Share

บทที่ 4

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ลั่วอวี่เฉิงสังเกตท่าที แล้วหาโอกาสพูดแทรก "อาเยี่ยน นายอย่ารู้สึกแย่เพราะทุกคนว่าพี่สะใภ้ไม่ดีเลย ทุกคนเป็นห่วงนายจากใจจริง นายลองคิดดูสิ พวกเราคบกันมากี่ปีแล้ว ต่อให้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง นายฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถอะ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย!"

"ฉันไม่ได้โกรธ" เวินถิงเยี่ยนเก็บโทรศัพท์มือถือ "ช่างเถอะ เธอไม่ไปไหนหรอก มาต่อกันเถอะ"

อย่างไรเสีย ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากบ้านของพวกเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยไปที่อื่น และไม่มีที่ไหนให้ไปได้ด้วย

อาเหวินมองลั่วอวี่เฉิง แล้วบ่นพึมพำ "เฉิงเฉิงของเรานี่ใจกว้างจริง ๆ ถ้าตอนนั้นพวกนายไม่ได้เลิกกัน..."

"พูดอะไรน่ะ" ลั่วอวี่เฉิงจ้องอาเหวิน "คุมปากไม่ได้ทั้งคืน พูดแต่เรื่องเหลวไหล! อาเยี่ยนแต่งงานแล้ว นายพูดแบบนี้ไม่เหมาะนะ..."

พูดจบ แววตากลับแฝงความเศร้าลึก ๆ ขณะมองไปยังเวินถิงเยี่ยน "ที่ฉันกลับมา ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ขอแค่พวกนายยังยินดีที่จะรับฉันไว้ ยังอยู่ข้างฉัน ฉันก็พอใจแล้ว..."

"พูดอะไรโง่ ๆ เธอเป็นที่รักของกลุ่มพวกเราเสมอนั่นแหละ ใครกล้ามาแกล้งเธอ พวกเราไม่ปล่อยไว้แน่! นายว่าไหมอาเยี่ยน" อาเหวินตบหน้าอกผดุงคุณธรรม

เวินถิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ถือแก้วไวน์เขย่าเบา ๆ

ภาพนี้ดูคุ้นตาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อหลายปีก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ ชอบมองน้อง ๆ กลุ่มนี้หัวเราะเล่นกับลั่วอวี่เฉิง เมื่อไรที่เล่นกันจนเลยเถิด พวกนั้นถึงจะมาถามเขา เขาถึงจะผดุง "ความเป็นธรรม" ให้

ตอนนี้มาถามเขาอีกครั้ง เขาตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ "แน่นอน"

......

เจี่ยนจือไม่ได้กลับบ้าน

เธอเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้

ความน้อยใจและความเจ็บปวดทั้งหมดระเบิดออกมาทันทีที่ประตูห้องในโรงแรมปิดลง

ภาพที่อาเหวินเลียนแบบท่าเดินกะโผลกกะเผลกของเธอฉายขึ้นมาในดวงตาไม่หยุด เสียงหัวเราะเยาะดังก้องอยู่ในหูเธอราวกับคำสาป

ที่จริงแล้ว คำพูดที่เพื่อน ๆ ของเวินถิงเยี่ยนแอบนินทาเธอ เธอรู้มานานแล้ว แต่เธอไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเวินถิงเยี่ยนเลย

พวกนั้นเป็นเพื่อนรักของเขามาหลายปี เธอเข้าใจดี

เขาทำงานหนักมากตอนอยู่ข้างนอก เธอก็เข้าใจเช่นกัน

ดังนั้น เธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มไปรบกวนเขา ไม่อยากให้เขาต้องบาดหมางกับเพื่อน ๆ เพราะเธอด้วย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอคิดมากไปเอง

เขาจะบาดหมางกับเพื่อนของเขาเพราะเธอได้อย่างไรกัน?

นั่นคือเพื่อน ๆ ที่เขาคบกันมาหลายปีนะ!

เธอนับเป็นใครกัน?

