เข้าสู่ระบบ
“มีทองท่วมหัว จะมีผัวกี่คนก็ได้”
ในยุคที่หญิงและชายมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน มันจะแปลกอะไรหากผู้หญิงเป็นฝ่ายซื้อผู้ชายมาบำบัดความใคร่ ชอบคนไหน หน้าตาแบบไหน ไซซ์เท่าไรก็เลือกเอา มีเงินเสียอย่างเราจะทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่ไม่มีใครเดือดร้อน
ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายถูกเลือก โลกนี้ไม่ได้มีแค่เพศแม่หรอกที่ขายบริการ หมดแล้วยุคที่ผู้หญิงต้องอยู่ต่ำกว่าหรือเป็นเบี้ยล่าง เรามีศักดิ์ศรีและมีความสามารถ ฉะนั้นเราจึงคู่ควรกับการเลือกสิ่งที่ตัวเองปรารถนาได้เฉกเช่นเดียวกับผู้ชาย
ถ้าชอบก็ซื้อ ถูกใจก็จ่าย เกิดมาทั้งที ชาติหน้าไม่รู้ได้เกิดอีกไหม มีแค่ชีวิตเดียว แล้วจะทนมีผัวคนเดียวไปทำไม กินแค่อันเดียวซ้ำ ๆ จำเจแย่ แต่หากเงินมากพอจะเปลี่ยนผัววันละคนก็ย่อมได้ สำหรับคนอย่าง รวี ความรักคือสิ่งไม่เที่ยง แต่ถ้าเรื่องบนเตียงต่อยาวถึงเที่ยงก็ทนไหว
“เตรียมรถหรือยัง” เสียงหวานเรียบนิ่งเอ่ยถามเลขา
“เรียบร้อยแล้วค่ะท่านประธาน” ณฤดีตอบรับ เธอหยิบกระเป๋าสะพายเตรียมยื่นให้เจ้านายอย่างรู้ใจ
มือบางปิดเอกสารชุดสุดท้ายที่เพิ่งจรดมือเซ็นเสร็จแล้ว ร่างเพรียวสวยบิดขี้เกียจเบา ๆ รับกระเป๋าก่อนจะเดินออกไป
“อยู่จัดการงานที่เหลือให้เรียบร้อย วันนี้เธอไม่ต้องตามไป”
“แต่ว่า..”
“ฉันสั่งก็ทำ ไม่มีแต่” ไปปลดปล่อยใครเขาเอาเลขาไปด้วยกัน อึดอัดตายชัก จะทำแบบสุดตัวก็ไม่ได้ ร้องครางแต่ละทีก็ไม่สบายใจ หากมี ณฤดีที่เธอเอ็นดูเหมือนน้องสาวไปนั่งเฝ้าแล้วจะเอาอารมณ์ที่ไหนไปขึ้นสวรรค์กัน
นี่แหละนะโลกของคนมีเงิน ไม่ว่าจะทำอะไรมันก็ดูง่ายไปหมดทั้งนั้น แต่ในขณะที่โลกของคนจน ๆ อีกด้าน..
“พี่... ผมขอยืมเงินสักสองหมื่นได้ไหม” เสียงทุ้มแผ่วเบาเอ่ยถามรุ่นพี่อย่างไม่มั่นใจ การบากหน้ามาขอยืมเงินคนอื่นเป็นเรื่องที่น่าอายและแสนจะหนักใจที่สุด แต่ร้อนเงินจะให้ทำยังไงได้ เป็นครั้งแรกที่คนอย่างเจษฎาต้องบากหน้ามาขอยืมเงินใครเช่นนี้
“รายได้เยอะแยะ หายไปไหนหมดวะ ตัวท็อปแบบมึงเนี่ยนะจะมายืมตังค์บาร์โฮสต์ตกกระป๋องอย่างกู”
“ช่วงนี้ผมมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงินว่ะ เลยช็อตนิดหน่อย หมุนไม่ทัน” เจษฎาอธิบายเพียงเท่านั้น
ดาวเด่น ท็อปอย่างเขาน่ะหรือจะเงินขาดมือไม่มีเงินใช้ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องเอาเงินเก็บทั้งหมดไปรักษาแม่ และไถ่บ้านจนเกลี้ยงบัญชี เขาก็คงมีเงินเหลือกินเหลือใช้ได้สบาย
แต่ตอนนี้มีไม่พอเลยต้องบากหน้ามาขอยืมเพื่อนรุ่นพี่ร่วมอาชีพอย่างกฤษณ์ เงินทองมันเป็นของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่แม่งก็หายากหาเย็นฉิบหาย!
