Mag-log in
พ.ศ 2536 ณโรงเรียนชั้นมัธยมปลายของต่างจังหวัดแทบภาคกลางของประเทศ น.ส ปัทมา ลิ้มเจริญกิจหรือแก้มใส..หญิงสาววัย16 กำลังนั่งในรถสองแถวเพื่อกลับบ้านหลังเลิกเรียน บ้านของเธออยู่ห่างจากโรงเรียนไป13กิโลเมตร
ทุกเช้าเธอจะปั่นจักรยานจากบ้านมาจอดตรงข้างบ้านลุงบุญมีที่อยู่ริมถนนใหญ่ เพื่อขึ้นรถเมย์สองแถวไปลงที่โรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด พอเลิกเรียนก็นั่งกลับมาด้วยค่าโดยสารเที่ยวละ1บาทสำหรับนักเรียน พอถึงเวลารถสองแถวที่เต็มไปด้วยนักเรียนแม้บนหลังคารถก็นั่งกันเต็มได้ค่อยๆเคลื่อนตัวออก แก้มใสที่นั่งบริเวณด้านในก็ต้องนั่งบีบตัวลีบเพราะความแน่นของผู้โดยสาร "แก้ม..การบ้านวิชาคณิตที่ครูวิมลสั่ง ตัวทำเสร็จยัง?"อัญชลีเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกันถามขึ้น "เสร็จแล้วจ้ะ"หญิงสาวตอบยิ้มๆตามนิสัย "เหรอ..ดีเลย เราขอยืมหน่อยสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้คืน นะๆๆ แก้มคนดี"อัญชลีเขย่าแขนเพื่อนร่วมห้องอย่างขอร้อง จนที่สุดแก้มใสก็ต้องพยักหน้าตกลง "ได้..เดี๋ยวเราให้ยืม"พูดจบก็เปิดกระเป๋านักเรียนยาค็อปสีดำก่อนจะหยิบการบ้านคณิตให้เพื่อนร่วมชั้นยืม แก้มใสเป็นคนหัวอ่อน ใครพูดอะไรก็เชื่อสนิทใจว่าต้องเป็นดั่งนั้น บ่อยครั้งที่อัญชลีเอาเปรียบ แก้มใสก็ไม่รู้ตัวหรือถึงรู้ก็ไม่กล้าเอาเรื่อง ครั้งหนึ่งอัญชลีลอกรายงานของแก้มใสจนหญิงสาวต้องมานั่งทำใหม่หมดแถมยังติด0 เพราะครูดวงกมลไม่เชื่อว่าอัญชลีลอกงานเธอ ด้วยนิสัยอีกฝ่ายเป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดีแถมค่อยวิ่งช่วยเหลืองานครูอยู่เป็นประจำ ทำให้มุมมองของครูในโรงเรียนให้น้ำหนักไปทางอัญชลีมากกว่าแก้มใสที่เป็นคนเงียบๆ เมื่ออัญชลีได้ในสิ่งที่ต้องการก็ขยับออกไปท้ายรถสองแถวเพื่อรอที่ลงปากทางบ้านตนเองทึ่อยู่เลยบ้านแก้มใสไปอีกหลายป้าย "แก้มใส..