Se connecterป๋ออวี้ในคราบชายสูงวัยกินอาหารก่อนคุณชายอย่างเอร็ดอร่อย ปากก็บ่น
“ข้อนี้ข้าเห็นด้วยกับคุณชายใหญ่ คนตายก็ตายไปแล้ว ไยจึงต้องบังคับบุตรหลานให้แต่งงาน แต่งไปก็มีแต่จะเป็นทุกข์ ตาข้ามิได้มืดบอด เห็นอยู่ว่าคุณหนูเสิ่นพึงใจคุณชายน้อย หากนางไม่ติดสัญญาหมั้นหมายกับบุตรชายคนโตตระกูลซู นางก็ต้องเป็นฮูหยินท่าน นางปีนเตียงท่านตั้งแต่ห้าขวบนะขอรับ”
ปีนเตียง! คุณชายยกมือปรามองรักษ์ให้พูดเบา ๆ คุณหนูจะเสื่อมเสียชื่อเสียงเอาได้
คุณหนูหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว เขาเอาผ้าห่มคลุมตัวนางไว้ไม่ให้นางหนาว ครั้นจะจับนางขึ้นมานอนบนเตียง คงลุกไม่ไหว ตาคมหลุบมองใบหน้าหวานยามหลับใหล หวนระลึกถึงวันวานด้วยหัวใจที่เต้นระรัวแรง
‘พี่อวิ๋นเชื่อเรื่องชาติก่อนหรือไม่?’
ตอนนั้นเด็กสาวตัวกระจ้อยร่อยลอบมาพบเขา นางย่องเข้ามาทางหน้าต่าง แอบมาซุกตัวนอนในผ้าห่มของเขา
เขาอายุห่างจากนางแปดปี ตอนเขาอายุสิบสามปี นางอายุห้าขวบกว่า นางเล่าให้เขาฟังว่าทันทีที่ได้สำนึกรู้ในร่างนี้ นางไม่อยากพลาดโอกาสทองอีก เลยรีบตรงมาพบเขา
อวิ๋นซีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม ฉายแววบัณฑิตตั้งแต่วัยเยาว์ จึงไม่เชื่อคนง่ายดาย แต่เพราะเห็นนางเป็นเด็กน้อย จะทำอะไรใครได้ จวนแม่ทัพตั้งอยู่ข้างจวนขุนนาง เขาจะไปฟ้องอาวุโสว่านางทำตัวเหลวไหลเมื่อใดก็ได้
เมื่อนางเริ่มเข้าหาเขาก็แสร้งเป็นผู้ฟังที่ดี นางพูดเป็นตุเป็นตะว่าได้กงล้อแห่งโชคชะตามาจากท่านอาจารย์ ย้อนกลับมาแก้ไขอดีตที่ผิดพลาด ชาตินี้นางจะปฏิบัติดีต่อเขา จะต้องกินอาหารดี ๆ ยามป่วยไข้ต้องมียารักษาโรค เรื่องเงินทองขออย่าให้เขาเป็นกังวล
เรียนหนังสืออย่างไรก็ต้องใช้เงิน...
