แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ลั่วอวี่เฉิงสังเกตท่าที แล้วหาโอกาสพูดแทรก "อาเยี่ยน นายอย่ารู้สึกแย่เพราะทุกคนว่าพี่สะใภ้ไม่ดีเลย ทุกคนเป็นห่วงนายจากใจจริง นายลองคิดดูสิ พวกเราคบกันมากี่ปีแล้ว ต่อให้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง นายฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถอะ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย!"

"ฉันไม่ได้โกรธ" เวินถิงเยี่ยนเก็บโทรศัพท์มือถือ "ช่างเถอะ เธอไม่ไปไหนหรอก มาต่อกันเถอะ"

อย่างไรเสีย ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากบ้านของพวกเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยไปที่อื่น และไม่มีที่ไหนให้ไปได้ด้วย

อาเหวินมองลั่วอวี่เฉิง แล้วบ่นพึมพำ "เฉิงเฉิงของเรานี่ใจกว้างจริง ๆ ถ้าตอนนั้นพวกนายไม่ได้เลิกกัน..."

"พูดอะไรน่ะ" ลั่วอวี่เฉิงจ้องอาเหวิน "คุมปากไม่ได้ทั้งคืน พูดแต่เรื่องเหลวไหล! อาเยี่ยนแต่งงานแล้ว นายพูดแบบนี้ไม่เหมาะนะ..."

พูดจบ แววตากลับแฝงความเศร้าลึก ๆ ขณะมองไปยังเวินถิงเยี่ยน "ที่ฉันกลับมา ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ขอแค่พวกนายยังยินดีที่จะรับฉันไว้ ยังอยู่ข้างฉัน ฉันก็พอใจแล้ว..."

"พูดอะไรโง่ ๆ เธอเป็นที่รักของกลุ่มพวกเราเสมอนั่นแหละ ใครกล้ามาแกล้งเธอ พวกเราไม่ปล่อยไว้แน่! นายว่าไหมอาเยี่ยน" อาเหวินตบหน้าอกผดุงคุณธรรม

เวินถิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ถือแก้วไวน์เขย่าเบา ๆ

ภาพนี้ดูคุ้นตาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อหลายปีก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ ชอบมองน้อง ๆ กลุ่มนี้หัวเราะเล่นกับลั่วอวี่เฉิง เมื่อไรที่เล่นกันจนเลยเถิด พวกนั้นถึงจะมาถามเขา เขาถึงจะผดุง "ความเป็นธรรม" ให้

ตอนนี้มาถามเขาอีกครั้ง เขาตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ "แน่นอน"

......

เจี่ยนจือไม่ได้กลับบ้าน

เธอเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้

ความน้อยใจและความเจ็บปวดทั้งหมดระเบิดออกมาทันทีที่ประตูห้องในโรงแรมปิดลง

ภาพที่อาเหวินเลียนแบบท่าเดินกะโผลกกะเผลกของเธอฉายขึ้นมาในดวงตาไม่หยุด เสียงหัวเราะเยาะดังก้องอยู่ในหูเธอราวกับคำสาป

ที่จริงแล้ว คำพูดที่เพื่อน ๆ ของเวินถิงเยี่ยนแอบนินทาเธอ เธอรู้มานานแล้ว แต่เธอไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเวินถิงเยี่ยนเลย

พวกนั้นเป็นเพื่อนรักของเขามาหลายปี เธอเข้าใจดี

เขาทำงานหนักมากตอนอยู่ข้างนอก เธอก็เข้าใจเช่นกัน

ดังนั้น เธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มไปรบกวนเขา ไม่อยากให้เขาต้องบาดหมางกับเพื่อน ๆ เพราะเธอด้วย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอคิดมากไปเอง

เขาจะบาดหมางกับเพื่อนของเขาเพราะเธอได้อย่างไรกัน?

นั่นคือเพื่อน ๆ ที่เขาคบกันมาหลายปีนะ!

เธอนับเป็นใครกัน?