ตัวถูกยัยอัญชลีหลอกอีกแล้วนะ"อ้อมพูดขึ้นเมื่อเห็นอัญชลีเดินไปนั่งท้ายรถ "ก็อัญบอกพรุ่งนี้จะคืนเรา"แก้มใสพูดเสียงเบาเหมือนยุง "เดี๋ยวก็เป็นแบบครั้งก่อนหลอก ที่หล่อนแกล้งทำเป็นลืมไว้ที่บ้านจนตัวถูกอาจารย์ดุ"กิ่งขัดขึ้น แก้มใสจึงพูดไม่ออกเพราะมันคือเรื่องจริง แต่หญิงสาวก็ไม่รู้จะบอกปัดอีกฝ่ายได้ยังไง จนถึงป้ายปากทางเข้าบ้านเธอจึงขยับตัวเพื่อลงรถแล้วข้ามถนนไปเอาจักรยาน บนรถสาวๆยังคงพูดถึงอีกฝ่าย "บนโลกนี้จะมีใครโง่ไปกว่ายัยแก้มใสอีกมั้ยเนียะ คนอะไรเซ่อจนโง่"อ้อมพูดขึ้นอย่างหมั่นใส "เรียนดีเสียเปล่า..แต่กลับโง่ไม่ทันคน"กิ่งพูดขึ้น แก้มใสที่กำลังปั่นจักรยานกลับบ้านที่ห่างจากถนนใหญ่ไปอีก3กิโลเมตรก็ไม่ได้รู้ว่าตนเองกำลังเป็นหัวข้อถูกพูดถึงอยู่บนรถสองแถว หญิงสาวปั่นจักรยานไปตามถนนลูกรังแดงด้วยความเคยชิน ถนนเส้นนี้ตอนหน้าแล้งก็เป็นถนนฝุ่นแดง แต่พอหน้าฝนกลับเป็นแม่น้ำน้อยๆ จะไปถนนใหญ่แต่ละทีต้องพายเรือ หรือไม่ก็ต้องเดินลุยน้ำที่สูงเหนือเข่าไปกว่า2กิโลกว่าจะถึงถนนใหญ่ ช่วงหน้าน้ำแก้มใสต้องใส่กางเกงขาสั้นอยู่ข้างใน แล้วเอากระโปรงนักเรียนพาดบ่า ไปถึงถนนใหญ่ค่อยใส่กระโปรง ไม่เช่นนั้นกระโปรงจะเปียกหมด และในขนาดที่หญิงสาวถีบจักรยานผ่านต้นไม้ใหญ่ก็เห็นเด็ก5คนอายุน่าจะ7,8ขอบ กำลังเอาก้อนหินเฟี้ยงใส่อะไรบางอย่างบนต้นไม้ หญิงสาวกลัวว่าจะเป็นลูกแมว จึงปั่นจักรยานไปใกล้เพื่อห้ามไม่ให้พวกเด็กทำร้ายลูกแมว "นี้...พวกเธอทำอะไรนะ อย่าทำร้ายมันนะ"แก้มใสจอดจักรยานแล้วพูดใส่เด็กๆ เธอทันเห็นเจ้าก้อนดำๆตกมาจากกิ่งไม้ พวกเด็กๆพอเห็นว่ามีคนมาก็วิ่งแตกกระจายไปกันคนละทิศละทาง หญิงสาวจึงเดินไปดูว่าใช้ลูกแมวหรือไม่ พอเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นเป็นสัตว์มีปีก "เอะ..นี้มันนก นกแสกหรือนกเค้าแมวกันนะ" เธอก็แยกมันไม่ค่อยออกสะด้วย เธอก้มลงไปดูเจ้าสัตว์ตัวเล็ก พอจับดูก็เห็นตรงปีกมันมีเลือดไหล จึงอุ้มมันไปวางตรงตะกร้าหน้าจักรยาน ก่อนจะค่อยๆปั่นกลับบ้าน โดยไม่ได้มองว่าตรงนั้นคือต้นไทรต้นใหญ่อายุกว่าร้อยปีที่ขึ้นในบริเวณวัด แถมยังมีศาลเก่าๆอยู่ใต้ต้นไทรอีกด้วย กลับมาถึงบ้านหญิงสาวก็อุ้มเจ้านก..เค้าแมว(แล้วกัน)เข้าไปในบ้าน ก่อนจะหายาแดงกับลำลีมาใส่แผลให้เจ้านกกลางคืน เมื่อใส่ยาเสร็จก็เอามันเข้าไปในห้องเพื่อไม่ให้ใครเห็น ขืนพ่อแม่มาเห็นเธอคงถูกดุเป็นแนที่พาเจ้านกอัปมงคลเข้าบ้าน "คืนนี้แกก็อยู่ในนี้ไปก่อนนะ หายเมื่อไรค่อยไปแล้วกัน แต่ชั้นไม่มีอะไรให้แกกินหลอกนะ ต้องขอโทษจริงๆ "เจ้านกมองหญิงสาวแล้วเอียงหัวเหมือนสงสัย "จะว่าไป แกก็น่ารักนะเนียะ ทำไมคนถึงมองว่าแกเป็นสัตว์แห่งความโชคร้ายละ" "ฮู๊กกกๆ"มันร้องเบาๆเหมือนคุยกันรู้เรื่อง แก้มใสเห็นว่าเจ้านกมันเดินไปเกาะตรงเก้าอี้นิ่งๆก็เลยหันไปเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็นชุดอยู่บ้านเพื่อจะลงไปช่วยงานบ้านเหมือนเช่นทุกวัน "แกนอนในนี้ไปก่อนนะ ชั้นต้องไปทำงานบ้านแล้ว "พูดแล้วก็เปิดประตูห้องนอนแล้วไปทำงานบ้าน บ้านแก้มใสเป็นตึก2ชั้นที่ทำเป็นอู่ซ้อมรถ บิดาคือนายอำนวย ลิ้มเจริญกิจอายุ37 เป็นช่างที่มีฝีมือ ไม่ว่ารถจะเสียแบบไหนมา ช่างอำนวยก็สามารถซ้อมให้กลับมาเป็นปกติได้ ที่บ้านจึงมีรถกระบะมาจอดรอซ้อมอยู่หลายคัน ส่วนนางจุรี ลิ้มเจริญกิจอายุ36ผู้เป็นมารดานั้นเคยมีอาชีพเป็นช่างเสริมสวยมาก่อน แต่พอแต่งงาน มารดาก็ต้องเลิกทำผม เพราะอาม่าไม่ให้ทำ แก้มใสมีน้องสาวอีกหนึ่งคนคือด.ญ ปาริชาติ ลิ้มเจริญกิจหรือฟ้าใสอายุใกล้4ขวบ ทุกวันแก้มใสต้องกลับบ้านมาช่วยแม่ทำงานบ้าน ทั้งล้างจานไปจนถึงกวาดบ้านถูบ้าน แม่ของเธอไม่ได้เป็นสะใภ้โปรดของอาม่า เพราะบ้านฝ่ายพ่อนั้นเป็นคนจีน ย่อมอยากได้ลูกชาย แต่แม่เธอกลับมีแต่ลูกสาว จากที่ไม่ชอบเป็นทุนเดิมอยูแล้วกลายเป็นรังเกลียดลูกสะใภ้คนนี้ เพราะแม่เธอเป็นคนเชื่อสายไทยแท้ แต่ฝั่งพ่อเป็นคนจีน ตอนแรกอาม่าก็จะหาหญิงเชื่อสายจีนให้พ่อเธอ แต่พ่อเธอกับรักกับแม่จนแม่เธอตั้งท้องทั้งสองจึงได้มายกน้ำชาให้พ่อแม่สามี เวลาเจออาม่าตอนไหว้เจ้า พวกเธอสองพี่น้องก็มักจะถูกดุและคอยสั่งห้ามนั้นห้ามนี้ตลอด แต่กับลูกชายของอาแปะอ้วนกับอาเจ็กอู๊ด อาม่ากับพูดด้วยน้ำเสียงรักใคร่ เธอจึงไม่ชอบไปบ้านอากงอาม่า แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาเพราะเธอกลัวสายตาอาม่า "แก้มใส..กลับมาแล้วเหรอลูก" จุรีเดินไปเก็บผักริมรั้วเพื่อเอามาต้มกินคู่กับป่นปลาทู "จ้ะ..แม่มีอะไรให้แก้มใสช่วยมั้ยจ้ะ?" "แม่ทำเกือบหมดแล้ว หนูไปรดน้ำดอกไม้หน้าบ้านก็ได้ลูก กุหลาบแม่กำลังบานสวยเลย" "จ้ะ.."