Share

บทที่ 4

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ลั่วอวี่เฉิงสังเกตท่าที แล้วหาโอกาสพูดแทรก "อาเยี่ยน นายอย่ารู้สึกแย่เพราะทุกคนว่าพี่สะใภ้ไม่ดีเลย ทุกคนเป็นห่วงนายจากใจจริง นายลองคิดดูสิ พวกเราคบกันมากี่ปีแล้ว ต่อให้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง นายฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถอะ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย!"

"ฉันไม่ได้โกรธ" เวินถิงเยี่ยนเก็บโทรศัพท์มือถือ "ช่างเถอะ เธอไม่ไปไหนหรอก มาต่อกันเถอะ"

อย่างไรเสีย ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากบ้านของพวกเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยไปที่อื่น และไม่มีที่ไหนให้ไปได้ด้วย

อาเหวินมองลั่วอวี่เฉิง แล้วบ่นพึมพำ "เฉิงเฉิงของเรานี่ใจกว้างจริง ๆ ถ้าตอนนั้นพวกนายไม่ได้เลิกกัน..."

"พูดอะไรน่ะ" ลั่วอวี่เฉิงจ้องอาเหวิน "คุมปากไม่ได้ทั้งคืน พูดแต่เรื่องเหลวไหล! อาเยี่ยนแต่งงานแล้ว นายพูดแบบนี้ไม่เหมาะนะ..."

พูดจบ แววตากลับแฝงความเศร้าลึก ๆ ขณะมองไปยังเวินถิงเยี่ยน "ที่ฉันกลับมา ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ขอแค่พวกนายยังยินดีที่จะรับฉันไว้ ยังอยู่ข้างฉัน ฉันก็พอใจแล้ว..."

"พูดอะไรโง่ ๆ เธอเป็นที่รักของกลุ่มพวกเราเสมอนั่นแหละ ใครกล้ามาแกล้งเธอ พวกเราไม่ปล่อยไว้แน่! นายว่าไหมอาเยี่ยน" อาเหวินตบหน้าอกผดุงคุณธรรม

เวินถิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ถือแก้วไวน์เขย่าเบา ๆ

ภาพนี้ดูคุ้นตาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อหลายปีก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ ชอบมองน้อง ๆ กลุ่มนี้หัวเราะเล่นกับลั่วอวี่เฉิง เมื่อไรที่เล่นกันจนเลยเถิด พวกนั้นถึงจะมาถามเขา เขาถึงจะผดุง "ความเป็นธรรม" ให้

ตอนนี้มาถามเขาอีกครั้ง เขาตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ "แน่นอน"

......

เจี่ยนจือไม่ได้กลับบ้าน

เธอเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้

ความน้อยใจและความเจ็บปวดทั้งหมดระเบิดออกมาทันทีที่ประตูห้องในโรงแรมปิดลง

ภาพที่อาเหวินเลียนแบบท่าเดินกะโผลกกะเผลกของเธอฉายขึ้นมาในดวงตาไม่หยุด เสียงหัวเราะเยาะดังก้องอยู่ในหูเธอราวกับคำสาป

ที่จริงแล้ว คำพูดที่เพื่อน ๆ ของเวินถิงเยี่ยนแอบนินทาเธอ เธอรู้มานานแล้ว แต่เธอไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเวินถิงเยี่ยนเลย

พวกนั้นเป็นเพื่อนรักของเขามาหลายปี เธอเข้าใจดี

เขาทำงานหนักมากตอนอยู่ข้างนอก เธอก็เข้าใจเช่นกัน

ดังนั้น เธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มไปรบกวนเขา ไม่อยากให้เขาต้องบาดหมางกับเพื่อน ๆ เพราะเธอด้วย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอคิดมากไปเอง

เขาจะบาดหมางกับเพื่อนของเขาเพราะเธอได้อย่างไรกัน?

นั่นคือเพื่อน ๆ ที่เขาคบกันมาหลายปีนะ!

เธอนับเป็นใครกัน?

