LOGINมือหนาสอดประสานเข้ามากอบกุมเต้างามไว้เต็มสองมือ ฟอนเฟ้นเน้นหนักสลับผ่อนปรนตามแรงอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้ลากไล้ริมฝีปากไปกับแผ่นหลังเนียนนุ่ม ขบเม้มเบาๆ จนคนตัวเล็กสะท้านไหว
อุ้มเหลียวหลังกลับมาสบสายตาคมกริบด้วยแววตาฉ่ำปรือ ใบหน้าหวานแดงซ่านเย้ายวนจนคนมองแทบคลั่ง ชายหนุ่มชะลอจังหวะลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะรวบเอวคอดกิ่วแล้วดึงร่างบางให้พลิกกลับมานั่งซ้อนตักแกร่งในท่าหันหน้าเข้าหากัน โดยที่จุดเชื่อมต่อด้านล่างไม่หลุดออกจากกันแม้แต่น้อย ความลึกซึ้งที่แนบชิดขึ้นทำเอาทั้งสองคนหลุดเสียงครางฮึ่มในลำคอ หญิงสาวโอบรอบคอแกร่ง หันกลับมาประกบจูบกลีบปากหนาอย่างดูดดื่ม ร้อนแรง แม้จะไม่ประสีประสาเหมือนคราแรก แต่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่พร้อมเผาผลาญ มือหนายังคงบีบเค้นเต้างามอย่างมันมือ มืออีกข้างเลื่อนขึ้นไปสะกิดเขี่ยยอดปทุมถันสีหวานจนชูชัน ปลุกเร้าความเสียวซ่านจนหญิงสาวแทบดิ้นพล่าน ก้นมนขยับร่อนบดคลึงเข้าหาแกนกายใหญ่โตบนตักอย่างลืมตัว "อื้อ... พี่แตม หนูไม่ไหวแล้ว" "ขยับเองเลยคนเก่ง... โชว์ให้พี่ดูหน่อยว่าลีลาเด็ดแค่ไหน" แตมกระซิบเสียงพร่าต่ำ สองมือเปลี่ยนมาจับยึดสะโพกมนไว้แน่น เปิดโอกาสให้สาวน้อยบนตักได้คุมจังหวะรักตามใจอยาก ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระเส่าที่ประสานกันลั่นห้องเพนต์เฮาส์หรู สาวน้อยไร้ประสบการณ์จริง แต่เคยได้ยินเพื่อนฝูงในกลุ่มเปิดประเด็นคุยอวดกันมาบ้าง หญิงสาวรวบรวมความกล้าทั้งหมด ยกสองแขนเรียวคล้องลำคอแกร่งเอาไว้แน่น ก่อนจะเริ่มร่อนสะโพกมนและส่ายเอวคอดกิ่วบดคลึงลงบนตัวตนของเขาอย่างพลิ้วไหว จังหวะขึ้นลงที่ไร้เดียงสาแต่แฝงความเร่าร้อนตามสัญชาตญาณ ทำเอาคนตัวโตถึงกับหลุดเสียงครางคำรามลึกในลำคออย่างหมดมาด ‘ให้ตายเถอะ... ขนาดครั้งแรกแท้ๆ ยังทำกูแทบคลั่งขนาดนี้ ถ้าครั้งหน้าเธอไปอยู่บนตัวคนอื่นล่ะ... ไม่มีทาง!’ ความคิดหวงแหนแล่นพล่านขึ้นมาในหัวใจแกร่งอย่างรุนแรง ทั้งที่เพิ่งเจอกันแท้ๆ แต่สัญชาตญาณดิบกลับสั่งการว่าร่างนี้ต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น แตมไม่อาจทนดูบทบาทแม่เสือสาวฝึกหัดได้อีกต่อไป มือหนาเลื่อนลงไปล็อกสะโพกมนไว้แน่นหนา ก่อนจะเป็นฝ่ายสวนสะโพกแกร่งกระแทกกระทั้นขึ้นจากด้านล่างอย่างหนักหน่วงดุดัน จังหวะรักรัวเร็วประสานกับเสียงหวานที่ครางกระเส่า ใบหน้าสวยแหงนหงายรับความเสียวซ่านที่โถมซัดเข้ามาเป็นระลอก "อ๊ะ... พี่แตม! แรงไป... หนูจะ... อ๊า!" "พร้อมกันนะอาย..." แตมกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูเล็ก ก่อนจะโถมแรงทั้งหมดเข้าใส่เป็นครั้งสุดท้าย ทั้งคู่กระตุกเกร็งแนบชิด พากันทะยานแตะขอบสวรรค์ท่ามกลางหยาดเหงื่อที่เปียกชุ่ม ร่างเล็กทิ้งตัวซบลงบนอกกว้างอย่างหมดเรี่ยวแรง