Share

บทที่ 4

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ลั่วอวี่เฉิงสังเกตท่าที แล้วหาโอกาสพูดแทรก "อาเยี่ยน นายอย่ารู้สึกแย่เพราะทุกคนว่าพี่สะใภ้ไม่ดีเลย ทุกคนเป็นห่วงนายจากใจจริง นายลองคิดดูสิ พวกเราคบกันมากี่ปีแล้ว ต่อให้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง นายฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถอะ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย!"

"ฉันไม่ได้โกรธ" เวินถิงเยี่ยนเก็บโทรศัพท์มือถือ "ช่างเถอะ เธอไม่ไปไหนหรอก มาต่อกันเถอะ"

อย่างไรเสีย ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากบ้านของพวกเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยไปที่อื่น และไม่มีที่ไหนให้ไปได้ด้วย

อาเหวินมองลั่วอวี่เฉิง แล้วบ่นพึมพำ "เฉิงเฉิงของเรานี่ใจกว้างจริง ๆ ถ้าตอนนั้นพวกนายไม่ได้เลิกกัน..."

"พูดอะไรน่ะ" ลั่วอวี่เฉิงจ้องอาเหวิน "คุมปากไม่ได้ทั้งคืน พูดแต่เรื่องเหลวไหล! อาเยี่ยนแต่งงานแล้ว นายพูดแบบนี้ไม่เหมาะนะ..."

พูดจบ แววตากลับแฝงความเศร้าลึก ๆ ขณะมองไปยังเวินถิงเยี่ยน "ที่ฉันกลับมา ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ขอแค่พวกนายยังยินดีที่จะรับฉันไว้ ยังอยู่ข้างฉัน ฉันก็พอใจแล้ว..."

"พูดอะไรโง่ ๆ เธอเป็นที่รักของกลุ่มพวกเราเสมอนั่นแหละ ใครกล้ามาแกล้งเธอ พวกเราไม่ปล่อยไว้แน่! นายว่าไหมอาเยี่ยน" อาเหวินตบหน้าอกผดุงคุณธรรม

เวินถิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ถือแก้วไวน์เขย่าเบา ๆ

ภาพนี้ดูคุ้นตาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อหลายปีก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ ชอบมองน้อง ๆ กลุ่มนี้หัวเราะเล่นกับลั่วอวี่เฉิง เมื่อไรที่เล่นกันจนเลยเถิด พวกนั้นถึงจะมาถามเขา เขาถึงจะผดุง "ความเป็นธรรม" ให้

ตอนนี้มาถามเขาอีกครั้ง เขาตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ "แน่นอน"

......

เจี่ยนจือไม่ได้กลับบ้าน

เธอเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้

ความน้อยใจและความเจ็บปวดทั้งหมดระเบิดออกมาทันทีที่ประตูห้องในโรงแรมปิดลง

ภาพที่อาเหวินเลียนแบบท่าเดินกะโผลกกะเผลกของเธอฉายขึ้นมาในดวงตาไม่หยุด เสียงหัวเราะเยาะดังก้องอยู่ในหูเธอราวกับคำสาป

ที่จริงแล้ว คำพูดที่เพื่อน ๆ ของเวินถิงเยี่ยนแอบนินทาเธอ เธอรู้มานานแล้ว แต่เธอไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเวินถิงเยี่ยนเลย

พวกนั้นเป็นเพื่อนรักของเขามาหลายปี เธอเข้าใจดี

เขาทำงานหนักมากตอนอยู่ข้างนอก เธอก็เข้าใจเช่นกัน

ดังนั้น เธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มไปรบกวนเขา ไม่อยากให้เขาต้องบาดหมางกับเพื่อน ๆ เพราะเธอด้วย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอคิดมากไปเอง

เขาจะบาดหมางกับเพื่อนของเขาเพราะเธอได้อย่างไรกัน?

นั่นคือเพื่อน ๆ ที่เขาคบกันมาหลายปีนะ!

เธอนับเป็นใครกัน?

