مشاركة

บทที่ 2

مؤلف: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เขาแหกกฎที่ให้ไว้กับตัวเอง ไปดื่มเหล้าแล้ว

ฟังออกเลยว่าเขาเมานิดหน่อย

แต่เวินถิงเยี่ยนกล้าตะโกนเสียงดังขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

เวินถิงเยี่ยนในความทรงจำของเจี่ยนจือก็คือ สมัยมัธยมปลายเป็นเด็กเนิร์ดเย็นชา ไม่ใช่แค่เคร่งเครียดกับการทำโจทย์ แม้แต่ในสนามกีฬา ถ้ามีเด็กนักเรียนหญิงที่ชอบเขายื่นน้ำให้ เขาก็ไม่เคยสนใจเลย

ตอนหลัง เวินถิงเยี่ยนที่กลายเป็นสามีของเธอยิ่งสุภาพเรียบร้อย อารมณ์นิ่งจนไร้แรงกระเพื่อม ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยโกรธ มักนิ่งเฉย เฉยจนบางครั้งเวลาเธอบังเอิญสัมผัสนิ้วเขา ก็ยังรู้สึกเลยว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาเย็นไปหมด

กล้องในวิดีโอกวาดไปยังใบหน้าของทุกคน เธอเห็นเวินถิงเยี่ยนกำลังเมากรึ่ม ๆ ดวงตาของเขาทอประกาย ยกแก้วให้กล้องพลางหัวเราะลั่น "ยินดีต้อนรับเฉิงเฉิงกลับบ้าน"

ที่แท้เขาก็ยิ้มเป็นด้วย

เขาก็มีช่วงเวลาที่กระตือรือร้นเหมือนกัน

และเขาก็เรียกชื่อเล่นของผู้หญิงได้

แต่เขาแค่ไม่ยิ้มให้เธอเท่านั้นเอง ไม่กระตือรือร้นกับเธอด้วย และยิ่งไม่เรียกชื่อเล่นของเธอ

"คุณนายคะ ตอนนี้จะลุกจากเตียงหรือยังคะ" เสียงของป้าเฉินดังขึ้นหน้าประตู

ชีวิตประจำวันของเจี่ยนจือเป็นแบบแผนมาก ป้าเฉินเห็นเธอไม่มีความเคลื่อนไหว จึงคิดว่าเธอต้องการความช่วยเหลือจากตน ถึงอย่างไรขาของคุณนายก็มีปัญหาจริง ๆ

เจี่ยนจือวางโทรศัพท์ลงข้าง ๆ "ลุกค่ะ เดี๋ยวฉันออกไป" เสียงของเธอกลับแหบพร่าปนสะอื้น

ป้าเฉินทำเสี่ยวหลงเปาเป็นอาหารเช้า เจี่ยนจือกินไปเพียงลูกเดียวก็กินต่อไม่ลงแล้ว

"คุณนายคะ มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นจะทานอะไรดี" ป้าเฉินยื่นนมแก้วหนึ่งให้เธอ

"อะไรก็ได้ค่ะ คุณผู้..." เดิมทีเธอตั้งใจจะพูดเหมือนแต่ก่อนว่า "คุณผู้ชายชอบกินอะไรก็ทำอย่างนั้น" แต่พูดได้แค่คำเดียวก็กลืนคำพูดที่เหลือกลับเข้าไป

ทว่าป้าเฉินกลับฟังออก ถึงอย่างไรบทสนทนาเป็นแบบเดิมทุกวัน จึงรีบบอกเธอว่า "คุณผู้ชายบอกว่าวันนี้จะไม่กลับมาทานมื้อเย็นค่ะ มีนัดทานข้าว"

เจี่ยนจือพยักหน้า

เขาก็ต้องไม่กลับมากินข้าวอยู่แล้ว เพราะเมื่อครู่เธอเห็นในโซเชียลมีเดีย ว่าลั่วอวี่เฉิงทำตารางรายชื่อทั้งสัปดาห์ว่าใครจะเลี้ยงข้าวเธอ พร้อมข้อความว่า "ความสัมพันธ์สมัยเรียนจริงใจที่สุดแล้ว ฉันเป็นสาวน้อยที่น่ารักที่มีพี่ชายมากมายคอยเอาใจ!"

