แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เขาแหกกฎที่ให้ไว้กับตัวเอง ไปดื่มเหล้าแล้ว

ฟังออกเลยว่าเขาเมานิดหน่อย

แต่เวินถิงเยี่ยนกล้าตะโกนเสียงดังขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

เวินถิงเยี่ยนในความทรงจำของเจี่ยนจือก็คือ สมัยมัธยมปลายเป็นเด็กเนิร์ดเย็นชา ไม่ใช่แค่เคร่งเครียดกับการทำโจทย์ แม้แต่ในสนามกีฬา ถ้ามีเด็กนักเรียนหญิงที่ชอบเขายื่นน้ำให้ เขาก็ไม่เคยสนใจเลย

ตอนหลัง เวินถิงเยี่ยนที่กลายเป็นสามีของเธอยิ่งสุภาพเรียบร้อย อารมณ์นิ่งจนไร้แรงกระเพื่อม ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยโกรธ มักนิ่งเฉย เฉยจนบางครั้งเวลาเธอบังเอิญสัมผัสนิ้วเขา ก็ยังรู้สึกเลยว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาเย็นไปหมด

กล้องในวิดีโอกวาดไปยังใบหน้าของทุกคน เธอเห็นเวินถิงเยี่ยนกำลังเมากรึ่ม ๆ ดวงตาของเขาทอประกาย ยกแก้วให้กล้องพลางหัวเราะลั่น "ยินดีต้อนรับเฉิงเฉิงกลับบ้าน"

ที่แท้เขาก็ยิ้มเป็นด้วย

เขาก็มีช่วงเวลาที่กระตือรือร้นเหมือนกัน

และเขาก็เรียกชื่อเล่นของผู้หญิงได้

แต่เขาแค่ไม่ยิ้มให้เธอเท่านั้นเอง ไม่กระตือรือร้นกับเธอด้วย และยิ่งไม่เรียกชื่อเล่นของเธอ

"คุณนายคะ ตอนนี้จะลุกจากเตียงหรือยังคะ" เสียงของป้าเฉินดังขึ้นหน้าประตู

ชีวิตประจำวันของเจี่ยนจือเป็นแบบแผนมาก ป้าเฉินเห็นเธอไม่มีความเคลื่อนไหว จึงคิดว่าเธอต้องการความช่วยเหลือจากตน ถึงอย่างไรขาของคุณนายก็มีปัญหาจริง ๆ

เจี่ยนจือวางโทรศัพท์ลงข้าง ๆ "ลุกค่ะ เดี๋ยวฉันออกไป" เสียงของเธอกลับแหบพร่าปนสะอื้น

ป้าเฉินทำเสี่ยวหลงเปาเป็นอาหารเช้า เจี่ยนจือกินไปเพียงลูกเดียวก็กินต่อไม่ลงแล้ว

"คุณนายคะ มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นจะทานอะไรดี" ป้าเฉินยื่นนมแก้วหนึ่งให้เธอ

"อะไรก็ได้ค่ะ คุณผู้..." เดิมทีเธอตั้งใจจะพูดเหมือนแต่ก่อนว่า "คุณผู้ชายชอบกินอะไรก็ทำอย่างนั้น" แต่พูดได้แค่คำเดียวก็กลืนคำพูดที่เหลือกลับเข้าไป

ทว่าป้าเฉินกลับฟังออก ถึงอย่างไรบทสนทนาเป็นแบบเดิมทุกวัน จึงรีบบอกเธอว่า "คุณผู้ชายบอกว่าวันนี้จะไม่กลับมาทานมื้อเย็นค่ะ มีนัดทานข้าว"

เจี่ยนจือพยักหน้า

เขาก็ต้องไม่กลับมากินข้าวอยู่แล้ว เพราะเมื่อครู่เธอเห็นในโซเชียลมีเดีย ว่าลั่วอวี่เฉิงทำตารางรายชื่อทั้งสัปดาห์ว่าใครจะเลี้ยงข้าวเธอ พร้อมข้อความว่า "ความสัมพันธ์สมัยเรียนจริงใจที่สุดแล้ว ฉันเป็นสาวน้อยที่น่ารักที่มีพี่ชายมากมายคอยเอาใจ!"