หญิงสาวจึงเดินไปหน้าบ้านเพื่อรดน้ำดอกไม้ให้มารดา" หน้าบ้านบิดากำลังนอนอยู่ใต้ท้องรถกระบะซ้อมเครื่องยนต์ ตอนที่เธอกลับมาเมื่อครู่บิดาจึงไม่เห็นว่าเธอเอาตัวอะไรกลับมาด้วย ที่อู่ของบิดามีลูกมือช่วยอีกคนชื่อฉัตรชัย พุ่มพวงแก้ว อายุ17เรียนที่เทคนิคการช่างเครื่องยนต์ หลังเลิกเรียนเขาจะมาอยู่ที่อู่ทุกวันเพื่อฝึกงานกับพ่อเธอ หญิงสาวมักไม่กล้าคุยกับอีกฝ่ายเพราะฉัตรชัยเป็นชายร่างเกิน180ซ.แถมด้วยหน้าตาที่นิ่งเหมือนไม่สนโลกทำให้เธอกลัวเขามาก แก้มใสเดินมาลากสายยางจนมันยาวสุดก็เดินไปเปิดน้ำ แม่เธอชอบดอกกุหลาบมาก แม่เธอมือเย็นปลูกต้นไหนก็รอดแถมออกดอกยังสวยอีกด้วย แต่ทุกครั้งที่อาอึ่มมากับอาม่าก็จะชอบมาตัดดอกกุหลาบแม่ไปจนหมด แม่ก็ไม่กล้าขัดเพราะมีอาม่าอยู่ด้วย แม่มักจะปลอบใจตัวเองโดยการบอกว่า "ตัดดอกออกไปเพื่อให้ดอกชุดใหม่แตก "ถึงแม่จะเห็นแววตาที่เศร้าแต่แม่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดเพราะไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจ ฟ้าใสเมื่อเห็นพี่สาวรดน้ำต้นไม่ก็วิ่งจะมาเล่นน้ำ ซึ่งแก้มใสก็ตามใจน้องสาว สองพี่น้องช่วยกันรดน้ำต้นไม้จนชุ่มก็ปิดน้ำแล้วเก็บสายยางให้เข้าที่ก่อนจะชวนกันเข้าบ้าน แต่ในขนาดที่กำลังจะเข้าบ้านเธอก็เจอเข้ากับฉัตรชัย หญิงสาวตกใจ เพราะสภาพเธอตอนนี้ถือว่าค่อนข้างไม่เรียบร้อย เธอรีบเอามือกอดหน้าอกแล้วก้มหัวเดินเร็วๆผ่านอีกฝ่ายโดยที่ไม่พูดอะไร พอเข้ามาในบ้านแล้วก็แอบหันไปมองชายหนุ่ม แต่ก็ไม่เห็นอีกฝ่ายเสียแล้ว เธอเม้มปากเข้าหากันอย่าเศร้าสร้อยก่อนจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อกลับเข้าห้องนอนก็เห็นเจ้านก..เค้าแมวแหละ กำลังยืนแต่งขนข้างที่ไม่เจ็บ "เป็นไงบ้างแก..ดีขึ้นหรือยัง ถ้ายังเจ็บคืนนี้ก็นอนที่นี้ไปก่อนนะ"พูดพร้อมกับลูบหัวกลมๆของมันด้วยความเอ็นดู ก่อนที่เธอจะหยิบสมุดมาทำการบ้านที่จะส่งครูในวันพรุ่งนี้ เธอกับอัญชลีเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม อีกฝ่ายชอบมาเอาเปรียบเธอตลอด ไม่ว่าเธอจะทำอะไรเพื่อนคนนี้ก็จะมาคอยมีส่วนรวมด้วย แต่ทุกครั้งที่อัญชลีเข้ามาช่วย เธอกลับยิ่งแย่ลง ไม่ถูกครูดุก็ถูกหักคะแนน หลายครั้งที่เธอพยายามจะตีตัวออกห่าง แต่ก็ทำไม่สำเร็จ อีกฝ่ายใช้วิธีตีมึน เธอเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงจึงปล่อยเลยตามเลยไป ตกกลางคืน ในขนาดที่แก้มใสกำลังหลับ เธอก็ฝันแปลกๆ ในฝันเจ้านกเค้าแมวมันพูดได้ แถมยังขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิตมันด้วย "พี่สาว..