LOGINและแล้วก็ถึงวันสอบ ช่วงใกล้สอบอัญชลีพยายามตามตื้อให้แก้มใสให้ช่วยทบทวนวิชาให้หน่อย แต่แก้มใสก็บอกปัด จนอัญชลีโมโห เพราะปกติเธอจะให้แก้มใสช่วยตอนใกล้สอบตลอด เพราะเธอไม่เคยสนใจการเรียนด้วยมั่นใจว่ามีแก้มใสอยู่ด้วยยังไงก็ผ่าน แต่พอแก้มใสไม่ช่วยทำให้เธอทำข้อสอบเกือบไม่ได้เลย
สอบเสร็จละอองดาวเข้ามากอดแขนเพื่อนสนิท "ที่แก้มใสบอกนั้นเกือบทั้งหมดออกตรงเปะๆเลย" "ใช่..ดีนะว่าพวกเราทบทวนกันแล้วจึงจำได้"มานิตบอกพร้อมยิ้มเต็มใบหน้า "พวกเราไปกินน้ำแข็งใสกันดีกว่า ร้อนมาก"แก้มใสชวนเพื่อนทั้งสองไปตรงกำแพงข้างโรงเรียนเพื่อซื้อน้ำแข็งใสกินแก้ร้อน "ตอนปิดเทอมไม่เจอกันตั้งสองเดือนครึ่ง เค้าต้องคิดถึงตัวแนๆ"ละอองดาวกินน้ำแข็งใสไปก็พูดกับเพื่อนไป ตอนนี้พักเที่ยง นักเรียนส่วนใหญ่เริ่มเดินมาข้างกำแพงโรงเรียนเพื่อหาซื้อของกิน อัญชลีเดินมากับกลุ่มเพื่อนอีก4คน พอเห็นแก้มใสนั่งโต๊ะกับเพื่อนสองคนก็ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินผ่านไป "ยัยอัญนี้ก็แปลกนะ พอตัวบอกปัดเรื่องทบทวนตำราก็มาโกรธ ปกติก็ได้คะแนนดีไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องมาให้ตัวสอนด้วยอ่ะ?" "ก็ปกติผลงานทั้งหมดของหล่อนนะเป็นฝีมือเค้าทั้งนั้น นางแค่เอาหน้าเฉยๆนะ"แก้มใสตอบนิ่งๆ "อะไรนะ..มิน่าล่ะ ช่วงก่อนสอบ หล่อนถึงพยายามเข้าหาตัวตลอด" "หล่อนยังชอบลอกการบ้านเราอีกด้วย และไม่ชอบเอาสมุดมาคืนจนเราถูกอาจารณ์ทำโทษอยู่บ่อยๆ" "ร้ายไม่เบานะยายคนนี้"ละอองดาวทำท่าทางสยอง "ตัวก็โอเว่อร์ไป"พูดพร้อมจิ้มแขนเพื่อน "เทอมหน้าขึ้น ม.5 แล้ว ไม่รู้พวกเราจะได้อยู่ห้องเดียวกันมั้ย?"มานิตพูดขึ้นมาเบาๆ "ถ้าผลคะแนนดี เราต้องได้อยู่ห้องเดียวกันแนนอน เราเชื่อแบบนั้น" "อื่อ..พวกเราต้องได้อยู่ห้องเดียวกัน"ละอองดาวยื่นมือออกมา มานิตจึงเอามือไปวางบนมือเพื่อน แก้มใสเห็นดั่งนั้นก็วางด้วยอีกคน "เย้..