Share

บทที่ 2

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เขาแหกกฎที่ให้ไว้กับตัวเอง ไปดื่มเหล้าแล้ว

ฟังออกเลยว่าเขาเมานิดหน่อย

แต่เวินถิงเยี่ยนกล้าตะโกนเสียงดังขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

เวินถิงเยี่ยนในความทรงจำของเจี่ยนจือก็คือ สมัยมัธยมปลายเป็นเด็กเนิร์ดเย็นชา ไม่ใช่แค่เคร่งเครียดกับการทำโจทย์ แม้แต่ในสนามกีฬา ถ้ามีเด็กนักเรียนหญิงที่ชอบเขายื่นน้ำให้ เขาก็ไม่เคยสนใจเลย

ตอนหลัง เวินถิงเยี่ยนที่กลายเป็นสามีของเธอยิ่งสุภาพเรียบร้อย อารมณ์นิ่งจนไร้แรงกระเพื่อม ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยโกรธ มักนิ่งเฉย เฉยจนบางครั้งเวลาเธอบังเอิญสัมผัสนิ้วเขา ก็ยังรู้สึกเลยว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาเย็นไปหมด

กล้องในวิดีโอกวาดไปยังใบหน้าของทุกคน เธอเห็นเวินถิงเยี่ยนกำลังเมากรึ่ม ๆ ดวงตาของเขาทอประกาย ยกแก้วให้กล้องพลางหัวเราะลั่น "ยินดีต้อนรับเฉิงเฉิงกลับบ้าน"

ที่แท้เขาก็ยิ้มเป็นด้วย

เขาก็มีช่วงเวลาที่กระตือรือร้นเหมือนกัน

และเขาก็เรียกชื่อเล่นของผู้หญิงได้

แต่เขาแค่ไม่ยิ้มให้เธอเท่านั้นเอง ไม่กระตือรือร้นกับเธอด้วย และยิ่งไม่เรียกชื่อเล่นของเธอ

"คุณนายคะ ตอนนี้จะลุกจากเตียงหรือยังคะ" เสียงของป้าเฉินดังขึ้นหน้าประตู

ชีวิตประจำวันของเจี่ยนจือเป็นแบบแผนมาก ป้าเฉินเห็นเธอไม่มีความเคลื่อนไหว จึงคิดว่าเธอต้องการความช่วยเหลือจากตน ถึงอย่างไรขาของคุณนายก็มีปัญหาจริง ๆ

เจี่ยนจือวางโทรศัพท์ลงข้าง ๆ "ลุกค่ะ เดี๋ยวฉันออกไป" เสียงของเธอกลับแหบพร่าปนสะอื้น

ป้าเฉินทำเสี่ยวหลงเปาเป็นอาหารเช้า เจี่ยนจือกินไปเพียงลูกเดียวก็กินต่อไม่ลงแล้ว

"คุณนายคะ มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นจะทานอะไรดี" ป้าเฉินยื่นนมแก้วหนึ่งให้เธอ

"อะไรก็ได้ค่ะ คุณผู้..." เดิมทีเธอตั้งใจจะพูดเหมือนแต่ก่อนว่า "คุณผู้ชายชอบกินอะไรก็ทำอย่างนั้น" แต่พูดได้แค่คำเดียวก็กลืนคำพูดที่เหลือกลับเข้าไป

ทว่าป้าเฉินกลับฟังออก ถึงอย่างไรบทสนทนาเป็นแบบเดิมทุกวัน จึงรีบบอกเธอว่า "คุณผู้ชายบอกว่าวันนี้จะไม่กลับมาทานมื้อเย็นค่ะ มีนัดทานข้าว"

เจี่ยนจือพยักหน้า

เขาก็ต้องไม่กลับมากินข้าวอยู่แล้ว เพราะเมื่อครู่เธอเห็นในโซเชียลมีเดีย ว่าลั่วอวี่เฉิงทำตารางรายชื่อทั้งสัปดาห์ว่าใครจะเลี้ยงข้าวเธอ พร้อมข้อความว่า "ความสัมพันธ์สมัยเรียนจริงใจที่สุดแล้ว ฉันเป็นสาวน้อยที่น่ารักที่มีพี่ชายมากมายคอยเอาใจ!"