ตามปกติในช่วงกลางวัน เจี่ยนจือจะเรียนภาษาอังกฤษสองชั่วโมง แล้วเรียนทฤษฎีทางศิลปะต่ออีกสองสามชั่วโมง

ถ้าไม่หาอะไรให้ตัวเองทำ แล้วในเวลาอันยาวนานนี้ เธอควรจะใช้ชีวิตผ่านไปอย่างไร จะให้ใช้ทั้งชีวิตของเธอเพื่อคนคนเดียวกลับบ้านเหรอ?

เธอเคยรอมาแล้วนี่นา...

รสชาติของการรอคอย มันทรมานเกินไป

แต่วันนี้ตารางชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว

ข้อเสนอฉบับนี้น่าจะเป็นการรับเข้าชุดสุดท้ายของสถาบันแล้ว เธอต้องรีบยืนยันโดยเร็ว

ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำวันนี้คือจ่ายค่าธรรมเนียมยืนยันการเข้าศึกษา เมื่อโทรศัพท์เด้งข้อความแจ้งหักเงินจากบัตรธนาคาร เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

วันที่เธอจะได้จากเวินถิงเยี่ยนไป ใกล้เข้ามาอีกหนึ่งวันแล้ว

ตอนเย็น เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมออกไปข้างนอก

"คุณนายจะไปไหนคะ" ป้าเฉินแปลกใจมาก

เมื่อไม่มีเวินถิงเยี่ยนอยู่ด้วย เจี่ยนจือแทบจะไม่ออกจากบ้านไปไหนเลย

"อ๋อ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของฉันมาแสดงที่นี่ค่ะ เลยชวนฉันออกไปเจอกันสักหน่อย" เธอกล่าว แต่ความจริงเธอตั้งใจจะไปพักที่โรงแรมใกล้สนามสอบ

พรุ่งนี้เธอมีสอบไอเอล ซึ่งเป็นการสอบช่วงเช้า ถ้าเดินทางไปตอนเช้า เธอกลัวว่าอาจจะรถติดจนไปไม่ทัน

การสอบไอเอลครั้งล่าสุดคือเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอไม่ได้คะแนนอย่างที่หวังไว้ แต่ถึงกำหนดเวลายื่นใบสมัครเรียนต่อต่างประเทศแล้ว เธอจึงยื่นใบสมัครไปก่อน เนื่องจากไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกตอบรับ เมื่อไม่นานมานี้เธอจึงนัดสอบในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง

โชคดีที่มหาวิทยาลัยให้ส่งคะแนนภาษาอังกฤษตามไปได้

"แต่ว่า..." ป้าเฉินมองขาของเธอ "ให้ป้าไปเป็นเพื่อนไหมคะ"

"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นนัดของเพื่อนสนิท มีคนอื่นไปด้วยจะไม่สะดวก" เจี่ยนจือตอบด้วยสีหน้าปกติ

"ถ้างั้นป้าบอกคุณผู้ชายไว้หน่อยนะคะ" ป้าเฉินกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเธอจริง ๆ ไม่กลับแบกความรับผิดชอบนี้

"ไม่ต้องค่ะ ให้เขาไปสังสรรค์อย่างสบายใจเถอะ อย่าไปรบกวนเขาเลย เดี๋ยวฉันเจอเพื่อนเสร็จจะโทรให้เขามารับเอง" เจี่ยนจือถือกระเป๋าเดินออกประตูไป

เนื่องจากขาของเธอใช้งานได้ไม่สะดวก เรือนหอที่เวินถิงเยี่ยนซื้อจึงเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ที่กินพื้นทั้งหมดในชั้นเดียว เจี่ยนจือออกจากบ้านโดยลงลิฟต์มา

ทันทีที่ก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางแสงแดด เธอก็ก้มศีรษะลงตามสัญชาตญาณ หดตัว สวมหมวกและตั้งคอเสื้อขึ้นมา

