Share

บทที่ 2

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เขาแหกกฎที่ให้ไว้กับตัวเอง ไปดื่มเหล้าแล้ว

ฟังออกเลยว่าเขาเมานิดหน่อย

แต่เวินถิงเยี่ยนกล้าตะโกนเสียงดังขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

เวินถิงเยี่ยนในความทรงจำของเจี่ยนจือก็คือ สมัยมัธยมปลายเป็นเด็กเนิร์ดเย็นชา ไม่ใช่แค่เคร่งเครียดกับการทำโจทย์ แม้แต่ในสนามกีฬา ถ้ามีเด็กนักเรียนหญิงที่ชอบเขายื่นน้ำให้ เขาก็ไม่เคยสนใจเลย

ตอนหลัง เวินถิงเยี่ยนที่กลายเป็นสามีของเธอยิ่งสุภาพเรียบร้อย อารมณ์นิ่งจนไร้แรงกระเพื่อม ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยโกรธ มักนิ่งเฉย เฉยจนบางครั้งเวลาเธอบังเอิญสัมผัสนิ้วเขา ก็ยังรู้สึกเลยว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาเย็นไปหมด

กล้องในวิดีโอกวาดไปยังใบหน้าของทุกคน เธอเห็นเวินถิงเยี่ยนกำลังเมากรึ่ม ๆ ดวงตาของเขาทอประกาย ยกแก้วให้กล้องพลางหัวเราะลั่น "ยินดีต้อนรับเฉิงเฉิงกลับบ้าน"

ที่แท้เขาก็ยิ้มเป็นด้วย

เขาก็มีช่วงเวลาที่กระตือรือร้นเหมือนกัน

และเขาก็เรียกชื่อเล่นของผู้หญิงได้

แต่เขาแค่ไม่ยิ้มให้เธอเท่านั้นเอง ไม่กระตือรือร้นกับเธอด้วย และยิ่งไม่เรียกชื่อเล่นของเธอ

"คุณนายคะ ตอนนี้จะลุกจากเตียงหรือยังคะ" เสียงของป้าเฉินดังขึ้นหน้าประตู

ชีวิตประจำวันของเจี่ยนจือเป็นแบบแผนมาก ป้าเฉินเห็นเธอไม่มีความเคลื่อนไหว จึงคิดว่าเธอต้องการความช่วยเหลือจากตน ถึงอย่างไรขาของคุณนายก็มีปัญหาจริง ๆ

เจี่ยนจือวางโทรศัพท์ลงข้าง ๆ "ลุกค่ะ เดี๋ยวฉันออกไป" เสียงของเธอกลับแหบพร่าปนสะอื้น

ป้าเฉินทำเสี่ยวหลงเปาเป็นอาหารเช้า เจี่ยนจือกินไปเพียงลูกเดียวก็กินต่อไม่ลงแล้ว

"คุณนายคะ มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นจะทานอะไรดี" ป้าเฉินยื่นนมแก้วหนึ่งให้เธอ

"อะไรก็ได้ค่ะ คุณผู้..." เดิมทีเธอตั้งใจจะพูดเหมือนแต่ก่อนว่า "คุณผู้ชายชอบกินอะไรก็ทำอย่างนั้น" แต่พูดได้แค่คำเดียวก็กลืนคำพูดที่เหลือกลับเข้าไป

ทว่าป้าเฉินกลับฟังออก ถึงอย่างไรบทสนทนาเป็นแบบเดิมทุกวัน จึงรีบบอกเธอว่า "คุณผู้ชายบอกว่าวันนี้จะไม่กลับมาทานมื้อเย็นค่ะ มีนัดทานข้าว"

เจี่ยนจือพยักหน้า

เขาก็ต้องไม่กลับมากินข้าวอยู่แล้ว เพราะเมื่อครู่เธอเห็นในโซเชียลมีเดีย ว่าลั่วอวี่เฉิงทำตารางรายชื่อทั้งสัปดาห์ว่าใครจะเลี้ยงข้าวเธอ พร้อมข้อความว่า "ความสัมพันธ์สมัยเรียนจริงใจที่สุดแล้ว ฉันเป็นสาวน้อยที่น่ารักที่มีพี่ชายมากมายคอยเอาใจ!"

