Share

บทที่ 4

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ลั่วอวี่เฉิงสังเกตท่าที แล้วหาโอกาสพูดแทรก "อาเยี่ยน นายอย่ารู้สึกแย่เพราะทุกคนว่าพี่สะใภ้ไม่ดีเลย ทุกคนเป็นห่วงนายจากใจจริง นายลองคิดดูสิ พวกเราคบกันมากี่ปีแล้ว ต่อให้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง นายฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถอะ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย!"

"ฉันไม่ได้โกรธ" เวินถิงเยี่ยนเก็บโทรศัพท์มือถือ "ช่างเถอะ เธอไม่ไปไหนหรอก มาต่อกันเถอะ"

อย่างไรเสีย ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากบ้านของพวกเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยไปที่อื่น และไม่มีที่ไหนให้ไปได้ด้วย

อาเหวินมองลั่วอวี่เฉิง แล้วบ่นพึมพำ "เฉิงเฉิงของเรานี่ใจกว้างจริง ๆ ถ้าตอนนั้นพวกนายไม่ได้เลิกกัน..."

"พูดอะไรน่ะ" ลั่วอวี่เฉิงจ้องอาเหวิน "คุมปากไม่ได้ทั้งคืน พูดแต่เรื่องเหลวไหล! อาเยี่ยนแต่งงานแล้ว นายพูดแบบนี้ไม่เหมาะนะ..."

พูดจบ แววตากลับแฝงความเศร้าลึก ๆ ขณะมองไปยังเวินถิงเยี่ยน "ที่ฉันกลับมา ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ขอแค่พวกนายยังยินดีที่จะรับฉันไว้ ยังอยู่ข้างฉัน ฉันก็พอใจแล้ว..."

"พูดอะไรโง่ ๆ เธอเป็นที่รักของกลุ่มพวกเราเสมอนั่นแหละ ใครกล้ามาแกล้งเธอ พวกเราไม่ปล่อยไว้แน่! นายว่าไหมอาเยี่ยน" อาเหวินตบหน้าอกผดุงคุณธรรม

เวินถิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ถือแก้วไวน์เขย่าเบา ๆ

ภาพนี้ดูคุ้นตาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อหลายปีก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ ชอบมองน้อง ๆ กลุ่มนี้หัวเราะเล่นกับลั่วอวี่เฉิง เมื่อไรที่เล่นกันจนเลยเถิด พวกนั้นถึงจะมาถามเขา เขาถึงจะผดุง "ความเป็นธรรม" ให้

ตอนนี้มาถามเขาอีกครั้ง เขาตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ "แน่นอน"

......

เจี่ยนจือไม่ได้กลับบ้าน

เธอเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้

ความน้อยใจและความเจ็บปวดทั้งหมดระเบิดออกมาทันทีที่ประตูห้องในโรงแรมปิดลง

ภาพที่อาเหวินเลียนแบบท่าเดินกะโผลกกะเผลกของเธอฉายขึ้นมาในดวงตาไม่หยุด เสียงหัวเราะเยาะดังก้องอยู่ในหูเธอราวกับคำสาป

ที่จริงแล้ว คำพูดที่เพื่อน ๆ ของเวินถิงเยี่ยนแอบนินทาเธอ เธอรู้มานานแล้ว แต่เธอไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเวินถิงเยี่ยนเลย

พวกนั้นเป็นเพื่อนรักของเขามาหลายปี เธอเข้าใจดี

เขาทำงานหนักมากตอนอยู่ข้างนอก เธอก็เข้าใจเช่นกัน

ดังนั้น เธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มไปรบกวนเขา ไม่อยากให้เขาต้องบาดหมางกับเพื่อน ๆ เพราะเธอด้วย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอคิดมากไปเอง

เขาจะบาดหมางกับเพื่อนของเขาเพราะเธอได้อย่างไรกัน?

นั่นคือเพื่อน ๆ ที่เขาคบกันมาหลายปีนะ!

เธอนับเป็นใครกัน?