เธอเป็นหนี้บุญคุณที่เขาจำใจต้องแต่งงานเพื่อตอบแทน เป็นภาระของเขา ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตของเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น

"เธอเป็นคนขาเป๋นะ! ถ้านายไม่แต่งกับเธอ แล้วใครจะต้องการเธออีก"

"คนขาเป๋อย่างเธอ ได้แต่งงานกับคนอย่างอาเยี่ยนแล้วยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก"

"ถ้าฉันเป็นอาเยี่ยน ฉันยอมให้คนที่ถูกรถชนขาเป๋ปีนั้นเป็นฉัน ดีกว่าแต่งกับคนขาเป๋กลับบ้านมาให้คนหัวเราะเยาะ"

"ประธานบริษัทคนอื่นมีภรรยาที่มีสง่าราศีทั้งนั้น มีแต่อาเยี่ยนของเรานี่แหละ แค่คนที่พาออกจากบ้านได้ยังไม่มีเลย"

……

สารพัดคำนินทาที่เธอได้ยินมาตลอดห้าปีพรั่งพรูเข้ามาในใจราวกับกระแสน้ำ เหมือนกับน้ำวนขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าม้วนเธอจนจมมิด

เธอหายใจไม่ออก เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกออก

เธอใช้มือที่สั่นเทาเปิดอัลบั้มภาพในโทรศัพท์มือถือที่เธอไม่กล้าเปิดมานานถึงห้าปี ในนั้นเป็นบันทึกการฝึกซ้อมและการแสดงในช่วงที่เธอเรียนปริญญาตรี

ตั้งแต่เธอขึ้นแสดงบนเวทีไม่ได้อีก เธอก็เก็บรูปภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการเต้นทั้งหมดไว้ที่นี่ ตั้งรหัสผ่านไว้และไม่เคยเปิดมันอีกเลย

ในตอนนี้ เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาสุ่มเปิดวิดีโอขึ้นมา

ท่ามกลางเสียงดนตรี เธอหมุนตัว ตีลังกา ฉีกขากลางอากาศ

ตอนนั้นเธอเคยร่าเริงสดใส เคยมีรูปร่างที่แข็งแรง เคยได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องเช่นกัน...

ดังนั้น การช่วยคนคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ?

แต่ถึงแม้จะเป็นตอนที่ช่วยเขา เธอก็ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขาเช่นกัน

เป็นเขาเองที่บอกว่าจะแต่งงานกับเธอ ทั้งยังวางแผนจัดพิธีขอแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ คุกเข่าพร้อมแหวนเพชรวงใหญ่ต่อหน้าเธอ ให้ความหวังเธอ...

เธอใช้มือที่สั่นเทาปิดเครื่องโทรศัพท์อย่างแรง ในที่สุดก็เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วร้องไห้โฮเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

เธอร้องไห้อยู่นานมาก

นานจนตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้า นานจนน้ำตาไม่สามารถไหลออกมาได้อีก เหลือเพียงความเจ็บปวดในอกที่กำลังแผดเผาเลียไล้เหมือนเปลวเพลิง

แต่ก็เป็นเพราะความเจ็บปวดนี้เช่นกัน ที่ทำให้เธอค้นพบแสงสว่างเล็ก ๆ หลังจากต้องดิ้นรนอยู่ในวังวนที่ทำให้หายใจไม่ออกนี้มานาน

ยิ่งเจ็บปวด ก็ยิ่งตาสว่าง

เธอเข้าไปล้างหน้าแรง ๆ ในห้องน้ำ เพื่อให้ตัวเองสงบลง

มองตัวเองที่ไร้สง่าราสีในกระจก พลางพูดกับตัวเองเงียบ ๆ "เจี่ยนจือ ร้องไห้ครั้งเดียวก็พอแล้ว ห้ามร้องอีกนะ ตอนนี้ ขอให้เธอกินข้าวให้ดี พักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ตั้งใจสอบนะ"

สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกโชคดี ก็คือในชีวิตแต่งงานอันยาวนานห้าปี เธอได้เรียนหนังสือทุกวันเพื่อเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เธอไม่ได้มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่เพราะมีเวลามากเกินไปและรู้สึกเบื่อเกินไปจริง ๆ

