Masukและแล้วก็ถึงวันสอบ ช่วงใกล้สอบอัญชลีพยายามตามตื้อให้แก้มใสให้ช่วยทบทวนวิชาให้หน่อย แต่แก้มใสก็บอกปัด จนอัญชลีโมโห เพราะปกติเธอจะให้แก้มใสช่วยตอนใกล้สอบตลอด เพราะเธอไม่เคยสนใจการเรียนด้วยมั่นใจว่ามีแก้มใสอยู่ด้วยยังไงก็ผ่าน แต่พอแก้มใสไม่ช่วยทำให้เธอทำข้อสอบเกือบไม่ได้เลย
สอบเสร็จละอองดาวเข้ามากอดแขนเพื่อนสนิท "ที่แก้มใสบอกนั้นเกือบทั้งหมดออกตรงเปะๆเลย" "ใช่..ดีนะว่าพวกเราทบทวนกันแล้วจึงจำได้"มานิตบอกพร้อมยิ้มเต็มใบหน้า "พวกเราไปกินน้ำแข็งใสกันดีกว่า ร้อนมาก"แก้มใสชวนเพื่อนทั้งสองไปตรงกำแพงข้างโรงเรียนเพื่อซื้อน้ำแข็งใสกินแก้ร้อน "ตอนปิดเทอมไม่เจอกันตั้งสองเดือนครึ่ง เค้าต้องคิดถึงตัวแนๆ"ละอองดาวกินน้ำแข็งใสไปก็พูดกับเพื่อนไป ตอนนี้พักเที่ยง นักเรียนส่วนใหญ่เริ่มเดินมาข้างกำแพงโรงเรียนเพื่อหาซื้อของกิน อัญชลีเดินมากับกลุ่มเพื่อนอีก4คน พอเห็นแก้มใสนั่งโต๊ะกับเพื่อนสองคนก็ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินผ่านไป "ยัยอัญนี้ก็แปลกนะ พอตัวบอกปัดเรื่องทบทวนตำราก็มาโกรธ ปกติก็ได้คะแนนดีไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องมาให้ตัวสอนด้วยอ่ะ?" "ก็ปกติผลงานทั้งหมดของหล่อนนะเป็นฝีมือเค้าทั้งนั้น นางแค่เอาหน้าเฉยๆนะ"แก้มใสตอบนิ่งๆ "อะไรนะ..มิน่าล่ะ ช่วงก่อนสอบ หล่อนถึงพยายามเข้าหาตัวตลอด" "หล่อนยังชอบลอกการบ้านเราอีกด้วย และไม่ชอบเอาสมุดมาคืนจนเราถูกอาจารณ์ทำโทษอยู่บ่อยๆ" "ร้ายไม่เบานะยายคนนี้"ละอองดาวทำท่าทางสยอง "ตัวก็โอเว่อร์ไป"พูดพร้อมจิ้มแขนเพื่อน "เทอมหน้าขึ้น ม.5 แล้ว ไม่รู้พวกเราจะได้อยู่ห้องเดียวกันมั้ย?"มานิตพูดขึ้นมาเบาๆ "ถ้าผลคะแนนดี เราต้องได้อยู่ห้องเดียวกันแนนอน เราเชื่อแบบนั้น" "อื่อ..พวกเราต้องได้อยู่ห้องเดียวกัน"ละอองดาวยื่นมือออกมา มานิตจึงเอามือไปวางบนมือเพื่อน แก้มใสเห็นดั่งนั้นก็วางด้วยอีกคน "เย้..