Share

บทที่ 4

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
ลั่วอวี่เฉิงสังเกตท่าที แล้วหาโอกาสพูดแทรก "อาเยี่ยน นายอย่ารู้สึกแย่เพราะทุกคนว่าพี่สะใภ้ไม่ดีเลย ทุกคนเป็นห่วงนายจากใจจริง นายลองคิดดูสิ พวกเราคบกันมากี่ปีแล้ว ต่อให้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง นายฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถอะ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย!"

"ฉันไม่ได้โกรธ" เวินถิงเยี่ยนเก็บโทรศัพท์มือถือ "ช่างเถอะ เธอไม่ไปไหนหรอก มาต่อกันเถอะ"

อย่างไรเสีย ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากบ้านของพวกเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยไปที่อื่น และไม่มีที่ไหนให้ไปได้ด้วย

อาเหวินมองลั่วอวี่เฉิง แล้วบ่นพึมพำ "เฉิงเฉิงของเรานี่ใจกว้างจริง ๆ ถ้าตอนนั้นพวกนายไม่ได้เลิกกัน..."

"พูดอะไรน่ะ" ลั่วอวี่เฉิงจ้องอาเหวิน "คุมปากไม่ได้ทั้งคืน พูดแต่เรื่องเหลวไหล! อาเยี่ยนแต่งงานแล้ว นายพูดแบบนี้ไม่เหมาะนะ..."

พูดจบ แววตากลับแฝงความเศร้าลึก ๆ ขณะมองไปยังเวินถิงเยี่ยน "ที่ฉันกลับมา ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ขอแค่พวกนายยังยินดีที่จะรับฉันไว้ ยังอยู่ข้างฉัน ฉันก็พอใจแล้ว..."

"พูดอะไรโง่ ๆ เธอเป็นที่รักของกลุ่มพวกเราเสมอนั่นแหละ ใครกล้ามาแกล้งเธอ พวกเราไม่ปล่อยไว้แน่! นายว่าไหมอาเยี่ยน" อาเหวินตบหน้าอกผดุงคุณธรรม

เวินถิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ถือแก้วไวน์เขย่าเบา ๆ

ภาพนี้ดูคุ้นตาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อหลายปีก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ ชอบมองน้อง ๆ กลุ่มนี้หัวเราะเล่นกับลั่วอวี่เฉิง เมื่อไรที่เล่นกันจนเลยเถิด พวกนั้นถึงจะมาถามเขา เขาถึงจะผดุง "ความเป็นธรรม" ให้

ตอนนี้มาถามเขาอีกครั้ง เขาตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ "แน่นอน"

......

เจี่ยนจือไม่ได้กลับบ้าน

เธอเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้

ความน้อยใจและความเจ็บปวดทั้งหมดระเบิดออกมาทันทีที่ประตูห้องในโรงแรมปิดลง

ภาพที่อาเหวินเลียนแบบท่าเดินกะโผลกกะเผลกของเธอฉายขึ้นมาในดวงตาไม่หยุด เสียงหัวเราะเยาะดังก้องอยู่ในหูเธอราวกับคำสาป

ที่จริงแล้ว คำพูดที่เพื่อน ๆ ของเวินถิงเยี่ยนแอบนินทาเธอ เธอรู้มานานแล้ว แต่เธอไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเวินถิงเยี่ยนเลย

พวกนั้นเป็นเพื่อนรักของเขามาหลายปี เธอเข้าใจดี

เขาทำงานหนักมากตอนอยู่ข้างนอก เธอก็เข้าใจเช่นกัน

ดังนั้น เธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มไปรบกวนเขา ไม่อยากให้เขาต้องบาดหมางกับเพื่อน ๆ เพราะเธอด้วย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเธอคิดมากไปเอง

เขาจะบาดหมางกับเพื่อนของเขาเพราะเธอได้อย่างไรกัน?

นั่นคือเพื่อน ๆ ที่เขาคบกันมาหลายปีนะ!

เธอนับเป็นใครกัน?