ตามปกติในช่วงกลางวัน เจี่ยนจือจะเรียนภาษาอังกฤษสองชั่วโมง แล้วเรียนทฤษฎีทางศิลปะต่ออีกสองสามชั่วโมง

ถ้าไม่หาอะไรให้ตัวเองทำ แล้วในเวลาอันยาวนานนี้ เธอควรจะใช้ชีวิตผ่านไปอย่างไร จะให้ใช้ทั้งชีวิตของเธอเพื่อคนคนเดียวกลับบ้านเหรอ?

เธอเคยรอมาแล้วนี่นา...

รสชาติของการรอคอย มันทรมานเกินไป

แต่วันนี้ตารางชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว

ข้อเสนอฉบับนี้น่าจะเป็นการรับเข้าชุดสุดท้ายของสถาบันแล้ว เธอต้องรีบยืนยันโดยเร็ว

ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำวันนี้คือจ่ายค่าธรรมเนียมยืนยันการเข้าศึกษา เมื่อโทรศัพท์เด้งข้อความแจ้งหักเงินจากบัตรธนาคาร เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

วันที่เธอจะได้จากเวินถิงเยี่ยนไป ใกล้เข้ามาอีกหนึ่งวันแล้ว

ตอนเย็น เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมออกไปข้างนอก

"คุณนายจะไปไหนคะ" ป้าเฉินแปลกใจมาก

เมื่อไม่มีเวินถิงเยี่ยนอยู่ด้วย เจี่ยนจือแทบจะไม่ออกจากบ้านไปไหนเลย

"อ๋อ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของฉันมาแสดงที่นี่ค่ะ เลยชวนฉันออกไปเจอกันสักหน่อย" เธอกล่าว แต่ความจริงเธอตั้งใจจะไปพักที่โรงแรมใกล้สนามสอบ

พรุ่งนี้เธอมีสอบไอเอล ซึ่งเป็นการสอบช่วงเช้า ถ้าเดินทางไปตอนเช้า เธอกลัวว่าอาจจะรถติดจนไปไม่ทัน

การสอบไอเอลครั้งล่าสุดคือเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอไม่ได้คะแนนอย่างที่หวังไว้ แต่ถึงกำหนดเวลายื่นใบสมัครเรียนต่อต่างประเทศแล้ว เธอจึงยื่นใบสมัครไปก่อน เนื่องจากไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกตอบรับ เมื่อไม่นานมานี้เธอจึงนัดสอบในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง

โชคดีที่มหาวิทยาลัยให้ส่งคะแนนภาษาอังกฤษตามไปได้

"แต่ว่า..." ป้าเฉินมองขาของเธอ "ให้ป้าไปเป็นเพื่อนไหมคะ"

"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นนัดของเพื่อนสนิท มีคนอื่นไปด้วยจะไม่สะดวก" เจี่ยนจือตอบด้วยสีหน้าปกติ

"ถ้างั้นป้าบอกคุณผู้ชายไว้หน่อยนะคะ" ป้าเฉินกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเธอจริง ๆ ไม่กลับแบกความรับผิดชอบนี้

"ไม่ต้องค่ะ ให้เขาไปสังสรรค์อย่างสบายใจเถอะ อย่าไปรบกวนเขาเลย เดี๋ยวฉันเจอเพื่อนเสร็จจะโทรให้เขามารับเอง" เจี่ยนจือถือกระเป๋าเดินออกประตูไป

เนื่องจากขาของเธอใช้งานได้ไม่สะดวก เรือนหอที่เวินถิงเยี่ยนซื้อจึงเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ที่กินพื้นทั้งหมดในชั้นเดียว เจี่ยนจือออกจากบ้านโดยลงลิฟต์มา

ทันทีที่ก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางแสงแดด เธอก็ก้มศีรษะลงตามสัญชาตญาณ หดตัว สวมหมวกและตั้งคอเสื้อขึ้นมา

นับตั้งแต่ขาเป๋ เจี่ยนจือผู้มีชีวิตชีวาและมั่นใจบนเวทีก็ได้หายไปแล้ว

เจี่ยนจือที่ขาเป๋ ได้สูญเสียความกล้าที่จะก้าวเข้าสู่สายตาฝูงชนไปแล้ว

ป้าเฉินมักจะพูดว่า ถ้าเธอจะออกไปข้างนอก ควรให้คุณผู้ชายไปด้วยจะดีที่สุด

เวินถิงเยี่ยนก็มักจะพูดว่า ถ้าไม่มีเขาอยู่เป็นเพื่อน เธอควรจะอยู่บ้านจะดีที่สุด

แต่พวกเขาไม่รู้เลย

ว่าสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการออกไปข้างนอกกับเวินถิงเยี่ยน มันน่ากลัวยิ่งกว่าการออกไปคนเดียวเสียอีก