ทั้งค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ ค่าตำรา ค่าจ้างบ่าว คุณชายน้อยใช้ชีวิตกลางดงจระเข้ อนุขี้อิจฉา บิดาก็ลำเอียง ไม่สนว่าตระกูลซูจะรังแกเขามิให้ได้ดีไปกว่าบุตรคนอื่น ชาติก่อนเขามีความเป็นอยู่ที่ลำบากยากแค้นหลังมารดาเสียชีวิตไป ถึงเขาจะเป็นบัณฑิตได้ ก็อยู่ในผู้สอบผ่านลำดับต่ำสุด ทั้งที่เขามีความสามารถมากกว่านั้น กว่าเขาจะไต่เต้าขึ้นตำแหน่งสูงในราชสำนัก ล้วนใช้เวลาและความสามารถตน หาได้มีผู้ใดหยิบยื่นมือช่วยเหลือ
เด็กห้าขวบจะมีความคิดลึกซึ้งเท่านี้ได้อย่างไร ขนาดป๋ออวี้ที่มีนิสัยระวังตัว มิให้ใครเข้าใกล้คุณชายน้อย ยังค่อย ๆ ยอมรับนาง
อย่างเมื่อคืนนี้ คุณหนูเสิ่นทำให้คุณชายและป๋ออวี้ประหลาดใจอีกแล้ว
‘ต่อให้ท่านกำเงินร้อยตำลึงไปซื้อยา จะไม่มีใครขายยาให้ท่าน ฮูหยินซูใช้เงินและอำนาจข่มขู่หมอยาในเมืองหมดแล้ว หากท่านจ้างผู้อื่นไปพบหมอให้จ่ายยารักษาบาดแผลจากการถูกเฆี่ยน ยิ่งน่าสงสัย ท่านไปพบชายผู้หนึ่ง เป็นสหายข้า เขาจะมอบยาให้ท่าน ก่อนเดินทางมาที่นี่ข้าจัดเตรียมยาชั้นดีจากหมอเทวดาเอาไว้ แผลเหล่านี้ไม่นานเกินสามวันก็หาย’
‘นำป้ายหยกนี่ไปตรอกชุนหลี ได้รับของแล้วท่านนำกลับไปต้มที่เรือนเดิม ไม่ก็ไปที่โรงครัวในจวนข้า ค่อยนำมาให้พี่อวิ๋นในช่วงรุ่งสาง อย่าให้ใครรู้เป็นอันขาด บ่าวรับใช้ที่นี่เป็นคนของอนุทั้งนั้น รวมหัวกันรังแกคุณชายน้อยไม่เลิกรา!’
‘อย่าลืมตบตาพวกเขาด้วย องรักษ์ป๋อ แสร้งออกไปวิ่งวุ่นซื้อยาให้ครบทุกร้าน ไปขอความเมตตาจากอาวุโสที่เรือนใหญ่ ขอให้ฮูหยินซูปรานีคุณชาย ทำตัวให้น่าสงสาร แต่อย่ามากเกินไป พวกเขาจะสงสัยเอาได้...’
‘ส่วนพี่อวิ๋น... จะแกล้งป่วยกี่วันก็แล้วแต่ จะได้มีเวลาอ่านตำราเรียน’
ป๋ออวี้เชื่อฟังคุณหนู ปล่อยให้สองหนุ่มสาวอยู่กันตามลำพังตลอดคืน กระนั้นเขาเกิดความชั่วร้ายขึ้นมา ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด หากเรื่องแดง ยังไงก็ต้องแต่ง!
องครักษ์ในคราบบ่าวผู้เฒ่าจ้องทั้งสองสลับกันไป อยากให้ครองรักกันไว ๆ
“พี่อวิ๋น... ตื่นแล้วหรือ?” หญิงสาวกะพริบตาถี่ ๆ นางเอื้อมมือไปแตะหน้าผากกว้าง “ดีจัง ไข้ลดแล้ว ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่?”
อวิ๋นซีส่ายหน้า ไม่เลิกจ้องขนตางอนยาว แก้มขาวผ่องที่ชวนให้หลงใหล นางจับชีพจรเขาด้วยวิชาแพทย์พื้นฐาน พอเห็นว่าอาการของเขาดีขึ้นนางก็โล่งใจ
“อาหรูเล่า หลับสบายไหม?”