เธอเป็นหนี้บุญคุณที่เขาจำใจต้องแต่งงานเพื่อตอบแทน เป็นภาระของเขา ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตของเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น

"เธอเป็นคนขาเป๋นะ! ถ้านายไม่แต่งกับเธอ แล้วใครจะต้องการเธออีก"

"คนขาเป๋อย่างเธอ ได้แต่งงานกับคนอย่างอาเยี่ยนแล้วยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก"

"ถ้าฉันเป็นอาเยี่ยน ฉันยอมให้คนที่ถูกรถชนขาเป๋ปีนั้นเป็นฉัน ดีกว่าแต่งกับคนขาเป๋กลับบ้านมาให้คนหัวเราะเยาะ"

"ประธานบริษัทคนอื่นมีภรรยาที่มีสง่าราศีทั้งนั้น มีแต่อาเยี่ยนของเรานี่แหละ แค่คนที่พาออกจากบ้านได้ยังไม่มีเลย"

……

สารพัดคำนินทาที่เธอได้ยินมาตลอดห้าปีพรั่งพรูเข้ามาในใจราวกับกระแสน้ำ เหมือนกับน้ำวนขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าม้วนเธอจนจมมิด

เธอหายใจไม่ออก เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกออก

เธอใช้มือที่สั่นเทาเปิดอัลบั้มภาพในโทรศัพท์มือถือที่เธอไม่กล้าเปิดมานานถึงห้าปี ในนั้นเป็นบันทึกการฝึกซ้อมและการแสดงในช่วงที่เธอเรียนปริญญาตรี

ตั้งแต่เธอขึ้นแสดงบนเวทีไม่ได้อีก เธอก็เก็บรูปภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการเต้นทั้งหมดไว้ที่นี่ ตั้งรหัสผ่านไว้และไม่เคยเปิดมันอีกเลย

ในตอนนี้ เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาสุ่มเปิดวิดีโอขึ้นมา

ท่ามกลางเสียงดนตรี เธอหมุนตัว ตีลังกา ฉีกขากลางอากาศ

ตอนนั้นเธอเคยร่าเริงสดใส เคยมีรูปร่างที่แข็งแรง เคยได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องเช่นกัน...

ดังนั้น การช่วยคนคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ?

แต่ถึงแม้จะเป็นตอนที่ช่วยเขา เธอก็ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขาเช่นกัน

เป็นเขาเองที่บอกว่าจะแต่งงานกับเธอ ทั้งยังวางแผนจัดพิธีขอแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ คุกเข่าพร้อมแหวนเพชรวงใหญ่ต่อหน้าเธอ ให้ความหวังเธอ...

เธอใช้มือที่สั่นเทาปิดเครื่องโทรศัพท์อย่างแรง ในที่สุดก็เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วร้องไห้โฮเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

เธอร้องไห้อยู่นานมาก

นานจนตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้า นานจนน้ำตาไม่สามารถไหลออกมาได้อีก เหลือเพียงความเจ็บปวดในอกที่กำลังแผดเผาเลียไล้เหมือนเปลวเพลิง

แต่ก็เป็นเพราะความเจ็บปวดนี้เช่นกัน ที่ทำให้เธอค้นพบแสงสว่างเล็ก ๆ หลังจากต้องดิ้นรนอยู่ในวังวนที่ทำให้หายใจไม่ออกนี้มานาน

ยิ่งเจ็บปวด ก็ยิ่งตาสว่าง

เธอเข้าไปล้างหน้าแรง ๆ ในห้องน้ำ เพื่อให้ตัวเองสงบลง

มองตัวเองที่ไร้สง่าราสีในกระจก พลางพูดกับตัวเองเงียบ ๆ "เจี่ยนจือ ร้องไห้ครั้งเดียวก็พอแล้ว ห้ามร้องอีกนะ ตอนนี้ ขอให้เธอกินข้าวให้ดี พักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ตั้งใจสอบนะ"

สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกโชคดี ก็คือในชีวิตแต่งงานอันยาวนานห้าปี เธอได้เรียนหนังสือทุกวันเพื่อเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เธอไม่ได้มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่เพราะมีเวลามากเกินไปและรู้สึกเบื่อเกินไปจริง ๆ