เธอเป็นหนี้บุญคุณที่เขาจำใจต้องแต่งงานเพื่อตอบแทน เป็นภาระของเขา ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตของเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น

"เธอเป็นคนขาเป๋นะ! ถ้านายไม่แต่งกับเธอ แล้วใครจะต้องการเธออีก"

"คนขาเป๋อย่างเธอ ได้แต่งงานกับคนอย่างอาเยี่ยนแล้วยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก"

"ถ้าฉันเป็นอาเยี่ยน ฉันยอมให้คนที่ถูกรถชนขาเป๋ปีนั้นเป็นฉัน ดีกว่าแต่งกับคนขาเป๋กลับบ้านมาให้คนหัวเราะเยาะ"

"ประธานบริษัทคนอื่นมีภรรยาที่มีสง่าราศีทั้งนั้น มีแต่อาเยี่ยนของเรานี่แหละ แค่คนที่พาออกจากบ้านได้ยังไม่มีเลย"

……

สารพัดคำนินทาที่เธอได้ยินมาตลอดห้าปีพรั่งพรูเข้ามาในใจราวกับกระแสน้ำ เหมือนกับน้ำวนขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าม้วนเธอจนจมมิด

เธอหายใจไม่ออก เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกออก

เธอใช้มือที่สั่นเทาเปิดอัลบั้มภาพในโทรศัพท์มือถือที่เธอไม่กล้าเปิดมานานถึงห้าปี ในนั้นเป็นบันทึกการฝึกซ้อมและการแสดงในช่วงที่เธอเรียนปริญญาตรี

ตั้งแต่เธอขึ้นแสดงบนเวทีไม่ได้อีก เธอก็เก็บรูปภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการเต้นทั้งหมดไว้ที่นี่ ตั้งรหัสผ่านไว้และไม่เคยเปิดมันอีกเลย

ในตอนนี้ เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาสุ่มเปิดวิดีโอขึ้นมา

ท่ามกลางเสียงดนตรี เธอหมุนตัว ตีลังกา ฉีกขากลางอากาศ

ตอนนั้นเธอเคยร่าเริงสดใส เคยมีรูปร่างที่แข็งแรง เคยได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องเช่นกัน...

ดังนั้น การช่วยคนคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ?

แต่ถึงแม้จะเป็นตอนที่ช่วยเขา เธอก็ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขาเช่นกัน

เป็นเขาเองที่บอกว่าจะแต่งงานกับเธอ ทั้งยังวางแผนจัดพิธีขอแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ คุกเข่าพร้อมแหวนเพชรวงใหญ่ต่อหน้าเธอ ให้ความหวังเธอ...

เธอใช้มือที่สั่นเทาปิดเครื่องโทรศัพท์อย่างแรง ในที่สุดก็เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วร้องไห้โฮเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

เธอร้องไห้อยู่นานมาก

นานจนตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้า นานจนน้ำตาไม่สามารถไหลออกมาได้อีก เหลือเพียงความเจ็บปวดในอกที่กำลังแผดเผาเลียไล้เหมือนเปลวเพลิง

แต่ก็เป็นเพราะความเจ็บปวดนี้เช่นกัน ที่ทำให้เธอค้นพบแสงสว่างเล็ก ๆ หลังจากต้องดิ้นรนอยู่ในวังวนที่ทำให้หายใจไม่ออกนี้มานาน

ยิ่งเจ็บปวด ก็ยิ่งตาสว่าง

เธอเข้าไปล้างหน้าแรง ๆ ในห้องน้ำ เพื่อให้ตัวเองสงบลง

มองตัวเองที่ไร้สง่าราสีในกระจก พลางพูดกับตัวเองเงียบ ๆ "เจี่ยนจือ ร้องไห้ครั้งเดียวก็พอแล้ว ห้ามร้องอีกนะ ตอนนี้ ขอให้เธอกินข้าวให้ดี พักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ตั้งใจสอบนะ"

สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกโชคดี ก็คือในชีวิตแต่งงานอันยาวนานห้าปี เธอได้เรียนหนังสือทุกวันเพื่อเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เธอไม่ได้มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่เพราะมีเวลามากเกินไปและรู้สึกเบื่อเกินไปจริง ๆ