ย"ทั้งสามร้องพร้อมกันจนนักเรียนโต๊ะอื่นหันมามอง พอตกเย็น ก็เป็นฉัตรชัยที่แวะมารับ ทุกวันนี้กลายเป็นว่าชายหนุ่มทั้งรับและส่งหญิงสาวเช้า-เย็น เหตุจากล็อตเตอรี่ที่แก้มใสหยิบให้นั้นมันคือรางวัลที่หนึ่ง ชายหนุ่มดีใจมาก เขาคิดว่าจะให้น้าอำนวยพาไปขึ้นเงินที่กรุงเทพฯช่วงปิดเทอม วันนี้ฉัตรชัยมารอรับก่อนเวลา เพราะเขามีสอบและสอบเสร็จแล้วจึงมารอหญิงสาว อัญชลีที่เห็นชายหนุ่มมาแต่ไกลเพราะจำรถได้ก็รีบเดินเข้าไปหา "พี่มารอแก้มเหรอค่ะ"หญิงสาวเข้าไปทักอย่างสนิทสนม แต่ฝ่ายชายแค่มองนิ่งๆแล้วพยักหน้า "แก้มเขายังสอบไม่เสร็จค่ะ ยังไงเดี๋ยวอัญรอเป็นเพื่อนนะคะ แก้มกับอัญเป็นสนิทกันค่ะ"หญิงสาวพูดขึ้น ชายหนุ่มไม่พูดอะไร แต่ยังคงค้อมรถเครื่องรอเช่นเดิม "พี่ชายชื่ออะไรค่ะ หนูชื่ออัญค่ะ เป็นเพื่อนสนิทของแก้ม" "เพื่อนๆแก้มใสมักเรียกว่าแก้มใส ไม่ใช่แก้มเฉยๆ"เขารู้สึกสะดุดหูกับคำเรียกชื่อของอีกฝ่าย "อัญคิดว่าแก้มใสมันยาวไปนะคะเลยเรียกแก้มเฉยๆ พี่ไม่ชอบเหรอค่ะ" ชายหนุ่มไม่ตอบ เพราะสายตามัวแต่มองแก้มใสที่เดินมากับสองเพื่อนสนิทที่เคยไปที่อู่ พอหญิงสาวเห็นคนมารับก็ยิ้มกว้างก่อนจะฮุบยิ้มเมื่อเห็นว่าใครยื่นข้างชายหนุ่ม "ดาว..เราไปก่อนนะ เดี๋ยวปิดเทอมเราหาเวลาไปหาตัวนะ ได้ชวนไปทำอะไรกินกันที่บ้าน"แก้มใสบอกกับเพื่อน เมื่อเดินมาถึงที่รถละออกดาวก็ยกมือไหว้ฉัตรชัย "สวัสดีค่ะพี่ชัย" "สวัสดีครับพี่ชัย" "จ้ะ นิตกลับพร้อมกันมั้ย?" "ไม่ดีกว่าพี่ นิตชอบนั่งรับลมบนหลังคารถฮะ"มานิตเอ่ยกับชายหนุ่มรุ่นพี่ "งั้นเจอกันพรุ่งนี้ในอู่" "ฮะ..แก้มใส เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเก็บผักกระเฉดไปฝากนะ"บ้านมานิตอยู่ริมแม่น้ำ แม่มานิตจึงเลี้ยงทั้งผักบุ้ง,ผักกระเฉดและผักแว่นเอาไว้กินและเก็บขาย "ดีเลย..เดี๋ยวเราทำยำผักกระเฉดให้กิน ขอผักแว่นด้วยสิ เดี๋ยวเราทำป่นปลาแลก"แก้มใสยื่นข้อเสนอ "เสียดายจัง บ้านเราไม่น่าอยู่ไกลกันเลย"ละอองดาวบ่นใส่เพื่อนทั้งสอง "เอาไว้เรานัดกันทำของกินกัน"แก้มใสเสนอเอาใจเพื่อน ตลอดเวลาที่ทั้งสามคุยกันนั้นมองข้ามอัญชลี ไม่มีใครเอ่ยทักหรือให้ความสนใจหญิงสาวเลยแม่แต่คนเดียว "แก้มจะนัดกับดาวเหรอ เรานัดด้วยสิ"อัญชลีรีบเสนอตัวเอง แก้มใสได้แต่ยิ้มให้แล้วหันไปลาเพื่อนๆ "แล้วเจอกันนะ..บายจ้ะ"ก่อนจะขึ้นไปนั่งข้างหลังและจับชายเสื้อชายหนุ่มไว้ ฉัตรชัยที่เห็นว่าแก้มใสนั่งเรียบร้อยแล้วก็ออกตัวขับออกไป "เออ..