แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ลั่วอวี่เฉิงสังเกตท่าที แล้วหาโอกาสพูดแทรก "อาเยี่ยน นายอย่ารู้สึกแย่เพราะทุกคนว่าพี่สะใภ้ไม่ดีเลย ทุกคนเป็นห่วงนายจากใจจริง นายลองคิดดูสิ พวกเราคบกันมากี่ปีแล้ว ต่อให้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง นายฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถอะ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย!"

"ฉันไม่ได้โกรธ" เวินถิงเยี่ยนเก็บโทรศัพท์มือถือ "ช่างเถอะ เธอไม่ไปไหนหรอก มาต่อกันเถอะ"

อย่างไรเสีย ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากบ้านของพวกเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยไปที่อื่น และไม่มีที่ไหนให้ไปได้ด้วย

อาเหวินมองลั่วอวี่เฉิง แล้วบ่นพึมพำ "เฉิงเฉิงของเรานี่ใจกว้างจริง ๆ ถ้าตอนนั้นพวกนายไม่ได้เลิกกัน..."

"พูดอะไรน่ะ" ลั่วอวี่เฉิงจ้องอาเหวิน "คุมปากไม่ได้ทั้งคืน พูดแต่เรื่องเหลวไหล! อาเยี่ยนแต่งงานแล้ว นายพูดแบบนี้ไม่เหมาะนะ..."

พูดจบ แววตากลับแฝงความเศร้าลึก ๆ ขณะมองไปยังเวินถิงเยี่ยน "ที่ฉันกลับมา ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ขอแค่พวกนายยังยินดีที่จะรับฉันไว้ ยังอยู่ข้างฉัน ฉันก็พอใจแล้ว..."

"พูดอะไรโง่ ๆ เธอเป็นที่รักของกลุ่มพวกเราเสมอนั่นแหละ ใครกล้ามาแกล้งเธอ พวกเราไม่ปล่อยไว้แน่! นายว่าไหมอาเยี่ยน" อาเหวินตบหน้าอกผดุงคุณธรรม

เวินถิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ถือแก้วไวน์เขย่าเบา ๆ

ภาพนี้ดูคุ้นตาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อหลายปีก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ ชอบมองน้อง ๆ กลุ่มนี้หัวเราะเล่นกับลั่วอวี่เฉิง เมื่อไรที่เล่นกันจนเลยเถิด พวกนั้นถึงจะมาถามเขา เขาถึงจะผดุง "ความเป็นธรรม" ให้

ตอนนี้มาถามเขาอีกครั้ง เขาตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ "แน่นอน"

......

เจี่ยนจือไม่ได้กลับบ้าน

เธอเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้

ความน้อยใจและความเจ็บปวดทั้งหมดระเบิดออกมาทันทีที่ประตูห้องในโรงแรมปิดลง

ภาพที่อาเหวินเลียนแบบท่าเดินกะโผลกกะเผลกของเธอฉายขึ้นมาในดวงตาไม่หยุด เสียงหัวเราะเยาะดังก้องอยู่ในหูเธอราวกับคำสาป

ที่จริงแล้ว คำพูดที่เพื่อน ๆ ของเวินถิงเยี่ยนแอบนินทาเธอ เธอรู้มานานแล้ว แต่เธอไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเวินถิงเยี่ยนเลย

พวกนั้นเป็นเพื่อนรักของเขามาหลายปี เธอเข้าใจดี

เขาทำงานหนักมากตอนอยู่ข้างนอก เธอก็เข้าใจเช่นกัน

ดังนั้น เธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มไปรบกวนเขา ไม่อยากให้เขาต้องบาดหมางกับเพื่อน ๆ เพราะเธอด้วย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอคิดมากไปเอง

เขาจะบาดหมางกับเพื่อนของเขาเพราะเธอได้อย่างไรกัน?

นั่นคือเพื่อน ๆ ที่เขาคบกันมาหลายปีนะ!

เธอนับเป็นใครกัน?