การรอเวินถิงเยี่ยนกลับบ้าน คือชีวิตทั้งหมดของเธอ

แต่เวินถิงเยี่ยนมักจะกลับบ้านดึกมาก

ตอนแรกเธอคิดว่าเขางานยุ่ง แต่ต่อมาเธอถึงได้รู้ ว่าเขาแคไม่ต้องการกลับมาเผชิญหน้ากับเธอเร็วเกินไป

เธอได้ยินเองกับหู

ในตอนนั้นเธอเห็นใจเขาที่ทุ่มเททำงานหนัก จึงรวบรวมความกล้าแสดงความห่วงใย ทำอาหารเสริมมื้อพิเศษด้วยความรักกับมือตัวเอง และนำไปส่งให้เขาทานที่บริษัท แต่กลับได้ยินบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยิน

เขาและเพื่อนสนิทกำลังคุยกันอยู่ในออฟฟิศของเขา

เพื่อนสนิทถามว่าทำไมเขายังไม่กลับบ้าน ดึกดื่นจนบริษัทแทบจะไม่มีใครแล้ว เขายังเป็นประธานบริษัทที่ยังทำงานล่วงเวลาอยู่

เขาพูดเองกับปากว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะกลับไปจะเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของเจี่ยนจือยังไง"

ความหมายของประโยคนี้ เจี่ยนจือที่ใสซื่อในตอนนั้นไม่เข้าใจ แต่เพื่อนสนิทของเขาเข้าใจในทันที

เพื่อนสนิทอุทานเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต "ไม่จริงมั้ง? อาเยี่ยน อย่าบอกนะว่านายกับเธอยังไม่เคยนอนด้วยกัน"

เวินถิงเยี่ยนเงียบ

นี่คือความจริง

เวินถิงเยี่ยนไม่เคยแตะต้องเธอเลย

เธอเคยบอกใบ้ ถึงขั้นหน้าไม่อายรุกก่อน แต่ทุกครั้ง เขาก็ปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

เช่น ร่างกายเธอไม่แข็งแรง

หรือช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินไป

เธอไม่ได้โง่ เริ่มเข้าใจอย่างช้า ๆ ว่าเขาแค่ไม่รัก จึงไม่อยากสัมผัสเธอ

แต่ครั้งนั้นที่ได้ยินเขาพูดด้วยปากตัวเอง ความเจ็บปวดในใจของเธอก็ยังเหมือนถูกเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

ต่อมา เพื่อนสนิทเขาถามแบบทีเล่นทีจริง "อาเยี่ยน ไม่ใช่ว่านายเห็นเธอแล้วไม่มีปฏิกิริยาทางกายเลยหรอกนะ? ยังไงเธอก็ยังสวยมากนะ"

คำตอบของเวินถิงเยี่ยน กลายเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มลึกอยู่ในใจเธอ ในช่วงหลายปีต่อมา เข็มนั้นยังคงทิ่มแทงเธออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่นึกถึงก็จะเจ็บปวดแทบขาดใจ

ตอนนั้นเวินถิงเยี่ยนตอบว่า "ฉันก็เคยพยายามแล้วเหมือนกัน อยากจะมีความสัมพันธ์เหมือนสามีภรรยาปกติ แต่แค่ฉันเห็นขาของเธอ ฉัน... ฉันก็หมดอารมณ์ทันที"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

ขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามเนื้อลีบเพราะช่วยชีวิตเขา ในสายตาของเขาคือสิ่งที่น่ารังเกียจ ทำให้หมดอารมณ์ และทำให้เขาไม่สนใจ...

สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เคาะประตูออฟฟิศ อาหารที่ทำด้วยความรักวันนั้นก็ถูกเธอโยนทิ้งลงถังขยะในบริษัทไป

นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่เคยไปที่บริษัทของเขาอีกเลย
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 100