ย"ทั้งสามร้องพร้อมกันจนนักเรียนโต๊ะอื่นหันมามอง พอตกเย็น ก็เป็นฉัตรชัยที่แวะมารับ ทุกวันนี้กลายเป็นว่าชายหนุ่มทั้งรับและส่งหญิงสาวเช้า-เย็น เหตุจากล็อตเตอรี่ที่แก้มใสหยิบให้นั้นมันคือรางวัลที่หนึ่ง ชายหนุ่มดีใจมาก เขาคิดว่าจะให้น้าอำนวยพาไปขึ้นเงินที่กรุงเทพฯช่วงปิดเทอม วันนี้ฉัตรชัยมารอรับก่อนเวลา เพราะเขามีสอบและสอบเสร็จแล้วจึงมารอหญิงสาว อัญชลีที่เห็นชายหนุ่มมาแต่ไกลเพราะจำรถได้ก็รีบเดินเข้าไปหา "พี่มารอแก้มเหรอค่ะ"หญิงสาวเข้าไปทักอย่างสนิทสนม แต่ฝ่ายชายแค่มองนิ่งๆแล้วพยักหน้า "แก้มเขายังสอบไม่เสร็จค่ะ ยังไงเดี๋ยวอัญรอเป็นเพื่อนนะคะ แก้มกับอัญเป็นสนิทกันค่ะ"หญิงสาวพูดขึ้น ชายหนุ่มไม่พูดอะไร แต่ยังคงค้อมรถเครื่องรอเช่นเดิม "พี่ชายชื่ออะไรค่ะ หนูชื่ออัญค่ะ เป็นเพื่อนสนิทของแก้ม" "เพื่อนๆแก้มใสมักเรียกว่าแก้มใส ไม่ใช่แก้มเฉยๆ"เขารู้สึกสะดุดหูกับคำเรียกชื่อของอีกฝ่าย "อัญคิดว่าแก้มใสมันยาวไปนะคะเลยเรียกแก้มเฉยๆ พี่ไม่ชอบเหรอค่ะ" ชายหนุ่มไม่ตอบ เพราะสายตามัวแต่มองแก้มใสที่เดินมากับสองเพื่อนสนิทที่เคยไปที่อู่ พอหญิงสาวเห็นคนมารับก็ยิ้มกว้างก่อนจะฮุบยิ้มเมื่อเห็นว่าใครยื่นข้างชายหนุ่ม "ดาว..เราไปก่อนนะ เดี๋ยวปิดเทอมเราหาเวลาไปหาตัวนะ ได้ชวนไปทำอะไรกินกันที่บ้าน"แก้มใสบอกกับเพื่อน เมื่อเดินมาถึงที่รถละออกดาวก็ยกมือไหว้ฉัตรชัย "สวัสดีค่ะพี่ชัย" "สวัสดีครับพี่ชัย" "จ้ะ นิตกลับพร้อมกันมั้ย?" "ไม่ดีกว่าพี่ นิตชอบนั่งรับลมบนหลังคารถฮะ"มานิตเอ่ยกับชายหนุ่มรุ่นพี่ "งั้นเจอกันพรุ่งนี้ในอู่" "ฮะ..แก้มใส เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเก็บผักกระเฉดไปฝากนะ"บ้านมานิตอยู่ริมแม่น้ำ แม่มานิตจึงเลี้ยงทั้งผักบุ้ง,ผักกระเฉดและผักแว่นเอาไว้กินและเก็บขาย "ดีเลย..เดี๋ยวเราทำยำผักกระเฉดให้กิน ขอผักแว่นด้วยสิ เดี๋ยวเราทำป่นปลาแลก"แก้มใสยื่นข้อเสนอ "เสียดายจัง บ้านเราไม่น่าอยู่ไกลกันเลย"ละอองดาวบ่นใส่เพื่อนทั้งสอง "เอาไว้เรานัดกันทำของกินกัน"แก้มใสเสนอเอาใจเพื่อน ตลอดเวลาที่ทั้งสามคุยกันนั้นมองข้ามอัญชลี ไม่มีใครเอ่ยทักหรือให้ความสนใจหญิงสาวเลยแม่แต่คนเดียว "แก้มจะนัดกับดาวเหรอ เรานัดด้วยสิ"อัญชลีรีบเสนอตัวเอง แก้มใสได้แต่ยิ้มให้แล้วหันไปลาเพื่อนๆ "แล้วเจอกันนะ..บายจ้ะ"ก่อนจะขึ้นไปนั่งข้างหลังและจับชายเสื้อชายหนุ่มไว้ ฉัตรชัยที่เห็นว่าแก้มใสนั่งเรียบร้อยแล้วก็ออกตัวขับออกไป "เออ..