจือว่าอย่าทำอะไรโง่ ๆแต่ตอนนี้เจี่ยนจืออยู่ในความฝันนี่!อยู่ในฝันมีอะไรให้ต้องกลัวล่ะ!อีกอย่าง ต่อให้จะไม่ใช่ความฝัน ต่อให้จะเป็นเหมือนในนิยายที่ว่าเธอหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาในช่วงมัธยมปลาย งั้นเธอยิ่งไม่มีอะไรให้ต้องกลัว!แค่ได้ใช้ชีวิตมากกว่าคนอื่นอีกหนึ่งชาติ ก็ถือว่ากำไรแล้ว!ชาตินี้มีแค้นก็ต้องชำระ เรื่องที่ติดค้างไว้ก็ต้องทวงคืนให้หมด!ตอนที่เจี่ยนจือไล่ตามเจี่ยนเฉิงจวินที่คลานหนีไปตามพื้นท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเจี่ยนเฉิงจวินและหลิวซิ่วอวิ๋น จู่ ๆ ก็มีใครบางคนพุ่งเข้ามากอดเธอไว้จากด้านหลัง ใครคนนั้นกำข้อมือที่เธอถือมีดไว้แน่น“อย่าวู่วาม!เจี่ยนจือ!อย่าวู่วามนะ!”เธอฟังออกว่าคนที่กำลังห้ามเธออยู่คือเมิ่งเฉิงซ่ง“เจี่ยนจือ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันมาแล้ว ฉันมาช่วยเธอแล้ว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 629

    เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้พ่อเธอโกรธจนฟิวส์ขาดแล้ว แต่ที่ตอนนี้ยังยอมทนอยู่ก็เพราะมีเรื่องที่ต้องการ แถมดูเหมือนจะไม่ใช่น้อย ๆ เลยด้วยหลิวซิ่วอวิ๋นแม่ของเธอ ยังคงทำหน้าที่เป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ “จือจือ พ่อเขาไม่ได้ด่าลูกนะ แค่พลั้งปากพูดเฉย ๆ”“พลั้งปากด่าลูกตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ?ยังมีความเป็นพ่ออยู่ไหม?” คุณย่าพูดพลางกอดเจี่ยนจือไว้แน่น “พวกแกกลับไปเถอะ ที่นี่ไม่ได้ทำกับข้าวเผื่อพวกแก กลับไปกินที่บ้านตัวเองนู่น”“แม่คะ!” หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดต่อ“ ไม่ใช่นะคะ ๆ พวกเราไม่ได้มาเพื่อด่าจือจือนะ พวกเรามาหาเจี่ยนจือเพราะมีข่าวดีต่างหากค่ะ”คุณย่าไม่เชื่อเลยว่าพวกเขาสองคนมาหาเพราะมีเรื่องดี ๆ มาให้เจี่ยนจือ ท่านชี้ไปที่ประตูอย่างหนักแน่น แสดงออกชัดเจนว่าต้องการไล่ให้พวกเขากลับไป“แม่ อีกเดี๋ยวจะมีแขกคนสำคัญมา แม่จะไล่ผมทำไม?” เจี่ยนเฉิงจวินพูดอย่างหงุดหงิด “แม่คิดว่าผมอยากจะมาที่บ้านนอกแบบนี้หรือไง?ก็เพราะนังเด็ก……ยัยนี่ไม่ยอมไปกินข้าวด้วยนั่นแหละ คนเขาอุตส่าห์เตรียมอาหารไว้เสียใหญ่โตเพราะจะเลี้ยงข้าวแท้ ๆ ”ตอนแรกเขาตั้งใจจะด่าว่าเด็กเหลือขอ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคำด่านั้นอาจจะเข้าตัว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 628