เธอเป็นหนี้บุญคุณที่เขาจำใจต้องแต่งงานเพื่อตอบแทน เป็นภาระของเขา ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตของเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น

"เธอเป็นคนขาเป๋นะ! ถ้านายไม่แต่งกับเธอ แล้วใครจะต้องการเธออีก"

"คนขาเป๋อย่างเธอ ได้แต่งงานกับคนอย่างอาเยี่ยนแล้วยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก"

"ถ้าฉันเป็นอาเยี่ยน ฉันยอมให้คนที่ถูกรถชนขาเป๋ปีนั้นเป็นฉัน ดีกว่าแต่งกับคนขาเป๋กลับบ้านมาให้คนหัวเราะเยาะ"

"ประธานบริษัทคนอื่นมีภรรยาที่มีสง่าราศีทั้งนั้น มีแต่อาเยี่ยนของเรานี่แหละ แค่คนที่พาออกจากบ้านได้ยังไม่มีเลย"

……

สารพัดคำนินทาที่เธอได้ยินมาตลอดห้าปีพรั่งพรูเข้ามาในใจราวกับกระแสน้ำ เหมือนกับน้ำวนขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าม้วนเธอจนจมมิด

เธอหายใจไม่ออก เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกออก

เธอใช้มือที่สั่นเทาเปิดอัลบั้มภาพในโทรศัพท์มือถือที่เธอไม่กล้าเปิดมานานถึงห้าปี ในนั้นเป็นบันทึกการฝึกซ้อมและการแสดงในช่วงที่เธอเรียนปริญญาตรี

ตั้งแต่เธอขึ้นแสดงบนเวทีไม่ได้อีก เธอก็เก็บรูปภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการเต้นทั้งหมดไว้ที่นี่ ตั้งรหัสผ่านไว้และไม่เคยเปิดมันอีกเลย

ในตอนนี้ เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาสุ่มเปิดวิดีโอขึ้นมา

ท่ามกลางเสียงดนตรี เธอหมุนตัว ตีลังกา ฉีกขากลางอากาศ

ตอนนั้นเธอเคยร่าเริงสดใส เคยมีรูปร่างที่แข็งแรง เคยได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องเช่นกัน...

ดังนั้น การช่วยคนคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ?

แต่ถึงแม้จะเป็นตอนที่ช่วยเขา เธอก็ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขาเช่นกัน

เป็นเขาเองที่บอกว่าจะแต่งงานกับเธอ ทั้งยังวางแผนจัดพิธีขอแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ คุกเข่าพร้อมแหวนเพชรวงใหญ่ต่อหน้าเธอ ให้ความหวังเธอ...

เธอใช้มือที่สั่นเทาปิดเครื่องโทรศัพท์อย่างแรง ในที่สุดก็เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วร้องไห้โฮเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

เธอร้องไห้อยู่นานมาก

นานจนตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้า นานจนน้ำตาไม่สามารถไหลออกมาได้อีก เหลือเพียงความเจ็บปวดในอกที่กำลังแผดเผาเลียไล้เหมือนเปลวเพลิง

แต่ก็เป็นเพราะความเจ็บปวดนี้เช่นกัน ที่ทำให้เธอค้นพบแสงสว่างเล็ก ๆ หลังจากต้องดิ้นรนอยู่ในวังวนที่ทำให้หายใจไม่ออกนี้มานาน

ยิ่งเจ็บปวด ก็ยิ่งตาสว่าง

เธอเข้าไปล้างหน้าแรง ๆ ในห้องน้ำ เพื่อให้ตัวเองสงบลง

มองตัวเองที่ไร้สง่าราสีในกระจก พลางพูดกับตัวเองเงียบ ๆ "เจี่ยนจือ ร้องไห้ครั้งเดียวก็พอแล้ว ห้ามร้องอีกนะ ตอนนี้ ขอให้เธอกินข้าวให้ดี พักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ตั้งใจสอบนะ"

สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกโชคดี ก็คือในชีวิตแต่งงานอันยาวนานห้าปี เธอได้เรียนหนังสือทุกวันเพื่อเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เธอไม่ได้มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่เพราะมีเวลามากเกินไปและรู้สึกเบื่อเกินไปจริง ๆ

