Share

บทที่ 4

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ลั่วอวี่เฉิงสังเกตท่าที แล้วหาโอกาสพูดแทรก "อาเยี่ยน นายอย่ารู้สึกแย่เพราะทุกคนว่าพี่สะใภ้ไม่ดีเลย ทุกคนเป็นห่วงนายจากใจจริง นายลองคิดดูสิ พวกเราคบกันมากี่ปีแล้ว ต่อให้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง นายฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถอะ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย!"

"ฉันไม่ได้โกรธ" เวินถิงเยี่ยนเก็บโทรศัพท์มือถือ "ช่างเถอะ เธอไม่ไปไหนหรอก มาต่อกันเถอะ"

อย่างไรเสีย ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากบ้านของพวกเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยไปที่อื่น และไม่มีที่ไหนให้ไปได้ด้วย

อาเหวินมองลั่วอวี่เฉิง แล้วบ่นพึมพำ "เฉิงเฉิงของเรานี่ใจกว้างจริง ๆ ถ้าตอนนั้นพวกนายไม่ได้เลิกกัน..."

"พูดอะไรน่ะ" ลั่วอวี่เฉิงจ้องอาเหวิน "คุมปากไม่ได้ทั้งคืน พูดแต่เรื่องเหลวไหล! อาเยี่ยนแต่งงานแล้ว นายพูดแบบนี้ไม่เหมาะนะ..."

พูดจบ แววตากลับแฝงความเศร้าลึก ๆ ขณะมองไปยังเวินถิงเยี่ยน "ที่ฉันกลับมา ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ขอแค่พวกนายยังยินดีที่จะรับฉันไว้ ยังอยู่ข้างฉัน ฉันก็พอใจแล้ว..."

"พูดอะไรโง่ ๆ เธอเป็นที่รักของกลุ่มพวกเราเสมอนั่นแหละ ใครกล้ามาแกล้งเธอ พวกเราไม่ปล่อยไว้แน่! นายว่าไหมอาเยี่ยน" อาเหวินตบหน้าอกผดุงคุณธรรม

เวินถิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ถือแก้วไวน์เขย่าเบา ๆ

ภาพนี้ดูคุ้นตาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อหลายปีก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ ชอบมองน้อง ๆ กลุ่มนี้หัวเราะเล่นกับลั่วอวี่เฉิง เมื่อไรที่เล่นกันจนเลยเถิด พวกนั้นถึงจะมาถามเขา เขาถึงจะผดุง "ความเป็นธรรม" ให้

ตอนนี้มาถามเขาอีกครั้ง เขาตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ "แน่นอน"

......

เจี่ยนจือไม่ได้กลับบ้าน

เธอเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้

ความน้อยใจและความเจ็บปวดทั้งหมดระเบิดออกมาทันทีที่ประตูห้องในโรงแรมปิดลง

ภาพที่อาเหวินเลียนแบบท่าเดินกะโผลกกะเผลกของเธอฉายขึ้นมาในดวงตาไม่หยุด เสียงหัวเราะเยาะดังก้องอยู่ในหูเธอราวกับคำสาป

ที่จริงแล้ว คำพูดที่เพื่อน ๆ ของเวินถิงเยี่ยนแอบนินทาเธอ เธอรู้มานานแล้ว แต่เธอไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเวินถิงเยี่ยนเลย

พวกนั้นเป็นเพื่อนรักของเขามาหลายปี เธอเข้าใจดี

เขาทำงานหนักมากตอนอยู่ข้างนอก เธอก็เข้าใจเช่นกัน

ดังนั้น เธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มไปรบกวนเขา ไม่อยากให้เขาต้องบาดหมางกับเพื่อน ๆ เพราะเธอด้วย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอคิดมากไปเอง

เขาจะบาดหมางกับเพื่อนของเขาเพราะเธอได้อย่างไรกัน?

นั่นคือเพื่อน ๆ ที่เขาคบกันมาหลายปีนะ!

เธอนับเป็นใครกัน?