เธอเป็นหนี้บุญคุณที่เขาจำใจต้องแต่งงานเพื่อตอบแทน เป็นภาระของเขา ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตของเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น

"เธอเป็นคนขาเป๋นะ! ถ้านายไม่แต่งกับเธอ แล้วใครจะต้องการเธออีก"

"คนขาเป๋อย่างเธอ ได้แต่งงานกับคนอย่างอาเยี่ยนแล้วยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก"

"ถ้าฉันเป็นอาเยี่ยน ฉันยอมให้คนที่ถูกรถชนขาเป๋ปีนั้นเป็นฉัน ดีกว่าแต่งกับคนขาเป๋กลับบ้านมาให้คนหัวเราะเยาะ"

"ประธานบริษัทคนอื่นมีภรรยาที่มีสง่าราศีทั้งนั้น มีแต่อาเยี่ยนของเรานี่แหละ แค่คนที่พาออกจากบ้านได้ยังไม่มีเลย"

……

สารพัดคำนินทาที่เธอได้ยินมาตลอดห้าปีพรั่งพรูเข้ามาในใจราวกับกระแสน้ำ เหมือนกับน้ำวนขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าม้วนเธอจนจมมิด

เธอหายใจไม่ออก เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกออก

เธอใช้มือที่สั่นเทาเปิดอัลบั้มภาพในโทรศัพท์มือถือที่เธอไม่กล้าเปิดมานานถึงห้าปี ในนั้นเป็นบันทึกการฝึกซ้อมและการแสดงในช่วงที่เธอเรียนปริญญาตรี

ตั้งแต่เธอขึ้นแสดงบนเวทีไม่ได้อีก เธอก็เก็บรูปภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการเต้นทั้งหมดไว้ที่นี่ ตั้งรหัสผ่านไว้และไม่เคยเปิดมันอีกเลย

ในตอนนี้ เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาสุ่มเปิดวิดีโอขึ้นมา

ท่ามกลางเสียงดนตรี เธอหมุนตัว ตีลังกา ฉีกขากลางอากาศ

ตอนนั้นเธอเคยร่าเริงสดใส เคยมีรูปร่างที่แข็งแรง เคยได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องเช่นกัน...

ดังนั้น การช่วยคนคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ?

แต่ถึงแม้จะเป็นตอนที่ช่วยเขา เธอก็ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขาเช่นกัน

เป็นเขาเองที่บอกว่าจะแต่งงานกับเธอ ทั้งยังวางแผนจัดพิธีขอแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ คุกเข่าพร้อมแหวนเพชรวงใหญ่ต่อหน้าเธอ ให้ความหวังเธอ...

เธอใช้มือที่สั่นเทาปิดเครื่องโทรศัพท์อย่างแรง ในที่สุดก็เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วร้องไห้โฮเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

เธอร้องไห้อยู่นานมาก

นานจนตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้า นานจนน้ำตาไม่สามารถไหลออกมาได้อีก เหลือเพียงความเจ็บปวดในอกที่กำลังแผดเผาเลียไล้เหมือนเปลวเพลิง

แต่ก็เป็นเพราะความเจ็บปวดนี้เช่นกัน ที่ทำให้เธอค้นพบแสงสว่างเล็ก ๆ หลังจากต้องดิ้นรนอยู่ในวังวนที่ทำให้หายใจไม่ออกนี้มานาน

ยิ่งเจ็บปวด ก็ยิ่งตาสว่าง

เธอเข้าไปล้างหน้าแรง ๆ ในห้องน้ำ เพื่อให้ตัวเองสงบลง

มองตัวเองที่ไร้สง่าราสีในกระจก พลางพูดกับตัวเองเงียบ ๆ "เจี่ยนจือ ร้องไห้ครั้งเดียวก็พอแล้ว ห้ามร้องอีกนะ ตอนนี้ ขอให้เธอกินข้าวให้ดี พักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ตั้งใจสอบนะ"

สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกโชคดี ก็คือในชีวิตแต่งงานอันยาวนานห้าปี เธอได้เรียนหนังสือทุกวันเพื่อเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เธอไม่ได้มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่เพราะมีเวลามากเกินไปและรู้สึกเบื่อเกินไปจริง ๆ