ดาว เธอนัดกับแก้มเมื่อไรเหรอ?" "ไม่รู้สิ ต้องให้แก้มใสว่างก่อน "ละอองดาวตอบแบบขอไปที "ถ้างั้นนัดกันเมื่อไรบอกเราด้วยสิ เราจะได้ไปด้วย" "บ้านเราไม่มีโทรศัพท์ บ้านเธอมีมั้ยละ"ละอองดาวถามขึ้น ถ้าอีกฝ่ายมีโทรศัพท์บ้านเธอก็จะโทรไปชวนตามมารยาท อัญชลีทำหน้าจ๋อยเพราะที่บ้านเธอไม่มีโทรศัพท์ ยุคนี้บ้านใครมีโทรศัพท์บ้านถือว่าทันสมัย "เราไม่มีนะ แต่แก้มมีนี้ เธอบอกเลขมาสิ เดี๋ยวเราโทรถามเอง" "เออ..ได้ เดี๋ยวเราจดให้นะ "ละอองดาวจึงจำใจจดให้อีกฝ่าย พออัญชลีได้เบอร์ก็โบกมือลาแบบไม่มีการขอบคุณใดๆ ละอองดาวมองตามก่อนจะสายหัวแล้วเดินไปอีกทางเพื่อกลับบ้าน ช่วงปิดเทอม แก้มใสรับหน้าที่ทำงานบ้านเอง จุรีเลยว่างงานไม่มีอะไรทำจึงหันไปดูแลกุหลาบของตัวเอง เมื่อวานเป็นวันพระ นางจึงมาตัดดอกสวยๆนำไปถวายหิ้งพระ แต่ขนาดนั้นก็ยังเหลืออีกหลายดอกที่แข่งกันออกดอก 'กริ้งงง'เสียงโทรศัพท์กลางบ้านดังขึ้น ฟ้าใสที่นั่งหัดเขียน กอไก่ ก็ลุกขึ้นไปรับ เจ้าตากลมลืมตามองเด็กสาวแปบหนึ่งก็หลับต่อ "สวัสดีค่ะ อู่อำนวยค่ะ" "ใครรับสายนะ ไปเรียกอาอ๊อดมารับสายสิ"เสียงปลายสายสั่งขึ้น "ค่ะ"ฟ้าใสจำเสียงได้ เป็นเสียงอาม่า เด็กหญิงจึงรีบไปเรียกบิดา "พ่อจ๋า..อาม่าโทรมาจ้ะ" "จ้ะ..ขอบใจนะลูก"อำนวยไถ่ตัวออกมาจากใต้ท้องรถที่ซ่อมแล้วเช็ดมือก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์ "ม้า..อั้วเอง " "กว่าจะมารับสายได้นะ อั้วจะโทรมาบอกว่า บ้านอาอี้เตียงเขาจะแต่งลูกชาย อาอี้ให้บอกลื้อเอาลูกเมียไปด้วย วันที่2เดือนหน้า" "อ้อ..ครับ แล้วเขาจัดที่บ้านหรือที่ไหน" "เห็นว่าแต่งที่บ้าน แค่นี้แหละ "พูดจบก็วางสายไม่มีการถามสารทุกข์สุกดิบใดๆ ซึ่งนายอำนวยก็ชินสะแล้ว "ม้าโทรมาว่าไงบ้างพี่"จุรีเดินมาถาม "ต้นเดือนหน้ามีงานนะแต่งบ้านอี้เตียงนะ อีฝากบอกว่าให้พาลูกเมียไปด้วย" "เดี๋ยวชั้นไปดูเสื้อผ้าก่อนนะได้เอามาซักรีดให้เรียบร้อย"จุรีเดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อดูเสื้อผ้าว่าจะใส่ตัวไหน แต่พอแก้มใสรู้ก็บอกแม่ว่าจะไปซื้อชุดใหม่ เพราะที่มีมันไม่เข้ากับเธอในตอนนี้ เธอจึงขอเงินแม่เพื่อไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ซึ่งจุรีก็เต็มใจให้ลูก "แก้มใสดูชุดใหม่ให้น้องด้วยนะลูก "ลูกสาวคนเล็กยืดตัวจนเสื้อผ้าเก่าใส่เขินหมดแล้ว "นั่งรถเมย์ไปกันแต่เช้า ได้ไม่ร้อน" "แก้มใสจะแวะห้างเอเซียด้วย ว่าจะพาฟ้าใสกินไอศกรีมจ้ะ" "เหรอลูก แล้วเงินพอมั้ย เอาไปอีกร้อยเผื่อไว้" "ขอบคุณค่ะแม่"เจ้าตากลมทำท่าเหมือนอยากจะไปด้วย "แกไปไม่ได้ มันนั่งรถไกล อยู่บ้านเป็นเด็กดีเดี๋ยวซื้อเนื้อไก่มาฝาก" 'หนูอยากกินไก่ย่างที่พ่อซื้อมาวันก่อนครับ'เจ้าตากลมกระโดดไปหานายอำนวยที่หน้าบ้าน "มันงอนเหรอ" "ป่าวจ้ะแม่ มันจะไปอ้อนให้พ่อซื้อไก่ย่างร้านเจ๊พิมนะ"นายอำนวยซื้อไก่ย่างแดงมากินกับส้มตำที่แก้มใสตำให้กินคู่กัน เจ้าตากลมเห็นแล้วก็นึกอยากกินเลยไปนั่งกดดันข้างนายอำนวย จนที่สุดมันก็ได้กินสมใจแถมนายอำนวยยังแกะแล้วค่อยๆป้อนมันกิน "ติดใจละสิถ้า อิอิ"จุรีขำกับท่าที่ของเจ้านกเค้าแมวตัวกลม ก่อนจะเดินไปหาสามีที่กำลังงงว่าเจ้านกตัวกลมมาจิกตนทำไม "พี่..เจ้าตากลมมันอยากกินไก่ย่างที่พี่ซื้อมาวันก่อนนะ มันคงมาอ้อนให้พี่ซื้อให้กินละสิ" "เหรอ..นี้มันเย็นแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อไปซื้อให้มันเอง"บ้านอื่นเขาเลี้ยงหมาแมวกัน แต่บ้านเขาดันเลี้ยงนกเค้าแมว รุ่งขึ้นแก้มใสก็พาฟ้าใสนั่งซ้อนจักรยานปั่นไปปากทางเพื่อรอขึ้นรถสองแถว สองพี่น้องยืนรออยู่ประมาณครึ่งช.ม ก็มีสองแถวมา ใช้เวลาอีกกว่าครึ่งช.ม กว่าจะกว่าจะถึงในตัวจังหวัด "พี่แก้มใส หนูอยากกินเย็นตาโฟ" "ได้ เดี๋ยวพี่พาไปกินจ้าวอร่อย"แก้มใสพาน้องสาวเดินเข้าไปในตลาด ข้างตลาดมีร้านก๋วยเตี๋ยวจ้าวอร่อยอยู่ เธอเคยมากินกับแม่ตอนท่านพามาตลาด เมื่อกินเย็นตาโฟกันไปคนละชาม แก้มใสก็พาน้องเดินซื้อชุดใหม่ และเสื้อกางเกงใส่อยู่บ้านอีกสามชุด แก้มใสซื้อชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนให้น้องสาวไว้ใส่ไปงานแต่ง ส่วนตัวเธอแวะร้านหยก ร้านเสื้อผ้าชื่อดังประจำจังหวัด เธอได้เสื้อเชิ๊ตผ้าชีฟองสีเขียวอ่อนมาหนึ่งตัวสีชมพูอีกหนึ่งตัวพร้อมด้วยกระโปรงยีนอีก2ตัว และได้เสื้อยืดอีก3ตัว เธอไม่ลืมซื้อกับข้าวกับไปด้วย เย็นนี้เธอจะทำเต้าหู้ทรงเครื่อง และพรุ่งนี้เช้าจะตำน้ำพริกตาแดง บ้านเธอจะมีน้ำพริกทุกวันแตกต่างกันไป