เธอเป็นหนี้บุญคุณที่เขาจำใจต้องแต่งงานเพื่อตอบแทน เป็นภาระของเขา ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตของเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น

"เธอเป็นคนขาเป๋นะ! ถ้านายไม่แต่งกับเธอ แล้วใครจะต้องการเธออีก"

"คนขาเป๋อย่างเธอ ได้แต่งงานกับคนอย่างอาเยี่ยนแล้วยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก"

"ถ้าฉันเป็นอาเยี่ยน ฉันยอมให้คนที่ถูกรถชนขาเป๋ปีนั้นเป็นฉัน ดีกว่าแต่งกับคนขาเป๋กลับบ้านมาให้คนหัวเราะเยาะ"

"ประธานบริษัทคนอื่นมีภรรยาที่มีสง่าราศีทั้งนั้น มีแต่อาเยี่ยนของเรานี่แหละ แค่คนที่พาออกจากบ้านได้ยังไม่มีเลย"

……

สารพัดคำนินทาที่เธอได้ยินมาตลอดห้าปีพรั่งพรูเข้ามาในใจราวกับกระแสน้ำ เหมือนกับน้ำวนขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าม้วนเธอจนจมมิด

เธอหายใจไม่ออก เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกออก

เธอใช้มือที่สั่นเทาเปิดอัลบั้มภาพในโทรศัพท์มือถือที่เธอไม่กล้าเปิดมานานถึงห้าปี ในนั้นเป็นบันทึกการฝึกซ้อมและการแสดงในช่วงที่เธอเรียนปริญญาตรี

ตั้งแต่เธอขึ้นแสดงบนเวทีไม่ได้อีก เธอก็เก็บรูปภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการเต้นทั้งหมดไว้ที่นี่ ตั้งรหัสผ่านไว้และไม่เคยเปิดมันอีกเลย

ในตอนนี้ เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาสุ่มเปิดวิดีโอขึ้นมา

ท่ามกลางเสียงดนตรี เธอหมุนตัว ตีลังกา ฉีกขากลางอากาศ

ตอนนั้นเธอเคยร่าเริงสดใส เคยมีรูปร่างที่แข็งแรง เคยได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องเช่นกัน...

ดังนั้น การช่วยคนคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ?

แต่ถึงแม้จะเป็นตอนที่ช่วยเขา เธอก็ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขาเช่นกัน

เป็นเขาเองที่บอกว่าจะแต่งงานกับเธอ ทั้งยังวางแผนจัดพิธีขอแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ คุกเข่าพร้อมแหวนเพชรวงใหญ่ต่อหน้าเธอ ให้ความหวังเธอ...

เธอใช้มือที่สั่นเทาปิดเครื่องโทรศัพท์อย่างแรง ในที่สุดก็เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วร้องไห้โฮเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

เธอร้องไห้อยู่นานมาก

นานจนตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้า นานจนน้ำตาไม่สามารถไหลออกมาได้อีก เหลือเพียงความเจ็บปวดในอกที่กำลังแผดเผาเลียไล้เหมือนเปลวเพลิง

แต่ก็เป็นเพราะความเจ็บปวดนี้เช่นกัน ที่ทำให้เธอค้นพบแสงสว่างเล็ก ๆ หลังจากต้องดิ้นรนอยู่ในวังวนที่ทำให้หายใจไม่ออกนี้มานาน

ยิ่งเจ็บปวด ก็ยิ่งตาสว่าง

เธอเข้าไปล้างหน้าแรง ๆ ในห้องน้ำ เพื่อให้ตัวเองสงบลง

มองตัวเองที่ไร้สง่าราสีในกระจก พลางพูดกับตัวเองเงียบ ๆ "เจี่ยนจือ ร้องไห้ครั้งเดียวก็พอแล้ว ห้ามร้องอีกนะ ตอนนี้ ขอให้เธอกินข้าวให้ดี พักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ตั้งใจสอบนะ"

สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกโชคดี ก็คือในชีวิตแต่งงานอันยาวนานห้าปี เธอได้เรียนหนังสือทุกวันเพื่อเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เธอไม่ได้มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่เพราะมีเวลามากเกินไปและรู้สึกเบื่อเกินไปจริง ๆ

