แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เขาแหกกฎที่ให้ไว้กับตัวเอง ไปดื่มเหล้าแล้ว

ฟังออกเลยว่าเขาเมานิดหน่อย

แต่เวินถิงเยี่ยนกล้าตะโกนเสียงดังขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

เวินถิงเยี่ยนในความทรงจำของเจี่ยนจือก็คือ สมัยมัธยมปลายเป็นเด็กเนิร์ดเย็นชา ไม่ใช่แค่เคร่งเครียดกับการทำโจทย์ แม้แต่ในสนามกีฬา ถ้ามีเด็กนักเรียนหญิงที่ชอบเขายื่นน้ำให้ เขาก็ไม่เคยสนใจเลย

ตอนหลัง เวินถิงเยี่ยนที่กลายเป็นสามีของเธอยิ่งสุภาพเรียบร้อย อารมณ์นิ่งจนไร้แรงกระเพื่อม ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยโกรธ มักนิ่งเฉย เฉยจนบางครั้งเวลาเธอบังเอิญสัมผัสนิ้วเขา ก็ยังรู้สึกเลยว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาเย็นไปหมด

กล้องในวิดีโอกวาดไปยังใบหน้าของทุกคน เธอเห็นเวินถิงเยี่ยนกำลังเมากรึ่ม ๆ ดวงตาของเขาทอประกาย ยกแก้วให้กล้องพลางหัวเราะลั่น "ยินดีต้อนรับเฉิงเฉิงกลับบ้าน"

ที่แท้เขาก็ยิ้มเป็นด้วย

เขาก็มีช่วงเวลาที่กระตือรือร้นเหมือนกัน

และเขาก็เรียกชื่อเล่นของผู้หญิงได้

แต่เขาแค่ไม่ยิ้มให้เธอเท่านั้นเอง ไม่กระตือรือร้นกับเธอด้วย และยิ่งไม่เรียกชื่อเล่นของเธอ

"คุณนายคะ ตอนนี้จะลุกจากเตียงหรือยังคะ" เสียงของป้าเฉินดังขึ้นหน้าประตู

ชีวิตประจำวันของเจี่ยนจือเป็นแบบแผนมาก ป้าเฉินเห็นเธอไม่มีความเคลื่อนไหว จึงคิดว่าเธอต้องการความช่วยเหลือจากตน ถึงอย่างไรขาของคุณนายก็มีปัญหาจริง ๆ

เจี่ยนจือวางโทรศัพท์ลงข้าง ๆ "ลุกค่ะ เดี๋ยวฉันออกไป" เสียงของเธอกลับแหบพร่าปนสะอื้น

ป้าเฉินทำเสี่ยวหลงเปาเป็นอาหารเช้า เจี่ยนจือกินไปเพียงลูกเดียวก็กินต่อไม่ลงแล้ว

"คุณนายคะ มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นจะทานอะไรดี" ป้าเฉินยื่นนมแก้วหนึ่งให้เธอ

"อะไรก็ได้ค่ะ คุณผู้..." เดิมทีเธอตั้งใจจะพูดเหมือนแต่ก่อนว่า "คุณผู้ชายชอบกินอะไรก็ทำอย่างนั้น" แต่พูดได้แค่คำเดียวก็กลืนคำพูดที่เหลือกลับเข้าไป

ทว่าป้าเฉินกลับฟังออก ถึงอย่างไรบทสนทนาเป็นแบบเดิมทุกวัน จึงรีบบอกเธอว่า "คุณผู้ชายบอกว่าวันนี้จะไม่กลับมาทานมื้อเย็นค่ะ มีนัดทานข้าว"

เจี่ยนจือพยักหน้า

เขาก็ต้องไม่กลับมากินข้าวอยู่แล้ว เพราะเมื่อครู่เธอเห็นในโซเชียลมีเดีย ว่าลั่วอวี่เฉิงทำตารางรายชื่อทั้งสัปดาห์ว่าใครจะเลี้ยงข้าวเธอ พร้อมข้อความว่า "ความสัมพันธ์สมัยเรียนจริงใจที่สุดแล้ว ฉันเป็นสาวน้อยที่น่ารักที่มีพี่ชายมากมายคอยเอาใจ!"

