Share

บทที่ 2

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เขาแหกกฎที่ให้ไว้กับตัวเอง ไปดื่มเหล้าแล้ว

ฟังออกเลยว่าเขาเมานิดหน่อย

แต่เวินถิงเยี่ยนกล้าตะโกนเสียงดังขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

เวินถิงเยี่ยนในความทรงจำของเจี่ยนจือก็คือ สมัยมัธยมปลายเป็นเด็กเนิร์ดเย็นชา ไม่ใช่แค่เคร่งเครียดกับการทำโจทย์ แม้แต่ในสนามกีฬา ถ้ามีเด็กนักเรียนหญิงที่ชอบเขายื่นน้ำให้ เขาก็ไม่เคยสนใจเลย

ตอนหลัง เวินถิงเยี่ยนที่กลายเป็นสามีของเธอยิ่งสุภาพเรียบร้อย อารมณ์นิ่งจนไร้แรงกระเพื่อม ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยโกรธ มักนิ่งเฉย เฉยจนบางครั้งเวลาเธอบังเอิญสัมผัสนิ้วเขา ก็ยังรู้สึกเลยว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาเย็นไปหมด

กล้องในวิดีโอกวาดไปยังใบหน้าของทุกคน เธอเห็นเวินถิงเยี่ยนกำลังเมากรึ่ม ๆ ดวงตาของเขาทอประกาย ยกแก้วให้กล้องพลางหัวเราะลั่น "ยินดีต้อนรับเฉิงเฉิงกลับบ้าน"

ที่แท้เขาก็ยิ้มเป็นด้วย

เขาก็มีช่วงเวลาที่กระตือรือร้นเหมือนกัน

และเขาก็เรียกชื่อเล่นของผู้หญิงได้

แต่เขาแค่ไม่ยิ้มให้เธอเท่านั้นเอง ไม่กระตือรือร้นกับเธอด้วย และยิ่งไม่เรียกชื่อเล่นของเธอ

"คุณนายคะ ตอนนี้จะลุกจากเตียงหรือยังคะ" เสียงของป้าเฉินดังขึ้นหน้าประตู

ชีวิตประจำวันของเจี่ยนจือเป็นแบบแผนมาก ป้าเฉินเห็นเธอไม่มีความเคลื่อนไหว จึงคิดว่าเธอต้องการความช่วยเหลือจากตน ถึงอย่างไรขาของคุณนายก็มีปัญหาจริง ๆ

เจี่ยนจือวางโทรศัพท์ลงข้าง ๆ "ลุกค่ะ เดี๋ยวฉันออกไป" เสียงของเธอกลับแหบพร่าปนสะอื้น

ป้าเฉินทำเสี่ยวหลงเปาเป็นอาหารเช้า เจี่ยนจือกินไปเพียงลูกเดียวก็กินต่อไม่ลงแล้ว

"คุณนายคะ มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นจะทานอะไรดี" ป้าเฉินยื่นนมแก้วหนึ่งให้เธอ

"อะไรก็ได้ค่ะ คุณผู้..." เดิมทีเธอตั้งใจจะพูดเหมือนแต่ก่อนว่า "คุณผู้ชายชอบกินอะไรก็ทำอย่างนั้น" แต่พูดได้แค่คำเดียวก็กลืนคำพูดที่เหลือกลับเข้าไป

ทว่าป้าเฉินกลับฟังออก ถึงอย่างไรบทสนทนาเป็นแบบเดิมทุกวัน จึงรีบบอกเธอว่า "คุณผู้ชายบอกว่าวันนี้จะไม่กลับมาทานมื้อเย็นค่ะ มีนัดทานข้าว"

เจี่ยนจือพยักหน้า

เขาก็ต้องไม่กลับมากินข้าวอยู่แล้ว เพราะเมื่อครู่เธอเห็นในโซเชียลมีเดีย ว่าลั่วอวี่เฉิงทำตารางรายชื่อทั้งสัปดาห์ว่าใครจะเลี้ยงข้าวเธอ พร้อมข้อความว่า "ความสัมพันธ์สมัยเรียนจริงใจที่สุดแล้ว ฉันเป็นสาวน้อยที่น่ารักที่มีพี่ชายมากมายคอยเอาใจ!"

