Share

บทที่ 3

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา

ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...

อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."

ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."

ทุกคนมองไปที่ขอบประตู

พากันตกตะลึงหมดแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"

ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก

ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"

เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?

"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ

"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ

เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน

เธอรีบหลบเขา

"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"

ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"

เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "

แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก

อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"

"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน

ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง

"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้

"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น

เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง

"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน

เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้

ดังนั้น ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก คนอื่นก็ไม่กล้าพูดมากอีก

"เจี่ยนจือ" สายตาที่เขามองเธอเรียบเฉยเหมือนเดิม แตกต่างกับสายตาเป็นประกายในวิดีโอของลั่วอวี่เฉิงโดยสิ้นเชิง "พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทฉันมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ล้อเล่นเอง เธอเห็นหน้าแก่ฉัน ให้อภัยพวกเขาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"พี่สะใภ้..." ลั่วอวี่เฉิงยืนบุ้ยปากอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยน "ถ้าจะโกรธจริง ๆ ก็โกรธฉันคนเดียวเถอะค่ะ อย่าเมินอาเยี่ยนเลย พวกเขานัดสังสรรค์กันวันนี้ก็เพราะฉันกลับมา... อาเยี่ยน ชวนภรรยานายอยู่ทานข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันจะดื่มเหล้าขอโทษเธอเอง"

"หึหึ ยัยนี่มันสตรอเบอรี่จริง ๆ " เจี่ยนจือคิดในใจ

"ขอโทษนะ" เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยน ที่ลั่วอวี่เฉิงกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะเขาให้ท้าย! เธอข่มกลั้นความขมขื่นในใจ "ฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเหล้ารสสตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งไม่ดื่ม"

ลั่วอวี่เฉิงแทบจะร้องไห้ทันที เธอหันไปมองเวินถิงเยี่ยน "อาเยี่ยน เธอว่าฉันเหรอ ฉัน..." แล้วทำท่าเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้เข้าใจฉันผิด จะว่าฉันบ้างก็ไม่เป็นไร นายอย่าโทษเธอนะ..."

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจี่ยนจือ เฉิงเฉิงเจตนาดีนะ เธอต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ"

เจตนาดีงั้นเหรอ?

มีแต่คนโง่ล่ะมั้งที่คิดว่าคำพูดนี้คือเจตนาดี?

เวินถิงเยี่ยนเป็นคนโง่เหรอ?

ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เลือกที่จะลำเอียงระหว่างฝ่ายถูกและฝ่ายผิดเท่านั้นเอง

ใจของเขาเอนเอียงไปทางไหน ทางนั้นก็คือฝ่ายถูก

เจี่ยนจือมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า และคนอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังพวกเขา รู้สึกเพียงว่าระหว่างเธอกับพวกเขามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้กั้นอยู่

พวกเขาต่างหากที่ยืนอยู่แนวรบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่มั่นคง ส่วนเธอเป็นแค่คนนอกที่บุกรุกเข้ามาในโลกของพวกเขา ไม่สิ เธอไม่เคยเบียดเข้าไปในโลกของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แม้แต่วนเวียนอยู่รอบนอกก็เป็นส่วนเกินแล้ว

เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ส่งเสียง "หึ" เบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป

ด้านหลัง เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้น "อาเยี่ยน พี่สะใภ้..."

"ไม่เป็นไรหรอก เธอเข้าใจอะไรง่ายมาก เดี๋ยวฉันกลับไปง้อนิดเดียวก็หายแล้ว มา เรามาต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจเธอหรอก"

ลับหลังคนอื่น เขาหันไปมองแผ่นหลังของเจี่ยนจือ แล้วส่งข้อความถึงคนขับรถว่าให้ขับไปส่งเธอ

เจี่ยนจืออยากจะเดินออกไปอย่างสง่างามและมั่นคงขึ้นหน่อย แต่เพราะขาของเธอ เธอจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ก็ยิ่งเดินโซเซมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้ ท่าทางที่เธอกำลังวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลและร้อนรนแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่อาเหวินเลียนแบบเธอหรือเปล่านะ?

หลังจากเธอไปแล้ว พวกเขาต้องหัวเราะลั่นห้องแน่ ๆ เลยสินะ?

เธอปาดน้ำตาอย่างแรง เดินเร็วขึ้นแล้ว โซเซมากขึ้นเช่นกัน...

