LOGINอัญชลีที่เห็นเพื่อนมองชายหนุ่มของตนเองก็ยิ้มเยาะในใจ
"แก้มมาเที่ยวกับพี่ชายเหรอ?"พูดพร้อมยิ้มให้ชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อแถมหุ่นยังสูงโปร่งเหมือนเจ เจตริน ไหนจะรถที่ขี่มารับแก้มใสอีก "ใช่.."เธอแค่รับคำแต่ไม่พูดอะไรต่อ "พวกเธอกำลังกินก๋วยเตี๋ยวอยู่เรอะ ดีเลย พวกเราก็ยังไม่ได้กินอะไร งั้นนั่งด้วยกันนะ"พูดจบก็กระทุ้งแขนมดให้มานั่งข้างเธอ นี้ถ้าไม่ติดว่าฟ้าใสกำลังนั่งกินยังไม่อิ่ม เธอจะลุกหนีเดี๋ยวนี้เลย "น้องแก้มกินก๋วยเตี๋ยวอะไรครับ"มดนั่งข้างหญิงสาวแล้วพยายามชวนคุย แต่แก้มใสกลับไม่คิดสนใจ เธอยังจำภาพที่เขาหลอกเอาเงินครอบครัวเธอไปจนหมดได้ดี มดเห็นหญิงสาวไม่คุยด้วยก็เหมือนยิ่งอยากเอาชนะ ฟ้าใสนั่งกินก๋วยเตี๋ยวน้ำใสจนหมดฉัตรชัยก็สั่งเก็บตัง มดก็แย่งจะจ่ายเอง ฉัตรชัยก็ไม่ว่าอะไร เขาลุกขึ้นแล้วจับมือฟ้าใสเดินออกจากร้านก๋วยเตี๋ยว อัญชลีกับมดก็ตีมึนเดินรวมกลุ่มกับแก้มใส เธอจงใจเดินไปเคียงข้างฉัตรชัย ส่วนมดก็เดินข้างแก้มใส การเดินรอบนี้แก้มใสเริ่มหมดสนุก มดพยายามจะเอาใจเธอ แถมยังพยายามชวนเธอเล่นรถบ่ำอีกด้วย แต่ฉัตรชัยที่เห็นว่าเริ่มจะดึกแล้วจึงชวนสองพี่น้องกลับ "นี้จะสองทุ่มครึ่งแล้ว พี่ว่าเรากลับกันได้แล้ว" "ค่ะ" "อะไรกันแก้ม..จะกลับแล้วเหรอ ยังไม่ได้เล่นรถบ่ำเลย" "ดึกแล้วละ น้องเราได้เวลานอนแล้วด้วย" "เอาอย่างนี้มั้ย ตัวก็ให้พี่ชายตัวพาน้องกลับไปก่อน แล้วค่อยมารับตัวทีหลัง"อัญชลีพยายามเกลี้ยกล่อมเพื่อนให้คล้อยตาม เธอมั่นใจว่าแก้มใสต้องไม่ปฏิเสธ อีนี้มันหัวอ่อนจะตาย แต่ก่อนที่แก้มใสจะบอกปัด ฉัตรชัยกลับเป็นคนพูดขึ้นมาสะเอง "ไม่ได้..นี้มันดึกแล้ว ไปแก้มใส"พูดจบก็หันไปเรียกหญิงสาว "ไปก่อนนะอัญ"แก้มใสเดินตามชายหนุ่มไปที่จอดรถ เดินมาถึงที่จอดรถโดยที่ฉัตรชัยอุ้มฟ้าใสที่เริ่มง่วงนอน "พี่ชัยเอาน้องมาให้แก้มใสเถอะค่ะ"ชายหนุ่มส่งหนูน้อยที่นอนพาดบ่าตนเองส่งให้หญิงสาว ก่อนที่ตนเองจะขยับรถเครื่องออกมาจากที่จอดที่มีรถเครื่องจอดอยู่เต็มไปหมด ชายหนุ่มขึ้นค้อมรถแล้วให้ฟ้าใสนั่งตรงกลางก่อนที่แก้มใสจะขึ้นนั่งปิดท้าย ขากลับถนนโล่ง แต่ก็ต้องค่อยๆขับเพราะไม่มีไฟข้างถนน พอถึงบ้านแก้มใสก็พยายามอุ้มน้องสาวไว้ แต่ชายหนุ่มกลับอาสาอุ้มสาวน้อยไว้เอง แล้วรอจนน้าจุรีออกมาเปิดประตูมารับบุตรสาวทั้งสอง เขาถึงขอตัวลา "ขอบคุณมากเลยนะคะที่พาแก้มใสกับน้องไปเที่ยวงานวัด" "ไม่เป็นไร..ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้า น้าจุรี..ชัยกลับก่อนนะครับ" "จ้ะ..ขัยรถดีๆนะลูก" เมื่อชายหนุ่มกลับไปแล้วก็หันมาอุ้มลูกสาวคนเล็กเพื่อพาขึ้นไปนอน "สนุกมั้ยลูก"ระหว่างขึ้นชั้นสองก็ถามบุตรสาวไปด้วย "สนุกจ้ะ แก้มใสไม่ได้ไปงานวัดนานแล้ว " "ดีแล้วลูก ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง " "จ้ะ.. " พอแยกย้ายกับแม่ก็มาเจอเจ้าตากลมยืนหลับสนิท "ไม่คิดจะเป็นห่วงชั้นหน่อยหรือกันเจ้าตากลม" แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับ หญิงสาวส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจกับเจ้าลูกนกเค้าแมว จึงหันไปเปลี่ยนเป็นใส่เสื้อกางเกงเก่าเพื่อเข้านอน "แก้ม...วันนี้เรากินข้าวด้วยกันนะ"อัญชลีเดินมาที่โต๊ะเอ่ยชวน "เรากินกับดาวและมานิตนะ อัญไปกินกับเพื่อนเถอะ"เอ่ยปฏิเสธนิ่มๆ ตอนนี้แก้มใสมานั่งใกล้ละอองดาวกับมานิต และไม่เปิดโอกาสให้อัญชลีเข้าหาได้อีก "แต่เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ" "ปกติเราก็ไม่ได้กินข้าวด้วยกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ" "ก็แก้มไม่ยอมเดินไปหาเค้าไง งั้นวันนี้ไปกินด้วยกัน..อย่าลืมนะ"รีบพูดมัดมือชกก่อนจะรีบหันหลังจากไป แก้มใสมองอีกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจ "แก้มใสไปกินข้าวกับอัญชลีก็ได้นะ ไม่ต้องห่วงเราสองคน"มานิตพูดกับเพื่อนอย่างเกรงใจ เพราะฟังจากน้ำเสียงแล้ว อัญชลีต้องการตัวแก้มใสไปจริงๆ "เราสบายใจที่อยู่กับเธอสองคน ส่วนอัญชลี เราถือว่าบอกปฏิเสธไปแล้ว" "อัญ..ตัวแนใจนะว่ายายแก้มใสจะมา"จินตนาถามขึ้น "ไปเรียกแก้มใสทำไมให้ยาว เรียกแก้มคำเดียวก็พอ กระแดะชื่อเล่นนังแก้มมัน"อัญชลีรู้สึกอิจฉาที่แก้มใสมีชื่อเล่นที่น่ารัก ไม่เหมือนเธอที่เอาชื่อจริงมาเป็นชื่อเล่น เพื่อนกลุ่มอีก4คนพอฟังก็ไม่เคยเข้าใจความคิดของอัญชลี จึงไม่พูดอะไรกัน จนหมด ช.