Share

งูดวงซวย

Penulis: 橙花
last update Tanggal publikasi: 2026-05-04 05:30:57

ขณะที่ปู้จิงกำลังจะเดินไปส่องดูหน้าผาว่ามีสมุนไพรตามหนังสือหรือไม่ กลับมีเสียงลมดังขึ้นในโสตประสาทของนางเสียก่อน

วูบ!! ฟึ่บ!!! เปรี้ยง!

ปู้จิงหลบหลีกตามสัญชาตญาณ พอตั้งหลักได้ปู้จิงก็เห็นงูยักษ์ตัวใหญ่กำลังขู่ฟ่อ ฟ่ออยู่ห่างไปหนึ่งจ้าง ปู้จิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างรังเกียจ เมื่อครู่นางเตะเท้าออกไปอย่างสะเปะสะปะก็คิดอยู่ว่าทำไมสิ่งที่นางเตะถึงได้ลื่น ๆ ยึกยึ๋ย ๆ พอรู้ว่าเป็นงูตัวเขื่องจริง ๆ ปู้จิงก็ยิ่งขยะแขยงมากขึ้นไปอีก สัตว์อื่นนางไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นพวกงูที่มีหนังเรียบลื่นเหล่านี้ที่ปู้จิงไม่เคยชอบเลยแม้แต่น้อย

“เจ้างูบ้าเอ้ย! กล้าทำร้ายข้า อยากตายนักใช่ไหม” ปู้จิงตวาดอย่างอารมณ์เสีย นางนำธนูออกมาง้างและเตรียมตัวยิงงูไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงทันที

เจ้างูยักษ์เห็นคนตัวเล็กทำท่าทางขึงขังก็ยิ่งนึกดูถูก มันอยู่เฝ้าสมุนไพรล้ำค่ามาหลายร้อยปีแล้ว ยังไม่เคยมีมนุษย์คนไหนกล้าเข้ามาในพื้นที่ของมันมาก่อน มนุษย์ตัวจ้อยตรงหน้ามันกลับกล้ามาถึงที่นี่ ทั้งยังเตะมันเสียมึนหัวไปหมด

ฟ่อ! วูบ!! ฟึ่บ! ฟ่อ!

งูตัวใหญ่ไม่กลัวลูกธนูเล็ก ๆ ของปู้จิงเลยแม้แต่น้อย มันเลื้อยเข้าใส่ปู้จิงอย่างรวดเร็วโดยคิดจะงับร่างของนางในคำเดียว น่าเสียดายที่ความคิดของมันไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง สิ่งที่มันได้รับกลับมาจากปู้จิงคือลูกธนูที่รุนแรงราวกับปืนใหญ่ ทำเอางูดวงซวยถึงกับตาเหลือกกระอักเลือดออกมาคำโต เพราะลูกธนูเล่นปักอยู่ในปากของมันจนเลือดทะลักออกมาแล้ว

ปู้จิงเห็นว่าเจ้างูบ้ายังไม่สิ้นฤทธิ์ นางที่เกลียดหนังลื่น ๆ ของมันเป็นทุนเดิมจึงได้แต่หยิบมีดพร้าประจำตัวออกมาและเก็บธนูเอาไว้ก่อน จากนั้นปู้จิงกระโดดสูงขึ้นไปอย่างไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนหนึ่งจะทำได้ถึงขนาดนี้ นางตวัดปลายมีดพร้าฟันลงไปกลางหัวของงูยักษ์อย่างเต็มแรง เสียงโครมครามดังไปทั่วบริเวณทันที พื้นที่ที่งูยักษ์อยู่ก่อนหน้านี้ถูกแรงกดจากมีดพร้าแตกกระจายออกเป็นวงกว้างทันที งูยักษ์ที่เสียท่าปู้จิงไปสองครั้งติด ๆ กัน มันในตอนนี้รู้แล้วว่าปู้จิงไม่ธรรมดา พอเห็นปู้จิงกำลังจะลงมือกับมันอีกครั้ง งูยักษ์ก็รีบเผ่นหนีอย่างว่องไวยิ่งกว่าตอนที่มันมาก่อนหน้านี้เสียอีก ในใจของงูยักษ์ได้แต่ก่นด่าบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของปู้จิงว่าเหตุใดจึงมีทายาทมนุษย์พลังสูงเช่นนี้ออกมาได้ ทำเอามันเกือบตายไปเสียแล้ว