“เมื่อยเล็กน้อย”
หรูซีไม่โกหก นางขึ้นไปนั่งบนเตียง
ป๋ออวี้นั่งยิ้มมองสองหนุ่มสาวห่วงใยกัน รักใคร่กลมเกลียว ไม่ลืมบอกคุณหนูว่าเมื่อคืนนี้คุณชายน้อยขอให้ไปหาขนมบนกองเหมันต์ หนาวเจียนตาย! กว่าจะนำขนมกุ้ยฮวาใส่ตะกร้าไม้กลับมาได้ พอนางเผลอหลับไป คุณชายอวิ๋นขโมยขนมสุนัขกิน ตัวเขาก็รีบออกไปจัดการธุระที่คุณหนูฝากเอาไว้
“พี่อวิ๋น ขนมกินไม่ได้ ตกพื้นแล้ว”
“เอาไปให้สุนัขกินก็น่าเสียดาย ขนมเจ้าทำเอง ข้าอยากชิม”
ห่างออกไปในเงามืด ซูจื่อหาวทำได้เพียงยืนมองภาพเหล่านั้นอยู่ไกล ๆ เขามองเห็นสองสามีภรรยาหยอกล้อและดูแลกันอย่างหวานชื่นอยู่หน้ากองไฟที่ลุกโชนกลิ่นเนื้อย่างที่อวิ๋นซีบรรจงทำด้วยความใส่ใจ ตอกย้ำถึงสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำให้นาง... น้องชายของเขาช่างแสนดีเสียเหลือเกิน ดีพอที่จะทำให้สตรีผู้หนึ่งกลายเป็นทั้งฮูหยินและมารดาที่มีความสุขที่สุดในใต้หล้ายิ่งหวนนึกถึงอดีต หัวใจของเขาก็ยิ่งหนักอึ้ง หลังจากหย่าขาดถึงสามครั้งสามครา ชีวิตรักกลับกลายเป็นความอ้างว้างอย่างน่าประหลาด เขาพานพบแต่ฮูหยินที่แสนร้ายกาจ คนที่สองลอบมีชู้ในจวน สร้างความอัปยศให้กับตระกูลซู คนที่สามเป็นคุณหนูผู้ดีแสนเกียจคร้าน วัน ๆ ไม่ทำสิ่งใดนอกจากผลาญทรัพย์สินจนเกลี้ยง จนเขาต้องหย่าขาดจากนางเขากลับไปกราบกรานถามแม่เฒ่าผู้หยั่งรู้ถึงชะตาชีวิต แต่นางกลับเพียงหลับตาลงแล้วเอ่ยประโยคที่กรีดลึกเข้าไปถึงดวงวิญญาณ‘ข้าก็มอบคำทำนายให้เจ้าไปแล้ว เจ้าไม่ต้องถามหาความรักอีกต่อไป เพราะกรรมที่เจ้าก่อไว้มันใหญ่หลวงนัก... ชะตาของเจ้าในชาตินี้ มิได้ถูกกำหนดให้ตายตกตามกัน ทว่าถูกสาปให้ต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อเฝ้ามองฮูหยินที่เจ้าเคยทารุณทรมาน มีความสุ
หัวใจของเขาเต้นระรัวแรงทุกชั่วขณะ กระทั่งภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาต้องชะงักนิ่ง...หมูป่าร่างยักษ์เขี้ยวโง้งตัวหนึ่งถูกพันธนาการด้วยเชือกอาคมสีทองละเอียดยิบ นอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้าสตรีในชุดผ้าป่านอย่างชาวบ้าน นางรวบผมไว้อย่างลวก ๆ ทว่ากลับขับเน้นใบหน้าผุดผาดให้น่ามองยิ่งขึ้น แม้ครรภ์ที่แก่จัดจะนูนเด่นชัดเจน นางยังคงส่งยิ้มละไมเหมือนไม่มีเรื่องอะไร“พี่อวิ๋นมาพอดีเลยเจ้าค่ะ ดูสิ... เจ้าตัวนี้มันวิ่งเข้ามาหาข้าเอง ข้าเห็นว่าท่านพี่ทำงานหนักจนซูบผอมไปนิด เลยตั้งใจจะเอามาทำอาหารบำรุงเลือดลมให้ท่านสักหน่อย”อวิ๋นซีกระโจนกายลงจากม้า เข้าไปประคองร่างภรรยาพลางตรวจดูตามเนื้อตัวด้วยความลนลาน “อาหรู! เจ้าทำข้าหัวใจจะวายรู้หรือไม่ เจ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่นะ หากเจ้าหน้ามืดหรือเจ้าหมูหน้าโง่นี่ทำอันตรายเจ้าขึ้นมา ข้าจะทำเช่นไร!”