เพราะบิดาว่าบอกมันทำให้กินข้าวอร่อยขึ้น เธอจึงมักซื้อหนังสือทำอาหารเสมอ อนาคตถึงเธอจะทำอาหารเป็นแต่ก็ไม่ทุกอย่าง อย่างมาวันนี้เธอก็แวะร้านหนังสือแล้วได้หนังสือทำอาหารติดมือกลับบ้านไปอีก4เล่ม เดินมาถึงท่ารถเมย์ก็แวะห้างเอเชียเพื่อพาน้องสาวมากินไอศกรีมก่อนกลับบ้าน เธอจึงได้แป้งกับลิปสติกพร้อมครีมบำรุงไปฝากแม่เพื่อให้แม่ดูดีขึ้น ขากลับพอคนขึ้นเต็มคันรถก็ออกเดินทาง เมื่อเจอลมตีหน้า ในที่สุดฟ้าใสก็หลับ จนใกล้ถึงป้ายก็ปลุกน้องสาวให้ตื่นและพากันลงรถเพื่อจ่ายตัง กลับมาถึงบ้านก็บ่ายโมง สองพี่น้องนำเสื้อผ้ามาอวดมารดา "ชุดของฟ้าใสสวยน่ารักมาเลย ไหนไปใส่มาให้แม่ดูสิลูก"เด็กสาวจึงใส่ให้มารดาดู เพราะฟ้าใสใส่เสื้อยืดกับกระโปรง จุรีจึงสวมใส่ให้ลูกสาวคนเล็กเพื่อดูว่าใช้ได้มั้ย "ฟ้าใสถอดกระโปรงตัวเก่าออกด้วยได้ดูว่าสวยมั้ย"จุรีรูดซิปตรงหลังให้แล้วจับลูกสาวหมุนๆ "นางฟ้าที่ไหนมาอยู่ที่อู่พ่อกันนะ"นายอำนวยเดินเข้ามากินน้ำ พอเห็นลูกสาวคนเล็กลองชุดใหม่เลยอดไม่ได้ต้องเอ่ยชม "แก้มใสเข้าใจเลือกชุดให้น้องนะพี่"จุรีก็รู้สึกชอบชุดของลูกสาวคนเล็ก พอดูชุดของลูกสาวคนโตก็พยักหน้า กระโปรงยีนยาวเสมอเข่าไม่โป๊ ไหนจะเสื้อเชิ๊ตสีหวานน่ารักนั้นอีก "แก้มใสซิ้อลิปกับแป้งแม่มาฝากแม่ด้วยจ้ะ สีนี้เหมาะกับแม่มาก" สามแม่ลูกนั่งดูของที่ซื้อจนได้เวลาทำมื้อเย็นถึงนำเสื้อผ้าไปเก็บแล้วออกมาทำมื้อเย็นนางบังอรให้ลูกสะใภ้ขับรถเครื่องมาที่อู่อำนวยเพื่อเอาเงินบุตรสาว เหตุเพราะนายสิงถูกตำรวจจับในข้อหาลักทรัพย์ นางบังอรคิดจะมาเอาเงินจากจุรีไปประกันตัวลูกชาย แต่มาถึงกลับเจอแต่หนุ่มกับหิน สองลูกน้องของอำนวย"อำนวยกับจุรีอยู่ไหน?"มองรอบๆไม่เห็นลูกสาวกับลูกเขยก็ถามลูกน้องที่กำลังซ่อมรถ"พี่อำนวยกับเจ๊พาลูกไปฉีดวัคซีน ป้าอรมาใหม่ตอนเย็นแล้วกัน"หนุ่มเอ่ยขึ้น เขาคิดว่านางบังอรคงไม่แคล้วมาขอเงินเจ๊จุรีแน "อะไรว่ะ บ้านช่องไม่อยู่ เกิดข้าวของหายไปจะทำยังไงกัน"พูดแล้วก็เดินเข้าไปภายในบ้าน นางเดินเข้าไปหมายจะเปิดประตูห้องกระจกแต่ประตูกลับล็อก นางบังอรยังไม่ละความพยายาม นางเดินขึ้นไปบนชั้นสองของตึกแล้วเดินไปเปิดประตูห้องทุกห้อง แต่พอมาถึงห้องของฟ้าใสเจ้าตากลมก็ส่งเสียงไล่ "อ๊ากกก""ว้าย..