เธอเป็นหนี้บุญคุณที่เขาจำใจต้องแต่งงานเพื่อตอบแทน เป็นภาระของเขา ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตของเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น

"เธอเป็นคนขาเป๋นะ! ถ้านายไม่แต่งกับเธอ แล้วใครจะต้องการเธออีก"

"คนขาเป๋อย่างเธอ ได้แต่งงานกับคนอย่างอาเยี่ยนแล้วยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก"

"ถ้าฉันเป็นอาเยี่ยน ฉันยอมให้คนที่ถูกรถชนขาเป๋ปีนั้นเป็นฉัน ดีกว่าแต่งกับคนขาเป๋กลับบ้านมาให้คนหัวเราะเยาะ"

"ประธานบริษัทคนอื่นมีภรรยาที่มีสง่าราศีทั้งนั้น มีแต่อาเยี่ยนของเรานี่แหละ แค่คนที่พาออกจากบ้านได้ยังไม่มีเลย"

……

สารพัดคำนินทาที่เธอได้ยินมาตลอดห้าปีพรั่งพรูเข้ามาในใจราวกับกระแสน้ำ เหมือนกับน้ำวนขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าม้วนเธอจนจมมิด

เธอหายใจไม่ออก เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกออก

เธอใช้มือที่สั่นเทาเปิดอัลบั้มภาพในโทรศัพท์มือถือที่เธอไม่กล้าเปิดมานานถึงห้าปี ในนั้นเป็นบันทึกการฝึกซ้อมและการแสดงในช่วงที่เธอเรียนปริญญาตรี

ตั้งแต่เธอขึ้นแสดงบนเวทีไม่ได้อีก เธอก็เก็บรูปภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการเต้นทั้งหมดไว้ที่นี่ ตั้งรหัสผ่านไว้และไม่เคยเปิดมันอีกเลย

ในตอนนี้ เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาสุ่มเปิดวิดีโอขึ้นมา

ท่ามกลางเสียงดนตรี เธอหมุนตัว ตีลังกา ฉีกขากลางอากาศ

ตอนนั้นเธอเคยร่าเริงสดใส เคยมีรูปร่างที่แข็งแรง เคยได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องเช่นกัน...

ดังนั้น การช่วยคนคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ?

แต่ถึงแม้จะเป็นตอนที่ช่วยเขา เธอก็ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขาเช่นกัน

เป็นเขาเองที่บอกว่าจะแต่งงานกับเธอ ทั้งยังวางแผนจัดพิธีขอแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ คุกเข่าพร้อมแหวนเพชรวงใหญ่ต่อหน้าเธอ ให้ความหวังเธอ...

เธอใช้มือที่สั่นเทาปิดเครื่องโทรศัพท์อย่างแรง ในที่สุดก็เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วร้องไห้โฮเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

เธอร้องไห้อยู่นานมาก

นานจนตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้า นานจนน้ำตาไม่สามารถไหลออกมาได้อีก เหลือเพียงความเจ็บปวดในอกที่กำลังแผดเผาเลียไล้เหมือนเปลวเพลิง

แต่ก็เป็นเพราะความเจ็บปวดนี้เช่นกัน ที่ทำให้เธอค้นพบแสงสว่างเล็ก ๆ หลังจากต้องดิ้นรนอยู่ในวังวนที่ทำให้หายใจไม่ออกนี้มานาน

ยิ่งเจ็บปวด ก็ยิ่งตาสว่าง

เธอเข้าไปล้างหน้าแรง ๆ ในห้องน้ำ เพื่อให้ตัวเองสงบลง

มองตัวเองที่ไร้สง่าราสีในกระจก พลางพูดกับตัวเองเงียบ ๆ "เจี่ยนจือ ร้องไห้ครั้งเดียวก็พอแล้ว ห้ามร้องอีกนะ ตอนนี้ ขอให้เธอกินข้าวให้ดี พักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ตั้งใจสอบนะ"

สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกโชคดี ก็คือในชีวิตแต่งงานอันยาวนานห้าปี เธอได้เรียนหนังสือทุกวันเพื่อเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เธอไม่ได้มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่เพราะมีเวลามากเกินไปและรู้สึกเบื่อเกินไปจริง ๆ

