Masukจุดเริ่มต้นของเรื่อง
วายุ ทำงานเป็นบอดี้การ์ดรับจ้างดูแลวีไอพีตามปกติของเขา จู่ๆมีรุ่นพี่ในแวดวงการบอดี้การ์ดชวนให้เขาไปทำงานด้วยกัน ซึ่งรุ่นพี่คนดังกล่าวมีนามว่า ภาค ซึ่งภาคก็คือลูกน้องคนสนิทมือขวาของ เดชา พ่อของ มิรา นั่นเอง
เดชาต้องการตัวบอดี้การ์ดฝีมือดีที่ไว้ใจได้มาคอยดูแลคุ้มครองลูกสาวคนเดียวของเขา เพราะเดิมทีบอดี้การที่ดูแลลูกสาวของเขาอยู่มีแค่คนเดียวก็คือ ภีม น้องชายของภาค เดชาต้องการคนเพิ่มเลยสั่งการกับลูกน้องมือขวาอย่างภาคไป และภาคก็มองเห็นถึงความเก่งกาจเห็นในความซื่อตรงของตัววายุ ภาคจึงได้ชักชวนวายุมาทำงานด้วยกันโดยเสนอเงินเดือนให้ครึ่งล้านกับไอ้แค่ดูแลคุ้มครองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแค่คนเดียว ซึ่งวายุก็ไม่ได้สนใจอะไรกับเงินเดือนครึ่งล้านนั่นเลย เพราะเขามีเงินมากพออยู่แล้ว แต่กระนั้นทีแรกวายุก็ไม่ตกลงเพราะไม่ชอบงานประจำและไม่ชอบเด็ก เขารู้สึกว่าเด็กมันน่ารำคาญ แต่พอรู้ว่าเป็นเด็กโตเขาก็เริ่มลังเลเพราะถ้าเป็นเด็กโตก็จะว่าง่ายและเข้าใจง่ายกว่าเด็กเล็กๆ คิดไปคิดมาไม่รู้อะไรดลใจให้เขาตอบตกลงยอมรับงานเป็นบอดี้การส่วนตัวให้กับเด็กสาว...
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของเดชา
"ส่งกระเป๋ามาพี่ เดี๋ยวผมเอาไปเก็บที่บ้านพักให้ก่อน" เป็นเสียงของ ภีม บอดี้การ์ดส่วนตัวของลูกสาวเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ เขาเอ่ยอาสาเอากระเป๋าสัมภาระไปเก็บให้รุ่นพี่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่เป็นวันแรก ซึ่งรุ่นพี่คนดังกล่าวก็คือ วายุ
"ขอบใจ"
พรึ่บ!
เอ่ยขอบคุณรุ่นน้องจบ วายุก็โยนกระเป๋าเป้สีดำที่สะพายอยู่บนไหล่ข้างขวาของเขาให้ภีมทันที
ภีมรับกระเป๋าเป้มาอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่ก็รับไว้ได้ทัน ก่อนจะเดินไปยังบ้านพักบอดี้การ์ดที่อยู่ด้านหลังของคฤหาสน์ทันที
"เดี๋ยวมึงเข้าไปหานายกับกูก่อน" เป็นเสียงของ ภาค ลูกน้องคนสนิทมือขวาของเดชา หรือพี่ชายของภีม เขาเอ่ยบอกวายุรุ่นน้องที่เขาได้ชักชวนให้มาทำงานที่นี่ น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า
วายุจึงพยักหน้าให้แทนคำตอบ จากนั้นภาคก็เดินนำไปหาผู้เป็นนายที่อยู่ในห้องทำงานบนชั้นสองของคฤหาสน์ทันที
...