“แฮ่ก ๆ บ้าเอ้ย! ปล่อยมันหนีไปจนได้” ปู้จิงที่ลงมายืนบนพื้นอย่างมั่นคงแล้วอดหายใจหอบขึ้นมาไม่ได้ นานแล้วที่นางไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ นับว่าการต่อสู้ครั้งนี้ลำบากมากเลยทีเดียว

ปู้จิงเมื่อมองดูแล้วเห็นว่างูยักษ์ไม่น่าจะกลับมาอีกเร็ว ๆ นี้ นางก็รีบไปส่องดูที่ข้างหน้าผาอย่างอยากรู้อยากเห็นทันที สายตาที่กวาดมองไปของปู้จิงพบเข้ากับกล้วยไม้สีรุ้งสองต้นที่ขึ้นอยู่ห่างออกไปจากบนหน้าผาประมาณเกือบสองจ้าง นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจลุกเดินไปผูกเชือกที่นำมาด้วยเข้ากับต้นไม้ใหญ่ใกล้ ๆ จากนั้นปู้จิงก็มัดเชือกเข้ากับเอวของนางแล้วค่อย ๆ ปีนลงไปจากหน้าผาช้า ๆ ปู้จิงกลัวว่าหากนางเผลอออกแรงมากไปจะทำให้หินบนหน้าผาแตกและไปทำลายกล้วยไม้สีรุ้งของนางเสียก่อน

ด้วยความพยายามกดพลังของปู้จิง ในที่สุดกล้วยไม้ทั้งสองดอกก็มาอยู่ในตะกร้าสะพายหลังของนางได้เสียที ปู้จิงไม่สนใจสมุนไพรอื่นที่มีอยู่ตามหน้าผาอีก นางคิดว่าแค่สมุนไพรที่เก็บได้ตอนนี้น่าจะขายได้เงินไม่น้อยแล้ว ปู้จิงอยากเข้าเมืองไปขายด้วยตัวเองสักครั้งหนึ่ง เพราะทุกครั้งคนในบ้านมักจะเป็นคนนำของที่นางหาได้ไปขายให้

ปู้จิงที่ขึ้นมาจากหน้าผาเลือกที่จะเก็บเชือกแล้วใช้วิชาตัวเบากลับบ้านไปในทันที นางไม่สนใจสายตาคนอื่นที่อยู่ตีนเขาแม้แต่น้อย ปู้จิงเลือกที่จะรีบกลับบ้านตนเองเพื่อขออนุญาตท่านแม่ให้นางเข้าเมืองไปขายสมุนไพร

เมื่อปู้จิงกลับมาถึงบ้านตระกูลปู้ นางในวันนี้ไม่ได้วิ่งไปอวดของดีกับท่านย่าเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่เลือกที่จะวิ่งเข้าเรือนไปหาท่านแม่ของนางแทน

“ท่านแม่! ข้าขอเข้าเมืองไปขายสมุนไพรได้ไหมเจ้าคะ” ปู้จิงหอบแฮ่กอยู่พักหนึ่งก่อนจะขออนุญาตออกมาเสียงดัง นางอยากรีบเข้าเมืองไปดูว่าที่นั่นมีสิ่งใดน่าสนใจบ้างสักครั้ง

“เพ้ย! เจ้าเพิ่งกลับมายังจะออกไปอีกหรือ นี่มันบ่ายกว่าแล้วนะ” หลิวซื่อส่ายหน้าปฏิเสธทันที อีกอย่างสามีนางกับพี่ใหญ่ของเขาก็ยังไม่กลับมาด้วย นางกลัวว่าลูกสาวจะถูกคนในเมืองหลอกลวงเอาจึงไม่อยากให้นางไปคนเดียว