ตามปกติในช่วงกลางวัน เจี่ยนจือจะเรียนภาษาอังกฤษสองชั่วโมง แล้วเรียนทฤษฎีทางศิลปะต่ออีกสองสามชั่วโมง

ถ้าไม่หาอะไรให้ตัวเองทำ แล้วในเวลาอันยาวนานนี้ เธอควรจะใช้ชีวิตผ่านไปอย่างไร จะให้ใช้ทั้งชีวิตของเธอเพื่อคนคนเดียวกลับบ้านเหรอ?

เธอเคยรอมาแล้วนี่นา...

รสชาติของการรอคอย มันทรมานเกินไป

แต่วันนี้ตารางชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว

ข้อเสนอฉบับนี้น่าจะเป็นการรับเข้าชุดสุดท้ายของสถาบันแล้ว เธอต้องรีบยืนยันโดยเร็ว

ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำวันนี้คือจ่ายค่าธรรมเนียมยืนยันการเข้าศึกษา เมื่อโทรศัพท์เด้งข้อความแจ้งหักเงินจากบัตรธนาคาร เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

วันที่เธอจะได้จากเวินถิงเยี่ยนไป ใกล้เข้ามาอีกหนึ่งวันแล้ว

ตอนเย็น เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมออกไปข้างนอก

"คุณนายจะไปไหนคะ" ป้าเฉินแปลกใจมาก

เมื่อไม่มีเวินถิงเยี่ยนอยู่ด้วย เจี่ยนจือแทบจะไม่ออกจากบ้านไปไหนเลย

"อ๋อ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของฉันมาแสดงที่นี่ค่ะ เลยชวนฉันออกไปเจอกันสักหน่อย" เธอกล่าว แต่ความจริงเธอตั้งใจจะไปพักที่โรงแรมใกล้สนามสอบ

พรุ่งนี้เธอมีสอบไอเอล ซึ่งเป็นการสอบช่วงเช้า ถ้าเดินทางไปตอนเช้า เธอกลัวว่าอาจจะรถติดจนไปไม่ทัน

การสอบไอเอลครั้งล่าสุดคือเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอไม่ได้คะแนนอย่างที่หวังไว้ แต่ถึงกำหนดเวลายื่นใบสมัครเรียนต่อต่างประเทศแล้ว เธอจึงยื่นใบสมัครไปก่อน เนื่องจากไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกตอบรับ เมื่อไม่นานมานี้เธอจึงนัดสอบในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง

โชคดีที่มหาวิทยาลัยให้ส่งคะแนนภาษาอังกฤษตามไปได้

"แต่ว่า..." ป้าเฉินมองขาของเธอ "ให้ป้าไปเป็นเพื่อนไหมคะ"

"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นนัดของเพื่อนสนิท มีคนอื่นไปด้วยจะไม่สะดวก" เจี่ยนจือตอบด้วยสีหน้าปกติ

"ถ้างั้นป้าบอกคุณผู้ชายไว้หน่อยนะคะ" ป้าเฉินกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเธอจริง ๆ ไม่กลับแบกความรับผิดชอบนี้

"ไม่ต้องค่ะ ให้เขาไปสังสรรค์อย่างสบายใจเถอะ อย่าไปรบกวนเขาเลย เดี๋ยวฉันเจอเพื่อนเสร็จจะโทรให้เขามารับเอง" เจี่ยนจือถือกระเป๋าเดินออกประตูไป

เนื่องจากขาของเธอใช้งานได้ไม่สะดวก เรือนหอที่เวินถิงเยี่ยนซื้อจึงเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ที่กินพื้นทั้งหมดในชั้นเดียว เจี่ยนจือออกจากบ้านโดยลงลิฟต์มา

ทันทีที่ก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางแสงแดด เธอก็ก้มศีรษะลงตามสัญชาตญาณ หดตัว สวมหมวกและตั้งคอเสื้อขึ้นมา