การรอเวินถิงเยี่ยนกลับบ้าน คือชีวิตทั้งหมดของเธอ

แต่เวินถิงเยี่ยนมักจะกลับบ้านดึกมาก

ตอนแรกเธอคิดว่าเขางานยุ่ง แต่ต่อมาเธอถึงได้รู้ ว่าเขาแคไม่ต้องการกลับมาเผชิญหน้ากับเธอเร็วเกินไป

เธอได้ยินเองกับหู

ในตอนนั้นเธอเห็นใจเขาที่ทุ่มเททำงานหนัก จึงรวบรวมความกล้าแสดงความห่วงใย ทำอาหารเสริมมื้อพิเศษด้วยความรักกับมือตัวเอง และนำไปส่งให้เขาทานที่บริษัท แต่กลับได้ยินบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยิน

เขาและเพื่อนสนิทกำลังคุยกันอยู่ในออฟฟิศของเขา

เพื่อนสนิทถามว่าทำไมเขายังไม่กลับบ้าน ดึกดื่นจนบริษัทแทบจะไม่มีใครแล้ว เขายังเป็นประธานบริษัทที่ยังทำงานล่วงเวลาอยู่

เขาพูดเองกับปากว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะกลับไปจะเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของเจี่ยนจือยังไง"

ความหมายของประโยคนี้ เจี่ยนจือที่ใสซื่อในตอนนั้นไม่เข้าใจ แต่เพื่อนสนิทของเขาเข้าใจในทันที

เพื่อนสนิทอุทานเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต "ไม่จริงมั้ง? อาเยี่ยน อย่าบอกนะว่านายกับเธอยังไม่เคยนอนด้วยกัน"

เวินถิงเยี่ยนเงียบ

นี่คือความจริง

เวินถิงเยี่ยนไม่เคยแตะต้องเธอเลย

เธอเคยบอกใบ้ ถึงขั้นหน้าไม่อายรุกก่อน แต่ทุกครั้ง เขาก็ปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

เช่น ร่างกายเธอไม่แข็งแรง

หรือช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินไป

เธอไม่ได้โง่ เริ่มเข้าใจอย่างช้า ๆ ว่าเขาแค่ไม่รัก จึงไม่อยากสัมผัสเธอ

แต่ครั้งนั้นที่ได้ยินเขาพูดด้วยปากตัวเอง ความเจ็บปวดในใจของเธอก็ยังเหมือนถูกเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

ต่อมา เพื่อนสนิทเขาถามแบบทีเล่นทีจริง "อาเยี่ยน ไม่ใช่ว่านายเห็นเธอแล้วไม่มีปฏิกิริยาทางกายเลยหรอกนะ? ยังไงเธอก็ยังสวยมากนะ"

คำตอบของเวินถิงเยี่ยน กลายเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มลึกอยู่ในใจเธอ ในช่วงหลายปีต่อมา เข็มนั้นยังคงทิ่มแทงเธออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่นึกถึงก็จะเจ็บปวดแทบขาดใจ

ตอนนั้นเวินถิงเยี่ยนตอบว่า "ฉันก็เคยพยายามแล้วเหมือนกัน อยากจะมีความสัมพันธ์เหมือนสามีภรรยาปกติ แต่แค่ฉันเห็นขาของเธอ ฉัน... ฉันก็หมดอารมณ์ทันที"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

ขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามเนื้อลีบเพราะช่วยชีวิตเขา ในสายตาของเขาคือสิ่งที่น่ารังเกียจ ทำให้หมดอารมณ์ และทำให้เขาไม่สนใจ...

สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เคาะประตูออฟฟิศ อาหารที่ทำด้วยความรักวันนั้นก็ถูกเธอโยนทิ้งลงถังขยะในบริษัทไป

นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่เคยไปที่บริษัทของเขาอีกเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านต่อไม่ได้ทำไง อ่านมาตั้งเยอะแล้ว
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านมาจน288แล้ว
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 600

    เวินถิงเยี่ยนถูกส่งเข้าไอซียูแล้ว นั่นก็หมายความว่าตอนนี้พวกเธอจะไม่ได้เจอเขาอีกภายใต้การเกลี้ยกล่อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเจี่ยนหลาน แอนนากับเจี่ยนจือถึงยอมออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับบ้านเจี่ยนจือวางใจเรื่องแอนนาไม่ได้จริง ๆตลอดทาง แอนนาเอาแต่นิ่งเหม่อราวกับยังไม่สามารถยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเวินถิงเยี่ยนได้เลยคำพูดมากมายของเจี่ยนจือ ทั้งคำขอโทษ คำสัญญา คำรับรอง...ไม่มีคำไหนเลยที่เธอจะพูดออกมาได้พอแอนนาเดินออกจากอาคารผู้ป่วย ก็เดินตรงไปทางนอกโรงพยาบาล ถึงขั้นลืมไปด้วยซ้ำว่าต้องขึ้นรถของพวกเขา“แอนนา...” เจี่ยนจือเรียกเธอเอาไว้แอนนาหันกลับมาด้วยท่าทางเหม่อลอย“แอนนา” พอเห็นแอนนาเป็นแบบนี้ เจี่ยนจือก็แทบร้องไห้ออกมา “ถ้างั้นช่วงนี้เธอไปพักที่บ้านฉันสักระยะดีไหม?”เธอกังวลว่าแอนนาจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหวแต่แอนนากลับยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเธอยังยิ้มได้ยังไงกัน...หัวใจของเจี่ยนจือเปรี้ยวฝาดราวกับมะนาวลูกหนึ่งที่กำลังถูกบิดจนแหลกเพื่อคั้นน้ำออกมา“แอนนา” เจี่ยนจือกลั้นไม่ไหวอีกครั้ง เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น “ไปอยู่กับพวกเราก่อนเถอะ จะได

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 599

    เจี่ยนจือกับแอนนารออยู่นอกห้องฉุกเฉินนานมาก นานแสนนานจนกระทั่งฟ้ามืดสนิท ทั้งสามคนจึงทยอยถูกเข็นออกมาคนแรกที่ออกมาคือเซนต์ หรือก็คือบอดี้การ์ดที่ถูกยิง เขาได้รับบาดเจ็บตรงหัวไหล่ ตอนถูกเข็นออกมา บริเวณแผลถูกพันด้วยผ้าก๊อซ และตัวเขาก็มีสติแจ่มชัดแล้ว นอกจากสีหน้าจะซีดเล็กน้อยแล้ว ดูท่าทางสภาพจิตใจยังดีอยู่ หลังจากบอกเจี่ยนหลานว่าตัวเองไม่เป็นไรมาก ก็ถูกส่งตัวไปยังห้องพักผู้ป่วยจากนั้นก็เป็นบอดี้การ์ดที่ถูกรถชน เขากระดูกขาหัก ตอนถูกเข็นออกมา ขาข้างหนึ่งใส่เฝือกไว้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้วเจี่ยนจือมองขาของบอดี้การ์ดที่ถูกหุ้มด้วยเฝือก ความทรงจำอันห่างไกลช่วงหนึ่งพลันไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดกระหน่ำเธอกำเสื้อของเจี่ยนหลานแน่น “พี่ เขาจะขาเป๋ไหม?”บอดี้การ์ดก็เป็นคน ไม่ใช่เครื่องจักร เขาเพียงแค่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงงานหนึ่งเท่านั้น ถ้าต้องพิการเพราะเรื่องนี้...อาจเป็นเพราะตัวเธอเองเคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกันมาก่อน ดังนั้นเมื่อเห็นเฝือก จึงยิ่งรู้สึกบีบหัวใจเป็นพิเศษเจี่ยนหลานตบมือเธอเบา ๆ ก่อนจะไปถามรายละเอียดจากหมอ หลังจาก