“โธ่ท่านแม่ ข้าไปไม่นานหรอกเจ้าค่ะ” ปู้จิงยังคงออดอ้อนอย่างน่ารัก แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้หน้าตาและท่าทางของนางนั้นไม่ได้ผลกับหลิวซื่อ

“ไม่ได้! หากอยากไปต้องให้พ่อเจ้าพาไปเท่านั้น” หลิวซื่อยื่นคำขาด

“เฮ้อ! ข้ารอท่านพ่อก็ได้เจ้าค่ะ” ปู้จิงทำได้แค่ต้องวางตะกร้าสะพายหลังลงแล้วเข้าไปนอนรอพ่อของนางในห้องแทน ปู้จิงงอนจนไม่คิดจะกินแม้แต่ข้าวเที่ยง

หลิวซื่อเห็นอาการลูกสาวแบบนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา ลูกสาวนางถูกทุกคนในตระกูลปู้ตามใจจนแทบจะเสียคนแล้ว ขนาดนางเองที่ดูเหมือนจะเข้มงวดแต่จริง ๆ ก็อดตามใจปู้จิงในหลาย ๆ เรื่องไม่ได้เช่นเดียวกัน ก็ใครใช้ให้ลูกสาวนางน่ารักน่าชังขนาดนี้กันเล่า ต่างจากสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับเทพเซียนของปู้จิงลิบลับ

กว่าปู้ซานจะกลับมาถึงบ้านพร้อมสัตว์ป่าจำนวนมาก เวลาก็ล่วงเลยไปถึงยามเย็นแล้ว ปู้จิงทำได้แค่หน้างอคอหักออกไปกินข้าวที่บ้านใหญ่อย่างไม่สบอารมณ์เท่านั้น

“เป็นอะไรไปลูกรัก” ปู้ซานที่จัดเก็บสัตว์ที่ล่ามาได้วันนี้เสร็จเอ่ยถามเมื่อเข้ามาในห้องอาหาร

“เปล่าเจ้าค่ะ” ปู้จิงจะบ่นท่านแม่ของนางต่อหน้าคนอื่นได้ยังไงกัน นี่เป็นเรื่องเสียมารยาท

“พรุ่งนี้ท่านพี่พาลูกเข้าเมืองไปด้วยนะเจ้าคะ นางเก็บสมุนไพรมาได้หลายอย่าง” หลิวซื่อเป็นคนเอ่ยปากขึ้นมาแทน ถึงแม้นางจะเห็นท่าทางไม่น่ารักของลูกสาว แต่ก็ไม่คิดจะว่าอะไร

“ได้สิ ลูกยังไม่เคยเข้าเมืองเลยนี่นา ยังไงพรุ่งนี้ข้าก็จะเอาสัตว์ที่ล่าได้เข้าไปขายอยู่แล้ว ให้ลูกนั่งเกวียนไปกับข้าและพี่ใหญ่ก็ได้” ปู้ซานบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาอยากพาปู้จิงไปหาซื้อขนมอร่อย ๆ ในเมืองมานานแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้เขาไม่กล้าขออนุญาตเมียรักก็เท่านั้น

“เจ้าใหญ่ พรุ่งนี้เอาเงินไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งกลับมาไว้ที่บ้านด้วย เครื่องปรุงในครัวก็ใกล้จะหมดแล้ว ซื้อมาไว้มากหน่อย จะได้ไม่ต้องเข้าเมืองบ่อย ๆ” จางซื่อหันไปบอกลูกชาย

“ขอรับท่านแม่” ปู้กังพยักหน้ารับคำพร้อมรอยยิ้ม พรุ่งนี้เขาจะได้ไปอวดกล้ามให้สาว ๆ ในเมืองดูอีกแล้ว ยังดีที่เมียเขาไม่ห้ามเอาไว้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีโอกาสดี ๆ เช่นนี้

ปู้ต้าน ปู้ตี้และปู้จื่อพอได้ยินก็อยากไปด้วย แต่น่าเสียดายที่เหวินซื่อและเหมยซื่อไม่อนุญาตให้พวกเขาไปวุ่ยวายในเมือง เพราะกลัวว่าเด็กพวกนี้จะวิ่งพล่านไปทั่วจนหากันไม่เจอ