การรอเวินถิงเยี่ยนกลับบ้าน คือชีวิตทั้งหมดของเธอ

แต่เวินถิงเยี่ยนมักจะกลับบ้านดึกมาก

ตอนแรกเธอคิดว่าเขางานยุ่ง แต่ต่อมาเธอถึงได้รู้ ว่าเขาแคไม่ต้องการกลับมาเผชิญหน้ากับเธอเร็วเกินไป

เธอได้ยินเองกับหู

ในตอนนั้นเธอเห็นใจเขาที่ทุ่มเททำงานหนัก จึงรวบรวมความกล้าแสดงความห่วงใย ทำอาหารเสริมมื้อพิเศษด้วยความรักกับมือตัวเอง และนำไปส่งให้เขาทานที่บริษัท แต่กลับได้ยินบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยิน

เขาและเพื่อนสนิทกำลังคุยกันอยู่ในออฟฟิศของเขา

เพื่อนสนิทถามว่าทำไมเขายังไม่กลับบ้าน ดึกดื่นจนบริษัทแทบจะไม่มีใครแล้ว เขายังเป็นประธานบริษัทที่ยังทำงานล่วงเวลาอยู่

เขาพูดเองกับปากว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะกลับไปจะเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของเจี่ยนจือยังไง"

ความหมายของประโยคนี้ เจี่ยนจือที่ใสซื่อในตอนนั้นไม่เข้าใจ แต่เพื่อนสนิทของเขาเข้าใจในทันที

เพื่อนสนิทอุทานเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต "ไม่จริงมั้ง? อาเยี่ยน อย่าบอกนะว่านายกับเธอยังไม่เคยนอนด้วยกัน"

เวินถิงเยี่ยนเงียบ

นี่คือความจริง

เวินถิงเยี่ยนไม่เคยแตะต้องเธอเลย

เธอเคยบอกใบ้ ถึงขั้นหน้าไม่อายรุกก่อน แต่ทุกครั้ง เขาก็ปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

เช่น ร่างกายเธอไม่แข็งแรง

หรือช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินไป

เธอไม่ได้โง่ เริ่มเข้าใจอย่างช้า ๆ ว่าเขาแค่ไม่รัก จึงไม่อยากสัมผัสเธอ

แต่ครั้งนั้นที่ได้ยินเขาพูดด้วยปากตัวเอง ความเจ็บปวดในใจของเธอก็ยังเหมือนถูกเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

ต่อมา เพื่อนสนิทเขาถามแบบทีเล่นทีจริง "อาเยี่ยน ไม่ใช่ว่านายเห็นเธอแล้วไม่มีปฏิกิริยาทางกายเลยหรอกนะ? ยังไงเธอก็ยังสวยมากนะ"

คำตอบของเวินถิงเยี่ยน กลายเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มลึกอยู่ในใจเธอ ในช่วงหลายปีต่อมา เข็มนั้นยังคงทิ่มแทงเธออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่นึกถึงก็จะเจ็บปวดแทบขาดใจ

ตอนนั้นเวินถิงเยี่ยนตอบว่า "ฉันก็เคยพยายามแล้วเหมือนกัน อยากจะมีความสัมพันธ์เหมือนสามีภรรยาปกติ แต่แค่ฉันเห็นขาของเธอ ฉัน... ฉันก็หมดอารมณ์ทันที"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

ขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามเนื้อลีบเพราะช่วยชีวิตเขา ในสายตาของเขาคือสิ่งที่น่ารังเกียจ ทำให้หมดอารมณ์ และทำให้เขาไม่สนใจ...

สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เคาะประตูออฟฟิศ อาหารที่ทำด้วยความรักวันนั้นก็ถูกเธอโยนทิ้งลงถังขยะในบริษัทไป

นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่เคยไปที่บริษัทของเขาอีกเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านต่อไม่ได้ทำไง อ่านมาตั้งเยอะแล้ว
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านมาจน288แล้ว
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 636

    คุณย่าผัดกับข้าวขึ้นมาใหม่ แล้วทำข้าวอบหมูเค็มหอมกรุ่น เมิ่งเฉิงซ่งกินแค่ข้าวเปล่า ๆ ก็ซัดไปตั้งสองชามใหญ่ พอกินเสร็จก็เอนตัวพิงเก้าอี้ ลูบท้องพลางถอนใจ “คุณย่า อาหารที่คุณย่าทำอร่อยเกินไปแล้ว ผมขอจ่ายค่าอาหารแล้วมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ ได้ไหมครับ?”เจี่ยนจือมองเขา ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าท่าทางอิ่มหนำสำราญแบบนี้ดูคุ้นตาอยู่หลายส่วนคุณย่ายิ้ม “มากินข้าวมื้อหนึ่งจะต้องจ่ายค่าอาหารอะไรอีก? ถ้าชอบอาหารที่ย่าทำก็มากินได้เลย!”“จริง ๆ นะครับคุณย่า ผมไม่ได้พูดเล่นนะ” เมิ่งเฉิงซ่งมีสีหน้าจริงจัง “ยังไงผมก็ต้องเอาเงินไปจ่ายให้ร้านอาหารอยู่แล้ว ผมกินอาหารพวกนั้นจนเบื่อ พอเอามาเทียบกับอาหารที่คุณย่าทำ ที่ผ่านมาผมกินอะไรเข้าไปกันเนี่ย!”เรื่องนี้เจี่ยนจือพอจะเป็นพยานให้ได้เธอพยักหน้า “พ่อแม่เขายุ่งกับธุรกิจ ต้องเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศบ่อย ๆ ปกติก็กินที่โรงอาหาร ส่วนวันหยุดก็ไปกินตามร้านข้างนอก”“ได้ยังไงกัน?” คุณย่าเอ่ยขึ้นมาทันที “ต่อไปถ้ามีเวลาก็มากินข้าวที่บ้านย่านะ! จะกินข้างนอกตลอดได้ยังไง?”“ได้ครับคุณย่า งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ!” เมิ่งเฉิงซ่งเอ่ยยิ้ม ๆเจี่ยนจืออดไม่ได้ท

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 635

    เวินถิงเยี่ยนใช้โทรศัพท์ถ่ายวิดีโอไปด้วย ขณะเดียวกันก็คอยปกป้องเธอไว้ด้านหลัง พอไอ้หัวทองพุ่งเข้ามา เขาก็ซัดอีกฝ่ายอย่างหนักไปหนึ่งยกตอนนั้นเธอกลัวมาก แต่เธอก็อัดเสียงเอาไว้ด้วยตอนกินข้าว พ่อแม่ของเธอกำลังคุยกับครอบครัวของไอ้หัวทองเรื่องหมั้นหมายอะไรทำนองนั้น เธอโกรธมาก แต่ตอนนั้นเธอยังอายุน้อย ไม่เคยผ่านเรื่องราวอะไรมากนัก อีกทั้งถูกพ่อกดดันจนไม่กล้าอาละวาดออกมาตรงนั้น เธอจึงเปิดโทรศัพท์อัดเสียงไว้ บทสนทนาทั้งหมดของพวกเขา รวมถึงเสียงตอนที่ไอ้หัวทองพยายามจะล่วงเกินเธอ เธอก็อัดไว้ทั้งหมด และโทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอไฟล์เสียงนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเผชิญหน้ากับครอบครัวไอ้หัวทองในภายหลัง รวมถึงการจัดการเรื่องนี้ให้จบลงอย่างเหมาะสม แต่ในเย็นวันนั้น หลังจากไอ้หัวทองถูกเวินถิงเยี่ยนต่อยจนหนีไปแล้ว เธอกลับไม่มีหน้าไปบอกเขาว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอเป็นคนจัดการไว้ครอบครัวแบบนี้น่าอดสูยิ่งกว่าครอบครัวของเวินถิงเยี่ยนเสียอีกดังนั้นเวินถิงเยี่ยนจึงไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีพ่อแม่ที่น่ารังเกียจถึงขนาดนี้ ตอนแต่งงานกับเธอ เขายังปฏิบัติ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 634