โดยมีวงแขนแกร่งของเขาโอบกอดรัดร่างเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะหายไปไหนในค่ำคืนนี้ อารียายังคงนอนหายใจหอบเหนื่อยในอ้อมกอดของยศวรรธที่เริ่มซุกไซร้เนินอกขาวผ่อง ปลุกเร้าอารมณ์ของเธอขึ้นมาอีกครั้ง ”พี่... ตกลงมันเล็กหรือใหญ่ ตอบหนูได้หรือยัง“ แตมชะงักเล็กน้อยก่อนสบตาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ”หึ มันเล็กไม่ได้อารมณ์ คราวหลังอย่าไปให้ใครเขาจับอีกล่ะ อายเขา“ ‘มันเล็กจริงๆ เหรอวะ’ อุ้มแอบคิดในใจอย่างข้องใจ แต่ดูคนที่บ่นว่าอกเธอเล็กกลับฟอนเฟ้นดูดกลืนอย่างเมามันไม่ยอมปล่อย บทรักอันถึงพริกถึงขิงดำเนินต่อเนื่องไปจนเกือบฟ้าสาง ทั้งสองโถมกายแลกเปลี่ยนความเร่าร้อนจนกระทั่งหมดแรงและหลับใหลไปในอ้อมกอดของกันและกัน แสงแดดรำไรยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามา หญิงสาวเริ่มปรือตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้าในวงแขนแกร่งที่ยังคงกอดรัดเอวเธอไว้แน่น ใบหน้าหวานเอี้ยวไปมองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของยศวรรธที่กำลังหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขายิ่งดูผ่อนคลาย ต่างจากมาเฟียหนุ่มลุคดุดันเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง อุ้มแอบมองความสมบูรณ์แบบนั้นด้วยความเสียดายเล็กๆ ในใจ แต่พอนึกถึงคำพูดที่เขาเคยบอกว่าไม่กินซ้ำ ความดื้อรั้นและถือดีก็ผุดขึ้นมา "ชิ อย่ามาวิ่งตามหนูก็แล้วกัน..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว พลางค่อยๆ ยกท่อนแขนหนักของเขาออกจากเอวอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะพยุงร่างอันแสนบอบช้ำลุกขึ้นจากเตียง ความเจ็บแปลบตรงจุดกึ่งกลางกายทำเอาขาแข้งแทบอ่อนแรงจนต้องกัดฟันก้าวเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างยากลำบาก หญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตา สำรวจรอยรักสีแดงระเรื่อที่แตมฝากไว้ตามลำคอและแผ่นอก แล้วหยิบลิปสติกแท่งโปรดออกมาบรรจงเขียนข้อความท้าทายลงบนกระจกบานใหญ่ จากนั้นจึงรีบสวมใส่ชุดเดรสตัวเดิมที่ยับยู่ยี่ให้เรียบร้อย อุ้มเดินกลับออกมาหยิบกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ตรงโซฟา กวาดสายตามองอาณาจักรเพนต์เฮาส์หรูเป็นครั้งสุดท้าย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าสร้อยข้อมือเส้นโปรดได้หลุดร่วงทิ้งไว้บนหมอนหนุนข้างกายเขาเสียแล้ว ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวเองเดินกะเผลกออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล บนกระจกแต่งตัวบานใหญ่ในห้องน้ำ ยังคงปรากฏข้อความจากลิปสติกสีแดงสดที่เธอจงใจเขียนทิ้งไว้ แตมควานหาร่างน้อยที่เคยนอนซุกตัวในอ้อมกอดเขามาทั้งคืน