เพราะทุกคนที่เห็นพวกเขา ในสายตาจะเหมือนเขียนไว้ว่า ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทำไมภรรยาถึงเป็นคนขาเป๋ล่ะ?

เธอเรียกรถคันหนึ่งมุ่งหน้าไปยังโรงแรม

บนรถ เธอมองทิวทัศน์ถนนนอกหน้าต่างเงียบ ๆ แล้วจู่ ๆ ก็เห็นรถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่ริมถนน

"เดี๋ยวก่อนค่ะ รบกวนจอดรถตรงนี้หน่อย" เธอรีบบอกคนขับ

รถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่หน้าทางเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง

เมื่อวานเป็นเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนเลี้ยงข้าว วันนี้เป็นตาของเวินถิงเยี่ยน ซึ่งลั่วอวี่เฉิงเขียนไว้ในโซเชียลมีเดีย

เธอก้าวลงจากรถราวกับถูกผีเข้าสิง

เมื่อไปถึงร้านอาหาร เจี่ยนจือบอกทันทีว่า "มาถึงแล้วค่ะ คุณเวินจองไว้" พร้อมทั้งบอกเลขท้ายโทรศัพท์มือถือของเวินถิงเยี่ยน

พนักงานเสิร์ฟจึงเดินนำเจี่ยนจือไปที่ประตูห้องส่วนตัว "อยู่ตรงนี้ครับ"

"ขอบคุณค่ะ" เจี่ยนจือขอบคุณพนักงานเสิร์ฟ

ที่จริงเจี่ยนจือก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมาทำอะไรกันแน่ ตอนอยู่บ้านเธอวู่วามอยู่ในใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พอมายืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ กลับไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะผลักประตู

ทว่าด้านในกลับมีเสียงพูดคุยที่สนุกสนานดังออกมา

"วันนี้กลับดึกไม่ได้แล้ว ดื่มเหล้าก็ไม่ได้ เมื่อคืนเมากลับไป เมียที่บ้านออกฤทธิ์ใหญ่เลย"

เป็นเสียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเวินถิงเยี่ยน

"ยังเป็นพี่ชายฉันอยู่ไหมเนี่ย ตอนแรกตกลงกันไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าต่อให้เทพเทวาที่ไหนโผล่มา น้องสาวก็ต้องมาก่อน ตอนนี้ดันกลัวเมียซะงั้น? มีแต่พี่เยี่ยนของเรานี่แหละที่เป็นเพื่อนแท้"

เป็นลั่วอวี่เฉิง น้ำเสียงที่พูดช่างหวานนุ่มอ่อนโยน

ที่แท้ลั่วอวี่เฉิงก็มีนิสัยแบบนี้นี่เอง

ที่แท้เวินถิงเยี่ยนก็ชอบผู้หญิงที่มีนิสัยแบบนี้

น่าเสียดาย เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลยจริง ๆ แม้แต่จะแสดงก็ยังทำไม่ได้

เพื่อนสนิทคนนั้นพูดต่อ "อาเยี่ยนจะเหมือนกันได้ยังไง เจี่ยนจือกล้าว่าเขาสักครึ่งคำซะที่ไหนกัน"

"เอ๊ะ จริงสิ" เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้นอีกครั้ง "อาเยี่ยน ได้ยินมาว่าภรรยานายขาเป๋เหรอ เพราะอะไรล่ะ"

ไม่มีใครตอบคำถามของลั่วอวี่เฉิง

ทว่าเจี่ยนจือกลับรู้สึกบีบหัวใจ

เพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนจึงพูดเปิดใจประเด็นนี้

"จะว่าไปแล้ว อาเยี่ยน พวกเราเสียดายแทนนายจริง ๆ นายดูสิ พูดถึงเงินก็มีเงิน หน้าตาก็ดี ทั้งเก่งทั้งหล่อ จะแต่งกับผู้หญิงแบบไหนก็ได้ ทำไมต้องแต่งกับคนขาเป๋ด้วย"