หลังมื้อเช้าวันต่อมา ปู้กังกับปู้ซานช่วยกันยกสัตว์ป่าที่ล่าได้เมื่อวานขึ้นเกวียนอย่างรวดเร็ว ปู้จิงเองก็สะพายตะกร้าขึ้นหลังแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนเกวียนทันทีเช่นกัน นางโบกมือให้กับพี่ชายน้องชายที่มารอยืนส่งพร้อมรอยยิ้มกว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่ปู้จิงจะได้เข้าไปเที่ยวในเมืองฝูเป่ยนางจึงอดดีใจขึ้นมาไม่ได้

“รอพ่อกับลุงเจ้าขายเหยื่อเสร็จก่อนนะลูก พ่อจึงจะพาเจ้าไปร้านขายสมุนไพรทีหลัง” ปู้ซานที่บังคับเกวียนอยู่เอ่ยขึ้นระหว่างทาง

“ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ” ปู้จิงรับคำเสียงดัง นางกลัวว่าท่านพ่อจะไม่ได้ยิน เพราะพ่อกับลุงของนางนั่งอยู่ด้านหน้าของเกวียนซึ่งห่างจากตรงที่นางนั่งอยู่มากพอสมควร

“เงินของหลานสาว ข้าว่าไม่ต้องเอาเข้ากองกลางหรอกนะ ให้นางเก็บไว้ใช้จ่ายเองดีไหม” ปู้กังผู้หลงใหลหลานสาวสุดน่ารักไม่ต่างจากคนอื่นในบ้านหันไปบอกน้องชาย

“อืม… ถ้าพี่ใหญ่คิดว่าได้ก็ไม่มีปัญหาขอรับ ข้าคิดว่านางคงขายได้ไม่มากนักหรอก” ปู้ซานเอ่ยอย่างไม่คิดมากอะไร เพราะปู้จิงนำผ้ามาปิดตะกร้าเอาไว้ ทำให้ไม่มีใครเห็นว่าในนั้นมีสมุนไพรล้ำค่าอยู่มากแค่ไหน หากพวกเขาเห็นเข้าคงไม่กล้าพูดแบบนี้แน่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ตำนาน

    “เหตุใดจึงไม่มีใครไปเล่า หรือที่นั่นมีสัตว์อันตรายอยู่” ปู้เซียวถามขึ้นบ้าง“ได้ข่าวว่าภูเขานั้นมีหมีดำตัวใหญ่อยู่น่ะขอรับ ข้าเองก็ยังไม่เคยขึ้นไปสูงมากนักจึงไม่รู้ว่าที่คนเขากล่าวขานมานั้นจริงหรือไม่” ชินอ๋องตอบอย่างที่ทราบมา“อืม… น่าสนใจ น่าสนใจ” ปู้จิงที่เคยฆ่าหมีดำเมื่อครั้งไปช่วยท่านปู่อดพูดขึ้นมาไม่ได้“อะไรของเจ้าน้องสาว เจ้าเป็นพระชายาแล้วนะยังจะขึ้นเขาอีกหรือ” ปู้ตี้อดปรามน้องไม่ได้“อ้าว ข้าเป็นพระชายาแล้วอย่างไรเล่าพี่รอง ข้าก็ยังชอบล่าสัตว์อยู่ดี ไม่รู้ล่ะ ยังไงข้าก็จะไปดูว่าที่นั่นมีหมีดำอยู่จริงหรือไม่” ปู้จิงกล่าวอย่างไม่สนใจท่าทีของชินอ๋องสามีแม้แต่น้อย“เอาล่ะ ๆ หากอยากไปก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ ถือว่าไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาดีไหม” จางซื่อได้แต่ต้องตามใจหลานสาวที่ถึงจะเป็นพระชายาแล้วก็ยังคงรักในอาชีพเก่าอยู่“เย้! ท่านย่าใจดีที่สุดเจ้าค่ะ” ปู้จิงวิ่งปรื๋อเข้าไปกอดร่างเล็กของจางซื่อ“เช่นนั้นอีกสองวันเราค่อยไปกันนะ ค้างคืนที่ภูเขาสักคืนหนึ่งค่อยกลับ” ปู้ซานเห็นว่าภูเขาที่กำลังจะไปนั้นไม่คุ้นเคย เขาจึงอยากพักอยู่ที่นั่นสักคืน“ได้สิ ให้ลูกสะใภ้อยู่จวนก็พอ พวกเราค่อยเตรียมกระโ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อลเวง