ดาว เธอนัดกับแก้มเมื่อไรเหรอ?" "ไม่รู้สิ ต้องให้แก้มใสว่างก่อน "ละอองดาวตอบแบบขอไปที "ถ้างั้นนัดกันเมื่อไรบอกเราด้วยสิ เราจะได้ไปด้วย" "บ้านเราไม่มีโทรศัพท์ บ้านเธอมีมั้ยละ"ละอองดาวถามขึ้น ถ้าอีกฝ่ายมีโทรศัพท์บ้านเธอก็จะโทรไปชวนตามมารยาท อัญชลีทำหน้าจ๋อยเพราะที่บ้านเธอไม่มีโทรศัพท์ ยุคนี้บ้านใครมีโทรศัพท์บ้านถือว่าทันสมัย "เราไม่มีนะ แต่แก้มมีนี้ เธอบอกเลขมาสิ เดี๋ยวเราโทรถามเอง" "เออ..ได้ เดี๋ยวเราจดให้นะ "ละอองดาวจึงจำใจจดให้อีกฝ่าย พออัญชลีได้เบอร์ก็โบกมือลาแบบไม่มีการขอบคุณใดๆ ละอองดาวมองตามก่อนจะสายหัวแล้วเดินไปอีกทางเพื่อกลับบ้าน ช่วงปิดเทอม แก้มใสรับหน้าที่ทำงานบ้านเอง จุรีเลยว่างงานไม่มีอะไรทำจึงหันไปดูแลกุหลาบของตัวเอง เมื่อวานเป็นวันพระ นางจึงมาตัดดอกสวยๆนำไปถวายหิ้งพระ แต่ขนาดนั้นก็ยังเหลืออีกหลายดอกที่แข่งกันออกดอก 'กริ้งงง'เสียงโทรศัพท์กลางบ้านดังขึ้น ฟ้าใสที่นั่งหัดเขียน กอไก่ ก็ลุกขึ้นไปรับ เจ้าตากลมลืมตามองเด็กสาวแปบหนึ่งก็หลับต่อ "สวัสดีค่ะ อู่อำนวยค่ะ" "ใครรับสายนะ ไปเรียกอาอ๊อดมารับสายสิ"เสียงปลายสายสั่งขึ้น "ค่ะ"ฟ้าใสจำเสียงได้ เป็นเสียงอาม่า เด็กหญิงจึงรีบไปเรียกบิดา "พ่อจ๋า..อาม่าโทรมาจ้ะ" "จ้ะ..ขอบใจนะลูก"อำนวยไถ่ตัวออกมาจากใต้ท้องรถที่ซ่อมแล้วเช็ดมือก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์ "ม้า..อั้วเอง " "กว่าจะมารับสายได้นะ อั้วจะโทรมาบอกว่า บ้านอาอี้เตียงเขาจะแต่งลูกชาย อาอี้ให้บอกลื้อเอาลูกเมียไปด้วย วันที่2เดือนหน้า" "อ้อ..ครับ แล้วเขาจัดที่บ้านหรือที่ไหน" "เห็นว่าแต่งที่บ้าน แค่นี้แหละ "พูดจบก็วางสายไม่มีการถามสารทุกข์สุกดิบใดๆ ซึ่งนายอำนวยก็ชินสะแล้ว "ม้าโทรมาว่าไงบ้างพี่"จุรีเดินมาถาม "ต้นเดือนหน้ามีงานนะแต่งบ้านอี้เตียงนะ อีฝากบอกว่าให้พาลูกเมียไปด้วย" "เดี๋ยวชั้นไปดูเสื้อผ้าก่อนนะได้เอามาซักรีดให้เรียบร้อย"จุรีเดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อดูเสื้อผ้าว่าจะใส่ตัวไหน แต่พอแก้มใสรู้ก็บอกแม่ว่าจะไปซื้อชุดใหม่ เพราะที่มีมันไม่เข้ากับเธอในตอนนี้ เธอจึงขอเงินแม่เพื่อไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ซึ่งจุรีก็เต็มใจให้ลูก "แก้มใสดูชุดใหม่ให้น้องด้วยนะลูก "ลูกสาวคนเล็กยืดตัวจนเสื้อผ้าเก่าใส่เขินหมดแล้ว "นั่งรถเมย์ไปกันแต่เช้า ได้ไม่ร้อน" "แก้มใสจะแวะห้างเอเซียด้วย ว่าจะพาฟ้าใสกินไอศกรีมจ้ะ" "เหรอลูก แล้วเงินพอมั้ย เอาไปอีกร้อยเผื่อไว้" "ขอบคุณค่ะแม่"เจ้าตากลมทำท่าเหมือนอยากจะไปด้วย "แกไปไม่ได้ มันนั่งรถไกล อยู่บ้านเป็นเด็กดีเดี๋ยวซื้อเนื้อไก่มาฝาก" 'หนูอยากกินไก่ย่างที่พ่อซื้อมาวันก่อนครับ'เจ้าตากลมกระโดดไปหานายอำนวยที่หน้าบ้าน "มันงอนเหรอ" "ป่าวจ้ะแม่ มันจะไปอ้อนให้พ่อซื้อไก่ย่างร้านเจ๊พิมนะ"นายอำนวยซื้อไก่ย่างแดงมากินกับส้มตำที่แก้มใสตำให้กินคู่กัน เจ้าตากลมเห็นแล้วก็นึกอยากกินเลยไปนั่งกดดันข้างนายอำนวย จนที่สุดมันก็ได้กินสมใจแถมนายอำนวยยังแกะแล้วค่อยๆป้อนมันกิน "ติดใจละสิถ้า อิอิ"จุรีขำกับท่าที่ของเจ้านกเค้าแมวตัวกลม ก่อนจะเดินไปหาสามีที่กำลังงงว่าเจ้านกตัวกลมมาจิกตนทำไม "พี่..เจ้าตากลมมันอยากกินไก่ย่างที่พี่ซื้อมาวันก่อนนะ มันคงมาอ้อนให้พี่ซื้อให้กินละสิ" "เหรอ..นี้มันเย็นแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อไปซื้อให้มันเอง"บ้านอื่นเขาเลี้ยงหมาแมวกัน แต่บ้านเขาดันเลี้ยงนกเค้าแมว รุ่งขึ้นแก้มใสก็พาฟ้าใสนั่งซ้อนจักรยานปั่นไปปากทางเพื่อรอขึ้นรถสองแถว สองพี่น้องยืนรออยู่ประมาณครึ่งช.ม ก็มีสองแถวมา ใช้เวลาอีกกว่าครึ่งช.ม กว่าจะกว่าจะถึงในตัวจังหวัด "พี่แก้มใส หนูอยากกินเย็นตาโฟ" "ได้ เดี๋ยวพี่พาไปกินจ้าวอร่อย"แก้มใสพาน้องสาวเดินเข้าไปในตลาด ข้างตลาดมีร้านก๋วยเตี๋ยวจ้าวอร่อยอยู่ เธอเคยมากินกับแม่ตอนท่านพามาตลาด เมื่อกินเย็นตาโฟกันไปคนละชาม แก้มใสก็พาน้องเดินซื้อชุดใหม่ และเสื้อกางเกงใส่อยู่บ้านอีกสามชุด แก้มใสซื้อชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนให้น้องสาวไว้ใส่ไปงานแต่ง ส่วนตัวเธอแวะร้านหยก ร้านเสื้อผ้าชื่อดังประจำจังหวัด เธอได้เสื้อเชิ๊ตผ้าชีฟองสีเขียวอ่อนมาหนึ่งตัวสีชมพูอีกหนึ่งตัวพร้อมด้วยกระโปรงยีนอีก2ตัว และได้เสื้อยืดอีก3ตัว เธอไม่ลืมซื้อกับข้าวกับไปด้วย เย็นนี้เธอจะทำเต้าหู้ทรงเครื่อง และพรุ่งนี้เช้าจะตำน้ำพริกตาแดง บ้านเธอจะมีน้ำพริกทุกวันแตกต่างกันไป เพราะบิดาว่าบอกมันทำให้กินข้าวอร่อยขึ้น