ตามปกติในช่วงกลางวัน เจี่ยนจือจะเรียนภาษาอังกฤษสองชั่วโมง แล้วเรียนทฤษฎีทางศิลปะต่ออีกสองสามชั่วโมง

ถ้าไม่หาอะไรให้ตัวเองทำ แล้วในเวลาอันยาวนานนี้ เธอควรจะใช้ชีวิตผ่านไปอย่างไร จะให้ใช้ทั้งชีวิตของเธอเพื่อคนคนเดียวกลับบ้านเหรอ?

เธอเคยรอมาแล้วนี่นา...

รสชาติของการรอคอย มันทรมานเกินไป

แต่วันนี้ตารางชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว

ข้อเสนอฉบับนี้น่าจะเป็นการรับเข้าชุดสุดท้ายของสถาบันแล้ว เธอต้องรีบยืนยันโดยเร็ว

ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำวันนี้คือจ่ายค่าธรรมเนียมยืนยันการเข้าศึกษา เมื่อโทรศัพท์เด้งข้อความแจ้งหักเงินจากบัตรธนาคาร เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

วันที่เธอจะได้จากเวินถิงเยี่ยนไป ใกล้เข้ามาอีกหนึ่งวันแล้ว

ตอนเย็น เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมออกไปข้างนอก

"คุณนายจะไปไหนคะ" ป้าเฉินแปลกใจมาก

เมื่อไม่มีเวินถิงเยี่ยนอยู่ด้วย เจี่ยนจือแทบจะไม่ออกจากบ้านไปไหนเลย

"อ๋อ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของฉันมาแสดงที่นี่ค่ะ เลยชวนฉันออกไปเจอกันสักหน่อย" เธอกล่าว แต่ความจริงเธอตั้งใจจะไปพักที่โรงแรมใกล้สนามสอบ

พรุ่งนี้เธอมีสอบไอเอล ซึ่งเป็นการสอบช่วงเช้า ถ้าเดินทางไปตอนเช้า เธอกลัวว่าอาจจะรถติดจนไปไม่ทัน

การสอบไอเอลครั้งล่าสุดคือเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอไม่ได้คะแนนอย่างที่หวังไว้ แต่ถึงกำหนดเวลายื่นใบสมัครเรียนต่อต่างประเทศแล้ว เธอจึงยื่นใบสมัครไปก่อน เนื่องจากไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกตอบรับ เมื่อไม่นานมานี้เธอจึงนัดสอบในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง

โชคดีที่มหาวิทยาลัยให้ส่งคะแนนภาษาอังกฤษตามไปได้

"แต่ว่า..." ป้าเฉินมองขาของเธอ "ให้ป้าไปเป็นเพื่อนไหมคะ"

"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นนัดของเพื่อนสนิท มีคนอื่นไปด้วยจะไม่สะดวก" เจี่ยนจือตอบด้วยสีหน้าปกติ

"ถ้างั้นป้าบอกคุณผู้ชายไว้หน่อยนะคะ" ป้าเฉินกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเธอจริง ๆ ไม่กลับแบกความรับผิดชอบนี้

"ไม่ต้องค่ะ ให้เขาไปสังสรรค์อย่างสบายใจเถอะ อย่าไปรบกวนเขาเลย เดี๋ยวฉันเจอเพื่อนเสร็จจะโทรให้เขามารับเอง" เจี่ยนจือถือกระเป๋าเดินออกประตูไป

เนื่องจากขาของเธอใช้งานได้ไม่สะดวก เรือนหอที่เวินถิงเยี่ยนซื้อจึงเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ที่กินพื้นทั้งหมดในชั้นเดียว เจี่ยนจือออกจากบ้านโดยลงลิฟต์มา

ทันทีที่ก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางแสงแดด เธอก็ก้มศีรษะลงตามสัญชาตญาณ หดตัว สวมหมวกและตั้งคอเสื้อขึ้นมา