ภายในห้องทำงานของเดชา
"ประวัติเอ็งใช้ได้หนิ เก่งไม่พอยังรวยเอาเรื่องซะด้วย นอนอยู่บ้านสบายๆก็ได้ทำไมถึงยังมาเป็นบอดี้การ์ดอยู่อีก" เดชา เจ้าของคฤหาสน์หรือเจ้านายของทุกคนในที่นี้ เขาพูดกับลูกน้องคนใหม่พลางถามไปด้วยในประโยคหลัง เขานั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ท่าทางสบายๆ แต่กลับดูสง่าและใบหน้าของเขาก็ยังหล่อเหลาเต็งตึงอย่างกับคนอายุสามสิบต้นๆ ทั้งที่ปีนี้เขาอายุสี่สิบสองปีแล้ว
"ผมไม่ใช่คนขี้เกียดครับ" วายุตอบออกไปตรงๆด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า ยืนไหล่ผึ่งกุมมือไว้ด้านหน้าตามแบบฉบับบอดี้การ์ดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายด้วยท่าทีนิ่งๆ ทว่าดวงตาคู่คมของเขากลับเหลือบมองรูปถ่ายขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังด้านหลังของเจ้านายเป็นระยะๆ
"หึ ตอบตรงดีหนิ มันต้องแบบนี้สิวะกูชอบ" เดชาถึงกับถูกอกถูกใจในคำตอบของลูกน้องคนใหม่เป็นอย่างมาก ซึ่งไม่เคยมีใครกล้าตอบคำถามที่ดูจะกวนบาทาเขาขนาดนี้มาก่อน แต่เขาดันชอบที่เด็กหนุ่มบอดี้การ์ดคนนี้พูดมันออกมาด้วยความซื่อตรง มันดูจริงใจดี และเขาเองก็เริ่มจะถูกชะตากับบอดี้การ์ดคนใหม่คนนี้เข้าซะแล้ว คิดไม่ผิดที่เลือกมาดูแลลูกสาวของเขา ช่างถูกใจเขาจริงๆ
เวลาต่อมา
บ้านพักบอดี้การ์ด ภายในห้องพักส่วนตัวของวายุ
"เป็นไงบ้างพี่วายุ พออยู่ได้ไหม" ภีมเอ่ยถามเพราะเกรงว่าที่นี่อาจจะคับแคบหรือไม่สะดวกสบายสำหรับวายุ ซึ่งภีมพอจะรู้มาบ้างว่าวายุเป็นคนมีเงินมีฐานะอยู่พอตัว เขาเองก็ยังสงสัยว่าทำไมวายุถึงยังทำงานเป็นบอดี้การ์ดอยู่อีกทั้งที่รวยขนาดนั้น แต่กระนั้นเขาก็ไม่คิดจะถามละลาบละล้วงอะไรออกไปเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว
"อืม สบายมาก" วายุตอบน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า พลางกวาดสายตามองสำรวจภายในห้องพักไปด้วย เขาเป็นคนง่ายๆ กินง่ายอยู่ง่ายไม่ได้ยึดติดกับความสบายอยู่แล้ว ด้วยความที่เป็นคนต่างจังหวัดใช้ชีวิตเรียบง่ายมาก่อน สำหรับเขาห้องพักบอดี้การ์ดประมาณนี้ถือว่าใช้ได้ ไม่ได้แย่อะไรเลย ดูสะดวกสบายกว่าที่อื่นด้วยซ้ำไป
"เออพี่ เห็นคุณหนูยัง เป็นไง คุณหนูของผมน่ารักใช่ไหมล่ะ" จู่ๆภีมนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามไป ประหนึ่งถามเองตอบเองเสียมากกว่า ท่าทางขี้เล่นตามสไตส์เขา