เธอเป็นหนี้บุญคุณที่เขาจำใจต้องแต่งงานเพื่อตอบแทน เป็นภาระของเขา ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตของเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น

"เธอเป็นคนขาเป๋นะ! ถ้านายไม่แต่งกับเธอ แล้วใครจะต้องการเธออีก"

"คนขาเป๋อย่างเธอ ได้แต่งงานกับคนอย่างอาเยี่ยนแล้วยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก"

"ถ้าฉันเป็นอาเยี่ยน ฉันยอมให้คนที่ถูกรถชนขาเป๋ปีนั้นเป็นฉัน ดีกว่าแต่งกับคนขาเป๋กลับบ้านมาให้คนหัวเราะเยาะ"

"ประธานบริษัทคนอื่นมีภรรยาที่มีสง่าราศีทั้งนั้น มีแต่อาเยี่ยนของเรานี่แหละ แค่คนที่พาออกจากบ้านได้ยังไม่มีเลย"

……

สารพัดคำนินทาที่เธอได้ยินมาตลอดห้าปีพรั่งพรูเข้ามาในใจราวกับกระแสน้ำ เหมือนกับน้ำวนขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าม้วนเธอจนจมมิด

เธอหายใจไม่ออก เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกออก

เธอใช้มือที่สั่นเทาเปิดอัลบั้มภาพในโทรศัพท์มือถือที่เธอไม่กล้าเปิดมานานถึงห้าปี ในนั้นเป็นบันทึกการฝึกซ้อมและการแสดงในช่วงที่เธอเรียนปริญญาตรี

ตั้งแต่เธอขึ้นแสดงบนเวทีไม่ได้อีก เธอก็เก็บรูปภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการเต้นทั้งหมดไว้ที่นี่ ตั้งรหัสผ่านไว้และไม่เคยเปิดมันอีกเลย

ในตอนนี้ เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาสุ่มเปิดวิดีโอขึ้นมา

ท่ามกลางเสียงดนตรี เธอหมุนตัว ตีลังกา ฉีกขากลางอากาศ

ตอนนั้นเธอเคยร่าเริงสดใส เคยมีรูปร่างที่แข็งแรง เคยได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องเช่นกัน...

ดังนั้น การช่วยคนคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ?

แต่ถึงแม้จะเป็นตอนที่ช่วยเขา เธอก็ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขาเช่นกัน

เป็นเขาเองที่บอกว่าจะแต่งงานกับเธอ ทั้งยังวางแผนจัดพิธีขอแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ คุกเข่าพร้อมแหวนเพชรวงใหญ่ต่อหน้าเธอ ให้ความหวังเธอ...

เธอใช้มือที่สั่นเทาปิดเครื่องโทรศัพท์อย่างแรง ในที่สุดก็เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วร้องไห้โฮเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

เธอร้องไห้อยู่นานมาก

นานจนตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้า นานจนน้ำตาไม่สามารถไหลออกมาได้อีก เหลือเพียงความเจ็บปวดในอกที่กำลังแผดเผาเลียไล้เหมือนเปลวเพลิง

แต่ก็เป็นเพราะความเจ็บปวดนี้เช่นกัน ที่ทำให้เธอค้นพบแสงสว่างเล็ก ๆ หลังจากต้องดิ้นรนอยู่ในวังวนที่ทำให้หายใจไม่ออกนี้มานาน

ยิ่งเจ็บปวด ก็ยิ่งตาสว่าง

เธอเข้าไปล้างหน้าแรง ๆ ในห้องน้ำ เพื่อให้ตัวเองสงบลง

มองตัวเองที่ไร้สง่าราสีในกระจก พลางพูดกับตัวเองเงียบ ๆ "เจี่ยนจือ ร้องไห้ครั้งเดียวก็พอแล้ว ห้ามร้องอีกนะ ตอนนี้ ขอให้เธอกินข้าวให้ดี พักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ตั้งใจสอบนะ"

สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกโชคดี ก็คือในชีวิตแต่งงานอันยาวนานห้าปี เธอได้เรียนหนังสือทุกวันเพื่อเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เธอไม่ได้มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่เพราะมีเวลามากเกินไปและรู้สึกเบื่อเกินไปจริง ๆ