พี่ได้ช่วยชีวิตหนูไว้ เจ้าแม่ไทรงามบอกหนูว่า เมื่อมีคนมาช่วยเราๆยอมต้องตอบแทน" "เจ้านก..แกพูดได้เหรอ นกผีหรือเปล่าเนียะ"เมื่อคิดดั่งนั้นเธอก็รู้สึกกลัวขึ้นมา "หนูไม่ใช่นกผีนะ หนูแค่เป็นนกเค้าแมวเอง ไม่ได้มีผีเผออะไรทั้งนั้น"เจ้านกพูดพร้อมทำท่าโวยวาย "แต่แกพูดได้" "นี้มันในฝัน หนูต้องพูดได้สิ พลังหนูมีไม่มากพอที่จะสื่อสารผ่านจิตได้ นอกจากว่าเราจะทำพันธะสัญญากันก่อนถึงจะสื่อสารกันได้ครับ" "อ้อ...แบบนั้นเองเหรอ ถ้ายังไม่หายดีก็อยู่บ้านชั้นไปก่อนก็ได้ แต่แกต้องหากินเอาเองนะ เพราะชั้นไม่รู้ว่าพวกนกเค้าแมวกินอะไร"หญิงสาวไม่คิดใส่ใจสิ่งที่เจ้าลูกนกบอกฟ "เรื่องนั้นสบายมาก แต่ที่หนูมาเข้าฝันพี่ เพราะจะมาช่วยเปลี่ยนดวงชะตาไม่ให้พี่เป็นไปตามดวงชะตานะครับ" แก้มใสฟังก็งง..เปลี่ยนดวงชะตาอะไร! "หนูชื่อตากลม..เจ้าแม่ตั้งให้ พี่เรียกหนูว่าตากลมนะครับ" "อ้อ..ได้ ตากลม แล้วดวงชั้นมันเป็นยังไงเหรอ เธอถึงต้องมาช่วย?" "ภายใน10ปีนี้ยังไม่มีอะไร ตอนเข้ามหาลัยพี่จะเจอคนไม่ดี แล้วจะนำพาให้ครอบครัวต้องเจอคราวเคราะห์หนัก ..เอาเป็นว่าเดี๋ยวหนูพาพี่ไปดูเองดีกว่าครับ เจ้านกตัวกลมก็มาเกาะที่ไหล่เธอก่อนที่เธอจะรู้สึกถูกดูดเข้าไปในใจกลางหลุมกลม"ข้าปลุกเสกพระองค์นี้แล้ว แค่เจ้านำมันไปให้เป้าหมายพกติดตัวให้ครบ7วัน ดวงชะตาของมันจะตกมาเป็นของเจ้าทั้งหมด"หมอเสน่ห์ยื่นพระองค์เล็กให้ลูกค้า ไอ้กุมารที่เขาเลี้ยงไว้นั้นไม่สามารถสืบอะไรกลับมาได้ มันบอกว่าโดนของบังตา พอจะเข้าใกล้คนนั้นก็มีพลังพุงมาใส่จนมันต้องถอยกลับมา หมอเสน่ห์เหมือนถูกลูบคมจึงคิดอยากเอาชนะ เขาจึงให้ลูกศิษย์ติดต่อกลับไปหาอัญชลีเพื่อช่วยหญิงสาวให้ขโมยดวงอีกฝ่ายให้สำเร็จ"ขอบคุณค่ะหมอเสน่ห์ นี้ค่ะ80,000ที่ตกลงกันไว้"อัญชลีจ่ายเงินค่าทำพิธีก่อนรับพระผงขนาดหนึ่งนิ้วมาถือไว้"เอากลับไปก็เลี้ยงมันด้วยเลือดสัก3วันก่อนจะนำไปใช้ นำเลือดสดใส่แก้วหรือถ้วยแล้วนำมันไปแช้ไว้ เปลี่ยนเลือดทุกวัน พอครบ3วันก็นำไปให้คนที่เจ้าจะแย่งดวงพกติดตัว ห้ามให้ห่างตัวจนครบ7วัน""ค่ะ..