“กูไม่ได้มีเงินขนาดนั้นหรอกไอ้เจ ขอโทษทีว่ะ” กฤษณ์ตอบเจษฎา ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้แต่ในบัญชีมีไม่เท่าไรเช่นเดียวกัน เหลือแค่พอกินไปวัน ๆ จนกว่าจะถึงสิ้นเดือนเท่านั้น
“ไม่เป็นไรพี่” ได้ยินคำตอบเพื่อนรุ่นพี่แล้วเจษฎาก็พยักหน้าเข้าใจ
“ลองถามไอ้โปรดดูดิ มันมีอยู่แล้ว” กฤษณ์เสนอ
ใช่.. ทรงโปรด[1]มีให้เขายืมอยู่แล้ว รายนั้นเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของคลับนี้ที่เขาทำงาน แต่ช่วงนี้ทรงโปรดเรียนหนักไม่ค่อยได้เข้าร้าน
“เกรงใจ ช่วงนี้มันยุ่ง ๆ ไม่อยากรบกวนมัน” มีเพื่อนรวยก็ดี แต่จะขอยืมเงินก็อายปาก กลัวเพื่อนคิดว่าคบกันเพราะผลประโยชน์
“ถ้างั้นมึงจะไปหาเงินจากไหนไอ้เจ?” กฤษณ์ถาม
นอกจากกฤษณ์และทรงโปรดเขาก็ไม่มีเพื่อนสนิทที่พอจะยืมเงินได้เลย อาชีพและฐานะอย่างเขาใครมันจะไปคบค้าสมาคมด้วย หากไม่ใช่คนในแวดวงเดียวกัน เพื่อนที่ต่างขั้วก็แค่ทรงโปรดคนเดียวเท่านั้น
เฮ้อ... เวรเอ๊ย! จะไปหาเงินมาจากไหน พรุ่งนี้ต้องจ่ายค่าเทอมแล้วด้วยสิ เขาครุ่นคิดแล้วทำได้เพียงพ่นลมหายใจคิดไม่ตก
“ถอนหายใจทำไม อย่างมึงหาเงินหมื่นเงินแสนได้สบาย เลยนะ ไม่ต้องยืมใครด้วย สนใจไหม” กฤษณ์มองเขาหัวจรดเท้าแล้วยกยิ้มร้าย
“ยังไงวะพี่ วิธีไหน” เขาถามอย่างสนใจ ได้เงินมาง่าย ๆ โดยไม่ต้องยืมใคร หากให้เดาก็คงจะไม่พ้น..
“ก็ขายน้ำมึงไง..”
นั่นไง ว่าแล้ว!