การรอเวินถิงเยี่ยนกลับบ้าน คือชีวิตทั้งหมดของเธอ

แต่เวินถิงเยี่ยนมักจะกลับบ้านดึกมาก

ตอนแรกเธอคิดว่าเขางานยุ่ง แต่ต่อมาเธอถึงได้รู้ ว่าเขาแคไม่ต้องการกลับมาเผชิญหน้ากับเธอเร็วเกินไป

เธอได้ยินเองกับหู

ในตอนนั้นเธอเห็นใจเขาที่ทุ่มเททำงานหนัก จึงรวบรวมความกล้าแสดงความห่วงใย ทำอาหารเสริมมื้อพิเศษด้วยความรักกับมือตัวเอง และนำไปส่งให้เขาทานที่บริษัท แต่กลับได้ยินบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยิน

เขาและเพื่อนสนิทกำลังคุยกันอยู่ในออฟฟิศของเขา

เพื่อนสนิทถามว่าทำไมเขายังไม่กลับบ้าน ดึกดื่นจนบริษัทแทบจะไม่มีใครแล้ว เขายังเป็นประธานบริษัทที่ยังทำงานล่วงเวลาอยู่

เขาพูดเองกับปากว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะกลับไปจะเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของเจี่ยนจือยังไง"

ความหมายของประโยคนี้ เจี่ยนจือที่ใสซื่อในตอนนั้นไม่เข้าใจ แต่เพื่อนสนิทของเขาเข้าใจในทันที

เพื่อนสนิทอุทานเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต "ไม่จริงมั้ง? อาเยี่ยน อย่าบอกนะว่านายกับเธอยังไม่เคยนอนด้วยกัน"

เวินถิงเยี่ยนเงียบ

นี่คือความจริง

เวินถิงเยี่ยนไม่เคยแตะต้องเธอเลย

เธอเคยบอกใบ้ ถึงขั้นหน้าไม่อายรุกก่อน แต่ทุกครั้ง เขาก็ปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

เช่น ร่างกายเธอไม่แข็งแรง

หรือช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินไป

เธอไม่ได้โง่ เริ่มเข้าใจอย่างช้า ๆ ว่าเขาแค่ไม่รัก จึงไม่อยากสัมผัสเธอ

แต่ครั้งนั้นที่ได้ยินเขาพูดด้วยปากตัวเอง ความเจ็บปวดในใจของเธอก็ยังเหมือนถูกเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทง เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

ต่อมา เพื่อนสนิทเขาถามแบบทีเล่นทีจริง "อาเยี่ยน ไม่ใช่ว่านายเห็นเธอแล้วไม่มีปฏิกิริยาทางกายเลยหรอกนะ? ยังไงเธอก็ยังสวยมากนะ"

คำตอบของเวินถิงเยี่ยน กลายเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มลึกอยู่ในใจเธอ ในช่วงหลายปีต่อมา เข็มนั้นยังคงทิ่มแทงเธออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่นึกถึงก็จะเจ็บปวดแทบขาดใจ

ตอนนั้นเวินถิงเยี่ยนตอบว่า "ฉันก็เคยพยายามแล้วเหมือนกัน อยากจะมีความสัมพันธ์เหมือนสามีภรรยาปกติ แต่แค่ฉันเห็นขาของเธอ ฉัน... ฉันก็หมดอารมณ์ทันที"

เป็นแบบนี้นี่เอง...

ขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามเนื้อลีบเพราะช่วยชีวิตเขา ในสายตาของเขาคือสิ่งที่น่ารังเกียจ ทำให้หมดอารมณ์ และทำให้เขาไม่สนใจ...

สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เคาะประตูออฟฟิศ อาหารที่ทำด้วยความรักวันนั้นก็ถูกเธอโยนทิ้งลงถังขยะในบริษัทไป

นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่เคยไปที่บริษัทของเขาอีกเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านต่อไม่ได้ทำไง อ่านมาตั้งเยอะแล้ว
goodnovel comment avatar
Somjith Ponchamnan
อ่านมาจน288แล้ว
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 608