เธอจึงมักซื้อหนังสือทำอาหารเสมอ อนาคตถึงเธอจะทำอาหารเป็นแต่ก็ไม่ทุกอย่าง อย่างมาวันนี้เธอก็แวะร้านหนังสือแล้วได้หนังสือทำอาหารติดมือกลับบ้านไปอีก4เล่ม เดินมาถึงท่ารถเมย์ก็แวะห้างเอเชียเพื่อพาน้องสาวมากินไอศกรีมก่อนกลับบ้าน เธอจึงได้แป้งกับลิปสติกพร้อมครีมบำรุงไปฝากแม่เพื่อให้แม่ดูดีขึ้น ขากลับพอคนขึ้นเต็มคันรถก็ออกเดินทาง เมื่อเจอลมตีหน้า ในที่สุดฟ้าใสก็หลับ จนใกล้ถึงป้ายก็ปลุกน้องสาวให้ตื่นและพากันลงรถเพื่อจ่ายตัง กลับมาถึงบ้านก็บ่ายโมง สองพี่น้องนำเสื้อผ้ามาอวดมารดา "ชุดของฟ้าใสสวยน่ารักมาเลย ไหนไปใส่มาให้แม่ดูสิลูก"เด็กสาวจึงใส่ให้มารดาดู เพราะฟ้าใสใส่เสื้อยืดกับกระโปรง จุรีจึงสวมใส่ให้ลูกสาวคนเล็กเพื่อดูว่าใช้ได้มั้ย "ฟ้าใสถอดกระโปรงตัวเก่าออกด้วยได้ดูว่าสวยมั้ย"จุรีรูดซิปตรงหลังให้แล้วจับลูกสาวหมุนๆ "นางฟ้าที่ไหนมาอยู่ที่อู่พ่อกันนะ"นายอำนวยเดินเข้ามากินน้ำ พอเห็นลูกสาวคนเล็กลองชุดใหม่เลยอดไม่ได้ต้องเอ่ยชม "แก้มใสเข้าใจเลือกชุดให้น้องนะพี่"จุรีก็รู้สึกชอบชุดของลูกสาวคนเล็ก พอดูชุดของลูกสาวคนโตก็พยักหน้า กระโปรงยีนยาวเสมอเข่าไม่โป๊ ไหนจะเสื้อเชิ๊ตสีหวานน่ารักนั้นอีก "แก้มใสซิ้อลิปกับแป้งแม่มาฝากแม่ด้วยจ้ะ สีนี้เหมาะกับแม่มาก" สามแม่ลูกนั่งดูของที่ซื้อจนได้เวลาทำมื้อเย็นถึงนำเสื้อผ้าไปเก็บแล้วออกมาทำมื้อเย็น"ข้าปลุกเสกพระองค์นี้แล้ว แค่เจ้านำมันไปให้เป้าหมายพกติดตัวให้ครบ7วัน ดวงชะตาของมันจะตกมาเป็นของเจ้าทั้งหมด"หมอเสน่ห์ยื่นพระองค์เล็กให้ลูกค้า ไอ้กุมารที่เขาเลี้ยงไว้นั้นไม่สามารถสืบอะไรกลับมาได้ มันบอกว่าโดนของบังตา พอจะเข้าใกล้คนนั้นก็มีพลังพุงมาใส่จนมันต้องถอยกลับมา หมอเสน่ห์เหมือนถูกลูบคมจึงคิดอยากเอาชนะ เขาจึงให้ลูกศิษย์ติดต่อกลับไปหาอัญชลีเพื่อช่วยหญิงสาวให้ขโมยดวงอีกฝ่ายให้สำเร็จ"ขอบคุณค่ะหมอเสน่ห์ นี้ค่ะ80,000ที่ตกลงกันไว้"อัญชลีจ่ายเงินค่าทำพิธีก่อนรับพระผงขนาดหนึ่งนิ้วมาถือไว้"เอากลับไปก็เลี้ยงมันด้วยเลือดสัก3วันก่อนจะนำไปใช้ นำเลือดสดใส่แก้วหรือถ้วยแล้วนำมันไปแช้ไว้ เปลี่ยนเลือดทุกวัน พอครบ3วันก็นำไปให้คนที่เจ้าจะแย่งดวงพกติดตัว ห้ามให้ห่างตัวจนครบ7วัน""ค่ะ..