    “ยังดีที่ก่อนหน้านี้พื้นฐานเธอไม่ได้แย่มาก ถ้าพยายามอีกหน่อยน่าจะ……”ขณะที่พูด ๆ อยู่ ทั้งสองคนก็มาถึงบอร์ดประกาศตอนนี้หน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์เต็มไปด้วยนักเรียน ทุกคนกำลังคุยกันเจี๊ยวจ๊าวว่าใครได้อยู่ห้องไหนบ้าง ถ้าเห็นว่าตัวเองได้อยู่ห้องเดียวกับเพื่อนสนิท เสียงโห่ร้องดีใจก็จะดังขึ้นเป็นระยะเจี่ยนจือไม่ได้มองทางฝั่งสายวิทย์เลย เธอเดินตรงไปดูรายชื่อของสายศิลป์“ทางนี้ เธอจะไปไหน……” เวินถิงเยี่ยนพูดยังไม่ทันจบ ทันใดนั้นเองเขาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นได้จึงรีบตามเธอไปแล้วเขาก็เห็นชื่อของเจี่ยนจืออยู่ในรายชื่อห้องทดลองสายศิลป์ 1“เธอหลอกฉัน?”ทั้งที่วันนี้อากาศร้อนจัด แต่เจี่ยนจือกลับรู้สึกเหมือนว่ามีไอเย็นยะเยียบแผ่ออกมาจากด้านหลัง หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกตอนที่เจี่ยนจือหันกลับไป คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็หายไปแล้ว กลับเป็นเมิ่งเฉิงซ่งที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมหัวเราะอย่างดีใจ “เจี่ยนจือ!พวกเราได้อยู่ห้องเดียวกันจริงด้วย!”ใช่ เมิ่งเฉิงซ่งก็มีชื่ออยู่ในห้องทดลองสายศิลป์ 1 เช่นกัน“วันนี้ฉันต้องเลี้ยงข้าวเธอให้ได้!ฉลองกันหน่อย!” เมิ่งเฉิงซ่งกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเจี่ยนจ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 627

    เจี่ยนจือรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่แต่ตอนนี้เวินถิงเยี่ยนเห็นเธอแล้ว และจากสายตาของเขาก็ดูท่าว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ เธอได้แต่เดินเข้าไปอย่างไม่เต็มใจนัก ซึ่งในมือของเวินถิงเยี่ยนกำลังถือใบคะแนนของนักเรียนในห้องอยู่จริงสิ เขาเป็นกรรมการฝ่ายการศึกษา ย่อมต้องได้เห็นคะแนนทั้งหมดก่อนอยู่แล้ว“ดูเธอสิ” เขาชี้ไปที่ใบคะแนน “ดูสิว่าเธอสอบออกมาเป็นยังไงบ้าง?วิชาสายวิทย์ไม่ผ่านเลยสักวิชา!”เจี่ยนจือไม่มีอะไรจะเถียงสิบกว่าปีแล้ว เธอไม่ได้แตะความรู้พวกนั้นเลยตั้งแต่เรียนจบมัธยม จะให้จำได้ยังไงล่ะ?ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเรียนเธอก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ที่ทุ่มเทไปทั้งหมดก็เพราะอยากเรียนสายวิทย์กับเขา“คะแนนตกลงแบบนี้ เธอจะยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ไหม?หรือต่อให้เธอเป็นนักเรียนศิลปะ แต่คะแนนวิชาสามัญแย่ขนาดนี้ก็สอบไม่ติดหรอกมั้ง?” เวินถิงเยี่ยนชี้ไปที่ใบคะแนน พลางมองเธอด้วยแววตาราวกับตัวเองเป็นครูประจำชั้นเสียเอง“ฉันรู้แล้ว ต่อจากนี้ฉันจะตั้งใจให้มากขึ้น” เธอเดินผ่านเขาแล้วตรงไปข้างหน้าวันนี้เป็นวันประกาศผลการจัดห้องเรียน น่าจะมีการเอารายชื่อไปติดไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์“หยุดนะ!เธอจะรีบไปไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status