นับตั้งแต่ขาเป๋ เจี่ยนจือผู้มีชีวิตชีวาและมั่นใจบนเวทีก็ได้หายไปแล้ว

เจี่ยนจือที่ขาเป๋ ได้สูญเสียความกล้าที่จะก้าวเข้าสู่สายตาฝูงชนไปแล้ว

ป้าเฉินมักจะพูดว่า ถ้าเธอจะออกไปข้างนอก ควรให้คุณผู้ชายไปด้วยจะดีที่สุด

เวินถิงเยี่ยนก็มักจะพูดว่า ถ้าไม่มีเขาอยู่เป็นเพื่อน เธอควรจะอยู่บ้านจะดีที่สุด

แต่พวกเขาไม่รู้เลย

ว่าสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการออกไปข้างนอกกับเวินถิงเยี่ยน มันน่ากลัวยิ่งกว่าการออกไปคนเดียวเสียอีก

เพราะทุกคนที่เห็นพวกเขา ในสายตาจะเหมือนเขียนไว้ว่า ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทำไมภรรยาถึงเป็นคนขาเป๋ล่ะ?

เธอเรียกรถคันหนึ่งมุ่งหน้าไปยังโรงแรม

บนรถ เธอมองทิวทัศน์ถนนนอกหน้าต่างเงียบ ๆ แล้วจู่ ๆ ก็เห็นรถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่ริมถนน

"เดี๋ยวก่อนค่ะ รบกวนจอดรถตรงนี้หน่อย" เธอรีบบอกคนขับ

รถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่หน้าทางเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง

เมื่อวานเป็นเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนเลี้ยงข้าว วันนี้เป็นตาของเวินถิงเยี่ยน ซึ่งลั่วอวี่เฉิงเขียนไว้ในโซเชียลมีเดีย

เธอก้าวลงจากรถราวกับถูกผีเข้าสิง

เมื่อไปถึงร้านอาหาร เจี่ยนจือบอกทันทีว่า "มาถึงแล้วค่ะ คุณเวินจองไว้" พร้อมทั้งบอกเลขท้ายโทรศัพท์มือถือของเวินถิงเยี่ยน

พนักงานเสิร์ฟจึงเดินนำเจี่ยนจือไปที่ประตูห้องส่วนตัว "อยู่ตรงนี้ครับ"

"ขอบคุณค่ะ" เจี่ยนจือขอบคุณพนักงานเสิร์ฟ

ที่จริงเจี่ยนจือก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมาทำอะไรกันแน่ ตอนอยู่บ้านเธอวู่วามอยู่ในใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พอมายืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ กลับไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะผลักประตู

ทว่าด้านในกลับมีเสียงพูดคุยที่สนุกสนานดังออกมา

"วันนี้กลับดึกไม่ได้แล้ว ดื่มเหล้าก็ไม่ได้ เมื่อคืนเมากลับไป เมียที่บ้านออกฤทธิ์ใหญ่เลย"

เป็นเสียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเวินถิงเยี่ยน

"ยังเป็นพี่ชายฉันอยู่ไหมเนี่ย ตอนแรกตกลงกันไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าต่อให้เทพเทวาที่ไหนโผล่มา น้องสาวก็ต้องมาก่อน ตอนนี้ดันกลัวเมียซะงั้น? มีแต่พี่เยี่ยนของเรานี่แหละที่เป็นเพื่อนแท้"

เป็นลั่วอวี่เฉิง น้ำเสียงที่พูดช่างหวานนุ่มอ่อนโยน

ที่แท้ลั่วอวี่เฉิงก็มีนิสัยแบบนี้นี่เอง

ที่แท้เวินถิงเยี่ยนก็ชอบผู้หญิงที่มีนิสัยแบบนี้

น่าเสียดาย เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลยจริง ๆ แม้แต่จะแสดงก็ยังทำไม่ได้

เพื่อนสนิทคนนั้นพูดต่อ "อาเยี่ยนจะเหมือนกันได้ยังไง เจี่ยนจือกล้าว่าเขาสักครึ่งคำซะที่ไหนกัน"

"เอ๊ะ จริงสิ" เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้นอีกครั้ง "อาเยี่ยน ได้ยินมาว่าภรรยานายขาเป๋เหรอ เพราะอะไรล่ะ"