รอจนคนขับรถของเวินถิงเยี่ยนวิ่งตามออกมา นอกร้านอาหารก็ไม่มีเงาของเจี่ยนจืออีกแล้ว

คนขับรถจึงกลับมารายงานเวินถิงเยี่ยน

เวินถิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโทรหาเจี่ยนจือ แต่เจี่ยนจือไม่รับสาย ทั้งยังกดตัดสายทิ้ง พอโทรซ้ำอีกครั้งก็ปิดเครื่องไปแล้ว

เดิมทีอาเหวินก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งพูดขึ้นว่า "อาเยี่ยน พี่สะใภ้เป็นแบบนี้ก็เพราะนายตามใจนั่นแหละ ด้วยฐานะกับภาพลักษณ์ของนายตอนนี้ มีใครแต่งงานกับนายแล้วจะไม่เอาใจบ้าง เธอยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายนี่ใจเย็นเกินไปจริง ๆ"

เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร

"อาเหวินพูดถูก นายทุ่มเทเพื่อเธอ ทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะ ออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้ แต่เธอดันไม่เห็นใจนาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายคู่ควรจะได้รับเหรอ?" คนอื่น ๆ ช่วยอาเหวินพูด

"นั่นสิ ที่นายแต่งงานกับเธอ ก็ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว ไม่งั้นคนขาเป๋อย่างเธอ ต่อไปใครจะเอาล่ะ ถ้านายไม่เอาเธอ เธอก็คงต้องแต่งงานกับคนพิการเท่านั้นแหละ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (3)
goodnovel comment avatar
Anya
สนุกมาก แต่น่าจะซื้อเหรียญอ่านไม่ไหวค่ะ...
goodnovel comment avatar
Chaw Chawarut
เนื้อเรื่องสนุก
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
มีความอยากแต่งงานกับเธออาวุธพูดถูกนายทุ่มเทเพื่อเธอทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้เลยทำเธอมีใจนาย
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 740

    เจี่ยนจือพยายามหาโอกาสพูดแทรกอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่มีจังหวะเลย พอเห็นว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังจะเดินออกไปพร้อมกับอาเหวิน เจี่ยนจือก็รีบพุ่งเข้าไปขวางตรงหน้าเขาทันที โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น“เจี่ยนจือ?” ดวงตาของเวินถิงเยี่ยนเป็นประกาย ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มกับรสชาติชัยชนะ เขาเตรียมจะแนะนำให้เจี่ยนจือกับอาเหวินและอาซินรู้จักกัน “ทางนี้คือ……”“เวินถิงเยี่ยน” เจี่ยนจือไม่คิดจะรอฟังเขาแนะนำคนพวกนั้น รีบขัดขึ้นทันที น้ำเสียงเหมือนกำลังต่อว่า แต่ก็แฝงความงอแงอยู่เล็ก ๆ “นายรับปากแล้วไม่ใช่เหรอว่าตอนเย็นจะไปกินข้าวกับฉัน?”เวินถิงเยี่ยนชะงักไปเจี่ยนจือยอมทุ่มสุดตัวแล้ว “นายจะผิดคำพูดอีกแล้วใช่ไหม?งั้นก็ช่างเถอะ!”พูดจบก็หันหน้าหนี ทำท่าทางเหมือนกำลังโกรธจริง ๆสีหน้าที่แข็งค้างด้วยความตกตะลึงของเวินถิงเยี่ยนค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ก่อนประกายอบอุ่นคล้ายแสงสีส้มจาง ๆ ของดวงอาทิตย์ยามเย็นจะค่อย ๆ ฉายชัดขึ้นในดวงตาอาเหวินหัวเราะ เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ “เวินถิงเยี่ยน นาย……”เวินถิงเยี่ยนหลุดหัวเราะเบา ๆ เขาไม่ได้อธิบายอะไร ราวกับยอมรับกลาย ๆ ว่าอาเหวินคิดถูกแล้ว “เอาแบบนี้แล้วกั