นับตั้งแต่ขาเป๋ เจี่ยนจือผู้มีชีวิตชีวาและมั่นใจบนเวทีก็ได้หายไปแล้ว

เจี่ยนจือที่ขาเป๋ ได้สูญเสียความกล้าที่จะก้าวเข้าสู่สายตาฝูงชนไปแล้ว

ป้าเฉินมักจะพูดว่า ถ้าเธอจะออกไปข้างนอก ควรให้คุณผู้ชายไปด้วยจะดีที่สุด

เวินถิงเยี่ยนก็มักจะพูดว่า ถ้าไม่มีเขาอยู่เป็นเพื่อน เธอควรจะอยู่บ้านจะดีที่สุด

แต่พวกเขาไม่รู้เลย

ว่าสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการออกไปข้างนอกกับเวินถิงเยี่ยน มันน่ากลัวยิ่งกว่าการออกไปคนเดียวเสียอีก

เพราะทุกคนที่เห็นพวกเขา ในสายตาจะเหมือนเขียนไว้ว่า ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทำไมภรรยาถึงเป็นคนขาเป๋ล่ะ?

เธอเรียกรถคันหนึ่งมุ่งหน้าไปยังโรงแรม

บนรถ เธอมองทิวทัศน์ถนนนอกหน้าต่างเงียบ ๆ แล้วจู่ ๆ ก็เห็นรถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่ริมถนน

"เดี๋ยวก่อนค่ะ รบกวนจอดรถตรงนี้หน่อย" เธอรีบบอกคนขับ

รถของเวินถิงเยี่ยนจอดอยู่หน้าทางเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง

เมื่อวานเป็นเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนเลี้ยงข้าว วันนี้เป็นตาของเวินถิงเยี่ยน ซึ่งลั่วอวี่เฉิงเขียนไว้ในโซเชียลมีเดีย

เธอก้าวลงจากรถราวกับถูกผีเข้าสิง

เมื่อไปถึงร้านอาหาร เจี่ยนจือบอกทันทีว่า "มาถึงแล้วค่ะ คุณเวินจองไว้" พร้อมทั้งบอกเลขท้ายโทรศัพท์มือถือของเวินถิงเยี่ยน

พนักงานเสิร์ฟจึงเดินนำเจี่ยนจือไปที่ประตูห้องส่วนตัว "อยู่ตรงนี้ครับ"

"ขอบคุณค่ะ" เจี่ยนจือขอบคุณพนักงานเสิร์ฟ

ที่จริงเจี่ยนจือก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมาทำอะไรกันแน่ ตอนอยู่บ้านเธอวู่วามอยู่ในใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พอมายืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ กลับไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะผลักประตู

ทว่าด้านในกลับมีเสียงพูดคุยที่สนุกสนานดังออกมา

"วันนี้กลับดึกไม่ได้แล้ว ดื่มเหล้าก็ไม่ได้ เมื่อคืนเมากลับไป เมียที่บ้านออกฤทธิ์ใหญ่เลย"

เป็นเสียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเวินถิงเยี่ยน

"ยังเป็นพี่ชายฉันอยู่ไหมเนี่ย ตอนแรกตกลงกันไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าต่อให้เทพเทวาที่ไหนโผล่มา น้องสาวก็ต้องมาก่อน ตอนนี้ดันกลัวเมียซะงั้น? มีแต่พี่เยี่ยนของเรานี่แหละที่เป็นเพื่อนแท้"

เป็นลั่วอวี่เฉิง น้ำเสียงที่พูดช่างหวานนุ่มอ่อนโยน

ที่แท้ลั่วอวี่เฉิงก็มีนิสัยแบบนี้นี่เอง

ที่แท้เวินถิงเยี่ยนก็ชอบผู้หญิงที่มีนิสัยแบบนี้

น่าเสียดาย เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลยจริง ๆ แม้แต่จะแสดงก็ยังทำไม่ได้

เพื่อนสนิทคนนั้นพูดต่อ "อาเยี่ยนจะเหมือนกันได้ยังไง เจี่ยนจือกล้าว่าเขาสักครึ่งคำซะที่ไหนกัน"

"เอ๊ะ จริงสิ" เสียงของลั่วอวี่เฉิงดังขึ้นอีกครั้ง "อาเยี่ยน ได้ยินมาว่าภรรยานายขาเป๋เหรอ เพราะอะไรล่ะ"

