Partager

บทที่ 3

Auteur: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา

ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...

อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."

ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."

ทุกคนมองไปที่ขอบประตู

พากันตกตะลึงหมดแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"

ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก

ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"

เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?

"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ

"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ

เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน

เธอรีบหลบเขา

"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"

ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"

เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "

แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก

อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"

"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน

ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง

"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ

"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้

"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น

เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง

"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน

เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้

ดังนั้น ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก คนอื่นก็ไม่กล้าพูดมากอีก

"เจี่ยนจือ" สายตาที่เขามองเธอเรียบเฉยเหมือนเดิม แตกต่างกับสายตาเป็นประกายในวิดีโอของลั่วอวี่เฉิงโดยสิ้นเชิง "พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทฉันมาหลายปีแล้ว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ล้อเล่นเอง เธอเห็นหน้าแก่ฉัน ให้อภัยพวกเขาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"พี่สะใภ้..." ลั่วอวี่เฉิงยืนบุ้ยปากอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยน "ถ้าจะโกรธจริง ๆ ก็โกรธฉันคนเดียวเถอะค่ะ อย่าเมินอาเยี่ยนเลย พวกเขานัดสังสรรค์กันวันนี้ก็เพราะฉันกลับมา... อาเยี่ยน ชวนภรรยานายอยู่ทานข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันจะดื่มเหล้าขอโทษเธอเอง"

"หึหึ ยัยนี่มันสตรอเบอรี่จริง ๆ " เจี่ยนจือคิดในใจ

"ขอโทษนะ" เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยน ที่ลั่วอวี่เฉิงกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะเขาให้ท้าย! เธอข่มกลั้นความขมขื่นในใจ "ฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเหล้ารสสตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งไม่ดื่ม"

ลั่วอวี่เฉิงแทบจะร้องไห้ทันที เธอหันไปมองเวินถิงเยี่ยน "อาเยี่ยน เธอว่าฉันเหรอ ฉัน..." แล้วทำท่าเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก พี่สะใภ้เข้าใจฉันผิด จะว่าฉันบ้างก็ไม่เป็นไร นายอย่าโทษเธอนะ..."

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจี่ยนจือ เฉิงเฉิงเจตนาดีนะ เธอต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยเหรอ"

เจตนาดีงั้นเหรอ?

มีแต่คนโง่ล่ะมั้งที่คิดว่าคำพูดนี้คือเจตนาดี?

เวินถิงเยี่ยนเป็นคนโง่เหรอ?

ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เลือกที่จะลำเอียงระหว่างฝ่ายถูกและฝ่ายผิดเท่านั้นเอง

ใจของเขาเอนเอียงไปทางไหน ทางนั้นก็คือฝ่ายถูก

เจี่ยนจือมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า และคนอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังพวกเขา รู้สึกเพียงว่าระหว่างเธอกับพวกเขามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้กั้นอยู่

พวกเขาต่างหากที่ยืนอยู่แนวรบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่มั่นคง ส่วนเธอเป็นแค่คนนอกที่บุกรุกเข้ามาในโลกของพวกเขา ไม่สิ เธอไม่เคยเบียดเข้าไปในโลกของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แม้แต่วนเวียนอยู่รอบนอกก็เป็นส่วนเกินแล้ว

เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ส่งเสียง "หึ" เบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป

ด้านหลัง เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้น "อาเยี่ยน พี่สะใภ้..."

"ไม่เป็นไรหรอก เธอเข้าใจอะไรง่ายมาก เดี๋ยวฉันกลับไปง้อนิดเดียวก็หายแล้ว มา เรามาต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจเธอหรอก"

ลับหลังคนอื่น เขาหันไปมองแผ่นหลังของเจี่ยนจือ แล้วส่งข้อความถึงคนขับรถว่าให้ขับไปส่งเธอ

เจี่ยนจืออยากจะเดินออกไปอย่างสง่างามและมั่นคงขึ้นหน่อย แต่เพราะขาของเธอ เธอจึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทุกครั้งที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ก็ยิ่งเดินโซเซมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้ ท่าทางที่เธอกำลังวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลและร้อนรนแบบนี้ จะเหมือนกับตอนที่อาเหวินเลียนแบบเธอหรือเปล่านะ?

หลังจากเธอไปแล้ว พวกเขาต้องหัวเราะลั่นห้องแน่ ๆ เลยสินะ?

เธอปาดน้ำตาอย่างแรง เดินเร็วขึ้นแล้ว โซเซมากขึ้นเช่นกัน...