“กูไม่เอา!” เจษฎาปฏิเสธเสียงกร้าว เขาทำงานบาร์โฮสต์ก็จริงแต่แค่ดูแลเทกแคร์ และเอ็นเตอร์เทนเท่านั้น ไม่เคยคิดขายบริการ แม้โดนเสนอให้ทำอยู่บ่อยครั้ง
เสียเป็นแสนแขนไม่ได้จับ คือฉายาที่คนในคลับตั้งให้
[1] จากเรื่อง คนนี้ของโปรด และ รักเล่ห์บุพเพร้าย
“ปล่อย!” รวีเอ่ยเสียงเย็น คำเดียวสั้น ๆ แต่มันฟังแล้วดุดันมาก คราวนี้เธอจริงจังจนเจษฎาแอบนึกหวั่นใน เขาหันไปมองดวงตาคู่หวานที่มองมา มือหนาที่กอดเธอแน่นในคราแรกก็เปลี่ยนเป็นอ่อนแรงลงกะทันหันจนรวีสามารถลุกออกมาจากแผงอกกว้างนั่นได้“เธอละเมิดกฎหลายอย่าง ไม่ฟังคำห้ามคำเตือนจากฉัน แบบนี้ฉันไม่โอเค” พูดจบเธอก็ลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายขึ้นมาสวมใส่“คุณโอเค และมีความสุขมากด้วย” เจษฎาเถียงกลับเสียงเบา เขารู้ว่าเธอชอบ ต่างฝ่ายต่างก็สุขทั้งคู่ ส่วนเขายอมรับผิดก็ได้ คนกำลังเมามันจะให้ดึงออกยังไงไหว“นี่!” รวีโมโห ถึงขั้นนี้แล้วเขาก็ยังไม่วายเถียงเสียจนเธอนึกอาย ก็ถูกของเขาที่เมื่อครู่เธอมีความสุขมาก สุขกว่าทุกครั้งที่เคยมีความสัมพันธ์ทางกายกับใครมา“ผมปลอดภัย” เจษฎาเอ่ย ยื่นใบตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากแพทย์ให้ดู ซึ่งรวีรู้อยู่แล้วเพราะจีรนันท์เคยส่งมาให้ เจษฎายอมไปตรวจร่างกายตามเงื่อนไขของเธออย่างละเอียดแล้วส่งให้เธอดูเป็นเคสพิเศษผ่านจีรนันท์ และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เมื่อครู่เธอแอบเผลอใจยอมให้เขาสอดใส่ทั้งที่ยังไม่ได้สวมเครื่องป้องกัน“แต่มันก็ยังเสี่ยงอยู่ดี” ไม่เสี่ยงโรคก็เสี่ยงท
“หืม...” สายตาพราวระยับมองมาพร้อมกับที่เขาตอกตรึงเอ็นกายเข้าสุดลำแล้วขยับไว ๆ รวีอยากถามว่าเขารู้ชื่อของเธอได้อย่างไร เธอไม่เคยถอดหน้ากากกระต่ายนี่เลยสักครั้ง จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้ถอด“เธอ... อ๊า เจ หยุด” เจษฎาไม่พูดพร่ำ ไม่ไยดีคำสั่งนั้น เขากระโจนจ้วงสับเอวถี่ยิบใส่ ไม่สนเสียงเอ่ยปราม เครื่องติดขนาดนี้แล้วจะให้เขาหยุดได้อย่างไร“ฮึ่มม.. ทำไมพี่แน่นจัง” เธอตอดรัดเขาเสียเขาแทบคลั่ง และไม่กี่นาทีหลังจากนั้นเจษฎาก็ส่งรวีถึงสวรรค์อีกครั้ง ส่วนเขาตามไปติด ๆ“รู้จักชื่อฉันได้ยังไง” รวีพยุงตัวขึ้นนั่งแล้วถามเขาด้วยท่าทีจริงจัง เสียงดุดันราวกับจะกินหัวเจษฎาได้ ทว่าเด็กหนุ่มกลับเมินต่อท่าทีพวกนั้น เขาวาดวงแขนแกร่งกอดร่างบางจนเธอเซตัวล้มลงบนเตียงดังเดิม ฉับพลันก็พลิกกายขึ้นคร่อมทับร่างเธอไว้“คิดว่าหน้ากากแค่นี้มันจะปิดอะไรได้เหรอ” เขาเอ่ยพลางถือวิสาสะยกมือหนามากระชากหน้ากากกระต่ายออกจากใบหน้าหวาน“ว้าย! นี่นาย!” รวีจะตะครุบหน้ากากเอาไว้ไม่ให้เขาถอด แต่ทันเสียที่ไหน ใบหน้าสวยถูกเปิดเปลือย ดวงตาหวานเบิกกว้าง เธออยากจะอ้าปากด่าให้สาสมกับที่เจษฎากล้าแหกกฎของเธอทำแบบนี้ ทว่าเมื่อเผย