ตามปกติในช่วงกลางวัน เจี่ยนจือจะเรียนภาษาอังกฤษสองชั่วโมง แล้วเรียนทฤษฎีทางศิลปะต่ออีกสองสามชั่วโมง

ถ้าไม่หาอะไรให้ตัวเองทำ แล้วในเวลาอันยาวนานนี้ เธอควรจะใช้ชีวิตผ่านไปอย่างไร จะให้ใช้ทั้งชีวิตของเธอเพื่อคนคนเดียวกลับบ้านเหรอ?

เธอเคยรอมาแล้วนี่นา...

รสชาติของการรอคอย มันทรมานเกินไป

แต่วันนี้ตารางชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว

ข้อเสนอฉบับนี้น่าจะเป็นการรับเข้าชุดสุดท้ายของสถาบันแล้ว เธอต้องรีบยืนยันโดยเร็ว

ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำวันนี้คือจ่ายค่าธรรมเนียมยืนยันการเข้าศึกษา เมื่อโทรศัพท์เด้งข้อความแจ้งหักเงินจากบัตรธนาคาร เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

วันที่เธอจะได้จากเวินถิงเยี่ยนไป ใกล้เข้ามาอีกหนึ่งวันแล้ว

ตอนเย็น เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมออกไปข้างนอก

"คุณนายจะไปไหนคะ" ป้าเฉินแปลกใจมาก

เมื่อไม่มีเวินถิงเยี่ยนอยู่ด้วย เจี่ยนจือแทบจะไม่ออกจากบ้านไปไหนเลย

"อ๋อ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของฉันมาแสดงที่นี่ค่ะ เลยชวนฉันออกไปเจอกันสักหน่อย" เธอกล่าว แต่ความจริงเธอตั้งใจจะไปพักที่โรงแรมใกล้สนามสอบ

พรุ่งนี้เธอมีสอบไอเอล ซึ่งเป็นการสอบช่วงเช้า ถ้าเดินทางไปตอนเช้า เธอกลัวว่าอาจจะรถติดจนไปไม่ทัน

การสอบไอเอลครั้งล่าสุดคือเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอไม่ได้คะแนนอย่างที่หวังไว้ แต่ถึงกำหนดเวลายื่นใบสมัครเรียนต่อต่างประเทศแล้ว เธอจึงยื่นใบสมัครไปก่อน เนื่องจากไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกตอบรับ เมื่อไม่นานมานี้เธอจึงนัดสอบในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง

โชคดีที่มหาวิทยาลัยให้ส่งคะแนนภาษาอังกฤษตามไปได้

"แต่ว่า..." ป้าเฉินมองขาของเธอ "ให้ป้าไปเป็นเพื่อนไหมคะ"

"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นนัดของเพื่อนสนิท มีคนอื่นไปด้วยจะไม่สะดวก" เจี่ยนจือตอบด้วยสีหน้าปกติ

"ถ้างั้นป้าบอกคุณผู้ชายไว้หน่อยนะคะ" ป้าเฉินกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเธอจริง ๆ ไม่กลับแบกความรับผิดชอบนี้

"ไม่ต้องค่ะ ให้เขาไปสังสรรค์อย่างสบายใจเถอะ อย่าไปรบกวนเขาเลย เดี๋ยวฉันเจอเพื่อนเสร็จจะโทรให้เขามารับเอง" เจี่ยนจือถือกระเป๋าเดินออกประตูไป

เนื่องจากขาของเธอใช้งานได้ไม่สะดวก เรือนหอที่เวินถิงเยี่ยนซื้อจึงเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ที่กินพื้นทั้งหมดในชั้นเดียว เจี่ยนจือออกจากบ้านโดยลงลิฟต์มา

ทันทีที่ก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางแสงแดด เธอก็ก้มศีรษะลงตามสัญชาตญาณ หดตัว สวมหมวกและตั้งคอเสื้อขึ้นมา

นับตั้งแต่ขาเป๋ เจี่ยนจือผู้มีชีวิตชีวาและมั่นใจบนเวทีก็ได้หายไปแล้ว

เจี่ยนจือที่ขาเป๋ ได้สูญเสียความกล้าที่จะก้าวเข้าสู่สายตาฝูงชนไปแล้ว

ป้าเฉินมักจะพูดว่า ถ้าเธอจะออกไปข้างนอก ควรให้คุณผู้ชายไปด้วยจะดีที่สุด

เวินถิงเยี่ยนก็มักจะพูดว่า ถ้าไม่มีเขาอยู่เป็นเพื่อน เธอควรจะอยู่บ้านจะดีที่สุด

แต่พวกเขาไม่รู้เลย

ว่าสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการออกไปข้างนอกกับเวินถิงเยี่ยน มันน่ากลัวยิ่งกว่าการออกไปคนเดียวเสียอีก

เพราะทุกคนที่เห็นพวกเขา ในสายตาจะเหมือนเขียนไว้ว่า ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทำไมภรรยาถึงเป็นคนขาเป๋ล่ะ?

เธอเรียกรถคันหนึ่งมุ่งหน้าไปยังโรงแรม

บนรถ เธอมองทิวทัศน์ถนนนอกหน้าต่างเงียบ ๆ แล้วจู่ ๆ ก็เห็นรถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่ริมถนน

"เดี๋ยวก่อนค่ะ รบกวนจอดรถตรงนี้หน่อย" เธอรีบบอกคนขับ

รถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่หน้าทางเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง

เมื่อวานเป็นเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนเลี้ยงข้าว วันนี้เป็นตาของเวินถิงเยี่ยน ซึ่งลั่วอวี่เฉิงเขียนไว้ในโซเชียลมีเดีย

เธอก้าวลงจากรถราวกับถูกผีเข้าสิง

เมื่อไปถึงร้านอาหาร เจี่ยนจือบอกทันทีว่า "มาถึงแล้วค่ะ คุณเวินจองไว้" พร้อมทั้งบอกเลขท้ายโทรศัพท์มือถือของเวินถิงเยี่ยน

พนักงานเสิร์ฟจึงเดินนำเจี่ยนจือไปที่ประตูห้องส่วนตัว "อยู่ตรงนี้ครับ"

"ขอบคุณค่ะ" เจี่ยนจือขอบคุณพนักงานเสิร์ฟ

ที่จริงเจี่ยนจือก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมาทำอะไรกันแน่ ตอนอยู่บ้านเธอวู่วามอยู่ในใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พอมายืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ กลับไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะผลักประตู

ทว่าด้านในกลับมีเสียงพูดคุยที่สนุกสนานดังออกมา

"วันนี้กลับดึกไม่ได้แล้ว ดื่มเหล้าก็ไม่ได้ เมื่อคืนเมากลับไป เมียที่บ้านออกฤทธิ์ใหญ่เลย"

เป็นเสียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเวินถิงเยี่ยน

"ยังเป็นพี่ชายฉันอยู่ไหมเนี่ย ตอนแรกตกลงกันไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าต่อให้เทพเทวาที่ไหนโผล่มา น้องสาวก็ต้องมาก่อน ตอนนี้ดันกลัวเมียซะงั้น? มีแต่พี่เยี่ยนของเรานี่แหละที่เป็นเพื่อนแท้"

เป็นลั่วอวี่เฉิง น้ำเสียงที่พูดช่างหวานนุ่มอ่อนโยน

ที่แท้ลั่วอวี่เฉิงก็มีนิสัยแบบนี้นี่เอง

ที่แท้เวินถิงเยี่ยนก็ชอบผู้หญิงที่มีนิสัยแบบนี้

น่าเสียดาย เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลยจริง ๆ แม้แต่จะแสดงก็ยังทำไม่ได้

เพื่อนสนิทคนนั้นพูดต่อ "อาเยี่ยนจะเหมือนกันได้ยังไง เจี่ยนจือกล้าว่าเขาสักครึ่งคำซะที่ไหนกัน"

"เอ๊ะ จริงสิ" เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้นอีกครั้ง "อาเยี่ยน ได้ยินมาว่าภรรยานายขาเป๋เหรอ เพราะอะไรล่ะ"