หรูซีซบลงบนอกสามีอย่างออดอ้อน “ข้าเป็นเซียนนะเจ้าคะ สัตว์ป่าพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก อีกอย่าง... ลูกในท้องยังกระซิบบอกข้าเลยว่า ‘ท่านแม่ล่ามาให้ท่านพ่อเถิด ท่านพ่อจะได้มีแรงกอดพวกเรานาน ๆ’”เมื่อเจอไม้อ้อนประสานเสียงของทั้งแม่และลูก อวิ๋นซีที่ตั้งท่าจะดุภรรยา ก็พลันใจอ่อนย
กลิ่นธูปหอมอ่อนอบอวลอยู่ภายใต้บรรยากาศอันสงบเงียบในศาลเทพชะตา ดวงตาสองคู่ทอดมองไปยังเปลวเทียนที่ไหวระริกส่องสว่าง มือหนาวางทาบบนหน้าท้องที่ยังแบนราบตามอายุครรภ์อย่างแผ่วเบา พลางโอบบ่าประคองภรรยาให้ยืนเคียงข้างอย่างทะนุถนอม“ลูกพ่อ... เจ้ามีมารดาเป็นเซียนผู้เก่งกาจ มีบิดารักใคร่ในมารดายิ่งนัก”“เจ้าก้อนแป้งเพิ่งกระซิบบอกข้าว่าเขาอยากออกมาเห็นหน้าท่านเสนาบดีไว ๆ เจ้าค่ะ” หรูซีคลี่ยิ้มละไม “เขาจะต้องภูมิใจที่สุด หากรู้ว่าท่านพ่อของเขายอมสละได้แม้กระทั่งดวงวิญญาณเพื่อปกป้องท่านแม่”“ข้าสัญญาด้วยชีวิตของข้า จะดูแลทั้งเจ้าและลูกให้ดีที่สุด” อวิ๋นซีก้มมองอาภรณ์ขาวสะอาด ราวกับจะมองทะลุผ่านไปถึงเจ้าตัวน้อยในครรภ์ หรูซีจึงวางมือทับบนมือของสามีอีกชั้นหนึ่งอย่างปลอบประโลม ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงเบื้องหน้าศาลเทพชะตา ประสานมือตั้งจิตอธิษฐานด้วยความสัตย์จริง“ข้าแต่องค์เทพ... ข้าขอวิงวอนให้วาสนาที่ข้าแลกมาด้วยดวงวิญญาณจงยั่งยืนตลอดไป ขอให้ข้าและอาหรูได้ครองรักเคียงคู่จนผมหงอกขาว ขอให้ข้าและนางมีวาสนาต่อกัน เป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวในทุกภพชาติ”หรูซีหลับตาลงอธิษฐานตาม “ขอให้คำสาบานของพวกเราสว่าง
“วันนี้ท่านมีธุระอะไรกับท่านอ๋องหรือ รองแม่ทัพซู?”“ข้าแวะมาดูท่านย่า... มาดูน้องชายของข้าด้วยว่าเขายังสบายดีหรือไม่ ช่วงนี้เขาดูแปลกไปนะเจ้าว่าไหม? หรูซี” จื่อหาวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมีนัยแอบแฝง เขายังเรียกนางอย่างสนิทสนมเหมือนเมื่อครั้งก่อนในเมื่อทั้งสองคนอนุญาตเขาแล้ว“พี่อวิ๋นของข้ามีอะไรแปลกไปงั้นหรือ?”“เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรเล่า ไหนเจ้าว่าเป็นเซียนผู้หยั่งรู้... เรื่องแค่นี้เจ้ากลับมองไม่ออก?” จื่อหาวแค่นยิ้ม ยั่วยุให้นางสงสัยในตัวอวิ๋นซีอวิ๋นซีพลันสบตาภรรยาด้วยความรู้สึกผิด เขากลัวว่าจะถูกภรรยาโกรธงอน รีบเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน “อาหรู... ข้ามีเรื่องปิดบังเจ้า หากข้าจะบอกความจริงทุกอย่างแก่เจ้าในตอนนี้ เจ้าจะยอมรับฟังข้าหรือไม่...?”หรูซีส่งยิ้มอ่อนโยนให้สามี “ไม่ว่าท่านพี่จะทำอะไร ข้าก็ไม่โกรธท่านหรอกเจ้าค่ะ... ท่านดูเขาสิ” นางปรายตามองบุรุษในฝั่งตรงกันข้ามด้วยความสมเพช “คนผู้นั้นเคยทำเรื่องเลวทรามต่ำช้ากับข้าขนาดไหน ข้ายังละวางความแค้นลงได้ แล้วพี่อวิ๋นแสนดีกับข้าถึงเพียงนี้ ท่านทำให้ข้าเป็นฮูหยินที่สตรีทั้งใต้หล้าล้วนริษยา ทุกวันนี้มิตรสหายต่างเข้ามารุมล้อมถามข้าถึงเคล็ดลับ เห
อวิ๋นซีหัวเราะเบา ๆ อย่างรู้ทัน ความตั้งใจของพี่ชายนั้นชัดเจนว่าไม่ยอมแพ้และต้องการสร้างผลงานบางอย่างเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตนกลับมาหลายวันมานี้ชาวบ้านลือกันทั่วว่ารองแม่ทัพไร้น้ำยา งานปราบกบฏอันควรเป็นเกียรติประวัติ ดันถูกองครักษ์ของคุณหนูเยว่และน้องชายที่เขาเคยดูแคลนช่วงชิงความดีความชอบไปเสียสิ้น ผู้คนต่างพากันนินทาลับหลังว่าวัน ๆ เขาอุดอู้อยู่แต่ในกระโจมแม่ทัพจนภรรยาอยากจะหย่าขาดเต็มทน ซึ่งนางก็สมหวังไปแล้วเพราะองครักษ์หนุ่มผู้จงรักภักดี“ท่านจะตามจับปีศาจด้วยกระดิ่งนั่นหรือ?” อวิ๋นซีถามพลางจิบชาอย่างใจเย็น แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่แขนเสื้อของพี่ชาย “อาหรูนางเลือกเดินหนทางเซียน ต่อให้นางมีกู่ปีศาจในร่าง ทว่าจิตมารดวงนั้นดับสูญไปแล้ว กระดิ่งนี่ไม่น่าจะดังได้ ข้าว่ามันคงเสียแล้วล่ะ”“ไม่มีทางที่มันจะเสีย เจ้าลองไปตามนางมาพิสูจน์ดูก็แล้วกัน” จื่อหาวเอ่ยแกมสั่ง ทว่าน้ำเสียงกลับไร้ความมั่นใจยามเผชิญหน้ากับน้องชายที่มีฐานะเหนือกว่าตนในทุกด้าน“ท่านมีสิทธิอะไรมากล่าวหาฮูหยินของข้า อย่าลืมสิว่านางเป็นถึงปรมาจารย์ราชครูของแผ่นดินนะพี่ใหญ่ หากท่านคิดจะตรวจสอบนาง มิควรขอพระบรมราชานุญาตจากฝ่าบา
ค่ำคืนนั้นเขามองเห็นอาหรูนั่งร้องไห้กอดป้ายวิญญาณอยู่ในศาลบรรพชนเพียงลำพัง จึงแอบไปเก็บดอกไม้ป่าที่นางชอบ เขาเดินฝ่าลมหนาวด้วยรองเท้าคู่เก่าของพี่ชายทำให้หิมะกัดเท้าแห้งแตกจนเลือดไหลซึม ทว่าใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม เพียงเพราะคิดว่านางจะต้องดีใจแน่ ๆแต่เมื่อเขากลับไปที่ศาลบรรพชนตระกูลเสิ่นอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับเป็นจื่อหาว! ลูกอนุผู้แย่งทุกสิ่งไปจากเขาและมารดา