ถ้าอย่างนั้นหนูกลับก่อนนะคะ"หลังจากที่ได้ของมาอัญชลีก็โบกเรียกรถแท็กซี่ให้ไปตลาดเพื่อซื้อเลือด แต่ใครจะคิดว่าระหว่างที่แท็กซี่ขับผ่านสี่แยก กลับมีรถวิ่งฝ่าไฟแดงมาชนแท็กซี่คันที่อัญชลีนั่งแล้วชนตรงที่หญิงสาวนั่งพอดี แรงชนทำให้เธอได้รับแรงกระแทกเต็มๆ หญิงสาวติดอยู่ภายในรถ กระเป๋าถูกเหวี่ยงออกนอกรถข้าวของตกกระจายเกลื่อ
หลังจากทนายความออกจากห้องทำงานจนเหลือชายชราเพียงคนเดียวในห้อง เขาเอื้อมมือไปหยิบโถแก้วก่อนจะพูดเบาๆ"ชาตินี้ผมมัวแต่ลังเลเพราะกลัวคุณรังเกียจ จนเราทั้งสองคลาดกันจนเสียคุณไปตลาด ชาติหน้ามีจริงผมจะกล้าเข้าหาคุณและจะปกป้องคุณไม่ให้ต้องเจอเรื่องเลวร้ายแบบชาตินี้ "ยิ่งพูดน้ำเสียงชายชราก็ยิ่งสั่น ก่อนจะกอดโถแก้วไว้แน่นพร้อมน้ำตาที่ไหลรินออกมาแก้มใสลืมตาพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด"พี่ชัยเขา.."'เพราะคำสาปแช่งที่ผู้หญิงคนนั้นทำในชาติที่แล้วครับ พี่ทั้งสองจริงๆแล้วเป็นเนื้อคู่ตั้งแต่ชาติที่แล้ว แถมยังให้คำมั่นต่อกันว่าจะเป็นเนื้อคู่กันทุกชาติไป แต่พลังขอฃคำสาปแช่งทำให้พวกพี่คลาดจากกัน พี่ชัยเขาเป็นคู่แท้ของพี่ ถ้าไม่ได้แต่งกับพี่แก้มใสเขาก็ไม่คิดแต่งกับใคร ตลอดชีวิตเขาเอาแต่โทษตัวเองที่ไม่อาจช่วยพี่ได้ '"ชั้นไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชัยเขามองชั้นมาตลอด"'เพราะผมช่วยไงครับ พี่ต้องให้ของอร่อยผมกินเยอะๆนะครับ'เจ้านกตัวกลมพูดอย่างภูมิใจตัวเอง"เจ้านกตะกละเอ้ย "'ยังมีอีกนะครับ หลังจากที่รู้เรื่องพี่แก้มใส พี่ชัยเขาสืบจนรู้ว่าพี่ถูกอัญชลีกับมดหลอกและทำลายชีวิตพี่ เขาจึงจ้างคนให้ไปจับตัวทั้งคู่มาทร
ยิ่งใกล้งานแต่ง แก้มใสก็ยิ่งยุ่ง หญิงสาววิ่งวุ่นเพราะต้องทั้งลองชุดและลองแต่งหน้าทำผมก่อนวันงาน ทั้งต้องวิ่งแจกการ์ดงานแต่งกับฉัตรชัย เหล่าเพื่อนๆต่างก็ได้รับการ์ดงานแต่งแม้แต่อัญชลี แก้มใสชวนคนรักทำพรีเรดดิ้ง ถึงฉัตรชัยจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ตามใจคนรัก ยอมสละเวลา3วันไปถ่ายรูป จุรีพามารดาตัดชุดใหม่พร้อมซื้อทองให้อีกชุดเพื่อให้มารดาใส่ในวันงาน นางบังอรดีใจที่ลูกสาวจะซื้อทองเพิ่มให้ ก่อนนอนนางจะต้องนำทองออกมานั่งชื่นชมทุกคืน