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 739

    ตัวเธอในอีกห้วงเวลาหนึ่งผ่านเรื่องราววุ่นวายมามากมาย ถูกนำไปโพสต์ประจานบนอินเทอร์เน็ตครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือตัวเธอเอง ต่างก็ถูกบีบให้ต้องออกมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หรือไม่ก็ต้องออกมา “ต่อสู้” บนโลกออนไลน์ มันน่าเบื่อหน่ายจริง ๆดังนั้นครั้งนี้เจี่ยนจือจึงอาศัยพลังจากสังคม ไม่ต้องออกหน้ารับมือด้วยตัวเองแล้วสินะ? กระแสวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงถึงขนาดนี้ ทางโรงเรียนและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องย่อมต้องออกมาแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแน่ แต่ใครจะคิดว่าเวินถิงเยี่ยนจะลงมือเองด้วยเธอเข้าใจดี อายุสิบเจ็ดเป็นวัยที่ยังเลือดร้อนเหมือนลูกวัวแรกเกิด เป็นช่วงวัยที่พร้อมจะ “ต่อสู้” และก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล เช่นเดียวกับเวินถิงเยี่ยนในวัยสิบเจ็ดปี ที่ยังสามารถพูดได้เต็มปากว่า “เธอให้เงินฉันมายี่สิบห้าบาท”เพียงแต่เธอไม่รู้เลยว่า เวินถิงเยี่ยนวัยยี่สิบเจ็ดในห้วงเวลานี้จะเป็นคนแบบไหน?เวินถิงเยี่ยนนั่งลง ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความใสซื่อแบบเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด เจี่ยนจือพยายามมองหาแววความเฉียบคมแบบผู้มีอำนาจที่มักติดตัวเวินถิงเยี่ยนหลังประสบความสำเร็จ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 738

    เวินถิงเยี่ยนในวัยสิบเจ็ดปีเป็นแบบนี้เหรอ?ไม่ใช่แค่เจี่ยนจือที่ตกตะลึง แม้แต่ลั่วอวี่เฉิงที่อยู่หลังประตูก็พูดไม่ออก “นาย……นาย……”พูดว่า “นาย” ไปแล้วครึ่งวันก็ไม่มีประโยคใดตามหลังมา สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมา “ แล้วหลังจากนี้ฉันจะทำยังไงล่ะ? ฉันอยู่ที่โรงเรียนนี้ต่อไม่ได้แน่ ๆ !”“เรื่องนั้นเป็นปัญหาของเธอ คนเราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำลงไป” เวินถิงเยี่ยนพูดจบ ก็มีเสียงของอะไรบางอย่างกระแทกโต๊ะดังขึ้น ดูเหมือนว่าเขากำลังจะเดินออกจากตรงนั้น“เวินถิงเยี่ยน! นายหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!”ลั่วอวี่เฉิงตะโกนเรียกเขาเสียงดัง “สรุปว่านายมีความสัมพันธ์อะไรกับเจี่ยนจือกันแน่? เจี่ยนจือเคยให้อะไรนาย? ทำไมนายถึงต้องปกป้องผู้หญิงคนนั้นขนาดนี้?”บรรยากาศภายในห้องเรียนเงียบสงัดไปชั่วขณะ ก่อนเสียงของเวินถิงเยี่ยนจะดังขึ้น “ยี่สิบห้าบาท”“ยี่……ยี่สิบห้าบาทอะไร?” ลั่วอวี่เฉิงพูดติดอ่างด้วยความตกใจ“เจี่ยนจือให้เงินฉันยี่สิบห้าบาท”พูดจบ เสียงฝีเท้าก็ดังถี่ขึ้นในห้องเรียน——เวินถิงเยี่ยนเดินออกมาแล้วเจี่ยนจือรีบสาวเท้าออกจากบริเวณนั้น ตลอดทาง ประโยค “ยี่สิบห้าบาท” ยังคงดังก้องอยู่ในความคิดของเธอ……

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 737

    ตอนนั้น ห้องเรียนฝั่งสายศิลป์เพิ่งหมดคาบเรียนได้ไม่นาน เจี่ยนจือกับเมิ่งเฉิงซ่งยังไม่ทันได้ไปโรงอาหารด้วยซ้ำ คนแรกที่เจี่ยนจือนึกถึงก็คือเมิ่งเฉิงซ่ง เพราะมีเพียงเขาคนเดียวที่มีคลิปกล้องวงจรปิดส่วนที่ถูกลบไปแต่เมิ่งเฉิงซ่งบอกว่าไม่ใช่เขา“น่าจะเป็น……เพื่อนรักเธอ” ตอนที่เมิ่งเฉิงซ่งพูดประโยคนี้ เขายิ้มเหมือนกำลังบอกเป็นนัยว่าเธอเองก็รู้ดีว่าเขาหมายถึงใคร“เวินถิงเยี่ยน?” เจี่ยนจือหลุดปากออกมาทันทีเมิ่งเฉิงซ่งได้ยินแล้วก็หัวเราะอีกครั้งเจี่ยนจือไม่เข้าใจว่าเขาจะหัวเราะอะไรนักหนา แต่เวินถิงเยี่ยนจะเอาคลิปนี้มาได้ยังไง?“นายส่งคลิปกล้องวงจรปิดที่กู้คืนมาให้เขาด้วยเหรอ?”เมิ่งเฉิงซ่งส่ายหน้า “เขาน่าจะจัดการเองมั้ง”“หา?” เจี่ยนจือถึงกับประหลาดใจเมิ่งเฉิงซ่งคลี่ยิ้มแปลก ๆ แบบนั้นอีกแล้ว “เหมือนว่าเธอจะรู้จักเพื่อนรักของเธอดีไม่เท่าฉันนะ”“หมายความว่าไง?” เจี่ยนจือถาม ก่อนจะเสริมว่า “นายต้องรู้จักเขาดีกว่าอยู่แล้วสิ พวกนายเป็นเหมือนพี่น้องกันนี่”“เวินถิงเยี่ยนเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์มาก เก่งกว่านักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียนสาขานี้หลายคนเสียอีก” เมิ่งเฉิงซ่งอธิบายให้เธอฟัง“จริงเหรอ?

