LOGINเจี่ยนจือพยายามหาโอกาสพูดแทรกอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่มีจังหวะเลย พอเห็นว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังจะเดินออกไปพร้อมกับอาเหวิน เจี่ยนจือก็รีบพุ่งเข้าไปขวางตรงหน้าเขาทันที โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น“เจี่ยนจือ?” ดวงตาของเวินถิงเยี่ยนเป็นประกาย ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มกับรสชาติชัยชนะ เขาเตรียมจะแนะนำให้เจี่ยนจือกับอาเหวินและอาซินรู้จักกัน “ทางนี้คือ……”“เวินถิงเยี่ยน” เจี่ยนจือไม่คิดจะรอฟังเขาแนะนำคนพวกนั้น รีบขัดขึ้นทันที น้ำเสียงเหมือนกำลังต่อว่า แต่ก็แฝงความงอแงอยู่เล็ก ๆ “นายรับปากแล้วไม่ใช่เหรอว่าตอนเย็นจะไปกินข้าวกับฉัน?”เวินถิงเยี่ยนชะงักไปเจี่ยนจือยอมทุ่มสุดตัวแล้ว “นายจะผิดคำพูดอีกแล้วใช่ไหม?งั้นก็ช่างเถอะ!”พูดจบก็หันหน้าหนี ทำท่าทางเหมือนกำลังโกรธจริง ๆสีหน้าที่แข็งค้างด้วยความตกตะลึงของเวินถิงเยี่ยนค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ก่อนประกายอบอุ่นคล้ายแสงสีส้มจาง ๆ ของดวงอาทิตย์ยามเย็นจะค่อย ๆ ฉายชัดขึ้นในดวงตาอาเหวินหัวเราะ เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ “เวินถิงเยี่ยน นาย……”เวินถิงเยี่ยนหลุดหัวเราะเบา ๆ เขาไม่ได้อธิบายอะไร ราวกับยอมรับกลาย ๆ ว่าอาเหวินคิดถูกแล้ว “เอาแบบนี้แล้วกั
ตัวเธอในอีกห้วงเวลาหนึ่งผ่านเรื่องราววุ่นวายมามากมาย ถูกนำไปโพสต์ประจานบนอินเทอร์เน็ตครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือตัวเธอเอง ต่างก็ถูกบีบให้ต้องออกมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หรือไม่ก็ต้องออกมา “ต่อสู้” บนโลกออนไลน์ มันน่าเบื่อหน่ายจริง ๆดังนั้นครั้งนี้เจี่ยนจือจึงอาศัยพลังจากสังคม ไม่ต้องออกหน้ารับมือด้วยตัวเองแล้วสินะ? กระแสวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงถึงขนาดนี้ ทางโรงเรียนและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องย่อมต้องออกมาแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแน่ แต่ใครจะคิดว่าเวินถิงเยี่ยนจะลงมือเองด้วยเธอเข้าใจดี อายุสิบเจ็ดเป็นวัยที่ยังเลือดร้อนเหมือนลูกวัวแรกเกิด เป็นช่วงวัยที่พร้อมจะ “ต่อสู้” และก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล เช่นเดียวกับเวินถิงเยี่ยนในวัยสิบเจ็ดปี ที่ยังสามารถพูดได้เต็มปากว่า “เธอให้เงินฉันมายี่สิบห้าบาท”เพียงแต่เธอไม่รู้เลยว่า เวินถิงเยี่ยนวัยยี่สิบเจ็ดในห้วงเวลานี้จะเป็นคนแบบไหน?เวินถิงเยี่ยนนั่งลง ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความใสซื่อแบบเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด เจี่ยนจือพยายามมองหาแววความเฉียบคมแบบผู้มีอำนาจที่มักติดตัวเวินถิงเยี่ยนหลังประสบความสำเร็จ