ตามปกติในช่วงกลางวัน เจี่ยนจือจะเรียนภาษาอังกฤษสองชั่วโมง แล้วเรียนทฤษฎีทางศิลปะต่ออีกสองสามชั่วโมง

ถ้าไม่หาอะไรให้ตัวเองทำ แล้วในเวลาอันยาวนานนี้ เธอควรจะใช้ชีวิตผ่านไปอย่างไร จะให้ใช้ทั้งชีวิตของเธอเพื่อคนคนเดียวกลับบ้านเหรอ?

เธอเคยรอมาแล้วนี่นา...

รสชาติของการรอคอย มันทรมานเกินไป

แต่วันนี้ตารางชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว

ข้อเสนอฉบับนี้น่าจะเป็นการรับเข้าชุดสุดท้ายของสถาบันแล้ว เธอต้องรีบยืนยันโดยเร็ว

ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำวันนี้คือจ่ายค่าธรรมเนียมยืนยันการเข้าศึกษา เมื่อโทรศัพท์เด้งข้อความแจ้งหักเงินจากบัตรธนาคาร เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

วันที่เธอจะได้จากเวินถิงเยี่ยนไป ใกล้เข้ามาอีกหนึ่งวันแล้ว

ตอนเย็น เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมออกไปข้างนอก

"คุณนายจะไปไหนคะ" ป้าเฉินแปลกใจมาก

เมื่อไม่มีเวินถิงเยี่ยนอยู่ด้วย เจี่ยนจือแทบจะไม่ออกจากบ้านไปไหนเลย

"อ๋อ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของฉันมาแสดงที่นี่ค่ะ เลยชวนฉันออกไปเจอกันสักหน่อย" เธอกล่าว แต่ความจริงเธอตั้งใจจะไปพักที่โรงแรมใกล้สนามสอบ

พรุ่งนี้เธอมีสอบไอเอล ซึ่งเป็นการสอบช่วงเช้า ถ้าเดินทางไปตอนเช้า เธอกลัวว่าอาจจะรถติดจนไปไม่ทัน

การสอบไอเอลครั้งล่าสุดคือเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอไม่ได้คะแนนอย่างที่หวังไว้ แต่ถึงกำหนดเวลายื่นใบสมัครเรียนต่อต่างประเทศแล้ว เธอจึงยื่นใบสมัครไปก่อน เนื่องจากไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกตอบรับ เมื่อไม่นานมานี้เธอจึงนัดสอบในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง

โชคดีที่มหาวิทยาลัยให้ส่งคะแนนภาษาอังกฤษตามไปได้

"แต่ว่า..." ป้าเฉินมองขาของเธอ "ให้ป้าไปเป็นเพื่อนไหมคะ"

"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นนัดของเพื่อนสนิท มีคนอื่นไปด้วยจะไม่สะดวก" เจี่ยนจือตอบด้วยสีหน้าปกติ

"ถ้างั้นป้าบอกคุณผู้ชายไว้หน่อยนะคะ" ป้าเฉินกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเธอจริง ๆ ไม่กลับแบกความรับผิดชอบนี้

"ไม่ต้องค่ะ ให้เขาไปสังสรรค์อย่างสบายใจเถอะ อย่าไปรบกวนเขาเลย เดี๋ยวฉันเจอเพื่อนเสร็จจะโทรให้เขามารับเอง" เจี่ยนจือถือกระเป๋าเดินออกประตูไป

เนื่องจากขาของเธอใช้งานได้ไม่สะดวก เรือนหอที่เวินถิงเยี่ยนซื้อจึงเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ที่กินพื้นทั้งหมดในชั้นเดียว เจี่ยนจือออกจากบ้านโดยลงลิฟต์มา

ทันทีที่ก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางแสงแดด เธอก็ก้มศีรษะลงตามสัญชาตญาณ หดตัว สวมหมวกและตั้งคอเสื้อขึ้นมา