"พูดตามตรงนะ อาเยี่ยน นายน่ะเจ๋งที่สุดในหมู่พวกเรา ตอนนี้นายแต่งงานกับเจี่ยนจือ เวลามีประชุม งานสังสรรค์ข้างนอก งานแถลงข่าวหรือโอกาสอื่น ๆ ที่ต้องมีภรรยา นายก็พาเธอออกงานด้วยไม่ได้เลย นายว่านายขาดทุนไหมล่ะ!"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

เวินถิงเยี่ยนมักจะพูดเสมอว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของเขา เธอแค่อยู่ที่บ้านดี ๆ รอเขาหาเงินกลับมาให้ก็พอ

ครอบครัวของเธอชื่นชมที่เวินถิงเยี่ยนเป็นแบบนี้ ชมจนเขาแทบจะลอยขึ้นฟ้า ทุกคนบอกว่าเธอวาสนาดี แต่ที่จริงแล้ว เป็นเพราะเขาคิดว่า...พาเธอออกไปข้างนอกไม่ได้...

เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของเวินถิงเยี่ยนดังมาจากห้องส่วนตัว "ยังไงเธอก็มีบุญคุณกับฉัน ฉันติดหนี้เธอ"

"นายเป็นหนี้เธอ นายก็ให้เงินเธอไปตั้งเยอะแล้วนี่ ถือว่าหายกันแล้ว!"

"นั่นสิ ตอนนั้นนายควรจะจ่ายเงินซื้อตัวเธอไปเลย ไม่จำเป็นต้องเอาความสุขทั้งชีวิตของตัวเองมาแลกไม่ใช่เหรอ"

"ฉันว่านะ นายควรคิดให้ดี ๆ ต่อให้นายเชิญพระโพธิสัตว์กลับไปบูชาทุกวัน อย่างน้อยวันขึ้น 1 ค่ำ กับ 15 ค่ำก็ยังขอพรให้ร่ำรวยได้ แต่นายแต่งคนแบบนี้เข้าบ้าน จะมีประโยชน์อะไรล่ะ"

"ใช่แล้ว จะช่วยอะไรนายได้ ออกมารับแขกก็ไม่ได้ อยู่บ้านยกชารินน้ำก็ยังกลัวจะหกเลยใช่ไหม อาเยี่ยน นายดื่มน้ำ...แบบนี้ แบบนี้ เป็นแบบนี้ใช่ไหม?"

เสียงหัวเราะดังก้องทั่วห้องส่วนตัว มีเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของลั่วอวี่เฉิงปนอยู่ด้วย "อาเยี่ยน ภรรยานายเดินแบบนี้จริง ๆ เหรอ"

เจี่ยนจือกำลังแนบหูฟังอยู่หน้าประตู เธอรู้สึกว่าเลือดทั้งร่างพุ่งพล่านขึ้นศีรษะ ความโกรธและความอับอายทำให้เธอเสียการทรงตัว

เธอผลักประตูห้องส่วนตัวออก

ตรงหน้ากำลังอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ

หนึ่งในเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนที่ชื่ออาเหวินกำลังถือแก้วน้ำ ทำท่าเดินกะโผลกกะเผลกอย่างเกินจริง พร้อมทั้งดัดเสียงพูดว่า "อาเยี่ยนคะ อาเยี่ยนขา อาเยี่ยน ดื่มน้ำสิ อาเยี่ยน อุ๊ย ล้มแล้ว อาเยี่ยนกอดหน่อย"

เธอมองไปที่เวินถิงเยี่ยน คาดหวังว่าสามีของเธอ คนที่เธอรักมากที่สุด จะแสดงท่าทีอะไรบ้างในเวลานี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
เทออายมากและไม่อยากให้ใครรู้เรื่องแบบนี้เลยโดนล้ออายแล้วใครไม่อยากมากินเหล้ากับใครเลยแม้แต่นิดเดียวโดยคนอื่นมาล้อเลยไม่อยากให้มามาหา
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 704