เวินถิงเยี่ยนในวัยสิบเจ็ดปีเป็นแบบนี้เหรอ?ไม่ใช่แค่เจี่ยนจือที่ตกตะลึง แม้แต่ลั่วอวี่เฉิงที่อยู่หลังประตูก็พูดไม่ออก “นาย……นาย……”พูดว่า “นาย” ไปแล้วครึ่งวันก็ไม่มีประโยคใดตามหลังมา สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมา “ แล้วหลังจากนี้ฉันจะทำยังไงล่ะ? ฉันอยู่ที่โรงเรียนนี้ต่อไม่ได้แน่ ๆ !”“เรื่องนั้นเป็นปัญหาของเธอ คนเราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำลงไป” เวินถิงเยี่ยนพูดจบ ก็มีเสียงของอะไรบางอย่างกระแทกโต๊ะดังขึ้น ดูเหมือนว่าเขากำลังจะเดินออกจากตรงนั้น“เวินถิงเยี่ยน! นายหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!”ลั่วอวี่เฉิงตะโกนเรียกเขาเสียงดัง “สรุปว่านายมีความสัมพันธ์อะไรกับเจี่ยนจือกันแน่? เจี่ยนจือเคยให้อะไรนาย? ทำไมนายถึงต้องปกป้องผู้หญิงคนนั้นขนาดนี้?”บรรยากาศภายในห้องเรียนเงียบสงัดไปชั่วขณะ ก่อนเสียงของเวินถิงเยี่ยนจะดังขึ้น “ยี่สิบห้าบาท”“ยี่……ยี่สิบห้าบาทอะไร?” ลั่วอวี่เฉิงพูดติดอ่างด้วยความตกใจ“เจี่ยนจือให้เงินฉันยี่สิบห้าบาท”พูดจบ เสียงฝีเท้าก็ดังถี่ขึ้นในห้องเรียน——เวินถิงเยี่ยนเดินออกมาแล้วเจี่ยนจือรีบสาวเท้าออกจากบริเวณนั้น ตลอดทาง ประโยค “ยี่สิบห้าบาท” ยังคงดังก้องอยู่ในความคิดของเธอ……
ตอนนั้น ห้องเรียนฝั่งสายศิลป์เพิ่งหมดคาบเรียนได้ไม่นาน เจี่ยนจือกับเมิ่งเฉิงซ่งยังไม่ทันได้ไปโรงอาหารด้วยซ้ำ คนแรกที่เจี่ยนจือนึกถึงก็คือเมิ่งเฉิงซ่ง เพราะมีเพียงเขาคนเดียวที่มีคลิปกล้องวงจรปิดส่วนที่ถูกลบไปแต่เมิ่งเฉิงซ่งบอกว่าไม่ใช่เขา“น่าจะเป็น……เพื่อนรักเธอ” ตอนที่เมิ่งเฉิงซ่งพูดประโยคนี้ เขายิ้มเหมือนกำลังบอกเป็นนัยว่าเธอเองก็รู้ดีว่าเขาหมายถึงใคร“เวินถิงเยี่ยน?” เจี่ยนจือหลุดปากออกมาทันทีเมิ่งเฉิงซ่งได้ยินแล้วก็หัวเราะอีกครั้งเจี่ยนจือไม่เข้าใจว่าเขาจะหัวเราะอะไรนักหนา แต่เวินถิงเยี่ยนจะเอาคลิปนี้มาได้ยังไง?“นายส่งคลิปกล้องวงจรปิดที่กู้คืนมาให้เขาด้วยเหรอ?”เมิ่งเฉิงซ่งส่ายหน้า “เขาน่าจะจัดการเองมั้ง”“หา?” เจี่ยนจือถึงกับประหลาดใจเมิ่งเฉิงซ่งคลี่ยิ้มแปลก ๆ แบบนั้นอีกแล้ว “เหมือนว่าเธอจะรู้จักเพื่อนรักของเธอดีไม่เท่าฉันนะ”“หมายความว่าไง?” เจี่ยนจือถาม ก่อนจะเสริมว่า “นายต้องรู้จักเขาดีกว่าอยู่แล้วสิ พวกนายเป็นเหมือนพี่น้องกันนี่”“เวินถิงเยี่ยนเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์มาก เก่งกว่านักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียนสาขานี้หลายคนเสียอีก” เมิ่งเฉิงซ่งอธิบายให้เธอฟัง“จริงเหรอ?