การรอเวินถิงเยี่ยนกลับบ้าน คือชีวิตทั้งหมดของเธอ

แต่เวินถิงเยี่ยนมักจะกลับบ้านดึกมาก

ตอนแรกเธอคิดว่าเขางานยุ่ง แต่ต่อมาเธอถึงได้รู้ ว่าเขาแคไม่ต้องการกลับมาเผชิญหน้ากับเธอเร็วเกินไป

เธอได้ยินเองกับหู

ในตอนนั้นเธอเห็นใจเขาที่ทุ่มเททำงานหนัก จึงรวบรวมความกล้าแสดงความห่วงใย ทำอาหารเสริมมื้อพิเศษด้วยความรักกับมือตัวเอง และนำไปส่งให้เขาทานที่บริษัท แต่กลับได้ยินบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยิน

เขาและเพื่อนสนิทกำลังคุยกันอยู่ในออฟฟิศของเขา

เพื่อนสนิทถามว่าทำไมเขายังไม่กลับบ้าน ดึกดื่นจนบริษัทแทบจะไม่มีใครแล้ว เขายังเป็นประธานบริษัทที่ยังทำงานล่วงเวลาอยู่

เขาพูดเองกับปากว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะกลับไปจะเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของเจี่ยนจือยังไง"

ความหมายของประโยคนี้ เจี่ยนจือที่ใสซื่อในตอนนั้นไม่เข้าใจ แต่เพื่อนสนิทของเขาเข้าใจในทันที

เพื่อนสนิทอุทานเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต "ไม่จริงมั้ง? อาเยี่ยน อย่าบอกนะว่านายกับเธอยังไม่เคยนอนด้วยกัน"

เวินถิงเยี่ยนเงียบ

นี่คือความจริง

เวินถิงเยี่ยนไม่เคยแตะต้องเธอเลย

เธอเคยบอกใบ้ ถึงขั้นหน้าไม่อายรุกก่อน แต่ทุกครั้ง เขาก็ปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

เช่น ร่างกายเธอไม่แข็งแรง

หรือช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินไป

เธอไม่ได้โง่ เริ่มเข้าใจอย่างช้า ๆ ว่าเขาแค่ไม่รัก จึงไม่อยากสัมผัสเธอ

แต่ครั้งนั้นที่ได้ยินเขาพูดด้วยปากตัวเอง ความเจ็บปวดในใจของเธอก็ยังเหมือนถูกเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

ต่อมา เพื่อนสนิทเขาถามแบบทีเล่นทีจริง "อาเยี่ยน ไม่ใช่ว่านายเห็นเธอแล้วไม่มีปฏิกิริยาทางกายเลยหรอกนะ? ยังไงเธอก็ยังสวยมากนะ"

คำตอบของเวินถิงเยี่ยน กลายเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มลึกอยู่ในใจเธอ ในช่วงหลายปีต่อมา เข็มนั้นยังคงทิ่มแทงเธออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่นึกถึงก็จะเจ็บปวดแทบขาดใจ

ตอนนั้นเวินถิงเยี่ยนตอบว่า "ฉันก็เคยพยายามแล้วเหมือนกัน อยากจะมีความสัมพันธ์เหมือนสามีภรรยาปกติ แต่แค่ฉันเห็นขาของเธอ ฉัน... ฉันก็หมดอารมณ์ทันที"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

ขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามเนื้อลีบเพราะช่วยชีวิตเขา ในสายตาของเขาคือสิ่งที่น่ารังเกียจ ทำให้หมดอารมณ์ และทำให้เขาไม่สนใจ...

สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เคาะประตูออฟฟิศ อาหารที่ทำด้วยความรักวันนั้นก็ถูกเธอโยนทิ้งลงถังขยะในบริษัทไป

นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่เคยไปที่บริษัทของเขาอีกเลย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (2)
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านต่อไม่ได้ทำไง อ่านมาตั้งเยอะแล้ว
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านมาจน288แล้ว
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 775

    เจี่ยนจือลอยเข้าไปใกล้ อยากช่วยจัดท่าทางให้เขานอนสบายขึ้น แต่เขากลับยื่นมือมาโอบท้ายทอยของเธอไว้เจี่ยนจือสัมผัสได้ถึงแรงจากมือของเขา ทว่ามันแผ่วเบาเหลือเกิน แผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก“ขอโทษนะ จือจือ ทำให้เธอตกใจแล้ว” เขากระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบพร่า ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังจะหมดลง“ไม่เป็นไร ไม่เลย……” เจี่ยนจือไม่ได้ขัดขืนแต่หลังจากพูดจบประโยคนี้ เขาก็คลายมือออกทันที เจี่ยนจือจึงลอยขึ้นไปกลางอากาศอีกครั้ง“ฉันไม่เป็นไรแล้ว เธอไปเถอะ” เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน“หืม?” เขากำลังไล่เธอไปงั้นเหรอ?“กลับไปที่โลกของเธอเถอะ” เขาพูดต่อ “เวินถิงเยี่ยนในโลกของเธอเป็นคนเลวมาก เธอห้ามให้อภัยเขาเด็ดขาดเลยนะ……ฉัน……ฉันได้เจอเธอวันนี้ มีความสุขมากเลย จือจือ ฉันขอเรียกเธอว่าจือจืออีกสักครั้งได้ไหม?”“อืม……” เจี่ยนจือฟังน้ำเสียงของเขาแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยจนคำพูดถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรออกมาเพื่อปลอบโยนเขาได้บ้าง โรคที่ต่อให้ผ่านไปอีกสิบกว่าปีก็ยังรักษาไม่หาย ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาฉลาดและโดดเดี่ยวขนาดนั้น เกรงว่าคงรู้แต่แรกแล้วล่ะว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร และจะมีชีวิตต่อไ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 774

    “น่าจะเป็นเพราะ……” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ฉันใกล้จะต้องจากไปแล้วเหมือนกัน”“เวินถิงเยี่ยน นายพูดไร้สาระอะไร……” เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบสองนะ จะจากไปแบบนี้ได้ยังไง?รอยยิ้มบางถูกจุดขึ้นบนใบหน้าซีดขาวของเวินถิงเยี่ยน “เธอคิดบ้างไหมว่าบางทีฉันอาจจะมีชีวิตอยู่ได้แค่ยี่สิบสองปีก็ได้?”“เหลวไหลอะไรของนาย?” เจี่ยนจือตวาดเขา อย่างน้อยเขาในอีกโลกหนึ่งก็มีชีวิตจนถึงอายุสามสิบกว่า ๆ นะ“ถ้าหากเธอไม่ได้ช่วยเวินถิงเยี่ยนคนนั้น บางทีเขาอาจจะโดนรถชนตายตั้งแต่อายุยี่สิบสองก็ได้นี่?” เขาเอ่ยด้วยท่าทีนิ่งเฉยราวกับเรื่องที่พูดถึงเป็นเรื่องของคนอื่นเจี่ยนจือได้แต่ยืนนิ่งกับที่สำหรับข้อสันนิษฐานข้างต้น เธอไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอามาโต้แย้งเขาได้เลย เพียงแต่เขารู้เรื่องของโลกอีกใบได้อย่างไร“เธอคิดว่าเธอฝันได้คนเดียวเหรอ?ฉันก็ฝันเหมือนกัน……” จู่ ๆ เขาก็ขมวดคิ้ว ใบหน้าฉายแววเจ็บปวดออกมา“เวินถิงเยี่ยน!”เดิมทีเธอตั้งใจจะถามว่าเขาฝันเห็นอะไร แต่เมื่อเห็นท่าทางเจ็บปวดของเขาก็พลันร้อนใจขึ้นมา ในห้องพักผู้ป่วยเดี่ยว นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครอยู่เลยสักคน “ไม่มีคนมาเฝ้านายเลยเหรอ?”เขาหอบหายใจพูดอย่างยากลำบาก “ฉัน……