นับตั้งแต่ขาเป๋ เจี่ยนจือผู้มีชีวิตชีวาและมั่นใจบนเวทีก็ได้หายไปแล้ว

เจี่ยนจือที่ขาเป๋ ได้สูญเสียความกล้าที่จะก้าวเข้าสู่สายตาฝูงชนไปแล้ว

ป้าเฉินมักจะพูดว่า ถ้าเธอจะออกไปข้างนอก ควรให้คุณผู้ชายไปด้วยจะดีที่สุด

เวินถิงเยี่ยนก็มักจะพูดว่า ถ้าไม่มีเขาอยู่เป็นเพื่อน เธอควรจะอยู่บ้านจะดีที่สุด

แต่พวกเขาไม่รู้เลย

ว่าสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการออกไปข้างนอกกับเวินถิงเยี่ยน มันน่ากลัวยิ่งกว่าการออกไปคนเดียวเสียอีก

เพราะทุกคนที่เห็นพวกเขา ในสายตาจะเหมือนเขียนไว้ว่า ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทำไมภรรยาถึงเป็นคนขาเป๋ล่ะ?

เธอเรียกรถคันหนึ่งมุ่งหน้าไปยังโรงแรม

บนรถ เธอมองทิวทัศน์ถนนนอกหน้าต่างเงียบ ๆ แล้วจู่ ๆ ก็เห็นรถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่ริมถนน

"เดี๋ยวก่อนค่ะ รบกวนจอดรถตรงนี้หน่อย" เธอรีบบอกคนขับ

รถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่หน้าทางเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง

เมื่อวานเป็นเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนเลี้ยงข้าว วันนี้เป็นตาของเวินถิงเยี่ยน ซึ่งลั่วอวี่เฉิงเขียนไว้ในโซเชียลมีเดีย

เธอก้าวลงจากรถราวกับถูกผีเข้าสิง

เมื่อไปถึงร้านอาหาร เจี่ยนจือบอกทันทีว่า "มาถึงแล้วค่ะ คุณเวินจองไว้" พร้อมทั้งบอกเลขท้ายโทรศัพท์มือถือของเวินถิงเยี่ยน

พนักงานเสิร์ฟจึงเดินนำเจี่ยนจือไปที่ประตูห้องส่วนตัว "อยู่ตรงนี้ครับ"

"ขอบคุณค่ะ" เจี่ยนจือขอบคุณพนักงานเสิร์ฟ

ที่จริงเจี่ยนจือก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมาทำอะไรกันแน่ ตอนอยู่บ้านเธอวู่วามอยู่ในใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พอมายืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ กลับไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะผลักประตู

ทว่าด้านในกลับมีเสียงพูดคุยที่สนุกสนานดังออกมา

"วันนี้กลับดึกไม่ได้แล้ว ดื่มเหล้าก็ไม่ได้ เมื่อคืนเมากลับไป เมียที่บ้านออกฤทธิ์ใหญ่เลย"

เป็นเสียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเวินถิงเยี่ยน

"ยังเป็นพี่ชายฉันอยู่ไหมเนี่ย ตอนแรกตกลงกันไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าต่อให้เทพเทวาที่ไหนโผล่มา น้องสาวก็ต้องมาก่อน ตอนนี้ดันกลัวเมียซะงั้น? มีแต่พี่เยี่ยนของเรานี่แหละที่เป็นเพื่อนแท้"

เป็นลั่วอวี่เฉิง น้ำเสียงที่พูดช่างหวานนุ่มอ่อนโยน

ที่แท้ลั่วอวี่เฉิงก็มีนิสัยแบบนี้นี่เอง

ที่แท้เวินถิงเยี่ยนก็ชอบผู้หญิงที่มีนิสัยแบบนี้

น่าเสียดาย เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลยจริง ๆ แม้แต่จะแสดงก็ยังทำไม่ได้

เพื่อนสนิทคนนั้นพูดต่อ "อาเยี่ยนจะเหมือนกันได้ยังไง เจี่ยนจือกล้าว่าเขาสักครึ่งคำซะที่ไหนกัน"

"เอ๊ะ จริงสิ" เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้นอีกครั้ง "อาเยี่ยน ได้ยินมาว่าภรรยานายขาเป๋เหรอ เพราะอะไรล่ะ"