สัมผัสที่ได้รับกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชืดของที่นอน ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ "ยัยตัวแสบ... หนีไปแล้วเหรอวะ" นัยน์ตาคมกริบเหลือบไปเห็นคราบเลือดจางๆ สีแดงระเรื่อที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด ร่องรอยความบริสุทธิ์ของสาวปากดีที่เพิ่งเสียให้เขาไปเมื่อคืน ทำเอาแตมถึงกับแค่นยิ้มมุมปากอย่างทั้งขบขันและมันเขี้ยว "ฮึ ทำเป็นคุยโตว่าประสบการณ์เยอะ ยัยตัวแสบ... อย่าให้เจออีกนะ แม่จะจัดให้ลุกไม่ไหวเลยคอยดู" ชายหนุ่มสะบัดผ้าห่มออก พาร่างกายกำยำลุกขึ้นยืนเตรียมจะไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำธุระอีกเล็กน้อยแล้วออกเดินทางกลับเชียงใหม่ตามกำหนดการ สายตาคมกลับสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ประกายวาววับตกอยู่ข้างหมอน แตมหยิบมันขึ้นมาพิเคราะห์ดูใกล้ๆ มันคือสร้อยข้อมือเส้นเล็ก ดีไซน์น่ารักของเธอที่คงหลุดตอนกำลังบรรเลงบทรักอันเร่าร้อน "ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าหรือไง..." เสียงหวานเจื้อยแจ้วที่เคยบอกว่าแค่วันไนต์ หนูไม่สานต่อ ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทอย่างท้าทาย ชายหนุ่มกำสร้อยข้อมือเส้นนั้นไว้ในอุ้งมือแน่น นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่นปนความหงุดหงิดที่โดนเด็กแสบฉีกหน้าชิ่งหนีไปก่อน "คิดว่าจะหนีพ้นเหรออาย... รอให้พี่เคลียร์ปัญหาของเฮียเพลิงให้จบก่อนเถอะ จะพลิกแผ่นดินตามตัวมาคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลยคอยดู!" ชายหนุ่มวางสร้อยข้อมือเส้นเล็กลง สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวชั่วคราว แล้วสาวเท้าเดินตรงเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย ทันทีที่ก้าวมายืนหยุดอยู่หน้าอ่างล้างหน้า สายตาคมกริบก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นตัวอักษรสีแดงสดสะท้อนแสงไฟอยู่บนบานกระจกเงา รอยลิปสติกสีแดงแจ๋ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ปนความกวนประสาทไว้อย่างเด่นหรา ขอบคุณพี่แตมคนหล่อ เมื่อคืนพี่แซ่บมาก หนูได้ประสบการณ์ไปใช้อีกเยอะเลย แต่สำหรับเราแค่วันไนต์ หนูไม่สานต่อ พี่ก็ไม่กินซ้ำ ถ้าเจอกันอีกไม่ต้องทัก แต่หวังว่าเราคงไม่เจอกันอีก... น้องอาย อารียา "หึ... ได้ประสบการณ์ไปใช้อีกเยอะงั้นเหรอ" แตมเค่นหัวเราะในลำคอด้วยความหงุดหงิดระคนมันเขี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นมองข้อความท้าทายนั้นอย่างคาดโทษ ยัยตัวแสบปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เพิ่งจะโดนเขาเปิดซิงไปหยกๆ แท้ๆ นอกจากจะแอบย่องหนีไปตอนเช้า ยังกล้าฝากความแสบสันต์ไว้ตอกย้ำอีโก้ของเขาถึงในถิ่นอีก ‘คิดว่าจะเอาของกูไปใช้กับคนอื่นได้ง่ายๆ หรือไงวะ ยัยเด็กแสบ’ ชายหนุ่มจ้องรอยลิปสติกบนกระจกตาไม่กะพริบ นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดันของนักล่าที่ถูกหยามศักดิ์ศรีเข้าอย่างจัง "ถ้าคิดว่ากูจะปล่อยให้เรื่องมันจบแค่วันไนต์แล้วไม่ตามล่าตัวเธอล่ะก็... เธอยังรู้จักไอ้แตมน้อยไปแล้ว น้องอาย!"