    ก่อนถึงฤกษ์รับตัวเจ้าสาวหนึ่งเค่อ ขบวนสินสอดยาวนับสิบลี้ของชินอ๋องก็เดินทางมาถึงหน้าจวนท่านหญิง พิธีรับตัวเป็นไปตามราชประเพณี กระทั่งปู้จิงขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเพื่อเดินทางไปทำพิธีต่อในวังหลวง บรรดาญาติสนิทมิตรสหายต่างก็ติดตามขบวนชินอ๋องไปด้วย ชาวเมืองที่มารอรับขบวนเสด็จตามข้างถนนต่างกล่าวอวยพรชินอ๋องกับพระชายาเสียงดังด้วยความชื่นชมยินดี พวกเขารู้ดีว่าพระชายาช่วยเหลือราชสำนักมากมายเพียงใด“พวกท่านรับขนมงานแต่งไปด้วยนะเจ้าคะ” บ่าวไพร่ในจวนท่านหญิงต่างถือตะกร้าขนมสำหรับงานมงคลเอาไว้คนละตะกร้าสองตะกร้าเพื่อแจกจ่ายชาวเมืองตามธรรมเนียม“ขอบคุณพวกท่านมาก” ชาวเมืองมากมายยิ้มกว้างออกมา ขนมเหล่านี้นับว่าเป็นเกียรติให้กับพวกเขาที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีกับชินอ๋องและพระชายายิ่งแล้ว ขบวนเสด็จใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็ไปถึงหน้าพระราชวัง ชินอ๋องลงจากหลังม้าและมาเปิดเกี้ยวเพื่อรับเจ้าสาวคนงามของพระองค์“จิงเอ๋อ ถึงแล้วล่ะ” ชินอ๋องยื่นมือเรียวยาวขาวผ่องไปให้ปู้จิงจับเอาไว้“อื้อ ข้าตื่นเต้นจังเลยอาหยวน” ปู้จิงยื่นมือเล็กออกมาแล้วกระซิบบอกชินอ๋อง“ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่ข้างเจ้า” ชินอ๋องกระซิบกลับและค่อย ๆ พาป

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อภิเษก

    ชินอ๋องนั่งสนทนากับครอบครัวปู้จิงจนถึงมื้อเที่ยง พระองค์ยังขอร่วมวงทานมื้อเที่ยงก่อนจะเดินทางกลับจวนอ๋องไปในช่วงบ่ายอย่างสบายใจ ชุดแต่งงานของชินอ๋องกับพระชายาจะมีคนในวังจัดการให้ตามธรรมเนียม งานอภิเษกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าถือว่าเป็นงานมงคลครั้งแรกหลังจากเกิดการกบฏขึ้นในเมืองหลวง ฮ่องเต้หลังจัดการกับพวกกบฏเสร็จสิ้น พระองค์ก็เริ่มพิจารณาความดีความชอบให้กับเหล่าจอมยุทธที่มาช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย รวมถึงครอบครัวปู้จิงที่สร้างคุณูปการด้วย“เจ้าว่าหากมอบตำแหน่งกั๋วกงให้ตระกูลปู้จะเหมาะสมหรือไม่” ฮ่องเต้หันไปตรัสกับขันทีประจำพระองค์ที่ยืนคอยรับใช้ไม่ห่าง“กระหม่อมคิดว่าเหมาะสมมากพะย่ะค่ะ อย่างไรเสียท่านหญิงก็กำลังจะแต่งเข้าราชวงศ์ด้วย หากครอบครัวนางได้รับยศตำแหน่งก็จะช่วยหนุนหลังท่านหญิงได้ด้วยพะย่ะค่ะ” ขันทีกุ่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาเคยพบท่านหญิงผู้น่ารักหลายครั้งจึงรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ยิ่งพอรู้ว่าท่านหญิงกับครอบครัวทุ่มเทกำลังจัดการกลุ่มกบฏจำนวนมากไปได้ เขาก็ยิ่งนับถือนางมากขึ้น“อืม… เช่นนั้นเราจะเขียนราชโองการให้ พรุ่งนี้เจ้าค่อยไปประกาศก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ตัดสินใจที่จะมอบตำแหน่งใหญ่ใ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฟ้าหลังฝน