ไม่มีใครตอบคำถามของลั่วอวี่เฉิง

ทว่าเจี่ยนจือกลับรู้สึกบีบหัวใจ

เพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนจึงพูดเปิดใจประเด็นนี้

"จะว่าไปแล้ว อาเยี่ยน พวกเราเสียดายแทนนายจริง ๆ นายดูสิ พูดถึงเงินก็มีเงิน หน้าตาก็ดี ทั้งเก่งทั้งหล่อ จะแต่งกับผู้หญิงแบบไหนก็ได้ ทำไมต้องแต่งกับคนขาเป๋ด้วย"

"พูดตามตรงนะ อาเยี่ยน นายน่ะเจ๋งที่สุดในหมู่พวกเรา ตอนนี้นายแต่งงานกับเจี่ยนจือ เวลามีประชุม งานสังสรรค์ข้างนอก งานแถลงข่าวหรือโอกาสอื่น ๆ ที่ต้องมีภรรยา นายก็พาเธอออกงานด้วยไม่ได้เลย นายว่านายขาดทุนไหมล่ะ!"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

เวินถิงเยี่ยนมักจะพูดเสมอว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของเขา เธอแค่อยู่ที่บ้านดี ๆ รอเขาหาเงินกลับมาให้ก็พอ

ครอบครัวของเธอชื่นชมที่เวินถิงเยี่ยนเป็นแบบนี้ ชมจนเขาแทบจะลอยขึ้นฟ้า ทุกคนบอกว่าเธอวาสนาดี แต่ที่จริงแล้ว เป็นเพราะเขาคิดว่า...พาเธอออกไปข้างนอกไม่ได้...

เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของเวินถิงเยี่ยนดังมาจากห้องส่วนตัว "ยังไงเธอก็มีบุญคุณกับฉัน ฉันติดหนี้เธอ"

"นายเป็นหนี้เธอ นายก็ให้เงินเธอไปตั้งเยอะแล้วนี่ ถือว่าหายกันแล้ว!"

"นั่นสิ ตอนนั้นนายควรจะจ่ายเงินซื้อตัวเธอไปเลย ไม่จำเป็นต้องเอาความสุขทั้งชีวิตของตัวเองมาแลกไม่ใช่เหรอ"

"ฉันว่านะ นายควรคิดให้ดี ๆ ต่อให้นายเชิญพระโพธิสัตว์กลับไปบูชาทุกวัน อย่างน้อยวันขึ้น 1 ค่ำ กับ 15 ค่ำก็ยังขอพรให้ร่ำรวยได้ แต่นายแต่งคนแบบนี้เข้าบ้าน จะมีประโยชน์อะไรล่ะ"

"ใช่แล้ว จะช่วยอะไรนายได้ ออกมารับแขกก็ไม่ได้ อยู่บ้านยกชารินน้ำก็ยังกลัวจะหกเลยใช่ไหม อาเยี่ยน นายดื่มน้ำ...แบบนี้ แบบนี้ เป็นแบบนี้ใช่ไหม?"

เสียงหัวเราะดังก้องทั่วห้องส่วนตัว มีเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของลั่วอวี่เฉิงปนอยู่ด้วย "อาเยี่ยน ภรรยานายเดินแบบนี้จริง ๆ เหรอ"

เจี่ยนจือกำลังแนบหูฟังอยู่หน้าประตู เธอรู้สึกว่าเลือดทั้งร่างพุ่งพล่านขึ้นศีรษะ ความโกรธและความอับอายทำให้เธอเสียการทรงตัว

เธอผลักประตูห้องส่วนตัวออก

ตรงหน้ากำลังอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ

หนึ่งในเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนที่ชื่ออาเหวินกำลังถือแก้วน้ำ ทำท่าเดินกะโผลกกะเผลกอย่างเกินจริง พร้อมทั้งดัดเสียงพูดว่า "อาเยี่ยนคะ อาเยี่ยนขา อาเยี่ยน ดื่มน้ำสิ อาเยี่ยน อุ๊ย ล้มแล้ว อาเยี่ยนกอดหน่อย"

เธอมองไปที่เวินถิงเยี่ยน คาดหวังว่าสามีของเธอ คนที่เธอรักมากที่สุด จะแสดงท่าทีอะไรบ้างในเวลานี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
เทออายมากและไม่อยากให้ใครรู้เรื่องแบบนี้เลยโดนล้ออายแล้วใครไม่อยากมากินเหล้ากับใครเลยแม้แต่นิดเดียวโดยคนอื่นมาล้อเลยไม่อยากให้มามาหา
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 772