ม พักเที่ยงก็ไม่เห็นแก้มใสเดินมาหาพวกตน สร้างความไม่พอใจให้อัญชลีเป็นอย่างมาก ตลอดช่วงบ่าย อัญชลีกับเพื่อนในกลุ่มไม่คิดสนใจแก้มใส แต่เรื่องนี้แก้มใสไม่ได้รู้เรื่องด้วย เพราะมัวแต่สนใจการบ้านที่ครูสั่ง เธอนั่งจดและทำไปเลย พอถึงบ้านได้ไม่ต้องทำ เธอยังช่วยสอนการบ้านให้มานิตกับละอองดาวอีกด้วย เพราะใกล้เวลาสอบปลายภาคใหญ่แล้ว "เอาอยากนี้มั้ย วันหยุดมาติวกันที่บ้านเรา เดี๋ยวเราเอารถเครื่องไปรับดาวเอง"บ้านละอองดาวอยู่ใกล้โรงเรียน ส่วนมานิตอยู่หมู่บ้านเดียวกันแต่คนละหมู่ สามารถปั่นจักรยานมาได้ "ได้จ้ะ" "เตรียมไปแค่หนังสือและสมุดนะ ส่วนเรื่องกิน ไปกินบ้านเรา " "ได้..งั้นวันเสาร์นี้สัก3โมงเช้าแล้วกันไม่ต้องเช้ามาก เพราะเราต้องช่วยพ่อลงนาก่อน"มานิตเป็นลูกชาวนา มีนาอยู่10ไร่ แถมบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำยังผูกแพรผักไว้ขายอีกด้วย มานิตตั้งใจจะเรียนให้จบ ม.ปลาย แล้วก็จะเลิกเรียนเพื่อให้น้องสาวได้เรียนต่อ "อื่อ..งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ"พูดจบเพื่อนทั้งสามก็แยกย้าย มานิตเดินไปกับแก้มใสเพื่อขึ้นรถสองแถวคันใหญ่ ถึงมานิตจะขึ้นรถคันเดียวกัน แต่มานิตนั่นลงก่อนหนึ่งป้าย และชายหนุ่มก็เลือกที่นั่งบนหลังรถเพราะเห็นว่าไม่กี่กิโลก็ถึงแล้ว แต่ยังไม่ทันที่แก้มใสจะขึ้นรถก็ได้ยินเสียงบีบแตรรถ 'บี๊นๆ' แล้วรถเครื่องคันใหญ่ก็จอดข้างๆหญิงสาว "พี่ชัย"แก้มใสทักยิ้มๆก่อนจะยกมือไหว้อีกฝ่าย ถึงจะห่างกันแค่ปีเดียวก็ต้องรักษามารยาท "ขึ้นรถสิ" "จ้ะ"รับคำแล้วก็ปีนขึ้นรถเครื่องคันใหญ่ ก่อนรถจะออกตัวไป อัญชลีที่มองจากบนรถก็รู้สึกหมั่นใส้ เดี๋ยวเธอจะให้มดจัดการอีนี้เอง มดหรือศุภกิจ รุ่งเรืองวัฒนาอายุ22ลูกชายเจ้าของฟาร์มหมูใหญ่ในตำบลแถวบ้านของอัญชลีแถมเป็นลูกค้าของอัญชลี ด้วยอยากเด่นแบบแก้มใส อัญชลีจึงมีอาชีพพิเศษเพื่อจะได้มีเงินใช้แบบเพื่อน เช้าวันเสาร์แก้มใสก็ตื่นเวลาตามปกติแล้วลงมาช่วยแม่ทำครัวโดยมีเจ้าตากลมเดินตามมาขอเนื้อไก่กิน "วันนี้แก้มใสทำเองจ้ะแม่ วันนี้เพื่อนๆแก้มใสจะมาอ่านหนังสืบเตรียมสอบกัน" "เหรอ..