    เจี่ยนจือ:???เปลี่ยนไปแล้วเหรอ?ตอนแรกลั่วอวี่เฉิงตั้งใจจะแสดงบทนางเอกเจ้าน้ำตา แต่พอได้ยินคำพูดของเวินถิงเยี่ยน ใบหน้าที่เตรียมจะร้องไห้ก็แข็งค้างไปทั้งอย่างนั้น“หร่านเฉินเป็นคนใจกว้างและตรงไปตรงมา รักพวกพ้องมาก ส่วนเจี่ยนจือเป็นคนอ่อนโยนจิตใจดี ใสซื่อบริสุทธิ์ด้วย พวกเธอไม่ใช่คนแบบที่เธอคิดหรอก” เวินถิงเยี่ยนย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิมเจี่ยนจือหันมาสบตากับหร่านเฉิน:โอ้โห นี่เขากำลังช่วยพูดแทนพวกเธอสองคนอยู่เหรอ?ลั่วอวี่เฉิงฝืนเล่นละครต่อไม่ไหวแล้ว สีหน้าที่กำลังจะร้องไห้จึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะกลับมาทำท่าน่าสงสารอีกครั้ง“งั้น……งั้นฉันน่าจะเข้าใจผิดไปเอง……ฉันไม่รู้จักพวกเธอดีพอ……ขอโทษนะ ฉันต้องขอโทษพวกเธอด้วย……”พูดจบ ลั่วอวี่เฉิงก็เดินเข้ามาหาพวกเธอ ใบหน้ายังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เธอพยายามฝืนยิ้มให้ “เจี่ยนจือ หร่านเฉิน ขอโทษนะ พวกเธอให้อภัยฉันได้ไหม?อันที่จริงฉัน……ฉันอยากเป็นเพื่อนกับพวกเธอมากนะ แต่ว่า……ฉันกลัวมาตลอดเลย……กลัวว่าพวกเธอจะไม่ยอมรับฉัน……”ในตอนนั้น คนที่เมื่อครู่พากันกรูเข้าไปในร้านของเวินถิงเยี่ยนก็ทยอยออกมากันบางส่วน เพราะในร้านมีที่นั่ง

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 703

    ตอนนั้นเจี่ยนจือยังไม่รู้ว่าลั่วอวี่เฉิงขโมยตัวตนที่เธอขอเป็นอาสาสมัครนิรนามของคุณย่าไป ในเวลานั้น เธอเพียงไม่เข้าใจว่าทำไมเวินถิงเยี่ยนถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเขาถึงต้องออกหน้าปกป้องลั่วอวี่เฉิงถึงขนาดนั้นตอนที่เวินถิงเยี่ยนยืนกรานจะปกป้องลั่วอวี่เฉิงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ได้สลักสำคัญอะไร หร่านเฉินก็โกรธจนแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เธอยกมือชี้ตัวเองแล้วตะคอกถามเวินถิงเยี่ยนว่า:“เวินถิงเยี่ยน นี่หมายความว่าจะไล่พวกเราออกจากร้านใช่ไหม?”เวินถิงเยี่ยนถูกเธอคาดคั้นจนเงียบไปหร่านเฉินโกรธจนตะโกนเสียงดังกว่าเดิม “ตอบสิ!พวกเรารู้จักกันมาตั้งนาน เป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี แล้วนายจะห้ามไม่ให้พวกฉันเข้าร้านนายเพราะผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม?”เจี่ยนจือเข้าใจความรู้สึกของหร่านเฉินดีหร่านเฉินไม่เหมือนเธอเธอเพิ่งย้ายมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งนี้ในฐานะนักเรียนโควตาสายเต้นรำ ขณะที่หร่านเฉินกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาตั้งแต่มัธยมต้นคำคาดคั้นของหร่านเฉินทำให้ท่าทีของเวินถิงเยี่ยนอ่อนลงเล็กน้อย เขาจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า “ฉันแค่ไม่อนุญาตให้คนที่ต่อต้านลั่วอวี่เฉิงเข้าร้าน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 702