การรอเวินถิงเยี่ยนกลับบ้าน คือชีวิตทั้งหมดของเธอ

แต่เวินถิงเยี่ยนมักจะกลับบ้านดึกมาก

ตอนแรกเธอคิดว่าเขางานยุ่ง แต่ต่อมาเธอถึงได้รู้ ว่าเขาแคไม่ต้องการกลับมาเผชิญหน้ากับเธอเร็วเกินไป

เธอได้ยินเองกับหู

ในตอนนั้นเธอเห็นใจเขาที่ทุ่มเททำงานหนัก จึงรวบรวมความกล้าแสดงความห่วงใย ทำอาหารเสริมมื้อพิเศษด้วยความรักกับมือตัวเอง และนำไปส่งให้เขาทานที่บริษัท แต่กลับได้ยินบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยิน

เขาและเพื่อนสนิทกำลังคุยกันอยู่ในออฟฟิศของเขา

เพื่อนสนิทถามว่าทำไมเขายังไม่กลับบ้าน ดึกดื่นจนบริษัทแทบจะไม่มีใครแล้ว เขายังเป็นประธานบริษัทที่ยังทำงานล่วงเวลาอยู่

เขาพูดเองกับปากว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะกลับไปจะเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของเจี่ยนจือยังไง"

ความหมายของประโยคนี้ เจี่ยนจือที่ใสซื่อในตอนนั้นไม่เข้าใจ แต่เพื่อนสนิทของเขาเข้าใจในทันที

เพื่อนสนิทอุทานเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต "ไม่จริงมั้ง? อาเยี่ยน อย่าบอกนะว่านายกับเธอยังไม่เคยนอนด้วยกัน"

เวินถิงเยี่ยนเงียบ

นี่คือความจริง

เวินถิงเยี่ยนไม่เคยแตะต้องเธอเลย

เธอเคยบอกใบ้ ถึงขั้นหน้าไม่อายรุกก่อน แต่ทุกครั้ง เขาก็ปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

เช่น ร่างกายเธอไม่แข็งแรง

หรือช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินไป

เธอไม่ได้โง่ เริ่มเข้าใจอย่างช้า ๆ ว่าเขาแค่ไม่รัก จึงไม่อยากสัมผัสเธอ

แต่ครั้งนั้นที่ได้ยินเขาพูดด้วยปากตัวเอง ความเจ็บปวดในใจของเธอก็ยังเหมือนถูกเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

ต่อมา เพื่อนสนิทเขาถามแบบทีเล่นทีจริง "อาเยี่ยน ไม่ใช่ว่านายเห็นเธอแล้วไม่มีปฏิกิริยาทางกายเลยหรอกนะ? ยังไงเธอก็ยังสวยมากนะ"

คำตอบของเวินถิงเยี่ยน กลายเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มลึกอยู่ในใจเธอ ในช่วงหลายปีต่อมา เข็มนั้นยังคงทิ่มแทงเธออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่นึกถึงก็จะเจ็บปวดแทบขาดใจ

ตอนนั้นเวินถิงเยี่ยนตอบว่า "ฉันก็เคยพยายามแล้วเหมือนกัน อยากจะมีความสัมพันธ์เหมือนสามีภรรยาปกติ แต่แค่ฉันเห็นขาของเธอ ฉัน... ฉันก็หมดอารมณ์ทันที"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

ขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามเนื้อลีบเพราะช่วยชีวิตเขา ในสายตาของเขาคือสิ่งที่น่ารังเกียจ ทำให้หมดอารมณ์ และทำให้เขาไม่สนใจ...

สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เคาะประตูออฟฟิศ อาหารที่ทำด้วยความรักวันนั้นก็ถูกเธอโยนทิ้งลงถังขยะในบริษัทไป

นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่เคยไปที่บริษัทของเขาอีกเลย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านต่อไม่ได้ทำไง อ่านมาตั้งเยอะแล้ว
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านมาจน288แล้ว
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 548

    เจี่ยนจืออดพูดเหน็บแนมเขาไม่ได้ “นายทำแบบนี้แอนนารู้ไหมเนี่ย? นายนี่แปลกจริง ๆ มีอะไรติดค้างกับแฟนเก่าหรือไง?”เวินถิงเยี่ยนมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มขื่น “แอนนารู้ ฉันไม่ได้ปิดบังอะไรแอนนาเลย”“ก็จริง นายมันเลวแบบเปิดเผยมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ ตอนนั้นที่นายคบกับลั่วอวี่เฉิง นายก็ไม่ได้ปิดบังอะไรฉันเหมือนกัน” เจี่ยนจือพูดจบก็ลุกขึ้น เตรียมจะเดินเข้าไปในบ้าน“เจี่ยนจือ” เวินถิงเยี่ยนเรียกเธอไว้อีกครั้ง“มีอะไรอีก?”เวินถิงเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงเบา “เจี่ยนจือ เธอยังเกลียดฉันอยู่ไหม?”คำถามเบา ๆ ว่า “ยังเกลียดฉันอยู่ไหม” กลับเหมือนพายุทอร์นาโดที่จู่ ๆ ก่อตัวขึ้นบนพื้นราบ กวาดเอาเรื่องราวในอดีตที่ฝังลึกอยู่ก้นทะเลให้ปั่นป่วนกลับขึ้นมาทั้งหมดสิบสองปีผ่านวาบไปในชั่วพริบตา ทั้งหวาน เปรี้ยว ขม และเผ็ดร้อน ทุกความรู้สึกปะปนกันไปหมดถ้าเป็นเมื่อก่อน เจี่ยนจือคงฝืนสายตาให้แข็งกร้าว ทำหน้าเย็นชาแล้วบอกเขาว่า “ไม่เกลียด” จะบอกทั้งเขาและตัวเองว่าจากนี้ไปก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน การปล่อยวางอย่างแท้จริงคือการที่ไม่มีทั้งความรักและความเกลียดชังเพราะแม้แต่การเกลียดใครสักคนก็ยังต

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 547

    น้ำเสียงของเวินถิงเยี่ยนแฝงรอยยิ้มอยู่ด้วย “ไม่เลวนี่ ยังด่าฉันได้แบบนี้แสดงว่าอาการยังโอเคอยู่”เจี่ยนจือเหลือบมองเขาอย่างประหลาดใจ ผู้ชายคนนี้พอหย่ากันแล้วกลับกลายเป็นคนกวนประสาทน่าหมั่นไส้เสียอย่างนั้น เมื่อก่อนตอนที่เธอคอยเอาใจ คอยตามใจ ยกเขาไว้เหนือทุกสิ่ง เขากลับไม่เห็นค่าความจริงใจของเธอ แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปจนเธอตามไม่ทันแล้ว“เวินถิงเยี่ยน” เธอเอ่ย “คนที่เป่าใบไม้ทุกคืนคือนายใช่ไหม?”“เอ่อ...” เวินถิงเยี่ยนลังเลเล็กน้อย เหมือนจะรู้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องปฏิเสธ จึงก้มหน้าลง “อืม”เขารอให้เธอด่า แต่ผ่านไปนาน เธอกลับไม่พูดอะไรเลยเขาเงยหน้าขึ้นแล้วถามอย่างลังเลว่า “เป็นอะไรไป?”“มันแย่มาก” เธอบอก “พวกนายเป่าได้แย่มาตั้งแต่ตอนเริ่มเรียนมัธยมแล้ว พวกนายไม่รู้ตัวกันบ้างเลยเหรอ?”“อ่าว...” เขาหัวเราะออกมา “ไม่รู้จริง ๆ”“หรือพวกนายคิดว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์ดนตรีกันทุกคน?” เจี่ยนจือเองก็แปลกใจ ทำไมถึงมั่นใจกันขนาดนั้น?“พวกเรา...ภูมิใจกันมากเลยนะ” เวินถิงเยี่ยนยิ้ม “เป่าใบไม้จนเป็นทำนองเพลงได้ ยังไม่เจ๋งพออีกเหรอ? ตอนนั้นพวกเรายังแข่งกันด้วยนะว่าใครเป่าได้ดังกว่ากัน”มิน่าล่ะ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 546

    ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเหมือนเป็นความฝันที่ทุกคนร่วมกันถักทอขึ้นมาเพื่อเธอ ในความฝันอันแสนงดงามนี้ เธอเหมือนต้นไม้ที่กำลังป่วย ได้กลับมาอาบแสงแดดและสายฝน ก่อนจะผลิดอกออกมาอีกครั้งคำว่า ทุกคน นี้ ย่อมรวมถึงเวินถิงเยี่ยนด้วยถึงขั้นที่เป็นไปได้ว่าเวินถิงเยี่ยนนี่แหละคือคนวางแผนหลักเธอไม่ได้เดินต่อไปข้างหน้า แต่เลือกเดินอ้อมไปอีกทางพอคุณย่าตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นเจี่ยนจือนอนอยู่ในห้อง ก็ตกใจจนแทบช็อก รีบออกไปตามหาเธอทันทีทุกคนต่างคิดว่าเจี่ยนจือกับคุณย่ายังนอนอยู่ พอได้ยินว่าเธอหายไปก็พากันลนลาน วิ่งตามหากันทั่วฟาร์ม สุดท้ายถึงได้เห็นเธอกำลังนั่งยอง ๆ มองดูลูกวัวตัวน้อยอยู่ในโซนทำคลอดร่วมกับคุณลุงที่ช่วยทำคลอดวัว แสงอาทิตย์ยามเช้าที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าสาดลงบนฟาร์ม ทุ่งหญ้าเขียวขจีราวกับถูกเคลือบด้วยสีทองชั้นหนึ่งท่ามกลางแสงอรุณระยิบระยับนั้น เธอโบกมือพร้อมกับยิ้มให้พวกเขา “คุณย่า คุณป้า พี่ รีบมาดูสิ แม่วัวคลอดลูกแล้ว!”ทั้งสามคนยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอ ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำท่ามกลางรอยยิ้มนั้นปกติแทบไม่มีโอกาสมาฟาร์มแบบนี้อยู่แล้ว พอเห็นเธอมีความสุขขนาดนี้ ทุกคนจึงเห

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 545

    ช่วงหลายวันต่อมา เจี่ยนจือยุ่งมากเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชีวิตที่นี่ของคุณย่าจะมีสีสันขนาดนี้ เรียกได้ว่าเข้าที่เข้าทางอย่างกับปลาได้น้ำเลยทีเดียวปัญหาเพียงอย่างเดียวของคุณย่าคือเรื่องภาษาที่ยังไม่สามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วเต็มที่ แต่ชีวิตของท่านนั้นมีสีสันมากจริง ๆอย่างเช่น ตอนที่เธอไปงานโชว์สินค้าของบริษัทคุณป้าเป็นเพื่อนคุณย่าครั้งหนึ่ง เพราะในงานครั้งนี้มีผลงานที่คุณย่าออกแบบอยู่ด้วยคุณย่าไม่มีความรู้ด้านการออกแบบโดยตรง แต่หลังจากมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไห่เฉิง คุณย่ามีความรู้เรื่องงานปักและเครื่องประดับโบราณมากมาย แถมยังมีไอเดียเยอะ คุณป้าจึงช่วยเปลี่ยนความคิดของคุณย่าให้กลายเป็นผลงานจริงดังนั้นคุณย่าเลยต้องขึ้นเวทีในงาน แต่คุณป้ายุ่งกับเรื่องต่าง ๆ ในงาน จึงต้องฝากให้เจี่ยนจือรับผิดชอบเรื่องเสื้อผ้าและการแต่งหน้าทำผมของคุณย่าในวันนี้แน่นอนว่าก็ต้องใช้แรงมากเหมือนกัน!เจี่ยนจือช่วยคุณย่าเลือกชุดราตรี แต่งหน้า ทำผม ส่วนตัวเธอเองก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วย จากนั้นช่วงบ่ายก็ไปดูโชว์เป็นเพื่อนคุณย่า ตอนกลางคืนยังมีงานเลี้ยงอีกเธอใส่รองเท้าส้นสูงทั้งวัน จนสุดท้ายแทบ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 544