การรอเวินถิงเยี่ยนกลับบ้าน คือชีวิตทั้งหมดของเธอ

แต่เวินถิงเยี่ยนมักจะกลับบ้านดึกมาก

ตอนแรกเธอคิดว่าเขางานยุ่ง แต่ต่อมาเธอถึงได้รู้ ว่าเขาแคไม่ต้องการกลับมาเผชิญหน้ากับเธอเร็วเกินไป

เธอได้ยินเองกับหู

ในตอนนั้นเธอเห็นใจเขาที่ทุ่มเททำงานหนัก จึงรวบรวมความกล้าแสดงความห่วงใย ทำอาหารเสริมมื้อพิเศษด้วยความรักกับมือตัวเอง และนำไปส่งให้เขาทานที่บริษัท แต่กลับได้ยินบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยิน

เขาและเพื่อนสนิทกำลังคุยกันอยู่ในออฟฟิศของเขา

เพื่อนสนิทถามว่าทำไมเขายังไม่กลับบ้าน ดึกดื่นจนบริษัทแทบจะไม่มีใครแล้ว เขายังเป็นประธานบริษัทที่ยังทำงานล่วงเวลาอยู่

เขาพูดเองกับปากว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะกลับไปจะเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของเจี่ยนจือยังไง"

ความหมายของประโยคนี้ เจี่ยนจือที่ใสซื่อในตอนนั้นไม่เข้าใจ แต่เพื่อนสนิทของเขาเข้าใจในทันที

เพื่อนสนิทอุทานเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต "ไม่จริงมั้ง? อาเยี่ยน อย่าบอกนะว่านายกับเธอยังไม่เคยนอนด้วยกัน"

เวินถิงเยี่ยนเงียบ

นี่คือความจริง

เวินถิงเยี่ยนไม่เคยแตะต้องเธอเลย

เธอเคยบอกใบ้ ถึงขั้นหน้าไม่อายรุกก่อน แต่ทุกครั้ง เขาก็ปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

เช่น ร่างกายเธอไม่แข็งแรง

หรือช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินไป

เธอไม่ได้โง่ เริ่มเข้าใจอย่างช้า ๆ ว่าเขาแค่ไม่รัก จึงไม่อยากสัมผัสเธอ

แต่ครั้งนั้นที่ได้ยินเขาพูดด้วยปากตัวเอง ความเจ็บปวดในใจของเธอก็ยังเหมือนถูกเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

ต่อมา เพื่อนสนิทเขาถามแบบทีเล่นทีจริง "อาเยี่ยน ไม่ใช่ว่านายเห็นเธอแล้วไม่มีปฏิกิริยาทางกายเลยหรอกนะ? ยังไงเธอก็ยังสวยมากนะ"

คำตอบของเวินถิงเยี่ยน กลายเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มลึกอยู่ในใจเธอ ในช่วงหลายปีต่อมา เข็มนั้นยังคงทิ่มแทงเธออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่นึกถึงก็จะเจ็บปวดแทบขาดใจ

ตอนนั้นเวินถิงเยี่ยนตอบว่า "ฉันก็เคยพยายามแล้วเหมือนกัน อยากจะมีความสัมพันธ์เหมือนสามีภรรยาปกติ แต่แค่ฉันเห็นขาของเธอ ฉัน... ฉันก็หมดอารมณ์ทันที"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

ขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามเนื้อลีบเพราะช่วยชีวิตเขา ในสายตาของเขาคือสิ่งที่น่ารังเกียจ ทำให้หมดอารมณ์ และทำให้เขาไม่สนใจ...

สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เคาะประตูออฟฟิศ อาหารที่ทำด้วยความรักวันนั้นก็ถูกเธอโยนทิ้งลงถังขยะในบริษัทไป

นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่เคยไปที่บริษัทของเขาอีกเลย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านต่อไม่ได้ทำไง อ่านมาตั้งเยอะแล้ว
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านมาจน288แล้ว
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 732

