LOGIN“อย่าลืมสถานะตัวเองว่าตัวเองเป็นแค่ลูกหนี้ของพ่อฉันเท่านั้น เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น แล้วอย่าคิดนะว่าจะมาเป็นเมียของฉัน"
View Moreแนะนำตัวละคร
ปัถย์ อายุ 32 ปี เจ้าของใบหน้าหล่อ สูง 185 เซนติเมตร เป็นเจ้าของบริษัทผลิตเครื่องชูกำลังรายใหญ่และขายดีอันดับหนึ่งของประเทศ รวมทั้งส่งออกไปขายต่างประเทศ เมล อายุ 24 ปี เธออาศัยอยู่กับพ่อแค่สองคนตั้งแต่จำความได้ และไม่เคยรู้ว่าแม่เป็นใคร พ่อถูกฟ้องล้มละลายจนสิ้นเนื้อประดาตัว แม้แต่บ้านก็ไม่มีให้ซุกหัวนอน . . . . . ตัวอย่าง "พ่ออุตส่าห์ฝากหนูเมลให้แกดูแลแทนพ่อ แต่ในเมื่อแกดูแลหนูเมลให้ดีไม่ได้ พ่อก็จะพาไปดูแลเอง และนับจากวันนี้เป็นต้นไป แกกับหนูเมลก็ไม่มีพันธะใดๆต่อกันอีก ซึ่งนั่นมันก็คือความต้องการของแกตั้งแต่แรกแล้วนี่" "..." ปัถย์ก้มหน้านิ่งคิดไปถึงตอนแรกที่ไม่ว่าพ่อเขาจะพูดหรือบังคับยังไง เขาก็ไม่ยอมที่จะแต่งงานกับเมล และไม่จดทะเบียนสมรสเด็ดขาด แต่มาถึงตอนนี้ เขาอยากให้พ่อบังคับเขาอีกครั้ง "ต่อไปนี้ พ่อจะไม่บังคับลูกอีกแล้ว ลูกจะรักใครชอบใคร จะแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสกับใคร พ่อก็ไม่ห้าม" . . . . . "พ่อกับแม่อย่าพาเมลไปจากที่นี่ได้ไหม ต่อจากนี้ไปผมจะดูแลเมลเป็นอย่างดี จะไม่ให้เหมือนกับแปดเดือนที่ผ่านมา ผมสัญญา" "แปดเดือนที่ผ่านมา ทำไมลูกถึงไม่คิดที่จะทำ แล้วพอมาวันนี้ พอหนูเมลจะออกไปจากที่นี่ ลูกก็คิดที่จะทำขึ้นมา" "ผมไม่ได้เพิ่งจะคิดได้วันนี้ครับ แต่ผมคิดมาสักพักแล้ว" "ต่อให้ลูกจะพูดยังไงแม่ก็ไม่เชื่อ ถ้าลูกยังเลือกที่จะอยู่กับแฟน..." "...เราไปกันเถอะหนูเมล" พูดจบ พรพรรณก็จับมือหญิงสาวแล้วดึงออกไป แต่ทว่า... หมับ! มือหนาจับเข้าที่ข้อมือเรียวอีกครั้งแล้วดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่นพลางรู้สึกใจหายเมื่อเธอจะไปจากเขา . . . . . . . . . . . . . . . เรือนหอ หลังจากงานมงคลสมรสเล็กๆที่มีแต่ญาติสนิทฝ่ายเจ้าบ่าวแค่ไม่กี่คนได้เสร็จสิ้นลง โดยที่ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงาน หลังจากเสร็จพิธีในช่วงเช้า ปัถย์ผู้ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวก็พาเมลผู้เป็นเจ้าสาวกลับมายังเรือนหอที่พ่อฝ่ายเจ้าบ่าวได้ซื้อเอาไว้ให้ทั้งคู่เมื่อสามเดือนก่อน ปัถย์กับเมลแต่งงานกันโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เหตุผลก็เพราะ... "พ่อบังคับให้ผมแต่งงาน ผมก็แต่งให้แล้ว พ่ออย่ามาบังคับให้ผมต้องจดทะเบียนสมรสอีกเลยนะครับ" ชายหนุ่มพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิด เมื่อพ่อจะมาบังคับให้เขาต้องจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เห็นเพียงแต่รูปที่พ่อเอาให้ดูเท่านั้น "จดเถอะปัถย์ คนเป็นสามีภรรยากันมันต้องจดทะเบียนสมรสกันให้ถูกต้องตามกฎหมายสิ" "ไม่จำเป็นหรอกครับพ่อ มีตั้งหลายคู่นะครับที่อยู่กินกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ทะเบียนสมรสมันไม่จำเป็นหรอกครับพ่อ หัวใจของคนสองคนสิสำคัญกว่า" "เฮ้อ...