แตมเดินทางมาถึงไร่พราวตะวัน จังหวัดเชียงใหม่“เย้! อาแตมมาแล้ว พล็อตเตอร์คิดถึงที่สุดเลยครับ”เด็กชายวัยสองขวบเศษวิ่งโร่เข้ามากอดขาเขาแน่นด้วยความดีใจ“อาซื้อของเล่นชุดใหญ่มาฝาก ไปเปิดดูกันดีกว่าครับ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง อุ้มหลานชายตัวน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างเอ็นดูจนกระทั่งถึงเวลางานเลี้ยงเปิดตัวทายาทอัศวธารากุลของต้นและน้ำตาล แตมคอยยืนดูแลเพลิงกับครอบครัวไม่ห่างกายตามสัญชาตญาณบอดี้การ์ดเก่า บรรยากาศดำเนินไปอย่างชื่นมื่นจนใกล้จบงาน เขาจึงเลี่ยงเดินออกไปเข้าห้องน้ำสายตาของรองประธานหนุ่มเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างเล็กที่คุ้นตาอย่างอั้ม กำลังยืนหยอกล้ออยู่กับปลัดธาวินสองต่อสองตรงมุมทางเดิน แตมถึงกับชะงัก รีบกระแอมเบาๆ เพื่อเตือน ธาวินกับอั้มสะดุ้งรีบผละออกจากกัน“เฮ้ย ไอ้วิน เบาได้เบาเว้ย ระวังเถอะ ท่านนายอำเภอเดินตามหาลูกสาวตาเขียวปั๊ดอยู่หน้างานนู่นน่ะ ถ้าท่านมาเห็นเข้ามึงโดนยิงหัวแบะแน่”สิ้นเสียงเตือน เสียงฝีเท้าหนักแน่นของนายอำเภออารักษ์ก็ดังใกล้เข้ามาจนถึงหน้าโถงทางเดินพอดี“ยัยอั้ม! มาทำอะไรตรงนี้ พ่อตามหาตั้งนาน แล้วนี่คุยอยู่กับใคร” นายอำเภอขมวดคิ้วจ้องลูกสาวตาเขม็งธาวินอาศัยจังหวะชุลม
“ไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ดูเธอแคร์ไอ้หมอนั่นนะ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงประชดประชันออกนอกหน้าจนบรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มเย็นยะเยือก “ก็คนมันเคยคบกันนี่คะ ตอนนั้นมันบอกเลิกหนูเพราะมันว่าหนูอกเล็ก” อุ้มตอบตามตรงด้วยความน้อยใจที่ยังแอบฝังลึก “มันเคยมาจับหรือไง” แตมถามสวนขึ้นมา แววตาวาวโรจน์อย่างน่ากลัว “ไม่เคยค่ะ!” อุ้มปฏิเสธ “แล้วจะไปแคร์คำพูดมันทำไม” แตมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต “ก็หนูไม่ชอบให้ใครมาว่านี่นา หรือว่าหนูควรจะไปทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้มันดูตูมๆ ดีคะ เวลาไปไหนมาไหนจะได้มีคนหันมาสนใจบ้างไง” อุ้มเอ่ยพลางก้มมองหน้าอกตัวเองอย่างจริงจัง “หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ” แตมสั่งเสียงเข้ม คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแทบเป็นปม “เคยได้ยินข่าวซิลิโคนเน่าไหม อยากเป็นอย่างนั้นหรือไง” “พี่แตมก็พูดเกินไป คลินิกดีๆ สมัยนี้มีเยอะแยะไปค่ะ” แตมโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาจริงจังจนอุ้มเผลอหดคอหนี นัยน์ตาคมกริบหลุบมองทรวงอกอวบอิ่มใต้เสื้อไหมพรมของเธอก่อนเลื่อนกลับมาสบตา กระซิบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแหบพร่า “ของเดิมที่แม่ให้มามันเต็มไม้เต็มมือและสวยมากอยู่แล้ว คนอื่นมอ
วันหยุดสุดสบายเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศแสนผ่อนคลาย อุ้มเลือกหยิบเสื้อไหมพรมแขนกุดสีครีมเข้ารูปแมตช์กับกระโปรงยีนส์สั้นเหนือเข่า แต่งหน้าโทนส้มพีชบางเบาขับผิวขาวเนียนน่ารักจนน่ามอง ส่วนแตมสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์และกางเกงสแล็กสีเข้ม ลุคลำลองสุดเท่ที่เปลี่ยนเสือร้ายมาดขรึมให้กลายเป็นหนุ่มหล่อกระชากใจจนสาวๆ แถวนั้นเหลียวมองตามกันตาเป็นมัน อุ้มเลือกตั๋วหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ฟีลกู๊ดที่เพิ่งเข้าฉาย ตลอดสองชั่วโมงในโรงหนัง ทั้งคู่หัวเราะไปกับมุกตลกเบาสมอง แตมคอยชำเลืองมองเสี้ยวหน้าหวานข้างกายอยู่บ่อยครั้ง เสียงหัวเราะสดใสและท่าทางเป็นธรรมชาตินั้นช่างมีเสน่ห์ เธอไม่เคยเสแสร้ง ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็พูดตรงไปตรงมาจนเขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ลึกๆ ในสายตานักสืบของเขา เขายังรู้สึกได้รางๆ ว่ายัยตัวแสบคนนี้ยังมีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่ เมื่อเดินเคียงกันออกจากโรงหนัง แสงไฟวิบวับของโซนตู้เกมก็ดึงดูดสายตาของอุ้มเข้าอย่างจัง “พี่แตม หนูอยากได้ตุ๊กตา คีบให้หนูหน่อยสิคะ อยากรู้จังว่านอกจากยิงปืนแม่นแล้ว พี่จะคีบตุ๊กตาได้แม่นเหมือนกันหรือเปล่า” อุ้มส่งสายตาอ้อน พลางชี้ไปที่ตู้
อำพลแอบกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เพราะเมื่อคืนเขาเพิ่งสั่งให้ลูกน้องลบไฟล์หลักฐานและแอบยัดไฟล์ใบเสร็จปลอมใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์เครื่องกลางเพื่อจัดฉากให้แตมเป็นคนรับผิดชอบ ก่อนเจ้าหน้าที่จะลงมือยกเครื่อง แตมก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นดังกังวานไปทั่วห้อง “เพื่อความถูกต้องและโปร่งใสที่สุด คุณอารียา ส่งแฟลชไดรฟ์กับเอกสารในมือคุณให้สารวัตรทีสิ” อุ้มก้าวออกมาข้างหน้า ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลและแฟลชไดรฟ์ที่แตมเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานส่งให้เจ้าหน้าที่ “นี่คือข้อมูลสำรองและประวัติบันทึกระบบย้อนหลังทั้งหมด รวมถึงรหัสประจำเครื่องทุกเครื่องในแผนกนี้ ที่ระบบเซิร์ฟเวอร์กลางของผมบันทึกไว้แบบเรียลไทม์ครับสารวัตร” แตมปรายสายตาคมกริบไปหยุดที่อำพลซึ่งเริ่มหน้าถอดสี “ในนี้จะระบุชัดเจนหมดเลยครับว่า ไฟล์ใบเสร็จปลอมพวกนั้นถูกสร้างขึ้นจากเครื่องไหน ใครเป็นคนกดแก้ไข และเพิ่งแอบส่งเข้ามาในระบบเมื่อคืนนี้ตอนเวลาห้าทุ่มสี่สิบห้านาที” สิ้นเสียงของแตม ทั่วทั้งห้องบัญชีก็เงียบกริบลงราวกับป่าช้า อำพลตาเบิกโพลง ขาสองข้างสั่นพั่บๆ เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากราวกับคนจับไข้ เมื่อรู้ตัวว่ากับดักที่ตัวเ