เข้ามาก็พบว่ามีเพียงเจษฎาคนเดียว เธอไม่แปลกใจเพราะเป็นคนเรียกร้องต่อจีรนันท์ผู้จัดการคลับมาเอง รอบนี้เธอมีเป้าหมายเป็นเด็กหนุ่มที่เธอเปิดซิงไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนเท่านั้น คนอื่นเธอได้มาหมดแล้ว เบื่อแล้ว ไม่ได้ติดใจใครอีกเลยไม่จำเป็นต้องเรียกมาให้เสียเวลา ตอนนี้เด็กหนุ่มตรงหน้าต่างหากคือของเล่นชิ้นใหม่ที่เธอกำลังสนใจรวีมองสบตาเจษฎาเพียงเล็กน้อยก่อนจะเดินนำเข้าห้องด้านในไป ทว่าเดินได้เพียงสามเก้าเธอก็โดนมือหนากระชากไว้ ประธานสาวถลึงตา เตรียมสะบัดข้อมือหนี เธอไม่ชอบการโดนคุกคามโดยที่เธอไม่เต็มใจ ทว่าไม่ทันที่รวีจะเผยอปากด่า ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาบนเรียวปากอิ่ม เจษฎาบดคลึง ดูดดึงลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ กวาดต้อนความหวานทั่วโพรงปากเธอแล้วดูดกลืนทุกเสียงของเธอลงคอไปจนหมดสิ้นไม่นานรวีก็หยุดดิ้นเร่าเพราะโดนเขาหว่านล้อมจนเธอเองก็เผลอไผลไปกับรสรักที่เด็กหนุ่มป้อนให้เธอปากต่อปาก เหลือแค่เพียงเสียงครางหวานอย่างพึงใจกับบทรักที่จู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เจษฎาช่างเร่าร้อนและเป็นคนหัวไวเกินกว่าที่เธอคาดไว้ เขาดูดกลืนและสัมผัสเธอราวหมาป่าหิวกระหาย สองมือหนาสอดเข้าไปใต้เนื้อผ้าตัวบางที่เธอสวมใส
คิ้วหนาขมวดมุ่น เจษฎาครุ่นคิดครู่หนึ่ง พลันในตาคมคู่นั้นก็เปล่งประกายขึ้นมาอย่างดีใจ เป็นแบบนี้แล้วจะให้เขาคิดอย่างไรได้ เธอคงเลือกเขามาแค่เพียงคนเดียวสิท่า แปลว่าเธอคงถูกใจเขาอยู่พอตัวเหมือนกัน ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเบดตัวใหญ่ ยกขาพาดโต๊ะกระจกทรงเตี้ยแล้วกระดิกเท้าอย่างสบายใจ ไม่กี่นาทีถัดไปก็มีพนักงานต้อนรับและดูแลลูกค้าเดินผ่านประตูเข้ามา“เจ!” เจนจิราเปล่งเสียงเรียก ในตอนที่เข้ามาตรวจเช็กความเรียบร้อยก่อนที่ลูกค้าวีไอพีจะมาถึงอย่างเช่นทุกวัน เมื่อเห็นภายในห้องนั้นมีแค่เจษฎาอยู่คนเดียวก็แปลกใจ “เจมาที่นี่อีกทำไม” เสียงของเจนจิราแสดงออกถึงความไม่พอใจจนเจษฎาสัมผัสได้ เขารู้ดีว่ารุ่นพี่คนนี้คิดไม่ซื่อกับเขามาตลอด แต่เขาก็ไม่เคยสนใจ ไม่เคยให้ความหวัง หรืออะไรด้วยเลยแม้แต่น้อย“มารับงาน” เจษฎาตอบกลับเสียงราบเรียบ จิตใจเขาจดจ่อแค่กับลูกค้าสาวที่กำลังจะเข้ามาเพียงเท่านั้น คนอื่นเขาไม่ใส่ใจ เจษฎาถือวิสาสะเปิดไวน์ที่วางไว้แล้วจิบรอหญิงสาวด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ“เจ! “ เจนจิราเสียงดังใส่อย่างไม่พอใจอีกครั้งเมื่อโดนเจษฎามีท่าทีเมินใส่เธออย่างเปิดเผย เธอไม่สนใจแล้วว่าใครจะมองอย่างไร ตอนนี