"คุณหนูของผม" วายุพูดทวนคำพลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเชิงเป็นคำถาม เขารู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาเสียดื้อๆกับคำพูดของภีม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่ง ตอนนี้คิ้วหนากลับขมวดเข้าหากัน นึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"อะไรพี่ อย่ามามองผมแบบนั้น ผมหมายถึงคุณหนูที่ผมดูแลอยู่ครับ ไม่ใช่คุณหนูของผมแบบที่พี่คิด ขืนผมคิดอะไรไม่ดีกับคุณหนูนายได้เอาผมตายสิ คุณหนูเป็นเด็กที่น่ารักมาก พี่เองก็อย่าหวั่นไหวอย่าเผลอใจคิดอะไรกับคุณหนูล่ะ นายหวงลูกสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อีกนะพี่" ภีมรีบปฏิเสธออกไปทันทีเพราะดูจากสีหน้ารุ่นพี่ก็รู้แล้วว่ากำลังคิดอะไรอยู่ โดยไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือน เพราะกลัวว่ารุ่นพี่จะโดนความน่ารักของเด็กสาวตกเข้าให้
"ไร้สาระ" วายุพูดขึ้นก่อนจะเลือกไม่สนใจ หันมองบรรยากาศรอบๆไปเรื่อย
"แล้วตกลงว่าไงพี่วายุ พี่ว่าคุณหนูน่ารักไหม" ภีมยังคงถามเล้าหลือต่อ คาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ เพราะเมื่อกี๊ถามไปยังไม่ได้คำตอบเลย
"มึงถามเพื่ออะไรวะ กูยังไม่เห็น" น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้น ยืนกอดอกมองรุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าเขาแค่สองปีด้วยใบหน้าเข้มดุ เพราะเริ่มจะรำคาญภีมขึ้นมาที่ถามอะไรนอกเรื่อง
"โห่~ อะไรของพี่เนี่ย ไม่เห็นได้ไงรูปคุณหนูติดอยู่เต็มบ้านพี่ไม่ได้มองเลยเหรอ" ภีมถึงกับเซ็งที่รุ่นพี่ของเขาดูไม่สนใจและไม่ใส่ใจอะไรเลย ซึ่งเขาแค่ต้องการให้รุ่นพี่เอ็นดูเด็กสาวเหมือนกับที่เขาเอ็นดูเธอแบบน้องสาวคนหนึ่งก็เท่านั้น ถึงได้คาดคั้นจะเอาคำตอบกับรุ่นพี่อยู่แบบนี้ แต่เมื่อไม่ได้คำตอบอะไรก็เลือกที่จะปล่อยผ่านอย่างเซ็งๆ
"ช่างเถอะผมไม่ถามละ พี่พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวถึงเวลาไปรับคุณหนูที่โรงเรียนผมมาตามแล้วกัน" พูดจบภีมก็เดินออกไป
ด้านวายุมองตามหลังรุ่นน้องด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทว่าในหัวของเขากลับนึกไปถึงรูปถ่ายเด็กผู้หญิงที่ติดอยู่บนผนังและวางอยู่บนเฟอร์นิเจอร์หรูตามจุดต่างๆเต็มบ้านไปหมด มีทั้งรูปตอนเด็กและตอนโต ซึ่งความจริงเขาเห็นรูปถ่ายเหล่านั้นตั้งแต่ย่างก้าวเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว แค่เลือกที่จะไม่พูดออกไป
และขณะที่ในหัวกำลังคิด มือหนาข้างขวาก็ยกขึ้นมาวางทาบบนอกข้างซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเอง ตอนนี้ใจแกร่งของเขามันสั่นและเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ บอกเป็นความรู้สึกไม่ถูกยามที่นึกถึงดวงหน้าเล็กๆน่ารักๆของเด็กสาวที่อยู่ในรูปถ่าย
"เป็นอะไรของมึงวะไอ้วายุ" เขาบ่นกับตัวเองโดยที่ยังทาบมือขวาไว้ตรงตำแหน่งหัวใจอยู่อย่างนั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งอยู่ตลอด ตอนนี้คิ้วหนากลับขมวดเข้าหากันยุ่งด้วยความที่ไม่เข้าใจว่าตัวเองนั้นเป็นอะไร