ไม่มีใครตอบคำถามของลั่วอวี่เฉิง

ทว่าเจี่ยนจือกลับรู้สึกบีบหัวใจ

เพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนจึงพูดเปิดใจประเด็นนี้

"จะว่าไปแล้ว อาเยี่ยน พวกเราเสียดายแทนนายจริง ๆ นายดูสิ พูดถึงเงินก็มีเงิน หน้าตาก็ดี ทั้งเก่งทั้งหล่อ จะแต่งกับผู้หญิงแบบไหนก็ได้ ทำไมต้องแต่งกับคนขาเป๋ด้วย"

"พูดตามตรงนะ อาเยี่ยน นายน่ะเจ๋งที่สุดในหมู่พวกเรา ตอนนี้นายแต่งงานกับเจี่ยนจือ เวลามีประชุม งานสังสรรค์ข้างนอก งานแถลงข่าวหรือโอกาสอื่น ๆ ที่ต้องมีภรรยา นายก็พาเธอออกงานด้วยไม่ได้เลย นายว่านายขาดทุนไหมล่ะ!"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

เวินถิงเยี่ยนมักจะพูดเสมอว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของเขา เธอแค่อยู่ที่บ้านดี ๆ รอเขาหาเงินกลับมาให้ก็พอ

ครอบครัวของเธอชื่นชมที่เวินถิงเยี่ยนเป็นแบบนี้ ชมจนเขาแทบจะลอยขึ้นฟ้า ทุกคนบอกว่าเธอวาสนาดี แต่ที่จริงแล้ว เป็นเพราะเขาคิดว่า...พาเธอออกไปข้างนอกไม่ได้...

เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของเวินถิงเยี่ยนดังมาจากห้องส่วนตัว "ยังไงเธอก็มีบุญคุณกับฉัน ฉันติดหนี้เธอ"

"นายเป็นหนี้เธอ นายก็ให้เงินเธอไปตั้งเยอะแล้วนี่ ถือว่าหายกันแล้ว!"

"นั่นสิ ตอนนั้นนายควรจะจ่ายเงินซื้อตัวเธอไปเลย ไม่จำเป็นต้องเอาความสุขทั้งชีวิตของตัวเองมาแลกไม่ใช่เหรอ"

"ฉันว่านะ นายควรคิดให้ดี ๆ ต่อให้นายเชิญพระโพธิสัตว์กลับไปบูชาทุกวัน อย่างน้อยวันขึ้น 1 ค่ำ กับ 15 ค่ำก็ยังขอพรให้ร่ำรวยได้ แต่นายแต่งคนแบบนี้เข้าบ้าน จะมีประโยชน์อะไรล่ะ"

"ใช่แล้ว จะช่วยอะไรนายได้ ออกมารับแขกก็ไม่ได้ อยู่บ้านยกชารินน้ำก็ยังกลัวจะหกเลยใช่ไหม อาเยี่ยน นายดื่มน้ำ...แบบนี้ แบบนี้ เป็นแบบนี้ใช่ไหม?"

เสียงหัวเราะดังก้องทั่วห้องส่วนตัว มีเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของลั่วอวี่เฉิงปนอยู่ด้วย "อาเยี่ยน ภรรยานายเดินแบบนี้จริง ๆ เหรอ"

เจี่ยนจือกำลังแนบหูฟังอยู่หน้าประตู เธอรู้สึกว่าเลือดทั้งร่างพุ่งพล่านขึ้นศีรษะ ความโกรธและความอับอายทำให้เธอเสียการทรงตัว

เธอผลักประตูห้องส่วนตัวออก

ตรงหน้ากำลังอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ

หนึ่งในเพื่อนสนิทของเวินถิงเยี่ยนที่ชื่ออาเหวินกำลังถือแก้วน้ำ ทำท่าเดินกะโผลกกะเผลกอย่างเกินจริง พร้อมทั้งดัดเสียงพูดว่า "อาเยี่ยนคะ อาเยี่ยนขา อาเยี่ยน ดื่มน้ำสิ อาเยี่ยน อุ๊ย ล้มแล้ว อาเยี่ยนกอดหน่อย"

เธอมองไปที่เวินถิงเยี่ยน คาดหวังว่าสามีของเธอ คนที่เธอรักมากที่สุด จะแสดงท่าทีอะไรบ้างในเวลานี้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
تعليقات (1)
goodnovel comment avatar
Thanabat Boonpitak
เทออายมากและไม่อยากให้ใครรู้เรื่องแบบนี้เลยโดนล้ออายแล้วใครไม่อยากมากินเหล้ากับใครเลยแม้แต่นิดเดียวโดยคนอื่นมาล้อเลยไม่อยากให้มามาหา
عرض جميع التعليقات