    ความโกรธในใจของเจี่ยนจือปะทุขึ้นมา เมื่อได้ฟังคำพูดที่แม้เปลือกนอกจะฟังดูเหมือนเป็นห่วงเธอ แต่แท้จริงแล้วกลับแฝงไปด้วยการข่มขู่และเข้าข้างอีกฝ่าย“รองผู้อำนวยการคะ” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดสั่น เนื่องจากกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ “เพราะงั้นที่รองผู้อำนวยการบอกว่าจะ ‘จัดการอย่างเหมาะสม’ ก็คือเอา‘ชื่อเสียง’กับ‘อนาคต’ของฉันมาเป็นข้อแลกเปลี่ยน เพื่อให้ฉันยอมเงียบและปล่อยคนที่เป็นฝ่ายก่อเรื่องจริง ๆ ไปใช่ไหมคะ?”“เธอ……เธอพูดแบบนี้ได้ยังไง!” เมื่อความคิดของรองผู้อำนวยการถูกเปิดโปง เขาก็แสร้งทำหน้าขรึมอีกครั้ง “ครูทำเพื่อเธอต่างหาก!”“ทำเพื่อหนู?” เจี่ยนจือก้าวขึ้นมาข้างหน้าพลางพูดเสียงดัง “ถ้าทำเพื่อหนูจริง สิ่งแรกที่รองผู้อำนวยการควรทำหลังเห็นคลิปฉบับเต็ม ก็คือลงโทษคนที่ปล่อยข่าวเท็จ ใส่ร้าย และละเมิดความเป็นส่วนตัวของหนูอย่างเด็ดขาด!ไม่ใช่ร้อนรนมาข่มขู่ผู้เสียหาย แล้วใช้อคติทางเพศของตัวเองมาบีบบังคับกัน!การที่หนูถูกแอบถ่ายไม่ใช่ความอับอายของหนู แต่เป็นความผิดของคนที่แอบถ่าย!การเอาความเจ็บปวดของผู้เสียหายมาตอกย้ำ แล้วใช้มันเป็นข้ออ้างให้ผู้กระทำผิดพ้นผิด นี่คือสิ่งที่คนในแวดวงการศึกษา

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 731

    “นักเรียนเจี่ยนจือ” สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความรำคาญ “คลิปที่เผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ตสร้างผลกระทบที่ร้ายแรงมาก ทางโรงเรียนของเราให้ความสำคัญกับความสามัคคีและรักใคร่มาตลอด และไม่สนับสนุนความรุนแรงในโรงเรียน เดิมทีเธอควรเป็นแบบอย่างให้คนอื่น แต่ตอนนี้กลับมีพฤติกรรมแบบนี้ ช่างน่าผิดหวังจริง ๆ!”เจี่ยนจือยืนตัวตรงอยู่กลางห้องทำงาน “รองผู้อำนวยการคะ คลิปนั้นถูกตัดต่อโดยเจตนาร้ายของใครบางคน ไม่ใช่เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น วันนั้นในห้องน้ำ……”“ตัดต่อ?” รองผู้อำนวยการขัดขึ้นทันที สีหน้าแสดงความไม่เห็นด้วยเล็กน้อย “คนที่กระชากผมของโจวเยว่ซานคือเธอไม่ใช่หรือไง?จะบอกว่าที่นักเรียนโจวเยว่ซานตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวไม่ใช่ความจริง?หลักฐานมันชัดเจนอยู่แล้ว!เธออย่าเล่นตุกติกนะ!ตอนนี้เรื่องกำลังเป็นกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์ สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของโรงเรียนอย่างร้ายแรง!เธอรู้ไหมว่าปัญหานี้ร้ายแรงแค่ไหน?!”“เพราะมันเป็นเรื่องร้ายแรง ถึงยิ่งต้องตรวจสอบความจริงทั้งหมดให้ชัดเจนค่ะ” เจี่ยนจือสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ “คลิปเต็มสามารถพิสูจน์ได้ว่าโจวเยว่ซานถูกยุยงและร่วมมือกับคนอื่นมารุกรานหนูก่อน ตอนนั้น