เวลาต่อมา16:35 น.บริเวณโต๊ะริมสระว่ายน้ำ"อะไรเหรอคะ" มิราเอ่ยถามคนตัวโตเมื่อเขายื่นกล่องเล็กๆสีชมพูมาให้ขณะที่เธอนั่งอยู่บนตักแกร่งของเขา"เปิดดูสิครับ" บอกกับเด็กสาวน้ำเสียงอ่อนโยน โอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ มืออีกข้างก็ยังคงถือกล่องเล็กๆสีชมพูยื่นให้เด็กสาวด้านมิราจึงรับกล่องดังกล่าวมาแล้วเปิดฝากล่องออก เมื่อเห็นว่าสิ่งของในกล่องคืออะไรก็ระบายยิ้มออกมาจนแก้มแทบปริ ซึ่งภายในกล่องเป็นสร้อยคอเส้นเล็กๆสีเงิน ตัวจี้เป็นรูปหนังสือเล่มเล็กๆสีชมพู"ชอบไหมครับ พี่สั่งทำให้หนูเป็นพิเศษเลยนะ" เขาถามพลางกระชับกอดคนบนตักแน่นขึ้น ซึ่งสร้อยเส้นนี้เขาสั่งทำไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจะได้มีโอกาสไปเอาที่ร้านตอนไปส่งคนเป็นน้องสาวที่คอนโด"ชอบค่ะ ชอบมากด้วย ขอบคุณนะคะ"ฟอด~มิราหอมแก้มของคนตัวโตไปหนึ่งฟอดเป็นการเอาใจ ซึ่งสร้อยที่เขาให้มามันน่ารักมากและถูกใจเธอมากจริงๆด้านวายุก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูคนบนตัก ก่อนจะเกยคางไว้บนไหล่มนเสมือนกำลังออดอ้อนคนบนตักยังไงยังงั้น"ว่าแต่ทำไมพี่วายุถึงสั่งทำจี้สร้อยเป็นรูปหนังสือล่ะคะ?""เพราะว่าหนูชอบอ่านนิยายไงครับ พี่เลยสั่งทำสร้อยเป็นรูปหนังสือ หนูลองดูดีๆสิครับ ในตัวจี้ด้าน
วันต่อมากรุงเทพมหานคร ขณะนี้วายุกับมิราเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวติดสอยห้อยตามทั้งสองคนมาด้วย ณ คฤหาสน์หลังใหญ่11:45 น.เมื่อวายุขับรถเข้ามาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เขาก็เอี้ยวตัวหันไปพูดกับน้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะรถด้านหลังทันที"รอพี่ในรถก่อนนะ พี่ขอเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะไปส่งที่คอนโด""ค่ะ" พระพายจึงพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกวาดสายตามองออกไปนอกรถอย่างซุกซนละคนอยากรู้อยากเห็น เธอตื่นเต้นไม่น้อยกับการที่ได้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่รู้ว่าบ้านหรือวังถึงได้ใหญ่โตอลังการเช่นนี้ด้านวายุจึงลงจากรถแล้วไปเปิดประตูรถฝั่งของคนรัก จากนั้นเขาก็พาคนรักเข้าบ้านโดยมีกระเป๋าสัมภาระของเธอและเขาถืออยู่ในมือหนาทั้งสองข้างส่วนสาวน้อยที่นั่งอยู่ในรถของพี่ชาย โดยไม่รู้เลยว่ามีรถตู้คันหรูสีดำของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้กำลังขับเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ด้านหลังรถของพี่ชายที่เธอนั่งอยู่ ด้วยความซุกซนและอยากรู้อยากเห็นเธอจึงตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเพื่อจะได้มองสำรวจคฤหาสน์ได้สะดวกขึ้น แทนที่จะรออยู่ในรถ