จุรีซื้อเซฟขนาดกลางมาให้มารดาไว้เก็บของมีค่าจอมทัพก็พามารดาและเมียซื้อทองเพื่อใส่วันงาน จงใจป้ำให้เงินเมียรักไปซื้อทองเข้าชุดและไม่ลืมซื้อให้จอมขวัญและจอมพลคนละสองบาท ส่วนจินนี้กับจอมพลังนั้นได้ก่อนหน้านั้นแล้วคนละสองบาทเช่นกัน เพราะกิจการขายเป็ดพะโล้และเป็ดย่างนั้นไปได้ดีมาก และเรื่องหนี้สินเขาก็ทยอยจ่ายคืนให้จุรีตลอด จุรีพอได้รับมาก็นำไปเข้าบัญชีให้หลานๆทั้งสามเท่าๆกันโดยไม่บอกพี่ชาย โฉนดที่ดินก็คืนมารดาไปแล้วเพราะจอมทัพจ่ายหนี้หมดแล้วก่อนถึงวันงานจำเนียนกับสามีก็ลาเพื่อมางานแต่ง จอมทัพจึงให้อามาพักที่บ้านใหม่ จำเนียนมาเห็นสภาพบ้านที่เปลี่ยนไปก็แปลกใจ แต่ก่อนสภา
เมนูพะโล้ของจงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อาทิตย์หนึ่งไปขาย4ตลาดนัด จอมทัพไปช่วยขายหลังกลับจากการขายซาลาเปา จอมขวัญก็เอาเมนูข้าวหน้าขาหมูกับเป็ดพะโล้ไปขายในปั้มด้วย ผ่านไป4เดือน ก็มีลูกค้าประจำ จินดากลับไปช่วยงานทำขนมปังเช่นเดิมพร้อมพาเด็กๆไปเลี้ยงที่อู่ด้วย ซึ่งจินนี้กับจอมพลนั้นคุ้นชินอยู่แล้ว ส่วนจอมพลังจุรีต้องคอยอยู่เลี้ยงตลอดเพราะทารกน้อยติดต้องเห็นคนอยู่ด้วยตลอด ถ้าไม่เห็นจะร้องไห้งอแง บางครั้งอำนวยต้องอาสาเลี้ยงทารกน้อยเองยามที่ต้องทำขนมปังและด้วยแก้มใสสอนผู้เป็นลุงทำเป็ดย่างเพิ่มมาอีกหนึ่งเมนู และเป็นช่วงใกล้เทศกาลไหว้เจ้าลูกค้าจึงมาสั่งจอง จอมทัพรับหน้าที่จดคำสั่งซื้อ "ยอดสั่งเป็ดพะโล้67ตัว เป็ดย่าง59ตัว พ่อไหวมั้ยครับ"จอมทัพอ่านคำสั่งซื้อให้บิดาฟัง "สบายมาก"จงตอบอย่างกระตือรือร้น นี้เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าทำงานถูกทาง เขาทำมาหลายอาชีพ ส่วนใหญ่จะล้มเหลวหมด เขาผลาดเงินที่บ้านไปมาก ไหนจะไปเอาเงินน้องสาวมาอีก ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกละอายใจ ชายวัยกลางคนคิดว่าใกล้งานแต่งของแก้มใสจะสะสมเงินไปคืนน้องสาวเป็นบางส่วน "ถ้าเราช่วยๆกันก็น่าจะได้ค่ะ คนในบ้านตั้งหลานคน ครั้งนี้ถ้าทำให้ลูก