    ที่หน้าคุกหลวง การต่อสู้ยังคงดุเดือดอยู่เมื่อปู้จิงกับเสือขาวไปถึง ทั้งสองเข้าร่วมวงต่อสู้ทันทีอย่างไม่เกรงกลัว กระทั่งหนึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดชินอ๋องกับเหล่าองครักษ์เงาก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือฮ่องเต้กับฮองเฮาออกมาได้เสียที“จิงเอ๋อ ข้าจะพาเสด็จพี่กับพี่สะใภ้ไปรักษาตัวที่วังหลวงก่อนนะ ฝากเจ้าจัดการพวกกบฏที่เหลือเหล่านี้ได้หรือไม่” ชินอ๋องทั้งเป็นห่วงพี่ชายและห่วงคู่หมั้น“ได้สิ ข้าจัดการเสร็จแล้วจะไปหาเจ้าในวังนะ” ปู้จิงยิ้มแป้นบอก นางเห็นอยู่ว่าสภาพของพี่ชายอาหยวนนั้นไม่ค่อยดีนัก“ขอบใจเจ้ามากนะ พวกเจ้าฟังคำสั่งท่านหญิงให้ดีเล่า” ชินอ๋องหันไปกำชับกองกำลังทหารที่ติดตามพระองค์มาตั้งแต่เข้าเมืองหลวงด้วยน้ำเสียงจริงจัง“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เหล่าทหารต่างร้องรับคำเสียงดัง พวกเขามีหรือจะกล้าไม่ฟังคำสั่งท่านหญิงสุดแกร่งกันเล่า ยิ่งสายตาเย็นชาของเสือขาวที่กวาดมองมาทางพวกเขาด้วยแล้ว ทุกคนถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างหวาดกลัว ปู้จิงมองส่งอาหยวนของนางไม่นาน ก่อนจะหันมาออกคำสั่งให้ทหารตรวจสอบคนที่ถูกขังในคุกหลวงอีกครั้ง หากเป็นขุนนางดีที่ถูกพวกกบฏขังก็ให้นำพวกเขาออกมา ส่วนถ้าเป็นคนร้า

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   บุกเมืองหลวง

    ปู้จิงใช้วิชาตัวเบาวิ่งเข้าใส่ประตูใหญ่ของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว นางชักกระบี่ออกมาปัดป้องลูกธนูมากมายที่ยิงเข้าใส่จากบนกำแพงเมืองอย่างสบาย ๆเปรี้ยง! ครืน!! โครม!!! ประตูที่ทุกคนคิดว่าแข็งแกร่งนักแข็งแกร่งหนาถูกปู้จิงเตะด้วยฝ่าเท้าน้อย ๆ เพียงครั้งเดียวก็ล้มครืนลงไปด้านในเมืองหลวงทันที ทหารกบฏที่อยู่ด้านในถูกประตูไม้ขนาดใหญ่ทับต่างก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด พวกเขากำลังซุ่มรอให้คนของชินอ๋องพังประตูเข้ามาจะได้ลอบจัดการได้โดยละม่อม แต่ใครจะคิดเล่าว่าปู้จิงเพียงคนเดียวจะจัดการประตูเสียผิดแผนของพวกเขาไปหมด“บัดซบ!!! พวกเจ้ามัวทำอันใดอยู่ รีบลงไปจัดการมันสิ” แม่ทัพอู๋เถี่ยตวาดนักฆ่าเงาและแม่เฒ่าพิษที่ยังคงยืนงงกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ด้วยความโกรธ สองคนนี้ถูกเสนาบดีซ้ายจ่ายเงินจำนวนมากให้มาช่วยก่อการกบฏ แต่พวกเขากลับไม่ค่อยได้ทำประโยชน์อะไรนัก เมื่อแม่เฒ่าพิษและนักฆ่าเงาได้สติ พวกเขาก็หายวับไปจากกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว และลงไปยืนประจัญหน้ากับปู้จิงที่ตอนนี้กำลังเหยียบย่ำประตูใหญ่ที่พังลงอย่างเมามัน“ตายซะเถอะนังเด็กปีศาจ!” แม่เฒ่าพิษยังจำความทรมานเมื่อครั้งลองยาพิษที่เคยใส่ให้ปู้จิงได้เข้ากร