أحدث فصل

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 564

    ในที่สุดผู้คนก็เริ่มทยอยเข้ามาในร้าน ความมืดของราตรีค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ บาร์แห่งนี้จึงเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีเสน่ห์ที่สุดของวันวงดนตรีเริ่มขึ้นมาบรรเลงบนพื้นที่โล่งเล็ก ๆ ตรงกลางบาร์ ทันทีที่หีบเพลงบรรเลงโน้ตแสนสนุกสนาน กีตาร์และเชลโลก็เข้ามารับต่ออย่างรวดเร็ว และเพลงที่บรรเลงเป็นเพลงแรกคือเพลงเต้นรำแบบชาวไอริชเจี่ยนจือไม่เคยเต้นแบบนั้นมาก่อน ตอนแรกเธอจึงทำได้แค่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปบรรยากาศภายในบาร์ก็เริ่มร้อนแรงจนแทบลุกเป็นไฟเมื่อดนตรีสำหรับเต้นสเต็ปแดนซ์ดังขึ้น เจี่ยนจือก็อดใจไม่ไหวลากตี๋โยวออกมาเต้นด้วยกันทันทีจะเต้นเป็นหรือไม่เป็นก็ช่างเถอะ แค่เต้นตามคนอื่นเขาไปก็พอแล้วนี่เมื่อกราฟความสนุกค่อย ๆ พุ่งสูงขึ้น บรรยากาศภายในร้านก็ยิ่งคึกคักจนร้านแทบจะระเบิดไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ ทุกคนต่างหัวเราะและส่งเสียงอย่างสนุกสนาน พากันเบียดเข้าไปจับมือคล้องแขนกันตรงพื้นที่เล็ก ๆ กลางบาร์ ก่อนออกสเต็ปเต้นไปด้วยกันอย่างไม่ค่อยเป็นจังหวะ แต่เต็มไปด้วยความสนุกสุดเหวี่ยงชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศทั้งร้านก็เต็มไปด้วยความสุขที่แสนเรียบง่ายและไร้ซึ่งการแบ่งแยกเจ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 563

    เจี่ยนจือพาคณะนาฏศิลป์มาแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาเอกศิลปะของมหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่หลายวัน หลังจากแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเสร็จ เจี่ยนจือก็เดินทางไปที่หมู่บ้านบนเกาะกับอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อศึกษาการเต้นรำพื้นเมืองของไอร์แลนด์ช่วงหลายวันมานี้ก็มีรอบแสดงเหมือนกัน แต่เวินถิงเยี่ยนก็ไม่ได้แวะเวียนเข้ามาเลยเขาคงจะเดินทางต่อแล้วสินะ?ไม่รู้ว่าจุดหมายต่อไปของเมิ่งเฉิงซ่งคือที่ไหน และเขาตามรอยไปถึงไหนแล้วหลังจากการแลกเปลี่ยนจบลง เนื่องจากสมาชิกที่เรียนปริญญาตรียังต้องกลับไปเรียนต่อ ดังนั้นคนที่ตามเจี่ยนจือไปที่หมู่บ้านจึงมีเพียงตี๋โยว รวมถึงนักศึกษาและเพื่อน ๆ ที่อาจารย์พามาด้วยสถานที่ที่พวกเธอกำลังจะไปนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและรายล้อมด้วยทะเล ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไป อย่างน้อยที่ผ่านมาเจี่ยนจือก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่มาก่อน จึงอดรู้สึกหวั่น ๆ ในใจไม่ได้ตอนที่เธอขึ้นเกาะเป็นช่วงพระอาทิตย์กำลังตกพอดี ทั้งหมู่บ้านอาบไล้ไปด้วยแสงสีส้มอุ่น ๆ บ้านเรือนที่มีผนังเป็นหินแกรนิตสีชมพูทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังเดินเข้าสู่โลกแห่งเทพนิยายหมู่บ้านแห่งนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 562