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 730

    “นายยังมีหน้ากินไข่ที่ฉันปอกอีกเหรอ?”“นายเองก็กินซุปถั่วแดงที่ฉันซื้อมาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?”“ก็ยังอยู่นี่ เอาคืนไป”“เหอะ นายกลัวเจี่ยนจือรังเกียจของที่นายกินไปแล้ว แต่ไม่กลัวฉันรังเกียจเลยหรือไง?”“เหอะ เมื่อก่อนตอนเล่นบาส นายไม่เคยดื่มน้ำที่ฉันยกขวดดื่มไปแล้วต่อหรือไง?”เจี่ยนจือเดินไปแล้วก็ได้ยินสองคนนั้นเถียงกันอยู่ด้านหลัง ก็ส่ายหน้าอยู่ในใจ: งั้นพวกนายสองคนก็คบกันเองไปเลยเถอะ“เจี่ยนจือ!” หร่านเฉินวิ่งมาจากด้านหน้าอย่างรีบร้อน “เกิดเรื่องแล้ว”“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมรีบขนาดนี้?” เจี่ยนจือคว้าตัวหร่านเฉินที่กำลังหอบหายใจเอาไว้“เธอดูนี่!” หร่านเฉินยื่นหน้าจอโทรศัพท์มาตรงหน้าเจี่ยนจือทันทีด้วยความโกรธที่กดเอาไว้ไม่อยู่ บนหน้าจอเป็นโพสต์หนึ่งในเว็บท้องถิ่นที่กำลังติดกระแสร้อนแรง พาดหัวสะดุดตาจนน่าตกใจ: 《ช็อก! ธาตุแท้ของใครบางคนถูกเปิดโปงอีกครั้ง คลิปเหตุการณ์บูลลี่ในโรงเรียนแบบเต็ม ๆ!》ด้านล่างแนบคลิปวิดีโอความยาวหลายสิบวินาทีเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าคลิปถูกตัดต่ออย่างมีเจตนาร้าย เลือกเฉพาะภาพวันนั้นในห้องอาบน้ำ หลังจากเจี่ยนจือใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินออกมา และลงมือจัดการโ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 729

    โรงอาหารเวินถิงเยี่ยนกับเจี่ยนจือนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งรอยแดงบนใบหน้าของเขายังจางหายไปไม่หมด ตั้งแต่โคนหูไปจนถึงลำคอยังแดงระเรื่ออยู่“ฉันปอกไข่ให้เธอนะ” เขาหยิบไข่ใบนั้นขึ้นมาโดยที่ใบหน้ายังแดงอยู่ เปลือกไข่แค่ใบเดียวกลับปอกอยู่ตั้งห้านาที…พอปอกเสร็จก็วางลงในจานเปล่าตรงหน้าเจี่ยนจือจากนั้นก็เริ่มปอกใบที่สองปอกไข่เสร็จก็เริ่มปอกส้ม…แล้วก็ตามด้วยส้มลูกที่สอง…เจี่ยนจือมองเวินถิงเยี่ยนที่กำลังต่อสู้กับเปลือกไข่และเปลือกส้ม แล้วก็อดทอดถอนใจอีกครั้งไม่ได้ เธอไม่เคยเห็นเวินถิงเยี่ยนเป็นแบบนี้มาก่อนเลย…ทำไมอยู่ ๆ ถึงรู้สึกขำขึ้นมานะ?เวินถิงเยี่ยนสัมผัสได้ถึงสายตาของเธอ ใบหน้าจึงยิ่งแดงกว่าเดิม แม้แต่ท่าทางตอนปอกส้มก็ช้าลงในที่สุด ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาอย่างต่อเนื่องและไร้เสียงของเธอ เขาก็เงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน จ้องกลับด้วยสีหน้าดุและจริงจัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “ฉันบอกแล้ว…ว่าอย่าบังคับให้ฉันทำเรื่องที่พวกเราไม่ควรทำ”คำพูดข่มขู่ที่ฟังดูดุร้ายนี้ พอมาพูดในเวลาแบบนี้พร้อมกับใบหน้าแดงจัดและสายตาที่คอยหลบไปหลบมา กลับยิ่งดูน่าขำเข้าไปใหญ่เจี่ยนจืออดหัวเราะออกมาไม่ได