กำลังปลอบประโลมเด็กสาวตัวน้อยและพานางขึ้นรถม้าของตระกูลไปอย่างง่ายดายเขาในเวลานั้นคิดปลอบใจตนเองว่าขอแค่นางไม่ต้องเหน็บหนาว ก็นับว่าดีแล้ว ในเมื่อเขาไม่มีสิทธิแม้จะมีรถม้าส่วนตัวเหมือนบุตรคนอื่นในบ้าน ทว่าเขาคิดผิดไปทั้งหมด เพราะนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หัวใจของนางก็ไม่เคยหันมองมาที่เขาอีกเลย‘ทำไมต้องเป็นท่าน... พี่ใหญ่... ทำไมทุกอย่างในโลกนี้ต้องเป็นของท่าน!’เสียงกรีดร้องในใจวันนั้น กลายเป็นรอยแผลที่ฝังลึกจนไม่อาจลบเลือน แม้กระทั่งนางแต่งเข้าจวนตระกูลซูในฐานะพี่สะใภ้ ทั้งที่เขาอยากตบแต่งกับนางเจียนคลั่ง กลับถูกพี่ชายแย่งชิงวาสนาไป ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายเกียรติของนาง เพราะรู้ดีว่าหัวใจของนางมีเพียงซูจื่อหาวสอ
ทว่าขณะที่เสียงค้อนตอกตะปูดังประสานกัน สาวใช้คนสนิทวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“ท่านอ๋อง... คุณหนู... คุณหนูเยว่มาขอพบเจ้าค่ะ!”หรูซีวางถ้วยชาลงอย่างใจเย็น นางคาดการณ์ไว้แล้วว่าหากคุณหนูเยว่ยอมบากหน้ามาถึงจวนอ๋อง ย่อมมิใช่เรื่องอื่นใดนอกจากอาการของฉางเฉิน องครักษ์คนรักของนางคงพิษกำเริบหนัก เกินมือห
ยามเอ่ยถึงมารดาผู้ล่วงลับ แววตาของอวิ๋นซีพลันหม่นแสง ทอดมองไปยังท้องนทีอันกว้างใหญ่เบื้องหน้าบางค่ำคืนเขายังคงสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย หวาดกลัวแหล่งน้ำทุกแห่งหน ทว่าเขากลับต้องฝืนเรียนรู้การว่ายน้ำเพื่อเอาตัวรอด มิให้ถูกพวกลูกอนุผลักตกน้ำจนตาย“อาหรู...” เสียงทุ้มพร่าหนักแน่นขึ้น เขาก้มลงมองสตรีในอ้อม
ทว่าคุณหนูเสิ่นออกไปเดินตลาดในเมืองจนฟ้ามืด ส่วนเสนาบดีอวิ๋นก็ไปทำหน้าที่ในราชสำนัก กว่าคนพวกนั้นจะทันเห็นรถม้าประดับไม้แกะสลักลายเมฆามงคล ตัวรถบุผ้าไหมเนื้อละเอียดสีม่วงเข้ม สีประจำฐานันดรสูงเคลื่อนผ่านประตูจวน แสงไฟภายในก็ถูกดับจนมืดสนิท เหลือเพียงเงาเงียบงันของจวนอ๋องที่ไม่คิดเปิดรับแขกผู้ไม่พึง
“ข้าแล้วแต่เจ้า! ฮูหยินน้อย... ข้าจะยืนนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรทั้งสิ้น ข้าเชื่อฟังเจ้า ตามใจเจ้าเถิด” เขาละล่ำละลักยืนยันหนักแน่นจนบิดาถึงกับตะคอกด้วยโทสะ“เจ้าเห็นภรรยาดีกว่าบิดารึ!?”“ท่านพ่อก็เชื่อฟังภรรยามากกว่าบุตรชายคนเล็กมาตลอดมิใช่หรือ?” อวิ๋นซีสวนกลับด้วยแววตาเฉยชา บัดนี้เขาคือสามีของเจ้าสำนั