    “นี่มันใช่เรื่องแย่งผู้ชายกันที่ไหนล่ะ นี่มันใช้ความรุนแรงชัด ๆ?ต้องเรียกผู้ปกครองมาคุยแล้ว!”“ผู้ปกครองจะเอาอยู่เหรอ?ฉันว่าเรียกตำรวจเลยดีกว่า!อายุยังน้อยแท้ ๆ แต่ดันมีปัญหากันเรื่องผู้ชาย แถมยังแกล้งเด็กที่ยากจนกว่าอีก!”หร่านเฉินโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมพุ่งเข้าไปฉีกปากลั่วอวี่เฉิง เจี่ยนจือรีบดึงเธอเอาไว้เต็มแรง พลางส่งสัญญาณบอกว่าอย่าเพิ่งวู่วามหร่านเฉินเป็นคนตรงไปตรงมา แถมยังอายุน้อยและเรียบง่ายใสซื่อ เธอเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ที่ไหนกัน?พอถูกยั่วยุแบบนี้ก็อารมณ์ขึ้นตามทันที แต่หลังจากใจเย็นลง เธอก็เข้าใจว่าหากตอนนี้พุ่งเข้าไปฉีกปากลั่วอวี่เฉิงจริง ๆ ก็ยิ่งเท่ากับตอกย้ำว่าพวกเธอกำลังรังแกอีกฝ่าย พอคิดได้แบบนี้ก็ยิ่งหงุดหงิดรำคาญใจเข้าไปใหญ่ จึงรีบหันไปจ้องเวินถิงเยี่ยนตอนนี้สีหน้าของเวินถิงเยี่ยนตึงเครียดราวกับแผ่นเหล็กจากประสบการณ์ที่เจี่ยนจือรู้จักเวินถิงเยี่ยนมาหลายปี เธอรู้ดีว่าภายใต้สีหน้าเรียบตึงนั้นมีความโกรธปะทุอยู่ แต่เขาไม่มีทางระเบิดมันออกมา สิ่งที่เขาทำได้มีแค่แสดงออกอย่างเย็นชาและแข็งกระด้างราวกับแผ่นเหล็กเท่านั้นอันที่จริง สถานการณ์ตรงหน้านี้เ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 701

    ข้างร้านของเขาคือร้านหม้อไฟตอนที่หร่านเฉินกับเจี่ยนจือมาถึงร้าน ลั่วอวี่เฉิงกำลังยืนแจกบัตรคิวให้ลูกค้าที่รออยู่หน้าร้านหม้อไฟ พอหันมาเห็นหร่านเฉินกับเจี่ยนจือ เธอก็ทำท่าทางเคร่งเครียด ดวงตาแดงก่ำ แทบไม่รู้จะวางมือวางไม้ตรงไหนเจี่ยนจือกับหร่านเฉินหันมาสบตากัน ในใจต่างคิดว่า: พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเธอไม่ใช่เหรอ?สายตาของลั่วอวี่เฉิงมองเลยผ่านเจี่ยนจือกับหร่านเฉินไป ก่อนจะหยุดอยู่ที่ด้านหลัง จากนั้นจู่ ๆ เธอก็รีบวิ่งเข้าไปหา ดวงตายังคงแดงก่ำราวกับกำลังจะร้องไห้หร่านเฉินถึงกับงง นี่มันอะไรกันเนี่ย? อย่าบอกนะว่า จะมาหาเรื่องพวกเธอ?แต่เจี่ยนจือรู้จักลูกไม้พวกนี้เป็นอย่างดี จึงดึงแขนหร่านเฉินออกเพื่อเปิดทางให้ลั่วอวี่เฉิงคราวนี้หร่านเฉินก็ตระหนักได้ ที่แท้เวินถิงเยี่ยนก็มาแล้วนี่เอง แถมยังยืนอยู่ข้างหลังเธอกับเจี่ยนจือด้วย ลั่วอวี่เฉิงคงตั้งใจจะวิ่งไปหาเวินถิงเยี่ยน……เจี่ยนจือกับหร่านเฉินกอดอกทั้งคู่ ตั้งใจยืนดูว่าอีกฝ่ายจะเล่นละครอะไรต่อลั่วอวี่เฉิงวิ่งไปหยุดตรงหน้าเวินถิงเยี่ยน ก่อนจะหันกลับมายืนกางแขนปกป้องเวินถิงเยี่ยนราวกับแม่ไก่กางปีกปกป้องลูกเจี๊ยบ ดวงตาแดงก่ำเอ่อคลอด้วย