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 728

    วันนี้เวินถิงเยี่ยนเหมือนจะเอาเป็นเอาตายกับสมุดบันทึกเล่มนั้นของเธอจริง ๆ เขายกสมุดขึ้นมาให้เธอดูชัด ๆ “มองประโยคนี้ แล้วอ่านออกมาให้ฉันฟัง!”เจี่ยนจือ: …“เจี่ยนจือ ฉันบอกเธอเลยนะว่ามันสายไปแล้ว”“เกมนี้เธอเป็นคนเริ่ม แต่จะจบเมื่อไหร่ ไม่ใช่สิ่งที่เธอคนเดียวจะตัดสินได้”“อ่าน!”เอาเถอะ วันนี้หมอนี่บ้าไปแล้วจริง ๆ…“เอ่อ…” เจี่ยนจืออ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดติด ๆ ขัด ๆ น้ำเสียงดูไม่มั่นใจ “ยะ…อย่าชอบเวินถิงเยี่ยน…เด็ดขาด…”พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินเธออ่านออกมาจากปากตัวเองก็โมโห “ฉันไม่สนว่าสมองเธอตอนเขียนประโยคนี้มันเพี้ยนอะไรอยู่ ตอนนี้ฉันจะบอกเธอให้ชัด เธอเป็นฝ่ายมายั่วฉันก่อน หลังจากที่ฉันยอมแพ้ไปแล้ว เธอก็ยังกลับมายั่วฉันอีก ห้ามฉันทำนั่น ห้ามฉันทำนี่ พอยั่วเสร็จแล้วก็คิดจะหนีอีก ไม่มีทางหรอก”เขาฉีกหน้ากระดาษหน้านั้นออกมา แล้วค่อย ๆ ฉีกจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย“ไม่ใช่ เวินถิงเยี่ยน…” เจี่ยนจือรู้สึกว่าจำเป็นต้องอธิบายกับเขาให้ชัด “นายฟังฉันก่อน ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นจริง ๆ ฉันแค่รู้ว่าลั่วอวี่เฉิงเป็นคนแบบไหน ในฐานะที่เราเคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ฉันไม่อยากให้นายถูกเธอหลอก เพราะงั้น…”

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 727

    “ไม่สำคัญบ้าอะไร!” เขาถึงขั้นสบถคำหยาบออกมา “เรื่องระหว่างฉันกับลั่วอวี่เฉิง สำหรับเธอมันไม่สำคัญใช่ไหม?”เจี่ยนจือ: …ทำไมหัวข้อถึงออกทะเลมาเป็นเรื่องนี้ได้?“ถ้าไม่สำคัญ แล้วเธอวิ่งมาร้องไห้อยู่ตรงหน้าฉันทำไม? ถ้าไม่สำคัญ แล้วเธอบอกฉันทำไมว่าไม่ชอบให้ฉันอยู่กับลั่วอวี่เฉิง? ถ้าไม่สำคัญ แล้วเธอไปแย่งโควตาแข่งสุนทรพจน์ทำไม? ถ้าไม่สำคัญ แล้วทำไมต้องยืนกรานจะไล่ลั่วอวี่เฉิงออกจากร้านฉัน? ถ้าไม่สำคัญ แล้วเธอมาบีบต้นขาฉันเหมือนยัยหื่นตัวน้อยทำไม…”“เดี๋ยวก่อน!” เขาร่าย “ความผิด” ของเธอออกมายาวเหยียดขนาดนี้ เจี่ยนจือจำเป็นต้องขัดแล้ว “ใครเป็นยัยหื่นตัวน้อยกัน? ที่ฉันทำแบบนั้นก็เพราะ…”เพราะอะไร เธอกลับพูดไม่ออกความรู้สึกแบบนี้มันน่าอึดอัดชะมัด…ทุกข้อที่เขาพูดมา เธอก็เป็นคนทำจริง ๆ แต่จุดประสงค์ของเธอไม่ได้เป็นแบบที่เขาคิดจริง ๆ นะ…“เพราะอะไรล่ะ พูดมาสิ!” ดวงตาของเขาสว่างจนน่ากลัว และยิ่งทำให้เขาในตอนนี้ดูบีบคั้นเป็นพิเศษเจี่ยนจือยกมือปิดหน้า จะให้พูดตรง ๆ ว่าเพราะฉันกลัวขาตัวเองจะพิการ แล้วก็กลัวว่านายจะมีจุดจบที่ไม่ดีหรือไง? ช่างเถอะ ทำเป็นเต่าหดหัวไปก็แล้วกัน…“ยังไงก็ไม่ใช่แบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status