    เวินถิงเยี่ยนยังรู้สึกตัวอยู่สีหน้าของเขาซีดเทาผิดปกติ บวกกับตลอดสองปีมานี้เขาผอมลงไปมากจริง ๆ ผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวราบเรียบจนแทบไม่มีส่วนไหนนูนขึ้นมา ทั้งร่างดูซูบโทรมและโรยรามีเพียงดวงตาคู่นั้นที่พลันเปล่งประกายขึ้นมาทันทีที่เห็นเธอกับคุณย่า“คะ...คุณย่า...” เขาเรียกเสียงสั่น ดวงตาวาววับพอเข้าไปใกล้ ถึงได้เห็นว่าแสงในดวงตาคู่นั้นคือน้ำตาคุณย่าเดินเข้าไปใกล้ มองเขาแล้วถามเสียงเบา “เจ็บไหม?”ขอบตาของเวินถิงเยี่ยนแดงขึ้นทันที “มะ...ไม่เจ็บครับ”คุณย่าไม่เอ่ยถึงเรื่องอื่น เธอเพียงยิ้มแล้ววางอาหารที่นำมาจากบ้านไว้บนโต๊ะข้างเตียง “ปีใหม่แล้ว ย่าทำอาหารแบบไห่เฉิงมานิดหน่อย ปีใหม่ของคนจีนก็ต้องกินอาหารจีนสิ”“ขอบคุณครับ...คุณย่า...” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยอย่างยากลำบากด้วยเสียงแหบพร่า“เด็กโง่ ไม่สบายก็ไม่ต้องพูด ย่ารู้อยู่แล้ว” คุณย่าเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน ก่อนจะหยิบอั่งเปาออกมาอีกซอง แล้ววางไว้บนโต๊ะ “วันนี้วันส่งท้ายปีเก่า เด็ก ๆ ทุกคนต้องได้อั่งเปา ขอให้พวกเธออายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรงตลอดไป”คำว่า “อายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรง” ทำให้เวินถิงเยี่ยนกลั้นไม่อยู่ เขาหลับตาลง หางตามีน้ำตาว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 607

    วันรุ่งขึ้น เจี่ยงอวี๋ฝานก็ส่งข้อความหาเจี่ยนจือว่า: พี่ วันนี้ตอนบ่ายพี่ชายหนูจะขึ้นเครื่องกลับประเทศแล้ว หนูก็เตรียมจะกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับเขาด้วย สุขสันต์วันปีใหม่นะพี่ ไว้เจอกันปีหน้าค่ะ!เจี่ยนจือตอบกลับ: สุขสันต์วันปีใหม่นะเจี่ยนหลานไม่ได้กลับบ้านเลยหลายวันติดต่อกัน เขาเพียงโทรกลับมาบอกคนในบ้านว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขากำลังยุ่งอยู่ข้างนอกเจี่ยนจือคิดว่าพี่ชายของเธอน่าจะกำลังจัดการเรื่องลั่วอวี่เฉิงอยู่แล้วก็เป็นอย่างที่คิด คืนหนึ่งเจี่ยนหลานกลับมา สภาพดูยุ่งเหยิงอย่างที่แทบไม่เคยเห็น หนวดเคราก็ขึ้น แม้แต่แว่นตาที่ปกติใส่ไว้สร้างภาพลักษณ์ก็หายไป ดูแตกต่างจากเจี่ยนหลานที่เนี้ยบพิถีพิถันในทุก ๆ วันราวกับคนละคน“ไม่เป็นไรแล้ว จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว” หลังจากเจี่ยนหลานอาบน้ำและโกนหนวดเสร็จ ก็จงใจแต่งตัวให้ดูสะอาดสดชื่นแล้วมาหาเธอ พร้อมเล่าเรื่องราวตลอดหลายวันที่ผ่านมาให้เธอฟังอย่างชัดเจนลั่วอวี่เฉิงถูกจับตั้งแต่วันที่เจี่ยงซื่อฝานมาหาเจี่ยนจือแล้ว ส่วนคนที่มีความเกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง ก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังเธอเจี่ยนหลานไม่ยอมบอกชื่อของคนเบื้องหลังคนนั้น เพียงเอ่ยว่า “

