LOGIN“เมิ่งเฉิงซ่ง” เธอเรียกชื่อเขา แต่พอเขาก้มหน้าลงมายิ้มให้ เธอกลับไม่รู้ว่าควรพูดต่อยังไงคงพูดออกไปตรง ๆ ไม่ได้ว่า: ต่อจากนี้นายอย่าเดินทางไปทั่วโลกเลยนะ นายจะตายระหว่างทางได้ระหว่างที่กำลังลังเล ก็เห็นเมิ่งเฉิงซ่งยิ้ม “เป็นอะไร? กังวลเรื่องการแข่งขันเหรอ? ไม่ต้องกังวลหรอก ฉันไปกับเธอด้วย ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอเอง...”พูดถึงตรงนี้ยังไม่มีอะไร แต่ต่อมาเมิ่งเฉิงซ่งกลับเอ่ยอีกว่า “หลังจากนี้ไม่ว่าจะตอนเรียนมหาวิทยาลัย ตอนทำงาน ฉันก็จะอยู่เป็นเพื่อนเธอ”เจี่ยนจือ: ???นี่ถือเป็นการสารภาพรักหรือเปล่า?ใบหูของเมิ่งเฉิงซ่งแดงขึ้นเล็กน้อยใต้แสงแดด “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น เธออย่าเข้าใจผิด ฉันหมายถึง เธอตั้งใจจะสอบเข้าวิทยาลัยนาฏศิลป์เมืองหลวงไม่ใช่เหรอ? ฉันเองก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เมืองหลวง แล้วทำงานข่าวที่ฉันชอบ ฉันยังอยากเข้าทำงานที่สถานีโทรทัศน์เมืองหลวงหรือไม่ก็หนังสือพิมพ์ในเมืองหลวงด้วย ถึงตอนนั้น พวกเราก็จะเป็นทั้งเพื่อนร่วมเรียน แล้วยังมาจากบ้านเกิดเดียวกัน จะได้ช่วยดูแลกันและกันไง”เมิ่งเฉิงซ่งเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเป็นเรื่องชีวิตในอนาคตได้สำเร็จเจี่ยนจือลองคิดดู หากแผนชีว
วันแข่งขันตรงกับวันอาทิตย์เพราะต้องไปแข่ง เจี่ยนจือจึงไม่ได้กลับบ้านในสัปดาห์นี้ และนัดกับเมิ่งเฉิงซ่งไว้ว่าวันรุ่งขึ้นจะไปสนามแข่งด้วยกันแต่พอเดินออกมาจากหอพักหญิง เธอก็เห็นเมิ่งเฉิงซ่งยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ ในมือถือดอกไม้สีแดงดอกใหญ่เอาไว้“นี่อะไร?” เธออดหัวเราะออกมาไม่ได้ นี่มันดอกไม้สีแดงแบบที่แจกกันตอนอนุบาลไม่ใช่เหรอ?เมิ่งเฉิงซ่งเองก็หัวเราะออกมา พลางยื่นดอกไม้ให้เธอ “ขอมอบให้นักเรียนเจี่ยนจือที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ ขอเสียงปรบมือครับ”พูดจบ เขาก็ปรบมือให้เธอเจี่ยนจือหัวเราะจนท้องแข็ง “ดีที่สุดแล้วเหรอ?ต้องรอแข่งเสร็จก่อนค่อยให้ไม่ใช่หรือไง?”“เธอดีที่สุดอยู่แล้ว” เมิ่งเฉิงซ่งช่วยผูกดอกไม้สีแดงเข้ากับกระเป๋าผ้าแคนวาสของเธออย่าดูถูกนะ พอผูกแล้วดูดีใช้ได้เลยถ้าเป็นวัยของเธอตอนนี้ ถ้าให้เอาดอกไม้มาติดอกแบบนี้ก็คงน่าอายไม่น้อย แต่พอเอามาผูกไว้กับกระเป๋าก็ทำให้กระเป๋าดูน่ารัก และดูดีมีสไตล์ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ“นี่มันดีไซน์ลิมิเต็ดเลยนะ” เธอหัวเราะออกมาเสียงดัง ด้วยความที่เธอเดินทางกลับมาจากอีกสิบกว่าปีข้างหน้าซึ่งได้อิทธิพลด้านการดีไซน์มาจากคุณป้า ทำให