ไม่มีใครตอบคำถามของลั่วอวี่เฉิง

ทว่าเจี่ยนจือกลับรู้สึกบีบหัวใจ

เพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนจึงพูดเปิดใจประเด็นนี้

"จะว่าไปแล้ว อาเยี่ยน พวกเราเสียดายแทนนายจริง ๆ นายดูสิ พูดถึงเงินก็มีเงิน หน้าตาก็ดี ทั้งเก่งทั้งหล่อ จะแต่งกับผู้หญิงแบบไหนก็ได้ ทำไมต้องแต่งกับคนขาเป๋ด้วย"

"พูดตามตรงนะ อาเยี่ยน นายน่ะเจ๋งที่สุดในหมู่พวกเรา ตอนนี้นายแต่งงานกับเจี่ยนจือ เวลามีประชุม งานสังสรรค์ข้างนอก งานแถลงข่าวหรือโอกาสอื่น ๆ ที่ต้องมีภรรยา นายก็พาเธอออกงานด้วยไม่ได้เลย นายว่านายขาดทุนไหมล่ะ!"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

เวินถิงเยี่ยนมักจะพูดเสมอว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของเขา เธอแค่อยู่ที่บ้านดี ๆ รอเขาหาเงินกลับมาให้ก็พอ

ครอบครัวของเธอชื่นชมที่เวินถิงเยี่ยนเป็นแบบนี้ ชมจนเขาแทบจะลอยขึ้นฟ้า ทุกคนบอกว่าเธอวาสนาดี แต่ที่จริงแล้ว เป็นเพราะเขาคิดว่า...พาเธอออกไปข้างนอกไม่ได้...

เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของเวินถิงเยี่ยนดังมาจากห้องส่วนตัว "ยังไงเธอก็มีบุญคุณกับฉัน ฉันติดหนี้เธอ"

"นายเป็นหนี้เธอ นายก็ให้เงินเธอไปตั้งเยอะแล้วนี่ ถือว่าหายกันแล้ว!"

"นั่นสิ ตอนนั้นนายควรจะจ่ายเงินซื้อตัวเธอไปเลย ไม่จำเป็นต้องเอาความสุขทั้งชีวิตของตัวเองมาแลกไม่ใช่เหรอ"

"ฉันว่านะ นายควรคิดให้ดี ๆ ต่อให้นายเชิญพระโพธิสัตว์กลับไปบูชาทุกวัน อย่างน้อยวันขึ้น 1 ค่ำ กับ 15 ค่ำก็ยังขอพรให้ร่ำรวยได้ แต่นายแต่งคนแบบนี้เข้าบ้าน จะมีประโยชน์อะไรล่ะ"

"ใช่แล้ว จะช่วยอะไรนายได้ ออกมารับแขกก็ไม่ได้ อยู่บ้านยกชารินน้ำก็ยังกลัวจะหกเลยใช่ไหม อาเยี่ยน นายดื่มน้ำ...แบบนี้ แบบนี้ เป็นแบบนี้ใช่ไหม?"

เสียงหัวเราะดังก้องทั่วห้องส่วนตัว มีเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของลั่วอวี่เฉิงปนอยู่ด้วย "อาเยี่ยน ภรรยานายเดินแบบนี้จริง ๆ เหรอ"

เจี่ยนจือกำลังแนบหูฟังอยู่หน้าประตู เธอรู้สึกว่าเลือดทั้งร่างพุ่งพล่านขึ้นศีรษะ ความโกรธและความอับอายทำให้เธอเสียการทรงตัว

เธอผลักประตูห้องส่วนตัวออก

ตรงหน้ากำลังอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ

หนึ่งในเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนที่ชื่ออาเหวินกำลังถือแก้วน้ำ ทำท่าเดินกะโผลกกะเผลกอย่างเกินจริง พร้อมทั้งดัดเสียงพูดว่า "อาเยี่ยนคะ อาเยี่ยนขา อาเยี่ยน ดื่มน้ำสิ อาเยี่ยน อุ๊ย ล้มแล้ว อาเยี่ยนกอดหน่อย"

เธอมองไปที่เวินถิงเยี่ยน คาดหวังว่าสามีของเธอ คนที่เธอรักมากที่สุด จะแสดงท่าทีอะไรบ้างในเวลานี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
เทออายมากและไม่อยากให้ใครรู้เรื่องแบบนี้เลยโดนล้ออายแล้วใครไม่อยากมากินเหล้ากับใครเลยแม้แต่นิดเดียวโดยคนอื่นมาล้อเลยไม่อยากให้มามาหา
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 580