การรอเวินถิงเยี่ยนกลับบ้าน คือชีวิตทั้งหมดของเธอ

แต่เวินถิงเยี่ยนมักจะกลับบ้านดึกมาก

ตอนแรกเธอคิดว่าเขางานยุ่ง แต่ต่อมาเธอถึงได้รู้ ว่าเขาแคไม่ต้องการกลับมาเผชิญหน้ากับเธอเร็วเกินไป

เธอได้ยินเองกับหู

ในตอนนั้นเธอเห็นใจเขาที่ทุ่มเททำงานหนัก จึงรวบรวมความกล้าแสดงความห่วงใย ทำอาหารเสริมมื้อพิเศษด้วยความรักกับมือตัวเอง และนำไปส่งให้เขาทานที่บริษัท แต่กลับได้ยินบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยิน

เขาและเพื่อนสนิทกำลังคุยกันอยู่ในออฟฟิศของเขา

เพื่อนสนิทถามว่าทำไมเขายังไม่กลับบ้าน ดึกดื่นจนบริษัทแทบจะไม่มีใครแล้ว เขายังเป็นประธานบริษัทที่ยังทำงานล่วงเวลาอยู่

เขาพูดเองกับปากว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะกลับไปจะเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของเจี่ยนจือยังไง"

ความหมายของประโยคนี้ เจี่ยนจือที่ใสซื่อในตอนนั้นไม่เข้าใจ แต่เพื่อนสนิทของเขาเข้าใจในทันที

เพื่อนสนิทอุทานเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต "ไม่จริงมั้ง? อาเยี่ยน อย่าบอกนะว่านายกับเธอยังไม่เคยนอนด้วยกัน"

เวินถิงเยี่ยนเงียบ

นี่คือความจริง

เวินถิงเยี่ยนไม่เคยแตะต้องเธอเลย

เธอเคยบอกใบ้ ถึงขั้นหน้าไม่อายรุกก่อน แต่ทุกครั้ง เขาก็ปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

เช่น ร่างกายเธอไม่แข็งแรง

หรือช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินไป

เธอไม่ได้โง่ เริ่มเข้าใจอย่างช้า ๆ ว่าเขาแค่ไม่รัก จึงไม่อยากสัมผัสเธอ

แต่ครั้งนั้นที่ได้ยินเขาพูดด้วยปากตัวเอง ความเจ็บปวดในใจของเธอก็ยังเหมือนถูกเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

ต่อมา เพื่อนสนิทเขาถามแบบทีเล่นทีจริง "อาเยี่ยน ไม่ใช่ว่านายเห็นเธอแล้วไม่มีปฏิกิริยาทางกายเลยหรอกนะ? ยังไงเธอก็ยังสวยมากนะ"

คำตอบของเวินถิงเยี่ยน กลายเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มลึกอยู่ในใจเธอ ในช่วงหลายปีต่อมา เข็มนั้นยังคงทิ่มแทงเธออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่นึกถึงก็จะเจ็บปวดแทบขาดใจ

ตอนนั้นเวินถิงเยี่ยนตอบว่า "ฉันก็เคยพยายามแล้วเหมือนกัน อยากจะมีความสัมพันธ์เหมือนสามีภรรยาปกติ แต่แค่ฉันเห็นขาของเธอ ฉัน... ฉันก็หมดอารมณ์ทันที"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

ขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามเนื้อลีบเพราะช่วยชีวิตเขา ในสายตาของเขาคือสิ่งที่น่ารังเกียจ ทำให้หมดอารมณ์ และทำให้เขาไม่สนใจ...

สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เคาะประตูออฟฟิศ อาหารที่ทำด้วยความรักวันนั้นก็ถูกเธอโยนทิ้งลงถังขยะในบริษัทไป

นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่เคยไปที่บริษัทของเขาอีกเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (2)
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านต่อไม่ได้ทำไง อ่านมาตั้งเยอะแล้ว
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านมาจน288แล้ว
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 596

    เจี่ยนจือหันกลับไปมองเวินถิงเยี่ยนกับบอดี้การ์ดที่นอนอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง หัวใจบีบรัดแน่นด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็ยังรีบตามอัลเลนขึ้นรถไปติด ๆเสียงปืนทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตกใจจนรีบเข้ามาดู อัลเลนเอ่ยอย่างร้อนรนว่า “รีบแจ้งตำรวจ เรียกรถพยาบาลเร็ว!”พูดจบ เขาก็หันไปพูดกับทั้งสามคนที่นอนอยู่บนพื้นว่า “อดทนไว้นะ ผมจะขับรถออกไปก่อน แล้วค่อยแจ้งคุณรอสซี”คุณย่าตกใจกลัวจนจับมือเจี่ยนจือไว้แน่น ทั้งที่ตัวเองหวาดกลัวมาก แต่ก็ยังปลอบเจี่ยนจือว่า “จือจือไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว หมอกับตำรวจกำลังจะมา พวกเขาสามคนจะต้องไม่เป็นอะไร”เจี่ยนจือแนบตัวอยู่กับกระจกรถ มองทั้งสามคนที่ค่อย ๆ ห่างออกไป รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ในหัวของเธอมีแต่เสียงหึ่ง ๆ ดังไม่หยุด ส่วนหัวใจก็เหมือนมีใครถือกลองใบใหญ่มาทุบอย่างแรง ตึก…ตึก…ตึก… ทุบเสียจนใจเธอสั่นราวกับจะกระเด็นออกมา แม้แต่ในหู ในสมอง ก็เหมือนมีใครกำลังทุบดัง ตึก…ตึก…ตึก… อยู่ตลอดเวลาเธอกุมหน้าอกพลางหอบหายใจแรง “คุณย่า หนูไม่เป็นไร หนูไม่ได้กลัว แล้วคุณย่าล่ะ? เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”“ย่าไม่เป็นไร

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 595

    ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้วถึงแม้ตัวจะอยู่ที่ต่างประเทศ แต่สำหรับคนตระกูลเจี่ยนตรุษจีนยังคงเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของปีโดยเฉพาะกับคุณย่า พอถึงช่วงนี้ทีไรท่านก็มักจะยุ่งอยู่กับการเตรียมงานฉลองตามขนบธรรมเนียมเดิมที่คุ้นเคย ซึ่งเรื่องพวกนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่คนงานที่บ้านคุณป้าจัดการไม่ได้ จึงกลายเป็นหน้าที่ของคุณป้า เจี่ยนจือและเจี่ยนหลานที่ต้องช่วยคุณย่าจัดเตรียมทุกอย่างเองโดยเฉพาะเจี่ยนจือที่ยังไม่เปิดเทอม จึงมีเวลาช่วยคุณย่ามากกว่าคนอื่นทั้งเตรียมเนื้อเค็ม ตัดกระดาษมงคลตกแต่งหน้าต่างและประตู แถมยังถึงขั้นที่ไปซื้อโม่เล็ก ๆ มาอันหนึ่ง ตั้งใจจะบดข้าวเหนียวสำหรับทำบัวลอยจีนไม่มีทั้งคำพูดที่ว่า “ที่บ้านมีแฮมสเปนชั้นดีอยู่แล้วจะยังทำเนื้อเค็มไปทำไม” หรือแม้แต่ “ในซูเปอร์มาเก็ตจีนก็มีเม็ดบัวลอยสำเร็จรูปขายตั้งเยอะ นั่งโม่เองลำบากจะตาย” ทุกคนต่างเต็มใจทำตามขนมธรรมเนียมที่คุณย่ายึดถือ และที่สำคัญพวกเขาเองก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งเหล่านี้ไปด้วยกันถึงขนาดที่เจี่ยนหลานสนใจเครื่องโม่หินมาก เขาถึงขั้นเปิดดูคลิปสอนวิธีใช้ตามอินเทอร์เน็ต จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเขาถึงกับตื่นเช้ามาโม่ถั่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 594