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 736

    เจี่ยนจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะตอบอย่างไรดี “เวินถิงเยี่ยนน่ะ……เป็นคนที่สามารถเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิตได้เลยนะ”ในฐานะเพื่อน เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพและมีน้ำใจเสมอ“หืม?” เมิ่งเฉิงซ่งเผยสีหน้าประหลาดใจ “เธอมองหมอนั่นดีขนาดนี้เลยเหรอ?คิดว่าเขาดีถึงขนาดนั้นเลย?”เจี่ยนจือยอมรับตามตรง “เขาเป็นคนดี เขาดีกับเพื่อน ดีกับคนในครอบครัว ดีกับพนักงานที่ร้านอาหาร แล้วก็ยัง……”เธออยากพูดว่า เขาดีกับคุณย่าของเธอด้วยแต่เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้……เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนเปลี่ยนคำพูด “แม้แต่กับคนแก่ที่ไม่รู้จักกัน เขาก็ยังทำดีด้วยเลย”เมิ่งเฉิงซ่งฟังแล้วก็มีสีหน้าแปลก ๆ คล้ายกำลังยิ้ม แต่ในดวงตากลับมีประกายบางอย่างวาบผ่าน พอเจี่ยนจือคิดจะมองให้ชัด ประกายนั้นก็เลือนหายไปแล้ว“งั้นเหรอ?” เมิ่งเฉิงซ่งพูดต่อ “ฉันไม่เห็นรู้เลยว่าเขาดีขนาดนี้ ปกติเขาเป็นคนเย็นชาจะตายไป”“น่าจะเพราะได้อยู่ด้วยกันบ่อย ๆ เลยได้รู้แหละ” เจี่ยนจือพึมพำเธอในอดีตเคยได้โคจรอยู่ใกล้ชิดกับเขา ใกล้ชิดถึงขนาดที่นอนเตียงเดียวกันทุกคืนแต่ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาห่างไกลกันเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างกันแค่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 735

    แต่เธอยังมีหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่ไม่ได้เปิดเผยออกมา——คลิปที่เมิ่งเฉิงซ่งส่งมาให้เธอก่อนหน้านี้เมิ่งเฉิงซ่งเคยแฮ็กเข้าไปในระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน และกู้คืนภาพจากกล้องวงจรปิดที่ถูกลบไปแล้วในคลิปนั้นมีภาพเหตุการณ์สำคัญที่เป็นประโยชน์อย่างมาก แต่การแฮ็กเข้าไปในระบบไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เธอกลัวว่าหากปล่อยคลิปนี้ออกไปจะกระทบกับเมิ่งเฉิงซ่งด้วย ก็อย่างที่รองผู้อำนวยการพูดนั่นแหละ:พวกเด็ก ๆ จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้วเธอไม่อยากทำร้ายเมิ่งเฉิงซ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอย่างมัธยมปลายปีที่สามแบบนี้ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ ก็เห็นเมิ่งเฉิงซ่งเดินเข้ามาหาเธอ“เป็นยังไงบ้าง?เรียกเธอไปทำไม?” คำถามของเมิ่งเฉิงซ่งแทบไม่ต่างจากคำถามที่เวินถิงเยี่ยนถามเธอก่อนหน้านี้เลยเจี่ยนจือเล่าเรื่องคร่าว ๆ ให้เขาฟัง “ฉันคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาแล้วแหละ ทางสำนักงานกระทรวงการศึกษาจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด”“นี่คือจังหวะที่เธอรออยู่ใช่ไหม?” เมิ่งเฉิงซ่งถามเธอพยักหน้า “ก็ใช่น่ะสิ”เมิ่งเฉิงซ่งยิ้มพลางเอ่ยชมเธอ “ก็ดีนะ มีแค่ปล่อยให้กระแสแรงพอ ถึงจะทำให้บทสรุปสุดท้ายมันออกมารุนแรงได้”เจี่ย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status