    แต่หลังจากฟาดจอบลงไปครั้งนึงคุณย่าก็ยังไม่หยุด กลับยกจอบฟาดใส่เจี่ยนเฉิงจวินต่อ เจี่ยนเฉิงจวินตกใจจนลนลานคลานหนีออกไปพลางร้องเรียกพ่อเรียกแม่อีกครั้ง พอหลิวซิ่วอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็ไม่สนใจความเจ็บอีกต่อไป รีบหนีหัวซุกหัวซุนออกไปพร้อมกับเจี่ยนเฉิงจวินคุณย่าถือจอบยันพื้น ยืนอยู่ตรงประตูรั้วแล้วตะโกนด่าตามหลังคนทั้งสอง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าไอ้เดรัจฉานสองตัวอย่างพวกแกยังกล้าคิดทำอะไรคนที่ฉันให้กำเนิดอย่างจือจืออีก ฉันจะเอามันไปอยู่ด้วย!”เจี่ยนจือกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณย่า จึงตามออกมา พอได้ยินคุณย่าพูดประโยคนี้ แม้จะอยู่ในความฝัน เธอก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงกระแสความอบอุ่นที่เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจเธอวิ่งเข้าไปกอดคุณย่าจากด้านหลัง เอาใบหน้าแนบลงบนไหล่ “คุณย่า พวกเขาไปแล้วค่ะ”คุณย่าหันกลับมาวางจอบลง แล้วกอดเจี่ยนจือเอาไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา “จือจือ ย่าสั่งสอนพ่อของหนูไม่ดี เป็นความผิดของย่าเอง”เจี่ยนจือส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะคุณย่า” เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณย่าเลย ทั้งที่เป็นลูกของคุณย่าเหมือนกัน แล้วทำไมคุณป้าถึงได้ดีขนาดนั้นล่ะ?“แต่หนูวางใจได้” คุณย่าพูดทั้งน้ำตาอีก

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 633

    เดิมทีท่าทีของเจี่ยนจือก็ทำให้เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจอยู่แล้ว เขาเองก็ดูถูกตระกูลเจี่ยนเป็นอย่างมาก ตอนนี้ถ้าต้องไปมีเรื่องกับคนใหญ่คนโตขึ้นมา เขาก็เริ่มลังเลแต่ลูกชายของเขาไม่ยอมพอไอ้หนุ่มหัวทองตระกูลลู่เห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ ก็เริ่มโวยวายใส่แม่ของตัวเองตรงนั้นแม่ของเขาถลึงตาใส่เถ้าแก่ลู่อย่างแรงเถ้าแก่ลู่เองก็จนปัญญา จึงได้แต่เอ่ยกับเจี่ยนเฉิงจวินว่า “เจี่ยน วันนี้เอาแค่นี้ก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”ยังจะคุยกันอีกเหรอ?เมิ่งเฉิงซ่งชูโทรศัพท์ขึ้น “ผมอัดทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ไว้หมดแล้ว ถ้าพวกคุณยังคิดจะทำเรื่องผิดกฎหมายแบบนี้อีก ผมจะเอาคลิปลงอินเทอร์เน็ต พวกคุณได้ดังแน่ รอให้ตำรวจมาตามถึงบ้านได้เลย!”สีหน้าของเถ้าแก่ลู่เปลี่ยนไป สิ่งที่เขากังวลมีมากกว่านั้นเสียอีก…ทันทีที่เขาคิดแบบนั้น เจี่ยนจือก็เดินออกมาจากด้านหลังเมิ่งเฉิงซ่ง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและหนักแน่นว่า “งั้นก็เอาเรื่องที่เขาเสพยาโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตไปพร้อมกันเลยสิ”เพียงประโยคเดียว ทุกคนก็นิ่งค้างอยู่กับที่สีหน้าของคนตระกูลลู่ซีดเผือด“เธอ…เธอรู้ได้ยังไง…” แม่ของไอ้หนุ่มหัวทองลู่ยืนอยู่ตรงนั้นด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 632

    หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดเสริม พร้อมกับดึงตัวเจ้าหนุ่มผมทองมายืนตรงหน้าเจี่ยนจือ “ลูกดูสิ เป็นผู้ชายที่ดีจะตาย ทั้งหล่อ ทั้งทันสมัยเลยไม่ใช่เหรอ?หล่อ?ทันสมัย?ผู้ชายที่ดี?เจี่ยนจือตีหน้าถมึงทึง “ผู้ชายที่ดีขนาดนี้ แม่ก็แต่งเองสิ!”“แก……” หลิวซิ่วอวิ๋นโดนสวนกลับจนพูดไม่ออกเจ้าหนุ่มหัวทองหน้าเจื่อนไปทันที เช่นเดียวกับเถ้าแก่ลู่และภรรยาที่เริ่มหน้าตึงขึ้นมาเจี่ยนเฉิงจวินกลัวว่าบรรยากาศจะเสียจนจบไม่สวย จึงรีบค้อมตัวให้เถ้าแก่ลู่ “เถ้าแก่ลู่ครับ ลูกสาวผมแค่ตั้งใจเรียนมากไปหน่อย เธอคงกลัวว่าถ้าต้องมาคุยเรื่องนี้ตอนมัธยมจะกระทบกับการเรียน เดี๋ยวผมค่อย ๆ กลับไปคุยกับเธอเองครับ”เจ้าหนุ่มหัวทองจึงได้โอกาสพูดขึ้นว่า “ไม่กระทบการเรียนหรอก ฉันจะเรียนไปพร้อมกับเธอด้วย”เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจมาก พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน”ทั้งครอบครัวหันหลังเตรียมจะเดินออกไป“อยู่กินข้าวก่อนสิครับ เถ้าแก่ดู……” เจี่ยนเฉิงจวินนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีกับข้าวอยู่แค่สองอย่าง แถมยังเก็บไปแล้วอีกต่างหาก “ไม่อย่างนั้นไปกินข้าวที่ร้านตรงทางเข้าหมู่บ้านกันดีไหมครับ?ผมเลี้ยงเอง”“ใช่ค่ะ ๆ เดี๋ยวก็จะเป็

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 631

    เถ้าแก่ลู่ได้ยินดังนั้นก็พอใจมากทว่าเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้างเจี่ยนจือกลับมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆต่อให้จะเป็นแค่ความฝัน เจี่ยนจือก็ยังรู้สึกขายหน้ามากอยู่ดีใช่แล้ว ในเวลานี้เธอไม่ต่างอะไรจากสินค้าที่พ่อแม่นำมาวางโชว์ไว้บนเขียง รอให้ใครสักคนเดินผ่านมาเลือกซื้อ เขาคงไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อนสินะ?ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน ลูกชายหัวทองของเถ้าแก่ลู่ก็เอาแต่จ้องเจี่ยนจือด้วยสายตาละโมบโลภมากอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเมิ่งเฉิงซ่งเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาถึงได้ก้าวขึ้นมาข้างหน้าแล้วใช้ตัวบังเจี่ยนจือเอาไว้ ผลที่ได้กลับเป็นสายตาโกรธเกรี้ยวจากเจ้าลูกชายหัวทองเมิ่งเฉิงซ่งก็มองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกันคุณย่ายังคงอยู่ในห้อง ท่านไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง จึงทุบประตูสุดแรง “เปิดประตู!จือจือ เปิดประตูให้ย่าหน่อย เร็วเข้า!”เถ้าแก่ลู่ “แล้วนั่นมันอะไรอีก?”“แม่ผมเอง ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ป่วยอยู่น่ะครับเลยให้พักอยู่ด้านใน แต่ไม่ทันระวังประตูเลยล็อค” เจี่ยนเฉิงจวินขยับเข้าไปใกล้เถ้าแก่ลู่ แล้วกระซิบเสียงเบา “เดี๋ยวจะติดเชื้อ ผมเลยไม่ให้แกออกมา”หลิวซิ่วอวิ๋นยังรีบเสริมอีก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status