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 773

    ช่วงบ่าย เจี่ยนจือเดินทางมาถึงโรงละครเพื่อซ้อมการแสดงตามเวลานัดหมาย ราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อนไม่มีใครรู้เลยว่า ข้างหูเธอยังคงมีเสียงหนึ่งที่ตามหลอกหลอนกันไม่หยุด“เคราะห์ร้ายทั้งหมดฉันเอาติดตัวมาด้วยหมดแล้วนะ ดังนั้นชีวิตที่เหลือของเธอจะมีแต่ความสุข ความเบิกบาน สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง”“จือจือ ลืมอดีตที่ผ่านมา แล้วเดินหน้าต่อไปอย่างกล้าหาญและมีความสุขเถอะนะ โอเคไหม?”“จือจือ ลาก่อน”เมื่อการซ้อมจบลง เธอก็หมดแรงจนล้มตัวนอนแผ่อยู่บนเวที ได้ยินเสียงในหัวใจของตัวเองกำลังตอบกลับไปว่า:อืม ลาก่อน ฉันจะก้าวต่อไปข้างหน้า จะไม่หันหลังกลับไปอีกในเมื่อรับปากแล้วว่าจะไม่หันกลับไปมอง จะทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง เจี่ยนจือก็ทำตามที่พูดจริง ๆ หลังการแสดงจบลง เธอเดินทางกลับพร้อมกับตี๋โยวและคนอื่น ๆหลังจากนั้น เธอก็จะเดินทางมาที่ไอร์แลนด์ปีละหนึ่งครั้งแทบทุกปี บางครั้งก็มาช่วงฤดูร้อน บางปีก็ฤดูหนาว และทุกครั้งเธอก็จะเดินทางกลับทันทีหลังเสร็จกิจกรรมแลกเปลี่ยนที่เบอร์ลินเธอรู้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีหิมะตกลงมาในเบอร์ลิน และละลายหายไปอย่างเงียบเชียบที่สุดงั้นก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเถอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 772

    เขายื่นจดหมายฉบับนั้นให้เจี่ยนจือ “คำสั่งเสียสุดท้ายของคุณเวิน ตอนนี้ผมทำตามจนสำเร็จแล้วครับ”“ขอบคุณค่ะ” เจี่ยนจือรับจดหมายมา พลางก้มมองข้อความบนหน้าซองที่เขียนว่า “เฉพาะเจี่ยนจือ” จู่ ๆ เธอก็ไม่กล้าเปิดอ่านขึ้นมาเสียอย่างนั้นเจี่ยนหลานกุมมือของเธอไว้ “ถ้าไม่อยากเปิดตอนนี้ ก็ไม่ต้องเปิดหรอก”“หนูจะไม่เปิดมันเด็ดขาด!” ความขมขื่นที่อัดอั้นอยู่ในใจเจี่ยนจือพลันเอ่อท้นขึ้นมา“อืม งั้นก็ไม่ต้องเปิดหรอก” เจี่ยนหลานกระชับฝ่ามือที่กุมมือเธออยู่ ลังเลนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็เอ่ยเสียงต่ำว่า “เขาป่วยเป็นโรคเดียวกับพ่อของเขา เพียงแต่ตรวจเจอเร็วกว่า เขาตรวจเจอโรคนี้ในวันที่ถูกรถชน ……”เจี่ยนหลานก้มสำรวจสีหน้าเธอ เมื่อเห็นว่าใบหน้าเธอไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ก็กระชับฝ่ามือให้แน่นขึ้นอีก “เขาเป็นคนขอร้องพี่ ไม่ให้บอกอะไรกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาเสียขาไปหรือเรื่องที่เขาป่วย ก็ห้ามบอกเราทั้งนั้น เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและรักษาตัวมานานถึงสองปี แต่สุดท้ายก็ยังพ่ายแพ้ให้กับโรคร้าย เมื่อปีก่อนเขาน่าจะรู้ตัวแล้วว่าอาการของตัวเองกำลังทรุดลง ถึงได้ดึงดันจะมาไอร์แลนด์ให้ได้ หลังจากมาถึงได้ไม่นาน เขาก็หมด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 771