ไอ้นกผี ถอยไป"นางบังอรเห็นเจ้าลูกนกก็เอาขาเตะไล่ให้ไปไกลๆ เจ้าตากลมที่มีพลังไม่มากก็ถูกนางบังอรเตะจนกลิ่งตกบันได "ยายอร ไปเตะเจ้าตากลมทำไมนะ แล้วขึ้นไปทำอะไรชั้นสอง เกิดของเขาหายจะทำไง"หินที่ได้ยินเสียงเจ้าตากลมร้องก็เดินเข้ามาดูและทันได้เห็นเจ้าตากลมกลิ่งตกมาจากชั้นสองแล้วร้องด้วยความเจ็บ ชายหนุ่มจึงเข้าไปอุ้ม
"พี่ชายเราให้มาถามนะ เขาบอกจะเป็นเจ้าภาพซื้อของไปทำกินด้วยกันนะ"มดพยายามให้หญิงสาวชวนแก้มใสเพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองได้เสนอเงินให้แก้มใส เพราะมดคิดว่าแก้มใสก็เป็นเช่นอัญชลีที่เห็นแก่เงิน เขาคิดว่าแค่เสนอค่าตัวให้สัก3,000.4,000บาทเธอต้องตกลงแน สมัยนี้ได้ค่าตัวขนาดนี้ถือว่าแพงเอาเรื่อง เขาคิดว่าจะต้องเก็บเกี่ยวความสุขจากร่างกายของหญิงสาวจนกว่าตนจะพอใจ แต่ช่วงนี้อัญชลีกลับบอกว่าต้องอ่านหนังสือเรียนไม่มีเวลานัดแก้มใส"อัญชลี..เธอก็รู้ว่าแก้มใสมีแฟนอยู่แล้ว ทำไมยังพยายามเป็นแม่สื่อให้พี่ชายตัวเองอีก"ปลาดาวถามตรงๆอย่างไม่ไว้หน้า"ของแบบนี้มันพูดยากนะ พวกเขาแค่คบกัน พี่ชายเราก็หน้าตาดีไม่แพ้พี่ชัย แก้มใสได้มีตัวเลือกไง"อัญชลีพูดหน้าตาเฉย "เราไม่ใช่นางวันทองนะ เธอคงต้องผิดหวังแล้วละอัญ"แก้มใสตอบอย่างไม่ต้องคิด เธอไม่มีวันไปเกี่ยวข้องกับนายมดแน "แก้มอย่าปิดโกาสตัวเองสิ ลองเปิดใจให้พี่มดก่อน ไม่แนว่าพี่มดอาจดีกว่าพี่ชัยก็ได้"แก้มใสขี้เกียจจะต่อปากกับคนเข้าใจยากอย่างอัญชลีจึงเงียบไม่พูดต่อ ด้วยนิสัยของหญิงสาวเป็นคนเรียบร้อยและไม่พูดเยอะ เพื่อนๆในกลุ่มก็เงียบไม่เอ่ยอะไรอีก "งั้นวันเสาร์นี้เรานัด
ชาตรี นักเลงประจำถิ่นที่เห็นลูกหยีแล้วเกิดถูกใจจึงคิดจะเข้าไปจีบลูกหยีเห็นผู้ชายที่เข้ามาแซวตนเอง ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเห็นหน้าเท่านั้นหญิงสาวถึงกับยืนนิ่งด้วยความตกใจมานิตที่ยืนเต้นกับลูกหยีก็เห็นความผิดปกติของแฟนจึงดึงหญิงสาวมายืนข้างหลังตนเองก่อนจะพูดกับอีกฝ่ายนิ่งๆ"คนนี้แฟนเรา นายไปหาคนอื่นเถอะ" ลูกหยีรู้สึกกลัวชายตรงหน้ามาก ทำไมนะเหรอ ก็คนนี้ไงที่ลากเธอไปข่มขืนแล้วฆ่าเธอทิ้ง