นับตั้งแต่ขาเป๋ เจี่ยนจือผู้มีชีวิตชีวาและมั่นใจบนเวทีก็ได้หายไปแล้ว

เจี่ยนจือที่ขาเป๋ ได้สูญเสียความกล้าที่จะก้าวเข้าสู่สายตาฝูงชนไปแล้ว

ป้าเฉินมักจะพูดว่า ถ้าเธอจะออกไปข้างนอก ควรให้คุณผู้ชายไปด้วยจะดีที่สุด

เวินถิงเยี่ยนก็มักจะพูดว่า ถ้าไม่มีเขาอยู่เป็นเพื่อน เธอควรจะอยู่บ้านจะดีที่สุด

แต่พวกเขาไม่รู้เลย

ว่าสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการออกไปข้างนอกกับเวินถิงเยี่ยน มันน่ากลัวยิ่งกว่าการออกไปคนเดียวเสียอีก

เพราะทุกคนที่เห็นพวกเขา ในสายตาจะเหมือนเขียนไว้ว่า ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทำไมภรรยาถึงเป็นคนขาเป๋ล่ะ?

เธอเรียกรถคันหนึ่งมุ่งหน้าไปยังโรงแรม

บนรถ เธอมองทิวทัศน์ถนนนอกหน้าต่างเงียบ ๆ แล้วจู่ ๆ ก็เห็นรถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่ริมถนน

"เดี๋ยวก่อนค่ะ รบกวนจอดรถตรงนี้หน่อย" เธอรีบบอกคนขับ

รถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่หน้าทางเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง

เมื่อวานเป็นเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนเลี้ยงข้าว วันนี้เป็นตาของเวินถิงเยี่ยน ซึ่งลั่วอวี่เฉิงเขียนไว้ในโซเชียลมีเดีย

เธอก้าวลงจากรถราวกับถูกผีเข้าสิง

เมื่อไปถึงร้านอาหาร เจี่ยนจือบอกทันทีว่า "มาถึงแล้วค่ะ คุณเวินจองไว้" พร้อมทั้งบอกเลขท้ายโทรศัพท์มือถือของเวินถิงเยี่ยน

พนักงานเสิร์ฟจึงเดินนำเจี่ยนจือไปที่ประตูห้องส่วนตัว "อยู่ตรงนี้ครับ"

"ขอบคุณค่ะ" เจี่ยนจือขอบคุณพนักงานเสิร์ฟ

ที่จริงเจี่ยนจือก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมาทำอะไรกันแน่ ตอนอยู่บ้านเธอวู่วามอยู่ในใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พอมายืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ กลับไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะผลักประตู

ทว่าด้านในกลับมีเสียงพูดคุยที่สนุกสนานดังออกมา

"วันนี้กลับดึกไม่ได้แล้ว ดื่มเหล้าก็ไม่ได้ เมื่อคืนเมากลับไป เมียที่บ้านออกฤทธิ์ใหญ่เลย"

เป็นเสียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเวินถิงเยี่ยน

"ยังเป็นพี่ชายฉันอยู่ไหมเนี่ย ตอนแรกตกลงกันไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าต่อให้เทพเทวาที่ไหนโผล่มา น้องสาวก็ต้องมาก่อน ตอนนี้ดันกลัวเมียซะงั้น? มีแต่พี่เยี่ยนของเรานี่แหละที่เป็นเพื่อนแท้"

เป็นลั่วอวี่เฉิง น้ำเสียงที่พูดช่างหวานนุ่มอ่อนโยน

ที่แท้ลั่วอวี่เฉิงก็มีนิสัยแบบนี้นี่เอง

ที่แท้เวินถิงเยี่ยนก็ชอบผู้หญิงที่มีนิสัยแบบนี้

น่าเสียดาย เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลยจริง ๆ แม้แต่จะแสดงก็ยังทำไม่ได้

เพื่อนสนิทคนนั้นพูดต่อ "อาเยี่ยนจะเหมือนกันได้ยังไง เจี่ยนจือกล้าว่าเขาสักครึ่งคำซะที่ไหนกัน"

"เอ๊ะ จริงสิ" เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้นอีกครั้ง "อาเยี่ยน ได้ยินมาว่าภรรยานายขาเป๋เหรอ เพราะอะไรล่ะ"