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 606

    ไม่อยากให้หลังจากความสัมพันธ์นี้จบลงแล้วยังหลงเหลือความขุ่นเคืองเอาไว้ และไม่อยากให้ทิ้งปัญหาแฝงเอาไว้ภายหลังความเย็นชา ความเด็ดขาด และการใช้คำพูดรุนแรง ล้วนเป็นวิธีแก้ปัญหาได้ทั้งนั้น แต่คุณย่าก็ยังคงหวังว่า ท้ายที่สุดแล้วจะสามารถใช้ความอ่อนโยนค่อย ๆ คลี่คลายทุกอย่างได้“รุ่นพี่เจี่ยน!” เจี่ยงซื่อฝานยังตะโกนเรียกจากด้านนอกอีกครั้งแต่รถเริ่มขับเข้าไปด้านในแล้วเจี่ยงซื่อฝานจึงคว้าบอดี้การ์ดที่ยังไม่ได้ขึ้นรถเอาไว้ “ฉันรู้ว่าลั่วอวี่เฉิงอยู่ที่ไหน ที่มาครั้งนี้ก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้! ฉันเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปแล้วไง!”บอดี้การ์ดพยักหน้า “ขอบคุณครับ ถ้าคุณยอมบอกได้ก็จะดีที่สุด”“ฉันจะบอก!” เจี่ยงซื่อฝานพิมพ์ที่อยู่ลงในโทรศัพท์ แล้วให้บอดี้การ์ดถ่ายเก็บไว้ “เอาล่ะ พวกนายรีบส่งคนไปเถอะ”“ขอบคุณครับ” บอดี้การ์ดเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับรายงานเรื่องนี้ให้เจี่ยนหลานทราบเจี่ยงซื่อฝานมองรถที่ค่อย ๆ แล่นห่างออกไป รู้สึกราวกับในใจถูกควักหายไปก้อนใหญ่พวกเขาไม่เคยบอกลากันอย่างเป็นทางการแบบนี้มาก่อนถึงขั้นที่ว่าเขาเองก็เคยหลีกเลี่ยงการบอกลาแบบนี้อยู่บ้างราวกับว่าตราบใดที่ยังไม่ได้พ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 605

    “แค่นายมองฉันแบบนั้น ฉันก็จะปลอบนาย ทำให้นายกลับมาร่าเริงมีความสุขเหมือนเดิม แต่ในเวลาแบบนั้น ฉันกลับไม่ได้มีความสุขเลย ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก” เจี่ยนจือเอ่ย “นายดูสิ จริง ๆ แล้วฉันมีข้อเสียเยอะมาก ความอ่อนโยนกับความใจกว้างที่นายพูดถึง มันเป็นเพียงภาพที่เห็นจากภายนอกเท่านั้น ความจริงข้างในใจฉันก็มีความรำคาญ มีความไม่อดทนเหมือนกัน ฉันเองก็อยากเป็นเหมือนนาย อยากเบิกตาชื้น ๆ มองคู่รักของฉัน แล้วให้เขาเอาใจฉันบ้าง ปลอบฉันบ้าง”“พี่ทำได้นะ พี่ทำแบบนั้นได้ ถ้าพี่ทำ ผมจะปลอบพี่เอง” เจี่ยงซื่อฝานรีบเอ่ยเจี่ยนจือส่ายหน้า “นี่แหละคือปัญหา ฉันทำไม่ได้ เวลาอยู่ต่อหน้านาย ฉันเหมือนถูกกำหนดบทบาทไว้แล้วว่าต้องเป็นพี่สาวที่คอยเข้าอกเข้าใจ นายรู้สึกน้อยใจ ฉันก็ปลอบ นายงอน ฉันก็ยอม ฉันเคยลองคิดว่าจะเผยด้านนี้ของตัวเองให้นายเห็น เหมือนที่นายแสดงด้านนั้นกับฉัน แต่ฉันกลับทำไม่ได้ รู้สึกเขิน รู้สึกเหมือนกำลังแสดงละคร”เธอมองเจี่ยงซื่อฝานตรง ๆ “เจี่ยงซื่อฝาน เวลาอยู่ต่อหน้านาย ฉันดูเป็นคนมีเหตุผลตลอด แต่จริง ๆ แล้วฉันเป็นคนที่ใช้อารมณ์มาก ๆ คนหนึ่ง นายรู้ไหม?”เจี่ยงซื่อฝานเงียบไป“เพราะฉะนั้น เจี่ยงซื่อฝ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 604