ชาตินี้เธออุส่าไม่ไปแถวที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังเจอไอ้คนชั้วนี้อีก"แต่กูถูกใจน้องคนนี้ มึงถอยไป ไม่งั้นเจ็บตัวแน"ชาตรีพูดอย่างนักเลงแต่มานิตกลับไม่คิดกลัว เขายังคงเอาตัวยืนบังแฟนสาวอย่างไม่คิดถอยไปไหนเพื่อนๆที่เต้นกันอยู่ข้างๆเมื่อเห็นเพื่อนเริ่มมีปัญหาก็หยุดเต้นแล้วมายืนปกป้องเพื่อน"อ๋อ..มีพวกเหรอ เฮ้ยยย"ชาตรีหันไปเรียกพักพวกแก้มใสกับฉัตรชัยที่เต้นห่างออกไปก็หันมาดูเมื่อได้ยินเสียงเอะอะฉัตรชัยจับตัวแฟนสาวไปอยู่ข้างหลังตนเองโดยอัตโนมัต แก้มใสจึงไม่เห็นอะไร"พวกมึง กระทืบมัน"นักเลงประจำถิ่นสั่งการพักพวก คนของชาตรีก็เตรียมเข้าไปแจกยำบาทาให้คนที่หัวหน้าเหม็นขี้หน้าแต่ยังไม่ทันที่พวกนักเลงจะถูกตัวมานิต
"พี่แก้มใสจ๋า.."ฟ้าใสร้องเรียกพี่สาวมาตั้งแต่กลางบ้าน"เสียงหวานมาแต่ไกลแบบนี้ จะประจบเอาไรหึ"แก้มใสถามน้องสาวที่วิ่งมากอดเอวตนเอง"หนูอยากไปสวนสยาม อยากไปเล่นน้ำ พี่แก้มใสพาฟ้าใสไปนะ นะจ้ะ"ไม่พูดเปล่า แต่ยังเงยหน้ามองตาใสแป๋ว"พี่ต้องถามพี่ชัยก่อน ถ้าเขายุ่งก็ไปไม่ได้""จ้ะ..พี่แก้มใสใจดีที่สุด "สาวน้อยกอดแขนพี่สาวแกว่งไปมาอย่างดีใจ สาวน้อยเห็นโฆษณาในทีวีจึงอยากไปบ้าง และรู้ว่าพี่สาวต้องพาไปแนนอนหลังจากนั้น5วันสาวน้อยก็ได้ไปเล่นน้ำที่สวนสยามสมใจ แก้มใสต้องพาน้องสาวไปซื้อชุดวายน้ำทั้งของน้องและของตนเองพร้อมของแฟนหนุ่ม การเดินทางก็กินข้าวเช้าแล้วค่อยไป แต่ที่ลืมไปได้คือนมวัวแดงต้องมีติดไว้ เพราะบางทีหาซื้อลำบาก ถ้าโชคดีเจอแบบถุงก็ดีหน่อย และด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เล่นน้ำทะเลจืด สาวน้อยถึงกลับไม่หลับในรถแถมยังใส่ชุดว้ายน้ำเตรียมไว้แล้ว "พี่แก้มใสต้องถ่ายรูปฟ้าใสเยอะๆนะจ้ะ""จ้ะ.."แก้มใสรับปากพร้อมยิ้มให้น้องสาวที่อุปกรณ์พร้อม ทั้งแว่นเล่นน้ำทั้งห่วงยางสีชมพูหวาน ไหนจะหมวกกันน้ำอีก แต่แก้มใสก็เตรียมชุดมาเปลี่ยนให้น้องสาวตอนเลิกเล่นพอถึงที่หมาย ทั้งคนทั้งนกก็ตื่นเต้นอยากเข้าไปไวๆ"