งั้นพ่อก็แล้วแต่ปัถย์แล้วกัน" ชายวัยกลางคนถอนหายใจอย่างหนักใจ เขาไม่อยากบังคับลูกจนเกินไป เพราะกว่าจะบังคับให้ลูกแต่งงานได้ก็พูดกันจนคอเป็นเอ็น ดังนั้นให้พวกเขาอยู่กินกันไปสักพักก่อน เดี๋ยวค่อยจดทะเบียนทีหลังก็ได้ อย่างที่ลูกพูดก็ถูกว่ามีหลายคู่ที่อยู่ด้วยกันแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน "พ่อจะไม่บังคับผมให้จดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมครับ" เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้ามีความโล่งใจ "ใช่ พ่อจะไม่บังคับลูก อยู่กินกันไปสักพักค่อยจดก็ได้" "ครับ" รับคำผู้เป็นพ่อ พลางในใจคิดว่าเขาจะไม่มีวันจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด ครั้นเวลาเลิกกันจะได้ไม่ต้องยุ่งยากไปหย่าให้เสียเวลา หลังจากแต่งงานหนึ่งปี เขาจะเลิกกับเธอแน่นอน เขาจะต้องทนอยู่ในบ้านหลังเดียวกับผู้หญิงคนนั้นไปก่อน ผู้หญิงซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อที่บ้านล้มละลาย ไม่เหลืออะไรเลย และพ่อของผู้หญิงคนนั้นได้ฝากฝังพ่อเขาไว้ก่อนตายเมื่อหกเดือนก่อน โรงพยาบาล "ฉันมีลูกสาวอยู่คนเดียว และเขาก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว ถ้าฉันจากโลกนี้ไปแล้ว นายช่วยดูแลลูกสาวฉันแทนฉันด้วยนะ" พ่อของเมลที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเอ่ยบอกกับเพื่อนของตัวเองที่ยืนอยู่ข้างเตียง ด้วยท่าทางอ่อนล้า เปลือกตาเกือบจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ เพราะเขารู้ดีว่าเขากำลังจะตาย "ได้ นายอย่าห่วงเลย ฉันจะดูแลและรับผิดชอบลูกสาวของนายเอง" พ่อของปัถย์รับปากด้วยความหนักแน่นพลางบีบมือของคนที่นอนอยู่บนเตียงเบาๆ เพื่อให้คนที่นอนป่วยอยู่ได้รู้ว่า เขาจะช่วยดูแลลูกสาวให้อย่างแน่นอน "นายบอกเรื่องหนี้ที่ฉันยังติดค้างนายอยู่ให้เมลรู้ด้วยนะ" พ่อของเมลเอ่ยบอก "ได้ ฉันจะบอกให้..." พ่อของปัถย์รับปาก ก่อนจะตัดสินใจเอ่ย "...ฉันอยากขอลูกสาวนายให้มาแต่งงานกับปัถย์ เพราะฉันอยากให้ปัถย์ดูแลลูกสาวนายต่อจากฉัน เวลาที่ฉันแก่ตัวไป หรือเวลาที่ฉันไม่อยู่แล้ว" "ได้ ฉันแล้วแต่นายเถอะ" หลังจากนั้นสามวัน พ่อของเมลก็สิ้นลม "ก่อนที่พ่อของหนูจะเสีย พ่อได้ฝากฝังหนูไว้กับลุง" "ค่ะคุณลุง" หญิงสาวรับคำ พลางสีหน้าและแววตาเศร้าหมอง ดวงตาแดงก่ำเพราะเธอร้องให้คิดถึงพ่ออยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่จำความได้ เธอมีพ่อคนเดียวที่เลี้ยงดูเธอมา พ่อไม่เคยกล่าวถึงว่าแม่เป็นใคร และเธอก็ไม่เคยถามถึงแม่เลย "พ่อของหนูเป็นหนี้ลุงอยู่สิบล้าน" "สิบล้าน!?" หญิงสาวอุทานพลางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อตัวเองเป็นหนี้ "ใช่" "เมลจะทำงานหาเงินผ่อนให้คุณลุงเองค่ะ" เรียวปากบางบอกด้วยความกระตือรือร้นอยากรับผิดชอบ ถึงแม้ว่ามันจะหนักก็ตาม เพราะหนี้ไม่ใช่น้อยๆ "หนูไม่ต้องผ่อนให้ลุงหรอก แต่ลุงอยากจะขอ...