    ถ้าจะพูดแบบนั้น มันก็ไม่ได้ผิดอะไร..."ฉันแค่กะว่าจะจ้างนายให้...""มันต่างกันตรงไหน"เธอยังพูดประโยค 'จ้างให้นายช่วยสอนโจทย์' ไม่ทันจบ เขาก็ชิงขัดจังหวะเธอเสียก่อนจากนั้น เงินยี่สิบห้าบาทก็ถูกยัดกลับใส่กระเป๋าเธอ เขาเดินปลิวผ่านตัวเธอไปราวกับสายลม พร้อมกับทิ้งประโยคหนึ่งลอยละล่องมาว่า 'พี่น่ะยังไม่ตกอับถึงขั้นนั้นหรอกนะ!'นี่คือสิ่งที่เขาบอกว่า เธอเคยไปถามโจทย์เขาเขาคงจำได้แค่ราง ๆ ว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่กลับลืมเหตุและผลแวดล้อมทั้งหมดไป มีเพียงเธอที่ยังจำได้ ในช่วงเวลาที่สับสนแต่มั่นคงเหล่านั้น ต่างฝ่ายต่างเคยเป็นพยานในมุมที่น่าสมเพชของกันและกันแต่ก็นั่นแหละ มันก็แค่รอยขีดเขียนสีหม่น ๆ ในความทรงจำวัยเยาว์ ลืมไปซะได้ก็คงจะดีกว่า..."เจี่ยนจือลูก..." คุณย่าเรียกเธอ ขัดจังหวะการคิดหวนอดีต "หลาน...เขารู้เรื่องหรือยัง?"คุณย่ากระซิบถามเธอเบา ๆเธอเหลือบมองแผ่นหลังของเวินถิงเยี่ยนในห้องครัวปราดหนึ่ง แล้วส่ายหน้าเบา ๆ พลางลดเสียงต่ำ "คุณย่าคะ หนูยังไม่อยากพูดตอนนี้ แต่หนูจะบอกเขาแน่ค่ะ"คุณย่ายิ้มออกมาพลางลูบผมเธอ "เอาเถอะ ย่าสนับสนุนทุกการตัดสินใจของหลาน ขอแค่หลานมี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 99

    เธอตะลึงค้าง ไม่เคยรู้เลยว่าสถานการณ์ทางบ้านของเขาจะเป็นแบบนี้เขาเป็นคนเด็ดเดี่ยวมาก เขาไม่ได้ก้มลงเก็บเงินเหล่านั้นเลยเธอได้ยินเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ไม่จำเป็น ตั้งแต่นี้ต่อไป ผมจะไม่ขอเงินคุณอีกแม้แต่บาทเดียว!"พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปทันทีคนในรถลงวิ่งตามมา "ได้! แกเก่งนักก็อย่ากลับมาขอเงินแล้วกัน! ฉันจะคอยดูว่าแกจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง!"แสงอาทิตย์ยามเย็นของวันนั้นสว่างจ้ามาก มันฉาบลงบนตัวเขาจนดูเหมือนเคลือบด้วยทองคำ เขาหัวเราะอย่างทระนง และพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับไปมองว่า "ไม่ต้องห่วง ต่อให้ต้องไปให้ผู้หญิงรวย ๆ เลี้ยงดู ผมก็จะไม่กลับไปหาคุณแน่!"นั่นมันคำพูดอะไรกัน! มันทำให้เจี่ยนจือในวัยสมัยมัธยมปลายถึงกับอึ้งไปเลย!แต่จะว่าไป คำพูดทำนองนี้เธอก็ได้ยินมาไม่น้อยเหมือนกัน เวลาแม่ด่าเธอ มักจะพูดอยู่บ่อย ๆ ว่าเลี้ยงเธอไปก็เปลืองข้าวสุก สู้ให้เธอไปขายดีกว่า...ทุกครั้งที่แม่ด่าเธอแบบนั้น เธอจะรู้สึกอับอายและเสียใจจนอยากจะหายไปจากโลกนี้ให้รู้แล้วรู้รอด เธอทำได้เพียงกัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่น กัดจนเจ็บจนเลือดซึม เพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แต่ว่าคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากของ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 98

    เขาทำอาหารเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอาหารกลางแจ้งเป็นด้วยขั้นตอนการก่อไฟกลายเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของเขาเขาออกแรงเยอะมากจนหน้าเปื้อนเขม่าดำเป็นปื้น แต่ไฟก็ยังไม่ยอมติดสักที เธอไม่เหมือนเขา เพราะตอนเด็ก ๆ เวลาปิดเทอมเธอมักจะกลับไปเล่นที่หมู่บ้าน ทั้งก่อไฟ ปีนต้นไม้ แย่งไข่นกกับเด็กคนอื่น ๆ เธอทำมาหมดทุกอย่างแล้วดังนั้น ในฐานะที่อยู่กลุ่มข้าง ๆ เธอจึงทนดูต่อไม่ไหว เดินเข้าไปเขี่ยฟืนในเตาให้มีช่องว่าง แล้วจัดการก่อไฟให้เขาใหม่เขามองดูเปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นมาด้วยอาการตะลึงงันอยู่ครู่หนึ่ง อาจเป็นเพราะรู้ตัวว่าสภาพตัวเองดูทุลักทุเลเกินไป เขาจึงไม่ได้แม้แต่จะกล่าวคำขอบคุณกับเธอแต่หลังจากนั้น เขาก็กลับมาคุมสถานการณ์ได้อย่างมั่นคง แค่ดูจากท่าทางตอนผัดผักทำกับข้าว ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นงานบ้านงานเรือนนั่นเป็นเพียงครั้งเดียวที่เธอได้ทานอาหารฝีมือเขาคนในกลุ่มของเขายังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง รู้ว่าที่มื้อนี้ได้กินกันจนอิ่มหนำสำราญส่วนใหญ่เป็นเพราะเขา ดังนั้นตอนกินข้าวพวกเพื่อน ๆ จึงยกน่องไก่ให้เขาเขาไม่ได้กินมัน แต่ตอนที่เดินผ่านกลุ่มของเธอ เขาเดินเข้ามาใกล้แล้ววางน่องไก่ชิ้นนั้นล

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 97

    "ได้สิ" ฟังจากน้ำเสียงแล้วดูเหมือนเขาจะอารมณ์ดีมาก อารมณ์ที่รื่นรมย์ของเขาคงอยู่เช่นนั้นไปตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้านคุณย่าตอนนี้คุณย่ากำลังเตรียมตัวจะกินมื้อเที่ยงพอดี บนโต๊ะมีเพียงโจ๊กธัญพืชหนึ่งถ้วย ผักดองหนึ่งจานและผักใบเขียวอีกหนึ่งจาน เมื่อเห็นพวกเขาทั้งสองมาถึง ท่านดูทั้งประหลาดใจและขัดเขินเล็กน้อยจนต้องรีบเก็บถ้วยชาม"พวกหลานมากันตอนนี้ได้ยังไง กินข้าวกันมาหรือยัง เดี๋ยวย่าไปทำกับข้าวให้!"เจี่ยนจือมองดูอาหารที่เรียบง่ายบนโต๊ะ ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับอาหารมื้อใหญ่ที่จัดเต็มทุกครั้งที่เธอมาหาคุณย่า "คุณย่าคะ ทำไมกินแค่ของพวกนี้ล่ะ!"คุณย่ารีบยกโจ๊กกับผักดองขึ้นมา "นี่มันของที่เหลือจากมื้อเช้าน่ะ ทิ้งไปก็น่าเสียดาย เลยเอามากินต่ออีกมื้อ ปกติย่าไม่ได้กินแบบนี้หรอก"เจี่ยนจือไม่เชื่อหรอก เธอจ้องมองคุณย่าพลางทำปากยื่น"เอาล่ะ ดูทำหน้าทำตาเข้า เดี๋ยวย่าไปทำของอร่อย ๆ ให้กินเดี๋ยวนี้เลย รอเดี๋ยวนะ!" คุณย่าถือจานเดินเข้าครัวไป ราวกับกำลังหลบหน้าเจี่ยนจือเจี่ยนจือรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยเธอไม่เชื่อหรอกว่าคุณย่าจะกินแบบนี้แค่บางครั้ง...เวินถิงเยี่ยนวางของที่ซื้อมาฝากคุณย่าลง แล้วเดิ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 96