    เขายื่นจดหมายฉบับนั้นให้เจี่ยนจือ “คำสั่งเสียสุดท้ายของคุณเวิน ตอนนี้ผมทำตามจนสำเร็จแล้วครับ”“ขอบคุณค่ะ” เจี่ยนจือรับจดหมายมา พลางก้มมองข้อความบนหน้าซองที่เขียนว่า “เฉพาะเจี่ยนจือ” จู่ ๆ เธอก็ไม่กล้าเปิดอ่านขึ้นมาเสียอย่างนั้นเจี่ยนหลานกุมมือของเธอไว้ “ถ้าไม่อยากเปิดตอนนี้ ก็ไม่ต้องเปิดหรอก”“หนูจะไม่เปิดมันเด็ดขาด!” ความขมขื่นที่อัดอั้นอยู่ในใจเจี่ยนจือพลันเอ่อท้นขึ้นมา“อืม งั้นก็ไม่ต้องเปิดหรอก” เจี่ยนหลานกระชับฝ่ามือที่กุมมือเธออยู่ ลังเลนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็เอ่ยเสียงต่ำว่า “เขาป่วยเป็นโรคเดียวกับพ่อของเขา เพียงแต่ตรวจเจอเร็วกว่า เขาตรวจเจอโรคนี้ในวันที่ถูกรถชน ……”เจี่ยนหลานก้มสำรวจสีหน้าเธอ เมื่อเห็นว่าใบหน้าเธอไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ก็กระชับฝ่ามือให้แน่นขึ้นอีก “เขาเป็นคนขอร้องพี่ ไม่ให้บอกอะไรกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาเสียขาไปหรือเรื่องที่เขาป่วย ก็ห้ามบอกเราทั้งนั้น เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและรักษาตัวมานานถึงสองปี แต่สุดท้ายก็ยังพ่ายแพ้ให้กับโรคร้าย เมื่อปีก่อนเขาน่าจะรู้ตัวแล้วว่าอาการของตัวเองกำลังทรุดลง ถึงได้ดึงดันจะมาไอร์แลนด์ให้ได้ หลังจากมาถึงได้ไม่นาน เขาก็หมด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 771

    “……ชีวิตของเขาผ่านช่วงรุ่งเรืองและตกต่ำมามากมาย เคยประสบความสำเร็จ เคยทำผิดพลาด เขาเฝ้าขอให้คนในครอบครัวให้อภัยมาตลอดชีวิต สุดท้ายโรคร้ายก็พรากเขาไปจากโลกนี้ ……ขอให้บนสวรรค์ไม่มีความเจ็บป่วย ขอให้ชาติหน้าไม่ทำผิดพลาดอีก……”ในหัวของเจี่ยนจือมีเสียงอื้ออึงดังไม่หยุด หูของเธอเริ่มอื้อจนไม่ได้ยินอะไร ทั้งที่คนบนเวทีกล่าวอะไรตั้งมากมาย แต่มีเพียงบางประโยคเท่านั้นที่เล็ดลอดเข้ามาในโสตประสาทของเธอหลังจากกล่าวจบ ชายคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วเห็นเธอเข้าพอดี สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันทีก่อนที่ร่างสูงจะรีบสาวเท้าเข้ามาหาเธอ“จือจือ ” เขาคว้าลาดไหล่บางของเธอไว้ จ้องมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา เรียวคิ้วเริ่มขมวดยุ่ง เมื่อมองข้ามไหล่ของผู้เป็นพี่ไป เจี่ยนจือพอเห็นผ่านม่านน้ำตาราง ๆ ว่าผู้คนในโบสถ์ทยอยลุกออกจากที่นั่ง แล้วเดินไปวางดอกไม้บนโลงศพ และหนึ่งในนั้นก็มีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ด้วย นั่นคือเจ้าของโรงแรมในไอร์แลนด์ที่เธอเคยพบมาก่อน“จือจือ……” เขาพยายามจะดึงเธอเข้ามากอด เมื่อเห็นแววตาเลื่อนลอยของเธอเจี่ยนจือผลักเขาออกด้วยแรงประมาณหนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พี่……บอกมาสิ ว่าคนที