เอ่อ" ชายวัยกลางคนยังคงอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด "คุณลุงต้องการให้เมลทำอะไรก็บอกเมลมาได้เลยค่ะ เมลยอมทำทุกอย่าง เพื่อใช้หนี้แทนพ่อค่ะ" "ลุงอยากจะขอให้หนูแต่งงานกับปัถย์ลูกชายของลุง" "..." เมลนิ่งอึ้งไปกับประโยคที่ชายวัยกลางคนบอกมา "หนูจะทำตามที่ลุงขอได้ไหมหนูเมล" "ได้ค่ะคุณลุง เมลจะแต่งงานกับลูกชายของคุณลุงค่ะ" เธอรับคำออกไป ถึงแม้ไม่ได้เต็มใจ แต่ถ้าเป็นการใช้หนี้แทนพ่อ เธอก็จะทำ ทั้งที่ต้องฝืนใจก็ตาม "เราคงต้องแยกห้องนอนกันนะ" ปัถย์บอกกับเมลเมื่อทั้งคู่ขึ้นมายังชั้นสองของบ้าน "ค่ะคุณปัถย์" หญิงสาวพยักหน้ารับคำอย่างเต็มใจ เพราะเธอก็ไม่ได้อยากนอนร่วมห้องกับเขาเหมือนกัน "เราสองคนต่างก็ไม่ได้รักกัน แต่ต้องมาแต่งงานกัน แล้วก็อยู่ด้วยกัน ดังนั้น ถ้าครบหนึ่งปีเมื่อไหร่เราสองคนคงต้องต่างคนต่างแยกย้ายกันไป" "ค่ะ "ในระยะเวลาหนึ่งปีนี้ ฉันจะไม่ล่วงเกินเธอ" เสียงทุ้มเอ่ยบอกหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบน้ำเสียงนิ่ง "ขอบคุณค่ะคุณปัถย์" เรียวปากบางเอ่ยพลางยิ้มบางๆโดยในใจรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าเขาจะไม่มาวุ่นวายกับเธอ "แต่..." "แต่อะไรคะ" ถามพลางคิ้วเรียวขมวดนึกฉงนใจ "ฉันอยากจะขออนุญาตเธอเรื่อง..." ใบหน้าหล่อเอ่ยพลางมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย "เรื่องอะไรคะ บอกเมลมาเถอะค่ะ" "คือ...ปกติก่อนหน้านี้ฉันอยู่กับแฟนที่คอนโด ถ้าฉันอยากจะให้แฟนฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยจะได้ไหม" เรียวปากหนาถามพลางจ้องมองไปยังเจ้าของใบหน้าเรียวใสที่ยืนอยู่ "เรื่องนั้นแล้วแต่คุณปัถย์เถอะค่ะ" ใบหน้าใสบอกพลางรู้สึกอึ้งอยู่ในใจ เพราะนึกไม่ถึงว่าเขาจะมาขอเรื่องนี้กับเธอ "ฉันไม่อยากทิ้งแฟนให้อยู่ที่คอนโดคนเดียวน่ะ" "ค่ะ" "งั้นพรุ่งนี้ฉันจะให้แฟนฉันย้ายเข้ามาอยู่เลยนะ" "แล้วแต่คุณเถอะค่ะ ถ้าคุณปัถย์ไม่กลัวว่าคนอื่นจะนินทาเอา" "เธอกำลังพูดเหน็บฉันเหรอ" "ไม่ได้เหน็บค่ะ แต่เมลแค่กลัวว่าคุณจะโดนนินทา" "นินทาว่ายังไง" "ก็นินทาว่าแต่งงานกับเมลแล้วแต่ยังไปมีคนอื่นไงคะ" "เรื่องที่ฉันกับเพลงเป็นแฟนกันยังไม่มีใครรู้ ที่ทุกคนรู้คือเพลงเป็นเลขาฉันเท่านั้น แล้วก็ไม่มีใครมาสนใจเรื่องของฉันกับเพลงด้วย พ่อกับแม่ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันกับเพลงเป็นแฟนกัน