สายๆของอีกวันอำนวยก็พาบ้านแม่ยายมาเยี่ยมจินดากับลูก ฟ้าใสกับเทปใสไปโรงเรียนจึงไม่ได้มาเยี่ยม แต่จินนี้กับจอมพลนั้นตื่นเต้นที่ได้เห็นน้องเล็กแก้มยุ้ยนางบังอรเตรียมทองมารับขวัญเหลนคนล่าสุดด้วยทองหนึ่งบาท จอมขวัญก็รับขวัญหลานด้วยทองหนึ่งบาท บ้านจุรีนั้นรับขวัญทองสองบาทเท่ากับหลานคนอื่นจงกับจันหอมมองหลานชายที่เนื้อตัวอิ่มฟู ต่างคนก็สลับกันอุ้มทารกน้อย ท้องนี้จินดาถูกบำรุงจนสามารถมีน้ำนมให้ลูก แต่ขนาดนั้นจุรีก็ยังทำแกงเลียงหัวปลีมาให้หลานสะใภ้ "กินเยอะๆนะลูก อาทำรสชาติไม่จัดแถมตำกุ้งแห้งใส่ลงไปด้วย "จุรีตักแกงเลียงหัวปลีใส่ถ้วยให้หลานสะใภ้ ตอนจอมขวัญคลอดจอมพลนางก็ทำมาให้หลานสาวกินเรียกน้ำนม จันหอมมองการกระทำของน้องผัวก็รู้สึกว่าตนเองทำหน้าที่แม่ผัวได้แย่มาก "ย่าจ๋า..นี้อยากกินนม"จินนี้อยู่ๆก็เดินมาอ้อนย่าจุรี จุรีจึงเดินไปหยิบนมวัวแดงมาสองกล่องแล้วยื่นให้หลานๆ"มานั่งกินให้ดีลูก"เจาะหลอดเสร็จก็บอกหลานๆ สองพี่น้องก็เดินไปนอนหนุนตักอำนวยข้างละคน แล้วนอนดูดนมกล่อง อำนวยจับกระโปรงจินนี้ให้เรียบร้อยไม่ให้โป๊ จอมทัพได้แต่มองลูกชายตัวจ้ำม่ำ แต่ไม่มีโอกาสได้อุ้ม เพราะถูกปู่ย่าแย่งกันอุ้มไ
อัญชลีขับรถเก๋งกลับสุพรรณ เธอได้แวะปั้มที่เป็นกระแสเพื่อที่จะได้ดูว่าใหญ่ตามที่เป็นข่าวหรือมั้ย และเผื่อจะได้เจอฉัตรชัย เธอเห็นชายหนุ่มตามนิตยสารข่าวต่างๆ ชายหนุ่มดูหล่อและภูมิฐานมาก ในข่าวบอกว่าเขาจะอยู่ที่ปั้มทุกวัน แต่หญิงสาวกลับเห็นแก้มใสเดินออกมาจากมินิมาร์ท แก้มใสดูสวยขึ้นมาก ผมยาวเลยบ่า เธอใส่ชุดเดรสแขนตุ๊กตาความยาวกระโปรงใต้เข่าพร้อมรอยยิ้มสดใส อัญชลีเห็นก็รู้สึกริษยาในความสวยของอีกฝ่าย ในขนาดที่หญิงสาวกำลังคิดว่าจะเข้าไปทักอีกฝ่ายดีมั้ยเธอก็เห็นชายหนุ่มหล่อเหลามาดเข้มเดินเข้าไปหาแก้มใส"นั้นฉัตรชัยเหรอ!ทำไมหล่อขนาดนี้"อัญชลีเห็นชายหล่อรูปร่างสูงแต่งตัวด้วยกางเกงยีนเสื้อเชิ๊ตแขนสั้นติดกระดุมถึงอกเข้าไปพูดคุยกับแก้มใสแล้วทั้งคู่ก็เดินไปที่ตึกอำนวยการ "ผัวอีแก้มมันรวยขนาดนั้นเลยเหรอ "หญิงสาวนั่งคิดแผนการว่าจะเข้าหาผัวของเพื่อนสาวได้ยังไง อัญชลีนั่งรอราวครึ่งช.มก็เห็นคู่รักเดินออกมา เธอจึงออกจากรถแล้วเดินเข้าไปหาทั้งคู่"แก้ม...รอก่อน"แก้มใสที่ได้ยินคนเรียกก็หยุดเดินแล้วหันไปมองว่าใครเรียก"อัญชลี!""โชคดีจังที่ได้เจอแก้ม..เราไม่ได้เจอกันหลายปีเลยนะ"อัญชลียิ้มสดใสพร้อมแกล้ง