เจี่ยนจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะตอบอย่างไรดี “เวินถิงเยี่ยนน่ะ……เป็นคนที่สามารถเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิตได้เลยนะ”ในฐานะเพื่อน เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพและมีน้ำใจเสมอ“หืม?” เมิ่งเฉิงซ่งเผยสีหน้าประหลาดใจ “เธอมองหมอนั่นดีขนาดนี้เลยเหรอ?คิดว่าเขาดีถึงขนาดนั้นเลย?”เจี่ยนจือยอมรับตามตรง “เขาเป็นคนดี เขาดีกับเพื่อน ดีกับคนในครอบครัว ดีกับพนักงานที่ร้านอาหาร แล้วก็ยัง……”เธออยากพูดว่า เขาดีกับคุณย่าของเธอด้วยแต่เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้……เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนเปลี่ยนคำพูด “แม้แต่กับคนแก่ที่ไม่รู้จักกัน เขาก็ยังทำดีด้วยเลย”เมิ่งเฉิงซ่งฟังแล้วก็มีสีหน้าแปลก ๆ คล้ายกำลังยิ้ม แต่ในดวงตากลับมีประกายบางอย่างวาบผ่าน พอเจี่ยนจือคิดจะมองให้ชัด ประกายนั้นก็เลือนหายไปแล้ว“งั้นเหรอ?” เมิ่งเฉิงซ่งพูดต่อ “ฉันไม่เห็นรู้เลยว่าเขาดีขนาดนี้ ปกติเขาเป็นคนเย็นชาจะตายไป”“น่าจะเพราะได้อยู่ด้วยกันบ่อย ๆ เลยได้รู้แหละ” เจี่ยนจือพึมพำเธอในอดีตเคยได้โคจรอยู่ใกล้ชิดกับเขา ใกล้ชิดถึงขนาดที่นอนเตียงเดียวกันทุกคืนแต่ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาห่างไกลกันเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างกันแค่
แต่เธอยังมีหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่ไม่ได้เปิดเผยออกมา——คลิปที่เมิ่งเฉิงซ่งส่งมาให้เธอก่อนหน้านี้เมิ่งเฉิงซ่งเคยแฮ็กเข้าไปในระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน และกู้คืนภาพจากกล้องวงจรปิดที่ถูกลบไปแล้วในคลิปนั้นมีภาพเหตุการณ์สำคัญที่เป็นประโยชน์อย่างมาก แต่การแฮ็กเข้าไปในระบบไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เธอกลัวว่าหากปล่อยคลิปนี้ออกไปจะกระทบกับเมิ่งเฉิงซ่งด้วย ก็อย่างที่รองผู้อำนวยการพูดนั่นแหละ:พวกเด็ก ๆ จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้วเธอไม่อยากทำร้ายเมิ่งเฉิงซ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอย่างมัธยมปลายปีที่สามแบบนี้ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ ก็เห็นเมิ่งเฉิงซ่งเดินเข้ามาหาเธอ“เป็นยังไงบ้าง?เรียกเธอไปทำไม?” คำถามของเมิ่งเฉิงซ่งแทบไม่ต่างจากคำถามที่เวินถิงเยี่ยนถามเธอก่อนหน้านี้เลยเจี่ยนจือเล่าเรื่องคร่าว ๆ ให้เขาฟัง “ฉันคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาแล้วแหละ ทางสำนักงานกระทรวงการศึกษาจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด”“นี่คือจังหวะที่เธอรออยู่ใช่ไหม?” เมิ่งเฉิงซ่งถามเธอพยักหน้า “ก็ใช่น่ะสิ”เมิ่งเฉิงซ่งยิ้มพลางเอ่ยชมเธอ “ก็ดีนะ มีแค่ปล่อยให้กระแสแรงพอ ถึงจะทำให้บทสรุปสุดท้ายมันออกมารุนแรงได้”เจี่ย