งั้นแม่ให้ลูกทำแล้วกัน "พูดจบก็ออกไปเก็บกวาดหน้าบ้านแทน แก้มใสจึงลงมือทำอาหาร เธอเริ่มหุ่งข้าวก่อน แล้วเดินออกไปหลังบ้านเพื่อเก็บยอดตำลึงที่แตกยอดยาวสวยงามกำลังกิน และไม่ลืมเก็บดอกแค เตรียมเอามาผัดกับน้ำมันหอย ปิดท้ายตัดกิ่งใบกระเพา ที่ต้องตัดกิ่งเพราะต้นจะได้แตกยอดได้ดีกว่าเก็บแต่ยอดใบ ได้ของครบ เธอก็เดินกลับเข้ามาในครัวเพื่อแช่ผักที่เก็บมา จุรีเข้ามาในครัวพอเห็นผักที่แช่ก็เข้ามาช่วยลูกสาว "แก้มใสจะทำอะไรบ้าง เดี๋ยวแม่ช่วย" "งั้นแม่ช่วยเอาใส้ดอกแคออกทีจ้ะ เดี๋ยวแก้มใสเด็ดตำลึงเอง" "หนูจะทำอะไรบ้างลูก หรือจะตำน้ำพริก?" "มีน้ำพริกจ้ะ แต่ไม่ใช่ตำ เดี๋ยวแม่ลองชิม รับรองจะติดใจ"หญิงสาวพูดอย่างอารมณ์ดี "ลูกแม่เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ"จุรีบ่นเบาๆด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เจ้าตากลมก็กระโดดขึ้นมาอยู่ข้างๆจุรี เพราะแม่เป็นคนให้อาหารมันทุกมื้อ เจ้าตากลมจึงติดแม่ พอเด็ดใบตำลึงเสร็จเธอก็เริ่มลงมือ แรกเริ่มกะทะยังสะอาดก็เทน้ำมันใส่ลงไปพอประมาณเพื่อเอาเต้าหู้หลอดมาทอดให้ด้านนอกเหลืองกรอบก่อนจะตักขึ้นไปพักไว้ แล้วใส่กระเทียบสับเมื่อทำดอกแคผัดน้ำมันหอยเป็นจานแรก แล้วหันไปทำเต้าหู้ทอดผัดกระเพา ส่วนน้ำพริก วันนี้ทำน้ำพริกปรากระป๋อง ปิดท้ายด้วยต้มจืดตำลึงใส่สาหราย จุรีนำแตงกวากับมะเขือเปราะไปล้างแล้วนำมาจัดใสจาน แค่นี้กับข้าวเช้านี้ก็เสร็จแล้ว "กับข้าวที่แก้มใสทำน่ากินทุกมื้อเลย" "เป็นลูกแม่ย่อมได้แม่สิจ้ะ"แก้มใสพูดเอาใจมารดา "ปากหวานนะเรา" จัดโต๊ะเสร็จแล้วก็เดินออกไปเรียกบิดากับน้องสาวให้กินข้าวเช้า "น้ำพริกนี้อร่อยดีเหมือนกันนะ"นายอำนวยอร่อยน้ำพริกจนต้องตักข้าวอีกรอบ "ทำง่ายด้วยนะพ่อ ฟ้าใสอย่าตักติดพริกขี้หนูลูก เดี๋ยวเผ็ด"จุรีบอกสามีแล้วทันได้เห็นลูกสาวคนเล็กตักน้ำพริกจึงเอ่ยเตือน เพราะถ้าไม่ตักถูกพริกขี้หนู รถชาติก็ไม่ถือว่าเผ็ดมาก เด็กๆพอกินได้ เมื่ออิ่มมื้อเช้าต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง ฟ้าใสไปนั่งเฝ้าหน้าจอเพื่อดูละครจักๆวงษ์ๆ ก่อนจะไปดูช่อง9การ์ตูน "แม่..เดี๋ยวแก้มใสไปรับเพื่อนก่อนนะจ้ะ ตากลมไปอยู่กับฟ้าใสก่อน"หญิงสาวเตรียมนำรถเครื่องไปรับละอองดาวจึงให้เจ้านกเค้าแมวไปอยู่กับน้องสาวที่ห้องรับแขก "ไปยังไงละลูก"อำนวยถามขึ้น "เอามอไซต์ไปจ้ะ" "งั้นขับรถระวังนะลูก ไม่ต้องรีบ"จุรีเอ่ยกับบุตรสาวก่อนจะเดินไปหลังบ้านเตรียมซักเสื้อผ้า แก้มใสไปรับเพื่อนที่บ้าน ไปถึงก็เห็นละอองดาวถือถุงผ้าสองใบ ยืนรออยู่หน้าบ้าน "แก้มใส" "ยืนรอเรานานมั้ย?