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 700

    อาคารเรียนเงียบมาก ตอนนี้นักเรียนกลับเข้าห้องกันเกือบหมดแล้ว ทั้งสองคนกลัวว่าจะเข้าเรียนสาย จังหวะที่เตรียมจะวิ่งไปห้องเรียน ก็บังเอิญได้ยินเสียงคนพูดคุยกันที่ชั้นหนึ่งแถมเสียงนั้นยังคุ้นหูเป็นพิเศษฝีเท้าที่กำลังจะวิ่งขึ้นอาคารหยุดชะงักลงพร้อมกัน และไม่นานเสียงของลั่วอวี่เฉิงก็ดังขึ้นอย่างชัดเจน พูดให้ถูกก็คือเสียงร้องไห้ของเธอต่างหากลั่วอวี่เฉิงร้องไห้อย่างหนักจนแทบพูดไม่เป็นประโยค “การ……การแข่ง……การแข่งครั้งนี้……สำคัญมาก……ไม่สิ……ต้องบอกว่า……ทุก……ทุกการแข่งสำคัญกับฉันทั้งหมดเลย……ถ้าแม่ฉันไม่รู้ว่าฉันมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันก็ ……ก็ยังโอเค……แต่ตอนนี้แม่รู้แล้ว……แต่ฉัน……กลับไปแข่งต่อไม่ได้ ฉัน……ฉันต้องจบไม่สวยแน่……เพราะงั้น……ฉันต้องเข้าร่วมให้ได้……ฉันจะทำทุกอย่าง……ไม่ว่าวิธีไหน……ก็ต้องเข้าร่วมให้ได้……เพราะงั้น……ฉันถึง……ถึงได้……กลัวจริง ๆ ว่าเจี่ยนจือจะเอาชนะฉัน……”“เธอรู้ว่าเจี่ยนจือพูดภาษาอังกฤษเก่ง?” เสียงนี้คือเสียงเย็นชาฉบับเวินถิงเยี่ยน“ฉัน……ฉันเดาเอา……เธอยืนกรานจะสมัครขนาดนั้น แถมที่บ้าน……ยังมีญาติ……อยู่ต่างประเทศอีก ก็น่าจะ……น่าจะดีแหละ……ไม่แน่ว่า สุนทรพจน์ของเธออาจเป็น

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 699

    เรื่องทั้งหมดที่ลั่วอวี่เฉิงทำผิด ในสายตาของเวินถิงเยี่ยนกลับถูกต้องเสมอ และเจี่ยนจือก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าไปขอโทษลั่วอวี่เฉิงอยู่ตลอดส่วนครั้งนี้ เขาก็มาที่นี่เพื่อทวงความยุติธรรมให้ลั่วอวี่เฉิงใช่ไหม?หรือจะมาบังคับให้เจี่ยนจือขอโทษลั่วอวี่เฉิงอีก?เจี่ยนจือรอว่าเขาจะพูดอะไรต่อสีหน้าของเวินถิงเยี่ยนที่นั่งอยู่ตรงข้ามฉายแววจนปัญญาออกมา “เจี่ยนจือ ทำไมเธอถึงชอบคิดว่าฉันเป็นศัตรูอยู่เรื่อยเลย?”เจี่ยนจือไม่ได้ตอบอะไร แต่เสียงในหัวคือ: หรือจะบอกว่าเมื่อก่อนนายไม่ใช่แบบนี้ล่ะ?เมื่อเห็นว่าหร่านเฉินกับอาเฟิงกำลังเดินกลับมาที่โต๊ะ เวินถิงเยี่ยนจึงพูดเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน “ยัยเจ้าเล่ห์” จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ“พวกเธอคุยอะไรกันน่ะ?”หร่านเฉินถามขึ้นทันทีที่นั่งลงข้างเจี่ยนจือ สีหน้าดูมีชีวิตชีวา “คงไม่ได้กำลังย้อนนึกถึงสุนทรพจน์สุดเจ๋งของเจี่ยนจือเมื่อกี้ ว่าเอาชนะนายมาได้ยังไงหรอกนะ?”สีหน้าของหร่านเฉินตอนนี้ดูได้ใจสุด ๆ ราวกับคนที่เพิ่งคว้าชัยชนะมา ท่าทีของเธอทำเอาเวินถิงเยี่ยนถึงกับยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย“ใช่” แววตาของเวินถิงเยี่ยนฉายประกายบางอย่าง “ฉันกำลังขอให้เจี่ยนจือ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status