ไม่มีใครตอบคำถามของลั่วอวี่เฉิง

ทว่าเจี่ยนจือกลับรู้สึกบีบหัวใจ

เพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนจึงพูดเปิดใจประเด็นนี้

"จะว่าไปแล้ว อาเยี่ยน พวกเราเสียดายแทนนายจริง ๆ นายดูสิ พูดถึงเงินก็มีเงิน หน้าตาก็ดี ทั้งเก่งทั้งหล่อ จะแต่งกับผู้หญิงแบบไหนก็ได้ ทำไมต้องแต่งกับคนขาเป๋ด้วย"

"พูดตามตรงนะ อาเยี่ยน นายน่ะเจ๋งที่สุดในหมู่พวกเรา ตอนนี้นายแต่งงานกับเจี่ยนจือ เวลามีประชุม งานสังสรรค์ข้างนอก งานแถลงข่าวหรือโอกาสอื่น ๆ ที่ต้องมีภรรยา นายก็พาเธอออกงานด้วยไม่ได้เลย นายว่านายขาดทุนไหมล่ะ!"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

เวินถิงเยี่ยนมักจะพูดเสมอว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของเขา เธอแค่อยู่ที่บ้านดี ๆ รอเขาหาเงินกลับมาให้ก็พอ

ครอบครัวของเธอชื่นชมที่เวินถิงเยี่ยนเป็นแบบนี้ ชมจนเขาแทบจะลอยขึ้นฟ้า ทุกคนบอกว่าเธอวาสนาดี แต่ที่จริงแล้ว เป็นเพราะเขาคิดว่า...พาเธอออกไปข้างนอกไม่ได้...

เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของเวินถิงเยี่ยนดังมาจากห้องส่วนตัว "ยังไงเธอก็มีบุญคุณกับฉัน ฉันติดหนี้เธอ"

"นายเป็นหนี้เธอ นายก็ให้เงินเธอไปตั้งเยอะแล้วนี่ ถือว่าหายกันแล้ว!"

"นั่นสิ ตอนนั้นนายควรจะจ่ายเงินซื้อตัวเธอไปเลย ไม่จำเป็นต้องเอาความสุขทั้งชีวิตของตัวเองมาแลกไม่ใช่เหรอ"

"ฉันว่านะ นายควรคิดให้ดี ๆ ต่อให้นายเชิญพระโพธิสัตว์กลับไปบูชาทุกวัน อย่างน้อยวันขึ้น 1 ค่ำ กับ 15 ค่ำก็ยังขอพรให้ร่ำรวยได้ แต่นายแต่งคนแบบนี้เข้าบ้าน จะมีประโยชน์อะไรล่ะ"

"ใช่แล้ว จะช่วยอะไรนายได้ ออกมารับแขกก็ไม่ได้ อยู่บ้านยกชารินน้ำก็ยังกลัวจะหกเลยใช่ไหม อาเยี่ยน นายดื่มน้ำ...แบบนี้ แบบนี้ เป็นแบบนี้ใช่ไหม?"

เสียงหัวเราะดังก้องทั่วห้องส่วนตัว มีเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของลั่วอวี่เฉิงปนอยู่ด้วย "อาเยี่ยน ภรรยานายเดินแบบนี้จริง ๆ เหรอ"

เจี่ยนจือกำลังแนบหูฟังอยู่หน้าประตู เธอรู้สึกว่าเลือดทั้งร่างพุ่งพล่านขึ้นศีรษะ ความโกรธและความอับอายทำให้เธอเสียการทรงตัว

เธอผลักประตูห้องส่วนตัวออก

ตรงหน้ากำลังอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ

หนึ่งในเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนที่ชื่ออาเหวินกำลังถือแก้วน้ำ ทำท่าเดินกะโผลกกะเผลกอย่างเกินจริง พร้อมทั้งดัดเสียงพูดว่า "อาเยี่ยนคะ อาเยี่ยนขา อาเยี่ยน ดื่มน้ำสิ อาเยี่ยน อุ๊ย ล้มแล้ว อาเยี่ยนกอดหน่อย"