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 598

    เจี่ยนจือถือโทรศัพท์ ก้มหน้าพิมพ์ข้อความหาแอนนา แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็มองตัวหนังสือบนหน้าจอไม่ชัด จนกระทั่งน้ำตาเม็ดใหญ่ไหลลงมาหยดใส่หน้าจอ เธอจึงได้รู้ว่าน้ำตาบดบังสายตาของเธอมานานแล้วเธอยกมือเช็ดน้ำตาอย่างแรง ก่อนจะเช็ดโทรศัพท์ให้สะอาด แล้วจึงบอกแอนนาว่าทั้งสามคนถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว ส่วนเป็นโรงพยาบาลไหน เธอยังต้องถามอีกทีแต่ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้งครั้งนี้เป็นเจี่ยงอวี๋ฝานเจี่ยงอวี๋ฝานโทรหาเธอตอนนี้ทำไม?“พี่! พี่อยู่ไหนน่ะ?” เสียงของเจี่ยงอวี๋ฝานฟังดูร้อนรนไม่แพ้กัน“ฉันอยู่ที่บ้าน” เจี่ยนจือปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ“อ๋อ ค่อยยังชั่ว ดีแล้ว” เจี่ยงอวี๋ฝานถอนหายใจอย่างเห็นได้ชัด “พี่ ช่วงนี้ถ้าไม่มีธุระก็อย่าออกไปไหนนะ ถ้ามีธุระด่วนต้องออกไปจริง ๆ ก็ต้องพาบอดี้การ์ดไปหลาย ๆ คน”“เธอ...ทำไม?” หรือเจี่ยงอวี๋ฝานก็รู้อะไรบางอย่างเหมือนกัน?“พี่ มีคนคิดจะทำร้ายพี่ คนนามสกุลลั่ว พี่ต้องระวังตัวให้ดีนะ”“เธอรู้ได้ยังไง?” เจี่ยนจือตกใจ“หนู…”เจี่ยงอวี๋ฝานยังพูดไม่ทันจบ สายก็ตัดไปเสียก่อนเจี่ยนจือเริ่มเป็นห่วงขึ้นมา เจี่ยงอวี๋ฝานคงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเห

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 597

    พอหลับตาลง เสียงปืนก็ดังขึ้นข้างหู ตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์คำราม ภาพคนที่ถูกชนจนกระเด็นลอยไปปรากฏขึ้นตรงหน้า รวมถึงกองเลือดบนพื้นที่ไหลออกมาหลังจากบอดี้การ์ดถูกยิงจนล้มลงจากนั้นเธอก็ได้รับสายจากแอนนาเสียงของแอนนาดังมาจากปลายสายอย่างร้อนรนเป็นพิเศษ “เจี่ยน เธออยู่ไหน? รีบกลับบ้านเร็ว มีคนคิดจะทำร้ายเธอ”ที่แท้แอนนาก็โทรหาเธอเพราะเรื่องนี้เอง...เจี่ยนจืออยากพูด แต่เสียงทั้งหมดกลับติดอยู่ในลำคอ พูดไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียวเธอรู้สึกผิดต่อแอนนา“เจี่ยน เวินไปหาเธอแล้ว! เธอเจอเขาหรือยัง? ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” แอนนาร้อนใจและก็เป็นห่วงเธอมาก แน่นอนว่าเธอก็คงกำลังเป็นห่วงเวินถิงเยี่ยนอยู่ด้วยแต่เจี่ยนจือจะพูดกับเธอยังไงดี?“แอนนา...” เจี่ยนจือเอ่ยปาก เสียงของเธอแหบพร่าไปหมดแล้ว “เวินถิงเยี่ยนเขา...ขอโทษนะ...เวินถิงเยี่ยนเขา...ถูกรถชน...”ตอนที่พูดประโยคนี้ออกมา อารมณ์ของเธอก็พังทลายลงในชั่วพริบตา“ขอโทษนะแอนนา...ขอโทษ...” เธอพยายามอย่างมากที่จะกลั้นเอาไว้ไม่ให้ร้องไห้ออกมาแอนนาเงียบไปนานมาก ราวกับต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งกว่าจะตั้งสติได้ ก่อนจะถามเธอว่า “ตอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 596