    เขายอมรับผิดทุกอย่างไว้คนเดียว และรับแรงโจมตีทั้งหมดบนโลกออนไลน์ไว้กับตัวเอง“เขาเป็นผู้ชายนะ รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำก็เป็นเรื่องที่ควรอยู่แล้ว!แค่นี้ลูกก็ซาบซึ้งใจแล้วเหรอ?” แม่หลินไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ลูกสาวตัวเองจะยอมลดตัวไปทุ่มเทให้ผู้ชายขนาดนี้ “ผู้ชายดี ๆ มีตั้งเยอะแยะไม่ใช่หรือไง?”หลินจื่อเวยแย่งโทรศัพท์กลับมา “ใช่ค่ะ ผู้ชายมีเยอะก็จริง แต่เจี่ยงซื่อฝานมีคนเดียว!”พูดจบ เธอก็วิ่งออกไปทันที“ลูกจะไปไหน?จะไปหาเขาใช่ไหม ลูกฟังแม่……”แม่หลินยังพูดไม่ทันจบ หลินจื่อเวยก็วิ่งออกจากบ้านไปแล้วเธอตั้งใจจะไปหาเจี่ยงซื่อฝานจริง ๆ นั่นแหละเธอถ่อไปถึงที่บริษัทของเจี่ยงซื่อฝาน แต่ตอนนั้นเจี่ยงซื่อฝานกำลังประชุมอยู่ เธอจึงเข้าไปนั่งรอในห้องทำงานของเขาตอนที่เจี่ยงซื่อฝานกลับมาแล้วเห็นเธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของตน ความโกรธก็พลันพุ่งขึ้นมา “ใครอนุญาตให้เธอมา?”หลินจื่อเวยไม่ตอบอะไร เธอเพียงลุกออกจากเก้าอี้แล้วพุ่งเข้าหาเขา ก่อนจะตวัดเรียวแขนโอบรัดเอวสอบเจี่ยงซื่อฝานรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้น “เธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย?”“ขอบคุณนะ” หลินจื่อเวยเอ่ยเสียงเบา“ขอบคุณเรื่องอะไร?” เจี่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่593

    เจี่ยงซื่อฝานอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะเหยียดยิ้มฝืน ๆ “โง่จริง ๆ ก็มีแต่เธอนั่นแหละที่คิดว่าฉันดีไปหมดทุกอย่าง”หลินจื่อเวยเองก็เงียบไปพักใหญ่ สุดท้ายก็พูดทั้งน้ำตา “ นายดีทุกอย่างนั่นแหละ ยกเว้นเรื่องที่ไม่ชอบฉัน”เจี่ยงซื่อฝานทรุดตัวนั่งลงบนพื้น ผ่านไปพักใหญ่ ๆ เขาถึงพูดขึ้นว่า “ ฉันบอกแล้วว่าฉันมาขอโทษ”หลินจื่อเวยเบือนหน้าหนี ขอบตาแดงก่ำด้วยความน้อยใจเจี่ยงซื่อฝานเอ่ย “ เรื่องนี้เป็นความผิดของฉันทั้งหมด ฉันไม่ควรปล่อยให้เธอเห็นคลิปนั้นแล้วเอาไปฝึกตาม ฉันผิดเองที่เก็บ ไฟล์ข้อมูลของตัวเองไม่ดี”น้ำตาของหลินจื่อเวยไหลพรากลงมาทันที “ ฉันเป็นคนแอบฝึกเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”“ ยังไงก็เป็นเพราะฉันปล่อยปละละเลยเกินไป” เจี่ยงซื่อฝานว่าต่อ “ ฉันทำผิดต่อเธอ ทำผิดต่อเจี่ยนจือด้วย เรื่องนี้ฉันผิดเอง”พอหลินจื่อเวยได้ยินแบบนั้น ไฟโทสะก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ร่างบางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ทำไมต้องพูดถึงยัยนั่นด้วย? นายมาขอโทษฉันนะ! ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันทนไม่ได้ที่เห็นนายไปทำดีกับผู้หญิงคนอื่น! ทนไม่ได้ที่เห็นนายไปคบกับคนอื่น!นายรู้ไหมว่าตอนที่นายคบกับผู้หญิงที่ชื่อเจี่ยนจือ ฉันเสียใจขนาดไหน?แล้วตอน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่592