เธอมองไปที่เวินถิงเยี่ยน คาดหวังว่าสามีของเธอ คนที่เธอรักมากที่สุด จะแสดงท่าทีอะไรบ้างในเวลานี้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
เทออายมากและไม่อยากให้ใครรู้เรื่องแบบนี้เลยโดนล้ออายแล้วใครไม่อยากมากินเหล้ากับใครเลยแม้แต่นิดเดียวโดยคนอื่นมาล้อเลยไม่อยากให้มามาหา
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 568

    พอหลับไปคราวนี้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นพอตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไป เธอก็สร่างเมาแล้ว พอนึกถึงความฝันเมื่อคืนอีกครั้ง ก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นเพราะตอนดื่มเหล้าเธอนึกถึงเรื่องสมัยมัธยมปลาย ถึงได้เก็บเอาไปฝันวันนี้เธอต้องไปเยี่ยมบ้านของนักเต้นพื้นเมืองสูงวัยบนเกาะพร้อมกับอาจารย์ที่ปรึกษาเดิมทีตกลงกันไว้ว่าจะให้เจ้าของบ้านพักที่พวกเธอพักอยู่พาไป แต่เจ้าของบ้านมีธุระด่วนต้องออกจากเกาะ เลยฝากบ้านข้าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือพี่ชายของเขา ให้เป็นคนพาพวกเธอไปแทนดังนั้น เจี่ยนจือกับคนอื่น ๆ จึงมาที่บ้านข้าง ๆ เพื่อหาพี่ชายของเจ้าของบ้านจู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานมีพูดถึงว่า ตอนนั้นเมิ่งเฉิงซ่งเคยพักที่บ้านหลังนี้ จึงมองโฮมสเตย์แห่งนี้ให้มากขึ้นอีกหน่อยเธอพบว่าโฮมสเตย์แห่งนี้เปิดมานานกว่า น่าจะเป็นโฮมสเตย์แห่งแรก ๆ ของหมู่บ้านนี้วิธีที่โฮมสเตย์แห่งนี้ใช้แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่และเป็นที่ยอมรับ ก็คือมีตู้ใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุดข้อความจากแขกนี่ก็ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของที่นี่เช่นกัน…สะอาดมาก แต่ทุกมุมล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาลเวลาเจี่ยนจือยืนอยู่หน้าตู้ พลางคิดในใจว่าจะมีสักห

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 567

    อ้อ ใช่แล้ว เมิ่งเฉิงซ่งชอบใส่เสื้อผ้าหลวม ๆโดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง เขามักจะมีเสื้อไหมพรมถักหยาบตัวหลวมอยู่หลายตัว...เธอหรี่ตาลง ในความพร่าเลือนจากฤทธิ์เหล้า คนที่กำลังพูดอยู่ตรงข้ามดูคล้ายเมิ่งเฉิงซ่งเสียเหลือเกิน“เมิ่งเฉิงซ่ง” เธอเมามายจนมึนงง จู่ ๆ ก็เอ่ยขัดคำพูดของอีกฝ่าย “หลังจากนั้นนายได้จับตั๊กแตนมากินไหม?”เสียงพูดหยุดลงคนตรงข้ามชะงักไปครู่หนึ่ง “เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?”“เมิ่งเฉิง...” เจี่ยนจือขยี้ตา อ้าว ที่แท้ก็เวินถิงเยี่ยนนี่เอง...เธอโบกมือ “ขอโทษ มองผิดคน”“เธอเมาแล้ว” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยยิ้ม ๆเจี่ยนจือพยักหน้า ใช่สิ ไม่งั้นจะจำคนผิดได้ยังไงจู่ ๆ ก็รู้สึกหมดอารมณ์ขึ้นมาเล็กน้อยเธอใช้มือยันหน้าผาก “ดื่มเยอะไปแล้ว วันนี้พักผ่อนเร็วหน่อยเถอะ”เธอลุกขึ้น ก่อนจะพาดแขนกับตี๋โยว “ไป เรากลับห้องกันเถอะ”“ได้เลยหัวหน้าทีม” ตี๋โยวคอแข็งกว่าเธอ เบียร์เพียงแค่จุดอารมณ์ของตี๋โยวให้คึกคักขึ้น แต่ตัวเธอยังมีสติอยู่มากตี๋โยวยังหันกลับไปเอ่ยกับแอนนาว่า “บ๊ายบาย” จากนั้นก็ประคองเจี่ยนจือกลับห้องไปเวินถิงเยี่ยนกับแอนนาแทบจะเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า “บ๊ายบาย”เ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 566