รอจนคนขับรถของเวินถิงเยี่ยนวิ่งตามออกมา นอกร้านอาหารก็ไม่มีเงาของเจี่ยนจืออีกแล้ว

คนขับรถจึงกลับมารายงานเวินถิงเยี่ยน

เวินถิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโทรหาเจี่ยนจือ แต่เจี่ยนจือไม่รับสาย ทั้งยังกดตัดสายทิ้ง พอโทรซ้ำอีกครั้งก็ปิดเครื่องไปแล้ว

เดิมทีอาเหวินก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งพูดขึ้นว่า "อาเยี่ยน พี่สะใภ้เป็นแบบนี้ก็เพราะนายตามใจนั่นแหละ ด้วยฐานะกับภาพลักษณ์ของนายตอนนี้ มีใครแต่งงานกับนายแล้วจะไม่เอาใจบ้าง เธอยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายนี่ใจเย็นเกินไปจริง ๆ"

เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร

"อาเหวินพูดถูก นายทุ่มเทเพื่อเธอ ทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะ ออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้ แต่เธอดันไม่เห็นใจนาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังกล้าชักสีหน้าใส่นายอีก นายคู่ควรจะได้รับเหรอ?" คนอื่น ๆ ช่วยอาเหวินพูด

"นั่นสิ ที่นายแต่งงานกับเธอ ก็ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว ไม่งั้นคนขาเป๋อย่างเธอ ต่อไปใครจะเอาล่ะ ถ้านายไม่เอาเธอ เธอก็คงต้องแต่งงานกับคนพิการเท่านั้นแหละ"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (3)
goodnovel comment avatar
Anya
สนุกมาก แต่น่าจะซื้อเหรียญอ่านไม่ไหวค่ะ...
goodnovel comment avatar
Chaw Chawarut
เนื้อเรื่องสนุก
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
มีความอยากแต่งงานกับเธออาวุธพูดถูกนายทุ่มเทเพื่อเธอทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ตั้งเยอะออกไปทำงานข้างนอกก็เหนื่อยขนาดนี้เลยทำเธอมีใจนาย
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 775

    เจี่ยนจือลอยเข้าไปใกล้ อยากช่วยจัดท่าทางให้เขานอนสบายขึ้น แต่เขากลับยื่นมือมาโอบท้ายทอยของเธอไว้เจี่ยนจือสัมผัสได้ถึงแรงจากมือของเขา ทว่ามันแผ่วเบาเหลือเกิน แผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก“ขอโทษนะ จือจือ ทำให้เธอตกใจแล้ว” เขากระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบพร่า ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังจะหมดลง“ไม่เป็นไร ไม่เลย……” เจี่ยนจือไม่ได้ขัดขืนแต่หลังจากพูดจบประโยคนี้ เขาก็คลายมือออกทันที เจี่ยนจือจึงลอยขึ้นไปกลางอากาศอีกครั้ง“ฉันไม่เป็นไรแล้ว เธอไปเถอะ” เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน“หืม?” เขากำลังไล่เธอไปงั้นเหรอ?“กลับไปที่โลกของเธอเถอะ” เขาพูดต่อ “เวินถิงเยี่ยนในโลกของเธอเป็นคนเลวมาก เธอห้ามให้อภัยเขาเด็ดขาดเลยนะ……ฉัน……ฉันได้เจอเธอวันนี้ มีความสุขมากเลย จือจือ ฉันขอเรียกเธอว่าจือจืออีกสักครั้งได้ไหม?”“อืม……” เจี่ยนจือฟังน้ำเสียงของเขาแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยจนคำพูดถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรออกมาเพื่อปลอบโยนเขาได้บ้าง โรคที่ต่อให้ผ่านไปอีกสิบกว่าปีก็ยังรักษาไม่หาย ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาฉลาดและโดดเดี่ยวขนาดนั้น เกรงว่าคงรู้แต่แรกแล้วล่ะว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร และจะมีชีวิตต่อไ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 774