ถ้าอย่างนั้นหนูกลับก่อนนะคะ"หลังจากที่ได้ของมาอัญชลีก็โบกเรียกรถแท็กซี่ให้ไปตลาดเพื่อซื้อเลือด แต่ใครจะคิดว่าระหว่างที่แท็กซี่ขับผ่านสี่แยก กลับมีรถวิ่งฝ่าไฟแดงมาชนแท็กซี่คันที่อัญชลีนั่งแล้วชนตรงที่หญิงสาวนั่งพอดี แรงชนทำให้เธอได้รับแรงกระแทกเต็มๆ หญิงสาวติดอยู่ภายในรถ กระเป๋าถูกเหวี่ยงออกนอกรถข้าวของตกกระจายเกลื่อ
หลังจากทนายความออกจากห้องทำงานจนเหลือชายชราเพียงคนเดียวในห้อง เขาเอื้อมมือไปหยิบโถแก้วก่อนจะพูดเบาๆ"ชาตินี้ผมมัวแต่ลังเลเพราะกลัวคุณรังเกียจ จนเราทั้งสองคลาดกันจนเสียคุณไปตลาด ชาติหน้ามีจริงผมจะกล้าเข้าหาคุณและจะปกป้องคุณไม่ให้ต้องเจอเรื่องเลวร้ายแบบชาตินี้ "ยิ่งพูดน้ำเสียงชายชราก็ยิ่งสั่น ก่อนจะกอดโถแก้วไว้แน่นพร้อมน้ำตาที่ไหลรินออกมาแก้มใสลืมตาพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด"พี่ชัยเขา.."'เพราะคำสาปแช่งที่ผู้หญิงคนนั้นทำในชาติที่แล้วครับ พี่ทั้งสองจริงๆแล้วเป็นเนื้อคู่ตั้งแต่ชาติที่แล้ว แถมยังให้คำมั่นต่อกันว่าจะเป็นเนื้อคู่กันทุกชาติไป แต่พลังขอฃคำสาปแช่งทำให้พวกพี่คลาดจากกัน พี่ชัยเขาเป็นคู่แท้ของพี่ ถ้าไม่ได้แต่งกับพี่แก้มใสเขาก็ไม่คิดแต่งกับใคร ตลอดชีวิตเขาเอาแต่โทษตัวเองที่ไม่อาจช่วยพี่ได้ '"ชั้นไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชัยเขามองชั้นมาตลอด"'เพราะผมช่วยไงครับ พี่ต้องให้ของอร่อยผมกินเยอะๆนะครับ'เจ้านกตัวกลมพูดอย่างภูมิใจตัวเอง"เจ้านกตะกละเอ้ย "'ยังมีอีกนะครับ หลังจากที่รู้เรื่องพี่แก้มใส พี่ชัยเขาสืบจนรู้ว่าพี่ถูกอัญชลีกับมดหลอกและทำลายชีวิตพี่ เขาจึงจ้างคนให้ไปจับตัวทั้งคู่มาทร
ยิ่งใกล้งานแต่ง แก้มใสก็ยิ่งยุ่ง หญิงสาววิ่งวุ่นเพราะต้องทั้งลองชุดและลองแต่งหน้าทำผมก่อนวันงาน ทั้งต้องวิ่งแจกการ์ดงานแต่งกับฉัตรชัย เหล่าเพื่อนๆต่างก็ได้รับการ์ดงานแต่งแม้แต่อัญชลี แก้มใสชวนคนรักทำพรีเรดดิ้ง ถึงฉัตรชัยจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ตามใจคนรัก ยอมสละเวลา3วันไปถ่ายรูป จุรีพามารดาตัดชุดใหม่พร้อมซื้อทองให้อีกชุดเพื่อให้มารดาใส่ในวันงาน นางบังอรดีใจที่ลูกสาวจะซื้อทองเพิ่มให้ ก่อนนอนนางจะต้องนำทองออกมานั่งชื่นชมทุกคืน