    เรื่องที่หลินจื่อเวยก่อขึ้นมานั้นเกี่ยวข้องกับเจี่ยงซื่อฝานโดยตรงหรือไม่ เธอไม่รู้ แต่ท่าเต้นในช่วงที่เกี่ยวกับฟีนิกซ์ มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวว่าจะรั่วไหลออกไปจากฝั่งเจี่ยงซื่อฝานเธออยากฟังว่าเจี่ยงซื่อฝานต้องการจะพูดอะไรกันแน่“รุ่นพี่ ผมเห็นหมดแล้ว” เขาเอ่ย“อืม” เจี่ยนจือไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเจี่ยงซื่อฝานเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “เรื่องนี้เป็นความผิดของผม ผมดูแลเวยเวยไม่ดีเอง”เจี่ยนจือรอฟังเขาพูดต่อเธอพบว่าบรรดาแฟนเก่าของเธอต่างก็ชอบมาขอโทษเธอแทนผู้หญิงอีกคน นี่เธอตกเข้าไปอยู่ในรังประหลาดอะไรกัน?“รุ่นพี่เจี่ยน” เสียงของเขาในสายต่ำและเชื่องช้าราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “ถ้าจะพลิกกระแสสังคมมันก็ง่ายอยู่นะ”“อืม นายว่ามาสิว่ามันง่ายยังไง” เจี่ยนจือได้ยินน้ำเสียงของเขาแล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ได้ง่ายอย่างที่พูดแน่“ตอนนี้ผมอยู่ลอนดอน ออกมาเจอกันหน่อยได้ไหม? เรามาคุยกันต่อหน้าเถอะ”“ไม่ล่ะ มีอะไรก็พูดในโทรศัพท์เถอะ” ในเมื่อเลิกกันแล้ว เจี่ยนจือก็จะไม่ไปเจอเขาอีก“แค่เจอกันสักครั้งก็ไม่ได้เหรอ?”เจี่ยนจือรู้สึกคุ้นหูกับประโยคนี้มาก เหมือนใครบางคนก็เคยพู

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 579

    นี่มันคำพูดปลิ้นปล้อนอะไรกัน?จากนั้นข่าวลือต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตก็เริ่มถาโถมเข้ามาราวกับกระแสน้ำในบรรดาข่าวลือทั้งหมด เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ《เสียงกวางกังวาน》เป็นผลงานที่เจี่ยงซื่อฝานกับหลินจื่อเวยร่วมกันสร้างขึ้น เจี่ยนจือใช้ทุกวิถีทางเนรคุณคนที่เคยช่วยเหลือ โดยอ้างว่าต้องรักษาขาเพื่อขอให้เจี่ยงซื่อฝานช่วย เจี่ยงซื่อฝานเห็นแก่ที่เคยอยู่คณะเดียวกัน จึงช่วยหาแพทย์ให้เจี่ยนจือ ถึงขั้นอยู่เป็นเพื่อนเธอตอนทำกายภาพฟื้นฟู แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเจี่ยนจือกลับเป็นการล่อลวงเจี่ยงซื่อฝาน เจี่ยงซื่อฝานไม่ได้หลงกล ทว่าการเต้น《เสียงกวางกังวาน》ที่เขากับหลินจื่อเวยร่วมกันออกแบบและยังไม่ทันได้ขึ้นแสดง กลับถูกเจี่ยนจือขโมยไปเสียก่อนจากนั้นยังมีนักเรียนหลายคนที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเจี่ยนจือและเจี่ยงซื่อฝานในอังกฤษออกมาโพสต์รูป ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพเจี่ยงซื่อฝานกำลังซ้อม《เสียงกวางกังวาน》เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าการเต้นชุดนี้เป็นของเจี่ยงซื่อฝานและในการแสดง《เสียงกวางกังวาน》อย่างเป็นทางการอีกหลายครั้งในเวลาต่อมา นักแสดงนำก็ไม่ใช่เจี่ยงซื่อฝานจริง ๆเรื่องนี้ยิ่งกลายเป็นหลักฐานสนับสนุน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 578