ฉัตรชัยถึงจะเรียนที่ราชภัฏ แต่ชายหนุ่มก็ยังแวะรับส่งฟ้าใส และพอรับสาวน้อยแล้วก็ต้องแวะซื้อนมถุงให้กินทุกวันจนเป็นความเคยชิน พอกลับถึงบ้านสาวน้อยก็เริ่มรู้หน้าที่ว่าต้องเปลี่ยนชุดแล้วช่วยงานบ้าน และด้วยสาวน้อยเคยเป็นไข้เลือดออก นายอำนวยจึงไม่ให้ลูกสาวรดน้ำต้นไม้ แต่สาวน้อยก็ช่วยเหลืองานบ้านอย่างอื่นแทน อาจเพราะมีพี่สาวเป็นแบบอย่าง ทำให้สาวน้อยทำตาม "พ่อจ๋า..ฟ้าใสอยากดูการ์ตูนจ้ะ"สาวน้อยเมื่อกวาดบ้านเสร็จก็วิ่งไปอ้อนบิดาที่กำลังทำงานให้ไปเปิดวีดีโอการ์ตูนให้ดู "ไปอาบน้ำก่อนไปลูก เดี๋ยวแม่มาเปิดให้ พ่อกำลังยุ่งอยู่จ้ะ"จุรีเดินมาบอกสาวน้อยประจำบ้าน"จ้ะแม่"รับคำมารดาแล้วก็วิ่งไปอาบน้ำเองโดยไม่ต้องให้พี่สาวช่วย เพราะปกติสาวน้อยจะอ้อนให้พี่สาวอาบให้ตลอดแต่แก้มใสก็เดินไปอาบน้ำให้น้องด้วยความเคยชิน น้องเธอเพิ่งจะ6ขวบเอง อาบน้ำเองคงจะไม่สะอาดเท่าไรเมื่ออาบน้ำให้น้องสาวเสร็จก็ลงมาทำมื้อเย็นต่อตอนนี้ฉัตรชัยไม่ได้มาช่วยงานที่อู่แล้ว เพราะต้องทุ่มเวลาให้การเรียนสาขาบริหารอย่างจริงจัง ชายหนุ่มหมายมั่นว่าจะต้องเรียน4ปีจบ เพราะเขาวางแผนธุรกิจไว้หมดแล้ว ตอนนี้เขาไปถมที่ไว้รอแล้วและเริ่มสร้างกำ
แก้มใสมาช่วยงานแต่งบ้านยายตุ่นกับนายแสวงตั้งแต่เช้าหญิงสาวช่วยงานในครัวทุกอย่าง "แก้มใสจ้ะ ป้าอยากได้ปีกไก่ยัดใส้นะจ้ะ หนูช่วยทำให้ได้มั้ยจ้ะ ต้องใช้อะไรบ้างบอกแม่ครัวได้เลยนะ"ยายตุ่นเดินมาบอกหญิงสาว เมนูปีกไก่ยัดใส้นั้นแก้มใสทำได้อร่อยจึงอยากให้หญิงสาวทำในงาน"ได้จ้ะ ป้าตุ่นจะให้ทำวันนี้เลยหรือเปล่าจ้ะ""ป้าจะให้เลี้ยงแขกพรุ่งนี้นะจ้ะ แก้มใสทำให้ป้าหน่อยนะลูก""จ้ะ เดี๋ยวแก้มใสจดของให้คนไปซื้อของให้ หมักไว้วันนี้ พรุ่งนี้เช้าทอดก็ได้จ้ะ""เก่งจัง..สมแล้วที่เป็นลูกจุรี"ยายตุ่นเห็นแก้มใสตั้งแต่เล็ก สมัยก่อนเป็นเด็กขี้อายมาก แต่มาตอนนี้อาจด้วยโตเป็นสาวทำให้มีความกล้าคุยมากขึ้นงานนี้แก้มใสยังตำน้ำพริกมะขามเปียกไว้ให้คนมาช่วยงานกิน แต่เพื่อนเจ้าสาวที่มาช่วยงานต่างติดใจรสชาติน้ำพริกมะขามเปียกกัน บางคนจึงขนาดตักแบ่งเอากลับบ้านก็มีจากตอนแรกที่จะกลับบ่ายก็ยืนยาวไปจนถึงสองทุ่ม จนฟ้าใสงอแงให้พ่อขับรถมารับพี่สาวเมื่อเห็นว่ามืดแล้วแต่พี่สาวก็ยังไม่กลับ"พี่แก้มใสจ๋า.."สาวน้อยวิ่งไปหาพี่สาวที่กำลังหมักหมูสับเตรียมยัดใส้ปีกไก่ "มีคนมารับแก้มใสกลับบ้านแล้ว"ยายแจ่มเอ่ยแซวที่เห็นสาวน้อยใส่ชุดกระโ