ไม่มีใครตอบคำถามของลั่วอวี่เฉิง

ทว่าเจี่ยนจือกลับรู้สึกบีบหัวใจ

เพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนจึงพูดเปิดใจประเด็นนี้

"จะว่าไปแล้ว อาเยี่ยน พวกเราเสียดายแทนนายจริง ๆ นายดูสิ พูดถึงเงินก็มีเงิน หน้าตาก็ดี ทั้งเก่งทั้งหล่อ จะแต่งกับผู้หญิงแบบไหนก็ได้ ทำไมต้องแต่งกับคนขาเป๋ด้วย"

"พูดตามตรงนะ อาเยี่ยน นายน่ะเจ๋งที่สุดในหมู่พวกเรา ตอนนี้นายแต่งงานกับเจี่ยนจือ เวลามีประชุม งานสังสรรค์ข้างนอก งานแถลงข่าวหรือโอกาสอื่น ๆ ที่ต้องมีภรรยา นายก็พาเธอออกงานด้วยไม่ได้เลย นายว่านายขาดทุนไหมล่ะ!"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

เวินถิงเยี่ยนมักจะพูดเสมอว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของเขา เธอแค่อยู่ที่บ้านดี ๆ รอเขาหาเงินกลับมาให้ก็พอ

ครอบครัวของเธอชื่นชมที่เวินถิงเยี่ยนเป็นแบบนี้ ชมจนเขาแทบจะลอยขึ้นฟ้า ทุกคนบอกว่าเธอวาสนาดี แต่ที่จริงแล้ว เป็นเพราะเขาคิดว่า...พาเธอออกไปข้างนอกไม่ได้...

เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของเวินถิงเยี่ยนดังมาจากห้องส่วนตัว "ยังไงเธอก็มีบุญคุณกับฉัน ฉันติดหนี้เธอ"

"นายเป็นหนี้เธอ นายก็ให้เงินเธอไปตั้งเยอะแล้วนี่ ถือว่าหายกันแล้ว!"

"นั่นสิ ตอนนั้นนายควรจะจ่ายเงินซื้อตัวเธอไปเลย ไม่จำเป็นต้องเอาความสุขทั้งชีวิตของตัวเองมาแลกไม่ใช่เหรอ"

"ฉันว่านะ นายควรคิดให้ดี ๆ ต่อให้นายเชิญพระโพธิสัตว์กลับไปบูชาทุกวัน อย่างน้อยวันขึ้น 1 ค่ำ กับ 15 ค่ำก็ยังขอพรให้ร่ำรวยได้ แต่นายแต่งคนแบบนี้เข้าบ้าน จะมีประโยชน์อะไรล่ะ"

"ใช่แล้ว จะช่วยอะไรนายได้ ออกมารับแขกก็ไม่ได้ อยู่บ้านยกชารินน้ำก็ยังกลัวจะหกเลยใช่ไหม อาเยี่ยน นายดื่มน้ำ...แบบนี้ แบบนี้ เป็นแบบนี้ใช่ไหม?"

เสียงหัวเราะดังก้องทั่วห้องส่วนตัว มีเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของลั่วอวี่เฉิงปนอยู่ด้วย "อาเยี่ยน ภรรยานายเดินแบบนี้จริง ๆ เหรอ"

เจี่ยนจือกำลังแนบหูฟังอยู่หน้าประตู เธอรู้สึกว่าเลือดทั้งร่างพุ่งพล่านขึ้นศีรษะ ความโกรธและความอับอายทำให้เธอเสียการทรงตัว

เธอผลักประตูห้องส่วนตัวออก

ตรงหน้ากำลังอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ

หนึ่งในเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนที่ชื่ออาเหวินกำลังถือแก้วน้ำ ทำท่าเดินกะโผลกกะเผลกอย่างเกินจริง พร้อมทั้งดัดเสียงพูดว่า "อาเยี่ยนคะ อาเยี่ยนขา อาเยี่ยน ดื่มน้ำสิ อาเยี่ยน อุ๊ย ล้มแล้ว อาเยี่ยนกอดหน่อย"