เราเข้าซอยผิดนะ แฮะแฮะ"พูดอย่างรู้สึกผิด "ไม่นานจ้ะ เราทำน้ำกระเจี๊ยบไปด้วย"พูดพร้อมยกกระบอกน้ำให้เพื่อนดู "ดีเลย บ้านเรามีฝรั่งอยู่ เราจะได้เด็ดเอามากินระหว่างท่องหนังสือ" สองสาวซ่อนรถเครื่องขับไปพร้อมฝุ่นตลบ มาถึงบ้านก็เห็นมานิตนั่งรอที่กระต๊อบอยู่แล้ว "มานิตมาแล้วเหรอเพื่อน" "อื่ม..น้าอำนวยให้มานั่งรอพวกเธอตรงนี้นะ แกบอกเดี๋ยวพวกเธอก็มา" แก้มใสนำรถเครื่องไปจอดหน้าอู่ ที่ตอนนี้อำนวยกับฉัตรชัยกำลังนอนซ่อมเครื่องอยู่ สามเพื่อนร่วมชั้นนั่งทบทวนหนังสือเรียน แก้มใสช่วยแนะนำเพื่อน และบอกข้อที่อาจจะออกในข้อสอบ พอใกล้เที่ยงก็ชวนเพื่อนทั้งเข้าครัวไปผัดผักบุ้งน้ำที่มานิตเก็บมาฝาก "เดี๋ยวเราทำของอร่อยให้กิน พวกเธอเด็ดแค่ใบมันออกพอ ก้านปล่อยไว้ เดี๋ยวเราจะเอามาซอยเอง" เพื่อนทั้งสองก็ช่วยกันเด็ดใบผักบุ้ง แก้มใสนำก้านผักบุ้งมาผ่ากลางแล้วนำมาซอยเป็นเส้นยาวๆ ก่อนจะนำมาผัดเป็นผักบุ้งไฟแดงมาแทนผัดดอกแคที่กินหมดไปเมื่อเช้า ส่วนกับข้าวอื่นยังมีอยู่จึงไม่ต้องทำเพิ่ม แค่นำมาอุ่นให้ร้อน "พ่อ..พี่ชัย มากินข้าวจ้ะ " "แม่..ฟ้าใส มากินข้าวกันจ้ะ" เมื่อเรียกครบแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อช่วยกันยกกับข้าวไปนั่งล้อมวงตรงหน้าบ้าน เพราะลมเย็น แก้มใสก็เทน้ำกระเจี๊ยบแช่เย็นใส่ขัน มื้อเที่ยงที่อู่อำนวยวันนี้แสนจะครึกครื้น ฟ้าใสอร่อยน้ำกระเจี๊ยบ ยกขันน้ำกระเจี๊ยบมาดื่มสะหลายอึก รอบบ่ายสามเพื่อนสนิทก็ไปเด็ดฝรั่งขี้นกใส้แดงที่ขึ้นข้างบ้านนำมาเฉาะกิน ตกเย็นตอนกลับ ฉัตรชัยก็อาสาไปส่งละอองดาวเองเพื่อไม่ให้แก้มใสต้องขับรถเครื่องออกถนนตอนเย็น"ข้าปลุกเสกพระองค์นี้แล้ว แค่เจ้านำมันไปให้เป้าหมายพกติดตัวให้ครบ7วัน ดวงชะตาของมันจะตกมาเป็นของเจ้าทั้งหมด"หมอเสน่ห์ยื่นพระองค์เล็กให้ลูกค้า ไอ้กุมารที่เขาเลี้ยงไว้นั้นไม่สามารถสืบอะไรกลับมาได้ มันบอกว่าโดนของบังตา พอจะเข้าใกล้คนนั้นก็มีพลังพุงมาใส่จนมันต้องถอยกลับมา หมอเสน่ห์เหมือนถูกลูบคมจึงคิดอยากเอาชนะ เขาจึงให้ลูกศิษย์ติดต่อกลับไปหาอัญชลีเพื่อช่วยหญิงสาวให้ขโมยดวงอีกฝ่ายให้สำเร็จ"ขอบคุณค่ะหมอเสน่ห์ นี้ค่ะ80,000ที่ตกลงกันไว้"อัญชลีจ่ายเงินค่าทำพิธีก่อนรับพระผงขนาดหนึ่งนิ้วมาถือไว้"เอากลับไปก็เลี้ยงมันด้วยเลือดสัก3วันก่อนจะนำไปใช้ นำเลือดสดใส่แก้วหรือถ้วยแล้วนำมันไปแช้ไว้ เปลี่ยนเลือดทุกวัน พอครบ3วันก็นำไปให้คนที่เจ้าจะแย่งดวงพกติดตัว ห้ามให้ห่างตัวจนครบ7วัน""ค่ะ..