    “น่าจะเป็นเพราะ……” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ฉันใกล้จะต้องจากไปแล้วเหมือนกัน”“เวินถิงเยี่ยน นายพูดไร้สาระอะไร……” เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบสองนะ จะจากไปแบบนี้ได้ยังไง?รอยยิ้มบางถูกจุดขึ้นบนใบหน้าซีดขาวของเวินถิงเยี่ยน “เธอคิดบ้างไหมว่าบางทีฉันอาจจะมีชีวิตอยู่ได้แค่ยี่สิบสองปีก็ได้?”“เหลวไหลอะไรของนาย?” เจี่ยนจือตวาดเขา อย่างน้อยเขาในอีกโลกหนึ่งก็มีชีวิตจนถึงอายุสามสิบกว่า ๆ นะ“ถ้าหากเธอไม่ได้ช่วยเวินถิงเยี่ยนคนนั้น บางทีเขาอาจจะโดนรถชนตายตั้งแต่อายุยี่สิบสองก็ได้นี่?” เขาเอ่ยด้วยท่าทีนิ่งเฉยราวกับเรื่องที่พูดถึงเป็นเรื่องของคนอื่นเจี่ยนจือได้แต่ยืนนิ่งกับที่สำหรับข้อสันนิษฐานข้างต้น เธอไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอามาโต้แย้งเขาได้เลย เพียงแต่เขารู้เรื่องของโลกอีกใบได้อย่างไร“เธอคิดว่าเธอฝันได้คนเดียวเหรอ?ฉันก็ฝันเหมือนกัน……” จู่ ๆ เขาก็ขมวดคิ้ว ใบหน้าฉายแววเจ็บปวดออกมา“เวินถิงเยี่ยน!”เดิมทีเธอตั้งใจจะถามว่าเขาฝันเห็นอะไร แต่เมื่อเห็นท่าทางเจ็บปวดของเขาก็พลันร้อนใจขึ้นมา ในห้องพักผู้ป่วยเดี่ยว นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครอยู่เลยสักคน “ไม่มีคนมาเฝ้านายเลยเหรอ?”เขาหอบหายใจพูดอย่างยากลำบาก “ฉัน……

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 773

    ช่วงบ่าย เจี่ยนจือเดินทางมาถึงโรงละครเพื่อซ้อมการแสดงตามเวลานัดหมาย ราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อนไม่มีใครรู้เลยว่า ข้างหูเธอยังคงมีเสียงหนึ่งที่ตามหลอกหลอนกันไม่หยุด“เคราะห์ร้ายทั้งหมดฉันเอาติดตัวมาด้วยหมดแล้วนะ ดังนั้นชีวิตที่เหลือของเธอจะมีแต่ความสุข ความเบิกบาน สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง”“จือจือ ลืมอดีตที่ผ่านมา แล้วเดินหน้าต่อไปอย่างกล้าหาญและมีความสุขเถอะนะ โอเคไหม?”“จือจือ ลาก่อน”เมื่อการซ้อมจบลง เธอก็หมดแรงจนล้มตัวนอนแผ่อยู่บนเวที ได้ยินเสียงในหัวใจของตัวเองกำลังตอบกลับไปว่า:อืม ลาก่อน ฉันจะก้าวต่อไปข้างหน้า จะไม่หันหลังกลับไปอีกในเมื่อรับปากแล้วว่าจะไม่หันกลับไปมอง จะทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง เจี่ยนจือก็ทำตามที่พูดจริง ๆ หลังการแสดงจบลง เธอเดินทางกลับพร้อมกับตี๋โยวและคนอื่น ๆหลังจากนั้น เธอก็จะเดินทางมาที่ไอร์แลนด์ปีละหนึ่งครั้งแทบทุกปี บางครั้งก็มาช่วงฤดูร้อน บางปีก็ฤดูหนาว และทุกครั้งเธอก็จะเดินทางกลับทันทีหลังเสร็จกิจกรรมแลกเปลี่ยนที่เบอร์ลินเธอรู้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีหิมะตกลงมาในเบอร์ลิน และละลายหายไปอย่างเงียบเชียบที่สุดงั้นก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเถอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 772

    เขายื่นจดหมายฉบับนั้นให้เจี่ยนจือ “คำสั่งเสียสุดท้ายของคุณเวิน ตอนนี้ผมทำตามจนสำเร็จแล้วครับ”“ขอบคุณค่ะ” เจี่ยนจือรับจดหมายมา พลางก้มมองข้อความบนหน้าซองที่เขียนว่า “เฉพาะเจี่ยนจือ” จู่ ๆ เธอก็ไม่กล้าเปิดอ่านขึ้นมาเสียอย่างนั้นเจี่ยนหลานกุมมือของเธอไว้ “ถ้าไม่อยากเปิดตอนนี้ ก็ไม่ต้องเปิดหรอก”“หนูจะไม่เปิดมันเด็ดขาด!” ความขมขื่นที่อัดอั้นอยู่ในใจเจี่ยนจือพลันเอ่อท้นขึ้นมา“อืม งั้นก็ไม่ต้องเปิดหรอก” เจี่ยนหลานกระชับฝ่ามือที่กุมมือเธออยู่ ลังเลนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็เอ่ยเสียงต่ำว่า “เขาป่วยเป็นโรคเดียวกับพ่อของเขา เพียงแต่ตรวจเจอเร็วกว่า เขาตรวจเจอโรคนี้ในวันที่ถูกรถชน ……”เจี่ยนหลานก้มสำรวจสีหน้าเธอ เมื่อเห็นว่าใบหน้าเธอไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ก็กระชับฝ่ามือให้แน่นขึ้นอีก “เขาเป็นคนขอร้องพี่ ไม่ให้บอกอะไรกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาเสียขาไปหรือเรื่องที่เขาป่วย ก็ห้ามบอกเราทั้งนั้น เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและรักษาตัวมานานถึงสองปี แต่สุดท้ายก็ยังพ่ายแพ้ให้กับโรคร้าย เมื่อปีก่อนเขาน่าจะรู้ตัวแล้วว่าอาการของตัวเองกำลังทรุดลง ถึงได้ดึงดันจะมาไอร์แลนด์ให้ได้ หลังจากมาถึงได้ไม่นาน เขาก็หมด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 771