    เจี่ยนจือหันกลับไปมองเวินถิงเยี่ยนกับบอดี้การ์ดที่นอนอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง หัวใจบีบรัดแน่นด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็ยังรีบตามอัลเลนขึ้นรถไปติด ๆเสียงปืนทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตกใจจนรีบเข้ามาดู อัลเลนเอ่ยอย่างร้อนรนว่า “รีบแจ้งตำรวจ เรียกรถพยาบาลเร็ว!”พูดจบ เขาก็หันไปพูดกับทั้งสามคนที่นอนอยู่บนพื้นว่า “อดทนไว้นะ ผมจะขับรถออกไปก่อน แล้วค่อยแจ้งคุณรอสซี”คุณย่าตกใจกลัวจนจับมือเจี่ยนจือไว้แน่น ทั้งที่ตัวเองหวาดกลัวมาก แต่ก็ยังปลอบเจี่ยนจือว่า “จือจือไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว หมอกับตำรวจกำลังจะมา พวกเขาสามคนจะต้องไม่เป็นอะไร”เจี่ยนจือแนบตัวอยู่กับกระจกรถ มองทั้งสามคนที่ค่อย ๆ ห่างออกไป รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ในหัวของเธอมีแต่เสียงหึ่ง ๆ ดังไม่หยุด ส่วนหัวใจก็เหมือนมีใครถือกลองใบใหญ่มาทุบอย่างแรง ตึก…ตึก…ตึก… ทุบเสียจนใจเธอสั่นราวกับจะกระเด็นออกมา แม้แต่ในหู ในสมอง ก็เหมือนมีใครกำลังทุบดัง ตึก…ตึก…ตึก… อยู่ตลอดเวลาเธอกุมหน้าอกพลางหอบหายใจแรง “คุณย่า หนูไม่เป็นไร หนูไม่ได้กลัว แล้วคุณย่าล่ะ? เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”“ย่าไม่เป็นไร

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 595

    ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้วถึงแม้ตัวจะอยู่ที่ต่างประเทศ แต่สำหรับคนตระกูลเจี่ยนตรุษจีนยังคงเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของปีโดยเฉพาะกับคุณย่า พอถึงช่วงนี้ทีไรท่านก็มักจะยุ่งอยู่กับการเตรียมงานฉลองตามขนบธรรมเนียมเดิมที่คุ้นเคย ซึ่งเรื่องพวกนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่คนงานที่บ้านคุณป้าจัดการไม่ได้ จึงกลายเป็นหน้าที่ของคุณป้า เจี่ยนจือและเจี่ยนหลานที่ต้องช่วยคุณย่าจัดเตรียมทุกอย่างเองโดยเฉพาะเจี่ยนจือที่ยังไม่เปิดเทอม จึงมีเวลาช่วยคุณย่ามากกว่าคนอื่นทั้งเตรียมเนื้อเค็ม ตัดกระดาษมงคลตกแต่งหน้าต่างและประตู แถมยังถึงขั้นที่ไปซื้อโม่เล็ก ๆ มาอันหนึ่ง ตั้งใจจะบดข้าวเหนียวสำหรับทำบัวลอยจีนไม่มีทั้งคำพูดที่ว่า “ที่บ้านมีแฮมสเปนชั้นดีอยู่แล้วจะยังทำเนื้อเค็มไปทำไม” หรือแม้แต่ “ในซูเปอร์มาเก็ตจีนก็มีเม็ดบัวลอยสำเร็จรูปขายตั้งเยอะ นั่งโม่เองลำบากจะตาย” ทุกคนต่างเต็มใจทำตามขนมธรรมเนียมที่คุณย่ายึดถือ และที่สำคัญพวกเขาเองก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งเหล่านี้ไปด้วยกันถึงขนาดที่เจี่ยนหลานสนใจเครื่องโม่หินมาก เขาถึงขั้นเปิดดูคลิปสอนวิธีใช้ตามอินเทอร์เน็ต จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเขาถึงกับตื่นเช้ามาโม่ถั่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status