“เจ รับงานไหม ลูกค้าสนใจ...” เสียงจีรนันท์ถามอย่างขอไปที เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ภายในสัปดาห์นี้ที่ต้องถามคำเดิม ๆ ที่ก็รู้คำตอบดีว่าเจษฎาจะตอบว่า ‘ไม่’และไม่ทันที่เธอจะเอ่ยจนจบประโยคก็โดนเจษฎากลอกตาใส่ พร้อมกับตอบเสียงดังฟังชัด“ไม่! ไม่รับโว้ยย ไม่รับ!” เป็นเช่นนี้ทุกครั้งไม่ต่างกัน ไอ้เด็กบ้านี่มันไม่รับงานจากลูกค้ารายไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะจ่ายหนักขนาดไหนเธอเองก็ไม่ชอบพูดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ หรอกนะ แต่ลูกค้าบางรายก็งอแงเหลือเกินว่าให้ช่วยทาบทามมาให้ได้ หลายรายเสนอยอดเงินหกหลักมาเป็นค่าตอบแทน จ่ายแพงยิ่งกว่าค่าตัวดาราบางคนเสียอีก เพราะเจษฎาขึ้นชื่อเหลือเกินว่าไม่ง่าย“ไหนบอกร้อนเงินวะ ค่าเทอมมีพอแล้วเหรอ” จีรนันท์นึกหมั่นไส้ อยากเขกกบาลให้บุบถ้าไม่ติดว่าเอ็นดูที่เจษฎาขยันและทำงานดี ขนาดตอนไม่ขาย แค่คอยเต้นและเอ็นเตอร์เทนเรียกลูกค้าให้มาเที่ยวคลับอย่างไม่ขาดสายได้ไม่เว้นแต่ละวัน“หาได้แล้ว” เจษฎาไม่ใส่ใจนัก เงินจากครั้งก่อนที่ได้จากรวีมามันมากพอให้เขาจ่ายค่าเทอมแล้วยังเหลือไว้กินใช้อีกได้หลายวัน“เทอมหน้าล่ะ หาเผื่อไว้ดิวะ”“นี่เทอมสุดท้าย” อีกไม่กี่เดือนเขาจะเรียนจบแล้ว จะตุนเงินค่าเ
“อะไรของแก ครั้งเดียวก็ติดใจเลยรึไง” จีรนันท์เย้าเมื่อก่อนไม่เห็นเคยสนใจ แต่พอได้เจอวีไอพีคนนี้เจษฎาถึงกับมาขอร้องให้เธอช่วยผูกปิ่นโตให้เชียวหรือ ไม่รู้ว่าติดใจอะไรกันแน่ เม็ดเงินที่ได้รับหรือว่าตัวหญิงสาว รายนั้นก็น่าติดอยู่หรอกเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเด็กในสังกัดมาขอให้ช่วยในเรื่องเดียวกัน ทว่าไม่เคยมีใครได้โอกาสนั้นไป“เลิกคิดเถอะ ไม่น่าได้หรอก” จีรนันท์บอกปัด ไม่อยากรับปาก และไม่อยากให้ความหวัง เพราะรู้จักฝ่ายนั้นค่อนข้างดีหากให้เทียบตามสถิติที่มีการบันทึกไว้จากการเข้าใช้บริการ“ทำไมอะพี่ ช่วยผมหน่อยเถอะ นะพี่แจงนะ นะครับ..” เจษฎาใช้ลูกอ้อนที่รู้ว่าอีกฝ่ายได้เห็นแล้วเป็นต้องอ่อนใจทุกครั้ง“ไม่ต้องมาอ้อน ไม่ต้องอ่อย ไม่ใช่ไม่อยากช่วย แต่กูช่วยไม่ได้ ลูกค้ารายนี้เขาไม่เคยนอนกับใครเกินสามครั้ง ส่วนใหญ่จะแค่สองครั้งเท่านั้นด้วยตามสถิติ” คำบอกเล่าของจีรนันท์ทำเอาเจษฎาชะงัก...ไม่เกินสามครั้งอย่างนั้นหรือ ไม่ได้สิ จะเป็นแบบนี้ไม่ได้!“เขามาใช้บริกาบ่อยแค่ไหนพี่ นานรึยังที่เป็นสมาชิกที่นี่” เสียงทุ้มเอ่ยถามจริงจัง ความกระตือรือร้นและกระวนกระวายเมื่อครู่สลายไป คิดว่ารวีมาใช้บริการที่ค







