LOGINก๊อก ก๊อก ก๊อก!!...
“เข้ามาสิ” “กาแฟกับของว่างค่ะ พ่อเลี้ยง” ฉันเอ่ยขึ้น หลังจากเปิดประตูเดินเข้ามาด้านในห้องทำงานก็เห็นพ่อเลี้ยงสุชาติ ชายสูงวัยหัวล้านและรูปร่างอ้วนสมบูรณ์ ที่นั่งอยู่บนโซฟาในสภาพที่สวมแค่เพียงเสื้อคลุมอาบน้ำเพียงตัวเดียว กำลังนั่งจ้องมองฉันด้วยสายตาหยาดเยิ้ม แบบผิดปกติ ภาพนั้นทำเอาฉันสัมผัสถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังจะมาเยือนตัวเองในทันที “ไอ้แก่ตัณหากลับ คิดจะเคลมฉันงั้นเหรอ” “ขอบใจมากหนูติม วันนี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ ปีนี้หนูติมของอา อายุเท่าไรแล้วล่ะ” พ่อเลี้ยงสุชาติ พูดถามขึ้นพร้อมกับใช้สายตากวาดมองไปยังร่างของเด็กสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่เยาว์วัย จนตอนนี้รูปร่างของเธอได้เปลี่ยนแปลงเป็นสาวเต็มตัว มีหน้าอกที่ใหญ่ล้นจนเกินตัว หน้าตาสะสวย จนเขาหมายมั่นจะจับเด็กสาวคนนี้มาเป็นเมียของเขาอีกคนให้ได้ “ปีนี้หนูอายุสิบเก้าแล้วค่ะ เอ๊ะ! พ่อเลี้ยงจะทำอะไรหนูคะ” ฉันเอ่ยตอบ พร้อมกับวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ และต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ พ่อเลี้ยงยกมือขึ้นมาโอบเอวของฉันลงไปนั่งข้างๆอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้ยินเสียงของพ่อเลี้ยง เอ่ยแทรกดังขึ้นมาอีกครั้ง “หนูติมของอา โตเป็นสาวเต็มตัวและถึงวัยกำลังที่ต้องเรียนรู้ประสบการณ์แบบผู้ใหญ่แล้ว หนูอยากเรียนรู้มันกับอาไหม” พ่อเลี้ยงสุชาติ พูดขึ้นพร้อมกับแอบก้มลงสูดกลิ่นกายความสาวของเด็กตรงหน้าอย่างหื่นกระหาย “เรียนรู้แบบไหนคะ” ฉันพูดถามขึ้น และขยับตัวออกห่างจากพ่อเลี้ยงในทันที “ถ้าหนูยอมเป็นเมียอาแต่โดยดี อารับรองอา จะเลี้ยงดูหนูติม ให้มีเงินทองใช้สบายไปทั้งชาติเลย ดีไหม” พ่อเลี้ยงสุชาติ เอ่ยขึ้นและจ้องมองไปหน้าอกของเด็กสาวพร้อมกับยกแขนโอบรอบตัว หมายจะปลุกปล้ำเด็กสาวตรงหน้าในทันที “หนูไม่ต้องการ ปล่อยหนูนะ!!” ฉันร้องออกมาด้วยความตื่นตกใจ ก่อนจะดิ้นรนและขยับตัวหนีจากใบหน้าแก่ที่ซุกไซ้เนินอกของฉันราวกับหื่นกระหาย ก่อนจะได้ยินเสียงหงุดหงิดของพ่อเลี้ยงเอ่ยดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าไม่ยอมกันดีๆ อาคงต้องใช้กำลังกับหนูจริงๆ แล้วนะ” “พ่อเลี้ยง อย่าทำอะไรหนูเลย หนูกลัวแล้วค่ะ” ฉันพูดขึ้นอย่างเสแสร้งว่าตัวเองจะยอมเพื่อให้พ่อเลี้ยงคลายมือที่จับฉันไว้พร้อมกับเหลือบสายตามองไปยังรูปปั้นที่ตั้งอยู่ข้างโซฟาและคิดหาทางเอาตัวรอดในทันที “ถ้ากลัวก็อยู่นิ่งๆ สิ อาจะทำให้หนูติม มีความสุขถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดเอง อ๊าก อีเด็กนี่!!” พ่อเลี้ยงสุชาติ เมื่อเห็นเด็กสาวไม่ขัดขืนตัวเองก็ขยับตัวออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะปลดสายเสื้อคลุมอาบน้ำออก แต่ก็ต้องตาเบิกโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นไอติมจับยกรูปปั้นขึ้นมาฟาดลงที่หัวของเขาอย่างแรงจนภาพตรงหน้าวูบดับลงไปในทันที “ไปตายซะ ไอ้แก่หัวงู” ฉันใช้รูปปั้นทุบเข้าที่หัวของพ่อเลี้ยงอย่างสุดแรงเกิด ก่อนที่ร่างอ้วนๆ จะล้มฟุบลงไปกองกับพื้นและแน่นิ่งไป “ตายไหมวะ” ฉันพูดขึ้น พร้อมกับใช้เท้าเขี่ยที่ตัวของพ่อเลี้ยงเบาๆและเห็นว่ายังหายใจอยู่ก็รีบทิ้งรูปปั้น แล้วเปิดประตูออกจากห้องทำงานแล้วส่งยิ้มหวานให้กับพี่บอดีการ์ดที่ยืนอยู่ด้านหน้าอย่างคนเก็บอาการ เมื่อพ้นสายตาก็รีบกลับห้องตัวเองไปเก็บข้าวของเพื่อจะหนีออกจากที่นี่ ให้ทันก่อนที่พ่อเลี้ยงจะฟื้นขึ้นมาเล่นงานฉัน # อีกด้าน “ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วยนะครับ ผมแค่ทำตามคำสั่ง เพราะทางนั้นข่มขู่จะฆ่าเมียกับลูกของผมคุณดีเซลครับ อย่าทำอะไรผมเลย ผมกลัวแล้ว” ชายหนุ่มที่ตอนนี้มีสภาพ สะบักสะบอม ใบหน้าปูดบวม เนื้อตัวมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างหนักจนคราบเลือดที่แห้งเกอะกังติดตามเสื้อผ้า เป็นบริเวณกว้าง เอ่ยขึ้น พร้อมกับยกมือไม้ไหว้ขอชีวิตจากหนุ่มอย่าง ดีเซล หัวหน้าแก๊งเดวิล มาเฟียเจ้าของธุรกิจค้าขายอาวุธเถื่อน ที่มีอายุน้อยที่สุดและโหดเหี้ยมที่สุดของวงการสีเทา กำลังยืนล้วงกระเป๋าและดูดบุหรี่ โดยที่จ้องมองมาทางเขาด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเข้มแฝงไปด้วยความเย็นชา เอ่ยดังขึ้นมา “มึงทำงานให้ใคร” ดีเซล เอ่ยถามขึ้นโดยที่สายตาจ้องมองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่แสดงอารมณ์และความรู้สึกอะไรออกมา “คือผมไม่รู้!” “มึงคิดดีแล้วใช่ไหม ที่ตอบกูแบบนี้ ไหนบอกว่ากลัวกูไงล่ะ” ดีเซล เอียงคอเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด “คะ คือ ผะ ผมทำงานให้กับคุณสลาฟ ลูกชายของพ่อเลี้ยงสุชาติครับ” ดีเซล กระตุกยิ้มเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำตอบ รวมทั้งแววตาและท่าทางหวาดกลัวของคนตรงหน้าอย่างพึงพอใจ เขาทิ้งบุหรี่ลงที่พื้นแล้วใช้เท้าบดขยี้จนแหลก ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยแววตาและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเลือดเย็น “งั้นเหรอ ขอบใจสำหรับข้อมูล แต่มีสิ่งหนึ่งที่กูต้องบอกกับมึงไว้อย่าง