    เวินถิงเยี่ยนไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะกลัวว่าจะพลาด “สัญญาณ” ที่คุณป้ากับเจี่ยนหลานส่งมาให้ ส่วนการเปลี่ยนเครื่องหอมในห้องของเจี่ยนจือให้เป็นกลิ่นดอกพุด ก็เป็นข้อเสนอของเขาเช่นกันในที่สุดก็เริ่มเห็นผลจากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สอง ตอนกลางวันห้ามปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่แต่ในห้อง ต้องพาเธอออกไปข้างนอก ใช้แรงให้มาก พอตกกลางคืนถึงจะนอนหลับได้สนิทเดิมทีตั้งใจว่าจะให้เธอเต้นแต่เจี่ยนหลานไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าจะกระตุ้นความทรงจำที่ไม่ดีของเจี่ยนจือ จึงให้เธอหยุดเต้นไปก่อนชั่วคราวดังนั้นคุณย่าจึงต้องออกโรงคุณย่าเพียงโผล่หน้ามาตรงประตูด้วยสีหน้าที่ดูลังเล ก่อนจะรีบหลบกลับไปทันที“คุณย่า? มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เจี่ยนหลานถาม ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเจี่ยนจือว่า “พี่ออกไปดูแป๊บนะ”เจี่ยนจือพยักหน้าหลังจากเจี่ยนหลานออกไปข้างนอกพักหนึ่งแล้วกลับเข้ามา เจี่ยนจือก็ถามเขาว่า “คุณย่าเป็นอะไรเหรอพี่?”“อ๋อ” เจี่ยนหลานตอบ “คุณย่าถามพี่ว่าจดหมายขอโทษต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษยังไง”เจี่ยนจือขมวดคิ้ว “ทำไมคุณย่าต้องขอโทษด้วย? ขอโทษใครเหรอ?”“เรื่องเป็นแบบนี้” เจี่ยนหลานอธิบายให้เธอฟังอย่างละเอียด “เดิมทีว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 543

    เวินถิงเยี่ยนไม่อยากแก้ตัวให้ตัวเองอีกแล้ว เขาเพียงขมวดคิ้วครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรให้อารมณ์ของเจี่ยนจือคงที่ อย่างน้อยก็ต้องทำให้เธอนอนหลับเต็มอิ่มได้ทุกวันก่อนเขาเด็ดใบไม้มาจำนวนมาก จากนั้นก็ตกลงกับคุณย่า คุณป้า และเจี่ยนหลานเอาไว้ว่า ขอแค่ตอนที่เจี่ยนจือหลับแล้วเริ่มมีอาการกระสับกระส่ายแม้เพียงเล็กน้อย ให้รีบแจ้งเขาทันทีแม้เจี่ยนหลานจะยังกึ่งเชื่อกึ่งสงสัยกับวิธีของเขา แต่ตอนนี้ก็ทำได้เพียงลองดูสี่ทุ่ม เจี่ยนจือเพิ่งหลับไปได้ครึ่งชั่วโมงคนทั้งบ้านตระกูลเจี่ยนไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย แม้แต่ตอนหายใจก็ยังระมัดระวัง กลัวว่าจะทำให้เจี่ยนจือตื่นแต่จู่ ๆ เสียงไซเรนตำรวจก็ดังหวิวผ่านไปตามถนน เจี่ยนจือที่กำลังหลับพลันเกร็งไปทั้งตัว ในความฝัน ใบหน้าของเจี่ยงซื่อฝานขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เขาพูดกับเธอว่าพี่จะตอบแทนผมยังไง? ผมทุ่มเทให้พี่ไปตั้งมากมาย พี่จะตอบแทนผมยังไง?หัวใจของเจี่ยนจือบีบรัดขึ้นมา ลมหายใจพลันถี่กระชั้นทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงเป่าใบไม้ดังขึ้นเพลงที่เป่าคือ 《มาตุภูมิของฉัน》ไม่เห็นจะเพราะเลย!เพลงมันแย่จนใบหน้าของเจี่ยงซื่อฝานพลันหายไปภาพตรงหน้าเปลี่ยนเป็นตอนที่เ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status