    "ใช่ค่ะคุณนาย หลังนี้ทำเลดีที่สุดของเราเลยนะคะ อยู่ติดริมทะเลสาบเลย ช่วงที่อากาศอุ่นจะมีหงส์บินมาด้วย บรรยากาศรื่นรมย์มากค่ะ" พนักงานขายช่วยเสริมเวินถิงเยี่ยนจูงมือเธอเดินออกไปที่ระเบียง เพื่อให้เธอได้สัมผัสกับทัศนียภาพของบ้านไอจากผิวน้ำริมทะเลสาบพัดเข้ามาปะทะหน้า เธอสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของต้นไม้ใบหญ้า รื่นรมย์มากจริง ๆ"เป็นยังไง ชอบไหม" เขาถามพลางกุมมือเธอไว้เธอก้มลงมองมือของเขาที่วางทับซ้อนอยู่บนมือเธอ...เอาเถอะ เห็นแก่ที่บ้านหลังนี้ถูกใจเธอมาก เธอจะยอมอดทนแล้วกัน!เธอพยักหน้าเมื่อเขาเห็นแบบนั้นก็ยิ่งพอใจ "ฉันก็ว่าไม่เลว หรือไม่ก็รอให้ตกแต่งเสร็จ พวกเราย้ายมาอยู่ที่นี่กันเองก็ได้ ส่วนเรื่องที่เจี่ยนโจวจะแต่งงาน... ค่อยว่ากันอีกที"เจี่ยนจือยืนอยู่บนระเบียง ในหัวเอาแต่คิดว่าจะแบ่งพื้นที่สวนชั้นหนึ่งไว้ปลูกผักยังไงดี ถึงเวลาคุณย่าย้ายมาอยู่ มีสวนให้ปลูกผักแบบนี้ ท่านต้องมีความสุขมากแน่ ๆ แน่นอนว่าเวินถิงเยี่ยนพูดอะไรไปบ้าง เธอก็ไม่ได้ตั้งใจฟังสักเท่าไร"ไปเถอะ เข้าไปดูข้างในกันต่อ" เพราะจู่ ๆ ก็นึกอยากจะย้ายมาอยู่เอง เวินถิงเยี่ยนจึงตั้งใจจะดูผังบ้าน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 95

    เวินถิงเยี่ยนเริ่มขับรถต่อ แต่ทิศทางนั้นยังคงไม่ใช่ทางไปบ้านคุณย่า"ฉันจะพาเธอไปดูบ้าน" เขาถอนหายใจแผ่วเบา "ที่เอาบัตรประชาชนเธอไปเมื่อวาน จริง ๆ แล้วคือจะซื้อบ้านให้เธอน่ะ"เจี่ยนจือขมวดคิ้ว "ซื้อบ้าน?""พ่อกับแม่จะซื้อบ้านให้เจี่ยนโจวเพื่อแต่งงานไม่ใช่หรอกเหรอ" เขาถาม"พวกเขาส่งคนมาหานายอีกแล้วเหรอ?" เจี่ยนจือถามด้วยความระแวดระวังเวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไรความเงียบคือการยอมรับ"เมื่อไรกัน ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"เขาชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง ดวงตาแฝงรอยยิ้มอย่างประหลาด "เธอดุขนาดนั้น พวกเขาจะกล้าให้เธอรู้เหรอ"เจี่ยนจือไม่รู้ว่าไอ้ท่าทางกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มนี่มันมาจากไหน เธอแค่รู้สึกโกรธ ครอบครัวของเธอ มักจะเก่งที่สุดเรื่องคอยถ่วงแข้งถ่วงขา! มีวิธีทำให้เธอเงยหน้าไม่ขึ้นต่อหน้าเวินถิงเยี่ยนได้ตลอดเวลา!"เวินถิงเยี่ยน นายช่วยเลิกเจอใครก็แจกบ้านไปทั่วได้ไหม คนอื่นเขาเป็นแค่ต้นไม้เขย่าเงิน แต่นายเป็นต้นไม้เขย่าบ้านหรือไง เขย่าทีไรบ้านร่วงลงมาทุกที" ใครเขย่าก็แจกไปหมด!แต่เขากลับทำเหมือนไม่ได้ยินที่เธอพูด เอาแต่พูดในส่วนของตัวเองต่อ "ไม่นึกเลยว่าเธอจะมีมุมที่อารมณ์ร้ายขนาดนั้นด้วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status