    “ฉันทำอะไร?ฉันโดนเธอรังแกแต่นายกลับถามคำถามนี้กับฉันเนี่ยนะ? ทำไมไม่ถามบ้างล่ะว่าเธอทำอะไรไว้?” หลินจื่อเวยยิ่งพูดยิ่งโมโหเจี่ยงซื่อฝานแค่นหัวเราะ “หลินจื่อเวย!แฟนฉันทำไมฉันจะไม่รู้?คนอย่างเจี่ยนจือจะไปแกล้งอะไรเธอได้?ถ้าเธอไม่ไปหาเรื่องก่อน เจี่ยนจือจะเริ่มก่อนได้ยังไง?ทำไมเธอไม่พูดไปล่ะว่าตัวเองเป็นควีนเอลิซาเบธกลับชาติมาเกิด?”“นาย......เออ ดี!เจี่ยงซื่อฝาน!นายยังกล้าพูดเต็มปากเต็มคำว่าเธอเป็นแฟนนายนะ!ไอ้ผู้ชายชั่ว นายคิดจะเหยียบเรือสองแคมเหรอ?” หลินจื่อเวยโมโหจนแทบระเบิด“ขอโทษนะ แต่ฉันเหยียบเรือสองแคมตอนไหนไม่ทราบ?”“นาย......” หลินจื่อเวยกัดฟันพูดด้วยความขุ่นเคือง “ครอบครัวพวกเรากำลังคุยเรื่องแต่งงานกันอยู่ไม่ใช่หรือไง?”“ฉันรับปากเหรอว่าจะยอมคุย?ถามฉันหรือยัง?”“เจี่ยงซื่อฝาน!” หลินจื่อเวยตวาดใส่เขา “ฉันสู้ยัยผู้หญิงที่เคยแต่งงานมาแล้วไม่ได้ตรงไหน!?”“เงียบซะ!” เจี่ยงซื่อฝานเริ่มจะคุกรุ่นขึ้นมา “ฉันขอเตือนนะว่าเธอควรจะรู้จักขอบเขตบ้าง!ถ้าเธอกล้าทำอะไรเจี่ยนจือ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”“เจี่ยงซื่อฝาน!ฉันกำลังแก้แค้นแทนนายนะ!กำลังกอบกู้ศักดิ์ศรีให้นาย นายยังจะมาว่าฉันอีกเหร

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 561

    “หัวหน้าเจี่ยน!พวกเรามาแล้วค่ะ!”บรรดาสาว ๆ กอดเจี่ยนจือแน่นพลางกระโดดโลดเต้น จนเจี่ยนจือแทบจะหงายหลังล้มเจี่ยนจือกอดตอบพวกเธอ จนอดหัวเราะออกมาไม่ได้เธอเคยเสียท่าให้แผนแบบนี้มารอบหนึ่งแล้ว คิดเหรอว่าเธอจะยอมเสียท่าอีกเป็นครั้งที่สอง?วิธีที่หลินจื่อเวยใช้ตอนนี้มันก็วิธีเดียวกับที่เจี่ยงซื่อฝานเคยใช้ไม่ใช่หรือไง?ตอนแรกเจี่ยงซื่อฝานก็เลี้ยงข้าวฟางฝู จากนั้นก็ให้ของขวัญเธอ แล้วสุดท้ายก็หลอกล่อเธอให้ก่อเรื่องวุ่นวายด้วยกันหลินจื่อเวยนี่สมกับที่เติบโตมาพร้อมกับเขาจริง ๆ ขนาดวิธีที่ใช้ยังเหมือนกันเลยอีกอย่างตอนแรกเธอเข้ากับสมาชิกคนอื่นในคณะไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่จู่ ๆ เธอก็มาทำดีด้วย แบบนี้มันไม่น่าสงสัยเกินไปหน่อยเหรอ?เพราะแบบนั้น เจี่ยนจือเตรียมแผนรับมือไว้ตั้งแต่แรกแล้วสาว ๆ พวกนี้ก็เข้ามาคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวตั้งแต่แรกแล้วว่า: หัวหน้าเจี่ยนคะ พวกเราจะรอดูว่าเธอคิดจะทำอะไรและด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเหตุการณ์ในตอนนี้ขึ้นส่วนหลินจื่อเวยที่คิดว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเธอ หลังจากเธอยืนนิ่งงันไปพักหนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกเสียหน้าจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเธอมั่นอกมั่นใจขนาดนั้น ถึงข