จุรีซื้อเซฟขนาดกลางมาให้มารดาไว้เก็บของมีค่าจอมทัพก็พามารดาและเมียซื้อทองเพื่อใส่วันงาน จงใจป้ำให้เงินเมียรักไปซื้อทองเข้าชุดและไม่ลืมซื้อให้จอมขวัญและจอมพลคนละสองบาท ส่วนจินนี้กับจอมพลังนั้นได้ก่อนหน้านั้นแล้วคนละสองบาทเช่นกัน เพราะกิจการขายเป็ดพะโล้และเป็ดย่างนั้นไปได้ดีมาก และเรื่องหนี้สินเขาก็ทยอยจ่ายคืนให้จุรีตลอด จุรีพอได้รับมาก็นำไปเข้าบัญชีให้หลานๆทั้งสามเท่าๆกันโดยไม่บอกพี่ชาย โฉนดที่ดินก็คืนมารดาไปแล้วเพราะจอมทัพจ่ายหนี้หมดแล้วก่อนถึงวันงานจำเนียนกับสามีก็ลาเพื่อมางานแต่ง จอมทัพจึงให้อามาพักที่บ้านใหม่ จำเนียนมาเห็นสภาพบ้านที่เปลี่ยนไปก็แปลกใจ แต่ก่อนสภา
เมนูพะโล้ของจงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อาทิตย์หนึ่งไปขาย4ตลาดนัด จอมทัพไปช่วยขายหลังกลับจากการขายซาลาเปา จอมขวัญก็เอาเมนูข้าวหน้าขาหมูกับเป็ดพะโล้ไปขายในปั้มด้วย ผ่านไป4เดือน ก็มีลูกค้าประจำ จินดากลับไปช่วยงานทำขนมปังเช่นเดิมพร้อมพาเด็กๆไปเลี้ยงที่อู่ด้วย ซึ่งจินนี้กับจอมพลนั้นคุ้นชินอยู่แล้ว ส่วนจอมพลังจุรีต้องคอยอยู่เลี้ยงตลอดเพราะทารกน้อยติดต้องเห็นคนอยู่ด้วยตลอด ถ้าไม่เห็นจะร้องไห้งอแง บางครั้งอำนวยต้องอาสาเลี้ยงทารกน้อยเองยามที่ต้องทำขนมปังและด้วยแก้มใสสอนผู้เป็นลุงทำเป็ดย่างเพิ่มมาอีกหนึ่งเมนู และเป็นช่วงใกล้เทศกาลไหว้เจ้าลูกค้าจึงมาสั่งจอง จอมทัพรับหน้าที่จดคำสั่งซื้อ "ยอดสั่งเป็ดพะโล้67ตัว เป็ดย่าง59ตัว พ่อไหวมั้ยครับ"จอมทัพอ่านคำสั่งซื้อให้บิดาฟัง "สบายมาก"จงตอบอย่างกระตือรือร้น นี้เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าทำงานถูกทาง เขาทำมาหลายอาชีพ ส่วนใหญ่จะล้มเหลวหมด เขาผลาดเงินที่บ้านไปมาก ไหนจะไปเอาเงินน้องสาวมาอีก ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกละอายใจ ชายวัยกลางคนคิดว่าใกล้งานแต่งของแก้มใสจะสะสมเงินไปคืนน้องสาวเป็นบางส่วน "ถ้าเราช่วยๆกันก็น่าจะได้ค่ะ คนในบ้านตั้งหลานคน ครั้งนี้ถ้าทำให้ลูก