แล้วอีกอย่างงานแต่งระหว่างฉันกับเธอก็เป็นแค่งานเล็กๆไม่มีใครรู้ด้วย นอกจากญาติผู้ใหญ่ของฉันแค่ไม่กี่คน แล้วฉันก็กำชับญาติฉันไปแล้วว่าห้ามเอาเรื่องที่ฉันแต่งงานไปแพร่งพรายให้ใครรู้" เขากับเพลงคบกันได้หนึ่งปีแล้ว เพลงเป็นเลขาเขามาสองปี แต่เพิ่งมาตกลงเป็นแฟนกันเมื่อหนึ่งปีก่อน เพราะทั้งเขาและเธอต่างก็รู้สึกชอบพอกัน เนื่องจากได้ทำงานอยู่ใกล้ชิดกันทุกวันจึงรู้สึกผูกพันธ์กัน หลังจากที่ทั้งสองตกลงเป็นแฟนกัน ปัถย์ก็พาเพลงมาอยู่กับเขาที่คอนโด ตอนเช้าไปทำงานด้วยกัน ตอนเย็นก็กลับมาพร้อมกัน "งั้นเมลก็แล้วแต่คุณค่ะ เพราะคุณเป็นเจ้าของบ้าน คุณมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ในบ้านหลังนี้" เรียวปากชมพูเอ่ยออกไปพลางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ที่เขาไม่ให้เกียรติเธอ แต่งงานวันแรกก็จะพาผู้หญิงอื่นมาอยู่ด้วยกันเสียแล้ว แต่พอมาคิดดูอีกที มันเป็นเรื่องจริงที่เธอไม่มีสิทธิ์อะไร เธอไม่ได้มีเกียรติอะไรให้น่ายกย่อง พูดง่ายๆคือเธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน จะเรียกว่าสามีภรรยาก็ไม่ใช่ เพราะเขากับเธอไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เขาคงรังเกียจเธอไม่ใช่น้อย จะไม่ให้น่ารังเกียจได้ยังไง พ่อของเธอเป็นหนี้พ่อของเขาตั้งสิบล้าน ต่อให้เธอทำงานทั้งชาติก็ไม่มีวันชดใช้หนี้ก้อนนั้นได้หมด "ขอบใจนะที่เข้าใจฉัน" "ค่ะ งั้นเมลขอเข้าห้องก่อนนะคะ" พูดจบ ร่างบางก็เปิดประตูแล้วเข้าไปในห้องนอน โดยมีดวงตาคมมองตามแผ่นหลังบางของเธอนิ่งจนเธอปิดประตู แล้วเขาก็กลับเข้าห้องของตัวเองไป4 ปีต่อมา"คุณพ่อขา ดูสิคะว่าชุดของน้องมายด์สวยไหม" เสียงแหลมของลูกสาววัยสามขวบเศษเอ่ยถามผู้เป็นพ่อที่นั่งทำงานอยู่ ทันทีที่เห็นลูกสาว ปัถย์ก็ไม่รอช้ารีบลุกจากเก้าอี้มาอุ้มลูกสาวตัวเล็กพลางหอมแก้มป่องอมชมพูของหนูน้อย แล้วไปนั่งลงบนเก้าอี้โดยให้เด็กน้อยนั่งอยู่บนตัก แล้วก้มมาพูดกับลูก"ชุดของน้องมายด์สวยมากเลยครับ""ชุดนี้น้องมายด์เลือกเองเลยนะคะคุณพ่อ" ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยหน้าขึ้นไปพูดกับคุณพ่อใบหน้าหล่อ"ลูกสาวพ่อเลือกเก่งมากเลยครับ""คุณพ่อขา น้องมายด์อยากได้ตุ๊กตาหมีค่ะ""ได้เลยลูก เดี๋ยวตอนเย็นพ่อจะพาไปซื้อนะคะ""น้องมายด์อยากได้ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ๆค่ะคุณพ่อ""น้องมายด์จะเอาตัวใหญ่แค่ไหนคะ""ตัวใหญ่เท่าคุณแม่ได้ไหมคะคุณพ่อ""ได้เลยลูก พ่อจะซื้อให้น้องมายด์นะคะ"ในขณะที่สองพ่อลูกคุยกันอยู่นั้น คุณแม่ยังสวยที่อุ้มท้องหกเดือนก็เปิดประตูเข้ามา แล้วเดินมายังสองพ่อลูกที่นั่งอยู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น"น้องมายด์อ้อนจะเอาอะไรจากคุณพ่ออีกแล้วใช่ไหมคะ""น้องมายด์อยากได้ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ๆค่ะคุณแม่""ตุ๊กตาหมีของน้องมายด์ก็มีหลายตัวแล้วนะลูก""แต่น้องมายด์อยากได้น้องหมีตัวใหญ่ๆนี่คะคุณแม่ เพื่อนของน้องมายด