    เจี่ยงซื่อฝานยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นมา “รุ่นพี่เจี่ยน พี่รู้ไหม? ผมหวังให้คนที่กำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้เป็นผมมากเลยนะ แบบนั้นพี่จะสงสารผมไหม? จะรู้สึกขอบคุณผมไหม? แล้วจะยอมรับผมกลับเข้าไปในชีวิตอีกครั้งหรือเปล่า?”ประกายร้อนแรงอันคุ้นเคยปะทุขึ้นในดวงตาของเจี่ยงซื่อฝานในใจเจี่ยนจือพลันเกิดความตึงเครียดและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เธอเลื่อนกระจกขึ้นอีกนิดอย่างเหนื่อยล้า จะได้ไม่ต้องมองเห็นดวงตาของเจี่ยงซื่อฝาน“เจี่ยงซื่อฝาน มันไม่ใช่แบบนั้น ในเมื่อพวกเราเลิกกันแล้ว ฉันก็ขอให้นายเริ่มต้นชีวิตใหม่ เดินหน้าต่อไป อย่าหันกลับมามองอีกเลย” เจี่ยนจือไม่อยากยั่วโมโหเขา และก็อวยพรเขาจากใจจริง“ไม่!” เจี่ยงซื่อฝานกลับร้องออกมาอย่างร้อนรนพร้อมเสียงสะอื้น “ไม่ใช่แบบนี้สิ! พี่ให้อภัยเวินถิงเยี่ยนแล้วใช่ไหม? พี่ไปเยี่ยมเขา เป็นห่วงเขาแล้วใช่ไหม? เมื่อก่อนพี่เกลียดเขาขนาดนั้น ตอนนี้พี่ยังไปโรงพยาบาลเพราะสงสารเขาได้ ทำไมคนที่ช่วยพี่ถึงไม่ใช่ผม? ทำไม...”คำว่า ทำไม ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกับเสียงฝ่ามือของเขาที่ทุบกระจกรถ ขมับของเจี่ยนจือเริ่มปวดตุบ ๆ แบบที่คุ้นเคยขึ้นม

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 603

    “คุณหนู ผมจะลงไปดูนะครับ” คนที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับคือบอดี้การ์ดคนใหม่ที่เจี่ยนหลานส่งมาเจี่ยนจือพยักหน้า “ไปเถอะ ถามให้ชัดว่าเขามีธุระอะไรกันแน่”หลังจากบอดี้การ์ดลงจากรถ เจี่ยนจือก็เลื่อนกระจกลงเป็นช่องเล็ก ๆ ทำให้พอได้ยินเสียงพวกเขาคุยกัน“เจี่ยนจืออยู่ในรถใช่ไหม? ให้เธอลงมาคุยกับผม” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานทั้งร้อนรนและแข็งกร้าว“มีอะไรก็บอกผมได้ครับ” ท่าทีของบอดี้การ์ดเองก็ไม่ยอมถอย“นาย? นายรับเรื่องแทนเจี่ยนจือได้หรือไง?” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานยังคงเจือความดูแคลนแต่บอดี้การ์ดกลับตอบสั้นกระชับ ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย “ได้ครับ”“นาย...” ความกร่างของบอดี้การ์ดคนนี้ทำให้เจี่ยงซื่อฝานรู้สึกโมโห จึงเดินมาทุบกระจกรถฝั่งเจี่ยนจือต่อ “รุ่นพี่เจี่ยน ผมรู้ว่าพี่อยู่ในรถ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่”“คุณครับ คุณหนูสั่งไว้ว่าสามารถคุยกับผมได้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” บอดี้การ์ดขยับมายืนขวางระหว่างเจี่ยงซื่อฝานกับกระจกรถ“ไม่ว่าเรื่องอะไร?” เจี่ยงซื่อฝานโมโหหนักกว่าเดิม “แล้วเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับคุณหนูของนายล่ะ? ก็ต้องคุยกับนายด้วยหรือไง? นายเป็นตัวแทนคุณหนูหรือไง?”เจี่ยนจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status