สายๆของอีกวันอำนวยก็พาบ้านแม่ยายมาเยี่ยมจินดากับลูก ฟ้าใสกับเทปใสไปโรงเรียนจึงไม่ได้มาเยี่ยม แต่จินนี้กับจอมพลนั้นตื่นเต้นที่ได้เห็นน้องเล็กแก้มยุ้ยนางบังอรเตรียมทองมารับขวัญเหลนคนล่าสุดด้วยทองหนึ่งบาท จอมขวัญก็รับขวัญหลานด้วยทองหนึ่งบาท บ้านจุรีนั้นรับขวัญทองสองบาทเท่ากับหลานคนอื่นจงกับจันหอมมองหลานชายที่เนื้อตัวอิ่มฟู ต่างคนก็สลับกันอุ้มทารกน้อย ท้องนี้จินดาถูกบำรุงจนสามารถมีน้ำนมให้ลูก แต่ขนาดนั้นจุรีก็ยังทำแกงเลียงหัวปลีมาให้หลานสะใภ้ "กินเยอะๆนะลูก อาทำรสชาติไม่จัดแถมตำกุ้งแห้งใส่ลงไปด้วย "จุรีตักแกงเลียงหัวปลีใส่ถ้วยให้หลานสะใภ้ ตอนจอมขวัญคลอดจอมพลนางก็ทำมาให้หลานสาวกินเรียกน้ำนม จันหอมมองการกระทำของน้องผัวก็รู้สึกว่าตนเองทำหน้าที่แม่ผัวได้แย่มาก "ย่าจ๋า..นี้อยากกินนม"จินนี้อยู่ๆก็เดินมาอ้อนย่าจุรี จุรีจึงเดินไปหยิบนมวัวแดงมาสองกล่องแล้วยื่นให้หลานๆ"มานั่งกินให้ดีลูก"เจาะหลอดเสร็จก็บอกหลานๆ สองพี่น้องก็เดินไปนอนหนุนตักอำนวยข้างละคน แล้วนอนดูดนมกล่อง อำนวยจับกระโปรงจินนี้ให้เรียบร้อยไม่ให้โป๊ จอมทัพได้แต่มองลูกชายตัวจ้ำม่ำ แต่ไม่มีโอกาสได้อุ้ม เพราะถูกปู่ย่าแย่งกันอุ้มไ
อัญชลีขับรถเก๋งกลับสุพรรณ เธอได้แวะปั้มที่เป็นกระแสเพื่อที่จะได้ดูว่าใหญ่ตามที่เป็นข่าวหรือมั้ย และเผื่อจะได้เจอฉัตรชัย เธอเห็นชายหนุ่มตามนิตยสารข่าวต่างๆ ชายหนุ่มดูหล่อและภูมิฐานมาก ในข่าวบอกว่าเขาจะอยู่ที่ปั้มทุกวัน แต่หญิงสาวกลับเห็นแก้มใสเดินออกมาจากมินิมาร์ท แก้มใสดูสวยขึ้นมาก ผมยาวเลยบ่า เธอใส่ชุดเดรสแขนตุ๊กตาความยาวกระโปรงใต้เข่าพร้อมรอยยิ้มสดใส อัญชลีเห็นก็รู้สึกริษยาในความสวยของอีกฝ่าย ในขนาดที่หญิงสาวกำลังคิดว่าจะเข้าไปทักอีกฝ่ายดีมั้ยเธอก็เห็นชายหนุ่มหล่อเหลามาดเข้มเดินเข้าไปหาแก้มใส"นั้นฉัตรชัยเหรอ!ทำไมหล่อขนาดนี้"อัญชลีเห็นชายหล่อรูปร่างสูงแต่งตัวด้วยกางเกงยีนเสื้อเชิ๊ตแขนสั้นติดกระดุมถึงอกเข้าไปพูดคุยกับแก้มใสแล้วทั้งคู่ก็เดินไปที่ตึกอำนวยการ "ผัวอีแก้มมันรวยขนาดนั้นเลยเหรอ "หญิงสาวนั่งคิดแผนการว่าจะเข้าหาผัวของเพื่อนสาวได้ยังไง อัญชลีนั่งรอราวครึ่งช.มก็เห็นคู่รักเดินออกมา เธอจึงออกจากรถแล้วเดินเข้าไปหาทั้งคู่"แก้ม...รอก่อน"แก้มใสที่ได้ยินคนเรียกก็หยุดเดินแล้วหันไปมองว่าใครเรียก"อัญชลี!""โชคดีจังที่ได้เจอแก้ม..เราไม่ได้เจอกันหลายปีเลยนะ"อัญชลียิ้มสดใสพร้อมแกล้ง