เมื่อกลางกายของเธอเข้ามาอยู่ชิดกับริมฝีปากหนา เขาก็ไม่รอช้าที่จะแลบลิ้นออกมาเลียปุ่มกระสันแล้วลามเลียขึ้นลงไปทั่วร่องรักสีหวาน"ซี้ดด อ๊า" เสียงใสหลุดเสียงครางออกมาเมื่อกลางกายของตัวเองโดนลิ้นร้อนตวัดเลียด้วยความนุ่มนวล พลางอ้าขาออกให้กว้างขึ้นแล้วขยับสะโพกเข้าออกตามอารมณ์ความเสียวซ่านที่เกินจะทัดทาน เนื่องจากห่างหายเรื่องนี้มานาน เธอจึงมีความต้องการมาก จึงปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่ไม่กักเก็บเอาไว้แผล่บ! แผล่บ! แผล่บ!"อ๊า อื้อ" ส่งเสียงครางไปพลาง สะโพกสวยก็ขยับโยกเข้าหาลิ้นร้อนไปพลางด้วยจังหวะเนิบนาบ"เลียรัวๆเลยค่ะ เมลเสียว ซี้ดด" สิ้นเสียงหวานบอก ริมฝีปากหนากับลิ้นร้อนก็ทั้งดูดทั้งเลีย ทั้งดุนดันลิ้นเข้าไปในร่องรักของคนที่อยู่ด้านบนอย่างถี่รัว เพราะรู้ว่าเธอจะถึงจุดสุดยอดแล้วจ๊วบ! แผล่บ! แจ๊ะ! แจ๊ะ!"อ๊า คุณปัถย์ อื้อ ซี้ดด" เสียงหวานส่งเสียงครางออกมา พลางสะโพกงามงอนก็โยกเข้าหาลิ้นร้อนที่กำลังตวัดเลียสองกลีบของตัวเองให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะตอนนี้เธอไม่ไหวแล้ว อยากจะปลดปล่อยความต้องการออกมาเต็มที"เร็วอีก เมลใกล้แล้ว"แจ๊ะ! แจ๊ะ!จนกระทั่ง"ซี้ดด อ๊า อ๊า" เสียงครางหลุดออกมาพร้อ
ปัถย์มายืนรอเมลอยู่หน้าห้องน้ำหญิงอยู่พักหนึ่ง ก็เห็นว่าเธอเดินออกมา เมื่อเห็นดังนั้น เขาก็ไม่รอช้าก้าวเท้าเข้าไปหาแล้วสวมกอดร่างบางด้วยความคิดถึงจนบอกไม่ถูกหมับ!"คิดถึงจัง" พูดพลางฝังจมูกลงไปบนศีรษะเล็กสวยที่มีกลิ่นหอมไม่เปลี่ยนไปจากเดิม พร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมเข้าเต็มปอดด้วยความคนึงหา แทนที่เธอจะผลักเขาออก แต่เธอก็ลืมตัวยืนนิ่งให้เขากอดอยู่อย่างนั้น เพราะเธอก็คิดถึงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นจากเขาอยู่เหมือนกัน"เรากลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมเถอะนะเมล เธออย่าห่างฉันไปไหนเลยนะ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ""คุณปัถย์คะ มายืนกอดกันหน้าห้องน้ำแบบนี้ ไม่อายคนที่เดินผ่านมาเห็นเหรอคะ""ยืนกอดเมียตัวเอง จะอายทำไม""แต่เมลอายนะคะ ปล่อยเมลเถอะค่ะ เมลจะไปหาโรส" พูดพลางมือบางผลักร่างหนาออกจากตัวเอง แต่ทว่าเขายังกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ก่อนจะเอ่ย"กลับไปอยู่บ้านกับฉันนะ กลับไปอยู่เรือนหอของเรา""เรือนหอหลังนั้นเหรอคะ""ไม่ใช่หลังนั้น แต่เป็นหลังใหม่ที่ฉันซื้อไว้เกือบเดือนแล้ว เพื่อที่จะพาเธอไปอยู่ด้วยกัน""ทำไมคุณถึงต้องซื้อบ้านหลังใหม่ด้วยคะ""ฉันยกบ้านหลังนั้นให้กับผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว ฉันไม่อยากกลับไปอยู