ว่าคนอย่างกูไม่คิดจะเก็บงูเห่าไว้ข้างกาย” ดีเซลพูดจบก็หยิบปืนที่พกไว้เล็งยิงที่หัวของคนทรยศเขาอย่างแม่นยำ ปัง!... “เก็บกวาดให้เรียบร้อย และกูขอข้อมูลไอ้เวรนั่น ส่งมาให้กูด้วย ด่วนที่สุด” ดีเซลจ้องมองร่างของชายตรงหน้าที่ค่อยๆ ล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น แล้วจึงหันไปพูดกับลูกน้องของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะก้าวออกจากบริเวณป่าทึบเพื่อไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่อีกฝั่งของป่า “นายจะกลับกรุงเทพเลยไหมครับ” โชค ลูกน้องคนสนิทและเป็นมือขวาฝีมือเก่งกาจของดีเซล เอ่ยขึ้นในขณะที่เดินตามผู้เป็นนายไปยังรถยนต์ โดยมีไอ้คม คู่หูของเขากำลังยืนคอยสั่งการเคลียร์พื้นที่และร่างไร้วิญญาณของคนทรยศอยู่ไม่ไกล “กลับเลย” ดีเซลเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวขึ้นรถในทันทีก่อนที่ โชคจะรีบตามขึ้นมาแล้วขับรถออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว“พวกมึงไปทางนั้น กระจายค้นหาให้ทั่ว ส่วนกูจะไปดักอยู่ทางประตูอีกฝั่ง พ่อเลี้ยงกำชับว่าต้องจับตัวไอติมมาให้ได้ ถ้ามันหนีไปได้ พวกเราตายแน่!”ดีเซล ที่กำลังเดินผ่านจุดตรวจผู้โดยสารก็ ได้ยินบทสนทนาของกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคน เอ่ยแทรกดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขา ภาพนั้นทำให้เขาต้องหันกลับไปมองยังคนกลุ่มนั้นด้วยความแปลกใจ ว่าทำไมพวกมันสามารถเข้ามาด้านในได้ ก่อนจะเอ่ยถามลูกน้องของเขาที่กำลังเดินกลับมาหลังจากได้ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง“เกิดอะไรขึ้น พวกมันเป็นใคร”“เป็นคนของพ่อเลี้ยงสุชาติ นักการเมืองท้องถิ่นของจังหวัด พ่อของไอ้สลาฟ คนที่ส่งหนอนเข้ามาทำงานในท่าเรือของเราครับนาย”โชค พูดตอบนายของเขาและมองไปยังกลุ่มคนอย่างระมัดระวัง ความปลอดภัยให้กับผู้เป็นนายของตัวเองอย่างเงียบๆ“แล้วพวกมันมาทำอะไรที่นี่”ดีเซลพูดและกวาดสายตามองไปยังบริเวณสนามบินก่อนจะได้ยินเสียงลูกน้องของตัวเองเอ่ยตอบดังขึ้นมาอีกครั้ง“ผมได้ยินเจ้าหน้าที่บอกว่า พวกมันมาตามจับคนที่ทำร้ายพ่อเลี้ยงสุชาติเลยขอเข้ามาค้นด้านในแบบมีอภิสิทธิ์พิเศษครับนาย” “ฮึ อภิสิทธิ์พิเศษงั้นเหรอ” ดีเซล กระตุกยิ้มและเค้นเสียงขึ้นมาในลำคอเบ