    ช่วงปีใหม่ คณะร้องรำและวงดนตรีหลายแห่งต่างก็มีการแสดงต้อนรับปีใหม่แต่คณะเต้นของเจี่ยนจือไม่ได้จัดการแสดงคุณป้าบอกว่าให้คนในครอบครัวไปดูคอนเสิร์ตหรือละครเต้นรำด้วยกันสักเรื่อง ให้เจี่ยนจือได้เป็นผู้ชมบ้าง อย่าเอาแต่เป็นคนขึ้นแสดงตลอดเจี่ยนจือจึงค้นหาบัตรการแสดงทางอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่ากลับเจอการแสดงเรื่องหนึ่งเข้า: หงส์เหินคู่เป็นการแสดงของคณะนาฏศิลป์จีนพอเห็นภาพประชาสัมพันธ์ เธอก็รู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก พอเลื่อนลงไปดูต่อ ดี ผู้ออกแบบท่าเต้น: หลินจื่อเวยในเวลาเดียวกัน โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ตี๋โยวโทรมา“หัวหน้าทีม เธอเห็นโฆษณาการแสดงปีใหม่หรือยัง? มีเรื่องหนึ่งชื่อว่า《หงส์เหินคู่》 โฆษณากันเต็มไปหมดเลย ทำไมฉันรู้สึกว่าการเต้นชุดนี้...” ความหมายที่ตี๋โยวต้องการสื่อนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัด“ซื้อตั๋วไปดูกัน” เจี่ยนจือเอ่ยไม่ใช่ว่าเธอกังขาในนิสัยใจคอของหลินจื่อเวย แต่คนคนนี้ไม่มีคุณธรรมอะไรเลยจริง ๆเธอไปไอร์แลนด์หนึ่งเดือน ส่วนหลินจื่อเวยออกจากคณะเต้นไปก่อนที่เธอจะเดินทางไปไอร์แลนด์เพียงครึ่งเดือนกว่า ๆ การจะสร้างละครเต้นรำขึ้นมาหนึ่งเรื่อง ตั้งแต่ออกแบบท่า ซ้อมการแสดง

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 577

    เจี่ยนจือเจอเวินถิงเยี่ยนกับแอนนาที่โรงพยาบาลตอนนั้นเป็นตอนเช้าแล้ว ครั้งนี้อาการของคุณย่าไม่ได้รุนแรงมาก ตอนกลางคืนหลังจากให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลและสังเกตอาการอยู่หลายชั่วโมง อาการก็ค่อนข้างคงที่ เช้าวันรุ่งขึ้นจึงเตรียมกลับบ้านไปพักผ่อนดังนั้น พวกเธอจึงเจอเวินถิงเยี่ยนกับแอนนาที่เพิ่งลงจากรถที่ลานจอดรถ รถสองคันจอดอยู่ติดกัน จะไม่เห็นกันก็ยากเวินถิงเยี่ยนกับแอนนาต่างสวมหมวกหนา ๆ กับหน้ากากอนามัย และห่อตัวด้วยเสื้อขนเป็ดยาวเจี่ยนจือลองนึกดู เหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเวินถิงเยี่ยนใส่เสื้อขนเป็ดปกติเขาแต่งตัวเรียบร้อยเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ปกติเขารังเกียจเสื้อขนเป็ดว่าดูเทอะทะและไม่เป็นทางการไม่ใช่เหรอ?เพราะหลีกเลี่ยงกันไม่ได้ เวินถิงเยี่ยนจึงทักทายพวกเขา เรียกคุณย่า คุณป้า และพี่ชายแน่นอนว่าสุดท้ายก็เรียกเจี่ยนจือด้วยจากนั้นจึงถามว่าใครไม่สบาย“ไม่มีอะไรหรอก” เจี่ยนหลานรีบให้คุณย่าขึ้นรถเพราะข้างนอกอากาศหนาว จากนั้นจึงเอ่ยกับเวินถิงเยี่ยนว่า “ขอบคุณคุณเวินที่เป็นห่วง พวกเรามีผู้สูงอายุอยู่ด้วย ขอตัวกลับก่อนนะครับ”น้ำเสียงเขาดูสุภาพมาก แต่เพราะความสุภาพมากนี่เอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 576

    ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้หญิงคนอื่นที่ชี้ไปยังอาหารในจานพร้อมบอกเธอว่า นี่คืออาหารที่เวินถิงเยี่ยนทำ เธอคงรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังอวด แต่พอเป็นแอนนาทำแบบนี้ เธอกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยจริง ๆ“ฝีมือทำอาหารของเวินก็ใช้ได้นะ” แอนนาเอ่ย “เขาทำเค้กอร่อยมาก”เจี่ยนจือยิ้มบาง “ฉันรู้ว่าเขาทำเค้กอร่อย ร้านบ้านคุกกี้ของเขาก็เปิดเพื่อเธอไม่ใช่เหรอ?”เจี่ยนจือสาบานได้ว่าตอนพูดประโยคนี้ เธอไม่ได้รู้สึกหึงหวงเลยสักนิด เพียงแค่รู้สึกทอดถอนใจและสะท้อนใจเท่านั้นคิดไม่ถึงว่าแอนนากลับเอ่ยว่า “เพื่อฉันเนี่ยนะ? ไม่หรอก ฉันไม่ชอบอะไรแบบนั้น”“งั้นเหรอ?” เจี่ยนจือชะงักไปเล็กน้อยแอนนายิ้มแล้วเอ่ยว่า “ฉันยังเคยหัวเราะเขาเลยว่าไร้เดียงสา”จู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นตอนเวินถิงเยี่ยนเล่าให้เธอฟังว่าทำไมร้านเค้กถึงออกแบบเป็นรูปทรงบ้านคุกกี้โดยพูดเป็นภาษาจีนตอนนั้นแอนนาฟังไม่เข้าใจเหรอ?แอนนาที่อยู่อีกฝั่งยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เขามาแล้ว”เวินถิงเยี่ยนเหรอ?เพียงชั่วพริบตา เวินถิงเยี่ยนก็ปรากฏตัวในกล้อง เขายิ้มอยู่ทางนั้น “เจี่ยนจือกลับมาแล้วเหรอ? เดินทางราบรื่นดีไหม?”“ก็โอเคนะ” เจี่ยนจือมองเวินถิงเย

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 575

    เจี่ยนจือรู้ดีว่า ในใจของพี่ชายเธอกากบาทสีแดงชื่อเวินถิงเยี่ยนเอาไว้แล้วแต่เจี่ยนหลานก็ยังไม่ถึงขั้นพูดออกมาตรง ๆ ต่อหน้าน้องสาว เขาเพียงทำเหมือนไม่ได้ยิน แล้วเอ่ยว่า “กินข้าวได้แล้ว คุณยายกับแม่ฉันพูดถึงมื้อนี้มาหลายวัน เมนูก็แก้แล้วแก้อีก ทุกอย่างเลือกตามที่เธอชอบหมด”ยิ่งทำให้เขาที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ดูเหมือนเก็บมาเลี้ยงเข้าไปใหญ่เจี่ยนจือยิ้มจนหุบไม่ลงตอนที่เพิ่งรู้จักพี่ชาย แม้พี่ชายจะดีกับเธอมาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วเธอก็ยังแอบกลัวเขาอยู่บ้าง เพราะรัศมีรอบตัวเขาแข็งแกร่งเกินไป แต่เวลาอยู่บ้าน โดยเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าคุณป้า พี่ชายกลับขี้เล่นขึ้นมากจริง ๆทุกคนในครอบครัวกินอาหารมื้อใหญ่อันแสนอุดมสมบูรณ์ด้วยกันเมื่อวานยังเป็นเนื้อตุ๋นกับไส้กรอกอยู่เลย พอจู่ ๆ กลับมาเป็นอาหารจีนที่ประณีต ก็ให้อรรถรสไปอีกแบบหลังจากกินข้าวเสร็จ เจี่ยนจือนั่งคุยกับคนในครอบครัว เล่าเรื่องที่พบเจอในไอร์แลนด์อยู่พักใหญ่ แล้วยังเต้นรำพื้นเมืองที่เพิ่งเรียนมาให้พวกเขาดูด้วย ไม่ต้องพูดเลยว่าทุกคนในบ้านมีความสุขกันแค่ไหนหลังจากเจี่ยนจือกลับเข้าห้องของตัวเอง การเดินทางตลอดหนึ่งเดือนนี้ถึงถือว่าสิ้นสุดลงอย่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status