เธอมองไปที่เวินถิงเยี่ยน คาดหวังว่าสามีของเธอ คนที่เธอรักมากที่สุด จะแสดงท่าทีอะไรบ้างในเวลานี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
เทออายมากและไม่อยากให้ใครรู้เรื่องแบบนี้เลยโดนล้ออายแล้วใครไม่อยากมากินเหล้ากับใครเลยแม้แต่นิดเดียวโดยคนอื่นมาล้อเลยไม่อยากให้มามาหา
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 764

    จู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกย้อนถึงช่วงครึ่งแรกของชีวิตตัวเองขึ้นมา รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตานิดหน่อย เจี่ยนจือในห้วงเวลานี้เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกว่าเธอมาก บางทีอาจเป็นเพราะได้พบคุณป้ากับพี่ชายตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีที่พึ่งพิง ไม่ต้องทนถูกพ่อแม่แท้ ๆ รังแกข่มเหงอยู่ตลอดเวลา ทั้งไม่ต้องคอยกังวลว่าคุณย่าจะถูกพวกเขารังแกด้วย หรือบางทีอาจมีเหตุผลอื่นก็ได้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เธอก็เชื่อว่าเจี่ยนจือในห้วงเวลานี้จะมีชีวิตที่ดีกว่าช่วงครึ่งแรกของชีวิตที่เธอเคยผ่านมาส่วนสถานการณ์ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เวินถิงเยี่ยนเองก็ยังคาดไม่ถึงว่าจะลงเอยเช่นนี้ เขาจึงได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกอาซินถอยกรูดไปหลายก้าว แทบอยากตัดขาดความสัมพันธ์กับเวินถิงเยี่ยนให้รู้แล้วรู้รอด มีเพียงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะออกมา ก่อนจะขยับเข้าไปหาเวินถิงเยี่ยนแทน “อาเยี่ยน นาย……”“เงียบไปซะ!” เจี่ยนจือยกมือชี้ลั่วอวี่เฉิง “ถ้าไม่อยากลงไปนอนกับพื้นเหมือนหมอนั่นก็เงียบไป!”ลั่วอวี่เฉิงได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ พลางหันไปมองเวินถิงเยี่ยน แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เธอจึงถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัวเช่นกันและในจังหวะนั้น เส

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 763

    แต่สิ่งที่เจี่ยนจือไม่เข้าใจเลยก็คือ ไม่ว่าจะเป็นห้วงเวลาไหน อาเหวิน อาซิน และลั่วอวี่เฉิงต่างก็เรียนเก่งกันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเวินถิงเยี่ยนไม่ได้แล้วทำไมในห้วงเวลานี้ คนพวกนี้ถึงได้ทำตัวเหมือนเด็กเกเรที่ไม่สนใจเรียนกันไปหมด?“อาเหวิน พวกเราออกมาสองชั่วโมงแล้วนะ กลับกันเถอะ?” จู่ ๆ อาซินก็เสนอขึ้น“กลัวอะไร?” อาเหวินว่าต่อ “นี่มันเดือนไหนแล้ว?เรื่องที่ต้องเรียนก็เรียนกันไปหมดแล้ว เรื่องที่ต้องรู้ก็รู้หมดแล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่เข้าใจ ให้ตายก็ไม่เข้าใจหรอก สู้เอาเวลาออกมาผ่อนคลายดีกว่า”อาซินถอนหายใจ “เฮ้อ ถ้าพวกเราโดดเรียนอีก ครูจะเรียกผู้ปกครองแล้วนะ”โดดเรียนจริงด้วยสินะ……เจี่ยนจือฟังแล้วโกรธจนแทบไฟลุก“เรียกก็เรียกสิ ช่วงนี้พวกครูไม่กล้าตีหรอก มีแต่จะตามใจพวกเรา”อาซินถอนหายใจอีกครั้ง ดูท่าทางใจลอยอย่างเห็นได้ชัดดูเหมือนว่าอาซินจะเป็นคนขี้ขลาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วสินะ“พอได้แล้วน่า นายดูสิ ขนาดอาเยี่ยนยังไม่เห็นเดือดร้อนเลย แล้วนายจะร้อนใจไปทำไม?” อาเหวินว่าต่อ“นั่นสิ” ลั่วอวี่เฉิงก้าวขึ้นมาข้างหน้า จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเวินถิงเยี่ยน “อา