#สนามบินจังหวัด“ขอบคุณพี่อ่ำมากๆ ที่มาส่งติมและติมฝากพี่ช่วยดูแลป้ารำพึงแทนติมด้วยนะคะ”ฉันหันไปเอ่ยกับพี่อ่ำ หลานชายของลุงสมพรด้วยน้ำตาคลอเบ้าหลังจากที่รถเลี้ยวเข้ามาจอดยังสนามบินเล็กๆ ของจังหวัด“เรื่องป้ารำพึง ไอติมไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงก็ยังมีคุณนายผกา ภรรยาของพ่อเลี้ยง คอยปกป้องป้าแกอยู่ ตอนนี้พี่ว่า ไอติมรีบไปเถอะ ก่อนที่คนของพ่อเลี้ยงจะตามมาทัน” อ่ำพูดตอบเด็กสาวที่เขาแสนเอ็นดูและเห็นเป็นน้องสาวคนหนึ่งด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่เขาได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้ดีว่าพ่อเลี้ยงจะต้องส่งคนมาตามล่าไอติมอย่างแน่นอน“งั้นติมไปก่อนนะคะพี่”ฉันพูดขึ้นและยกมือไหว้พี่อ่ำอีกครั้ง ก่อนจะหยิบหมวกแก๊ปขึ้นมาสวมใส่และเปิดประตูลงจากรถทันที เมื่อรถของพี่อ่ำขับออกไปจากสนามบินแล้ว ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเพื่อนสนิทของฉันและรอสายไม่นานก็ได้ยินเสียงหวานของเพื่อนพูดตอบกลับมาจากปลายสายทันที(ว่าไงเพื่อนเลิฟ!!)“ยี่หวา มึงช่วยจองตั๋วเครื่องบิน ไฟล์ทที่เร็วที่สุดไปกรุงเทพให้กูได้ไหม ตอนนี้กูอยู่ที่สนามบิน แล้ว” ฉันพูดขึ้นและมองซ้ายขวาและด้านหลังอย่างระมัดระวังตัว(เกิดอะไ
ฉันวิ่งลงมาจากห้องทำงานของพ่อเลี้ยง ก็มาถึงภายในห้องพักด้านล่างของฉันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก โดยที่ฉันเปิดตู้เสื้อผ้าและเก็บข้าวของที่จำเป็นใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะได้ยินเสียงของป้ารำพึง เอ่ยดังขึ้นมา“ไอติม เกิดอะไรขึ้น แล้วนี่หลานจะเก็บเสื้อผ้าไปไหน”รำพึง เอ่ยถามขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นท่าทางของหลานสาวที่กำลังเดินเก็บข้าวของยัดใส่กระเป๋าอย่างร้อนรน“พ่อเลี้ยงจะข่มขืนหนูป้ารำพึง หนูเลยใช้รูปปั้นทุบหัวจนพ่อเลี้ยงสลบไป หนูอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วจ้ะป้า” ฉันมองหน้าของป้ารำพึง ก่อนจะพูดตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างหวาดกลัวอิทธิพลของพ่อเลี้ยงสุชาติ ที่เคยได้รับรู้มาและ ถ้าฉันอยู่ที่นี่ต่อไป ฉันคงไม่รอดแน่ ๆ“งั้นหลานรีบเก็บของที่จำเป็นพอ ก่อนที่คนในบ้านจะรู้ตัวแล้วแห่กันมาจับหลานไปให้พ่อเลี้ยง”รำพึงที่ได้ยินก็เข้าใจในทันที จึงเดินไปเปิดลิ้นชักหยิบของมีค่าที่เธอเก็บสะสมไว้ทั้งหมดรวมทั้งเอกสารสำคัญของไอติม ออกมายัดใส่กระเป๋าของหลานสาวในทันที“แล้วป้ารำพึงล่ะ ไม่ไปกับหนูเหรอคะ เราสองคนอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วนะ”“ป้าไม่เป็นไร ป้ามีแม่เลี้ยงผกา คอยช่วยเหลืออยู่ เดี๋ยวป้าจะไปขอร้องให้ลุงสมพรช่ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!...