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ปัถย์ออกมาจากคอนโดของเมล แล้วกลับมาอยู่คอนโดของตัวเอง หลายวันที่ผ่านมานี้ ปัถย์คิดถึงเมลมาก รู้สึกโหยหาอยากเห็นหน้าเธอเหมือนใจจะขาด แต่เขาจำต้องแข็งใจไว้ไม่ไปปรากฏตัวให้เธอเห็น บังคับตัวเองว่าไม่ให้โทรหาเธอ ทั้งที่ใจจริงอยากโทรหาเธอ อยากได้ยินเสียงเธอมากแค่ไหนก็ตาม แต่เขาต้องข่มใจตัวเองเอาไว้ เขาอยากให้เธอลองอยู่กับตัวเองสักพัก เพราะช่วงสามเดือนที่ผ่านมาเขาอาจจะทำอะไรผลีผลามกับเธอจนเกินไป จนเธอปรับตัวและปรับใจไม่ทันกับการใช้ชีวิตในการเป็นสามีภรรยากันส่วนเมลนั้น หลังจากที่ปัถย์ย้ายออกไปจากคอนโดของเธอแล้ว เธอมีความรู้สึกใจหวิวๆแปลกๆ รู้สึกใจหายเมื่อกลับมาถึงคอนโดโดยไร้เงาของร่างสูง คิดถึงเขาเมื่อยามที่ต้องอยู่คนเดียว แต่เธอคิดว่ามันคงเป็นความเคยชิน ที่ตลอดในระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา เธอกับเขาอยู่ใกล้ชิดกันเกือบตลอดเวลา และคิดว่าพอเวลาผ่านไปมันคงจะชินไปเองกับการต้องอยู่แบบนี้"เป็นไง นั่งใจลอยคิดถึงคุณปัถย์อยู่เหรอ" เสียงของโรสเอ่ยถามเมลขึ้น เมื่อเข้ามาในห้องทำงานแล้วเห็นเมลนั่งใจลอยอยู่"ก็มีบ้าง" ตอบด้วยท่าทีเซ็งๆ ไม่กะปรี้กะเปร่าเหมือนก่อน
แกร็กเมลเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของปัถย์ก็เห็นว่าเขากำลังนั่งจ้องมองมายังประตูที่เธอเปิดเข้ามา ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเอ่ยถาม"คุยเรื่องอะไรกับเพื่อนเหรอ""ก็หลายเรื่องค่ะ" เสียงหวานตอบกลับ"มานี่หน่อยสิ""ไปทำไมคะ""ขอหอมหน่อย""เมลจะทำงานค่ะ""ขอฉันหอมแก้มเธอก่อน แล้วค่อยทำงาน""..." เธอยืนนิ่ง เ
เมื่อเข้ามาในห้องนอน เมลก็ไปหยิบชุดนอนในตู้พร้อมกับผ้าเช็ดตัว แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ร่างบอบบางในชุดนอนกระโปรงสั้นเหนือเข่าก็เดินออกมา ก่อนจะมานั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง แล้วทาทับด้วยแป้งเด็ก จากนั้นก็ลุกจากเก้าอี้ พลางก้าวเท้าตรงไปยังเตียงนอนที่ร่างสูงนอนอยู่
30 นาทีผ่านไปเมื่อครบกำหนดเวลาที่บอกไว้กับเธอ ร่างสูงก็ลุกจากเก้าอี้ทำงานตัวหรู แล้วเดินมายืนอยู่ตรงหน้าของหญิงสาว"กลับกันเถอะ" ว่าแล้ว เมลก็ลุกจากโซฟาแล้วเดินออกไป โดยที่เขาเดินตามหลังเธอ ก่อนจะลงไปยังลานจอดรถที่รถของเมลจอดอยู่"เดี๋ยวฉันขับเอง" สิ้นเสียงทุ้มบอก หญิงสาวก็เดินไปเปิดประตูรถฝั่งข้า
"ไปล้างก่อนนะ แล้วค่อยมานอนต่อ" ปัถย์ที่ยังไม่ถอนแก่นกายออกจากร่องสาวเอ่ยบอกคนตัวเล็กที่นอนตาปรืออยากจะหลับ"ให้ฉันอุ้มไปเข้าห้องน้ำไหม หรืออยากเดินเอง""อยากเดินเองค่ะ" สิ้นเสียงหวานบอก ร่างสูงก็ถอนแก่นกายออกจากร่องสีหวานซึ่งตอนนี้มีสีแดงเพราะถูกมังกรยักษ์ของตัวเองเสียดสีจนนับครั้งไม่ถ้วนทันทีที่