    เธอหยิบขนมปังดำขึ้นมาหนึ่งแผ่น จุ่มลงในน้ำซุปจากเนื้อตุ๋น แล้วกัดไปคำหนึ่งมันยังแข็งเหมือนเดิม เคี้ยวหนึบมาก ส่วนที่ไม่ได้จุ่มน้ำซุปนั้นแข็งจนแทบจะทิ่มเนื้อในช่องปากของเธอให้เจ็บเธอลองจินตนาการถึงตอนที่เมิ่งเฉิงซ่งกินขนมปังดำแบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าหรือเปล่า ทั้งที่สมองมึนงง แต่ภาพของคนคนนี้กลับค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัวเธอเริ่มนึกถึงเขาขึ้นมา รู้สึกว่าไม่ว่าเขาจะกินอะไรก็ดูเหมือนจะกินอย่างเอร็ดอร่อยมีความสุขไปหมดเหมือนจะมีอยู่ครั้งหนึ่งใช่ไหมนะ?วันนั้นเธอซ้อมจนดึกเกินไป ตอนที่ไปกินข้าวที่โรงอาหาร อาหารก็แทบจะหมดเกลี้ยงทุกถาดแล้ว ตรงช่องตักอาหารเหลือเพียงเขาคนเดียวที่กำลังตักข้าวอยู่ปกติเธอแทบไม่ได้สังเกตเขา พอมองดูดี ๆ ในตอนนั้นถึงเพิ่งพบว่าเขากินเยอะจริง ๆ กะละมังข้าวของเขาใหญ่กว่ากล่องข้าวของเธอถึงสองเท่า ข้างในอัดแน่นไปด้วยข้าวสวยส่วนตรงช่องอาหารมีเพียงเศษกับข้าวเหลืออยู่สองถาด พอตักกะหล่ำปลีได้หนึ่งทัพพี กับหมูผัดอีกหนึ่งทัพพี เขาจึงตั้งใจจะตักให้หมดแต่พอเธอมา เขากลับตักกะหล่ำปลีเพียงครึ่งทัพพี แล้วก็เตรียมจะเดินออกไปเธอเดาว่าเขาคงตั้งใจเหลือหมูกับกะหล่ำปล

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 565

    อาจารย์ของเจี่ยนจืออดถามขึ้นไม่ได้ “เพื่อนเธอเหรอ?”เวินถิงเยี่ยนมองเธอพลางอมยิ้มน้อย ๆ “แค่คนรู้จักกันเฉย ๆ ค่ะ” ถึงตอนนี้เจี่ยนจือจะเมาแต่เธอก็ยังไม่ถึงขั้นขาดสติ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางหลุดคำว่า “สามีเก่า” ออกมาอยู่แล้วแอนนาคลี่ยิ้มหวาน “ฉันกับเธอเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันค่ะ”เธอที่ว่า แอนนาหมายถึงเจี่ยนจือเจี่ยนจือถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ความกระอักกระอ่วนเมื่อครู่พลันคลี่คลายลง แต่แอนนาจะใจดีและน่ารักเกินไปหน่อยหรือเปล่า?เจี่ยนจืออดคิดในใจไม่ได้ว่า โชคดีที่ตอนหย่ากับเวินถิงเยี่ยนพวกเธอได้ตัดขาดกันเหมือนศัตรูที่ตายขาดกันไปแล้ว ไม่ใช่ภรรยาเก่าที่วนเวียนอยู่ในชีวิตเขา ไม่อย่างนั้นคงรู้สึกผิดต่อความน่ารักและความแสนดีของแอนนาแน่ ๆคำพูดของแอนนาช่วยคลี่คลายคำถาม “เวินถิงเยี่ยนเป็นอะไรกับเจี่ยนจือ” ไปได้ ทุกคนจึงหันมาทำความรู้จักกัน ก่อนจะเริ่มดื่มกันต่ออีกยกตลอดมื้ออาหาร เจี่ยนจือไม่ได้พูดอะไรเท่าไหร่เลย แค่นั่งฟังคนอื่นคุยกันเท่านั้นนั่งฟังอาจารย์กับนักศึกษาชายอีกคนคุยกับเวินถิงเยี่ยนเรื่องดนตรีและการเต้นพื้นเมืองของที่นี่ ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรส เธอก็นั่งกินนั่นดื