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)ภายในห้องนอนของวายุหลังจากที่พูดคุยกับลุงและป้าสะใภ้เสร็จ วายุก็พาเด็กสาวขึ้นมาพักผ่อนบนห้องนอนของเขา"นั่งรถมาเหนื่อยๆ อากาศก็ร้อน พี่ว่าหนูไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะครับจะได้สดชื่น" วายุเอ่ยบอกพลางเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่พับเก็บไว้ในตูเสื้อผ้าของตัวเองออกมา ก่อนจะเดินกลับมาหาเด็กสาวที่กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆห้องของเขา"พี่วายุชอบสีเทากับสีดำเหรอคะ ห้องของพี่ถึงได้คลุมโทนสีเทาดำหมดเลย" มิราไม่ได้สนใจคำพูดของคนตัวโตเลย ปากถามแต่สายตากวาดมองไปรอบๆห้องของเขาอย่างซุกซน พลางยื่นมือไปรับผ้าขนหนูที่เขายื่นให้ ซึ่งแม้กระทั่งผ้าขนหนูที่เขาให้มาก็ยังเป็นสีเทา"ใช่ครับ" เขาตอบก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำที่สวมใส่อยู่ แล้วถอดออกโยนทิ้งลงตระกร้าที่วางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า ตามด้วยถอดเข็มขัดราคาแพง แต่ทว่าขณะที่เขากำลังจะปลดกระดุมกางเกง เด็กสาวก็ดันเอ่ยขัดขึ้นมา"พะ พี่วายุถอดเสื้อผ้าทำไมคะ" รู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาเสียดื้อๆเมื่อเห็นอีกคนยืนถอดเสื้อผ้าต่อหน้าต่อตา"อาบน้ำก็ต้องถอดเสื้อผ้าสิครับ จะอาบทั้งเสื้อผ้าได้ยังไงกัน" "อ๋อ พี่วายุจะอาบน้ำก่อนใช่ไหมคะ งั้นเดี๋ยวน้องไปรอข
บ้านของวายุ (ต่างจังหวัด)13:25 น."ลุงวินป้าจ๋าพี่วายุมาแล้วค่ะ!" เป็นเสียงเด็กสาววัยสิบแปดปีที่มีหน้าตาสะสวยและหุ่นดี ไม่ใช่สวยธรรมดา แต่เรียกได้ว่าสวยมากเลยทีเดียว เธอตะโกนบอกผู้เป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่อยู่หลังบ้านเมื่อเห็นรถคันหรูสีดำคุ้นตาของคนเป็นพี่ชายหรือลูกพี่ลูกน้องของเธอขับเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้าน...ซึ่งเด็กสาวคนดังกล่าวเธอมีนามว่า พระพาย เธอเองไม่ต่างจากวายุที่คนเป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ได้รับมาเลี้ยงดูเช่นกัน เนื่องจากพ่อของเธอได้เสียไปเมื่อสามปีก่อนด้วยโรคร้าย ส่วนแม่ของเธอได้เสียไปตั้งแต่เธออายุได้สองขวบด้วยโรคประจำตัว เธอจึงไม่เหลือใครนอกจากพี่ชายของพ่อหรือลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่ยังไม่มีลูก พวกเขาทั้งสองคนจึงรับเธอมาเลี้ยงดูและรักเธอกับวายุเสมือนลูกของพวกเขาจริงๆ...และไม่รอช้าพระพายรีบวิ่งไปหาคนเป็นพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังลงจากรถ"สวัสดีค่ะพี่วายุ" เมื่อวิ่งมาถึง พระพายจึงเอ่ยสวัสดีพร้อมกับพนมมือน้อยๆไหว้พี่ชาย ก่อนจะหันไปทักทายว่าที่พี่สะใภ้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยใบหน้ายิ้มๆ"หวัดดี เราชื่อพระพายนะ เป็นน้องพี่วายุ""หวัดดีจ้ะ เราชื่อมิรา เป็นแฟนพี่วายุ" มิราเ