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 762

    หลังจากครั้งนั้น เจี่ยนจือก็ไม่ได้กลับเข้าไปในโลกแห่งความฝันอีกเลยเธอใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่ลอนดอน ต้อนรับหิมะแรกของปีนี้ด้วยกัน ตามมาด้วยหิมะที่ตกลงมาอีกหลายครั้ง ฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ด้วยกันอย่างครึกครื้น รวมถึงบินกลับประเทศเพื่อฉลองเทศกาลตรุษจีนตอนที่กลับมาถึง เธอยังนัดหร่านเฉินออกมาเจอกันอยู่บ่อย ๆทั้งสองคนไปกินข้าว ชอปปิง จิบชายามบ่ายด้วยกัน พากันเดินไปตามตรอกซอกซอยเล็กใหญ่ในไห่เฉิงที่เคยเดินเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนแทบครบทุกแห่งเนื่องจากเจี่ยนหลานมีธุระด่วนทางฝั่งลอนดอน เขาจึงต้องเดินทางกลับไปก่อนที่เทศกาลตรุษจีนจะสิ้นสุดลง ส่วนคุณป้าเองก็นาน ๆ ทีจะได้กลับมาสักครั้ง แถมยังเที่ยวไม่เต็มอิ่ม จึงตกลงกันว่าจะรอให้เจี่ยนหลานกลับมาครั้งหน้า แล้วค่อยเดินทางกลับลอนดอนไปพร้อมกันและการกลับประเทศในครั้งนี้ ก็กินเวลานานจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิโรงเรียนต่าง ๆ ในไห่เฉิงทยอยเปิดเทอมกันหมดแล้ว เจี่ยนจือจึงนัดหร่านเฉินกลับไปเยี่ยมคุณครูที่โรงเรียนด้วยกันได้กลับมาเยี่ยมรั้วโรงเรียนที่เคยมีความทรงจำร่วมกัน ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกอาลัยเมื่อต้องเดินผ่านห้องเรียนที่เคยนั่งเรียนในอดีต“เจี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 761

    ทั้งที่รู้ดีว่าตัวเองกำลังพูดอยู่คนเดียว แต่เจี่ยนจือก็ยังอดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้แต่ถึงแม้เธอจะพูดจบไปตั้งนานแล้ว เขาก็ยังคงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอไม่ขยับไปไหนสักที“ทำไมนายยังไม่ไปอีกล่ะ?” เธอเอ่ยเร่งแต่แล้วจู่ ๆ ห้องเรียนที่เคยเงียบสงัดกลับมีเสียงสูดหายใจดังขึ้นเจี่ยนจือคิดว่าตัวเองน่าจะหูฝาด เลยลองตั้งใจฟังอีกครั้ง แล้วก็พบว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเสียงนั้นดังมาจากตัวเวินถิงเยี่ยนเธอเพ่งมองใบหน้าของเขาผ่านแสงจันทร์สลัว ๆ ที่ส่องกระทบลงมา เหมือนจะเห็นหยาดน้ำใสอยู่บนใบหน้าของเขา ……“เวินถิงเยี่ยน นายร้องไห้เหรอ?” เธอนิ่งงันด้วยความตกใจ “ทำไมนายถึงร้องไห้ล่ะ?”ไม่มีใครให้คำตอบเธอได้เธอยื่นมือสัมผัสใบหน้าของเขา แต่กลับแตะต้องอะไรไม่ได้เลย เหมือนปลายนิ้วของเธอถูกห้อมล้อมด้วยม่านหมอกที่ไม่มีอยู่จริง มีเพียงสร้อยข้อมือของเธอเท่านั้นที่ยังคงเปล่งประกายอยู่“เพราะสอบได้ไม่ดีเหรอ?ไม่เป็นไรนะ พื้นฐานนายดีจะตาย ขอแค่นายตั้งใจ ยังไงเดือนหน้าก็ต้องสอบได้คะแนนดีแน่”“อืม……หรือว่าเป็นเพราะที่นายโดนคุณครูตำหนิ?ฉันรู้ว่านายเป็นพวกทะนงในศักดิ์ศรีมาก แล้วก็ไม่เคยโดนครูตำ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 760