ถ้าอย่างนั้นหนูกลับก่อนนะคะ"หลังจากที่ได้ของมาอัญชลีก็โบกเรียกรถแท็กซี่ให้ไปตลาดเพื่อซื้อเลือด แต่ใครจะคิดว่าระหว่างที่แท็กซี่ขับผ่านสี่แยก กลับมีรถวิ่งฝ่าไฟแดงมาชนแท็กซี่คันที่อัญชลีนั่งแล้วชนตรงที่หญิงสาวนั่งพอดี แรงชนทำให้เธอได้รับแรงกระแทกเต็มๆ หญิงสาวติดอยู่ภายในรถ กระเป๋าถูกเหวี่ยงออกนอกรถข้าวของตกกระจายเกลื่อ
หลังจากทนายความออกจากห้องทำงานจนเหลือชายชราเพียงคนเดียวในห้อง เขาเอื้อมมือไปหยิบโถแก้วก่อนจะพูดเบาๆ"ชาตินี้ผมมัวแต่ลังเลเพราะกลัวคุณรังเกียจ จนเราทั้งสองคลาดกันจนเสียคุณไปตลาด ชาติหน้ามีจริงผมจะกล้าเข้าหาคุณและจะปกป้องคุณไม่ให้ต้องเจอเรื่องเลวร้ายแบบชาตินี้ "ยิ่งพูดน้ำเสียงชายชราก็ยิ่งสั่น ก่อนจะกอดโถแก้วไว้แน่นพร้อมน้ำตาที่ไหลรินออกมาแก้มใสลืมตาพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด"พี่ชัยเขา.."'เพราะคำสาปแช่งที่ผู้หญิงคนนั้นทำในชาติที่แล้วครับ พี่ทั้งสองจริงๆแล้วเป็นเนื้อคู่ตั้งแต่ชาติที่แล้ว แถมยังให้คำมั่นต่อกันว่าจะเป็นเนื้อคู่กันทุกชาติไป แต่พลังขอฃคำสาปแช่งทำให้พวกพี่คลาดจากกัน พี่ชัยเขาเป็นคู่แท้ของพี่ ถ้าไม่ได้แต่งกับพี่แก้มใสเขาก็ไม่คิดแต่งกับใคร ตลอดชีวิตเขาเอาแต่โทษตัวเองที่ไม่อาจช่วยพี่ได้ '"ชั้นไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชัยเขามองชั้นมาตลอด"'เพราะผมช่วยไงครับ พี่ต้องให้ของอร่อยผมกินเยอะๆนะครับ'เจ้านกตัวกลมพูดอย่างภูมิใจตัวเอง"เจ้านกตะกละเอ้ย "'ยังมีอีกนะครับ หลังจากที่รู้เรื่องพี่แก้มใส พี่ชัยเขาสืบจนรู้ว่าพี่ถูกอัญชลีกับมดหลอกและทำลายชีวิตพี่ เขาจึงจ้างคนให้ไปจับตัวทั้งคู่มาทร
ยิ่งใกล้งานแต่ง แก้มใสก็ยิ่งยุ่ง หญิงสาววิ่งวุ่นเพราะต้องทั้งลองชุดและลองแต่งหน้าทำผมก่อนวันงาน ทั้งต้องวิ่งแจกการ์ดงานแต่งกับฉัตรชัย เหล่าเพื่อนๆต่างก็ได้รับการ์ดงานแต่งแม้แต่อัญชลี แก้มใสชวนคนรักทำพรีเรดดิ้ง ถึงฉัตรชัยจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ตามใจคนรัก ยอมสละเวลา3วันไปถ่ายรูป จุรีพามารดาตัดชุดใหม่พร้อมซื้อทองให้อีกชุดเพื่อให้มารดาใส่ในวันงาน