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 770

    ข้อความโดยละเอียดคือ:เมิ่งเฉิงซ่ง หากนายได้อ่านข้อความนี้ ก็อย่าแปลกใจไปเลยแล้วก็ไม่ต้องถามด้วยว่าเพราะอะไรเพราะฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันจักรวาลกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มีเรื่องราวมากมายเหลือคณานับที่มนุษย์ไม่อาจหาคำตอบได้ฉันโชคดีที่ได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับนาย มีนายเป็นเหมือนพี่น้องต่างสายเลือด ฉันโชคดีที่ได้เดินตามรอยนาย เดินทางไปในทุกที่ที่นายไป ดีใจที่ตัวฉันได้กลายเป็นนายอีกคน และได้ตัดสินใจแทนนาย ขอให้ชีวิตที่เหลือของนายราบรื่นและสงบสุข ขอให้นายมีความสุขตลอดไปเจี่ยนจือลอยอยู่เหนือข้อความเหล่านั้น จากมุมมองของเธอตอนนี้ เธอมองเห็นขนตาของเมิ่งเฉิงซ่งค่อย ๆ ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา“หง่าง——หง่าง——หง่าง——” ไม่รู้ว่าเสียงระฆังดังมาจากทางไหน มันดังจนหัวใจเธอสั่นไหวด้วยความเจ็บปวด ท่ามกลางสติอันเลือนราง เธอคล้ายได้ยินเสียงสวดมนต์ดังขึ้นข้างหู ขมับของเธอเริ่มปวดตุบ เมื่อสติของเธอดับวูบลง เหมือนเธอจะได้ยินเสียงของใครบางคนดังมาจากห้วงความทรงจำอันไกลโพ้น:ถ้าหากชาติหน้ามีจริง หวังจริง ๆ ว่าจะช่วยทำให้ความปรารถนาทุกอย่างของเขาเป็นจริง“ติ๊ง——” ไม่รู้ว่าเสียงกริ่งที่ไหนช่วยดึงเจี่ยนจือออกมาจากห้

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 769

    ฤดูหนาวที่ไอร์แลนด์ หิมะสีขาวโปรยปรายมาเหมือนภาพในความทรงจำหลังจากเจี่ยนจือและสมาชิกในคณะนาฏศิลป์เข้าพักที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็เริ่มทุ่มเทให้กับการซ้อมและซักซ้อมคิวการแสดงทันที แม้วันนั้นจะเหน็ดเหนื่อยกันจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง แต่ในคณะก็มีสมาชิกหลายคนที่เพิ่งมาไอร์แลนด์เป็นครั้งแรก จึงพากันคะยั้นคะยอชวนคนอื่น ๆ ออกไปเดินตลาดกลางคืนแม้เจี่ยนจือจะเหนื่อยมาก แต่สุดท้ายเธอก็ยังยอมไปเป็นเพื่อนพวกเขาเดินเล่นและเดินหาของอร่อยกินไปตลอดทั้งทาง จนกระทั่งเธอสะดุดตากับแผงลอยขายเครื่องปั้นดินเผาตอนนี้ที่บ้านในลอนดอนของเธอก็มีไหขนาดใหญ่ตั้งอยู่สองใบเธอยืนกอดไหขนาดใหญ่ใบหนึ่งอยู่หน้าร้านแผงลอย ในสภาพเหม่อลอยอยู่พักใหญ่จนหญิงสาวเจ้าของร้านแผงลอยเข้ามาชวนเธอคุยอย่างกระตือรือร้น ถามไถ่ว่าเธอชอบไหใบนี้มากเลยใช่ไหม สามารถคิดราคาพิเศษให้เธอได้ ตอนนั้นเธอถึงได้สติกลับมา ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้ววางไหลงประจวบเหมาะกับที่พวกพี่น้องในคณะเดินมาตามพอดี เธอจึงเดินตามทุกคนออกไปด้วยกันก่อนเข้านอนคืนนั้น จู่ ๆ ภาพในหัวของเธอก็มีแต่เวินถิงเยี่ยนที่ยืนยิ้มให้เธออยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัว จากนั้นเธอก็เข้า