“เข้ามาสิ”“กาแฟกับของว่างค่ะ พ่อเลี้ยง” ฉันเอ่ยขึ้น หลังจากเปิดประตูเดินเข้ามาด้านในห้องทำงานก็เห็นพ่อเลี้ยงสุชาติชายสูงวัยหัวล้านและรูปร่างอ้วนสมบูรณ์ ที่นั่งอยู่บนโซฟาในสภาพที่สวมแค่เพียงเสื้อคลุมอาบน้ำเพียงตัวเดียว กำลังนั่งจ้องมองฉันด้วยสายตาหยาดเยิ้ม แบบผิดปกติ ภาพนั้นทำเอาฉันสัมผัสถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังจะมาเยือนตัวเองในทันที “ไอ้แก่ตัณหากลับ คิดจะเคลมฉันงั้นเหรอ”“ขอบใจมากหนูติม วันนี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ ปีนี้หนูติมของอา อายุเท่าไรแล้วล่ะ”พ่อเลี้ยงสุชาติ พูดถามขึ้นพร้อมกับใช้สายตากวาดมองไปยังร่างของเด็กสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่เยาว์วัย จนตอนนี้รูปร่างของเธอได้เปลี่ยนแปลงเป็นสาวเต็มตัว มีหน้าอกที่ใหญ่ล้นจนเกินตัว หน้าตาสะสวย จนเขาหมายมั่นจะจับเด็กสาวคนนี้มาเป็นเมียของเขาอีกคนให้ได้“ปีนี้หนูอายุสิบเก้าแล้วค่ะ เอ๊ะ! พ่อเลี้ยงจะทำอะไรหนูคะ”ฉันเอ่ยตอบ พร้อมกับวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ และต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ พ่อเลี้ยงยกมือขึ้นมาโอบเอวของฉันลงไปนั่งข้างๆอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้ยินเสียงของพ่อเลี้ยง เอ่ยแทรกดังขึ้นมาอีกครั้ง“หนูติมของอา โตเป็นสา
“ไอติม ยกกาแฟและอาหารว่างขึ้นไปให้ พ่อเลี้ยงสุชาติที่ห้องทำงานด้วย”นุกูล มือขวา คนสนิทของพ่อเลี้ยงสุชาติ นักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง ที่มีอิทธิพลกว้างขวางของจังหวัดภาคเหนือ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบกับ ไอติม หลานสาวของป้ารำพึง แม่บ้านคนสนิทของคุณนายผกา ภรรยาของบ้านไร่แห่งนี้ ที่รับเข้ามาเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้เธอโตเป็นสาวสวย หุ่นนางแบบรวมทั้งหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่เกินตัว จนเขาก็แอบเผลอมองและลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง“ตอนนี้ไอติมกำลังล้างจานอยู่ น่าจะไม่สะดวกเดี๋ยวป้ายกขึ้นไปให้พ่อเลี้ยงเอง” รำพึง เอ่ยตอบแทนไอติม เพราะเธอรับรู้จากหลานสาวของเธอว่า พ่อเลี้ยงชอบแอบลวนลามอยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงนุกูลเอ่ยตะคอกเสียงดังในทันที“ไม่ได้!! พ่อเลี้ยงต้องการให้ไอติมขึ้นไปไม่ใช่ป้า ไอติมรีบล้างมือและยกอาหารขึ้นไปเสิร์ฟเร็วๆด้วยล่ะ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงหงุดหงิดจะหาว่าพี่ไม่เตือนนะ”“จ้ะพี่นุ เดี๋ยวติมไปเอง” ฉันขานรับออกมาเบาๆ ให้กับพี่นุกูล ก่อนที่จะหันไปสบตามองป้ารำพึง ญาติเพียงคนเดียวของฉันที่เลี้ยงฉันมา ตั้งแต่ฉันอายุได้เพียงเจ็ดขวบหลังจากพ่อและแม่ของฉันได้ ติดการพนันอย่างหนัก จนมีหนี้ท่ว