    “……ชีวิตของเขาผ่านช่วงรุ่งเรืองและตกต่ำมามากมาย เคยประสบความสำเร็จ เคยทำผิดพลาด เขาเฝ้าขอให้คนในครอบครัวให้อภัยมาตลอดชีวิต สุดท้ายโรคร้ายก็พรากเขาไปจากโลกนี้ ……ขอให้บนสวรรค์ไม่มีความเจ็บป่วย ขอให้ชาติหน้าไม่ทำผิดพลาดอีก……”ในหัวของเจี่ยนจือมีเสียงอื้ออึงดังไม่หยุด หูของเธอเริ่มอื้อจนไม่ได้ยินอะไร ทั้งที่คนบนเวทีกล่าวอะไรตั้งมากมาย แต่มีเพียงบางประโยคเท่านั้นที่เล็ดลอดเข้ามาในโสตประสาทของเธอหลังจากกล่าวจบ ชายคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วเห็นเธอเข้าพอดี สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันทีก่อนที่ร่างสูงจะรีบสาวเท้าเข้ามาหาเธอ“จือจือ ” เขาคว้าลาดไหล่บางของเธอไว้ จ้องมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา เรียวคิ้วเริ่มขมวดยุ่ง เมื่อมองข้ามไหล่ของผู้เป็นพี่ไป เจี่ยนจือพอเห็นผ่านม่านน้ำตาราง ๆ ว่าผู้คนในโบสถ์ทยอยลุกออกจากที่นั่ง แล้วเดินไปวางดอกไม้บนโลงศพ และหนึ่งในนั้นก็มีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ด้วย นั่นคือเจ้าของโรงแรมในไอร์แลนด์ที่เธอเคยพบมาก่อน“จือจือ……” เขาพยายามจะดึงเธอเข้ามากอด เมื่อเห็นแววตาเลื่อนลอยของเธอเจี่ยนจือผลักเขาออกด้วยแรงประมาณหนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พี่……บอกมาสิ ว่าคนที

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 770

    ข้อความโดยละเอียดคือ:เมิ่งเฉิงซ่ง หากนายได้อ่านข้อความนี้ ก็อย่าแปลกใจไปเลยแล้วก็ไม่ต้องถามด้วยว่าเพราะอะไรเพราะฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันจักรวาลกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มีเรื่องราวมากมายเหลือคณานับที่มนุษย์ไม่อาจหาคำตอบได้ฉันโชคดีที่ได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับนาย มีนายเป็นเหมือนพี่น้องต่างสายเลือด ฉันโชคดีที่ได้เดินตามรอยนาย เดินทางไปในทุกที่ที่นายไป ดีใจที่ตัวฉันได้กลายเป็นนายอีกคน และได้ตัดสินใจแทนนาย ขอให้ชีวิตที่เหลือของนายราบรื่นและสงบสุข ขอให้นายมีความสุขตลอดไปเจี่ยนจือลอยอยู่เหนือข้อความเหล่านั้น จากมุมมองของเธอตอนนี้ เธอมองเห็นขนตาของเมิ่งเฉิงซ่งค่อย ๆ ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา“หง่าง——หง่าง——หง่าง——” ไม่รู้ว่าเสียงระฆังดังมาจากทางไหน มันดังจนหัวใจเธอสั่นไหวด้วยความเจ็บปวด ท่ามกลางสติอันเลือนราง เธอคล้ายได้ยินเสียงสวดมนต์ดังขึ้นข้างหู ขมับของเธอเริ่มปวดตุบ เมื่อสติของเธอดับวูบลง เหมือนเธอจะได้ยินเสียงของใครบางคนดังมาจากห้วงความทรงจำอันไกลโพ้น:ถ้าหากชาติหน้ามีจริง หวังจริง ๆ ว่าจะช่วยทำให้ความปรารถนาทุกอย่างของเขาเป็นจริง“ติ๊ง——” ไม่รู้ว่าเสียงกริ่งที่ไหนช่วยดึงเจี่ยนจือออกมาจากห้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status