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 564

    ในที่สุดผู้คนก็เริ่มทยอยเข้ามาในร้าน ความมืดของราตรีค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ บาร์แห่งนี้จึงเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีเสน่ห์ที่สุดของวันวงดนตรีเริ่มขึ้นมาบรรเลงบนพื้นที่โล่งเล็ก ๆ ตรงกลางบาร์ ทันทีที่หีบเพลงบรรเลงโน้ตแสนสนุกสนาน กีตาร์และเชลโลก็เข้ามารับต่ออย่างรวดเร็ว และเพลงที่บรรเลงเป็นเพลงแรกคือเพลงเต้นรำแบบชาวไอริชเจี่ยนจือไม่เคยเต้นแบบนั้นมาก่อน ตอนแรกเธอจึงทำได้แค่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปบรรยากาศภายในบาร์ก็เริ่มร้อนแรงจนแทบลุกเป็นไฟเมื่อดนตรีสำหรับเต้นสเต็ปแดนซ์ดังขึ้น เจี่ยนจือก็อดใจไม่ไหวลากตี๋โยวออกมาเต้นด้วยกันทันทีจะเต้นเป็นหรือไม่เป็นก็ช่างเถอะ แค่เต้นตามคนอื่นเขาไปก็พอแล้วนี่เมื่อกราฟความสนุกค่อย ๆ พุ่งสูงขึ้น บรรยากาศภายในร้านก็ยิ่งคึกคักจนร้านแทบจะระเบิดไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ ทุกคนต่างหัวเราะและส่งเสียงอย่างสนุกสนาน พากันเบียดเข้าไปจับมือคล้องแขนกันตรงพื้นที่เล็ก ๆ กลางบาร์ ก่อนออกสเต็ปเต้นไปด้วยกันอย่างไม่ค่อยเป็นจังหวะ แต่เต็มไปด้วยความสนุกสุดเหวี่ยงชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศทั้งร้านก็เต็มไปด้วยความสุขที่แสนเรียบง่ายและไร้ซึ่งการแบ่งแยกเจ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 563

    เจี่ยนจือพาคณะนาฏศิลป์มาแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาเอกศิลปะของมหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่หลายวัน หลังจากแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเสร็จ เจี่ยนจือก็เดินทางไปที่หมู่บ้านบนเกาะกับอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อศึกษาการเต้นรำพื้นเมืองของไอร์แลนด์ช่วงหลายวันมานี้ก็มีรอบแสดงเหมือนกัน แต่เวินถิงเยี่ยนก็ไม่ได้แวะเวียนเข้ามาเลยเขาคงจะเดินทางต่อแล้วสินะ?ไม่รู้ว่าจุดหมายต่อไปของเมิ่งเฉิงซ่งคือที่ไหน และเขาตามรอยไปถึงไหนแล้วหลังจากการแลกเปลี่ยนจบลง เนื่องจากสมาชิกที่เรียนปริญญาตรียังต้องกลับไปเรียนต่อ ดังนั้นคนที่ตามเจี่ยนจือไปที่หมู่บ้านจึงมีเพียงตี๋โยว รวมถึงนักศึกษาและเพื่อน ๆ ที่อาจารย์พามาด้วยสถานที่ที่พวกเธอกำลังจะไปนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและรายล้อมด้วยทะเล ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไป อย่างน้อยที่ผ่านมาเจี่ยนจือก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่มาก่อน จึงอดรู้สึกหวั่น ๆ ในใจไม่ได้ตอนที่เธอขึ้นเกาะเป็นช่วงพระอาทิตย์กำลังตกพอดี ทั้งหมู่บ้านอาบไล้ไปด้วยแสงสีส้มอุ่น ๆ บ้านเรือนที่มีผนังเป็นหินแกรนิตสีชมพูทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังเดินเข้าสู่โลกแห่งเทพนิยายหมู่บ้านแห่งนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดี

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status