    พ่อหลินหน้าถอดสีไปทันที “ว่าไงนะ?เป็นไปได้ยังไง?พ่อแม่ของเจี่ยนจือเป็นพวกผีพนันกับคนโลภไม่รู้จักพอไม่ใช่เหรอ แถมน้องชายเพียงคนเดียวก็เป็นพวกไม่เอาถ่านนี่?”“ลูกพี่ลูกน้องครับ คุณรอสซีกับเจี่ยนจือเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน คุณรอสซีรักเจี่ยนจือเหมือนเป็นแก้วตาดวงใจ จะว่ายังไงล่ะครับ……อยู่ดีไม่ว่าดีทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้!” พี่ชายหลินจนปัญญาสุด ๆ พ่อหลินตวัดสายตามองพ่อเจี่ยงทันที ความโกรธพลันปะทุขึ้นอีกครั้ง “คุณรู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหม?ในใจคงกำลังหัวเราะเยาะผมสินะ?” คิดดูอีกที คำตอบมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ยังไงไอ้คนตระกูลเจี่ยงก็ต้องรู้เรื่องนี้ดี ในเมื่อเจี่ยงซื่อฝานเกือบจะได้กลายเป็นลูกเขยบ้านนั้นแล้ว!เรื่องที่หน้าแตกครั้งนี้ทำเอาพ่อหลินแทบคุมสติตัวเองไว้ไม่อยู่เขาเสียหน้าได้ แต่จะเสียหน้าต่อหน้าเหล่าเจิ้งไม่ได้!พ่อหลินตั้งท่าจะไล่พวกเขากลับด้วยความโมโห แต่แม่เจี่ยงก็เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยไว้เสียก่อน “โอ๊ย เหล่าหลิน พวกเรารู้จักกันมาตั้งหลายปีแล้วนะคะ อย่าทะเลาะกันเพราะเรื่องแค่นี้เลยนะ?คุณกับเหล่าเจิ้งรู้จักกันมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ ผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเท่าไหร่แล้ว เขาเป็นคนยังไงคุณก็น่า

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 591

    คนตระกูลหลินเองก็ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าพ่อแม่ของเจี่ยงซื่อฝานและเจี่ยงซื่อฝานจะยังกล้ามาเยี่ยมกันถึงบ้านแบบนี้ แถมยังเอาของฝากมาให้ด้วย โดยที่อ้างเสียน่าฟังว่ามาเยี่ยมเวยเวยตอนนี้พ่อแม่ของหลินจื่อเวยยังคงรู้สึกอคติกับเจี่ยงซื่อฝานมาก สำหรับพวกเขาแล้วสิ่งที่เจี่ยงซื่อฝานทำไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำเกลือลงบนแผลสด ไม่ช่วยเหลือกันยังพอว่า แต่นี่กลับออกแถลงการณ์ที่เหมือนการตอกหน้าหลินจื่อเวยกลาย ๆ อีกเพราะแบบนั้น ครอบครัวเจี่ยงจึงไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดีนักเพราะต่างก็เป็นตระกูลใหญ่มีหน้ามีตา แม่เจี่ยงจึงทำเป็นไม่สนใจท่าทีเย็นชาของพวกเขา ยังคงชวนคุยสัพเพเหระเหมือนปกติ พอคุยไปพอหอมปากหอมคอแล้ว จึงวกเข้าเรื่องว่าช่วงตรุษจีนนี้ให้สองครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันดีไหม จะได้เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น?“ไม่ล่ะ” พ่อหลินตอบ“อ้อ?” แม่เจี่ยงหัวเราะพลางพูดว่า “มีแพลนอื่นแล้วเหรอคะ?”“ใช่ครับ” พ่อหลินตอบ “พวกผมจะไปไห่เฉิง”“ไปไห่เฉิง?” แม่เจี่ยงคลี่ยิ้มบาง “ไม่เลวเลยค่ะ ซื่อฝานเต้นรำอยู่กับคณะนาฏศิลป์ไห่เฉิงพอดีเลย ที่ผ่านมาพวกเราไปไห่เฉิงเพราะเรื่องงานทั้งนั้น ยังไม่มีโอกาสได้เที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status