    อันดับต่ำกว่าห้าสิบ...เวินถิงเยี่ยนเป็นที่หนึ่งของระดับชั้นมาโดยตลอดเจี่ยนจือโกรธจนแทบระเบิด: เวินถิงเยี่ยน นี่นายกำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่?เวินถิงเยี่ยนเพียงยืนตัวตรงโดยไม่ตอบคำถามของอาจารย์ และไม่ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความโกรธของเธอเช่นกัน“เวินถิงเยี่ยน เธอกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่า? ลองเล่าให้ครูฟังสิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน เรื่องชีวิตส่วนตัว หรือว่า...สับสนในความรัก เธอก็ปรึกษาครูได้นะ” อาจารย์พูดด้วยความอดทนอย่างมาก พยายามช่วยเขาแก้ไขปัญหาแต่ปรากฏว่าเวินถิงเยี่ยนกลับตอบเธอเพียงประโยคเดียวว่า “ขอบคุณครับอาจารย์ ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”“เธอนี่...” อาจารย์โกรธจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เพราะคำตอบของเขา แต่ก็พยายามอดกลั้น ไม่แสดงความโกรธออกมา และยังคงพูดกับเขาดี ๆ ว่า “เวินถิงเยี่ยน ครูรู้ว่าเธอเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเองและมีวินัยในตัวเองมาโดยตลอด คนเราในช่วงวัยรุ่นย่อมต้องพบเจอกับอุปสรรคบ้างเป็นธรรมดา แต่เธอต้องเข้าใจไว้อย่างหนึ่งว่า สิ่งที่จะเอาชนะอุปสรรคได้ไม่ใช่การปล่อยตัวให้ตกต่ำ แต่เป็นการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวเองในอดีตและแข็งแกร่งยิ่งกว่าคู่แ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 759

    เจี่ยนจือขมวดคิ้ว ก่อนจะถามเสียงเบา“ของที่ใส่อยู่บนข้อมือเหรอ? ใส่อะไรอยู่ล่ะ?” คุณย่ายังคงจับข้อมือข้างที่เธอสวมสร้อยข้อมือเอาไว้พลางยิ้มขำ “หลานยังไม่ตื่นดีหรือเปล่าเนี่ย?”เจี่ยนจือยกมือของตัวเองขึ้นมา จ้องมองสร้อยข้อมือที่เปล่งประกายระยิบระยับอยู่บนข้อมือ “หนูไม่ได้ใส่อะไรอยู่เลยเหรอคะ?”“ก็ใช่น่ะสิ” คุณย่าเองก็มองเธอด้วยความสงสัยเช่นกันเจี่ยนจือลดมือลง “อ๋อ เมื่อกี้หนูเพิ่งฝันว่าตัวเองซื้อสร้อยข้อมือเส้นใหม่มาน่ะค่ะ...”ดูเหมือนว่าสร้อยข้อมือเส้นนี้ นอกจากตัวเธอเองแล้ว คนอื่น ๆ ในห้วงเวลานี้จะมองไม่เห็นกันหมดเลยงั้นเหรอ?แต่คุณย่ากลับจำคำพูดประโยคนี้ของเธอเอาไว้ หลังจากไปชมนิทรรศการเสร็จก็พาเธอไปซื้อสร้อยข้อมือต่อเธอยื่นมือข้างที่สวมสร้อยข้อมืออยู่แล้วออกไป พนักงานขายเพียงชมว่าเธอมีผิวพรรณสวย และเข้ากับสร้อยข้อมือเส้นที่กำลังลองสวมอยู่มาก จากนั้นก็สวมสร้อยข้อมือเส้นใหม่ลงบนข้อมือตรงตำแหน่งที่เธอสวมสร้อยข้อมืออีกเส้นอยู่แล้วที่แท้ทุกคนก็มองไม่เห็นสร้อยข้อมือเส้นนี้จริง ๆ...หากไม่ใช่เพราะเธอสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความรู้สึกของสร้อยข้อมือที่สวมอยู่บนข้อมือ แม้แต่ตั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status