นางบังอรดีใจที่ลูกสาวจะซื้อทองเพิ่มให้ ก่อนนอนนางจะต้องนำทองออกมานั่งชื่นชมทุกคืน จุรีซื้อเซฟขนาดกลางมาให้มารดาไว้เก็บของมีค่าจอมทัพก็พามารดาและเมียซื้อทองเพื่อใส่วันงาน จงใจป้ำให้เงินเมียรักไปซื้อทองเข้าชุดและไม่ลืมซื้อให้จอมขวัญและจอมพลคนละสองบาท ส่วนจินนี้กับจอมพลังนั้นได้ก่อนหน้านั้นแล้วคนละสองบาทเช่นกัน เพราะกิจการขายเป็ดพะโล้และเป็ดย่างนั้นไปได้ดีมาก และเรื่องหนี้สินเขาก็ทยอยจ่ายคืนให้จุรีตลอด จุรีพอได้รับมาก็นำไปเข้าบัญชีให้หลานๆทั้งสามเท่าๆกันโดยไม่บอกพี่ชาย โฉนดที่ดินก็คืนมารดาไปแล้วเพราะจอมทัพจ่ายหนี้หมดแล้วก่อนถึงวันงานจำเนียนกับสามีก็ลาเพื่อมางานแต่ง จอมทัพจึงให้อามาพักที่บ้านใหม่ จำเนียนมาเห็นสภาพบ้านที่เปลี่ยนไปก็แปลกใจ แต่ก่อนสภา
เมนูพะโล้ของจงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อาทิตย์หนึ่งไปขาย4ตลาดนัด จอมทัพไปช่วยขายหลังกลับจากการขายซาลาเปา จอมขวัญก็เอาเมนูข้าวหน้าขาหมูกับเป็ดพะโล้ไปขายในปั้มด้วย ผ่านไป4เดือน ก็มีลูกค้าประจำ จินดากลับไปช่วยงานทำขนมปังเช่นเดิมพร้อมพาเด็กๆไปเลี้ยงที่อู่ด้วย ซึ่งจินนี้กับจอมพลนั้นคุ้นชินอยู่แล้ว ส่วนจอมพลังจุรีต้องคอยอยู่เลี้ยงตลอดเพราะทารกน้อยติดต้องเห็นคนอยู่ด้วยตลอด ถ้าไม่เห็นจะร้องไห้งอแง บางครั้งอำนวยต้องอาสาเลี้ยงทารกน้อยเองยามที่ต้องทำขนมปังและด้วยแก้มใสสอนผู้เป็นลุงทำเป็ดย่างเพิ่มมาอีกหนึ่งเมนู และเป็นช่วงใกล้เทศกาลไหว้เจ้าลูกค้าจึงมาสั่งจอง จอมทัพรับหน้าที่จดคำสั่งซื้อ "ยอดสั่งเป็ดพะโล้67ตัว เป็ดย่าง59ตัว พ่อไหวมั้ยครับ"จอมทัพอ่านคำสั่งซื้อให้บิดาฟัง "สบายมาก"จงตอบอย่างกระตือรือร้น นี้เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าทำงานถูกทาง เขาทำมาหลายอาชีพ ส่วนใหญ่จะล้มเหลวหมด เขาผลาดเงินที่บ้านไปมาก ไหนจะไปเอาเงินน้องสาวมาอีก ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกละอายใจ ชายวัยกลางคนคิดว่าใกล้งานแต่งของแก้มใสจะสะสมเงินไปคืนน้องสาวเป็นบางส่วน "ถ้าเราช่วยๆกันก็น่าจะได้ค่ะ คนในบ้านตั้งหลานคน ครั้งนี้ถ้าทำให้ลูก