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ข่าวร้าย

    งานเลี้ยงคืนนั้นดำเนินยาวไปจนถึงยามจื่อ ปู้จิงที่กินอิ่มจนท้องแทบแตกแยกตัวกลับไปนอนในกระโจมกับเสือขาวก่อนหน้านี้แล้ว นางเพิ่งรู้ว่าการทำศึกเหนื่อยมากก็วันนี้นี่แหละ เพราะเรี่ยวแรงที่มหาศาลของนางแทบจะหมดสิ้นจากการกรำศึกครานี้ พอปู้จิงหัวถึงหมอนนางก็หลับไม่รู้เรื่องจนกระทั่งตื่นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงสายมากแล้ว“อื้อ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เหตุใดจึงได้เสียงดังวุ่นวายเช่นนี้” ปู้จิงเอาผ้าห่มคลุมหัวอย่างรำคาญ นางไม่รู้ว่านอกกระโจมเกิดสิ่งใด แต่ได้ยินเสียงของคนหลายคนดังเข้ามาในกระโจมของนาง ที่กระโจมของชินอ๋องนั้นวุ่นวายกันตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เพราะองครักษ์เงาของฮ่องเต้ที่มีบาดแผลทั่วตัวมาขอเข้าพบและรายงานให้ชินอ๋องทราบว่ากองทัพกบฏยึดครองเมืองหลวงไปได้นานถึงครึ่งเดือนแล้ว อีกทั้งพวกมันยังจับฝ่าบาทและฮองเฮาเอาไว้ด้วย เขาถูกสหายช่วยให้หลบหนีออกมาส่งข่าวได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็บาดเจ็บไม่น้อย เมื่อรายงานเรื่องราวจบลง องครักษ์เงาก็สลบเหมือดไปจากความเหนื่อยล้า“พวกเจ้าไปบอกคนอื่น ๆ ให้รีบเตรียมตัวเสีย เก็บของเสร็จเราจะออกเดินทางกลับเมืองหลวงทันที ครั้งนี้อาจไม่มีเวลาให้ทุกคนพักผ่อนมากนัก เรากลัวว่าหากไปช้าเ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   หล่อจัง

    เสียงพูดคุยจากชาวบ้านดังไปทั่วบริเวณลานหน้าบ้าน ปู้จิงที่เพิ่งเดินออกมาเตรียมดื่มเหล้าขอบคุณถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง นางเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำสีหน้าอย่างไรกับการที่ตนเองไม่มีแม่สื่อมาร่วมงานเลยแม้แต่คนเดียว

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ไร้เงาแม่สื่อ

    “เช่นนั้นพวกท่านรอสักครู่ ข้าจะไปเอาตั๋วเงินมาให้” เถ้าแก่ยิ้มกว้างออกมาทันทีที่สามารถซื้อสมุนไพรล้ำค่าหายากทั้งสามต้นได้ด้วยราคาเพียงหนึ่งหมื

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฝูเป่ย

    เกวียนวัวของบ้านปู้ไปถึงเมืองฝูเป่ยในเวลาต่อมา ปู้ซานบังคับเกวียนไปยังร้านอาหารเจ้าประจำที่บ้านพวกเขาขายสัตว์ป่าให้ก่

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ยิ่งโตยิ่งงาม

    สามปีต่อมา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status