มื้อค่ำดำเนินไปอย่างเรียบง่ายทว่าอบอุ่นบนโต๊ะอาหารตัวเดิม ทั้งสองคนนั่งฝั่งตรงข้าม แลกเปลี่ยนเสียงหัวเราะและคำกัดจิกกันตลอดมื้อ แตมตักเนื้อหมูชิ้นโตใส่จานให้อุ้ม ส่วนเธอก็คอยค้อนสายตาวิบวับที่เขาคอยส่งมาป่วนหัวใจไม่หยุด กระทั่งช่วยกันเก็บล้างจานชามเสร็จ แตมก็คว้าข้อมือเธอจูงตรงดิ่งไปยังระเบียงกว้างที่มองเห็นวิวแสงสีของกรุงเทพฯ ยามราตรี ลมเย็นพัดเอื่อยๆ พัดพาปอยผมสลวยให้ปลิวกระจาย ชายหนุ่มดึงร่างเล็กให้นั่งลงบนเก้าอี้หวายตัวยาวก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งซ้อนด้านหลัง โอบกอดเธอไว้ในวงแขนแกร่ง “พรุ่งนี้เจอของจริงแล้วนะอาย” แตมเอ่ยเสียงนิ่งลึก ลมหายใจอุ่นเป่ารดขมับเนียน อุ้มเอนหลังพิงอกเขาอย่างผ่อนคลาย มือเล็กกุมมือหนาที่วางทาบอยู่บนหน้าท้องของเธอไว้ “พี่แตมกังวลเหรอคะ” “คนอย่างฉันไม่เคยกลัวพวกขี้ขลาดที่เล่นลับหลังหรอก” แตมยกยิ้มเย็น แววตาเด็ดขาดสะท้อนแสงไฟเบื้องล่าง “แต่ฉันแค่เป็นห่วง... ถ้าเรื่องมันบานปลาย เธอจะต้องยืนข้างฉันและอาจจะโดนเพ่งเล็งไปด้วย” คำพูดที่เจือกระแสความห่วงใยอย่างจริงใจทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นแรงผิดจังหวะ อุ้มหันใบหน้ากลับไปสบตากับเขาในความมืดสลัว “หนูไม่ได้อ่อ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเลียบไปตามถนนยามเย็น ก่อนที่สายตาของอุ้มจะเหลือบไปเห็นแสงไฟและบรรยากาศอันคึกคักของตลาดนัดริมทาง “พี่แตม... เราแวะไปเดินเล่นคลองถมกันก่อนไหมคะ อายอยากได้ของนิดหน่อย” แตมหักพวงมาลัยชะลอรถ เหลือบมองใบหน้าหวานที่ส่งสายตาเป็นประกายอ้อนวอนแล้วก็ใจอ่อนยวบ “อือ ไปสิ พี่ก็ไม่ได้เดินตลาดแบบนี้นานแล้วเหมือนกัน” ทั้งคู่หาที่จอดรถแล้วพากันเดินลัดเลาะเข้าไปในตลาดนัดคลองถม อุ้มดูตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ เดินแวะร้านนู้นออกร้านนี้ตามประสาผู้หญิง ได้ของกระจุกกระจิกติดไม้ติดมือมาเพียบ ทั้งกิ๊บติดผมลายการ์ตูน ยางรัดผม และต่างหูแฟชั่นคู่ละร้อยกว่าบาท แตมยืนกอดอกมองต่างหูโลหะชุบวิบวับในมือเล็กพลางขมวดคิ้วมุ่น “ทำไมเธอถึงซื้อต่างหูแบบนี้มาใส่ มันดูไม่ค่อยทนเลยนะ” “มันก็สวยดีนี่คะ อีกอย่างมันก็ไม่แพง ใครๆ เขาก็ใส่กันทั้งนั้นแหละ” อุ้มยกต่างหูขึ้นทาบกับใบหูตัวเองแล้วยิ้มแป้นอย่างภูมิใจในของราคาประหยัด “ไว้วันหลังฉันจะซื้อให้ใหม่ เอาของดีๆ ไปเลย” ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าถุงของฝากมาถือไว้ให้เอง “เรารีบไปซื้อของสดกันเถอะ... อีกอย่าง ของสำคัญก็หมดแล้วด้วย”
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