คืนนั้น เมื่อลั่วอวี่เฉิงกลับถึงบ้านบรรยากาศภายในบ้านเงียบเหงาและทรุดโทรมแม่กำลังทำงานกะดึก ส่วนพ่อก็น่าจะออกไปดื่มเหล้าอยู่ข้างนอกเดิมทีเธอเองก็เคยมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุขเหมือนคนอื่น ๆ เธอเคยเป็นเจ้าหญิงตัวน้อย อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย อยากได้อะไรจากห้างสรรพสินค้าหรู ๆ ในไห่เฉิง ก็สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรแต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด หลังจากพ่อของเธอล้มเหลวจากการลงทุนจากบ้านหลังใหญ่ต้องย้ายมาอยู่บ้านเช่า จากรถหรูราคาหลักล้านก็เหลือเพียงรถสกู๊ตเตอร์ราคาหลักหมื่น เธอถึงขั้นไม่กล้าขี่รถคันนั้นไปโรงเรียนด้วยซ้ำร้านอาหารที่เคยไป อาหารที่เคยกิน ของใช้ต่าง ๆ ที่เคยใช้ ทุกอย่างค่อย ๆ หายไปต่อหน้าต่อตา เพราะพ่อของเธอยังมีหนี้ก้อนโตที่ต้องชดใช้ เงินเดือนของแม่เพียงคนเดียวไม่เพียงพอจะเลี้ยงดูทั้งครอบครัวด้วยซ้ำ และไม่รู้ว่าหนี้ก้อนนี้จะต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะใช้หมดบ้านที่เธอเคยรักที่สุด กลายเป็นสถานที่ที่เธอไม่อยากย่างกรายเข้ามาอยู่เลยแม้แต่วินาทีเดียวพ่อเมาหัวราน้ำกลับมาทุกวัน ส่วนแม่ก็แทบไม่มีเวลาอยู่บ้าน แต่ต่อให้ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันก็ม
ลั่วอวี่เฉิงมีท่าทางหวาด ๆ ร่องรอยจากการร้องไห้ยังเห็นได้ชัด ดวงตาบวมแดงจับจ้องเวินถิงเยี่ยน ราวกับเธอเพิ่งผ่านความน้อยเนื้อต่ำใจมามากมาย“มีธุระอะไรเหรอ?” เขาถาม“อาเยี่ยน……” เสียงของเธอสั่นเครือ น้ำตาเอ่อคลออยู่ตรงขอบตา “นาย……นายเกลียดฉันแล้วใช่ไหม?”เวินถิงเยี่ยนเงียบไปอึดใจหนึ่ง “เปล่า”“ฉันแค่……” ลั่วอวี่เฉิงตั้งใจจะอธิบายแต่เธอยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเวินถิงเยี่ยนขัดขึ้นเสียก่อน “ฉันไม่ได้จะโทษอะไรเธอนะ เด็กผู้หญิงรักสวยรักงามมันเป็นเรื่องปกติ ฉันเข้าใจได้ เธอช่วยฉันไว้ ฉันให้ของขวัญตอบแทนมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ต่างฝ่ายต่างมีน้ำใจต่อกัน แล้วฉันเองก็ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร”หยดน้ำตาที่ค้างอยู่ตรงขอบตาของลั่วอวี่เฉิงพลันแข็งค้าง เธอเบิกตากว้าง “นาย……ที่นายให้ของขวัญฉัน……เพราะไม่อยากติดค้างฉันเหรอ?”“ใช่” เวินถิงเยี่ยนสบตาเธอแล้วพูดอย่างจริงจัง “บุญคุณที่ทดแทนได้ด้วยสิ่งของ มันทดแทนง่ายที่สุดแล้ว”“งั้น……” ลั่วอวี่เฉิงมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ “ที่นายให้ฉันทำงานที่ร้าน ให้เงินเดือนฉัน แล้วยังช่วยติดต่อให้ฉันได้ทำงานร้านข้าง ๆ ก็เพราะอยากตอบแทนน้ำใจฉันเหมือนกันเหรอ?”เวินถิงเยี่ยน
“ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเธอ……” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ฉันคิดว่าเธอจะเข้าใจเสียอีก”“เหรอ……งั้นเหรอ?” เจี่ยนจือหัวเราะเบา ๆ “ฉันไม่เข้าใจ……”ตอนนี้เธออายุสามสิบแล้วนะ!จะไม่รู้ได้ยังไงว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังจะพูดอะไร? รู้แล้วก็แค่แกล้งทำเป็นไม่รู้!ดวงตาของเวินถิงเยี่ยนที่จับจ้องเธออยู่นั้นมีประกายไฟลุกโชนอยู่เปลวไฟแห่งความโกรธคนคนนี้เปลี่ยนไปแล้วเขาคนเมื่อก่อนนิ่งเฉยราวกับน้ำเปล่า ราวกับไม่มีอะไรสามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้ แต่ตอนนี้ แววตาของเขากลับมีประกายความรู้สึกฉายชัดขึ้นมาเพียงแต่เปลวไฟนั้นวูบไหวอยู่ไม่นานก็ดับลง แววตากลับมาสงบนิ่งดังเดิม“อย่าคิดไปเอง” เขาเอ่ย“อ้อ” เจี่ยนจือตอบเสียงเรียบ “ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะ”เขามองเธอด้วยสีหน้าที่เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ ก่อนจะพูดต่อ “เมื่อกี้หร่านเฉินถามว่าฉันคิดยังไงใช่ไหม? ฉันก็แค่คิดว่า……”เจี่ยนจือเงยหน้ามองเขาเขาดูทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย “ในที่สุดเจี่ยนจือคนซื่อบื้อก็รู้จักปกป้องตัวเองแล้ว ฉันดีใจนะที่เห็นแบบนี้”เจี่ยนจือ:……ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยได้ยินเวินถิงเยี่ยนพูดอะไรเลี่ยน ๆ แบบนี้มาก่อน ทำเอาขนลุกไปทั้งตัว“ซื่อบื้อ
แค่คำว่าเพื่อนคำเดียวก็ทำให้หร่านเฉินนึกแค้นใจอีกครั้ง หร่านเฉินแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ “ฉันบอกแล้วไงว่า ในกลุ่มเพื่อนของนาย ถ้ามีเธอก็ต้องไม่มีฉัน ถ้ามีฉันก็ต้องไม่มีเธอ!ถ้านายยังบอกว่าเธอเป็นเพื่อนอีก ต่อให้นายเลี้ยงอาหารฝรั่งเศสฉันทั้งเดือน ฉันก็ไม่ให้อภัยนายหรอก!”เจี่ยนจือจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อก่อนหร่านเฉินกับเวินถิงเยี่ยนเคยทะเลาะกันแบบนี้บ่อยแค่ไหน เพราะในตอนนั้นเธอพยายามบังคับตัวเองให้ค่อย ๆ ถอยห่างจากเวินถิงเยี่ยน เช่นเดียวกับตอนนี้ที่เธอเอาแต่ใช้หลอดคนเครื่องดื่มในแก้วไปมาเงียบ ๆ“หร่านเฉิน!” ท่าทีแข็งกร้าวของหร่านเฉินทำเอาเวินถิงเยี่ยนไปต่อไม่ถูก “เธอจะอะไรนักหนา?เธอกับลั่วอวี่เฉิงไม่ได้มีผลประโยชน์ขัดแย้งอะไรกันสักหน่อย แล้วจะคอยตั้งแง่ใส่เธอทำไม?”เจี่ยนจือยกยิ้มบาง แค่ประโยคเดียวก็พิสูจน์ได้แล้วว่า ใจของเขามันเอนเอียงไปทางนั้นหร่านเฉินกำลังจะใช้ออเดิร์ฟขนมปังจิ้มซอส แต่พอได้ยินแบบนั้นก็หยิบถ้วยซอสเขวี้ยงใส่เวินถิงเยี่ยนทันที “เวินถิงเยี่ยน นายลองถามใจตัวเองดูเถอะ เธอไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกันงั้นเหรอ?เธอขโมยหัวข้อของเจี่ยนจือนะ แบบนี้เรียกไม่ขัดแย้งกัน?ถ้าไม่ใช่เพราะเจี่ย







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)