    “……ชีวิตของเขาผ่านช่วงรุ่งเรืองและตกต่ำมามากมาย เคยประสบความสำเร็จ เคยทำผิดพลาด เขาเฝ้าขอให้คนในครอบครัวให้อภัยมาตลอดชีวิต สุดท้ายโรคร้ายก็พรากเขาไปจากโลกนี้ ……ขอให้บนสวรรค์ไม่มีความเจ็บป่วย ขอให้ชาติหน้าไม่ทำผิดพลาดอีก……”ในหัวของเจี่ยนจือมีเสียงอื้ออึงดังไม่หยุด หูของเธอเริ่มอื้อจนไม่ได้ยินอะไร ทั้งที่คนบนเวทีกล่าวอะไรตั้งมากมาย แต่มีเพียงบางประโยคเท่านั้นที่เล็ดลอดเข้ามาในโสตประสาทของเธอหลังจากกล่าวจบ ชายคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วเห็นเธอเข้าพอดี สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันทีก่อนที่ร่างสูงจะรีบสาวเท้าเข้ามาหาเธอ“จือจือ ” เขาคว้าลาดไหล่บางของเธอไว้ จ้องมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา เรียวคิ้วเริ่มขมวดยุ่ง เมื่อมองข้ามไหล่ของผู้เป็นพี่ไป เจี่ยนจือพอเห็นผ่านม่านน้ำตาราง ๆ ว่าผู้คนในโบสถ์ทยอยลุกออกจากที่นั่ง แล้วเดินไปวางดอกไม้บนโลงศพ และหนึ่งในนั้นก็มีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ด้วย นั่นคือเจ้าของโรงแรมในไอร์แลนด์ที่เธอเคยพบมาก่อน“จือจือ……” เขาพยายามจะดึงเธอเข้ามากอด เมื่อเห็นแววตาเลื่อนลอยของเธอเจี่ยนจือผลักเขาออกด้วยแรงประมาณหนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พี่……บอกมาสิ ว่าคนที

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 770

    ข้อความโดยละเอียดคือ:เมิ่งเฉิงซ่ง หากนายได้อ่านข้อความนี้ ก็อย่าแปลกใจไปเลยแล้วก็ไม่ต้องถามด้วยว่าเพราะอะไรเพราะฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันจักรวาลกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มีเรื่องราวมากมายเหลือคณานับที่มนุษย์ไม่อาจหาคำตอบได้ฉันโชคดีที่ได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับนาย มีนายเป็นเหมือนพี่น้องต่างสายเลือด ฉันโชคดีที่ได้เดินตามรอยนาย เดินทางไปในทุกที่ที่นายไป ดีใจที่ตัวฉันได้กลายเป็นนายอีกคน และได้ตัดสินใจแทนนาย ขอให้ชีวิตที่เหลือของนายราบรื่นและสงบสุข ขอให้นายมีความสุขตลอดไปเจี่ยนจือลอยอยู่เหนือข้อความเหล่านั้น จากมุมมองของเธอตอนนี้ เธอมองเห็นขนตาของเมิ่งเฉิงซ่งค่อย ๆ ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา“หง่าง——หง่าง——หง่าง——” ไม่รู้ว่าเสียงระฆังดังมาจากทางไหน มันดังจนหัวใจเธอสั่นไหวด้วยความเจ็บปวด ท่ามกลางสติอันเลือนราง เธอคล้ายได้ยินเสียงสวดมนต์ดังขึ้นข้างหู ขมับของเธอเริ่มปวดตุบ เมื่อสติของเธอดับวูบลง เหมือนเธอจะได้ยินเสียงของใครบางคนดังมาจากห้วงความทรงจำอันไกลโพ้น:ถ้าหากชาติหน้ามีจริง หวังจริง ๆ ว่าจะช่วยทำให้ความปรารถนาทุกอย่างของเขาเป็นจริง“ติ๊ง——” ไม่รู้ว่าเสียงกริ่งที่ไหนช่วยดึงเจี่ยนจือออกมาจากห้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status