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 560

    เจี่ยนจือมองตรงไปที่เธอด้วยท่าทีใจเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ เธอกวาดสายตามองนักแสดงทุกคนที่ยืนขนาบข้างอยู่ข้างหลินจื่อเวย “แล้วถ้าฉันไม่ตกลงล่ะ?”หลินจื่อเวยกระตุกยิ้มเย้ยหยัน “งั้นพวกเราก็คงไม่มาแล้วล่ะค่ะ พี่ฟ้องพวกเราเลยสิ! อย่างมากก็ได้แค่เรียกร้องค่าเสียหาย”“พวกเธอเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าถ้าไม่ทำตามสัญญา ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่เคารพต่อเวทีและอาชีพนักเต้น จะยังมีคณะนาฏศิลป์อื่นรับพวกเธออีกเหรอ?” จู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกถึงเจี่ยงซื่อฝานขึ้นมา ท่าทีของหลินจื่อเวยช่างเหมือนเจี่ยงซื่อฝานไม่มีผิด มีเงินก็เอาแต่ใจ ใช้เงินแก้ปัญหา อยากไปก็ไป อยากมาก็มาได้ฟังดังนั้นหลินจื่อเวยก็หัวเราะออกมาจริง ๆ “หัวหน้าเจี่ยนคะ นี่พี่ใสซื่อเกินไปหรือเปล่า คนแบบไหนกันที่ต้องมานั่งลำบากรอให้คณะเลือกตัวเองน่ะ? พวกเรามีเงินขนาดนี้จะก่อตั้งคณะขึ้นมาเองไม่ได้หรือไงคะ? คนที่มาเข้าคณะของฉัน ฉันจะจ่ายค่าจ้างให้มากกว่าเดิมห้าเท่าสิบเท่าเลย! อย่างพวกพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ตามฉันไปวันนี้ ก็จะเป็นสมาชิกบุกเบิกของคณะ ฉันไม่มีทางเอาเปรียบพวกเธอแน่นอน!”“น่าเสียดายนะ” ในที่สุดเจี่ยนจือก็ถอนหายใจออกมา “ที่เธอไม่ได้รักการเต้นจริง ๆ ”

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 559

    อันที่จริง พวกอัลเลนก็อยู่ใกล้ ๆ นี้เองนับตั้งแต่ที่เธอถูกทำร้ายเมื่อครั้งก่อน ภารกิจของพวกอัลเลนก็เปลี่ยนเป็น:ห้ามปล่อยให้เจี่ยนจือคลาดสายตาไปเด็ดขาดขอแค่เจี่ยนจือตะโกนเรียก อัลเลนก็จะเข้าถึงตัวเธอทันที แต่ว่าหลินจื่อเวยไม่ใช่คนร้าย เธอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วอีกอย่างเธอก็เป็นสมาชิกในคณะเต้นด้วยหลังจากยืนประจันหน้ากันอยู่หลายวินาที ในที่สุดหลินจื่อเวยก็ยอมปล่อยมือเจี่ยนจือปิดประตูลงทันที วินาทีที่เธอปิดประตู เจี่ยนจือก็ได้ยินเสียงเจี่ยงอวี๋ฝานกำลังโวยวายอยู่ด้านนอก “หลินจื่อเวย!นี่เธอมาหาเรื่องพี่สาวทำไม?”“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอต้องคอยช่วยคนที่ทำร้ายพี่ชายเธอจนมีสภาพแบบนั้นด้วย?”“เธอจะไปเข้าใจอะไร?เรื่องพี่ชายฉันจะโทษพี่สาวได้ยังไง?แล้วอีกอย่างพี่สาวก็ดีกับฉันมาก ……”เสียงพูดคุยของพวกเขาค่อย ๆ ห่างออกไปเจี่ยนจือลอบถอนหายใจเบา ๆ เจี่ยงอวี๋ฝานเป็นเพื่อนบ้านเธอมาปีหนึ่งแล้ว พวกเธอใช้ชีวิตใกล้ชิดกันแทบทุกวัน จนผูกพันกันไม่ต่างจากคนในครอบครัวเธอมองเจี่ยงอวี๋ฝานเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่ง เด็กสาวคนนี้เพิ่งมาเรียนต่างประเทศเป็นครั้งแรก ต้องมีบางครั้งที่เธอปรับตัวกับสภาพแว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status