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)"พี่วายุเป็นไงบ้างพี่" เมื่อคนเป็นนายและพี่ชายออกไปจากห้องนี้แล้ว ภีมก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหารุ่นพี่อย่างไว แล้วช่วยประคองกายแกร่งของรุ่นพี่ให้ลุกขึ้นนั่ง "กู โอเค" วายุตอบรุ่นน้องด้วยน้ำเสียงเบาหวิว แทบจะไม่มีแรงพูด ร่างกายไร้เรี่ยวแรง สมองยังปวดหนึบด้วยฤทธิ์ยา "อดทนอีกนิดนะพี่ เดี๋ยวยาก็หมดฤทธิ์แล้ว" ภีมไม่สามารถช่วยอะไรรุ่นพี่ได้เลย เขาทำได้แค่บอกให้รุ่นพี่อดทน เพราะยาชนิดนี้ไม่มียาแก้หรือยาต้านใดๆ สุดแล้วแต่ร่างกายและความอดทนของคนที่ได้รับยานี้เข้าไปว่าจะอดทนต่อฤทธิ์ของมันได้หรือไม่"มึงอย่าปากสว่างไปบอกหนูมิล่ะ กูไม่อยากให้เมียกูต้องเป็นห่วง" วายุไม่ได้สนใจคำพูดของรุ่นน้องแต่อย่างใด เขาเลือกที่จะเอ่ยประหนึ่งเป็นคำสั่งกับรุ่นน้องแทนขณะที่ใบหน้ายังคงเหยเกด้วยความเจ็บปวด มือหนาข้างหนึ่งกุมขมับเอาไว้ มือหนาอีกข้างวางค้ำยันลงบนพื้นเพื่อเป็นหลักให้ตัวเอง"โธ่พี่ ผมไม่บอกคุณหนูหรอกหน่า อีกอย่างพี่ห่วงตัวเองก่อนเถอะ สภาพพี่ตอนนี้ดูไม่ได้เลย" ภีมรู้ดีว่าเรื่องไหนควรพูดไม่ควรพูด แต่รุ่นพี่ของเขานี่สิ ห่วงแต่คุณหนูตัวน้อยทั้งที่สภาพตัวเองตอนนี้แย่มากแทบดูไม่ได
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)ภายในห้องใต้ดินหรือห้องเชือดผัวะ!ทันทีที่วายุโผล่หน้าเข้ามาในห้องเชือด เดชาก็ปล่อยหมัดหนักๆใส่ใบหน้าข้างขวาของวายุเต็มแรง จนใบหน้าหันไปตามแรงหมัดพร้อมกับเซไปด้านหลังจนเกือบเสียหลักล้มลงไป แต่ไม่ทันที่จะได้ตั้งหลักดี หมัดที่สองก็ตามมาใส่ใบหน้าอีกข้างเต็มแรงผัวะ!ใบหน้าของวายุหันไปตามแรงหมัดเกือบจะเสียหลักล้มลงไปอีกครั้งแต่ก็ทรงตัวเอาไว้ได้ ก่อนจะใช้หลังมือปาดน้ำคาวสีแดงที่ซึมออกมาตรงมุมปากทั้งสองข้างออกลวงๆ แล้วมองไปยังผู้เป็นนายนิ่งๆ โดยไม่พูดหรือไม่คิดจะตอบโต้กลับไป เขายอมให้ผู้เป็นนายกระทำแต่โดยดี"สองหมัดนี้แค่น้ำจิ้ม หลังจากนี้มึงเตรียมตัวรับบททดสอบของกูให้ได้ก็แล้วกันไอ้วายุ หึ" เดชาพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ พูดจบก็กระตุกยิ้มร้ายเย้ยหยันคนเป็นลูกน้องที่เลี้ยงไม่เชื่อง"ผมพร้อมครับ" วายุพูดสวนไปทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า เขายังคงใจเย็น ไม่ได้มีความเกรงกลัวผู้เป็นเจ้านายและสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเผชิญเลยแม้แต่น้อย"อวดเก่ง! ถ้ามึงพร้อมมากขนาดนี้กูก็พร้อมจัดให้มึงแบบชุดใหญ่ จัดให้แบบสมเกียรติคนเก่งอยากมึง" เดชาไม่เคยเจอใครที่กล้าหือกับเขาแ