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 768

    ตอนแรกเขาถอดเสื้อยืดที่อยู่บนตัวออก จากนั้นก็เข็มขัดหนัง กางเกง แม้แต่กางเกงชั้นในเขาก็ไม่คิดจะเข้าไปถอดในห้องน้ำดี ๆ หรือไง?“เวินถิงเยี่ยน!” เธออดหวีดร้องไม่ได้และแน่นอนว่าเวินถิงเยี่ยนไม่ได้ยินเสียงของเธอ ยังคงถอดเสื้อผ้าที่สวมอยู่บนร่างกำยำออก ……เจี่ยนจือพยายามใช้แรงเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ในที่สุดก็หนีจากภาพตรงหน้าได้สักทีเมื่อได้ยินเสียงสายน้ำกระทบพื้น เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หันกลับมาสำรวจห้องของเวินถิงเยี่ยนอีกครั้งเวินถิงเยี่ยนเก็บของทั้งหมดเสร็จแล้ว ดูเหมือนเขาพร้อมที่จะเดินทางไปเมืองหลวงได้ทุกเมื่อเลยบนโต๊ะเขียนหนังสือของเขามีของกองหนึ่งวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ เธอลอยเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะดูว่าเขาวางแผนอะไรเอาไว้บ้าง แต่กลับพบว่ากระดาษร่างที่เธอเคยเขียนวางอยู่ด้านบนสุดของกอง“เวินถิงเยี่ยน อย่าลืมที่นายรับปากฉันไว้นะ ห้ามไปเล่นกับอาเหวิน อาซิน และลั่วอวี่เฉิง ห้ามเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับพวกเขา ห้ามเป็นเพื่อนกับพวกเขาด้วย”กระดาษแผ่นนั้นมีทั้งข้อความที่เธอซึ่งเป็นแค่ร่างเงาโปร่งใสเขียนทิ้งไว้ และยังมีวิธีแก้โจทย์ที่เขาเขียนไว้ด้วย นี่เขายังเก็บมันไว้อีกเหรอ ผ่านไป

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 767

    เจี่ยนจือลอยไปมาระหว่างพวกเขาพลางขบคิดไปด้วย ดูเหมือนว่ามิตรภาพระหว่างพวกเขาจะยังเหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นคงไม่นั่งกินข้าวด้วยกันอย่างสนิทสนมแบบนี้อาเฟิงยังคงทำใจไม่ได้ เดี๋ยวกอดคนนี้ที เดี๋ยวกอดคนนั้นที ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก จนพลอยทำให้ทุกคนรู้สึกเศร้าตามไปด้วย สุดท้ายหร่านเฉินกับเจี่ยนจือก็ร้องไห้ออกมาเช่นกันเมิ่งเฉิงซ่งเห็นว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่มีวันจบ จึงค่อย ๆ ปลอบทุกคนทีละคน ก่อนจะเสนอให้พอแค่นี้ แล้วส่งทุกคนกลับบ้านเวลาล่วงเลยสู่วันใหม่ พวกเขาจึงลงมาชั้นล่างเพื่อเรียกรถกลับเจี่ยนจือมีบอดี้การ์ดมารับกลับ จึงมีที่นั่งเหลือสำหรับสี่คน“พวกนายขึ้นรถไปเถอะ ฉันยังมีธุระต่อ” เวินถิงเยี่ยนเสนอ“อาเยี่ยน นายขึ้นรถไปเถอะ ฉันเรียกรถกลับเองก็ได้” เมิ่งเฉิงซ่งหันไปบอกเขา หลังจากส่งตัวป่วนทั้งสามที่ยังสะอึกสะอื้นขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว“ไม่ต้องหรอก จริง ๆ นะ” เวินถิงเยี่ยนเร่งเขา “นายขึ้นรถไปเลย ฉันยังต้องกลับไปเก็บร้านอีก”เมิ่งเฉิงซ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “พรุ่งนี้จะทำเรื่องแล้วเหรอ?”“อืม” เวินถิงเยี่ยนว่าต่อ “รีบเคลียร์ให้เสร็จ จะได้เตรียมพาคุณย่าไปที่เมืองหลวง”เมิ่งเฉิงซ่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status