สายๆของอีกวันอำนวยก็พาบ้านแม่ยายมาเยี่ยมจินดากับลูก ฟ้าใสกับเทปใสไปโรงเรียนจึงไม่ได้มาเยี่ยม แต่จินนี้กับจอมพลนั้นตื่นเต้นที่ได้เห็นน้องเล็กแก้มยุ้ยนางบังอรเตรียมทองมารับขวัญเหลนคนล่าสุดด้วยทองหนึ่งบาท จอมขวัญก็รับขวัญหลานด้วยทองหนึ่งบาท บ้านจุรีนั้นรับขวัญทองสองบาทเท่ากับหลานคนอื่นจงกับจันหอมมองหลานชายที่เนื้อตัวอิ่มฟู ต่างคนก็สลับกันอุ้มทารกน้อย ท้องนี้จินดาถูกบำรุงจนสามารถมีน้ำนมให้ลูก แต่ขนาดนั้นจุรีก็ยังทำแกงเลียงหัวปลีมาให้หลานสะใภ้ "กินเยอะๆนะลูก อาทำรสชาติไม่จัดแถมตำกุ้งแห้งใส่ลงไปด้วย "จุรีตักแกงเลียงหัวปลีใส่ถ้วยให้หลานสะใภ้ ตอนจอมขวัญคลอดจอมพลนางก็ทำมาให้หลานสาวกินเรียกน้ำนม จันหอมมองการกระทำของน้องผัวก็รู้สึกว่าตนเองทำหน้าที่แม่ผัวได้แย่มาก "ย่าจ๋า..นี้อยากกินนม"จินนี้อยู่ๆก็เดินมาอ้อนย่าจุรี จุรีจึงเดินไปหยิบนมวัวแดงมาสองกล่องแล้วยื่นให้หลานๆ"มานั่งกินให้ดีลูก"เจาะหลอดเสร็จก็บอกหลานๆ สองพี่น้องก็เดินไปนอนหนุนตักอำนวยข้างละคน แล้วนอนดูดนมกล่อง อำนวยจับกระโปรงจินนี้ให้เรียบร้อยไม่ให้โป๊ จอมทัพได้แต่มองลูกชายตัวจ้ำม่ำ แต่ไม่มีโอกาสได้อุ้ม เพราะถูกปู่ย่าแย่งกันอุ้มไ
อัญชลีขับรถเก๋งกลับสุพรรณ เธอได้แวะปั้มที่เป็นกระแสเพื่อที่จะได้ดูว่าใหญ่ตามที่เป็นข่าวหรือมั้ย และเผื่อจะได้เจอฉัตรชัย เธอเห็นชายหนุ่มตามนิตยสารข่าวต่างๆ ชายหนุ่มดูหล่อและภูมิฐานมาก ในข่าวบอกว่าเขาจะอยู่ที่ปั้มทุกวัน แต่หญิงสาวกลับเห็นแก้มใสเดินออกมาจากมินิมาร์ท แก้มใสดูสวยขึ้นมาก ผมยาวเลยบ่า เธอใส่ชุดเดรสแขนตุ๊กตาความยาวกระโปรงใต้เข่าพร้อมรอยยิ้มสดใส อัญชลีเห็นก็รู้สึกริษยาในความสวยของอีกฝ่าย ในขนาดที่หญิงสาวกำลังคิดว่าจะเข้าไปทักอีกฝ่ายดีมั้ยเธอก็เห็นชายหนุ่มหล่อเหลามาดเข้มเดินเข้าไปหาแก้มใส"นั้นฉัตรชัยเหรอ!ทำไมหล่อขนาดนี้"อัญชลีเห็นชายหล่อรูปร่างสูงแต่งตัวด้วยกางเกงยีนเสื้อเชิ๊ตแขนสั้นติดกระดุมถึงอกเข้าไปพูดคุยกับแก้มใสแล้วทั้งคู่ก็เดินไปที่ตึกอำนวยการ "ผัวอีแก้มมันรวยขนาดนั้นเลยเหรอ "หญิงสาวนั่งคิดแผนการว่าจะเข้าหาผัวของเพื่อนสาวได้ยังไง อัญชลีนั่งรอราวครึ่งช.มก็เห็นคู่รักเดินออกมา เธอจึงออกจากรถแล้วเดินเข้าไปหาทั้งคู่"แก้ม...รอก่อน"แก้มใสที่ได้ยินคนเรียกก็หยุดเดินแล้วหันไปมองว่าใครเรียก"อัญชลี!""โชคดีจังที่ได้เจอแก้ม..เราไม่ได้เจอกันหลายปีเลยนะ"อัญชลียิ้มสดใสพร้อมแกล้ง







